<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ธนวัฒน์ พุ่มลัดดา by </title>
      <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18</link>
      <description>แผนงาน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-08-16 02:32:18 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-10-15 09:15:50 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ธนวัฒน์  พุ่มลัดดา</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/274750729</link>
         <description><![CDATA[<div> ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์</div><div><strong>1.ประโยชน์ด้านการศึกษา</strong> ใช้เพื่องานด้านการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ เช่นการ</div><div>นำบทเรียน การผลิตสื่อการสอน การใช้ซีดีรอมสำหรับการเรียนรู้ เกมเพื่อการศึกษาหรือ</div><div>คอมพิวเตอร์ช่วยสอน</div><div><strong>2.ด้านความบันเทิง</strong> เป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อความสนุกสนานบันเทิง เช่น เล่นเกม</div><div>ฟังเพลงชมภาพยนต์</div><div><strong>3.ด้านการเงิน การธนาคาร</strong> ใช้ในการเบิก - ถอนเงินผ่านเครื่อง ATM การโอนเงินด้วย</div><div>ระบบด้วยอัตโนมัติโดยโอนเงินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยผ่านระบบเครือข่าย</div><div>คอมพิวเตอร์ การดูข้อมูลตลาดหุ้นการทำกราฟแสดงยอดขาย</div><div><strong>4.ด้านการสื่อสารและคมนาคม </strong>ใช้ในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อสาร</div><div>ถ่ายทอดผ่านดาวเทียมการติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์ การคมนาคมทางเรือ เครื่องบิน</div><div>และรถไฟฟ้า</div><div><strong>5.ด้านศิลปะและการออกแบบ</strong> เป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการวาดรูปการ์ตูนออกแบบ</div><div>งานและการสร้างภาพกราฟิกหรือการตกแต่งภาพในคอมพิวเตอร์</div><div><strong>6.ด้านการแพทย</strong>์์ ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยงานด้านการแพทย์หลายด้าน</div><div>เช่น การเก็บประวัติคนไข้ การใช้ทดลองประกอบการวินิจฉันของแพทย์ใช้ในการตรวจ</div><div>เลือก ตรวจปัสสาวะ การผ่าตัดหัวใจการตรวจสอบห้องพักผู้ป่วยว่าว่างหรือไม่ การ</div><div>ควบคุมแสงเลเซอร์การเอ็กซ์เรย์ การตรวจคลื่อนสมองคลื่นหัวใจ เป็นต้น</div><div><strong>7.ด้านวิทยาศาสตร์และเคมี </strong>ใช้ในการวิเคราะห์สูตรทางเคมีการคำนวณสูตรทาง</div><div>วิทยาศาสตร์การค้นคว้าทดลองในห้องวิทยาศาสตร์ การคำนวณเกี่ยวกับระบบสุริยะ</div><div>จักรวาลและการเกิดปรากฏการณ์เกี่ยวกับดวงดาวต่างๆ</div><div><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/5061476b7ef918265ff9f0cdd76ee2ab/computersystem.jpg" />
         <pubDate>2018-08-23 02:05:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/274750729</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พัชรพร เติมกระโทก</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/314108128</link>
         <description><![CDATA[<div>13 ธ.ค.61 <strong>1. เทคโนโลยีระดับพื้นบ้าน หรือระดับพื้นฐาน</strong> เป็นเทคโนโลยีแบบดั้งเดิมที่ไม่ซับซ้อนสำหรับการดำเนินชีวิต ผลิตจากวัสดุอุปกรณ์และทรัพยากรตลอดจนแรงงานในท้องถิ่น เทคโนโลยีในระดับพื้นบ้านเกิดจากการลองผิดลองถูกของภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นฐาน มีการทดลองและปรับปรุงแก้ไขด้วยตนเอง เช่น การนวดข้าวด้วยการใช้แรงงานสัตว์หรือคนย่ำบนรวงข้าว การนวดข้าวแบบฟาดข้าวกับวัสดุต่าง ๆ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน หรือระดับพื้นบ้าน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-12-13 02:14:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/314108128</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นัฐมน แจ่มมะณ</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/314108546</link>
         <description><![CDATA[<div>13 ธ.ค.61 <strong>2. เทคโนโลยีระดับกลาง</strong> เกิดจากการปรับปรุง พัฒนาเทคโนโลยีระดับพื้นบ้านขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการ การดำรงชีวิตให้สะดวกสบายขึ้น เช่น การนวดข้าวโดยใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งสามารถนวดข้าวได้เร็วกว่าการใช้แรงงานจากสัตว์หรือคน<br> <strong>3. เทคโนโลยีระดับสูง</strong> เป็นเทคโนโลยีที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความรู้สาขาต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นมาใช้เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์จนได้เทคโนโลยีที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น เครื่องเกี่ยวข้าวพร้อมกับนวดข้าว นอกจากจะทำการนวดข้าวแล้ว ยังแยกเมล็ดข้าวเปลือกออกจากฟางข้าว นอกจากนี้อาจมีการใส่ระบบนำทางเพื่อช่วยในการคำนวณเวลาที่ใช้ในการเก็บ เกี่ยวอีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-12-13 02:17:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/314108546</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนวัฒน์ พุ่มลัดดา</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316059682</link>
         <description><![CDATA[<div>20 ธ.ค.61  </div><div><strong>อินเทอร์เน็ตกับผลกระทบต่อสังคมไทย<br> ผลกระทบทางลบ</strong></div><div><strong>อินเทอร์เน็ตมีผลกระทบทางลบต่อสังคม  ดังนี้</strong></div><div><strong>1.</strong>  <strong>ก่อให้เกิดความเครียดของคนในสังคม  กล่าวคือ  อินเทอร์เน็ตทำให้คนในสังคมเข้าถึงข้อมูลมากมายมหาศาล  สภาพสังคมจึงเปลี่ยนเป็นสังคมฐานความรู้  หรือสังคมที่ใช้ความรู้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  ดังนั้น  จึงเกิดการแข่งขันด้านเศรษฐกิจกันอย่างรุนแรง  ซึ่งการตัดสินใจในการทำงานต้องใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพเพื่อให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง  ทำให้คนในสังคมเกิดความกดดันและเกิดความเครียดสูงขึ้น</strong></div><div><strong>2.</strong>   <strong>เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่ง  ซึ่งอาจก่อให้เกิดค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นในสังคม  เช่น  การแต่งกายที่ไม่เหมาะสมของเยาวชน  การติดเกมประเภทความรุนแรง  เป็นต้น</strong></div><div><strong>3.</strong>   <strong>เกิดช่องว่างระหว่างคนในสังคม  เนื่องจากคนในสังคมใช้เวลาในการเล่นอินเทอร์เน็ตมากขึ้น  ทำให้การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมลดลง  จนเกิดคำพูดที่ว่า “เทคโนโลยีทำให้คนไกลใกล้กันมากขึ้น  แต่เทคโนโลยีก็ทำให้คนใกล้ไกลกันมากขึ้น”  หรือที่นิยมเรียกกันว่า  “เป็นสังคมก้มหน้า”  กล่าวคือ  เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้คนอยู่ไกลกันสามารถสื่อสารได้เหมือนอยู่ใกล้กัน  ในขณะที่ทำให้คนอยู่ใกล้กันเกิดความห่างไกลกันมากขึ้น  เช่น  คนในครอบครัวที่ต่างคนต่างคุยกับเพื่อนในอินเทอร์เน็ต  จึงมีเวลาพูดคุยกับตนในครอบครัวน้อยลง</strong></div><div><strong>4.</strong> <strong>เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล  เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นโลกเสรีที่ให้ผู้คนสามรถแสดงความคิดเห็นร่วมกันได้  แต่การแสดงความคิดเห็นที่ไร้ขอบเขต  ย่อมส่งผลต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล  เช่น  การนำข้อมูลส่วนบุคคลออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน  ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจไม่เป็นจริงหรือไม่ได้พิสูจน์ความถูกต้อง  การแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่รุนแรงต่อบุคคลผ่านอินเทอร์เน็ต  เป็นต้น</strong></div><div><strong>5.</strong>  <strong>อาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์  ผู้ไม่หวังดีอาจใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิด  เช่น  การล่อลวงผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ตและก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศ  การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในแง่มุมต่างๆ  ทั้งภาพลามกอนาจาร  การพนันออนไลน์  การจำหน่ายของผิดกฎหมาย  การส่งไวรัสไปทำลายข้อมูลของผู้อื่น  เป็นต้น</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-12-20 02:02:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316059682</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พัชรพร  เติมกระโทก</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316060109</link>
         <description><![CDATA[<div>20 ธ.ค.61<br><strong>อินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย  เห็นได้จากหนังสือพิมพ์  วารสาร  รายการโทรทัศน์  วิทยุต่างๆ  ได้นำเรื่องของอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่นำเสนอต่อสาธารณะในแง่มุมต่างๆ  การเผยแพร่ข่าวสารทางอินเทอร์เน็ตเริ่มมีมากขึ้นและในรูปแบบที่หลากหลายกว่าเดิม  ผลกระทบต่อสังคมไทยมีทั้งด้านบวกและด้านลบ  เช่น ผลกระทบทางบวก</strong></div><div><strong>อินเทอร์เน็ตมีผลกระทบทางบวกต่อสังคม  ดังนี้</strong></div><div><strong>1.</strong>      <strong>ทำให้มีความสะดวกในการติดต่อสื่อสารในเครือข่ายขนาดใหญ่  กล่าวคือ  ทำให้คนในสังคมติดต่อสื่อสารได้ทุกสถานที่  ทุกเวลา</strong></div><div><strong>2.</strong>      <strong>ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน  เช่น  การติดต่อสื่อสารผ่านอีเมล  การประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย</strong></div><div><strong>3.</strong>     <strong>ช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ทำให้เกิดการศึกษารูปแบบใหม่ที่กระตุ้นความสนใจของผู้เรียนให้เกิดความสนุกในการเรียนรู้  อีกทั้งทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา  ได้แก่  ระบบการเรียนทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต  ( E-Learning ) </strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-12-20 02:06:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316060109</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พรจินดา  นิลกำแหง</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316060822</link>
         <description><![CDATA[<div>20 ธ.ค.61<br>  ข้อควรระวัง การใช้งาน<a href="http://www.krumontree.com/ebook3/page/glossary.htm#84">อินเทอร์เน็ต</a><br>ในการส่งข้อมูลอาจจะทำให้เกิดความไม่เสมอภาคกันในเรื่องของการรับข้อมูลข่าวสารได้ ยกตัวอย่าง เช่น ในขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เผยแพร่ข้อมูลเรื่องโรคระบาดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คนที่อาศัยอยู่ในเมืองสามารถรับทราบข่าวนี้ได้และมีการเตรียมตัวเพื่อป้องกันโรคระบาดเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับตน แต่คนที่อาศัยอยู่ในชนบทไม่สามารถรับข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้ อาจจะเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ เทคโนโลยี และความรู้ในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถเตรียมตัวป้องกันและติดโรคระบาดนี้ในที่สุด จะเห็นว่าจากตัวอย่างนี้ เป็นผลกระทบของอินเทอร์เน็ตในเรื่องของความเสมอภาคในการรับข้อมูลข่าวสาร <br>         ฉะนั้นการใช้อินเทอร์เน็ตต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและนำเสนอให้คนทั่วไปเข้าใจว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเพียงสื่อหนึ่งเหมือนกับสื่อทั่วไป สื่อจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-12-20 02:12:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316060822</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนวัฒน์  พุ่มลัดดา</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316711040</link>
         <description><![CDATA[<div>27 ธ.ค.61<br><strong>เทคโนโลยี คืออะไร<br> เทคโนโลยี (Technology) </strong>คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น<br><strong>การนำเทคโนโลยีมาใช้กับงานในสาขาใดสาขาหนึ่งนั้นเทคโนโลยี มีความสำคัญ 3 ประการ คือ</strong></div><div>          1.ประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานบรรลุผลตามเป้าหมายได้ เที่ยงตรงและรวดเร็ว</div><div>          2.ประสิทธิผล (Productivity) เกิดผลผลิตเต็มที่ ได้ประสิทธิผลสูงสุด</div><div>          3.ประหยัด (Economy) ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/605a113cf63203b96789d708efad9a48/mac__1_.jpg" />
         <pubDate>2018-12-27 01:56:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316711040</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พัชรพร เติมกระโทก</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316711196</link>
         <description><![CDATA[<div>27ธ.ค.61<br><strong>เทคโนโลยี คืออะไร</strong></div><div><strong>         เทคโนโลยี (Technology) </strong>คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น<br><strong>ความสำคัญของเทคโนโลยี</strong></div><div>          1.เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์</div><div>          2.เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา</div><div>          3.เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ<br><strong>ประโยชน์ของเทคโนโลยี</strong><br>     -ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ แถมยังช่วยพัฒนาระบบอารายธรรมโดยทางอ้อมอีกด้วย<br>เรื่องราวจากการเริ่มต้นเทคโนโลยี ยาวนานจนบัดนี้ทำให้มนุษย์เราแทบไม่สามารถแยกจากเทคโนโลยีไปได้แล้ว<br>    -ช่วยให้มนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้น<br>    -ช่วยให้เราทันสมัย<br>    -ช่วยประหยัดเวลา<br>    -ช่วยในการทำงาน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/f26cdceba06f01bcd25ace6a590d3efa/bbffb476a3a10212e20898ca69d9cdc6.jpg" />
         <pubDate>2018-12-27 02:01:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316711196</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นัฐมน แจ่มมะณี</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316711368</link>
         <description><![CDATA[<div>27ธ.ค.61<br><strong>เทคโนโลยี คืออะไร</strong></div><div><strong>         เทคโนโลยี (Technology) </strong>คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น<br><strong>การนำเทคโนโลยีมาใช้กับงานในสาขาใดสาขาหนึ่งนั้นเทคโนโลยี มีความสำคัญ 3 ประการ คือ</strong></div><div>          1.ประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานบรรลุผลตามเป้าหมายได้ เที่ยงตรงและรวดเร็ว</div><div>          2.ประสิทธิผล (Productivity) เกิดผลผลิตเต็มที่ ได้ประสิทธิผลสูงสุด</div><div>          3.ประหยัด (Economy) ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก</div><div><strong>ความสำคัญของเทคโนโลยี</strong></div><div>          1.เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์</div><div>          2.เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา</div><div>          3.เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-12-27 02:08:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/316711368</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนวัฒน์   พุ่มลัดดา</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/317143612</link>
         <description><![CDATA[<div>3 ม.ค.62<br><strong>อุปกรณ์ดิจิทัลที่ช่วยในการนำเสนอผลงาน<br></strong>1. โพรเจกเตอร์ (Projector) เป็นอุปกรณ์ฉายภาพที่ใช้ในการนำเสนอ โดยสามารถรองรับสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นวีซีดี เครื่องเล่นดีวีดี และเครื่องกำเนิดภาพอื่น ๆ แล้วแสดงผล ขยายขนาดบนจอรับภาพช่วยให้มองเห็นได้ไกลขึ้น เหมาะสำหรับการนำเสนอข้อมูลในห้องประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถมองเห็นภาพหรือข้อความได้อย่างชัดเจน</div><div>2. วิชวลไลเซอร์ (Visualizer) เป็นอุปกรณ์ฉายภาพระบบดิจิทัลประเภทหนึ่ง ซึ่งพัฒนามาจากโอเวอร์เฮดหรือเครื่องฉายข้ามศีรษะ ใช้แสดงภาพวัตถุและเอกสารสู่จอรับภาพที่มีอยู่จริงได้เลย โดยไม่ต้องดัดแปลง อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับใช้ในการนำเสนองานต่าง ๆ โดยเฉพาะครู-อาจารย์ที่สอนหนังสือ และใช้ได้ดีในการนำเสนอภาพนิ่งมากกว่าภาพเคลื่อนไหว แต่ภาพที่แสดงออกมานั้นก็ให้ความคมชัด มีสีสดใส และมีโหมดของการแสดงภาพให้ปรับการทำงานด้วย การควบคุมการทำงานสามารถทำได้โดยใช้รีโมต</div><div>3. กล้องถ่ายรูปดิจิทัล (Digital Camera) เป็นอุปกรณ์รับภาพที่เปลี่ยนจากฟิล์มมาเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อถ่ายรูปที่ต้องการแล้ว รูปจะถูกเก็บลงในหน่วยความจำ (memory) ที่อยู่ในกล้อง เมื่อต้องการดูรูปทำได้โดยการถ่ายข้อมูลจากหน่วยความจำลงบนเครื่องพิมพ์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาพที่ได้จะมีขนาดตามที่ต้องการ สามารถย่อหรือขยาย ปรับแสงหรือเงาแล้วแต่ความพอใจหรือจะเพิ่มรูปแบบก็สามารถทำได้ และเมื่อจะถ่ายใหม่ ก็สามารถใช้หน่วยความจำเดิมได้เลย โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อฟิล์ม</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-01-03 02:02:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/317143612</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พรจินดา  นิลกำแหง</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/317143817</link>
         <description><![CDATA[<div>3 ม.ค.62<br>อุปกรณ์ดิจิทัลที่สามารถถ่ายทอดภาพและเสียงในงานนำเสนอเพื่อให้งานนำเสนอมีคุณภาพ เข้าถึงผู้ชมและผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้<br>1.กล้องถ่ายวีดิทัศน์ดิจิทัล เป็นอุปกรณ์รับภาพที่บันทึกข้อมูล ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง เก็บไว้ในหน่วยความจำแบบแฟลชภายในกล้อง สามารถย่อหรือขยาย ปรับแสงเงาของภาพได้ และในปัจจุบันสามารถคัดลอกข้อมูลลงในแผ่นดีวีดีได้เลย โดยไม่ต้องโอนลงในเครื่องคอมพิวเตอร์</div><div>2. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์ขนาดสมุดบันทึกหรือโน้ตบุ๊ก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้างงานนำเสนอ เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น โพรเจกเตอร์ เพื่อนำเสนองาน และใช้นำเสนองานผ่านจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์</div><div>3. เครื่องเล่นเสียง หรือเครื่องเล่นเอ็มพีสาม (MP3) เป็นอุปกรณ์ซึ่งบรรจุข้อมูลเสียงที่ใช้เล่นในคอมพิวเตอร์และสามารถถ่ายโอนข้อมูลเข้าไปในคอมพิวเตอร์ได้ โดยข้อมูลเสียงนั้นใช้เทคโนโลยีบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงมากกว่าข้อมูลเสียงปกติถึง 12 เท่า แม้ขนาดข้อมูลจะเล็กลง แต่คุณภาพเสียงไม่ได้เสียไป อย่างไรก็ตาม หากเรานำข้อมูลเสียงจากเครื่องเล่น MP3 ไปเล่นในเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า จะได้เสียงในลักษณะกระตุกหรือใช้การไม่ได้เลย</div><div>4. โทรศัพท์เคลื่อนที่บางรุ่น เป็นอุปกรณ์ตัวกลางที่ผู้ใช้สามารถนำเสนองานที่สร้างด้วยซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ผ่านเครื่องโพรเจกเตอร์ได้สะดวก ง่ายต่อการติดตั้ง เพียงเชื่อมต่อโพรเจกเตอร์เข้ากับโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านสายเคเบิล แล้วเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยบลูทูธนอกจากอุปกรณ์ดิจิทัลที่ช่วยในการนำเสนอผลงานแล้ว ยังมีส่วนประกอบที่สำคัญในการนำเสนองานคือ คำบรรยาย หรือบทพากย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบด้านโสตหรือเสียงนั่นเอง โดยมีวิธีการและหลักในการพิจารณาดังนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-01-03 02:04:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/317143817</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนวัฒน์ พุ่มลัดดา</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326114430</link>
         <description><![CDATA[<div>31 ม.ค.62<br> <strong>1. สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)<br>  </strong>  มาที่คนแรกคือ สตีฟ จ๊อบส์ เขาคือบุคคลคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ที่สาวกไอโฟนยกย่องให้เขาเป็น ศาสดาแห่งโลกไอที เกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1955 บทบาทในวงการไอทีของเขาเริ่มจากการร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) ร่วมกับ สตีเฟน วอซนิแอค (Stephen Wozniak) และได้สร้างคอมพิวเตอร์แอบเปิล 2 (Apple II) ขึ้นมา ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นด้วยการสั่งงานคอมพิวเตอร์ผ่านทางภาพ หรือ GUI ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า เม้าส์ ซึ่งมีการใช้ครั้งแรกที่บริษัทซีร็อกซ์พาร์ค (Xerox PARC)<br>     <br>              อย่างไรก็ตามในปี ค.ศ. 1984 เขาได้ลาออกจากแอปเปิล เพราะมีปัญหาเรื่องความเห็นไม่ตรงกันกับผู้บริหาร ก่อนจะไปก่อตั้งบริษัทเน็กซ์ (NeXT)  รวมถึงการเป็นผู้บริหารระดับสูงของพิกซาร์แอนิเมชั่นสตูดิโอส์ ซึ่งเขาสร้างความแปลกใหม่แก่วงการภาพยนตร์ โดยการใช้คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงในการออกแบบภาพยนตร์ 3 มิติ เป็นเรื่องแรกอย่าง Toy Storyที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งบริษัทถูกวอลต์ดิสนีย์ซื้อกิจการไป <br>     <br>              แต่สุดท้ายแล้วเขาก็กลับมาที่บริษัทแอปเปิลอีกครั้ง ก่อนจะรับหน้าที่ CEO ในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ เขาได้กอบกู้ให้บริษัทแอบเปิลกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหลังจากทรุดตัวลงไปมาก โดยในปี ค.ศ. 1998 เขาได้เปิดตัว iMac คอมพิวเตอร์ใสมองทะลุได้ สร้างความแปลกใหม่ในวงการไอที เท่านั้นยังไม่พอ ในปี ค.ศ. 2007 เขาได้เปิดตัว iPhone โทรศัพท์ที่รวมเอาอินเทอร์เน็ตมาไว้ในเครื่องเดียวและสามารถใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอใช้งานได้จริง ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการโทรศัพท์มือถือไปตลอดกาล ก่อนจะมีสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างรายได้มหาศาลออกมาเรื่อย ๆ เช่น iPad  ที่ใช้คู่กับ iPhone iTunes เป็นต้น แต่เขาก็มีชีวิตอยู่พัฒนาได้ถึงแค่เพียง iPhon 4s เท่านั้น เพราะเขาได้เสียชีวิตลงในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ในวัย 56 ปี โดยมีทิม คุก (Tim Cook) มือขวาของเขาขึ้นมาเป็น CEO แทน     <br><br>              การจากไปของสตีฟ จ๊อบส์ ได้สร้างความระส่ำระส่ายแก่บริษัทแอปเปิลอย่างมาก เพราะผู้คนมองว่าเขาคือเสาหลักแห่งแอปเปิลและรอคอยสินค้าชิ้นใหม่ที่สามารถสร้างความตื่นเต้นได้เสมอ แต่ในวันนี้ที่ไม่มีสตีฟ จ๊อบส์ ผู้คนก็รู้สึกว่าความตื่นเต้นนั้นลดลง เนื่องจากสินค้าตัวใหม่ ๆ ที่ออกมา ก็ไม่ต่างจากเดิมมากเท่าไร</div><div>าที่คนแรกคือ สตีฟ จ๊อบส์ เขาคือบุคคลคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ที่สาวกไอโฟนยกย่องให้เขาเป็น ศาสดาแห่งโลกไอที เกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1955 บทบาทในวงการไอทีของเขาเริ่มจากการร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) ร่วมกับ สตีเฟน วอซนิแอค (Stephen Wozniak) และได้สร้างคอมพิวเตอร์แอบเปิล 2 (Apple II) ขึ้นมา ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นด้วยการสั่งงานคอมพิวเตอร์ผ่านทางภาพ หรือ GUI ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า เม้าส์ ซึ่งมีการใช้ครั้งแรกที่บริษัทซีร็อกซ์พาร์ค (Xerox PARC)<br>     <br>              อย่างไรก็ตามในปี ค.ศ. 1984 เขาได้ลาออกจากแอปเปิล เพราะมีปัญหาเรื่องความเห็นไม่ตรงกันกับผู้บริหาร ก่อนจะไปก่อตั้งบริษัทเน็กซ์ (NeXT)  รวมถึงการเป็นผู้บริหารระดับสูงของพิกซาร์แอนิเมชั่นสตูดิโอส์ ซึ่งเขาสร้างความแปลกใหม่แก่วงการภาพยนตร์ โดยการใช้คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงในการออกแบบภาพยนตร์ 3 มิติ เป็นเรื่องแรกอย่าง Toy Storyที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งบริษัทถูกวอลต์ดิสนีย์ซื้อกิจการไป <br>     <br>              แต่สุดท้ายแล้วเขาก็กลับมาที่บริษัทแอปเปิลอีกครั้ง ก่อนจะรับหน้าที่ CEO ในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ เขาได้กอบกู้ให้บริษัทแอบเปิลกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหลังจากทรุดตัวลงไปมาก โดยในปี ค.ศ. 1998 เขาได้เปิดตัว iMac คอมพิวเตอร์ใสมองทะลุได้ สร้างความแปลกใหม่ในวงการไอที เท่านั้นยังไม่พอ ในปี ค.ศ. 2007 เขาได้เปิดตัว iPhone โทรศัพท์ที่รวมเอาอินเทอร์เน็ตมาไว้ในเครื่องเดียวและสามารถใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอใช้งานได้จริง ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการโทรศัพท์มือถือไปตลอดกาล ก่อนจะมีสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างรายได้มหาศาลออกมาเรื่อย ๆ เช่น iPad  ที่ใช้คู่กับ iPhone iTunes เป็นต้น แต่เขาก็มีชีวิตอยู่พัฒนาได้ถึงแค่เพียง iPhon 4s เท่านั้น เพราะเขาได้เสียชีวิตลงในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ในวัย 56 ปี โดยมีทิม คุก (Tim Cook) มือขวาของเขาขึ้นมาเป็น CEO แทน     <br><br>              การจากไปของสตีฟ จ๊อบส์ ได้สร้างความระส่ำระส่ายแก่บริษัทแอปเปิลอย่างมาก เพราะผู้คนมองว่าเขาคือเสาหลักแห่งแอปเปิลและรอคอยสินค้าชิ้นใหม่ที่สามารถสร้างความตื่นเต้นได้เสมอ แต่ในวันนี้ที่ไม่มีสตีฟ จ๊อบส์ ผู้คนก็รู้สึกว่าความตื่นเต้นนั้นลดลง เนื่องจากสินค้าตัวใหม่ ๆ ที่ออกมา ก็ไม่ต่างจากเดิมมากเท่าไร</div><div>     <br>              มาที่คนแรกคือ สตีฟ จ๊อบส์ เขาคือบุคคลคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ที่สาวกไอโฟนยกย่องให้เขาเป็น ศาสดาแห่งโลกไอที เกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1955 บทบาทในวงการไอทีของเขาเริ่มจากการร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) ร่วมกับ สตีเฟน วอซนิแอค (Stephen Wozniak) และได้สร้างคอมพิวเตอร์แอบเปิล 2 (Apple II) ขึ้นมา ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นด้วยการสั่งงานคอมพิวเตอร์ผ่านทางภาพ หรือ GUI ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า เม้าส์ ซึ่งมีการใช้ครั้งแรกที่บริษัทซีร็อกซ์พาร์ค (Xerox PARC)<br>     <br>              อย่างไรก็ตามในปี ค.ศ. 1984 เขาได้ลาออกจากแอปเปิล เพราะมีปัญหาเรื่องความเห็นไม่ตรงกันกับผู้บริหาร ก่อนจะไปก่อตั้งบริษัทเน็กซ์ (NeXT)  รวมถึงการเป็นผู้บริหารระดับสูงของพิกซาร์แอนิเมชั่นสตูดิโอส์ ซึ่งเขาสร้างความแปลกใหม่แก่วงการภาพยนตร์ โดยการใช้คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงในการออกแบบภาพยนตร์ 3 มิติ เป็นเรื่องแรกอย่าง Toy Storyที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งบริษัทถูกวอลต์ดิสนีย์ซื้อกิจการไป <br>     <br>              แต่สุดท้ายแล้วเขาก็กลับมาที่บริษัทแอปเปิลอีกครั้ง ก่อนจะรับหน้าที่ CEO ในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ เขาได้กอบกู้ให้บริษัทแอบเปิลกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหลังจากทรุดตัวลงไปมาก โดยในปี ค.ศ. 1998 เขาได้เปิดตัว iMac คอมพิวเตอร์ใสมองทะลุได้ สร้างความแปลกใหม่ในวงการไอที เท่านั้นยังไม่พอ ในปี ค.ศ. 2007 เขาได้เปิดตัว iPhone โทรศัพท์ที่รวมเอาอินเทอร์เน็ตมาไว้ในเครื่องเดียวและสามารถใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอใช้งานได้จริง ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการโทรศัพท์มือถือไปตลอดกาล ก่อนจะมีสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างรายได้มหาศาลออกมาเรื่อย ๆ เช่น iPad  ที่ใช้คู่กับ iPhone iTunes เป็นต้น แต่เขาก็มีชีวิตอยู่พัฒนาได้ถึงแค่เพียง iPhon 4s เท่านั้น เพราะเขาได้เสียชีวิตลงในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ในวัย 56 ปี โดยมีทิม คุก (Tim Cook) มือขวาของเขาขึ้นมาเป็น CEO แทน     <br><br>              การจากไปของสตีฟ จ๊อบส์ ได้สร้างความระส่ำระส่ายแก่บริษัทแอปเปิลอย่างมาก เพราะผู้คนมองว่าเขาคือเสาหลักแห่งแอปเปิลและรอคอยสินค้าชิ้นใหม่ที่สามารถสร้างความตื่นเต้นได้เสมอ แต่ในวันนี้ที่ไม่มีสตีฟ จ๊อบส์ ผู้คนก็รู้สึกว่าความตื่นเต้นนั้นลดลง เนื่องจากสินค้าตัวใหม่ ๆ ที่ออกมา ก็ไม่ต่างจากเดิมมากเท่าไร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/f771b1f0d71ab7ccd43ca5cadc4a5289/jobs02__1_.jpg" />
         <pubDate>2019-01-31 02:16:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326114430</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พัชพร เติมกระโทก</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326115021</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>2. บิล เกตส์ (Bill Gates)</strong></div><div>            วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม (William Henry Gastes ที่ 3) หรือที่รู้จักกันในนามของ บิล เกตส์ เกิดวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1955 ผู้คนยกย่องให้เขาเป็นราชาแห่งอาณาจักรโลกคอมพิวเตอร์ในศตวรรษที่ 20-21 เนื่องจากตอนที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยได้เพียง 2 ปี เขาและเพื่อนคือ พอล แอลเลน (PAUL ALLEN) ได้ออกมาก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ พร้อมกับสร้างระบบปฏิบัติการดอส (DOS) และพัฒนาไปสู่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows) รวมทั้งเว็บบราวเซอร์อย่าง IE หรือ Internet Explorer จนประสบความสำเร็จอย่างมาก กลายเป็นบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ที่ครองตลาดผู้ใช้มากที่สุดในโลก จนทำให้นิตยสารฟอบส์ จัดอันดับให้เขาเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกติดต่อกันนานหลายปี <br>     </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/b17bbc9e2c934c03048c04ee021d9fcf/Bill_Gates.jpg" />
         <pubDate>2019-01-31 02:19:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326115021</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พรจินดา  นิลกำแหง</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326115496</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>3. สตีเฟน วอซนิแอค (Stephen Wozniak)</strong></div><div>    นอกจากสตีฟ จ๊อบส์ ที่มีบทบาทสำคัญในบริษัทแอปเปิลแล้วนั้น สตีเฟน วอซนิแอค ก็เป็นอีกคนที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกคอมพิวเตอร์เช่นกัน เพราะเขามีความเห็นตรงกับ จ๊อบส์ ว่า ควรจะสร้างคอมพิวเตอร์ขายในราคาไม่แพง จึงได้สร้างคอมพิวเตอร์ส่วนบบุคคล คือ Apple I ขึ้นมา แล้วร่วมกันก่อตั้งบริษัทชื่อแอปเปิลคอมพิวเตอร์ขึ้น ในปี ค.ศ. 1976 โดยยึดเอาโรงรถเป็นสถานที่ทำการ จากนั้นในอีกหนึ่งปีให้หลัง พวกเขาก็ได้ผลิต Apple II ออกมาขาย ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด<br>     <br>              คอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่ จ๊อบส์ และวอชนิแอค ผลิตขึ้นนั้น มีความสามารถในการแสดงผลภาพกราฟิกความละเอียดสูง และมีตัวอ่านแผ่นดิสก์แบบบาง (floppy disk) รวมถึงได้สร้างซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์แอปเปิลโดยเฉพาะ จนได้รับความนิยมไม่น้อย และได้มีการพัฒนารุ่นต่อ ๆ ไปตามลำดับ แต่สุดท้าย สตีเฟน วอชนิแอค ก็ออกจากการเป็นพนักงานของแอปเปิล ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1987 เป็นเวลากว่า 12 ปีหลังจากการก่อตั้งบริษัท แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริหารบริษัท และความพิเศษของเขาอีกอย่างคือการที่เขามารอต่อคิวซื้อสินค้าของแอปเปิลด้วยตัวเองเสมออีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/374f35f20cf4a3f6b222ced437853054/pic.jpg" />
         <pubDate>2019-01-31 02:23:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326115496</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิชญาวี  จันดี</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326115734</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>4. ดร. จอห์น วี. อะทานาซอฟฟ์ (John V. Atanasoff)</strong></div><div>              ก่อนที่เราจะมีคอมพิวเตอร์อย่างที่ใช้กันทุกวันนี้ ต้องมีผู้ริเริ่มประดิษฐ์เจ้าเครื่องนี้ขึ้นมาก่อน นั่นก็คือ จอห์น วี. อะทานาซอฟฟ์ เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1903 โดยเขาได้ร่วมมือกับลูกศิษย์คือ คลิฟฟอร์ด เบอร์รี่ (Clifford Berry) ประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นคนแรก คือ เครื่อง ABC หรือคอมพิวเตอร์ อตานาซอฟฟ์-เบอร์รี (Atanasoff-Berry Computer) เป็นเครื่องคำนวณดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1937 อาจกล่าวได้ว่า เครื่อง ABC มีส่วนบุกเบิกสำคัญให้กับคนรุ่นหลังได้พัฒนาต่อยอดจนเป็นคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ให้เราได้ใช้กันนั่นเอง <br>     <br>              ทั้งนี้ ดร.จอห์น เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1995 ในวัย 92 ปี <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/c909748d485ffe844589ab8234d5154c/17_big.jpg" />
         <pubDate>2019-01-31 02:24:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326115734</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นัฐมน แจ่มมะณี</title>
         <author>pacharapon6681</author>
         <link>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326116098</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>5. ชาร์ลส์ แบบเบจ (Charles Babbage)</strong></div><div>              เขาผู้นี้คือนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ผู้ได้รับสมญานามว่า บิดาแห่งคอมพิวเตอร์ โดยชาร์ลส์ แบบเบจ เกิดวันที่ 26 ธันวาคม 1791 เขาเติบโตขึ้นมาในช่วงที่อังกฤษกำลังอยู่ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุนทุนพัฒนาในสาขาต่าง ๆ อย่างเต็มที่ และที่เขาได้รับสมญานามนี้ เนื่องจากเขาเป็นคนแรกที่มีแนวคิดเรื่องเครื่องคำนวณที่สามารถสร้างโปรแกรมหรือสั่งให้ทำงานได้ ซึ่งผลงานของเขาก็คือเครื่องคำนวณหาผลต่าง (Difference Engine) และเครื่องวิเคราะห์การคำนวณทุกชนิด (analytical machine) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบของคอมพิวเตอร์ แต่ผลงานดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์เพราะเขาได้เสียชีวิตลงเสียก่อนเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1871 แต่จนกระทั่งปี ค.ศ. 1991 เครื่องหาผลต่างนี้ถูกสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ตามแบบที่เขาได้ออกแบบไว้ แสดงให้เห็นว่าเครื่องจักรจากแนวคิดของเขาทำงานได้จริง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/302931884/1ca2e698e4aa35c4b4f6f0be9f606248/charles_babbage.jpg" />
         <pubDate>2019-01-31 02:27:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pacharapon6681/yuy3x06a8h18/wish/326116098</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
