<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>แผนที่ประวิติศาสตร์ไทย by Noona moment.</title>
      <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4</link>
      <description>โพสต์ได้ทุกที่ในประเทศไทยหรือประเทศที่มีข้อมูลเชื่อมโยงกับประเทศไทย</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-07-08 03:28:45 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-10-07 09:40:20 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1f4cd.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ตำบล บ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี กาญจนบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3047485363</link>
         <description><![CDATA[<p>จัดทำโดย นางสาวณัฐพร บุญมี เลขที่ ......</p><p>ผู้รวบรวมแหล่งข้อมูล</p><p><br/></p><p>หม้อสามขาภาชนะดินเผาทรงคล้ายหม้อ มีขาทรงกรวยสามขา อายุราว 4,000-3,000 ปีมาแล้ว นับเป็นโบราณวัตถุชิ้นเด่นของแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่ตั้งอยู่บริเวณริมห้วยสาขาของแม่น้ำแควน้อย ที่แสดงถึงการติดต่อกันของชุมชนภายในผืนแผ่นดินใหญ่ในอุษาคเนย์ ขาทั้ง 3 ขา ที่ติดอยู่บนภาชนะมีสัน มีลักษณะทรงกรวยกลวง บริเวณส่วนบนหรือส่วนล่างของขาเจาะรู 1 – 2 รู เข้าใจว่าเป็นรูสำหรับระบายความร้อนในการเผา ซึ่งขาจะถูกทำขึ้นคนละครั้งแล้วนำมาติดกับตัวภาชนะ นอกจากที่บ้านเก่าแล้ว หม้อสามขายังพบแพร่กระจายอยู่ในบริเวณอื่นอีกหลายแห่งในภาคตะวันตก เช่น ไทรโยค ในจังหวัดกาญจนบุรี แหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร บ้านหนองเปล้า ต.หนองราชวัตร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี และจากการขุดค้นทางโบราณคดีและการสำรวจในแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภาคใต้บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และตรัง ไปจนถึงบนคาบสมุทรมลายู เช่น กัว เบอร์ฮาลา (Gua Berhala)  ในบูกิต กาปาลา (Bukit Kapala) รัฐเคดาห์ แหล่งโบราณคดี กัว บินตอง (Gua Bintong) ในรัฐเปอร์ลิส แหล่งโบราณคดีเดงกิล (Dengkil) และเจนเดอแรม ไฮลิร์(Jenderam Hilir)ในรัฐสลังงอร์ ของประเทศมาเลเซีย ที่ภาชนะที่พบมีลักษณะคล้ายคลึงและร่วมสมัยกันกับภาชนะสามขาที่พบในภาคใต้ของไทย ภาชนะดินเผาสามขาที่พบตามแหล่งต่างๆเหล่านี้ บางแหล่งพบว่าเป็นของที่ผลิตขึ้นเองในท้องถิ่น เช่น หม้อสามขาที่พบจาก Jenderam Hilir ในรัฐสลังงอร์ มาเลเซีย ที่พบว่าดินที่นำมาทำภาชนะเป็นดินจากในท้องถิ่น รวมไปถึงลักษณะพิเศษและรูปแบบในรายละเอียดของตัวภาชนะ ขา และการตกแต่งภาชนะที่แตกต่างกัน เชื่อกันว่าวัฒนธรรมหม้อสามขาเหล่านี้ได้รับการแพร่กระจายจากจีน เช่น ในหนังสือ “คนไทยอยู่ที่นี่” ของคุณสุจิตต์  วงษ์เทศ ได้เปรียบเทียบกันกับภาชนะดินเผาของวัฒนธรรม ลุงชาน (Lung-Shan) ในประเทศจีน</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/f6tr3vbWvJg?si=_sF1gcUBXKPDc-Kp" />
         <pubDate>2024-07-08 03:49:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3047485363</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ถนนวนปรางค์ ตำบล ในเมือง อำเภอพิมาย นครราชสีมา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3049610428</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>ปราสาทหินพิมาย สร้างขึ้นตามความเชื่อเกี่ยวกับสวรรค์ และโลกมนุษย์ ลักษณะผังของปราสาทหินพิมายนั้นสร้างขึ้นคล้ายเขาพระสุเมรุ มีองค์ปราสาทประธาน ซึ่งอยู่ใจกลางของเทวสถาน เป็นเสมือนทางเชื่อมระหว่างโลกกับสวรรค์[2] ปราสาทหินพิมาย เป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอพิมาย </p><p><br/></p><p>(น.ส.เบญจพร คงเนียม ชั้นม.4/3 เลขที่ 37)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/EkZAbxKOK3s?si=miDmxtFNTiHVpU8q" />
         <pubDate>2024-07-10 04:07:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3049610428</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บ้านเชียง อำเภอหนองหาน อุดรธานี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3049615711</link>
         <description><![CDATA[<p>บ้านเชียง เป็นแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีการค้นพบเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมาก ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 1966 ก่อนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1992 มีพื้นที่ราว 420 ไร่ ซึ่งข้อมูลจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ</p><p><br/></p><p>(น.ส.กุลสตรี ศรีอำนาจ ชั้นม.4/3 เลขที่ 32</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-10 04:14:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3049615711</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตำบล อำแพง อำเภอบ้านแพ้ว สมุทรสาคร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3049973143</link>
         <description><![CDATA[<p>ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 บริษัทไบร์ทบลูวอเตอร์คอร์เปอรเรชั่นจำกัด ได้มีการขุดดินแล้วพบโครงกระดูกของวาฬขนาดใหญ่ ต่อมาได้มีการนำไปศึกษาต่อจนพบว่ามีซากอื่นๆที่อยู่บริเวณนั้นด้วยเช่น  ฟันฉลามฟันปลากระเบน  เปลือกหอย  ปูทะเล  เพรียงทะเล  เศษไม้  อาทิและอื่นๆ</p><p>จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ถึงการรุกล้ำของน้ำทะเลเข้ามาในแผ่นดินเมื่อหลายล้านปีก่อน</p><p>แหล่งอ้างอิง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.silpa-mag.com/history/article_60629">https://www.silpa-mag.com/history/article_60629</a></p><p>น.ส. ญาณิศา คุ้ยศรี 4/1 เลขที่19</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-10 12:10:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3049973143</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โบราณสถานโคกแจง ยุคทวารวดี ตำบล ทุ่งน้อย อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3050656553</link>
         <description><![CDATA[<p>ในวันที่ 10 กรกฎา มหา3 มหาสารคาม</p><p> นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากรเปิดเผยว่าสำนักงานอธิบดีกรมศิลปากรเปิดเผยว่าสำนักงานศิลปากรที่สองสุพรรณบุรีได้ดำเนินการขุดแต่งโบราณสถานโคกแจง และได้ค้นพบแผ่นฤกษ์ทรงกลมที่มีจารึกตัวอักษรใน วรรณกรรมของทวารวดีโดยมีลักษณะเป็นอิฐที่ตกแต่งด้วยการเขียนสีเป็นลวดลาย มีขีดออกเป็นแฉกคล้ายดวงเลิกจึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นดวงฤกษ์สมัยทวารวดี</p><p>แหล่งอ้างอิง https:<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://www.thaipost.net/main/detail/72101">www.thaipost.net/main/detail/72101</a></p><p>นาย วัชรดนัย กลำพัด 4/1 </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-11 04:03:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3050656553</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บ้านคำพอก อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3050665560</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ครั้งแรกในประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์คาซีลาแคนร์เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และได้มีการคาดการณ์อายุซากดึกดำบรรพ์น่าจะมีอายุในยุครีเทเชียสตอนต้นพบซากดึกดำบรรพ์ปลาซีลาแคนร์อยากได้ศึกษาบัญชีวินวิทยาร่วมกับคณะวิจัยชาวต่างชาติสามารถระบุได้ว่าซากดึกดำบรรพ์ที่พบเป็นปลาซีลาแคนร์ในกลุ่มมอว์โซนิดแต่ด้วยข้อจำกัดของกระดูกที่พบเพียงชิ้นเดียวจึงไม่สามารถระบุรายละเอียดได้มากกว่านี้</p><p> ที่มา : MGR Online</p><p>(<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://mgronline.com/science/detail/9660000016346">https://mgronline.com/science/detail/9660000016346</a>)</p><p><br/></p><p>น.ส.วินชยา สันพลี เลขที่21 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-11 04:14:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3050665560</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ตำบล ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ เพชรบูรณ์</title>
         <author>chansibua1976</author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3053529035</link>
         <description><![CDATA[<p>เมืองโบราณศรีเทพ ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดอยู่ในบริเวณเขตที่สูงภาคกลาง  อันเป็นจุดเชื่อมโยงเครือข่ายของการแลกเปลี่ยนสินค้า เส้นทางการค้า และวัฒนธรรมระหว่างพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงวัฒนธรรมเขมรโบราณ (พุทธศตวรรษที่ 8-18)</p><p>สำหรับที่มาของชื่อ เมืองโบราณศรีเทพ ชาวบ้านในท้องถิ่นเรียกขานกันว่า เมืองอภัยสาลี จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2447 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้เสด็จตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ ทรงตั้งพระทัยจะสืบค้นหาเมืองศรีเทพนั้นที่ปรากฏในทำเนียบเก่าบอกรายชื่อหัวเมืองในสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ และได้พบเมืองโบราณขนาดใหญ่ทางทิศตะวันออกของภูเขาถมอรัตน์ใกล้กับเมืองวิเชียรบุรี ซึ่งเมืองวิเชียรบุรีนั้นมีชื่อเดิมว่า เมืองท่าโรง และเมืองศรีเทพจึงทรงมีพระวินิจฉัยว่า ชื่อเมืองโบราณแห่งนี้น่าจะเป็นต้นเค้าของการเรียกชื่อเดิมของเมืองวิเชียรบุรีว่า เมืองศรีเทพ กรมศิลปากรจึงได้ใช้ชื่อเรียกเมืองโบราณที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สำรวจพบว่าเมืองศรีเทพ จนกว่าจะค้นพบหลักฐานเอกสารที่ยืนยันชื่อที่แท้จริงของเมืองโบราณแห่งนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพ หรือ ไพศาลี เป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 หน้า 3693 ลงวันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2478 นับจากนั้นเป็นต้นมา การศึกษาเกี่ยวกับเมืองโบราณแห่งนี้ได้มีการดำเนินงานโดยกรมศิลปากรเป็นลำดับ รวมทั้งยังปรากฏในงานค้นคว้าทางวิชาการด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะเกี่ยวกับเมืองโบราณแห่งนี้โดยนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ เช่น ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ดร.ควอริทช์ เวลส์ ศาสตราจารย์ชอง บวสเซอลิเย่ เป็นต้น จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2527 เป็นต้นมา เมืองโบราณศรีเทพได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ ภายใต้การบริหารจัดการในรูปแบบอุทยานประวัติศาสตร์ โดยการกำกับดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กรมศิลปากร</p><p>ลักษณะทางกายภาพของเมืองโบราณศรีเทพ เป็นเมืองที่มีคูเมืองกำแพงเมืองล้อมรอบ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย เมืองในและเมืองนอก มีพื้นที่ประมาณ 4.7 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,889 ไร่</p><p>เมืองใน ผังเมืองค่อนข้างกลม มีพื้นที่ประมาณ 1.87 ตารางกิโลเมตร (1,300 ไร่) ภายในตัวเมืองมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลอนลูกคลื่น มีโบราณสถานกระจายตัวอยู่ 48 แห่ง ที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู มีรูปแบบศิลปกรรมในวัฒนธรรมทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-16) และวัฒนธรรมเขมรโบราณ (พุทธศตวรรษที่ 16-18) ซึ่งมีโบราณสถานที่สำคัญและมีขนาดใหญ่ ได้แก่ โบราณสถานเขาคลังใน โบราณสถานปรางค์ศรีเทพ และโบราณสถานปรางค์สองพี่น้อง ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมืองค่อนไปทางทิศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีสระน้ำโบราณทั้งขนาดใหญ่และเล็กอีกจำนวนกว่า 70 แห่ง</p><p>เมืองนอก ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเมืองใน มีพื้นที่ประมาณ 2.83 ตารางกิโลเมตร (1,589 ไร่) ผังเมืองค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน ภายในตัวเมืองสำรวจพบโบราณสถาน จำนวน 64 แห่ง มีสระน้ำโบราณจำนวนมาก</p><p>นอกคูเมืองกำแพงเมืองโบราณยังมีการสำรวจพบโบราณสถานอีกจำนวน 50 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทิศเหนือของเมือง ที่สำคัญ ได้แก่ โบราณสถานเขาคลังนอก โบราณสถานปรางค์ฤๅษี กลุ่มโบราณสถานเขาคลังสระแก้ว และสระแก้ว สระน้ำโบราณขนาดใหญ่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกนอกเมืองโบราณศรีเทพห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเขาถมอรัตน์ ภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่มีรูปลักษณ์เฉพาะ ซึ่งใช้เป็นจุดสังเกตในการเดินทางที่สำคัญมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยบริเวณเชิงเขาเป็นแหล่งผลิตเครื่องมือและกำไลหินที่สำคัญ ต่อมาในสมัยทวารวดีได้มีการดัดแปลงถ้ำหินปูนที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของภูเขาให้เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาแบบมหายาน กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 14</p><p>เมืองโบราณศรีเทพเป็นเมืองโบราณสำคัญในเส้นทางเครือข่ายทางการค้าและวัฒนธรรมสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาในการเลือกสรรชัยภูมิที่ตั้งอันเป็นจุดเชื่อมโยงผสมผสานการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนสินค้าภายในและระหว่างภูมิภาค ที่มีพัฒนามาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเขมรโบราณ ซึ่งก่อตัวขึ้นจากชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักเมื่อ 2,500-1,500 ปีมาแล้ว อันเป็นความชาญฉลาดของมนุษย์ในการเลือกสรรชัยภูมิที่ตั้งของชุมชนขึ้นในพื้นที่ที่สามารถควบคุมเส้นทางธรรมชาติที่ใช้เป็นเส้นทางผ่านเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนประตูเชื่อมต่อระหว่างดินแดนด้านตะวันออกของที่ราบลุ่มภาคกลางกับดินแดนที่ราบสูงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอาจรวมถึงพื้นที่ทางด้านตะวันออกและตะวันตกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยชุมชนก่อนประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในเส้นทางการแลกเปลี่ยนทรัพยากรด้านโลหะกรรมที่สำคัญของประเทศไทยในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและพัฒนาขึ้นเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งในเขตพื้นที่ศูนย์กลางของภูมิภาคตอนในที่สามารถเชื่อมโยงกับสถานีและเส้นทางการค้าทางทะเล ทำให้มีบทบาทสำคัญในการรับและส่งผ่านวัฒนธรรมไปยังเมืองโบราณร่วมสมัยเดียวกันในสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น เมืองโบราณแห่งนี้ยังเป็นเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่มีความสำคัญโดดเด่น ในพื้นที่ศูนย์กลางภูมิภาคตอนในของประเทศไทย แสดงถึงภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์และผสมผสานงานศิลปกรรมทางพุทธศาสนาเถรวาท มหายาน และศาสนาฮินดู จนมีเอกลักษณ์รูปแบบเฉพาะสกุลช่างของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มเทวรูปรุ่นเก่า กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ซึ่งเทวรูปรุ่นเก่าที่พบจากเมืองโบราณศรีเทพ ได้แก่ พระนารายณ์หรือพระวิษณุสวมหมวกทรงกระบอก พระกฤษณะโควรรรธนะ เป็นประติมากรรมลอยตัวที่มีลักษณะกายวิภาคชัดเจน ประทับยืนด้วยอาการตริภังค์หรือเอียงสะโพกเล็กน้อย แสดงอาการเคลื่อนไหว จากลักษณะดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถชั้นสูงของช่างฝีมือ มีเอกลักษณ์ความงามและความลงตัว ซึ่งรู้จักกันในนามสกุลช่างศรีเทพ งานประติมากรรมและสถาปัตยกรรมของเมืองโบราณศรีเทพทั้งในช่วงวัฒนธรรมทวารวดีและช่วงวัฒนธรรมเขมรโบราณ (พุทธศตวรรษที่ 11-18) ส่งผ่านคติความเชื่อทางศาสนาและรูปแบบศิลปกรรมไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปกรรมในสมัยต่อมา</p><p>เมืองโบราณศรีเทพเจริญรุ่งเรืองอยู่ราว 700 ปี จึงค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไปเมื่อประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ในห้วงเวลาเดียวกับการล่มสลายของอาณาจักรเขมร พร้อมกับการเกิดศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองใหม่ขึ้นทางตอนเหนือของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่สุโขทัย และในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เมืองโบราณศรีเทพลดบทบาทความสำคัญลง จนกระทั่งถูกทิ้งร้างในที่สุด</p><p>ด้วยคุณค่าความโดดเด่นของเมืองโบราณศรีเทพที่มีการพัฒนาขึ้นมาจากชุมชนโบราณในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำลพบุรี-ป่าสัก เมื่อประมาณ 1,700-1,500 ปีมาแล้ว (พุทธศตวรรษที่ 8-10) เมื่อได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมภายนอกโดยเฉพาะวัฒนธรรมอินเดียและวัฒนธรรมเขมรโบราณจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเข้าสู่สังคมเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) และวัฒนธรรมเขมรโบราณ (พุทธศตวรรษที่ 16-18) ลำดับพัฒนาการในแต่ละช่วงสมัยของเมืองโบราณศรีเทพแสดงออกถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ในเขตพื้นที่ศูนย์กลางของภูมิภาคตอนในของประเทศไทย ซึ่งเป็นชุมชนหรือเมืองโบราณภายใน (Hinterland) ที่มีความต่อเนื่องทางวัฒนธรรม มีการเลือกสรรพื้นที่ตั้งของชุมชนหรือเมืองที่สามารถควบคุมหรือเชื่อมโยงเครือข่ายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม หรือเส้นทางการค้าสมัยโบราณระหว่างพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางและที่ราบสูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้อาจรวมถึงพื้นที่ทางด้านตะวันออกและตะวันตกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วยจึงกล่าวได้ว่าชัยภูมิที่ตั้งของเมืองเป็นจุดสำคัญในเครือข่ายการแลกเปลี่ยนทรัพยากรและการค้าของชุมชนบริเวณใกล้เคียงและภายนอกภูมิภาคมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร ส่งผลให้เกิดพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในชุมชนและดำรงสถานะเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าและศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งในช่วงสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรมศิลปากรตระหนักถึงคุณค่าที่สำคัญดังกล่าว จึงได้ดำเนินการและเตรียมนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เมืองโบราณศรีเทพ เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลก (Tentative List) ในปีพุทธศักราช 2562</p><p><br/></p><p>จัดทำโดย นาย เอกราช จันสีบัว เลขที่ 7 ม.4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2584091677/42c4e68e7d87a2afcca4aad96888b5c2/images.jpeg" />
         <pubDate>2024-07-15 08:40:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3053529035</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง (อ่างทอง) ตำบล แสวงหา อำเภอ แสวงหา อ่างทอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3053602189</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติความเป็นมา</p><p>หลักฐานบ้านเมืองเก่าสมัยทวาราวดี (พุทศตวรรษที่ ๑๓ - ๑๕) ตามบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาปรากฏร่องรอยการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนที่ อยู่อาศัยของคนเป็นจำนวนมาก นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสชื่อ นายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr. Jean Boisselier) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้มาสำรวจท้องที่ของอ่างทอง และสันนิษฐานว่า ดินแดนแห่งนี้ เคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวาราวดีเพราะพบร่องรอยของคูเมืองที่มีลักษณะเป็นคู น้ำใหญ่ โอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินรอบชวากทะเล คือบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางแถบสิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง คูเมืองที่สำรวจพบนี้อยู่ที่บ้านคูเมือง ตำบลห้วยไผ่อำเภอแสวงหาในปัจจุบัน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอแสวงหาไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๔ กิโลเมตร</p><p>ในบริเวณคูเมืองนี้มีผู้พบวัดร้าง และขุดพบพระพุทธรูปโบราณก่อนสมัยลพบุรีจำนวนหนึ่ง พบเศษกระเบื้อง ถ้วยชาม ลักษณะเป็นดินเผาเรียบ ลายเชือกทาบ และเคลือบสี รวมทั้งโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ซึ่งเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ในดินแดนแห่งนี้ เป็นที่อยู่อาศัยทำมาหากินของผู้คนมาเป็นเวลาช้านาน</p><p>นอกจากนี้การสำรวจของกรมศิลปากรยังพบว่าเขตแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คือบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมอันเกิดจากการทับถมของโคลน ตะกอน ที่แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางปะกง ส่วนบนของดินดอนสามเหลี่ยม คือนครสวรรค์ ส่วนฐานด้านตะวันตกคือ เพชรบุรี ฐานด้านตะวันออกคือชลบุรี นั้นจัดว่าเป็นศูนย์กลางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม จากหลักฐานทางโบราณคดี จะมีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคหินกลาง และยุคหินใหม่ ลงมา ยังมีร่องรอยของเมืองโบราณขนาดใหญ่ ขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก ในหลายยุค หลายสมัย ซับซ้อนกันอยู่ นับตั้งแต่สมัยทวาราวดีลงมาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา และจากนี้การศึกษาของ ดร. ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม (สุพรรณภูมิอยู่ที่ไหน หน้า ๗๐) กล่าวว่าจำนวนเมืองโบราณในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีเมืองโบราณอยู่ถึง ๔๑ เมือง จังหวัดอ่างทอง เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีร่องรอยเมืองโบราณ อยู่ในเขตการสำรวจของกรมศิลปากร ซึ่งสำรวจพบเมืองโบราณสมัยทวาราวดี เมื่อปี ๒๕๒๘ บริเวณบ้านคูเมือง ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่าง</p><p>ทอง</p><p><br/></p><p>โดย นายศิรศักดิ์ เพชรทอง ม.4/2 เลขที่6</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-15 10:52:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3053602189</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดพระธาตุดอยคำ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3053671322</link>
         <description><![CDATA[<p>วัดพระธาตุดอยคำสร้างในปี พ.ศ. 1230 รัชสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้าง ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดดอยคำ"</p><p><br/></p><p>🧘🏻🛕🧘🏻🛕🧘🏻🛕🧘🏻🛕🧘🏻🛕🧘🏻🛕</p><p>--------------------------------</p><p>น.ส.วิพัชรศินี ทวีวรรณ เลขที่22 ชั้นม.4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=KpT3JNVTtxI" />
         <pubDate>2024-07-15 13:06:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3053671322</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระปรางค์สามยอด ตำบล ท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี ลพบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3054101659</link>
         <description><![CDATA[<p>พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี เป็นโบราณสถานและ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ลักษณะเป็นปราสาทขอมในศิลปะบายน (พ.ศ. 1720 – 1773) โครงสร้างเป็นศิลาแลงประดับปูนปั้น สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ครองราชย์ พ.ศ. 1724 – ป. 1757) เพื่อเป็นพุทธสถานในลัทธิวัชรยานประจำเมืองละโว้หรือลพบุรี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรเขมร นับว่าเป็นปราสาทขอมโบราณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมแบบขอมโบราณที่ยังคงสมบูรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน  </p><p>น.ส.จารุวรรณ บุญหล้า เลขที่14 4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2589997304/ed48465a7ade412ef6110b3275aa300f/8a10babd1ece0fd6b4e61193b30d9463.jpg" />
         <pubDate>2024-07-16 01:44:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3054101659</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เชียงใหม่ ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055155732</link>
         <description><![CDATA[<p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://youtu.be/68JyQwsDnZM?si=-wq4xYurLIhq15vs">https://youtu.be/68JyQwsDnZM?si=-wq4xYurLIhq15vs</a></p><p><br/></p><p>เป็นพระอารามหลวงในจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ ราชกุฏาคาร วัดโชติการาม สร้างขึ้นในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ. 1928 - 1945 และมีการบูรณะมาหลายสมัย สำหรับพระธาตุเจดีย์มีขนาดความกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญอีกองค์หนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบันคงเหลือสภาพเพียงครึ่งองค์ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในสมัยมหาเทวีจิรประภา รัชกาลที่ 15 แห่งราชวงศ์มังราย[1] มีการสันนิษฐานว่าเจดีย์อาจมีความสูงถึง 80 เมตร ซึ่งทำให้เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในภาคเหนือในช่วงเวลาดังกล่าว</p><p><br/></p><p>น.ส. อรสา ดวงจอมดี ชั้นม.4/3 เลขที่23</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/68JyQwsDnZM?si=-wq4xYurLIhq15vs" />
         <pubDate>2024-07-17 01:57:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055155732</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย สุโขทัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055166510</link>
         <description><![CDATA[<p>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทยภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีโบราณสถานทั้งหมด 283 แห่ง สำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง รวมทั้งสุสานวัดชมชื่นและเตาสังคโลกโบราณผังอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย</p><p>1. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง (วัดพระปรางค์)</p><p>2. วัดชมชื่น</p><p>3. กำแพงเจ้าจันทน์</p><p>4. วัดโดกสิงคาราม</p><p>5. วัดนางพญา</p><p>6. วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่</p><p>7. วัดเจดีย์เจ็ดแถว</p><p>8. วัดช้างล้อม</p><p>9. วัดเขาพนมเพลิง</p><p>10. วัดเขาสุวรรณคีรี</p><p>11. วัดกุฎีราย</p><p>12. เตาสังคโลก</p><p>ในปัจจุบันจากการประเมินของกรมศิลปากร นับว่ามีการต่อเติมโบราณสถานจากสภาพเดิมน้อยกว่าที่ใด ยังคงรักษาภูมิทัศน์ของเมืองประวัติศาสตร์ไว้ได้ครบถ้วน</p><p><br/></p><p>เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย พร้อมด้วยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้รับเกียรติให้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกภายใต้ชื่อว่า "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร"[1]</p><p><br/></p><p>จัดทำโดย </p><p>น.ส.ขวัญข้าว อุตสาห์ ชั้นม.4/3 เลขที่32</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/iMQ9QPT9S9U?si=PVNFg4TIaSEXzsT6" />
         <pubDate>2024-07-17 02:03:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055166510</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ถ้ำนาคา บึงกาฬ ตำบล โพธิ์หมากแข้ง อำเภอ บึงโขงหลง บึงกาฬ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055180096</link>
         <description><![CDATA[<p>ถ้ำนาคา เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ค่ะ และตั้งอยู่ใกล้กับ วัดถ้ำชัยมงคล ความสวมงามแปลกตาของที่นี่กก็คือ รูปทรงของหินขนาดใหญ่ ที่มีรูปร่างเหมือน งูยักษ์ หรือ พญานาค นั่นเอง ทำให้ถ้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ และเรื่องลึกลับภายในถ้ำ จะพบกับหินที่มีรูปร่างคล้ายกับลำตัวของพญานาค ซึ่งถ้ามองไปจะคล้ายๆ กับเกล็ดของงูขนาดใหญ่ และปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว ดูสวยงาม แต่ก็น่าพิศวงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการพบหินที่มีลักษณะเหมือนเป็นส่วนหัวของงูยักษ์ในบริเวณที่ไม่ไกลกันมากจากตัวถ้ำอีกด้วยและไม่นานมานี้ ทางทีมสำรวจได้ทำการค้นพบ ส่วนหัวพญานาคแห่งที่ 2 โดยหินตรงนี้จะมีลักษณะคล้ายกับหัวงูยักษ์ และมีเกล็ดที่เห็นเด่นชัด เรียกได้ว่าน่าอัศจรรย์ใจมากๆ โดยส่วนหัวพญานาคที่ 2 นี้ ตั้งอยู่ในเส้นทางเดินธรรมชาติ หน่วยพิทักษ์ฯ พระธาตุเจดีย์ อยู่ระหว่าง ยอดเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ ไปยอดเจดีย์พระอาจารย์เสาร์ เจดีย์หลวงปู่วังตำนานพญานาค ของถ้ำนี้ ชาวบ้านมีความเชื่อที่ว่า ถ้ำนาคา คือ พญานาค หรือ งูยักษ์ ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินนั่นเอง ด้วยสาเหตุที่ว่า บริวารของพญานาค ผู้ครองเมืองบาดาล ไปมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ และเมืองบาดาลที่พญานาคและบริวาร อาศัยอยู่ก็คือ บึงโขงหลง ในจังหวัดบึงกาฬปัจจุบัน</p><p><br></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?q=https://travel.trueid.net/detail/yvgb2wYkwwzr&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwiZhMH6gK2HAxVnR2wGHQ1QCoMQFnoECBsQAQ&amp;usg=AOvVaw2hN5o0vISED6ekkVHk8jCq">https://www.google.com/url?q=https://travel.trueid.net/detail/yvgb2wYkwwzr&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwiZhMH6gK2HAxVnR2wGHQ1QCoMQFnoECBsQAQ&amp;usg=AOvVaw2hN5o0vISED6ekkVHk8jCq</a></p><p><br></p><p>นายนัฐดนัย จันทร์งาม ชั้น4/3 เลขที่13</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 02:12:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055180096</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตำบล ตาเป๊ก อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055186338</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง</strong> หรือ <strong>ปราสาทหินพนมรุ้ง</strong> </p><p>เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">อุทยานประวัติศาสตร์</a>แห่งหนึ่งของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประเทศไทย</a>ภายใต้การดูแลของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">กรมศิลปากร</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1_(%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2)">กระทรวงวัฒนธรรม</a> เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่ม<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B2">ราชมรรคา</a> ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4_(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C)">อำเภอเฉลิมพระเกียรติ</a> ห่างจากตัว<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C">เมืองบุรีรัมย์</a>ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9F">ภูเขาไฟ</a>ที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87">ระดับน้ำทะเลปานกลาง</a>) </p><p>คำว่า <strong>พนมรุ้ง</strong> นั้น มาจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%A3">ภาษาเขมร</a> </p><p>คำว่า <strong>วนํรุง</strong> แปลว่า <strong>ภูเขาใหญ่</strong></p><p><br/></p><p>จัดทำโดย นายภาคิน  อุ่นแก้ว ม.4/3 เลขที่ 15</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 02:16:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055186338</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บึงบอระเพ็ด ตำบล พระนอน อำเภอเมืองนครสวรรค์ นครสวรรค์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055187390</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติ บึงบอระเพ็ด เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เดิมมีชื่อว่า ทะเลเหนือ หรือ จอมบึง เนื่องจากมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจระเข้ จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด มีพันธุ์สัตว์ที่หายากได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ซึ่งพบครั้งแรกที่นี่</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?q=http://oldweb.most.go.th/main/index.php/services/knowledge-service/1076.html&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwjUt_W6gK2HAxUIfGwGHdl8BGkQFnoECCAQBQ&amp;usg=AOvVaw0T_EMpHC0QklnGv0HIDvQm">https://www.google.com/url?q=http://oldweb.most.go.th/main/index.php/services/knowledge-service/1076.html&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwjUt_W6gK2HAxUIfGwGHdl8BGkQFnoECCAQBQ&amp;usg=AOvVaw0T_EMpHC0QklnGv0HIDvQm</a></p><p>นายกองคุณ อยู่เมฆ เลขที่14 ชั้น4/3</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 02:16:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055187390</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บึงสีไฟ ตำบล ท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร พิจิตร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055198195</link>
         <description><![CDATA[<p>บึงสีไฟ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อยู่คู่กับจังหวัดพิจิตรมาช้านาน มีหลักฐานปรากฏในสมัยพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ทรงเห็นว่าพิจิตรเป็นพื้นที่ลุ่มเต็มไปด้วยห้วยหนองคลองบึง โดยเฉพาะบึงสีไฟที่มีน้ำขังตลอดทั้งปี จึงทรงเรียกเมืองพิจิตรว่า “โอฆะบุรี” ที่แปลว่าห้วง</p><p><br/></p><p>น้ำ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?q=https://mgronline.com/travel/detail/9670000026330&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwjp8oy5ga2HAxV_V2wGHe4HDQMQFnoECCAQBQ&amp;usg=AOvVaw3md7e8jQJfvUamGFU0ZsUf">https://www.google.com/url?q=https://mgronline.com/travel/detail/9670000026330&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwjp8oy5ga2HAxV_V2wGHe4HDQMQFnoECCAQBQ&amp;usg=AOvVaw3md7e8jQJfvUamGFU0ZsUf</a></p><p>วุฒิพงษ์ ชอบไร่ ชั้น4/3 เลขที่16</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 02:23:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055198195</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เลย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055205794</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติความเป็นมาของจังหวัดทรงมีพระบรมราโชบายในการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เริ่มมีการตั้งมณฑลขึ้นเป็นครั้งแรกก่อน พ.ศ.๒๔๓๑ แต่ยังไม่ได้จัด เป็นลักษณะเทศาภิบาล มี ๖ มณฑล</p><p>คือ มณฑลลาวเฉียง (เมื่อได้แก้ไขเป็นลักษณะมณฑลเทศาภิบาลเปลี่ยนเป็นมณฑลพายัพ) มณฑลลาวพวน (เมื่อได้แก้ไขเป็นลักษณะมณฑลเทศาภิบาลเปลี่ยนเป็นมณฑลอุดร) มณฑลลาวกาว (เมื่อได้แก้ไขเป็นลักษณะมณฑลเทศาภิบาลเปลี่ยนเป็นมณฑลอีสาน) มณฑลเขมร (เมื่อได้แก้ไขเป็นลักษณะมณฑลเทศาภิบาลเปลี่ยนเป็นมณฑลบูรพา) มณฑลลาวกลาง (เมื่อได้แก้ไขเป็นลักษณะมณฑลเทศาภิบาลเปลี่ยนเป็นมณฑลนครราชสีมา) มณฑลภูเก็ต (เมื่อได้แก้ไขเป็นลักษณะมณฑลเทศาภิบาลเปลี่ยนเป็นมณฑลภูเก็ต)</p><p>สำหรับเมืองเลยซึ่งขึ้นอยู่ในมณฑลลาวพวน (มณฑลอุดร) ได้มีอำเภอขึ้นอยู่ในปกครองครั้งแรกรวม ๓ อำเภอ คือ อำเภอกุดป่อง (อำเภอเมืองเลย) อำเภอท่าลี่ (พ.ศ.๒๔๓๒) และอำเภอนากอก</p><p>ส่วนอำเภอนากอกที่อยู่ในเขตการปกครองของเมืองเลยนั้น เดิมอยู่ในแขวงไชยบุรีในปี พ.ศ.๒๔๓๖ (ร.ศ.๑๑๒) เมื่อฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงของประเทศไทยไปหมด และยังได้ข้ามมายึดครองเอา บริเวณแขวงไชยบุรีของไทยที่อยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงไปอีก อำเภอนากอก ที่อยู่ในแขวงไชยบุรี จึงตกเป็นของ ฝรั่งเศสด้วย ด้วยเหตุดังกล่าว เมืองเลยจึงตั้งบ้านอาฮีที่อยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำเหืองของไทยขึ้นเป็นอำเภออาฮีแทน อำเภอนากอกเป็นการชั่วคราว (อำเภอนากอก ปัจจุบันคือ บ้านนากอก หรือบ้านกอก แขวงไชยบุรี ประเทศสาธารณ รัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)</p><p>ต่อมาเมื่อได้มีการแก้ไขการปกครองให้เป็นแบบเทศาภิบาลที่สมบูรณ์ ได้ยุบอำเภออาฮีลงเป็นตำบลอาฮีขึ้น อยู่ในการปกครองของอำเภอท่าลี่ ได้มีการโอนอำเภอต่าง ๆ ให้ขึ้นอยู่ในการปกครองของเมืองเลย เช่น อำเภอด่านซ้าย เมืองพิษณุโลก อำเภอเชียงคาน จากเมืองพิชัย และยกฐานะแขวงวังสะพุงขึ้นเป็นอำเภอ วังสะพุงโอนจากเมืองหล่มสัก เมืองเลยจึงมีอำเภอเกิดขึ้นในระหว่างนั้น รวม ๕ อำเภอ คือ อำเภอเมืองเลย อำเภอท่าลี่ อำเภอด่านซ้าย อำเภอเชียงคาน อำเภอด่านซ้ายและอำเภอวังสะพุง</p><p><br/></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?q=https://ww2.loei.go.th/content/history_office&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwix48-7gq2HAxUwSmwGHbBOCgMQFnoECCYQAQ&amp;usg=AOvVaw3aYiML_kmkB2z84ATdeyRQ">https://www.google.com/url?q=https://ww2.loei.go.th/content/history_office&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwix48-7gq2HAxUwSmwGHbBOCgMQFnoECCYQAQ&amp;usg=AOvVaw3aYiML_kmkB2z84ATdeyRQ</a></p><p><br/></p><p>สิทธิกร สำแดงภัย เลขที่4 ม4/3</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 02:27:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055205794</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ย่าโมแลนด์เฮ้าส์คอนโดมิเนียม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา นครราชสีมา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055212477</link>
         <description><![CDATA[<p>เหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันเป็นที่มาแห่งวีรกรรมของท้าวสุรนารี เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๓๖๙ หลังจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติได้เพียง ๒ ปี พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๓ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ บันทึกความไว้ว่า</p><p>"เจ้าอนุเวียงจันทน์เป็นกบฎ... ฝ่ายอนุเวียงจันทน์ตั้งแต่กลับไปถึงเมืองแล้วก็ตรึกตรองที่จะคิดมา ประทุษร้ายต่อกรุงเทพมหานคร จึงให้หาอุปราช ราชวงศ์ สุทธิสารกับท้าวเพี้ยขุนนางผู้ใหญ่ มาปรึกษาว่าที่กรุงเดี๋ยวนี้มีแต่เจ้านายเด็กๆ ขุนนางผู้ใหญ่ก็น้อยตัว ฝีมือทัพศึกก็อ่อนแอ ทั้งเจ้าพระยานครราชสีมาก็ไม่อยู่ หัวเมืองรายทางก็ไม่มีที่กีดขวาง การเป็นที่หนักหนาแล้ว ไม่ควรเราจะเป็นเมืองขึ้น ชาวอังกฤษก็มารบกวนอยู่เราจะยกทัพไปตีเอากรุงก็เห็นจะได้โดยง่าย..."</p><p>เจ้าอนุวงศ์ หรือเรียกกันเป็นสามัญว่า เจ้าอนุ ตามที่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารนี้ เป็นบุตรพระเจ้าบุญสาร เสด็จขึ้นครองนครเวียงจันทน์ ต่อจากเจ้าอินทวงศ์ เป็นผู้มีความสวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯ มาแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลงมาเฝ้า และรับทำราชการต่างๆ โดยแข่งขันสืบมา จนเป็นที่สนิทชิดชอบพระราชอัธยาศัย ส่วนมูลเหตุที่เจ้าอนุวงศ์คิดเป็นกบฎ จะเข้ามาตีกรุงเทพฯ กล่าวว่า เนื่องจากทูลขอครัวชาวเวียงจันทน์ ที่ถูกกวาดต้อนมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี เพื่อจะนำกลับไปบ้านเมือง แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่พระราชทานให้ตามประสงค์ ด้วยทรงพระราชดำริว่า ครัวชาวเวียงจันทน์เหล่านี้ ได้ตั้งภูมิลำเนาอยู่เป็นหลักแหล่งมั่นคงแล้ว ซึ่งเป็นเหตุให้เจ้าอนุวงศ์มีความอัปยศ จึงเป็นกบฎจะยกทัพเข้ามาตีกรุงเทพมหานคร</p><p>การเตรียมกำลังเข้ามาตีกรุงเทพฯ ครั้งนั้นเจ้าอนุวงศ์ได้ไปเกลี้ยกล่อมบรรดาหัวเมืองต่างๆ ให้เข้าร่วมด้วย เจ้าเมืองใดขัดขืนก็ฆ่าเสีย มีเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ เป็นต้น ราษฎรและเจ้าเมืองอื่นๆ พากันกลัวอำนาจยอมเข้าด้วยหลายเมือง เมื่อเห็นว่ามีกำลังมากพอ ก็ให้ยกกองทัพไปพร้อมกันที่เมืองนครราชสีมา</p><p>มีบันทึกเหตุการณ์ซึ่งเป็นลางร้ายก่อนเจ้าอนุวงศ์จะยกกองทัพออกจากเมือง เวียงจันทน์ว่า</p><p>"...เมื่อ ณ เดือน ๖ ปีจออัฐศก (พ.ศ.๒๓๖๙) เวลากลางวันเกิดลมพายุใหญ่พัดช่อฟ้าใบระกา หอพระแก้วพระบางหลังคาเรือนอนุหักไปเป็นอันมาก เรือนภรรยาอนุทลาย ๕ หลัง แต่เรือนราษฎรชาวบ้านหักพังประมาณ ๔๐-๕๐ หลัง ครั้นมาถึงเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ อนุยังเกณฑ์กองทัพอยู่นั้น บังเกิดดาวพฤหัสบดีขึ้นทางทิศทักษิณเมื่อเวลาดึกประมาณ ๒ ยามเศษ เกิดแผ่นดินไหวที่เมืองเวียงจันทน์ ถ้วยชามสิ่งของรูปพรรณกระทบกัน ครั้นรุ่งสว่างขึ้นเห็นแผ่นดินแยกออกในกำแพงท้ายเมือง ยาวประมาณ ๒ วา กว้างประมาณศอกเศษ ลึกประมาณเส้นเศษ อนุเห็นดังนั้น จึงหาโหรมาดูว่าดีหรือร้ายประการใด จะยกกองทัพลงไปตีกรุงจะปราชัยหรือมีชัย โหรทำนายว่าเหตุนี้ร้ายนักจะปราชัย..."</p><p>แม้โหรทำนายเช่นนั้นแต่เจ้าอนุวงศ์ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะยกทัพมาตี กรุงเทพฯ เจ้าอนุวงศ์เองนั้นเกณฑ์กองทัพเมืองเวียงจันทน์ ยกข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งอยู่บ้านพันพร้าว ฝึกหัดกองทัพอยู่ ส่วนทัพหน้าให้เจ้าราชวงศ์คุมคนยกล่วงมาถึงเมืองนครราชสีมา หลังจากเบิกเสบียงจากเมืองนครราชสีมาแล้วก็ยกทัพล่วงหน้าไปเมืองสระบุรี จากนั้นเจ้าอนุวงศ์กับเจ้าสุทธิสารราชบุตรก็ยกทัพตามลงมาถึงเมือง นครราชสีมา</p><p>การที่กองทัพของเจ้าอนุวงศ์ยกผ่านเมืองต่างๆ ไปโดยสะดวก ก็โดยใช้อุบางลวงเจ้าเมืองกรมการรายทางว่า มีศุภอักษรจากกรุงเทพฯ โปรดให้เกณพ์กองทัพมาช่วยรบกับอังกฤษ เจ้าเมืองกรมการเมืองหลงกลและพากันเชื่อฟังจัดหาเสบียงอาหารให้ และไม่มีใครขัดขวางยอมให้ผ่านไปแต่โดยดีทุกเมือง</p><p>เมื่อเจ้าอนุวงศ์ยกกองทัพมาตั้งอยู่ที่เมืองนครราชสีมานั้น เป็นเวลาที่เจ้าพระยานครราชสีมาไม่อยู่ ไปราชการที่เมืองขุขันธ์ คงมีแต่กรมการผู้น้อยรักษาเมืองอยู่ เช่น พระยาพรหมยกรบัตร เป็นต้น เจ้าอนุวงศ์ได้สั่งให้พระยาพรหมยกรบัตรเตรียมกวาดครอบครัวขึ้นไปเมือง เวียงจันทน์ให้เสร็จภายในเวลา ๔ วัน พระยาพรหมยกรบัตรกลัวอำนาจก็จำต้องยอมทำตาม และแกล้งจัดหาหญิงรูปงามให้เจ้าอนุวงศ์เพื่อลวงให้ตายใจ</p><p>ฝ่ายพระยาปลัดซึ่งไปราชการกับเจ้าเมืองนครราชสีมา เมื่อทราบข่าวว่าเจ้าอนุวงศ์ลงมากวาดต้อนครัวเมืองนครราชสีมาไปเป็น จำนวนมาก จึงขออนุญาตเจ้าพระยานครราชสีมากลับมาช่วยครอบครัวและชาวเมือง ได้เข้าเฝ้าเจ้าอนุวงศ์ โดยลวงเจ้าอนุวงศ์ว่า เจ้าเมืองนครราชสีมาหนีไปเสียแล้ว เจ้าอนุวงศ์หลงเชื่อ ก็มอบให้พระยาปลัด และพระยาพรหมยกรบัตร ควบคุมครัวเมืองนครราชสีมา ออกเดินทางไปเมืองเวียงจันทน์ ดังมีหลักฐานเล่าเหตุการณ์รายงานในใบบอกพระยาปลัดเมืองนครราชสีมา แจ้งมายังค่ายหลวง มีความโดยละเอียดว่า</p><p>"...ข้าพเจ้าพญาปลัด พญายกรบัตร หลวงพิชัย หลวงเมือง กรมการเมืองนครราชสีมา บอกลงมาว่าด้วยอยู่ ณ วันเดือน ๓ แรม ๗ ค่ำ ปีจออัฐศกเจ้าเวียงจันทน์เข้ามาถึงเมืองนครราชสีมา เจ้าเวียงจันทน์ให้หาพญายกรบัตรหลวงสัสดี หลวงเมือง หลวงนา หลวงนรา หลวงปลัดเมืองพิมาย ออกไปเจ้าเวียงจันทน์ว่ากับกรมการว่า ถ้าผู้ใดมิยอมไปด้วยเจ้าเวียงจันทน์ฯ จะฆ่าเสียให้สิ้น... เจ้าเวียงจันทน์ให้กองทัพไล่ครัวนอกเมืองในเมืองออกแล้ว แต่กองทัพคุมครัวยกไป...ข้าพเจ้ายกไปทันครัว ณ บ้านปราสาท... ข้าพเจ้ากับกรมการปรึกษาให้ไล่ครัวเข้ามาตั้ง ณ บ้านสำริด แขวงเมืองพิมาย ข้าพเจ้ากรมการได้บอกข้อความให้ขุนพลถือลงมาบอกกองทัพยกขึ้นไปช่วย ก็หาเห็นกองทัพยกขึ้นไปไม่ ครั้น ณ วันเดือน ๔ แรม ๘ ค่ำ เจ้าเวียงจันทน์ให้ยกกองทัพประมาณพันเศษไปตีชิงเอาครัว ข้าพเจ้ากรมการกับหมื่นศรีธนรัตน หลวงปลัดพิมาย พระณรงค์เดชะ เกณฑ์กำลังครัวได้ ๕๐๐๐ เศษ ยกออกรบ ตีกองทัพเจ้าเวียงจันทน์แตก... เจ้าเวียงจันทน์ แต่งให้เจ้าสุทธิสาร บุตร คุมคนประมาณ ๖๐๐๐ เศษ ยกไปตีข้าพเจ้ากรมการอีก ข้าพเจ้ากรมการ... ยกออกตีกองทัพเจ้าสุทธิสารแตก ข้าพเจ้ากรมการฆ่ากองทัพเจ้าสุทธิสารตายประมาณ ๑๐๐๐ เศษ ได้ปืนเชลยศักดิ์ ๕๐ บอก..."</p><p>เหตุการณ์ที่ครัวชาวเมืองนครราชสีมารวมกำลังกันต่อสู้ครั้งนี้เองที่ได้ เกิดวีรสตรีคนสำคัญขึ้นในประวัติศาสตร์ของชาติไทย นั่นคือ ท่านผู้หญิงโมภริยาพระยาปลัด ได้ควบคุมกำลังฝ่ายผู้หญิงนุนช่วยสู้รบอย่างองอาจกล้าหาญ โดยคบคิดวางแผนกับผู้นำฝ่ายชายและกรมการเมือง จัดหาหญิงสาวให้นายทัพนายกองที่ควบคุมครัวไปจนถึงชั้นไพร่ จนพวกลาวกับครัวชาวเมืองสนิทเป็นอันดีแล้ว ก็ออกอุบายแจ้งว่าครอบครัวที่อพยพไปได้รับความยากลำบากอดอยากนัก ขอมีด ขวาน ปืน พอจะได้ยิงเนื้อมากินเป็นเสบียงเลี้ยงครัวไปตามทาง</p><p>เมื่อเดินทางถึงทุ่งสัมฤทธิ์ก็พร้อมใจกันเข้าสู้ทัพลาว ด้วยอาวุธอันมีอยู่น้อยนิด บ้างก็ตัดไม้ตะบองเสี้ยมเป็นหลาวบ้าง สามารถฆ่าฟันศัตรูล้มตายเป็นจำนวนมาก ดังมีความในใบบอกข้างต้น</p><p>หลังจากชัยชนะของชาวครัวเมืองนครราชสีมาครั้งนี้ ทำให้เจ้าอนุวงศ์หวาดหลั่นไม่กล้าที่จะยกทัพลงมายังกรุงเทพฯ พากันถอยทัพกลับไปและถูกปราบจับตัวมาลงโทษ ณ กรุงเทพมหานคร ในที่สุด</p><p>จากวีรกรรมของคุณหญิงโมที่ได้รวบรวมครัวชายหญิงชาวเมืองนครราชสีมา เข้าต่อสู้ข้าศึกศัตรูจนแตกพ่ายไปครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบำเหน็จความชอบแต่งตั้งขึ้นเป็น&nbsp;ท้าว สุรนารี</p><p>ท้ายสุรนารี หรือคุณหญิงโม เกิดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๑๔ ในแผ่นดินกรุงธนบุรี เมื่ออายุได้ ๒๕ ปี ได้สมรสกับเจ้าพระยาหิศราธิบดี (ทองคำ) ที่ปรึกษาราชการเมืองนครราชสีมา แต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งปลัดเมืองนครราชสีมา ซึ่งชาวเมืองเรียกสั้นๆ ว่า พระยาปลัด มีนิวาสสถานอยู่บริเวณตรงข้ามวัดพระนารายณ์มหาราช (วัดกลางนคร) ท้าวสุรนารีถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือน ๕ ปีชวด จัตวาศก จุลศักราช ๑๒๑๔ พุทธศักราช ๒๓๙๕ รวมอายุได้ ๘๑ ปี หลังจากกระทำพิธีฌาปนกิจแล้ว เจ้าคุณสามีได้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ ณ วัดศาลาลอย ต่อมาเจดีย์ชำรุดลงจึงได้ย้ายอัฐิมาบรรจุไว้ที่กู่ที่วัดพระนารายณ์ มหาราช จนกระทั่งเมื่อทางการและประชาชน ชาวนครราชสีมา ได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ของท่านไว้ ณ หน้าประตูชุมพล เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๗ จึงได้นำอัฐิของท้าวสุรนารีมาประดิษฐานในฐานอนุสาวรีย์แห่งนี้</p><p>ที่หน้าประตูชุมพล ประตูเมืองเก่าด้านทิศตะวันตกของเมืองโคราชหรือเมืองนครราชสีมา ทุกวันนี้ยังปรากฎอนุสาวรีย์ของวีรสตรีท่านนี้ ประดิษฐานในอาการที่พร้อมจะเข้าต่อสู้ เพื่อปกป้องคุ้มครองชาวเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย</p><p>อนุสาวรีย์รูปท้าวสุรนารีดังกล่าวนี้ สร้างเป็นรูปปั้นสุภาพสตรีมีเครื่องแต่งกายอย่างหญิงมีบรรดาศักดิ์สมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น คือนุ่งผ้าจีบ ห่มสไบคลุมมีอย่างน้อย ไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม ในมือถือดาบ ในลักษณะเตรียมพร้อมที่จะปกปักรักษาบ้านเมือง นอกจากนี้ เพื่อให้อนุสาวรีย์นี้มีความหมายในฐานะเป็นที่เคารพสักการะรำลึกถึงท่าน ท้าวสุรนารีอย่างแท้จริง ทางการจึงได้เชิญอัฐิของท่านมาประดิษฐานไว้ ณ ฐานของอนุสาวรีย์ด้วย</p><p> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?q=https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php%3Fbook%3D21%26chap%3D2%26page%3Dt21-2-infodetail03.html&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwi_96m7g62HAxXES2cHHbf5BBMQFnoECCQQAQ&amp;usg=AOvVaw1Nvu4Mcma-xiEWobfnTRtv">https://www.google.com/url?q=https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php%3Fbook%3D21%26chap%3D2%26page%3Dt21-2-infodetail03.html&amp;sa=U&amp;sqi=2&amp;ved=2ahUKEwi_96m7g62HAxXES2cHHbf5BBMQFnoECCQQAQ&amp;usg=AOvVaw1Nvu4Mcma-xiEWobfnTRtv</a></p><p><br/></p><p>อภิเดช เกตุตอน เลขที่7 ชั้น4/3</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 02:32:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055212477</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ถนน ราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา นครราชสีมา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055492958</link>
         <description><![CDATA[<p>จัดทำโดย ปัญจพล แก้วกาหลง ชั้นม.4/1 เลขที่3</p><p><strong>ท้าวสุรนารี</strong> หรือ <strong>คุณหญิงโม</strong> (ต้นฉบับว่า <strong>ท่านผู้หญิงโม้</strong>)<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5#cite_note-%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3-1"><sup>[1]</sup></a> นิยมเรียกว่า <strong>ย่าโม</strong> (พ.ศ. 2314 – เมษายน พ.ศ. 2395) เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวีรสตรีมีส่วนกอบกู้เมือง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2">นครราชสีมา</a>จากกองทัพ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C">เจ้าอนุวงศ์</a> พระมหากษัตริย์<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C">เวียงจันทน์</a> เมื่อปี พ.ศ. 2369 ในรัชสมัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> ภายหลังคุณหญิงโมได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นท้าวสุรนารี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5#cite_note-%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3-1"><sup>[1]</sup></a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/JXv5Vq0O5N0?si=-2Q17LNu2xR_Vq-9" />
         <pubDate>2024-07-17 06:47:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055492958</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เขาวัง ตำบล คลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี เพชรบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055502893</link>
         <description><![CDATA[<p>พระนครคีรี หรือที่เรียกกันติดปากว่า เขาวัง เป็นพระราชวังแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่สร้างอยู่บนยอดเขา แต่เดิมเป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงผนวชเคยมาปฏิบัติธรรมที่ยอดเขาแห่งนี้ หลังจากขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้น ประกอบด้วยพระที่นั่ง พระตำหนัก วัด กลุ่มอาคารต่างๆ มากมาย แบ่งออกเป็น 3 ทิศ คือ</p><p><br/></p><p>– เขายอดกลาง เป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร</p><p><br/></p><p>– ยอดเขาด้านตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว</p><p><br/></p><p>– ยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวัง พระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆ</p><p><br/></p><p>จัดทำโดยนายธรรมธัช มากเรืองศรี ชั้น ม.4/2 เลขที่5</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 06:59:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055502893</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กรุงเทพมหานคร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055558065</link>
         <description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานครฯ ราชอาณาจักรรัตนโกสินทร์</p><p>เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนพ.ศ 2,363 มีสนธิสัญญาเบอร์นิ่งคือสนธิสัญญาทางพระราช ไมตรีและการพาณิชย์ ฉบับแรกที่สยามได้ทำกับประเทศตะวันตก เขาต้องใช้เวลาถึง 5 เดือนจึงสามารถทำสนธิสัญญาได้ โดยจัดทำเป็น 4 ภาษา แหล่งอ้างอิง; <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?sa=t&amp;source=web&amp;rct=j&amp;opi=89978449&amp;url=http://www.digitalschool.club/digitalschool/social1_1_1/social3_4/lesson4_1/page4.php&amp;ved=2ahUKEwjQ-aWiza2HAxVHSWwGHb1bAYYQFnoECBQQAQ&amp;usg=AOvVaw2aUgx2x6mDkU7rEwkjIxtr">https://www.google.com/url?sa=t&amp;source=web&amp;rct=j&amp;opi=89978449&amp;url=http://www.digitalschool.club/digitalschool/social1_1_1/social3_4/lesson4_1/page4.php&amp;ved=2ahUKEwjQ-aWiza2HAxVHSWwGHb1bAYYQFnoECBQQAQ&amp;usg=AOvVaw2aUgx2x6mDkU7rEwkjIxtr</a></p><p><br/></p><p>นางสาว จันทราพร สิงห์สถิตย์ ม.4/1 เลขที่ 17 </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 08:17:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055558065</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ตำบล ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ เพชรบูรณ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055564082</link>
         <description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อปีพ.ศ.2447 ประมาณ 118 ปีที่ผ่านมา สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงค้นพบเมืองโบราณศรีเทพ ที่ถูกทิ้งร้างอยู่กลางป่า ซึ่งเดิมชาวบ้านเรียกว่า เมืองอภัยสาลี ต่อมาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พบเมืองโบราณขนาดใหญ่ใกล้กับเมืองวิเชียรบุรี ซึ่งเมืองวิเชียรบุรีนั้น มีชื่อเดิมว่า เมืองท่าโรง และเมืองศรีเทพจึงทรงมีพระวินิจฉัยว่า ชื่อเมืองโบราณแห่งนี้น่าจะเป็นต้นเค้าของการเรียกชื่อเดิมของเมืองวิเชียรบุรีว่า "เมืองศรีเทพ"</p><p><br></p><p>แหล่งอ้างอิง</p><p>:<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/331816">https://www.thaipbs.or.th/news/content/331816</a></p><p>นาย อนุสรณ์ ภักชุมแสง 4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 08:28:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055564082</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055565330</link>
         <description><![CDATA[<p>ธรรมชาติ" และ "อากาศบริสุทธิ์" ไม่ไกลจากเมืองหลวง</p><p>ที่หลายคนฝันถึงและอยากจะมาสัมผัสสักครั้ง</p><p>อุทยานที่เป็นผืนป่ามรดกโลก ดินแดนสวรรค์แห่งนักท่องไพร และบ้านหลังใหญ่ของสัตว์ป่า</p><p>อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีความสำคัญในระดับโลกและระดับภูมิภาคอาเซียน คือ เป็นหนึ่งในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ (World Heritage Site) และอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ครอบคลุม 4 จังหวัด ประกอบด้วย สระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก</p><p>พื้นที่เกือบ 2,206 ตารางกิโลเมตรของอุทยานแห่งชาติจึงเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญ หายาก และใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด รวมถึงนกมากกว่า 280 ชนิด จึงทำให้เป็นที่นิยมของนักดูนกจากทั่วโลก</p><p>น.ส ณัฐชา โสภา เลขที่24 ชั้น4/3</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 08:30:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3055565330</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตำบล ตาเป๊ก อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3056299691</link>
         <description><![CDATA[<p>จัดทำโดย นางสาวประภาวดี บุญประสิทธิ์ ม.4/2 เลขที่10</p><p><br/></p><p>ปราสาทพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโบราณสถานศิลปะแบบเขมรในประเทศไทยที่มีความงดงามและมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย</p><p>ศาสนสถานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เขาพนมรุ้งและปราสาทบนยอดเขาจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ และยังเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางจักรวาลอีกด้วย กลุ่มอาคารบนยอดเขามีการก่อสร้างหลายยุคสมัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 - 18</p><p>&nbsp;ชื่อ “พนมรุ้ง” มาจากภาษาเขมรว่า “วนํรุง” แปลว่า ภูเขาอันกว้างใหญ่ โดยคำนี้ปรากฎอยู่ในศิลาจารึกอักษรขอมพบที่ปราสาทพนมรุ้ง และยังปรากฏชื่อผู้สร้างปราสาท คือ “นเรนทราทิตย์” เชื้อสายราชวงศ์มหิธรปุระผู้เกี่ยวข้องเป็นพระญาติกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างปราสาทนครวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp; <br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กรมศิลปากรได้ดำเนินการอนุรักษ์ปราสาทพนมรุ้งโดยประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานปราสาทพนมรุ้งในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2478 และได้ดำเนินการบูรณะปราสาทระหว่าง พุทธศักราช 2514 - 2531 ต่อมาได้ประกาศขอบเขตโบราณสถาน เนื้อที่ 451 ไร่ 11 ตารางวา ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 93 ตอนที่ 141 วันที่ 9 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2519 และกรมศิลปากรได้จัดตั้งโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ขึ้นและเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-18 04:06:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3056299691</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุสานหอย 75 ล้านปี ตำบล ไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ กระบี่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3056302545</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สุสานหอย – สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่</strong></p><p>  </p><p>น.ส.เบญญาภา ธูปพนม ม.4/2 เลขที่19</p><p><br/></p><p>สุสานหอย เป็นปรากฏการ ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการทับถม ตัวของซากหอยขมน้ำจืด เมื่อประมาณ 40-50 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งทางนักธรณีวิทยา ได้สันนิษฐานว่า ในอดีตนั้น สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ลุ่มแม่น้ำ และเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ จากนั้นเปลือกโลกได้มีการยกตัวขึ้น กลายเป็นที่ดอน และมีการสะสมกันของ ฟอสซิลหนา จนกระทั่ง ประมาณ 10,000 ปีที่แล้วน้ำทะเลได้เพิ่มขึ้น และไหลเข้าท่วมทำให้ธาตุหินปูน ในน้ำทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำให้เป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นหินแข็ง เมื่อแผ่นดินถูกยกขึ้น และน้ำทะเลได้ไหลเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่ม จนทำให้ที่แห่งนี้เป็นชายฝั่งทะเลในที่สุด</p><p>สุสานหอย นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยว แห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรมองข้าม เนื่องจาก ทั่วโลกนั้นมี สุสานหอยเพียง 3 ประเทศเท่านั้น คือ ประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น และประเทศสหรัฐอเมริกา</p><p>สุสานหอย ตั้งอยู่ในเขตของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี บนชายหาดทะเลบ้านแหลมโพธิ์ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา ห่างจากตัวเมืองกระบี่ ประมาณ 17 กิโลเมตร ลักษณะเด่นของ สุสานหอย นักท่องเที่ยว จะได้พบเห็นกับ สิ่งมหัศจรรย์ ทางธรรมชาติ นั่นก็คือ จะเห็นเหมือนกับลานหินกว้างใหญ่ ยื่นลงไปในทะเล หากแต่เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะพบว่า นั่นเป็น ฟอสซิลของหอยขมน้ำจืด ที่มีการทับถมกัน เมื่อประมาณ 40-50 ล้านปีมาแล้ว</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-18 04:09:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3056302545</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย สุโขทัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3056325270</link>
         <description><![CDATA[<p>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทยภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีโบราณสถานทั้งหมด 283 แห่ง สำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง รวมทั้งสุสานวัดชมชื่นและเตาสังคโลกโบราณ</p><p><br/></p><p>เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย</p><p>และเมืองบริวาร *</p><p>  แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก</p><p><br/></p><p>วัดช้างล้อมในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย</p><p><br/></p><p>จัดทำโดย</p><p>นางสาว พัชราลักษณ์ จุ้ยบำเพ็ญ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-18 04:31:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3056325270</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ตำบล เขาแก้ว อำเภอ ลานสกา นครศรีธรรมราช                                         น.ส.ธนัญชนก แตงเล็ก ม.4/2 เลขที่17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3057213437</link>
         <description><![CDATA[<p>อุทยานแห่งชาติเขาหลวง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่สำคัญของ จังหวัด นครศรีธรรมราช เนื่องจาก อุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม มีวิวทิวทัศน์ที่น่าสนใจ จนทำให้ ได้รับรางวัล ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม อวอร์ด (ยอดเยี่ยม กินรีทอง) ประจำปี 2541 ประเภท แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยอดเยี่ยม จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</p><p>แหล่งท่องเที่ยวเขาหลวง ได้รับการประกาศให้เป็น อุทยานแห่งชาติเขาหลวง เมื่อวันที่ 18 เดือนธันวาคม พุทธศักราช 2517 โดย อุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีพื้นที่มากกว่า 597 ตารางกิโลเมตร ครองคลุมพื้นที่ของ อำเภอเมือง อำเภอพรหมคีรี อำเภอพิปูน อำเภอสกา อำเภอนบพิตำ และอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบไปด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแห่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร ต่างๆ มากกว่า 15 สาย มียอดเขาซึ่งนับได้ว่าเป็นยอดเขาที่มีความสูงที่สุด ในภาคใต้ คือยอดเขาหลวง มีความสูงถึง 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเล</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-19 04:47:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3057213437</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เจดีย์แดงโบราณสถาน ตำบล บ้านหม้อ อำเภอเมืองเพชรบุรี เพชรบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3057995268</link>
         <description><![CDATA[<p>ตั้งอยู่ ม.2 บ้านไร่เพนียด ต.บ้านหม้อ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี จากรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของเจดีย์สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุอยู่ในช่วงตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่ 23 อาจสัมพันธ์กับเหตุการณ์เมื่อครั้งขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) เสด็จมาล้อมช้างที่เพชรบุรี ซึ่งสอดคล้องกับชื่อบ้านไร่เพนียด</p><p>จัดทำโดย นางสาวนันธิดา สีลา ชั้นม.4/2เลขที่34</p>]]></description>
         <enclosure url="https://www.matichonacademy.com/tour-story/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94" />
         <pubDate>2024-07-21 05:12:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3057995268</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซอย สมเด็จเจ้าพระยา 3 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058005032</link>
         <description><![CDATA[<p> อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ซึ่งสร้างขึ้นสนองกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ พ.ศ. 2536 ที่จะให้อนุรักษ์อาคารเก่าในย่านนิวาสสถานเดิมครั้งทรงพระเยาว์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ และพัฒนาพื้นที่ซึ่งนายแดง นานา และนายเล็ก นานา ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ได้พร้อมใจน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายจำนวน 4 ไร่ ในบริเวณชุมชนหลังวัดอนงคาราม ให้เป็นสวนสาธารณะระดับชุมชน</p><p>  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นเจ้าของที่ดิน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลและหน่วยงานต่างๆ ร่วมดำเนินการในรูปคณะกรรมการจัดสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีตามแนวพระราชดำริ  </p><p>นางสาวมนัสนันท์ มาลาวงษ์ เลขที่20 ชั้นม.4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2606997256/ccbbf8d9abe2bd8f9f8ce7641c198fa9/1000002062.jpg" />
         <pubDate>2024-07-21 06:00:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058005032</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เมืองโบราณ ถนน สุขุมวิท ตำบล บางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ</title>
         <author>xinthrchidphimchnk</author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058005619</link>
         <description><![CDATA[<p>เมืองโบราณสมุทรปราการ </p><p>นางสาว อภิญญา อินทรศร เลขที่23 ม.4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=FLJYi6NDipo" />
         <pubDate>2024-07-21 06:03:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058005619</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบล โป่งผา อำเภอแม่สาย เชียงราย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058009119</link>
         <description><![CDATA[<p>นอกจากนี้ยังเคยมีนักฟุตบอลและโค้ช13 ชีวิตได้ออกไปเที่ยว และหายไปในเวลาต่อมา</p><p>ใช้เวลาการตามทั้งสิ้น17 วัน มีวีรบุรุษที่เสียชีวิตลงในการตามหาคือจ่าแซม</p><p>นางสาวธีราพร เกตุระหงษ์ เลขที่17 ชั้น4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/7vyrEe7YoNM?si=BvA0pHD5PcIKqQIK" />
         <pubDate>2024-07-21 06:21:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058009119</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดพระธาตุดอยคำ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058044774</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-21 09:03:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058044774</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ถนน มหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058047880</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.นันท์นลิน เกิ้งอินถา ม.4/2 เลขที่ 33</p>]]></description>
         <enclosure url="https://images.unsplash.com/photo-1712997230352-bed7a4c50ea9?crop=entropy&amp;cs=srgb&amp;fm=jpg&amp;ixid=M3w3ODI2fDB8MXxzZWFyY2h8MTB8fCVFMCVCOCU5RSVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCMCVFMCVCOCU5NyVFMCVCOCVCNSVFMCVCOSU4OCVFMCVCOCU5OSVFMCVCOCVCMSVFMCVCOSU4OCVFMCVCOCU4NyVFMCVCOCU4OCVFMCVCOCVCMSVFMCVCOCU4MSVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCNSVFMCVCOCVBMSVFMCVCOCVBQiVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCU5QiVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCVBQSVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCU5NyUyMCVFMCVCOCU5NiVFMCVCOCU5OSVFMCVCOCU5OSUyMCVFMCVCOCVBMSVFMCVCOCVBQiVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCU4QSUyMCVFMCVCOSU4MSVFMCVCOCU4MiVFMCVCOCVBNyVFMCVCOCU4NyVFMCVCOCU5RSVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCMCVFMCVCOCU5QSVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVBMSVFMCVCOCVBMSVFMCVCOCVBQiVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCU4QSVFMCVCOCVBNyVFMCVCOCVCMSVFMCVCOCU4NyUyMCVFMCVCOSU4MCVFMCVCOCU4MiVFMCVCOCU5NSVFMCVCOCU5RSVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCMCVFMCVCOCU5OSVFMCVCOCU4NCVFMCVCOCVBMyUyMCVFMCVCOCU4MSVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCOCVFMCVCOCU4NyVFMCVCOSU4MCVFMCVCOCU5NyVFMCVCOCU5RSVFMCVCOCVBMSVFMCVCOCVBQiVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCU5OSVFMCVCOCU4NCVFMCVCOCVBM3x0aHwxfHx8fDE3MjE1NTMyMTJ8MA&amp;ixlib=rb-4.0.3&amp;q=85" />
         <pubDate>2024-07-21 09:16:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058047880</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภูเก็ต</title>
         <author>satungtung00</author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058629311</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภูเก็ต</strong> หรือที่เคยรู้จักแต่โบราณในนาม <strong>เมืองถลาง</strong> เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประเทศไทย</a>ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นโดยสิ้นเชิง คือเป็นเกาะซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประเทศไทย</a></p><p>การเดินทางเข้าสู่ภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทางเดียวผ่านทางจังหวัดพังงา ข้าม<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">สะพานสารสิน</a>และสะพานคู่ขนาน คือ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;action=edit&amp;redlink=1">สะพานท้าวเทพกระษัตรี</a>เข้าสู่ตัวจังหวัด และทางอากาศซึ่งมี<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95">ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต</a>รองรับ ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะ ด้านทิศตะวันตก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เดิมคำว่า ภูเก็ต นั้นใช้คำว่า <strong>ภูเก็จ</strong> อันแปลว่าเมืองแก้ว ตรงกับความหมายเดิมซึ่งชาวทมิฬเรียก <strong>มณีคราม</strong> ตามหลักฐาน <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._1568">พ.ศ. 1568</a>ภูเก็ตเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่าง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99">จีน</a>กับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">อินเดีย</a>โดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ หนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%B5">ปโตเลมี</a>เมื่อประมาณ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._700">พ.ศ. 700</a>กล่าวถึงการเดินทางจากแหลม<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4">สุวรรณภูมิ</a>ลงมาจนถึง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B9">แหลมมลายู</a>ซึ่งต้องผ่านแหลม <strong>จังซีลอน</strong> หรือเกาะภูเก็ตนั่นเอง&nbsp;&nbsp; จาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประวัติศาสตร์ไทย</a>ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C">อาณาจักรตามพรลิงก์</a>ต่อมาจนถึงสมัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3&amp;action=edit&amp;redlink=1">อาณาจักรศิริธรรมนคร</a>เรียกเกาะภูเก็ตว่า เมืองตะกั่วถลาง เป็นเมืองที่ 11 ใน 12 เมือง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3">นักษัตร</a>โดยใช้ตราเป็นรูปสุนัข จนถึงสมัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">สุโขทัย</a>เมืองถลางไปขึ้นกับเมือง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2">ตะกั่วป่า</a>ในสมัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2">อยุธยา</a>ชาว<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2">ฮอลันดา</a>มาสร้างสถานที่เก็บสินค้าเพื่อรับซื้อแร่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81">ดีบุก</a>จากเมืองภูเก็ต</p><p>ในรัชสมัยของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81">พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก</a>ได้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E">สงครามเก้าทัพ</a>ขึ้น <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%87">พระเจ้าปดุง</a>กษัตริย์ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2">ประเทศพม่า</a>ในสมัยนั้น ได้ให้แม่ทัพยกทัพมาตีหัวเมือง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">ปักษ์ใต้</a>เช่นไชยา นครศรีธรรมราช และให้ยี่หวุ่นนำกำลังทัพเรือพล ๓,๐๐๐ คนเข้าตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่งและเมืองถลาง ซึ่งขณะนั้นเจ้าเมืองถลาง (พญาพิมลอัยาขัน) เพิ่งถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงจัน ผู้ภรรยา และคุณมุก น้องสาว จึงรวบรวมกำลังต่อสู้กับพม่าจนชนะเมื่อวันที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/13_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1">13 มีนาคม</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2328">พ.ศ. 2328</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช</a>จึงทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5">ท้าวเทพกระษัตรี</a>และคุณมุกเป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3">ท้าวศรีสุนทร</a></p><p>ในรัชสมัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a>ได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็น <strong>มณฑลภูเก็จ</strong> และเมื่อปี <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2476">พ.ศ. 2476</a>ได้ยกเลิกระบบ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5">มณฑลเทศาภิบาล</a>เปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต จนถึงปัจจุบัน</p><p>น.ส.ณัฐชา จันทร์ศรีทอง ม.4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-22 07:29:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3058629311</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชุมชนเมืองเก่าลันตา ตำบล เกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา กระบี่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059410402</link>
         <description><![CDATA[<p>&nbsp; เมืองเก่าลันตา เป็นชุมชนชาวประมงที่เก่าแก่มานานหลายร้อยปี ที่มีการอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างประสมประสานกัน ของเชื้อชาติและชุมชนในหลายๆแบบ อาทิ ชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม ซึ่งชุมชนดั้งเดิมของเกาะลันตา คือ ชุมชานชาวไทยใหม่ ซึ่งเป็นการอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างถ้อยที ถ้อยอาศัยและมีไมตรีจิตสามัคคีและกลมเกลียวกัน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพื่อให้ทริปการเที่ยวบนเกาะลันตาเป็นไปอย่างสนุกสนาน คุณต้องเช่ามอเตอร์ไซต์ขี่เลียบตามทางหมู่บ้านเพื่อทำการสำรวจและเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวไทยหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งตลอดสองข้างทางของชุมชนเมืองเก่าเกาะลันตา จะเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนแบบดั้งเดิม ที่ยังคงลักษณะการตกแต่งสถาปัตยกรรมตาม แบบบ้านจีนโบราณ นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านยิปซีทะเลตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ มีร้านค้าเปิดขายของ ขายอาหารทะเลสด อาหารแห้ง รวมไปทั้งของที่ระลึกจากเกาะลันตา ซึ่งเป็นจุดยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนและแวะซื้อของกลับไปฝากที่บ้านทุกครั้ง    </p><p><br/></p><p><br/></p><p>น.ส. วิชญาดา ศรีจันทร์ผ่อง ชั้นม.4/2 เลขที่28</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-23 06:25:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059410402</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สะพานสารสิน ตำบล ไม้ขาว อำเภอถลาง ภูเก็ต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059414897</link>
         <description><![CDATA[<p>สะพานสารสิน เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างจังหวัดพังงา-ภูเก็ต มีประวัติ เป็นตำนานของคู่รัก ที่ฝ่ายชาย มีฐานะยากจน ส่วนฝ่ายหญิงค่อนข้างมีฐานะ ทำให้ครอบครัวทั้งสองกีดกันความรัก จนสุดท้าย เมื่อความเป็นจริงบนโลกนี้ไม่อาจสมหวังกันได้ ก็เลยตัดสินใจ นำผ้าขาวม้ามาผูกรอบเอวไว้ด้วยกัน แล้วกระโดดลงทะเล จบชีวิตไปด้วยกัน</p><p>จัดทำโดย</p><p>นางสาว วิชญาพร วงค์บุตรดี ชั้นม.4/2 เลขที่ 29</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-23 06:31:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059414897</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตำบล บ้านเชียง อำเภอหนองหาน อุดรธานี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059462068</link>
         <description><![CDATA[<p>พบโครงกระดูกคนราว 130 โครง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-23 07:37:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059462068</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เมืองเก่าเวสาลี ตำบล สำโรงชัย อำเภอ ไพศาลี นครสวรรค์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059468190</link>
         <description><![CDATA[<p>ความเก่าแก่ของเมืองเก่าเวสาลีที่ปรากฏหลักฐานจากการสำรวจของกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2511 สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยทวารวดี โดยมีลักษณะเป็นเมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมมน มีกำแพงดินสองชั้น มีคูเมืองคั่นกลาง ยาวประมาณ 700 เมตร กว้าง 500 เมตร และเป็นเมืองที่มีพัฒนาการผ่านหลายยุคหลายสมัยโดยสามารถอ้างอิงได้จากหลักฐานที่ขุดค้นพบ กล่าวกันว่ากลุ่มเมืองเวสาลีนั้นน่าจะมีชุมชนมาตั้งหลักแหล่ง มานานแล้วตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย และได้พัฒนาสู่การเป็นชุมชนคูน้ำคันดินในสมัยทวารวดี ครั้นในสมัยละโว้ เมืองเวลาสีก็เคยเป็นเมืองหน้าด่านเล็ก ๆ ในสมัยนั้น โดยปรากฏหลักฐานซากวัตถุโบราณต่าง ๆ เช่น พระปรางค์ หอสมุด และพระพุทธรูปขอมโบราณ ราว พ.ศ. 1100-1400 อันเป็นช่วงเวลาที่ขอมเรืองอำนาจ ในแคว้นสุวรรณภูมิ แผ่ขยายอิทธิพลไปในแคว้นโคตรบูร แคว้นโยนก และแคว้นทวารวดี โดยมีกรุงละโว้เป็นราชธานี ซึ่งเมืองเวสาลีนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยนั้น และมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับกรุงสุโขทัย นครโยนก เมืองโอฆะบุรี และเมืองศรีเทพ โดยที่เมืองเหล่านี้เป็นเมืองหน้าด่านของกรุงละโว้ทั้งสิ้น ต่อมาเมืองเวสาลีตกอยู่ภายใต้ การปกครองของกรุงสุโขทัย และถูกปล่อยร้างมานานถึง 400 ปี จนถึง พ.ศ. 2199 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์เมืองละโว้ขึ้นเป็นราชธานีอีกแห่งหนึ่งโดยให้ชื่อเมืองลพบุรี เนื่องจากพระองค์ทรงดำริเห็นว่า หัวเมืองฝ่ายเหนือยังไม่สงบลงได้ง่าย เพราะมีพม่าคอยหนุนหลัง ดังนั้นบริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มทำนาข้าวได้ดี เหมาะแก่การตั้งกองรักษาด่านไว้เพื่อป้องกันข้าศึกทางฝ่ายล้านนา จึงได้บูรณะเมืองเวสาลีขึ้นใหม่ ซึ่งในปี พ.ศ. 2539 ได้มีการขุดค้นพบโบราณสถานทางด้านตะวันออกของเมือง   </p><p>นส.สิราวรรณ จบศรี ม.4/2 เลขที่39</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-23 07:45:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059468190</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ถ้ำนาคา บึงกาฬ ตำบล โพธิ์หมากแข้ง อำเภอ บึงโขงหลง บึงกาฬ</title>
         <author>pemikangamsm783</author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059524052</link>
         <description><![CDATA[<p>นางสาว เปมิกา งามสม ม</p><p>4/2 เลขที่37</p>]]></description>
         <enclosure url="https://images.unsplash.com/photo-1422452098470-722310d3ad74?crop=entropy&amp;cs=srgb&amp;fm=jpg&amp;ixid=M3w3ODI2fDB8MXxzZWFyY2h8NHx8JUUwJUI4JTk2JUUwJUI5JTg5JUUwJUI4JUIzJUUwJUI4JTk5JUUwJUI4JUIyJUUwJUI4JTg0JUUwJUI4JUIyJTIwJUUwJUI4JTlBJUUwJUI4JUI2JUUwJUI4JTg3JUUwJUI4JTgxJUUwJUI4JUIyJUUwJUI4JUFDJTIwJUUwJUI4JTk1JUUwJUI4JUIzJUUwJUI4JTlBJUUwJUI4JUE1JTIwJUUwJUI5JTgyJUUwJUI4JTlFJUUwJUI4JTk4JUUwJUI4JUI0JUUwJUI5JThDJUUwJUI4JUFCJUUwJUI4JUExJUUwJUI4JUIyJUUwJUI4JTgxJUUwJUI5JTgxJUUwJUI4JTgyJUUwJUI5JTg5JUUwJUI4JTg3JTIwJUUwJUI4JUFEJUUwJUI4JUIzJUUwJUI5JTgwJUUwJUI4JUEwJUUwJUI4JUFEJTIwJUUwJUI4JTlBJUUwJUI4JUI2JUUwJUI4JTg3JUUwJUI5JTgyJUUwJUI4JTgyJUUwJUI4JTg3JUUwJUI4JUFCJUUwJUI4JUE1JUUwJUI4JTg3JTIwJUUwJUI4JTlBJUUwJUI4JUI2JUUwJUI4JTg3JUUwJUI4JTgxJUUwJUI4JUIyJUUwJUI4JUFDfHRofDF8fHx8MTcyMTk3Nzk0NHww&amp;ixlib=rb-4.0.3&amp;q=85" />
         <pubDate>2024-07-23 09:33:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059524052</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปราสาทภูมิโปน ตำบล ดม อำเภอ สังขะ สุรินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059565136</link>
         <description><![CDATA[<p>ปราสาทภูมิโปน เป็นปราสาทศิลปะแบบขอมโบราณ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1[1] ตั้งแยู่ที่บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จ.สุรินทร์ ประกอบด้วยปราสาทอิฐ 3 หลัง และฐานปราสาทศิลาแลงอีก 1 หลัง ตั้งเรียงกันจากเหนือไปใต้ ปราสาทอิฐองค์ที่ 3 ซึ่งเป็นปรางค์ประธาน เป็นปราสาทหลังใหญ่ ก่อด้วยอิฐไม่สอปูน มีเสาประดับกรอบประตูและทับหลังทำด้วยหินทราย ใต้หน้าบันเหนือทับหลังขึ้นไปมีลายรูปใบไม้ม้วน รูปแบบและเทคนิคการก่อสร้างปราสาทประธานเทียบได้กับปราสาทขอมสมัยก่อนพระนคร ร่วมสมัยกับปราสาทหลังที่ 1 โดยความหมายของชื่อประสาทแยกเป็นสองคำคือ "ภูมิ" แปลว่า ดินแดน และ "โปน" แปลว่า ซ่อนตัว</p><p><br/></p><p>งานของนางสาวธนัชชา โสภา 4/2 32</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/buGBbyZj6GE?si=e1lUGPr-w22WCP8X" />
         <pubDate>2024-07-23 11:07:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059565136</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หินสามวาฬ (ภูสิงห์ บึงกาฬ) ทางหลวงชนบท บก.3007 ตำบล โคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059971880</link>
         <description><![CDATA[<p>จัดทำโดย พรธีรา เขียวดี ม4/2 เลขที่ 11</p><p><strong>หินสามวาฬ</strong> ว่ากันว่ามีอายุกว่า 75 ล้านปี ลักษณะเป็นก้อน<strong>หิน</strong>ขนาดมหึมาวางเรียงกัน <strong>3</strong> ก้อน มองไกลหรือมองจากภาพถ่ายทางอากาศ มีรูปร่างคล้าย<strong>ปลาวาฬ</strong> พ่อ แม่ ลูก กำลังว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน จึงเรียกกันว่า”<strong>หินสามวาฬ</strong>”</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2261261391/796e6eda80a96a0f982d15024abe4730/b8134010_3165_11ec_8f5d_8bc217e53ed5_webp_original.jpg" />
         <pubDate>2024-07-24 01:45:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3059971880</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เลย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060126547</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.นิรมล ตุรงค์เรือง ม.4/2</p><p>สำหรับเมืองเลยซึ่งขึ้นอยู่ในมณฑลลาวพวน (มณฑลอุดร) ได้มีอำเภอขึ้นอยู่ในปกครองครั้งแรกรวม ๓ อำเภอ คือ อำเภอกุดป่อง (อำเภอเมืองเลย) อำเภอท่าลี่ (พ.ศ.๒๔๓๒) และอำเภอนากอก</p><p><br/></p><p>ส่วนอำเภอนากอกที่อยู่ในเขตการปกครองของเมืองเลยนั้น เดิมอยู่ในแขวงไชยบุรีในปี พ.ศ.๒๔๓๖ (ร.ศ.๑๑๒) เมื่อฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงของประเทศไทยไปหมด และยังได้ข้ามมายึดครองเอา บริเวณแขวงไชยบุรีของไทยที่อยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงไปอีก อำเภอนากอก ที่อยู่ในแขวงไชยบุรี จึงตกเป็นของ ฝรั่งเศสด้วย ด้วยเหตุดังกล่าว เมืองเลยจึงตั้งบ้านอาฮีที่อยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำเหืองของไทยขึ้นเป็นอำเภออาฮีแทน อำเภอนากอกเป็นการชั่วคราว (อำเภอนากอก ปัจจุบันคือ บ้านนากอก หรือบ้านกอก แขวงไชยบุรี ประเทศสาธารณ รัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-24 04:31:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060126547</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เชียงใหม่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060126564</link>
         <description><![CDATA[<p>จังหวัดเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2">อาณาจักรล้านนา</a>คือ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ แต่โบราณ มี "<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">คำเมือง</a>" เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านประเพณีวัฒนธรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเริ่มวางตัวเป็นนครสร้างสรรค์ และได้รับการประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ของโลกทางด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88#cite_note-4"><sup>[4]</sup></a> เมื่อปี พ.ศ. 2560 ปัจจุบันกำลังพิจารณาให้คัดเลือกเป็นเมือง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81">แหล่งมรดกโลก</a>จากองค์การ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%81">ยูเนสโก</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88#cite_note-5"><sup>[5]</sup></a> เชียงใหม่ยังถือเป็นศูนย์กลางด้านดาราศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88#cite_note-6"><sup>[6]</sup></a> โดยเป็นที่ตั้งของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_(%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2)">หอดูดาวแห่งชาติ</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3">อุทยานดาราศาสตร์แห่งชาติ</a></p><p> ชื่อศุกลวัฒน์ ภู่ทอง เลขที่1 ชั้น4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-24 04:31:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060126564</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ถนน คลองท่อ ตำบล ประตูชัย อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060138480</link>
         <description><![CDATA[<p>อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทยภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ 4,810 ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศเหนือ ตามถนนสายเอเซีย ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ได้รับการพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ในนาม นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (Historic City of Ayutthaya)</p><p>นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา *</p><p>  แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก</p><p><br/></p><ul><li><p>วัดพระศรีสรรเพชญ์</p></li></ul><p>https://images.app.goo.gl/3cyHosTMvJwyNrFJ8</p><p>พิกัด</p><p>14°20′52″N 100°33′38″E</p><p>ประเทศ</p><p> ไทย</p><p>ภูมิภาค **</p><p>เอเชียและแปซิฟิก</p><p>ประเภท</p><p>มรดกทางวัฒนธรรม</p><p>น.ส. อุไรวรรณ มะลิวงษ์ ม.4/2 เลขที่ 40</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-24 04:46:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060138480</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชัยนาท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060923352</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติศาสตร์เมืองชัยนาท</p><blockquote><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมืองชัยนาท เป็นเมืองโบราณ ตัวเมืองดั้งเดิมตั้งอยู่ตรงทางแยกฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ ปากน้ำ<br>เมืองสรรค์(ปากคลองแพรกศรีราชาใต้ปากลำน้ำเก่า) เมืองนี้ตั้งขึ้นหลังเมือง พันธุมวดี (สุพรรณบุรี) เป็นเมือง<br>หน้าด่านของเมืองสุโขทัย จากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมีแต่ชื่อเมืองแพรกส่วนเมืองชัยนาทเพิ่งมาปรากฎใน<br>รัชกาลสมเด็จ พระรามาธิบดีที่ 1 เมื่อ พ.ศ.1890 ซึ่งเป็นปีที่พระเจ้าเลอไท สวรรคตกรุงสุโขทัยเกิดการแย่งชิง<br>ราชสมบัติพระรามาธิบดีที่ 1ทรงเห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงยกทัพเข้ายึดเมืองชัยนาท หลังจากพระยาลิไท ขึ้น<br>ครองราชย์ทางกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1ได้สถาปนาให้เป็นราชธานีมีกำลังเข้มแข็งมากจึงได้<br>โปรดให้ขุนหลวงพระงั่วซึ่งครองเมืองสุพรรณบุรี ยกทัพมาตีเมืองชัยนาท ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย<br>เมืองชัยนาทจึงตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา โดยมีขุนหลวงพระงั่วเป็นผู้รักษาเมืองเมื่อกรุงสุโขทัยสงบแล้ว พระยาลิไทได ้ส่งทูตมายังกรุงศรีอยุธยาเพื่อเจรจาขอเมืองชัยนาทคืนให้แก่กรุงศรีอยุธยา โดยมีขุนหลวงพระงั่ว<br>เป็นผู้รักษาเมือง เมื่อกรุงสุโขทัยสงบแล้วพระยาลิไทได้ส่งทูตมายังกรุงศรีอยุธยา เพื่อเจรจาขอเมืองชัยนาทคืน<br>ให้แก่กรุงสุโขทัย โดยจะยอมให้เป็นอิสระ และมีสัมพันธไมตรีต่อกัน กล่าวคือต่างฝ่ายก็ต่างมีอิสระต่อกัน ในที่สุด<br>กรุงศรีอยุธยาได้คืนเมืองชัยนาทให้แก่ กรุงสุโขทัย นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า การที่แคว้นกัมพุช (ลพบุรี)<br>เข้าร่วมมือในการรบ ประกอบกับกรุงศรีอยุธยากำลังสถาปนาได้ไม่นาน ถ้ามีศึกกระหนาบสองด้านจะสร้างปัญหา<br>ให้ไม่น้อย ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้กรุงศรีอยุธยาคืนเมืองชัยนาทแก่กรุงสุโขทัยโดยดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องเมืองชัยนาทระหว่าง กรุงสุโขทัย กับ กรุงศรีอยุธยา ก็หายุติได้ไม่ เพราะในปี<br>พ.ศ.1912 สมเด็จพระรามาธิบปีที่ 1 เสด็จสวรรคต ทำให้สถานการณ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยา กับกรุงสุโขทัย กลับ<br>ตึงเครียดขึ้นอีก เมื่อขุนหลวงพระงั่วขึ้นครองราชย์แล้ว ได้เสด็จยกทัพมาตี กรุงสุโขทัย ในปี พ.ศ.1914 แต่ไม่มี<br>ผ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ สงครามยืดเยื้อกันมาเป็นเวลานาน จนขุนหลวงพระงั่วเสด็จสวรรคต นักประวัติศาสตร์เข้าใจว่า<br>เมืองชัยนาท กลับเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พอสรุปได้ว่า เมือง<br>ชัยนาทแต่เดิมเป็นเมืองลูกหลวงกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช โอรสองค์ที่ 5</p><p><br/></p><p>ให้โอรสองค์ใหญ่ซึ่งพระนามว่า เจ้าอ้ายพระยา ไปครองเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พระยา โอรส องค์ที่ 2 ไปครอง<br>หัวเมืองแพรก หรือ ตรัยตรึงษ์ (อำเภอสรรคบุรี ในปัจจุบันนี้) เจ้าสามพระยา โอรสองค์ที่ 3 ไปครองเมืองชัยนาท<br>ต่อมา เมื่อสมเด็จพระนครินทราธิราชเสด็จสวรรคตความทราบถึงพระเจ้ายี่พระยาก่อน จึงได้เตรียมการที่จะ<br>ขึ้นครองกรุงศรีอยุธยาสืบแทนต่อจากพระราชบิดา ฝ่ายเจ้าอ้ายพระยาเมื่อสืบทราบว่า พระราชอนุชายกกองทัพ<br>ไปพระนครศรีอยุธยา เพื่อต้องการครอบครองราชสมบัติ จึงรีบยกกองทัพไปบ้าง ประสงค์จะขึ้นครองราชสมบัติ<br>เช่นกัน กองทัพทั้งสองพบกันที่ต.ปาถ่าน แขวงกรุงศรีอยุธยา จึงเกิดรบพุ่งกัน ในที่สุดก็สิ้นพระชนม์ลง&nbsp; ทั้งสอง<br>พระองค์ พร้อมกัน ด้วยการทำยุทธหัตถีฝ่ายเจ้าสามพระยา ซึ่งขณะนั้นครองเมืองชัยนาทอยู่ เมื่อสมเด็จพระเชษฐา<br>สิ้นพระชนม์ ทั้งสองพระองค์แล้ว จึงได้ขึ้นเสวยราชย์ ครองกรุงศรีอยุธยา สืบแทนพระราชบิดา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พ.ศ. 1994 เจ้าพระติโลกราช ครองเมืองเชียงใหม่ ยกทัพมาตีเมืองกำแพงเพชรได้แล้ว ส่งกำลัง<br>เข้ามากวาดต้อนผู้คนถึงเมืองชัยนาท เข้าใจว่าเมืองชัยนาท จะถูกทั้งให้เป็นเมืองร้างในคราวนั้นเอง เวลาได้<br>ล่วงมาได้ประมาณ 100 ปีเศษ ถึงรัชกาล สมเด็จพระมหาจักรพรรดิครองกรุงศรีอยุธยาทรงสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์<br>เพื่อเตรียมต่อสู่กับพม่า จีงเสด็จขึ้นไปกระทำพระราชพิธีมัธยมกรรมที่ตำบลชัยนาทบุรี แล้วตั้งเมืองชัยนาทขึ้นใหม่<br>ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับตัวเมืองเดิม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พ.ศ. 2127 เจ้าพระยาเชียงใหม่(มังนรธาช่อ) ได้ยกทัพหลวงมาตั้งที่เมืองชัยนาท ครั้นทัพหน้า<br>ที่เข้ามาตั้งที่ปากครองบางพุทรา ถูกพระราชมนูรีถอย กลับไปแล้ว พระเจ้าเชียงใหม่ก็ถอยทัพ&nbsp;&nbsp;ไปตั้งที่กำแพงเพชรตามหลักฐานของกรมศิลปากร จังหวัดชัยนาทเป็นเมืองสำคัญ เมืองหนึ่ง&nbsp; ในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2319<br>ตรงกับวันเสาร์ เดือน 9 ขึ้น 12 ค่ำ (วันที่ 25 กรกฎาคม 2319) เจ้ากรุงธนบุรี ได้ยกทัพ ขึ้นมาขับไล่ ซึ่งกำลัง<br>รบติดพันกับไทยที่ นครสวรรค์เมื่อ พระเจ้ากรุงธนบุรี เสด็จมาถึงเมืองชัยนาทแล้ว ทัพพม่าได้ข่าวก็ตกใจเกรงกลัว<br>จึงละทิ้งค่ายที่นครสวรรค์แตกหนีไปทางเมืองอุทัยธานี พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงยกกองทัพติดตามข้าศึก จนถึงบ้าน<br>เดินบางนางบวชแขวงเมืองสุพรรณบุรี และเข้าโจมตีข้าศึกจนแตกยับเยินด้วยเหตุนี้ ทางจังหวัดชัยนาท จึงถือว่า วันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวัน สถาปนา จังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยที่ เมืองชัยนาท ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภาคกลาง ตั้งอยู่ระหว่างกรุงสุโขทัน กับกรุงศรีอยุธยา<br>ในยามใดที่กรุงสุโขทัย เรืองอำนาจ ก็ยึดเอาเมืองชัยนาทเป็นเมืองหน้าด่าน แต่ยามใด ที่กรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจ<br>และกรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรือง เมืองชัยนาท ก็จะเป็นเมืองสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ ของกรุงศรีอยุธยา แม้แต่ในสมัย<br>กรุงธนบุรีเมืองชัยนาทก็ยังเป็นที่ตั้งหลวง ในการทำศึกกับพม่า ด้วยเหตุนี้เมืองชัยนาทจึงได้รับความกระทบ<br>กระเทือนจากสงครามอย่างมาก เป็นเวลา&nbsp; นับร้อยปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้สร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นที่ตำบลบ้านกล้วย ครั้นถึง รัชกาลที่ 5 ได้ทรง<br>ตั้งกองทหารราบที่ 16 ได้ย้ายไปที่นครสวรรค์ จึงย้ายศาลากลางไปตั้ง ในบริเวณที่เป็นกองทหารราบที่ 16 สำหรับ<br>เมืองชัยนาทนี้ จะได้นามมาแต่เมื่อใด ไม่ปรากฎหลักฐานที่แน่นอน&nbsp; ถ้าจะแปลความหมายของ "ชัยนาท" ก็นาจะ<br>ได้ความว่าเมืองที่มีชื่อเสียงในความมีชัย เป็นที่น่า สันนิษฐานว่า ชื่อเมืองชัยนาท นี้ คงจะได้ตั้งขึ้นภายหลังจาก<br>พ.ศ. 1702 แต่คงไม่ถึง พ.ศ.1946 กล่าวคือ ขวัญฟ้า หรือเจ้าคำฟ้า กษัตริย์ เมืองเมา เข้าทำสงครามกับอาณาจักรโยนกเจ้าเมือง&nbsp;ฟังคำ ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในอาณาจักรโยนา หลังจากฟังคำแตก เจ้าเมืองคำฟังจึงอพยพ<br>ผู้คนลงมาเมืองแปบ (กำแพงเพชร) แล้วสร้างเมืองไตรตรึงษ์ ที่ตำบลแพรก (ตำบลแพรกศรีราชาในปัจจุบัน)<br>หลังจากนั้น คงจะได้สร้างเมืองชัยนาทขึ้น และเหตุที่ตั้งชื่อเมืองชัยนาท คงเนื่องจากการรบชนะเจ้าของท้องถิ่น<br>เดิม ส่วนที่กล่าวว่า นามชัยนาทคงจะได้มาก่อน พ.ศ.1946 นั้นเนื่องจากสมเด็จพระนครินทราธิราชได้โปรดให้<br>เจ้าสามพระยา ไปครองเมืองชัยนาทตามความในประวัติศาสตร์ พอจะเป็นที่สันนิษฐานกันได้ว่า คำว่าเมืองชัยนาท<br>คงจะได้ชื่อมาก่อนปี พ.ศ.1946</p></blockquote><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-25 04:30:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3060923352</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประตูเมืองเก่าสงขลา ถนน นครนอก ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา สงขลา                 น.ส.ณัฐชา เหมสุวรรณ์  ม.4/2 เลขที่15     </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061728725</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>กำแพงเมืองสงขลาเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2379 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) เจ้าเมืองสงขลาย้ายที่ตั้งเมืองสงขลาจากบริเวณบ้านแหลมสน ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร มาสร้างเมืองใหม่บริเวณตำบลบ่อยางในปัจจุบัน&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;</p><p><strong>เมืองสงขลาฝั่งบ่อยางมีภูมิประเทศเป็นแหลมทราย ชัยภูมิเป็นที่ราบ ไม่มีแนวภูเขาเป็นป้อมปราการ</strong>เหมือนเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงและเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน <strong>จึงจำเป็นต้องสร้างกำแพงเมือง ป้อมและประตู โดยสร้างเสร็จในปี พ.ศ.2385</strong></p><p><strong>กำแพงเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า</strong> ก่อด้วยหินศิลาแดงสอปูน สูง 5.5 เมตร หนา 4 เมตร ส่วนความด้านทิศเหนือ 400 เมตร ทิศใต้ยาว 500 เมตร ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกยาว 1,200 เมตร <strong>รวมทั้ง 4 ด้าน ยาวประมาณ 3,300 เมตร มีป้อม 8 ป้อม และ 10 ประตู โดยได้รับรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน</strong> หินแดงซึ่งถือเป็นวัสดุหลักที่ใช้ในการก่อสร้างได้ขนย้ายมาจากเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง บนกำแพงประดับประดาด้วยอิฐโบราณนำเข้าจากประเทศจีน กำแพงเมืองสงขลาได้รับการซ่อมแซมมาโดยตลอด จนกระทั่งใน<strong>สมัยเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)</strong>ครั้งเมื่อเป็นพระวิจิตรวรสาสน์ ข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา เมืองพัทลุง เมืองนครศรีธรรมราชและเป็นพระยาสุขุมนัยวินิต สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช (พ.ศ.2437 - 2448) <strong>ได้รื้อกำแพงเมืองส่วนใหญ่เพื่อขยายถนนและปรับปรุงตัวเมืองให้กว้างขวางมากขึ้น โดยใช้อิฐและหินจากการรื้อกำแพงส่วนใหญ่มาถมถนน จึงทำให้กำแพงที่เคยล้อมรอบเมืองยาวประมาณ 3,300 เมตร เหลือไม่ถึง 200 เมตร</strong></p><p>   </p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-26 06:56:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061728725</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานปราสาทหินเขาพนมรุ้ง Phanomrung Temple 31110 ตำบล ตาเป๊ก อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061799632</link>
         <description><![CDATA[<p>ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบสถ์พราหมณ์ลัทธิไศวะเดิมเป็นเทวสถานอิฐในศิลปะแบบเกาะแกร์ มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นวัดมหายาน ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18</p><p><br/></p><p>จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 กษัตริย์แห่งอาณาจักรพระนคร (พ.ศ. 1487–1511) ได้สถาปนาเทวสถานถวายพระศิวะที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511–1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-26 09:34:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061799632</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ปวีณ์สุดา กำยุด ม.4/2 เลขที่36 อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตำบล ตาเป๊ก อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061800239</link>
         <description><![CDATA[<p>ปราสาทหินพนมรุ้งเป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8C">โบสถ์พราหมณ์</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B0&amp;action=edit&amp;redlink=1">ลัทธิไศวะ</a>เดิมเป็นเทวสถานอิฐในศิลปะแบบ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เกาะแกร์</a> มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7">พระเจ้าชัยวรมันที่ 7</a> แห่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%8C">อาณาจักรขอม</a>ได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกาย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99">มหายาน</a> เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94">วัด</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99">มหายาน</a> ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18</p><p>จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2">พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2</a> กษัตริย์แห่งอาณาจักรพระนคร (พ.ศ. 1487–1511) ได้สถาปนา<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99">เทวสถาน</a>ถวาย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B0">พระศิวะ</a>ที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมา<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_5">พระเจ้าชัยวรมันที่ 5</a> (พ.ศ. 1511–1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B0">ราชวงศ์มหิธรปุระ</a>ที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2">พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2</a> ผู้สร้าง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94">นครวัด</a>) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-26 09:36:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061800239</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปราสาทเมืองสิงห์ หมายเลข 1 ตำบล สิงห์ อำเภอไทรโยค กาญจนบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061803430</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>จัดทำ โดย นางสาว ธนัชชา ดีทุ่ง เลขที่ 16 </strong></p><p><strong> อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์</strong> เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">อุทยานประวัติศาสตร์</a>แห่งหนึ่งของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประเทศไทย</a>ภายใต้การดูแลของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">กรมศิลปากร</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1_(%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2)">กระทรวงวัฒนธรรม</a> ตั้งอยู่บนฝั่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-disambig" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2">แม่น้ำแควน้อย</a>ทางทิศเหนือในเขตตำบลสิงห์ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84">อำเภอไทรโยค</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5">จังหวัดกาญจนบุรี</a> แวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ เดิมปราสาทแห่งนี้มีชื่อปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์ว่า ศรีชัยสิงห์ปุระ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อด้วย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%87">ศิลาแลง</a> กว้างประมาณ 800 เมตร หมายถึงส่วนกว้างของเมือง ยาวประมาณ 850 เมตร และกำแพงสูง 7 เมตร มีประตูเข้าออก 4 ด้าน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ภายในเมืองมีสระน้ำ 6 สระ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2566236634/da89aad647677d68dc40059d65835a8a/IMG_1243.jpeg" />
         <pubDate>2024-07-26 09:44:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061803430</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เมืองโบราณ เชียงแสน 1016 ตำบล เวียง อำเภอ เชียงแสน เชียงราย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061810316</link>
         <description><![CDATA[<p>หลักฐานทางโบราณคดีจากการขุดแต่งเท่าที่พบในเมืองเชียงแสน ได้แก่ <strong>ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาของศิลปะหริภุญชัยตอนปลาย, ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน, สมัยราชวงศ์หมิง, ชิ้นส่วนพระพิมพ์ดินเผาศิลปะหริภุญชัย</strong> จากหลักฐานทางโบราณคดีทำให้สันนิษฐานว่าเมืองเชียงแสนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 19.</p><p>(น.ส.จิราภรณ์ พินทอง 31)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=OxWtBtsZIsI" />
         <pubDate>2024-07-26 10:05:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3061810316</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เขาค้อ เพชรบูรณ์</title>
         <author>pemikangamsm783</author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067581408</link>
         <description><![CDATA[<p>พระตำหนักเขาค้อ</p><p>จุดสูงสุดของเขาค้อ สามารถมองเห็นวิวเขาค้อได้แบบครอบคลุม และยังจะได้ดื่มด่ำกับความงดงามของสวนดอกไม้และพืชนานาพรรณ พร้อมทั้งมีป่าสนสูงใหญ่สวยงามอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ในช่วงวันหยุดยาวทางเจ้าหน้าที่จะเปิดพื้นที่ให้เข้ามากางเต็นท์ได้ด้วย</p><p>น.ส.หทัยดานต์ วังคีรี ม4/2 เลขที่13</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:51:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067581408</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067583422</link>
         <description><![CDATA[<p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://youtu.be/laWomuU6zjk?si=b4YFdYTmnpi47QbT">https://youtu.be/laWomuU6zjk?si=b4YFdYTmnpi47QbT</a></p><p>น.ส.ศศินิภา แก้วผัด เลขที่12 ม.4/2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/laWomuU6zjk?si=b4YFdYTmnpi47QbT" />
         <pubDate>2024-08-05 07:53:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067583422</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุดรธานี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067585112</link>
         <description><![CDATA[<p>อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท</p><p>อุทยานประวัติศาสตร์อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทยภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีชื่อว่าป่าเขือน้ำ ท้องที่บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อยู่ห่างจากตัวจังหวัดเป็นระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตรการจำแนกกลุ่มโบราณสถาน</p><p>แก้</p><p>การจำแนกกลุ่มตำแหน่งโบราณสถานที่ค้นพบในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท แบ่งออกเป็น 9 กลุ่มใหญ่[10]: 9–11  ดังนี้</p><p><br/></p><p>กลุ่มภาพเขียนสี ประกอบด้วยภาพเขียนสีโนนหินเกลี้ยง จำนวน 3 แห่ง และภาพเขียนสีถ้ำดินเพียง จำนวน 7 แห่ง</p><p>กลุ่มภาพเขียนสี-โบราณสถาน ประกอบด้วยวัดพ่อตา–วัดลูกเขย พบแหล่งภาพเขียนสีและโบราณสถานจำนวน 27 แห่ง</p><p>กลุ่มวัดพระพุทธบาทบัวบก พบแหล่งภาพเขียนสีและโบราณสถานจำนวน 9 แห่ง</p><p>กลุ่มถ้ำห้วยหินลาด พบแหล่งภาพเขียนสีและโบราณสถานจำนวน 2 แห่ง</p><p>กลุ่มโนนสาวเอ้ พบแหล่งภาพเขียนสีและโบราณสถานจำนวน 4 แห่ง</p><p>กลุ่มห้วยหินร่อง พบแหล่งภาพเขียนสีและโบราณสถานจำนวน 9 แห่ง</p><p>กลุ่มพระพุทธบาทหลังเต่า พบแหล่งภาพเขียนสีและโบราณสถานจำนวน 5 แห่ง</p><p>กลุ่มเจดีย์ร้าง (อุปโมงค์) และถ้ำพระเสี่ยง พบแหล่งภาพเขียนสีและโบราณสถานจำนวน 2 แห่ง</p><p>แม้ว่าสมัยพุทธศตวรรษที่ 16–18 เคยมีขอมแผ่อิทธิพลเข้ามาถึงดินแดนอีสานตอนบน แต่กลับไม่พบสิ่งก่อสร้างหรือศิลปกรรมที่เป็นลัทธิเทวราชาซึ่งเป็นคติความเชื่อมาจากขอมในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเลย[13]</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 07:56:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067585112</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระมหาธาตุแก่นนคร ซอย, วัดหนองแวง, อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067589274</link>
         <description><![CDATA[<p>พระมหาธาตุแก่นนคร</p><p>ภาษาอื่น</p><p>ดาวน์โหลดเป็น PDF</p><p>เฝ้าดู</p><p>แก้ไข</p><p>พระมหาธาตุแก่นนครอนุสรณ์สาธุชน วัดหนองแวง ตั้งอยู่ที่ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมือง ภายในวัดหนองแวงเมืองเก่าซึ่งเป็นพระอารามหลวง มีพระมหาธาตุแก่นนครอนุสรณ์สาธุชน หรือ พระธาตุเก้าชั้น ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 50 เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์ จำลองแบบจากพระธาตุพนม จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปีเมืองขอนแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่ 4 มุม และมีกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะอินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานปาองค์พระธาตุ</p><p>แก้</p><p>มีอยู่ 9 ชั้น คือ</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 1 เมื่อเดินขึ้นภายในพระธาตุบริเวณชั้นแรกเป็นหอประชุม มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่บนบุษบก และพระประธาน 3 องค์อยู่ตรงกลาง ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ส่วนอุรังคธาตุ (ส่วนอก) และพระธาตุของพระสาวกประมาณ 100 องค์ ที่บรรจุอยู่ในโถแก้วตู้กระจกด้านซ้ายมือของที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า ถัดจากโถงตรงกลางมาด้านซ้ายมือประมาณสองเมตร จะเป็นโต๊ะที่เตรียมไว้สำหรับตักบาตร ที่เรียกว่า “ตักบาตร 108” โดยใช้เหรียญในการตักบาตรนั้น</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ของชาวอีสาน โดยเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ค่อนข้างหาดูได้ยากในปัจจุบัน พร้อมทั้งมีการวาดลวดลายบนผนังที่เกี่ยวกับข้อห้ามของคนอีสาน ที่เรียกว่า “คะลำ” ซึ่งเป็นแนวประพฤติตนในการอยู่ร่วมกันของชาวอีสาน โดยแต่ละภาพก็หมายถึงข้อห้ามแต่ละข้อ ซึ่งมีทั้งหมด 35 ข้อ</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 3 เป็นหอปริยัติ บานประตูหน้าต่างเขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องนางผมหอม เป็นนิทานที่ได้เล่าสืบต่อกันมาแต่โบราณของชาวอีสาน และในชั้นที่สามนี้ได้รวบรวมตาลปัตร พัดยศ และเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดขอนแก่น</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 4 เป็นหอปริยัติธรรม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของเก่า บานประตูหน้าต่าง ภาพพระประจำวันเกิด เทพประจำทิศ</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์ มีบริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัด บานประตูหน้าต่างแกะสลักภาพพุทธชาดก</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 6 เป็นหอพระอุปัชฌาจารย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานชาดกเรื่องเวสสันดร</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 7 เป็นหอพระอรหันต์สาวก บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานเรื่องพระเตมีย์ใบ้</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 8 เป็นหอพระธรรม เป็นที่รวบรวมพระธรรมคัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา มีพระไตรปิฏก บานประตูแกะสลักรูปพรหม 16 ชั้น</p><p><br/></p><p>ชั้นที่ 9 เป็นหอพระพุทธ ตรงกลางมีบุษบก เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บานประตูแกะสลักภาพ 3 มิติ รูปพรหม 16 ชั้น และสามารถชมทัศนียภาพของตัวเมืองขอนแก่นได้ทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของบึงแก่นนครที่สวยงามกแห</p><p><br/></p><p>น.ส.มาริษา​ สารีคำ​ ชั้นม.4/2​ เลขที่26</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2619489508/8ab417f4eaf97d1c98edf4fbf72f668e/Screenshot_20240805_150141.jpg" />
         <pubDate>2024-08-05 08:03:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3067589274</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดมหาธาตุ ถนน นเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3068143179</link>
         <description><![CDATA[<p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://youtu.be/gxcdTGXDG5g?si=JUJO-r5Hz5rRO-y6">https://youtu.be/gxcdTGXDG5g?si=JUJO-r5Hz5rRO-y6</a></p><p>น.ส.ฐิติพร สาพรมมา ม.4/2 เลขที่8</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-05 23:48:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3068143179</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ Rural Rd, ตำบล ธงชัย อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3069781035</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อสุพรรณนิกา ศรีอ่อน ม.4/3 เลขที่17</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://youtu.be/dx0AyN5iRGQ?si=I7HlwnCaXoT8skBL">https://youtu.be/dx0AyN5iRGQ?si=I7HlwnCaXoT8skBL</a></p><p>วัดทางสาย อยู่ที่ ริมทะเลบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งในที่เที่ยวสวยต้องห้ามพลาด และยังแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม ศาสนา และนิเวศวิทยา ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ พระพุทธรูปที่สำคัญของวัดนี้ จะมีทั้ง พระพุทธกิติสิริชัย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระในส่วนของ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ นั้น จะเป็นมหาธาตุเจดีย์ ที่ในหลวงร.9 ทรงพระราชทานชื่อให้ เป็นสถาปัตยกรรมไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระมหากษัตริย์ โดยไม่ใช้เงินของทางราชการ ทั้งนี้ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลโดยเฉพาะ ในวโรกาสครองราชย์ครบรอบ 50 ปี โดยเจดีย์ทรงระฆังนี้ จะตั้งอยู่บนฐานไพที รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีอาคารสูง 5 ชั้น ที่หมายถึง การครองราชย์ครบ 50 ปี หรือมีความหมายถึงขันธ์ 5 และมีเจดีย์หมู่ 9 องค์ ที่หมายถึงวัดประจำรัชกาลที่ 9</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/dx0AyN5iRGQ?si=I7HlwnCaXoT8skBL" />
         <pubDate>2024-08-07 13:29:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3069781035</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตำบล พงตึก อำเภอท่ามะกา กาญจนบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3130693445</link>
         <description><![CDATA[<p>จัดทำโดย น.ส.ศศิธร จำปาสิทธิ์ ชั้น 4/3 เลขที่21</p><p><br/></p><p>ตะเกียงโรมัน ขุดพบที่ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบัณฑิตยสภาได้มอบให้พิพิธภัณฑสถาน</p><p>แห่งชาติ พระนคร เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ ลักษณะตะเกียงหล่อด้วยสำริด ปลายด้ามมีช่องสำหรับวางไส้ตะเกียง ด้านบนมีฝาเปิดหล่อเป็นรูปพระพักตร์เทพเจ้าไซเลนุส (Silenus) ผู้เป็นอาจารย์ของเทพเจ้าไดโอนีซุส (Dionysus) เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นของโรมัน ด้ามจับหล่อเป็นลายใบปาล์มและปลาโลมาคู่หันหน้าเข้าหากัน ตะเกียงนี้อาจหล่อขึ้นที่เมืองอเล็กซานเดรียเมืองท่าทางทะเลในประเทศอียิปต์ เมื่อครั้งอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมันราวก่อนพุทธศตวรรษที่ ๖ หรือ</p><p>อาจหล่อขึ้นราวพุทธศตวรรษที่๙ -๑๐ และคงเป็นของที่พ่อค้าชาวอินเดียได้นำเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากบริเวณ ที่พบนั้น ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าที่พ่อค้าชาวอินเดียเคยเดินทางผ่านไปมา ซึ่งสอดคล้องกับการค้นพบเหรียญโรมันสำริดของจักรพรรดิวิคโตรินุสที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าชุมชนโบราณในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายกับโลกตะวันตกได้แก่ กลุ่มประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนคือ กรีก-โรมันรวมทั้งเปอร์เซีย ในช่วงพุทธศตวรรษที่๖ - ๙ ซึ่งอาจเป็นการ ติดต่อโดยตรงกับพ่อค้าโรมันที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตามบ้านเมือง ท่าชายฝั่งของอินเดีย หรือติดต่อผ่านพ่อค้าชาวอินเดียที่ทางมาจากเมืองท่าต่าง ๆ ก็เป็นได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/MSdWdkvFEUM?si=y0gFKvb4kfKQ0Jkg" />
         <pubDate>2024-09-21 08:42:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3130693445</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพชรบูรณ์ ประเทศไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3143542659</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-28 10:16:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3143542659</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย สุโขทัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145599155</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</strong> เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">อุทยานประวัติศาสตร์</a>แห่งหนึ่งของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประเทศไทย</a>ภายใต้การดูแลของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3">กรมศิลปากร</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1_(%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2)">กระทรวงวัฒนธรรม</a> ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">อาณาจักรสุโขทัย</a>ซึ่งมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประเทศไทย</a>ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18–19 ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า (เขตเทศบาลตำบลเมืองเก่า) <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">อำเภอเมืองสุโขทัย</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">จังหวัดสุโขทัย</a> ห่างจากตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบัน (เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี) ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร ตาม<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82_12">ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12</a> (ถนนจรดวิถีถ่อง)</p><p><br/></p><p>น.ส.พันธิตรา อินหันต์ 4/3 25</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/1f/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2_16.JPG" />
         <pubDate>2024-09-30 06:58:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145599155</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระตำหนักสระแก้ว ถนน คลองท่อ ตำบล ประตูชัย อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145645650</link>
         <description><![CDATA[<p>พระตำหนักหลังนี้สร้างเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแต่ถูกใช้เป็นที่ประทับของ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E">กรมหมื่นสุนทรเทพ</a> และ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B5">กรมหมื่นเสพภักดี</a> พระราชโอรสของ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A8">สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ</a> ซึ่งเป็น 2 ใน <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1">เจ้าสามกรม</a> ร่วมกับ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3">กรมหมื่นจิตรสุนทร</a> โดยใน <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%B2"><em>พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา</em></a> ได้มีการกล่าวถึงพระตำหนักสระแก้วไว้ว่า เมื่อครั้งที่เจ้าสามกรมมีเรื่องกับ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87">เจ้าฟ้ากุ้ง</a> ทางด้านเจ้าฟ้ากุ้งได้ให้ขุนนางของพระองค์ผู้หนึ่งชื่อ <strong>ขุนอนุรักษ์ภูธร</strong> ปีนกำแพงพระตำหนักสระแก้วพากำลังพลไปสมทบกันที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%94&amp;action=edit&amp;redlink=1">พระตำหนักศาลาลวด</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7#cite_note-2"><sup>[2]</sup></a></p><p>ปัจจุบันพระตำหนักสระแก้วเหลือเพียงแค่ซากฐานกำแพงแก้วบางส่วน ส่วนพระตำหนักอาจจะสร้างด้วยไม้จึงไม่เหลือให้เห็นตัวและบริเวณพระตำหนักสระแก้วได้ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%97">สุริโยไท</a> ฉากที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์</a> ได้ให้คนมาลวง ขุนชินราช ไปฆ่า <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7#cite_note-3"><sup>[3]</sup></a></p><p><br/></p><p><br/></p><p><sup>นายนภัสกร เขียวเนียม ม.4/3 เลขที่1</sup></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-30 07:29:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145645650</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กรุงเทพมหานคร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145647217</link>
         <description><![CDATA[<p>พระบรมมหาราชวังเป็นพระราชนิเวศน์แห่งแรกในกรุงเทพมหานคร ราชธานีหรือเมืองหลวงใหม่ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1 ในปี พ.ศ. 2325</p><p>พระบรมมหาราชวัง เป็นพระราชวังที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร แม้ปัจจุบันจะไม่เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แล้ว แต่พระบรมมหาราชวังก็ยังคงถูกใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ทุกปีจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย</p><p>น .ส กัณฐมณี ทองแฉล้ม เลขที่29 ม.4/3</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-30 07:30:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145647217</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จังหวัด เชียงใหม่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145665553</link>
         <description><![CDATA[<p>สถานที่ตั้ง เวียงท่ากานตั้งในเขตบ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่</p><p><br/></p><p>ประวัติความเป็นมา</p><p>จากหลักฐานทางด้านตำนานปรากฏชื่อว่า เมืองตระการ สันนิษฐานว่า น่าจะได้สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ สมัยพระเจ้าอาทิตยราชครองเมืองหริภุญไชย จากพงศาวดารโยนกได้กล่าวว่าเมืองนี้ในสมัยพญามังรายมีฐานะเป็นเมืองขึ้นของ เชียงใหม่ มีชื่อว่า พันนาทะการ สมัยพระเจ้าติโลกราชได้ยกทัพไปตีเมืองเงี้ยวก็ยังได้นำเชลยเงี้ยวไปไว้ที่ พันนาทะการในปี พ.ศ. ๒๐๖๐ สมัยพระเมืองแก้วมีไทถิ่นต่าง ๆ เข้ามาสวามิภักดิ์ก็ให้ไปตั้งบ้านเรือนที่เวียงพันนาทะการอีก จนในปี พ.ศ. ๒๑๐๑ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองของพม่าตีได้เชียงใหม่และล้านนาไว้ในอำนาจให้พระเจ้า เมกุฏิครองเมืองเชียงใหม่ เวียงนี้ก็คงอยู่ในอำนาจของพม่าด้วย และภายหลังเจ้าองค์นกแข็งเมือง ปกครองตนเองและมีการต่อสู้กันจนเชียงใหม่ร้างไปในระยะปี</p><p>๒๓๑๘-๒๓๓๙ ประมาณ ๒๐ ปีเศษ พันนาทะการก็อาจจะร้างไปด้วย จนสมัยพระเจ้ากาวิละตีเชียงใหม่คืนมาได้ และได้ปราบปรามเมืองอื่น ๆ ก็ให้เมืองนี้เป็นที่อยู่ของชาวไทลื้อเมืองยอง ซึ่งให้อยู่ทั้งที่พันนาทะการและเมืองลำพูน</p><p><br/></p><p>ลักษณะทั่วไป</p><p>เวียงท่ากาน มีลักษณะเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง ๔๖๐ x ๗๔๐ เมตร ความกว้างของคูน้ำประมาณ ๘ เมตร สภาพคูน้ำคันดินล้อมรอบเป็นเขตเมืองนั้นยังมีสภาพตื้นเขิน เหลือสภาพแนวคูน้ำคันดินให้เห็น ๓ ด้าน บริเวณรอบเมืองโบราณมีสภาพเป็นเนินสูงกว่าที่นาโดยรอบ</p><p><br/></p><p>หลักฐานที่พบ</p><p>๑. เจดีย์ทรงมณฑป ฐานสี่เหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบหก ก่ออิฐก่อดินฉาบปูน กว้างประมาณ ๓.๕ เมตร ส่วนยอดเจดีย์พัง ความสูงของเจดีย์ที่เหลือประมาณ ๓ เมตร ตัวเจดีย์ถูกลักลอบขุดเป็นโพรง</p><p>๒. เป็นโบราณสถาน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเจดีย์ห่างประมาณ ๒๐ เมตร ขนาดประมาณ๖.๘ x ๘ เมตร พื้นที่เนินปกคลุมด้วยต้นไม้และวัชพืช พบแนวอิฐส่วนฐานวางตัวตามทิศตะวันออก - ตะวันตก ยาวประมาณ ๔ เมตร สูงประมาณ ๖๐ เซนติเมตร</p><p>๓. ศิลปวัตถุที่พบตามบริเวณเจดีย์ ส่วนใหญ่เป็นพระพิมพ์ดินเผา ที่เรียกชื่อว่า พระแผง(หรือกำแพงห้าร้อย) พระสาม พระสิบสอง พระบัวเข็ม พระคง พระเลี่ยงหลวง พระสามใบโพธิ์ พระร่มโพธิ์ ซึ่งเป็นวัตถุที่มีรูปลักษณะศิลปกรรมของสมัยหริภุญไชย นอกจากนี้ก็พบมูยาสูบ(กล้องยาสูบ) ตุ้มตาชั่งสัมฤทธิ์ ตุ้มแห ชามเวียงกาหลง คอสิงห์ดินเผา ศิลปวัตถุที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งคือ โถลายครามจีนสมัยปลายราชวงศ์หยวน ขนาดสูงประมาณ ๓๘ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางตรงกลางโถประมาณ ๓๒ เซนติเมตร เส้นรอบวงประมาณ ๑๐๖เซนติเมตร มีหูเล็ก ๆ เป็นรูปมังกร</p><p><br/></p><p><br/></p><p>เส้นทางเข้าสู่แหล่งโบราณคดีเวียงท่ากาน</p><p>จากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ เชียงใหม่ - จอมทอง เลยอำเภอสันป่าตองไปประมาณ ๗ กิโลเมตร ถึงบ้านทุ่งเสี้ยว เลี้ยวซ้ายข้างป้อมตำรวจเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตรผ่านบ้านต้นกอกจึงถึงบ้านท่ากาน ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีเวียงท่ากาน</p><p>นายพรรษกรพรหมวร เลขที่9 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://pixabay.com/get/gc5815b1d9384b368823a86bf3796fa630af5780a88a935cc926bfedcd829737a5f193c094a2c54414b9256aef45d787a.jpg" />
         <pubDate>2024-09-30 07:42:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145665553</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จังหวัดกาญจนบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145667130</link>
         <description><![CDATA[<p>แหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร ค้นพบครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2518 เมื่อโรงเรียนวัดสาลวนาราม ได้ให้นักเรียนช่วยกันขุดหลุมดินเพื่อปักเสารั้ว ได้พบหลักฐานโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก</p><p><br/></p><p> </p><p><br/></p><p>หลังจากนั้น มีการได้มีการขุดสำรวจทางโบราณคดี โดยกรมศิลปากร 2 เป็นโครงการร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรกับมหาวิทยาลัยลอนดอน 1 ครั้ง และโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและกรมศิลปากร 1 ครั้ง</p><p><br/></p><p> </p><p><br/></p><p>มีเป็นหลักฐานหลายชิ้นที่ยืนยันว่า บ้านดอนตาเพชร เคยเป็นชุมชนโบราณที่มีการติดต่อทางทะเลกับทั้งอินเดียและทางตะวันออก นานกว่า 2500 ปีมาแล้ว</p><p><br/></p><p> </p><p><br/></p><p>โบราณวัตถุที่พบ เช่น</p><p><br/></p><p>เครื่องมือเหล็ก เป็นลักษณะของโลหะที่มีปลายแหลม หลากหลายขนาด หลากหลายรูปทรง</p><p><br/></p><p>เครื่องสำริด : โดยมากชนิดต่างๆ  คือ ภาชนะสำริด มองเห็นลวดลายสลักเป็นรูปผู้หญิง แสดงสัดส่วนทางสรีรวิทยาแบบ สันนิษฐานได้ว่าภาชนะนี้เป็นสิ่งของที่ทำในดินแดนประเทศไทยและส่งไปขายยังอินเดีย หรือเป็นคนอินเดียที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นคนผลิตขึ้นมาเอง</p><p><br/></p><p>เครื่องประดับ : จำพวกสำริด เช่น กำไลสำริด ข้อมือสำริด ข้อเท้าสำริด และแหวนสำริด</p><p><br/></p><p>ลูกปัดหินสี : ลูกปัดหินสีที่พบมีหลากหลายลักษณะและขนาด ทั้งทรงกลม ทรงทุ่นกลม ทรงเหลี่ยม หลายชนิด มีทั้งที่มีลาดลายและไม่มีลวดลายบนตัวหิน </p><p><br/></p><p>นาย อนาวิล สิงห์โสภา 4/1 เลขที่ 5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2816677831/7cf5e1f40c4f3b2e07ef78dd9db64ecc/bd12ad28aad67b14938b48893df8ef80.jpg" />
         <pubDate>2024-09-30 07:43:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145667130</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น้ำตกไทรโยคน้อย (น้ำตกเขาพัง) ตำบล ท่าเสา อำเภอไทรโยค กาญจนบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145674668</link>
         <description><![CDATA[<p>ทางรถไฟสายมรณะ (ทางรถไฟสายน้ำตก หรือ ทางรถไฟสายกาญจนบุรี เดิมเรียก ทางรถไฟสายพม่า) เป็นเส้นทางรถไฟสายหนึ่งที่เริ่มต้นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ โดยสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตาน-พยูซะยะ ประเทศพม่า </p><p>นายธีรวัฒน์ อ่อนราช 4/1 เลขที่2</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2816709818/b6a6d4fac2c8d8d7daaf77405cddfebc/Burma_Railway__I_.jpg" />
         <pubDate>2024-09-30 07:49:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145674668</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จังหวัดเพชรบูรณ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145676487</link>
         <description><![CDATA[<p>แหล่งโบราณวัตถุบ้านห้วยใหญ่ใต้ หมู่2 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์</p><p>เป็นแหล่งโบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้ค้นพบโบราณวัตถุ ในยุคก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก แต่กระจัดกระจายอยู่ในการครอบครองของคนในชุมชน ซึ่งในการ ค้นพบในครั้งนี้พบโบราณวัตถุในยุคก่อนประวัติศาสตร์เช่น เครื่องมือหินเพื่อการล่าสัตว์และป้องกันตัว เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผา โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2553 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ และหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ นักโบราณคดีชำนาญการจากสำนักโบราณคดีที่4 ลพบุรี อาจารย์ปิลันธนา สงวนบุญญพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรมและคณะ ได้ออกมาสำรวจ จัดเก็บข้อมูล และบันทึกภาพ โบราณวัตถุ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เพื่อจัดทำทะเบียนเอกสารายงาน ณ.วัดศรีสัญชัย หมู่ 2 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์</p><p>ขอขอบคุณข้อมูลภาพและรายละเอียด เอกสารรายงานการจัดทำทะเบียน สำรวจ จัดเก็บข้อมูลและบันทึกภาพจากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์</p><p><br/></p><p><br/></p><p>นาย ทศพล นาดิน เลขที่1 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2816716687/47545d59ecab57e52d15f98ca15b8efb/prapayneethai1353.jpg" />
         <pubDate>2024-09-30 07:50:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3145676487</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดมหาธาตุ ถนน นเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3147596249</link>
         <description><![CDATA[<p>นายทวีชัย กระจ่างวงศ์</p><p>https://youtu.be/mUD6h1DkdMk?si=RaTkFhjPJxTh_BmQ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-10-01 05:27:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3147596249</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัดโพรงอากาศ ถนน บางน้ำเปรี้ยว-ฉะเชิงเทรา ตำบล โพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3154547289</link>
         <description><![CDATA[<p>นางสาว สุพรรณนิกา ศรีอ่อน เลขที่17 ม.4/3</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2844549910/6c5e05a04dd0d9d74822c5630e09f0ab/1000020555.jpg" />
         <pubDate>2024-10-05 11:17:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3154547289</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Nakhon Si Thammarat, Thailand</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3154576948</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>วัดเจดีย์</strong> หรือรู้จักกันในชื่อของ<strong> วัดไอ้ไข่</strong> ตั้งอยู่ที่ ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อก่อนนั้นเคยเป็นวัดร้าง ตำนานว่าสร้างมาแล้วมากกว่าพันปี เหลือเพียงเจดีย์โบราณ ที่อยู่ตรงบริเวณโบสถ์ในปัจจุบัน จนเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2500 ก็ได้มีการบูรณะวัดเจดีย์ขึ้นมาใหม่ ทำให้มีพระภิกษุเข้ามาอยู่ประจำวัด และเป็นที่ประดิษฐานของ พ่อท่าน พระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่ยังเป็นวัดร้างค่ะ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่สิ่งที่ทำให้ วัดนี้เป็นรู้จักกันอย่างมากมายนั้น ก็คือ <strong>ไอ้ไข่วัดเจดีย์</strong> หรือ <strong>ตาไข่วัดเจดีย์</strong> คือ รูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบ ที่ตั้งอยู่ในศาลาวัดเจดีย์ เชื่อกันว่ามีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่ ทำให้กลายเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านตั้งแต่บริเวณใกล้ๆ วัด ไปจนถึงต่างจังหวัดในแถบภาคใต้เลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าใครก็ต่างมาขอพรกัน โดยเฉพาะทางด้านโชคลาภและการค้าขายค่ะ</p><p>&nbsp;</p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ตำนาน ไอ้ไข่ วัดเจดีย์</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตำนาน ไอ้ไข่ นั้น มีมากมายหลายเรื่องด้วยกัน ทั้งที่ว่าไอ้ไข่คือวิญญาณเด็กที่ติดตามหลวงพ่อทวด เมื่อหลวงพ่อทวดธุดงค์มาที่วัดร้างแห่งนี้ และให้วิญญาณดวงนี้เฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดินที่อยู่ภายในวัดไว้ ในขณะที่บางตำนานเล่าว่า ไอ้ไข่ คือเด็กที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในวัดเมื่อนานมาแล้ว ต่อมาเด็กคนนั้นประสบอุบัติเหตุตกน้ำเสียชีวิต วิญญาณของเด็กผูกพันอยู่กับวัด ก็เลยสถิตย์ที่วัดนี้ตั้งแต่นั้นมา</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แต่สิ่งที่ทำให้ ไอ้ไข่ นั้น โด่งดังขึ้นมาก็คือ เหตุการณ์ของกองร้อยทหารพรานที่มาตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวอยู่ วัดเจดีย์ ในคืนแรกที่มานั้นทั้งกองแทบไม่ได้หลับเลย เพราะมีเด็กมาเล่นหยอก ดึงแขนดึงขาตลอดทั้งคืน ตอนเช้าก็เลยเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้านเลยเล่าเรื่องของไอ้ไข่ให้ฟัง เลยบอกให้ทหารกลุ่มนี้ไหว้สักการะดวงวิญญาณไอ้ไข่ และให้เอาอาหารมาเซ่นไหว้ให้กับไอ้ไข่ด้วย หลังจากนั้นทุกอย่างก็สงบ ไม่มีสิ่งใดมารบกวน ทหารพรานเลยเอาเรื่องนี้มาเล่าต่อให้คนภายนอกฟัง ชื่อเสียงของไอ้ไข่ก็เลยเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นไปอีก</p><p>&nbsp;</p><p><br/></p><p><br/></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายใน วัดเจดีย์ เลยเต็มไปด้วยสิ่งของที่ผู้คนเอามาแก้บน ทั้ง รูปไก่ชน ชุดทหาร หนังสติ๊ก ไปจนถึงของเล่นต่างๆ เป็นต้น และมีการจุดประทัดเพื่อให้ทราบถึงแรงศรัทธาที่มีต่อไอ้ไข่ และเป็นการแสดงว่าได้รับพรที่ขอจากไอ้ไข่แล้วนั่นเองค่ะ ทำให้ทุกวันนี้จะได้ยินเสียงประทัดดังขึ้นตลอดเวลาจากวัดนี้ และทุกวันอังคารและวันเสาร์ก็จะมีกลองยาวแก้บน มาแสดงแก้บนให้ไอ้ไข่ดูวันหนึ่งเป็นสิบๆ รอบกันเลยทีเดียวค่ะ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจาก ไอ้ไข่ ที่ทุกคนต่างให้ความศรัทธาแล้ว ภายในวัดก็ยังมี อุโบสถขนาดใหญ่ให้ได้เข้าไปสักการะกันอีกด้วย กลายเป็นวัดแห่งแรงศรัทธาที่ผู้คนต่างก็มาเยือนกัน ไม่ว่าจะจากที่ไกลหรือใกล้ เป็นอีกวัดที่ต้องห้ามพลาดเลย เมื่อมาที่ นครศรีธรรมราช ใครยังไม่เคยมาก็ต้องปักหมุดตามเรามาแล้วนะคะ&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br/></p><p>&nbsp;</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=Rq6zPxZrQYg" />
         <pubDate>2024-10-05 12:00:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3154576948</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปราสาทหินพิมาย Prasat Hin Phimai, ถนนวนปรางค์ ตำบล ในเมือง อำเภอพิมาย นครราชสีมา</title>
         <author>phathrwdi694</author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3155304325</link>
         <description><![CDATA[<p> ภัทรวดี จำปาเกศ 4/3 เลขที่19</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2847784673/70fc5dca4eb178f0e49b10aa4079927c/Phimai__III_.jpg" />
         <pubDate>2024-10-06 11:36:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3155304325</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย สุโขทัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3156394219</link>
         <description><![CDATA[<p>นางสาวเปรมยุตา พรมตา ม.4/1เลขที่13</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2851400350/0857eafeba3e87c73809a9af18df52e8/IMG_7901.jpeg" />
         <pubDate>2024-10-07 06:27:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3156394219</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3156700940</link>
         <description><![CDATA[<p>ประวัติการสร้างเมืองขอนแก่น เริ่มขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ในราว พ.ศ.2340 เพียเมืองแพน เชื้อสายเจ้าเมืองร้อยเอ็ดและสุวรรณภูมิ ได้พาผู้คนอพยพออกจากบ้านชีโหล่น(ในเขตอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ดในปัจจุบัน) มาตั้งบ้านที่บ้านดอนกระยอมเวลานั้นอยู่ในแขวงเมืองชนบถ(ชนบท) ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และได้แจ้งความประสงค์ไปยังเจ้าพระยานครราชสีมา ขอเป็นเจ้าเมือง เมื่อเป็นเจ้าเมืองแล้ว ก็ขอขึ้นกับเมืองนครราชสีมาจะรับอาสาทำราชการผูกส่วยตามประเพณี เจ้าพระยานครราชสีมาจึงกราบทูลพระกรุณาไปยังกรุงเทพฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งเพียเมืองแพน เป็น "พระนครศรีบริรักษ์" ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองโดยยกบ้านบึงบอน (บริเวณบึงแก่นนคร ทางด้านทิศตะวันตกที่ตั้งเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น)</p><p>           ต่อมาในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ในราว พ.ศ. 2352 เนื่องจากที่ตั้งเมืองขอนแก่นอยู่ใกล้ชิดกับเมืองชนบถ (ชนบท) ซึ่งขึ้นกับเมืองนครราชสีมา และมีการปักปันเขตเมืองกัน จึงได้ย้ายเมืองไปตั้งที่ที่บ้านดอนพันชาติ หรือดงพันชาติ (ในท้องที่บ้านโนนเมือง หมู่ที่ 15 ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบัน) ด้วยเหตุผลการปักปันเขตเมืองขอนแก่นกับเมืองกาฬสินธุ์ นายศุภกิต คงขำ</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-10-07 09:40:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattaporn8bm/zak0rbbnb29gdwm4/wish/3156700940</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
