<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title> Chemistry 408 by narak nakaklim</title>
      <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-11-05 09:14:04 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-01-17 07:47:15 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f618.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>klimmy_น่ารักสุดๆ</title>
         <author>narakklimmy3_</author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2776508289</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ............... ชั้น....... เลขที่......</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>   1. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO<sub>2</sub> เป็นก๊าซไม่มีสี ซึ่งหากหายใจเอาก๊าซนี้เข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะรู้สึกเปรี้ยวที่ปาก เกิดการระคายเคืองที่จมูกและคอ เนื่องจากอาจเกิดการละลายของแก๊สนี้ในเมือกในอวัยวะ ก่อให้เกิดกรดคาร์บอนิกอย่างอ่อน</p><p>   2.</p><ol start="3"><li><p><br></p></li><li><p><br></p></li><li><p><br></p></li><li><p><br></p><p><br></p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206007713/df7d6710c959c75f6de36bd5905c4cd7/352678320_1709435692858297_1141178238932418312_n.jpg" />
         <pubDate>2023-11-05 09:14:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2776508289</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไอ่ยิมศิษย์ไกรสร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777299597</link>
         <description><![CDATA[<p>มลพิษที่อันตรายที่สุดที่คุณหายใจทุกวัน</p><p>1.PM10 (อนุภาคหยาบ)</p><p>อนุภาคหยาบหรือ PM10 เป็นอนุภาคที่หายใจเข้าไปได้ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 2.5 ถึง 10 ไมครอน</p><p><br></p><p>ฝุ่นทั้งหมดที่ลอยอยู่รอบๆ ห้องใต้หลังคาของคุณหรือควันที่ลอยจากไฟป่าเป็นตัวอย่างที่ดีของอนุภาค PM10 ที่คุณสามารถมองเห็นได้ มลพิษในอากาศเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อคอ ตา และจมูกของคุณ และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง</p><p><br></p><p>2.PM2.5 (อนุภาคละเอียด)</p><p>อนุภาคละเอียดหรือ PM2.5 เป็นอนุภาคที่หายใจเข้าไปได้ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งหมายความว่าสามารถมองเห็นได้เฉพาะภายใต้กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น แหล่งที่มาของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้แก่ สะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น แบคทีเรีย และฝุ่นจากสถานที่ก่อสร้างและรื้อถอน อนุภาค PM2.5 มีขนาดเล็กพอที่จะเข้าไปเกาะในเนื้อเยื่อปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ และถุงลมโป่งพอง</p><p><br></p><p>การได้รับสารมลพิษในอากาศเหล่านี้เป็นเวลานานสามารถลดทั้งการทำงานของปอดและอายุขัยของคุณ </p><p><br></p><p>3.คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)</p><p>คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "นักฆ่าที่มองไม่เห็น" เป็นก๊าซไร้กลิ่นและไม่มีสีซึ่งมักตรวจไม่พบ คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 400 รายในสหรัฐอเมริกาทุกปี (13)</p><p>โดยทั่วไปแล้ว คาร์บอนมอนอกไซด์จะถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการเผาไหม้ เช่น การเผาไม้ น้ำมัน ถ่านหิน ถ่าน ก๊าซธรรมชาติ และโพรเพน แต่ก็สามารถพบได้ในที่ร่มจาก:</p><p><br></p><p>เครื่องทำความร้อนน้ำมันก๊าดและก๊าซที่ไม่ได้ระบายอากาศ</p><p>ปล่องไฟและเตาผิงรั่ว</p><p>ย้อนกลับจากเตาเผาและเครื่องทำน้ำอุ่น</p><p><br></p><p>4.โอโซน (O3)</p><p>โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในทั้งชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก โดยจะช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพบโอโซนที่ระดับพื้นดินจะเป็นพิษต่อมนุษย์</p><p><br></p><p>โอโซนระดับพื้นดินเกิดขึ้นเมื่อมลพิษที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่น และแหล่งอื่นๆ ทำปฏิกิริยาทางเคมีในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงมีหมอกควันมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน? นั่นเป็นเพราะว่ายิ่งกลางวันร้อนและแสงแดดแรงขึ้นเท่าใด โอโซนก็จะยิ่งก่อตัวมากขึ้น</p><p>5.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เป็นก๊าซที่มีกลิ่นรุนแรงที่เกิดจากการจราจรบนถนนและกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ</p><p><br></p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังเป็นสารตั้งต้นของโอโซนและอนุภาค และมีบทบาทในการก่อตัวของฝนกรด</p><p><br></p><p>6.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)</p><p>ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซหรือของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง</p><p><br></p><p>การปรากฏตัวของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศนั้นสร้างขึ้นโดยมนุษย์โดยเฉพาะ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกผลิตขึ้นเมื่อมีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการทางอุตสาหกรรม และเมื่อมีการถลุงแร่แร่ เช่น อะลูมิเนียม</p><p><br></p><p>ก๊าซพิษนี้มักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีและฝนกรด ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นจากการได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมถึง (18):</p><p><br></p><p>ระคายเคืองต่อจมูกและลำคอ</p><p>หายใจถี่</p><p>ความตาย (การสัมผัส SO2 ระดับสูงในระยะสั้น)</p><p><br></p><p>อภิวิชญ์ กันน 4/8 20</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206675396/4900755f205ebad45fba0d573a4145d8/inbound4271015205647279070.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:42:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777299597</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชอบดอกไม้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777301546</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นายวิทยา แซ่จาง ชั้นม.4/8 เลขที่9</p><p>เเก็สที่เป็นมลพิษต่อากาศ</p><p>1.ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์</p><p>(NO2) ส่วนมากจะมาจากแหล่งอุตสาหกรรมและการจราจร</p><p>กลายเป็นภาพที่ชัดเจนและทำให้ทุกคนเข้าใจได้ในทันที ทั้งใน</p><p>แง่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมประจำวันของมนุษย์</p><p>และในแง่ความโหดร้ายที่การใช้ชีวิตของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อ</p><p>สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด</p><p>2.คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เป็นก๊าซพิษไม่มีสีไม่มีกลิ่น ทำให้เสียชีวิตได้หากมีความ เข้มข้นสูง สาเหตุมาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิง ที่มีคาร์บอน เช่น น้ำมันเบนซิน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันถ่านหิน และไม้ ปัจจุบันมีทั้งดาวเทียม Sentinel-5 (เซนเซอร์ TROPOMI) และดาวเทียม Terra (เซนเซอร์ MOPITT) ที่เก็บ ข้อมูลความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทุกวัน</p><p>3.ก๊าซโอโซน (O3) สำคัญอย่างยิ่งต่อสมดุลของ บรรยากาศโลก ในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ มีโอโซน ประมาณ 90% เป็นเกราะป้องกันสิ่งมีชีวิตบนโลกจากอันตราย ของรังสีอัลตราไวโอเลต ส่วนในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์จะ มีโอโซนประมาณ 10% เป็นสารทำความสะอาดที่มี ประสิทธิภาพ แต่เมื่อเข้มข้นสูงก็จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ได้เช่นกัน ส่งผลให้หายใจหอบหืด การทำงานของ ปอดลดลง ตามมาด้วยโรคทางเดินหายใจ ปัจจุบันมีดาวเทียม Sentinel-5, GOSAT-2 และ MetOp เป็นต้น</p><p>4.แอมโมเนีย(NH3)</p><p>เป็นมลพิษที่ปัจจุบันพบว่ามีการปล่อยออกมาสูงกว่าใน</p><p>ยุคก่อนอุตสาหกรรมประมาณ 4 เท่า ส่วนใหญ่มาจากภาค</p><p>เกษตร นอกจากนี้ ยังเป็นสารตั้งต้นของฝุ่นละออง การตรวจวัด</p><p>ค่าของแอมโมเนียด้วยดาวเทียมเริ่มมาตั้งปี 2545 ปัจจุบันมี</p><p>ดาวเทียมที่ตรวจวัดก๊าซแอมโมเนีย อาทิ ดาวเทียม Aqua</p><p>(AIRS), Suomi-NPP (CrIS), MetOp (IASI), GOSAT (TANSO-FTS), Aura (TES)</p><p>5.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) </p><p>เกิดจากการ เผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล โรงไฟฟ้าอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่อง บินและเรือ เมื่อรวมตัวกับน้ำในบรรยากาศจะเกิดกรดซัลฟิวริก ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของฝนกรด การได้รับ SO2 ส่งผลต่อ ระบบทางเดินหายใจ และทำให้ดวงตาระคายเคือง ประวัติการ ตรวจวัดค่าของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ด้วยดาวเทียมมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2521</p><p>6.ฝุ่นละอองขนาดเล็ก </p><p>เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญของการตรวจวัดคุณภาพอากาศ นั่นคือ คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 และ PM 10 โดย ดาวเทียมตรวจวัดโดยอาศัยหลักการการกระเจิงของแสงเพื่อหา ค่า Aerosol Optical Depth (AOD) จากนั้นนำมาวิเคราะห์ร่วม กับข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อแปลงเป็นค่าความเข้มข้นของ ปริมาณฝุ่นละอองที่ปกคลุมแต่ละพื้นที่ในภาพถ่ายจาก ดาวเทียม และเช่นเดียวกันมีดาวเทียมหลายดวงที่สามารถตรวจ วัดค่าฝุ่นละอองได้ แต่ที่นิยมและน่าเชื่อถือมากที่สุดคือ ข้อมูล จากเซนเซอร์ MODIS จากดาวเทียม Terra และ Aqua ของนา ซ่า แม้กระนั้นการใช้ข้อมูลจากระบบ MODIS ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ บ้าง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206675891/99d9c3ce504deed1717f9d7aafa85b10/inbound500003559249170673.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:44:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777301546</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไอ่วันสายป่า🌳</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777305105</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย ตะวัน เขตรักษา เลขที่5 ม.4/8</p><p><strong>เเก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</strong></p><p>1.<strong>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล &nbsp;หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p>2.<strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7201-2017-06-09-13-10-26">ถ่านหิน</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-science/item/7473-2017-09-08-03-40-23">น้ำมัน</a>ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p>3.<strong>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFC<sub>S</sub> ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4.<strong>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p>5.<strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p>6.<strong>สารกัมมันตรังสี (Redon):</strong> เป็นสารที่สะสมอยู่ภายในบ้านได้ จริงๆแล้วสารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในชั้นหินและชั้นดินภายในบริเวณบ้านนั่นเอง และจะปลดปล่อยออกมาในรูปของก๊าซซึ่งก๊าซดังกล่าวหากร่างกายได้รับในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206677522/fad4642e7e6e5f78f63d4b2bbca82956/EEA678EA_03E9_47E9_BD80_FBD3A0F4F57E.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:47:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777305105</guid>
      </item>
      <item>
         <title>EARTH </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777306744</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย ปิยพงษ์ คำตั๋น ม.4/8 เลขที่10</p><p>มลพิษทางอากาศ</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล  หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสี</p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p>5.อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้</p><p>6.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206675216/537b4c2cc45c05be29dc9b60c15de656/inbound2083784268961134722.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:49:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777306744</guid>
      </item>
      <item>
         <title>sorn</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777308291</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย อดิศร ดายเมี๊ยะ ม.4/8 เลขที่17</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p><br></p><p>1.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล  หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p><br></p><p>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p><br></p><p>3.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป </p><p><br></p><p>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p> </p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p><br></p><p>6.อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206674852/b1f1f38d248f36fdf49aeb4a2813b5f0/inbound8972863604596597541.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:50:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777308291</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Jeff_fi78</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777308868</link>
         <description><![CDATA[<p>ธัญพิสิษฐ์ วงศ์รังษี เลขที่4 ชั้น4/8</p><p><strong>1ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล &nbsp;หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p>2 <strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7201-2017-06-09-13-10-26">ถ่านหิน</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-science/item/7473-2017-09-08-03-40-23">น้ำมัน</a>ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p>3 <strong>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFC<sub>S</sub> ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4 <strong>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p>4 <strong>อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): </strong>ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้</p><p>5 <strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p>6 <strong>สารปนเปื้อนทางชีวภาพ</strong> <strong>(Biological pollutants):</strong> เป็นสารที่เกิดขึ้นในธรรมชาติและล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ เช่น ละอองเกสรดอกไม้หรืออับสปอร์ สารเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหืด หอบ ภูมิแพ้ หรือโรคเยื่อบุตาอักเสบได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206679041/4b1e16ff91574cb820e7d52f38b7174e/716E2AEF_7049_4565_ABC6_73643054EB78.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:51:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777308868</guid>
      </item>
      <item>
         <title>cheepxzz._</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777310563</link>
         <description><![CDATA[<p>         ชื่อ จิรชีพ ไทยใหญ่ ชั้น4/8 เลขที่30</p><ol><li><p><strong>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล &nbsp;หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p></li></ol><ol start="2"><li><p><strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p></li><li><p><strong>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์ เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFC<sub>S</sub> ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป</p></li><li><p><strong>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p></li><li><p><strong>อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): </strong>ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้</p></li><li><p><strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206677433/68af6639349452fcf835b998274faeff/cpm35_2566_09_24_171453_555.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:52:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777310563</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777310945</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นายวัฒนา ลุงชู้ ชั้น4/8 เลขที่16</p><p><br/></p><p>เเก๊ซที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p><br/></p><p>1.คาร์บอนมอนอกไซด์</p><p>-ทําให้เกิดควันสีขาว</p><p>-ขัดขวางการน่าออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ</p><p><br/></p><p>2.คาร์บอนไดออกไซด์</p><p>-ตัวการของการเกิดก๊าซเรือนกระจก</p><p>-รับเข้าไปปริมาณมากจะทําให้เลือดเป็นกรด</p><p><br/></p><p>3.ไนโตรเจนออกไซด์</p><p>-ทำปฏิกิริยากับสารอื่น จะส่งผลต่อ ระบบทางเดินหายใจ และปอด</p><p><br/></p><p> 4.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO)</p><p>-เมื่อท่าปฏิกิริยา</p><p>กับก๊าซออกซิเจนจะอันตราย ต่อระบบทางเดินหายใจ</p><p><br/></p><ol start="5"><li><p>ไฮโดรคาร์บอน (HC)</p></li></ol><p>เมื่อทำปฎิกริยากับไนโตรเจนออกไซด์จะทำให้เกิดปรากฎการณ์หมอกพิษ</p><p><br/></p><p>6.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซหรือของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง</p><p><br/></p><p>การปรากฏตัวของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศนั้นสร้างขึ้นโดยมนุษย์โดยเฉพาะ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกผลิตขึ้นเมื่อมีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการทางอุตสาหกรรม และเมื่อมีการถลุงแร่แร่ เช่น อะลูมิเนียม</p><p><br/></p><p>ก๊าซพิษนี้มักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีและฝนกรด ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นจากการได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมถึง (18):</p><p><br/></p><p>ระคายเคืองต่อจมูกและลำคอ</p><p>หายใจถี่</p><p>ความตาย (การสัมผัส SO2 ระดับสูงในระยะสั้น)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206679420/03ff48600b065e024d3b55654281e8d7/inbound5286475858884138357.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:53:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777310945</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โอมสายปลาซิว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311304</link>
         <description><![CDATA[<p> นาย วุฒิชัย ถามถ้วน ชั้นม4/8 เลขที่14</p><p><br></p><p>1. ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล</p><p> </p><p>2. ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตาม ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิต</p><p><br></p><p>3.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด </p><p><br></p><p> 4. อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ</p><p><br></p><p>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ</p><p><br></p><p>6.ฟอร์มอลดีไฮด์ (Formaldehyde): เป็นสารเคมีที่ประกอบไปด้วย คาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน อยู่ในรูปของก๊าซที่ไม่มีสีแต่มีกลิ่น พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากพืช สัตว์ และมนุษย์ โดยอาจพบในส่วนผสมของ น้ำมันพืช แชมพู ลิปสติก เสื้อผ้า หรือกระดาษชำระ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206676758/409ec1ffefddd86038d8c02db3bf9bf8/inbound5261159605013188493.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:53:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311304</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เด็กชายการต์ชอบของหวาน😵‍💫</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311386</link>
         <description><![CDATA[<p>มลพิษที่อันตรายที่สุดที่คุณหายใจทุกวัน</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://1.PM">1.PM</a>10 (อนุภาคหยาบ)</p><p>อนุภาคหยาบหรือ PM10 เป็นอนุภาคที่หายใจเข้าไปได้ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 2.5 ถึง 10 ไมครอน</p><p>ฝุ่นทั้งหมดที่ลอยอยู่รอบๆ ห้องใต้หลังคาของคุณหรือควันที่ลอยจากไฟป่าเป็นตัวอย่างที่ดีของอนุภาค PM10 ที่คุณสามารถมองเห็นได้ มลพิษในอากาศเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อคอ ตา และจมูกของคุณ และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://2.PM">2.PM</a>2.5 (อนุภาคละเอียด)</p><p>อนุภาคละเอียดหรือ PM2.5 เป็นอนุภาคที่หายใจเข้าไปได้ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งหมายความว่าสามารถมองเห็นได้เฉพาะภายใต้กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น แหล่งที่มาของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้แก่ สะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น แบคทีเรีย และฝุ่นจากสถานที่ก่อสร้างและรื้อถอน อนุภาค PM2.5 มีขนาดเล็กพอที่จะเข้าไปเกาะในเนื้อเยื่อปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ และถุงลมโป่งพอง</p><p>การได้รับสารมลพิษในอากาศเหล่านี้เป็นเวลานานสามารถลดทั้งการทำงานของปอดและอายุขัยของคุณ </p><p>3.คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)</p><p>คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "นักฆ่าที่มองไม่เห็น" เป็นก๊าซไร้กลิ่นและไม่มีสีซึ่งมักตรวจไม่พบ คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 400 รายในสหรัฐอเมริกาทุกปี (13)</p><p>โดยทั่วไปแล้ว คาร์บอนมอนอกไซด์จะถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการเผาไหม้ เช่น การเผาไม้ น้ำมัน ถ่านหิน ถ่าน ก๊าซธรรมชาติ และโพรเพน แต่ก็สามารถพบได้ในที่ร่มจาก:</p><p>เครื่องทำความร้อนน้ำมันก๊าดและก๊าซที่ไม่ได้ระบายอากาศ</p><p>ปล่องไฟและเตาผิงรั่ว</p><p>ย้อนกลับจากเตาเผาและเครื่องทำน้ำอุ่น</p><p>4.โอโซน (O3)</p><p>โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในทั้งชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก โดยจะช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพบโอโซนที่ระดับพื้นดินจะเป็นพิษต่อมนุษย์</p><p>โอโซนระดับพื้นดินเกิดขึ้นเมื่อมลพิษที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่น และแหล่งอื่นๆ ทำปฏิกิริยาทางเคมีในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงมีหมอกควันมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน? นั่นเป็นเพราะว่ายิ่งกลางวันร้อนและแสงแดดแรงขึ้นเท่าใด โอโซนก็จะยิ่งก่อตัวมากขึ้น</p><p>5.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เป็นก๊าซที่มีกลิ่นรุนแรงที่เกิดจากการจราจรบนถนนและกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังเป็นสารตั้งต้นของโอโซนและอนุภาค และมีบทบาทในการก่อตัวของฝนกรด</p><p>6.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)</p><p>ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซหรือของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง</p><p>การปรากฏตัวของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศนั้นสร้างขึ้นโดยมนุษย์โดยเฉพาะ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกผลิตขึ้นเมื่อมีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการทางอุตสาหกรรม และเมื่อมีการถลุงแร่แร่ เช่น อะลูมิเนียม</p><p>ก๊าซพิษนี้มักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีและฝนกรด ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นจากการได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมถึง (18):</p><p>ระคายเคืองต่อจมูกและลำคอ</p><p>หายใจถี่</p><p>ความตาย (การสัมผัส SO2 ระดับสูงในระยะสั้น)</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206681213/7c5d96b36dbcfd32b6a6316c15340fbb/IMG_1572.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:53:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311386</guid>
      </item>
      <item>
         <title>arm.ois</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311660</link>
         <description><![CDATA[<p>นายพัสน์นันท์ ศิริพรมมา ม.4/8</p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p><br></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุน</p><p>              คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p><br></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน</p><p>sulfer dioxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>              IARC = Group 3 (ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์หรือไม่)</p><p>3.โอโซน (Ozone,O3)</p><p><br></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีนแหล่งที่มา</p><p>              เกิดจากการทำปฎิกิริยาเคมีในบรรยากาศระหว่างสารมลพิษทางอากาศเช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมีแสงแดดเป็นแหล่งพลังงาน</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p><br></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น</p><p>Carbon Monoxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็งแหล่งที่พบในธรรมชาติ</p><p>              ควันบุหรี่ และควันไฟไหม้ป่าที่เกิดจากการเผาไหม้สารอินทรีย์อย่างไม่สมบูรณ์</p><p>              อุตสาหกรรมที่สังเคราะห์ทางอินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม</p><p>              ควันรถยนต์ รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์และเครื่องจักรที่เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์</p><p><br></p><p>5.ซาริน หรือจีบี เป็นสารประกอบออร์แกโนฟอสฟอรัส มีสูตรเคมี [(CH₃)₂CHO]CH₃PF ซารินเป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น ใช้เป็นอาวุธเคมีเนื่องจากเป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง ซารินจัดเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในข้อมติสหประชาชาติที่ 687 อนุสัญญาอาวุธเคมี พ.ศ. 2536 ห้ามการผลิตและเก็บสะสมซาริน และจัดเป็นสารกำหน</p><p><br></p><p>6.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1737516331/d6bd5d24a4d41a477cc310ea32c01ea9/1695809960537.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:53:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311660</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไอ่ทีคนหล่อ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311810</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย วรวัฒน์ ลุงทำ ม.4/8 เลขที่19 </p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่อสภาพอากาศ</p><p>1.ไอโดรคาร์บอนHC</p><p>เมื่อท่าปฏิกิริยา  กับก๊าซออกซิเจนจะอันตราย ต่อระบบทางเดินหายใจ</p><p>2 ซัลเฟอร์ไดออกไชเมื่อท่าปฏิกิริยากับ</p><p>ในโตรเจนออกไซด์ จะทำให้เกิดปรากฏการณ์หมอกพิษ</p><p>3 COกิาชคาร์บอนไดออกไซด์</p><p>หากหายใจเอาก๊าซที่เข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะรู้สึก ปวดศรีษะ </p><p>4 ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)</p><p> เป็นก๊าซที่มีกลิ่นรุนแรงที่เกิดจากการจราจรบนถนนและกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังเป็นสารตั้งต้นของโอโซนและอนุภาค และมีบทบาทใน</p><p>การก่อตัวของฝนกรด</p><p>5 โอโซน (O3)</p><p>เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในทั้งชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก โดยจะช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพบโอโซนที่ระดับพื้นดินจะเป็นพิษต่อมนุษย์</p><p><br/></p><p>โอโซนระดับพื้นดินเกิดขึ้นเมื่อมลพิษที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่น และแหล่งอื่นๆ ทำปฏิกิริยาทางเคมีในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงมีหมอกควันมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน? นั่นเป็นเพราะว่ายิ่งกลางวันร้อนและแสงแดดแรงขึ้นเท่าใด โอโซนก็จะยิ่งก่อตัวมากขึ้น</p><p>6 คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)</p><p> หรือที่รู้จักกันในชื่อ "นักฆ่าที่มองไม่เห็น" เป็นก๊าซไร้กลิ่นและไม่มีสีซึ่งมักตรวจไม่พบ คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 400 รายในสหรัฐอเมริกาทุกปี (13)</p><p>โดยทั่วไปแล้ว คาร์บอนมอนอกไซด์จะถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการเผาไหม้ เช่น การเผาไม้ น้ำมัน ถ่านหิน ถ่าน ก๊าซธรรมชาติ และโพรเพน แต่ก็สามารถพบได้ในที่ร่มจาก</p><p>เครื่องทำความร้อนน้ำมันก๊าดและก๊าซที่ไม่ได้ระบายอากาศ</p><p>ปล่องไฟและเตาผิงรั่ว</p><p>ย้อนกลับจากเตาเผาและเครื่องทำน้ำอุ่น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206677840/9b3e5335956df58d7ab1c5b76c10555f/inbound6061007032758633473.png" />
         <pubDate>2023-11-06 03:54:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777311810</guid>
      </item>
      <item>
         <title>และในกระเป๋าผมมีดอกไม้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777312369</link>
         <description><![CDATA[<p>กฤติภูมิ จันทร์บุญ เลขที่11ม4/<strong>8</strong></p><p><strong>1ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)</strong> ส่วนมากจะมาจากแหล่งอุตสาหกรรมและการจราจร กลายเป็นภาพที่ชัดเจนและทำให้ทุกคนเข้าใจได้ในทันที ทั้งในแง่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมประจำวันของมนุษย์ และในแง่ความโหดร้ายที่การใช้ชีวิตของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด</p><p><br></p><p><strong>2.คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)</strong> . เป็นก๊าซพิษไม่มีสีไม่มีกลิ่น ทำให้เสียชีวิตได้หากมีความเข้มข้นสูง สาเหตุมาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอน เช่น น้ำมันเบนซิน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันถ่านหิน และไม้ ปัจจุบันมีทั้งดาวเทียม Sentinel-5 ( เซนเซอร์ TROPOMI) และดาวเทียม Terra (เซนเซอร์ MOPITT) ที่เก็บข้อมูลความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทุกวัน นักวิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอมอนอกไซด์ที่วัดได้จากดาวเทียม เปรียบเทียบกับอัตราเกิดไฟป่าแถบภาคเหนือของไทย พบว่าสัมพันธ์กันและยังสัมพันธ์กับความเข้มข้นของ PM10 อีกด้วย <strong>3.ก๊าซโอโซน  </strong></p><p><br></p><p><strong>(O3)</strong> สำคัญอย่างยิ่งต่อสมดุลของบรรยากาศโลก ในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ มีโอโซนประมาณ 90% เป็นเกราะป้องกันสิ่งมีชีวิตบนโลกจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลต ส่ วนในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์จะมีโอโซนประมาณ 10% เป็นสารทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อเข้มข้นสูงก็จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ได้เช่นกัน ส่งผลให้หายใจหอบหืด การทำงานของปอดลดลง ตามมาด้วยโรคทางเดินหายใจ ปัจจุบันมีดาวเทียม Sentinel-5, GOSAT-2 และ MetOp เป็นต้น</p><p><br></p><p> <strong>4. แอมโมเนีย (NH3)</strong> เป็นมลพิษที่ปัจจุบันพบว่ามีการปล่อยออกมาสูงกว่าในยุคก่อนอุตสาหกรรมประมาณ 4 เท่า ส่วนใหญ่มาจากภาคเกษตร นอกจากนี้ ยังเป็นสารตั้งต้นของฝุ่นละออง การตรวจวัดค่าของแอมโมเนียด้วยดาวเทียมเริ่มมาตั้งปี 2545 ปัจจุบันมีดาวเทียมที่ตรวจวัดก๊าซแอมโมเนีย อาทิ ดาวเทียม Aqua (AIRS), Suomi-NPP (CrIS), MetOp (IASI), GOSAT (TANSO-FTS), Aura (TES) </p><p>ฝ<strong>5. ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)</strong> เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล โรงไฟฟ้าอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องบินและเรือ เมื่อรวมตัวกับน้ำในบรรยากาศจะเกิดกรดซัลฟิวริกซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของฝนกรด การได้รับ SO2 ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ และทำให้ดวงตาระคายเคือง ประวัติการตรวจวัดค่าของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ด้วยดาวเทียมมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2521 </p><p><br></p><p><strong>6. ฝุ่นละอองขนาดเล็ก</strong> เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญของการตรวจวัดคุณภาพอากาศ นั่นคือ คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 และ PM 10 โดยดาวเทียมตรวจวัดโดยอาศัยหลักการการกระเจิงของแสงเพื่อหาค่า Aerosol Optical Depth (AOD) จากนั้นนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อแปลงเป็นค่าความเข้มข้นของปริมาณฝุ่นละอองที่ปกคลุมแต่ละพื้นที่ในภาพถ่ายจากดาวเทียม และเช่นเดียวกันมีดาวเทียมหลายดวงที่สามารถตรวจวัดค่าฝุ่นละอองได้ แต่ที่นิยมและน่าเชื่อถือมากที่สุดคือ ข้อมูลจากเซนเซอร์ MODIS จากดาวเทียม Terra และ Aqua ของนาซ่า แม้กระนั้นการใช้ข้อมูลจากระบบ MODIS ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ซึ่งในอนาคตการนำดาวเทียมที่อยู่ในกลุ่มวงโคจรค้างฟ้ามาร่วมวิเคราะห์ จะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นย้ำ รายละเอียดดีขึ้น และจำนวนการอัพเดทสถานะของฝุ่นละอองต่อวันก็จะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยอุดช่องว่างปัญหาเชิงเทคนิคได้ และทำให้ประชาชนได้รับข่าวสารหรือคำแจ้งเตือนได้ทันท่วงที ความจริงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการที่จะขจัดปัญหามลพิษให้หมดสิ้นไปทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับหลายปัจจัยในสังคม จำเป็นต้องใช้เวลาและความเข้าใจอย่างมากจากคนทุกภาคส่วน ...รวมทั้งอย่าลืมตรวจเช็คข้อมูลคุณภาพอากาศทุกครั้งก่อนออกจากบ้านและหาทางป้องกันให้เหมาะสม เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคนในสังคม .</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206677074/ccdb0da075c099e4c98436b870e772c5/IMG_1157.png" />
         <pubDate>2023-11-06 03:54:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777312369</guid>
      </item>
      <item>
         <title>_tttatx07</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777312610</link>
         <description><![CDATA[<p>มลพิษที่อันตรายที่สุดที่คุณหายใจทุกวัน</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://1.PM">1.PM</a>10 (อนุภาคหยาบ)</p><p>อนุภาคหยาบหรือ PM10 เป็นอนุภาคที่หายใจเข้าไปได้ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 2.5 ถึง 10 ไมครอน</p><p>ฝุ่นทั้งหมดที่ลอยอยู่รอบๆ ห้องใต้หลังคาของคุณหรือควันที่ลอยจากไฟป่าเป็นตัวอย่างที่ดีของอนุภาค PM10 ที่คุณสามารถมองเห็นได้ มลพิษในอากาศเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อคอ ตา และจมูกของคุณ และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://2.PM">2.PM</a>2.5 (อนุภาคละเอียด)</p><p>อนุภาคละเอียดหรือ PM2.5 เป็นอนุภาคที่หายใจเข้าไปได้ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งหมายความว่าสามารถมองเห็นได้เฉพาะภายใต้กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น แหล่งที่มาของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้แก่ สะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น แบคทีเรีย และฝุ่นจากสถานที่ก่อสร้างและรื้อถอน อนุภาค PM2.5 มีขนาดเล็กพอที่จะเข้าไปเกาะในเนื้อเยื่อปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ และถุงลมโป่งพอง</p><p>การได้รับสารมลพิษในอากาศเหล่านี้เป็นเวลานานสามารถลดทั้งการทำงานของปอดและอายุขัยของคุณ </p><p>3.คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)</p><p>คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "นักฆ่าที่มองไม่เห็น" เป็นก๊าซไร้กลิ่นและไม่มีสีซึ่งมักตรวจไม่พบ คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 400 รายในสหรัฐอเมริกาทุกปี (13)</p><p>โดยทั่วไปแล้ว คาร์บอนมอนอกไซด์จะถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการเผาไหม้ เช่น การเผาไม้ น้ำมัน ถ่านหิน ถ่าน ก๊าซธรรมชาติ และโพรเพน แต่ก็สามารถพบได้ในที่ร่มจาก:</p><p>เครื่องทำความร้อนน้ำมันก๊าดและก๊าซที่ไม่ได้ระบายอากาศ</p><p>ปล่องไฟและเตาผิงรั่ว</p><p>ย้อนกลับจากเตาเผาและเครื่องทำน้ำอุ่น</p><p>4.โอโซน (O3)</p><p>โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในทั้งชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก โดยจะช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพบโอโซนที่ระดับพื้นดินจะเป็นพิษต่อมนุษย์</p><p>โอโซนระดับพื้นดินเกิดขึ้นเมื่อมลพิษที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่น และแหล่งอื่นๆ ทำปฏิกิริยาทางเคมีในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงมีหมอกควันมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน? นั่นเป็นเพราะว่ายิ่งกลางวันร้อนและแสงแดดแรงขึ้นเท่าใด โอโซนก็จะยิ่งก่อตัวมากขึ้น</p><p>5.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เป็นก๊าซที่มีกลิ่นรุนแรงที่เกิดจากการจราจรบนถนนและกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังเป็นสารตั้งต้นของโอโซนและอนุภาค และมีบทบาทในการก่อตัวของฝนกรด</p><p>6.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)</p><p>ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซหรือของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง</p><p>การปรากฏตัวของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศนั้นสร้างขึ้นโดยมนุษย์โดยเฉพาะ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกผลิตขึ้นเมื่อมีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการทางอุตสาหกรรม และเมื่อมีการถลุงแร่แร่ เช่น อะลูมิเนียม</p><p>ก๊าซพิษนี้มักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีและฝนกรด ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นจากการได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมถึง (18):</p><p>ระคายเคืองต่อจมูกและลำคอ</p><p>หายใจถี่</p><p>ความตาย (การสัมผัส SO2 ระดับสูงในระยะสั้น)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206677243/275427e45e54404f36204e8c42cb5a52/77F1B3AE_FCBF_4EE0_9905_DF4F3D4B016B.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:54:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777312610</guid>
      </item>
      <item>
         <title>My story</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777313043</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ อภินันท์ ถะเกิงผล ชั้น4/8 เลขที่23</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>1.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)</p><p>ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซหรือของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง</p><p><br/></p><p>การปรากฏตัวของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศนั้นสร้างขึ้นโดยมนุษย์โดยเฉพาะ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกผลิตขึ้นเมื่อมีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการทางอุตสาหกรรม และเมื่อมีการถลุงแร่แร่ เช่น อะลูมิเนียม</p><p><br/></p><p>ก๊าซพิษนี้มักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีและฝนกรด ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นจากการได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมถึงระคายเคืองต่อจมูกและลำคอหายใจถี่</p><p>ความตาย (การสัมผัส SO2 ระดับสูงในระยะสั้น)</p><p>2.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO): เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล  หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p>3.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p>4.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>5.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p>6.อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1284919924/c03c6dd7648850c80260be4323015278/1685862101582.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:55:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777313043</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อร่อยจังเลย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777315029</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นายปิยวัช จินา ชั้น ม.4/8 เลขที่25</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่อร่างกายและอากาศ</p><p><br></p><p>1.คาร์บอนมอนอกไซด์แย่งจับฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงส่วนที่เหลือไม่ปล่อยออกซิเจนให้กับเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ร่างกายขาดออกซิเจน เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หมดสติ ชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด</p><p><br></p><p>2.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เป็นก๊าซที่มีกลิ่นรุนแรงที่เกิดจากการจราจรบนถนนและกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังเป็นสารตั้งต้นของโอโซนและอนุภาค และมีบทบาทในการก่อตัวของฝนกรด </p><p>คุณจะพบกับมลภาวะในอากาศภายในอาคารหากเครื่องทำความร้อนหรือเตาแก๊สของคุณไม่มีช่องระบายอากาศ (เช่นคาร์บอนมอนอกไซด์ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้) ไนโตรเจนไดออกไซด์สามารถทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p><br></p><p>3.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)</p><p>ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซหรือของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง</p><p>การปรากฏตัวของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศนั้นสร้างขึ้นโดยมนุษย์โดยเฉพาะ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกผลิตขึ้นเมื่อมีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการทางอุตสาหกรรม และเมื่อมีการถลุงแร่แร่ เช่น อะลูมิเนียม</p><p>ก๊าซพิษนี้มักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีและฝนกรด ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นจากการได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมถึง </p><p>ระคายเคืองต่อจมูกและลำคอ</p><p>หายใจถี่</p><p>ความตาย (การสัมผัส SO2 ระดับสูงในระยะสั้น)</p><p><br></p><p>4.โอโซน (O3)</p><p>โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในทั้งชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก โดยจะช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพบโอโซนที่ระดับพื้นดินจะเป็นพิษต่อมนุษย์</p><p>โอโซนระดับพื้นดินเกิดขึ้นเมื่อมลพิษที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่น และแหล่งอื่นๆ ทำปฏิกิริยาทางเคมีในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงมีหมอกควันมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน? นั่นเป็นเพราะว่ายิ่งกลางวันร้อนและแสงแดดแรงขึ้นเท่าใด โอโซนก็จะยิ่งก่อตัวมากขึ้น</p><p><br></p><p>5.ฝุ่นละออง (อนุภาคมลพิษ)</p><p>อากาศเสียมีอนุภาคลอยตัว ทำให้เกิดปัญหามากมาย ฝุ่นละออง (เรียกอีกอย่างว่าอนุภาคในอากาศ มลภาวะของอนุภาค หรือ PM) รวมถึงสิ่งสกปรก ฝุ่น ควัน และของเหลวหยดเล็กๆ (2) อนุภาคในอากาศมีสามขนาด: PM10, PM2.5 และ ultrafine</p><p>PM10 (อนุภาคหยาบ)</p><p>อนุภาคหยาบหรือ PM10 เป็นอนุภาคที่หายใจเข้าไปได้ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 2.5 ถึง 10 ไมครอน</p><p>ฝุ่นทั้งหมดที่ลอยอยู่รอบๆ ห้องใต้หลังคาของคุณหรือควันที่ลอยจากไฟป่าเป็นตัวอย่างที่ดีของอนุภาค PM10 ที่คุณสามารถมองเห็นได้ มลพิษในอากาศเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อคอ ตา และจมูกของคุณ และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง</p><p><br></p><p>6.ตะกั่ว</p><p>เนื่องจากน้ำมันที่มีสารตะกั่วถูกเลิกใช้ ความเข้มข้นของตะกั่วในอากาศจึงลดลงในสหรัฐอเมริกาถึง 94% ระหว่างปี 1980 และ 2007; อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางอุตสาหกรรม เช่น การผลิตแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด ได้กลายเป็นแหล่งตะกั่วในอากาศที่สำคัญ การได้รับสารตะกั่วมีผลสะสมต่อสุขภาพในระยะยาวของคุณ ซึ่งหมายความว่ายิ่งคุณได้รับสารตะกั่วเมื่อเวลาผ่านไปมากเท่าใด โอกาสที่คุณจะประสบปัญหาสุขภาพร้ายแรงในภายหลังในชีวิตก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น การได้รับสารมลพิษในอากาศนี้อาจส่งผลให้ </p><p>สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบการสร้างเม็ดเลือด ระบบประสาท ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ของคุณ</p><p>ความเสียหายร้ายแรงต่อระบบประสาทส่วนกลางและสมองของคุณ</p><p>โรคไต</p><p>เสียชีวิตจากพิษตะกั่ว</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2137325341/f7237dcb00e818b6858b25f152f9d941/FB_IMG_1697549006828.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 03:57:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777315029</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ง่วง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777321342</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ จิรายุ ไทยใหญ่ ชั้น4/8 เลขที่ 29</p><p>แก๊สที่เป็นพิษต่ออากาศ</p><p><strong>1.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์</p><p><strong>2.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7201-2017-06-09-13-10-26">ถ่านหิน</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-science/item/7473-2017-09-08-03-40-23">น้ำมัน</a></p><p><strong>3.ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล</p><p><strong>4.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p><strong>5.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบาง</p><p>6.โอโซน O3</p><p>แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีน</p><p>เกิดจากการทำปฎิกิริยาเคมีในบรรยากาศระหว่างสารมลพิษทางอากาศ ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206675667/39483d58b1429ee71d46b63487b6b4c7/EFB57CE5_E765_442C_AE85_89430406075B.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-06 04:02:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777321342</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เสือไงจะใครครับ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777324223</link>
         <description><![CDATA[<p> นายอภิชาติ ศิวภัทรพงค์ เลขที่ 6 4/8</p><p>1.ซาริน หรือจีบี  เป็นสารประกอบออร์แกโนฟอสฟอรัส มีสูตรเคมี [(CH₃)₂CHO]CH₃PF ซารินเป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น ใช้เป็นอาวุธเคมีเนื่องจากเป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง ซารินจัดเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในข้อมติสหประชาชาติที่ 687 อนุสัญญาอาวุธเคมี พ.ศ. 2536 ห้ามการผลิตและเก็บสะสมซาริน และจัดเป็นสารกำหน</p><p>2ก๊าซซัลเฟอร์ เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และเยื่อบุตา ทำให้เกิดการแสบจมูก, หลอดลม, ผิวหนัง และตา</p><p>3.ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก</p><p>4.ฝุ่นละออง เกิดโรคเกี่ยวกับปอดและระบบทางเดินหายใจ</p><p>5.ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจและความเสียหายต่อปอดหากรับเข้าไกล้ปอดแบบเฉียบพลัน และเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังหากรับเข้าไปในระยะยาว </p><p>6.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นสารตั้งต้นของฝนกรด ซึ่งอาจทำให้เกิดกรดในทะเลสาบและดิน รวมทั้งเร่งการเสื่อมสภาพของอาคาร</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206679616/6d9ef043224a66e8140b75889af6b38b/FB_IMG_1699241561557.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 04:05:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777324223</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่งงานแล้วครับ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777330818</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>ชื่อ ณัฐชนน เมธาอนันต์กุล 4/8เลขที่18</p><p>1.โอโซน (O3)</p><p>โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่พบในทั้งชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก โดยจะช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพบโอโซนที่ระดับพื้นดินจะเป็นพิษต่อมนุษย์</p><p><br/></p><p>โอโซนระดับพื้นดินเกิดขึ้นเมื่อมลพิษที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่น และแหล่งอื่นๆ ทำปฏิกิริยาทางเคมีในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงมีหมอกควันมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน? นั่นเป็นเพราะว่ายิ่งกลางวันร้อนและแสงแดดแรงขึ้นเท่าใด โอโซนก็จะยิ่งก่อตัวมากขึ้น</p><p>2.ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p>3.ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p>4.ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>5.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ </p><p>6.สารกัมมันตรังสี (Redon): เป็นสารที่สะสมอยู่ภายในบ้านได้ จริงๆแล้วสารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในชั้นหินและชั้นดินภายในบริเวณบ้านนั่นเอง และจะปลดปล่อยออกมาในรูปของก๊าซซึ่งก๊าซดังกล่าวหากร่างกายได้รับในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206684758/0410e96ed12eea704066519a9557bf26/inbound6888476312590374949.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 04:12:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777330818</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นะจ๊ะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777341717</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย เกียรติชัย  ท้าวปัญญา เลขที่ 22 ม.4/8</p><p>1.<strong>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):</strong>&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมัน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7157-petroleum">ปิโตรเลียม</a> น้ำมันดีเซล &nbsp;หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p>2.<strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>): </strong>เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7201-2017-06-09-13-10-26">ถ่านหิน</a>&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-science/item/7473-2017-09-08-03-40-23">น้ำมัน</a>ก๊าซธรรมชาติหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p>3.<strong>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC<sub>S</sub>):</strong> เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFC<sub>S</sub> ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป ดังนั้นหากชั้นโอโซนถูกทำลายจะส่งผลให้รังสีดังกล่าวแผ่ลงมายังโลกได้มากจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์คือทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้</p><p>4.<strong>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): </strong>ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8396-2018-06-01-02-47-46">หมอก</a> ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p>5.<strong>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO<sub>2</sub>): </strong>เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p><p>6.<strong>สารกัมมันตรังสี (Redon):</strong> เป็นสารที่สะสมอยู่ภายในบ้านได้ จริงๆแล้วสารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในชั้นหินและชั้นดินภายในบริเวณบ้านนั่นเอง และจะปลดปล่อยออกมาในรูปของก๊าซซึ่งก๊าซดังกล่าวหากร่างกายได้รับในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206679754/c5a2c864c74866746b3ae910cbbee3fa/inbound1534817757724930841.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 04:24:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777341717</guid>
      </item>
      <item>
         <title>PHE </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777490927</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย เดชธนา ละมุด ม.4/8เลขที่28</p><p><br/></p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุน</p><p>              คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน</p><p>sulfer dioxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>              IARC = Group 3 (ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์หรือไม่)</p><p>3.โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีนแหล่งที่มา</p><p>              เกิดจากการทำปฎิกิริยาเคมีในบรรยากาศระหว่างสารมลพิษทางอากาศเช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมีแสงแดดเป็นแหล่งพลังงาน</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น</p><p>Carbon Monoxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็งแหล่งที่พบในธรรมชาติ</p><p>              ควันบุหรี่ และควันไฟไหม้ป่าที่เกิดจากการเผาไหม้สารอินทรีย์อย่างไม่สมบูรณ์</p><p>              อุตสาหกรรมที่สังเคราะห์ทางอินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม</p><p>              ควันรถยนต์ รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์และเครื่องจักรที่เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์</p><p>5.ซาริน หรือจีบี เป็นสารประกอบออร์แกโนฟอสฟอรัส มีสูตรเคมี [(CH₃)₂CHO]CH₃PF ซารินเป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น ใช้เป็นอาวุธเคมีเนื่องจากเป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง ซารินจัดเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในข้อมติสหประชาชาติที่ 687 อนุสัญญาอาวุธเคมี พ.ศ. 2536 ห้ามการผลิตและเก็บสะสมซาริน และจัดเป็นสารกำหน</p><p>6.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206676634/0c892771efd55776327d609f833486ac/IMG_20231026_090710_191.webp" />
         <pubDate>2023-11-06 06:33:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777490927</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไผ่อิอิ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777926760</link>
         <description><![CDATA[<p>1คาร์บอนมอนอกไซด์ มีสูตรทางเคมี "CO" เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่มีความเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อระบบลำเลียงเลือด</p><p>2คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ เป็นก๊าซไม่มีสี ซึ่งหากหายใจเอาก๊าซนี้เข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะรู้สึกเปรี้ยวที่ปาก เกิดการระคายเคืองที่จมูกและคอ เนื่องจากอาจเกิดการละลายของแก๊สนี้ในเมือกในอวัยวะ</p><p>3ไซยาไนด์ หรือ CN− เป็นสารเคมีที่มีพิษร้ายแรง สามารถออกฤทธิ์ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่นาทีขึ้นอยู่กับปริมาณและความเข้มข้นของสารที่ร่างกายได้รับเข้าไป สารพิษชนิดนี้จะไปทำปฏิกิริยายับยั้งเซลล์ในร่างกายไม่ให้สามารถใช้ออกซิเจนได้</p><p>4ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุนคุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>5ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุนคุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>6.โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีน</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2137310984/033e2104e42352fb9d4dc8f54e9dafad/orca_image_1261385546.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-06 12:45:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2777926760</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พ่อหนุ่มเสื้อแดง กับตาสีแดงคู่ใจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2778206975</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ ธนกร อภินันท์ธนา ชั้น4/8 เลขที่26</p><p><br/></p><p>1.ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ส่วนมากจะมาจากแหล่ง อุตสาหกรรมและการจราจร กลายเป็นภาพที่ชัดเจนและ ทําให้ทุกคนเข้าใจได้ในทันที ทั้งใน</p><p>แง่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากกิจกรรมประจำวันของ มนุษย์</p><p>เพิ่มความคิดเห็น</p><p>ไอ่ยิมศิษย์ไกรสร</p><p>และในแง่ความโหดร้ายที่การใช้ ชีวิตของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องโดย ตลอด</p><p>2.คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)</p><p>เป็นก๊าซพิษไม่มีสีไม่มีกลิ่น ทําให้เสียชีวิตได้หากมีความ เข้มข้นสูง สาเหตุมาจากการเผา ไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิง ที่มีคาร์บอน เช่น น้ำมันเบนซิน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันถ่านหินและไม้ ปัจจุบันมีทั้งดาวเทียม Sentinel-5 (เซนเซอร์ TROPOMI) และดาวเทียม Terra (เซนเซอร์ MOPITT) ที่ เก็บ ข้อมูลความเข้มข้นของ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทุกวัน</p><p>3.ก๊าซโอโซน (O3) สำคัญ อย่างยิ่งต่อสมดุลของ บรรยากาศโลก ในชั้น บรรยากาศสตราโตสเฟียร์ มี โอโซน ประมาณ 90% เป็น เกราะป้องกันสิ่งมีชีวิตบนโลก จากอันตราย ของรังสี</p><p>อัลตราไวโอเลต ส่วนในชั้น บรรยากาศโทรโพสเฟียร์จะ มี โอโซนประมาณ 10% เป็นสาร ทําความสะอาดที่มี</p><p>ประสิทธิภาพ แต่เมื่อเข้มข้นสูง ก็จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ได้เช่นกัน ส่งผลให้ หายใจหอบหืด การทํางานของ ปอดลดลง ตามมาด้วยโรคทาง เดินหายใจ ปัจจุบันมีดาวเทียม Sentinel-5, GOSAT-2 และ</p><p>MetOp เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206678222/49dac46e6e4990547485743fa8628f48/inbound6424722710952236554.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 15:30:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2778206975</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย รัฐศักดิ์ พนมไพร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779107430</link>
         <description><![CDATA[<p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุน</p><p>              คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน</p><p>sulfer dioxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>              IARC = Group 3 (ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์หรือไม่)</p><p>3.โอโซน (Ozone,O3)</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีนแหล่งที่มา</p><p>              เกิดจากการทำปฎิกิริยาเคมีในบรรยากาศระหว่างสารมลพิษทางอากาศเช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมีแสงแดดเป็นแหล่งพลังงาน</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น</p><p>Carbon Monoxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็งแหล่งที่พบในธรรมชาติ</p><p>              ควันบุหรี่ และควันไฟไหม้ป่าที่เกิดจากการเผาไหม้สารอินทรีย์อย่างไม่สมบูรณ์</p><p>              อุตสาหกรรมที่สังเคราะห์ทางอินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม</p><p>              ควันรถยนต์ รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์และเครื่องจักรที่เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์</p><p><br/></p><p>5.ซาริน หรือจีบี เป็นสารประกอบออร์แกโนฟอสฟอรัส มีสูตรเคมี [(CH₃)₂CHO]CH₃PF ซารินเป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น ใช้เป็นอาวุธเคมีเนื่องจากเป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง ซารินจัดเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในข้อมติสหประชาชาติที่ 687 อนุสัญญาอาวุธเคมี พ.ศ. 2536 ห้ามการผลิตและเก็บสะสมซาริน และจัดเป็นสารกำหน</p><p><br/></p><p>6.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2208559342/17979e0a7124c5caa750a9027f3defd1/inbound5101135187125301825.jpg" />
         <pubDate>2023-11-07 03:40:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779107430</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาทิตย์ ติ๊ ม.4/8 เลขที่31</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779110725</link>
         <description><![CDATA[<p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุน</p><p>              คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน</p><p>sulfer dioxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>              IARC = Group 3 (ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์หรือไม่)</p><p>3.โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีนแหล่งที่มา</p><p>              เกิดจากการทำปฎิกิริยาเคมีในบรรยากาศระหว่างสารมลพิษทางอากาศเช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมีแสงแดดเป็นแหล่งพลังงาน</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น</p><p>Carbon Monoxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็งแหล่งที่พบในธรรมชาติ</p><p>              ควันบุหรี่ และควันไฟไหม้ป่าที่เกิดจากการเผาไหม้สารอินทรีย์อย่างไม่สมบูรณ์</p><p>              อุตสาหกรรมที่สังเคราะห์ทางอินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม</p><p>              ควันรถยนต์ รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์และเครื่องจักรที่เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์</p><p>5.ซาริน หรือจีบี เป็นสารประกอบออร์แกโนฟอสฟอรัส มีสูตรเคมี [(CH₃)₂CHO]CH₃PF ซารินเป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น ใช้เป็นอาวุธเคมีเนื่องจากเป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง ซารินจัดเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในข้อมติสหประชาชาติที่ 687 อนุสัญญาอาวุธเคมี พ.ศ. 2536 ห้ามการผลิตและเก็บสะสมซาริน และจัดเป็นสารกำหน</p><p>6.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2208562059/d96df982869f035ed70a7d78d774edbf/5198E9EB_F789_47A8_8A8E_20AE608C2EBD.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-07 03:43:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779110725</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Boy</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779114801</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นาย พิสิษฐ์ แซ่โซ้ง ชั้น4/8 เลขที่2</p><p><br/></p><p>เเก๊ซที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p><br/></p><p>1.คาร์บอนมอนอกไซด์</p><p><br/></p><p>-ทําให้เกิดควันสีขาว</p><p><br/></p><p>-ขัดขวางการน่าออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ</p><p><br/></p><p>2.คาร์บอนไดออกไซด์</p><p><br/></p><p>-ตัวการของการเกิดก๊าซเรือนกระจก</p><p><br/></p><p>-รับเข้าไปปริมาณมากจะทําให้เลือดเป็นกรด</p><p><br/></p><p>3.ไนโตรเจนออกไซด์</p><p><br/></p><p>-ทำปฏิกิริยากับสารอื่น จะส่งผลต่อ ระบบทางเดินหายใจ และปอด</p><p><br/></p><p>4.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO)</p><p><br/></p><p>-เมื่อท่าปฏิกิริยา</p><p><br/></p><p>กับก๊าซออกซิเจนจะอันตราย ต่อระบบทางเดินหายใจ</p><p><br/></p><p>ไฮโดรคาร์บอน (HC)</p><p><br/></p><p>เมื่อทำปฎิกริยากับไนโตรเจนออกไซด์จะทำให้เกิดปรากฎการณ์หมอกพิษ</p><p><br/></p><p>6.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นก๊าซหรือของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุนรุนแรง</p><p><br/></p><p>การปรากฏตัวของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศนั้นสร้างขึ้นโดยมนุษย์โดยเฉพาะ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถูกผลิตขึ้นเมื่อมีการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการทางอุตสาหกรรม และเมื่อมีการถลุงแร่แร่ เช่น อะลูมิเนียม</p><p><br/></p><p>ก๊าซพิษนี้มักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีและฝนกรด ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นจากการได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมถึง (18):</p><p><br/></p><p>ระคายเคืองต่อจมูกและลำคอ</p><p><br/></p><p>หายใจถี่</p><p><br/></p><p>ความตาย (การสัมผัส SO2 ระดับสูงในระยะสั้น)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1284919924/c9c79e50c00ec141493853c13ba0aa81/received_1091522188685027.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-07 03:47:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779114801</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สเตอร์หน้าเพื่อนผม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779116542</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>นายยิ่งใหญ่ สุขสกุลปัญญา 4/8 8</p><p><br/></p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุน</p><p>              คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน</p><p>sulfer dioxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>              IARC = Group 3 (ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์หรือไม่)</p><p>3.โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีนแหล่งที่มา</p><p>              เกิดจากการทำปฎิกิริยาเคมีในบรรยากาศระหว่างสารมลพิษทางอากาศเช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยมีแสงแดดเป็นแหล่งพลังงาน</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น</p><p>Carbon Monoxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็งแหล่งที่พบในธรรมชาติ</p><p>              ควันบุหรี่ และควันไฟไหม้ป่าที่เกิดจากการเผาไหม้สารอินทรีย์อย่างไม่สมบูรณ์</p><p>              อุตสาหกรรมที่สังเคราะห์ทางอินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม</p><p>              ควันรถยนต์ รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์และเครื่องจักรที่เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์</p><p>5.ซาริน หรือจีบี เป็นสารประกอบออร์แกโนฟอสฟอรัส มีสูตรเคมี [(CH₃)₂CHO]CH₃PF ซารินเป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น ใช้เป็นอาวุธเคมีเนื่องจากเป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง ซารินจัดเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในข้อมติสหประชาชาติที่ 687 อนุสัญญาอาวุธเคมี พ.ศ. 2536 ห้ามการผลิตและเก็บสะสมซาริน และจัดเป็นสารกำหน</p><p>6.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206685614/05ae15f3c0e46d58b2c1341fe1a997b3/inbound2111656908438922444.jpg" />
         <pubDate>2023-11-07 03:49:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2779116542</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2851319539</link>
         <description><![CDATA[<p>ก้องภพ ดุมขาว</p><p>เลขที่1 4/8</p><p><br></p><p><br></p><p>เเก็สที่เป็นมลพิษต่อากาศ</p><p><br></p><p>1.ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์</p><p><br></p><p>(NO2) ส่วนมากจะมาจากแหล่งอุตสาหกรรมและการจราจร</p><p><br></p><p>กลายเป็นภาพที่ชัดเจนและทำให้ทุกคนเข้าใจได้ในทันที ทั้งใน</p><p><br></p><p>แง่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมประจำวันของมนุษย์</p><p><br></p><p>และในแง่ความโหดร้ายที่การใช้ชีวิตของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อ</p><p><br></p><p>สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด</p><p><br></p><p>2.คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เป็นก๊าซพิษไม่มีสีไม่มีกลิ่น ทำให้เสียชีวิตได้หากมีความ เข้มข้นสูง สาเหตุมาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิง ที่มีคาร์บอน เช่น น้ำมันเบนซิน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันถ่านหิน และไม้ ปัจจุบันมีทั้งดาวเทียม Sentinel-5 (เซนเซอร์ TROPOMI) และดาวเทียม Terra (เซนเซอร์ MOPITT) ที่เก็บ ข้อมูลความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทุกวัน</p><p><br></p><p>3.ก๊าซโอโซน (O3) สำคัญอย่างยิ่งต่อสมดุลของ บรรยากาศโลก ในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ มีโอโซน ประมาณ 90% เป็นเกราะป้องกันสิ่งมีชีวิตบนโลกจากอันตราย ของรังสีอัลตราไวโอเลต ส่วนในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์จะ มีโอโซนประมาณ 10% เป็นสารทำความสะอาดที่มี ประสิทธิภาพ แต่เมื่อเข้มข้นสูงก็จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ได้เช่นกัน ส่งผลให้หายใจหอบหืด การทำงานของ ปอดลดลง ตามมาด้วยโรคทางเดินหายใจ ปัจจุบันมีดาวเทียม Sentinel-5, GOSAT-2 และ MetOp เป็นต้น</p><p><br></p><p>4.แอมโมเนีย(NH3)</p><p><br></p><p>เป็นมลพิษที่ปัจจุบันพบว่ามีการปล่อยออกมาสูงกว่าใน</p><p><br></p><p>ยุคก่อนอุตสาหกรรมประมาณ 4 เท่า ส่วนใหญ่มาจากภาค</p><p><br></p><p>เกษตร นอกจากนี้ ยังเป็นสารตั้งต้นของฝุ่นละออง การตรวจวัด</p><p><br></p><p>ค่าของแอมโมเนียด้วยดาวเทียมเริ่มมาตั้งปี 2545 ปัจจุบันมี</p><p><br></p><p>ดาวเทียมที่ตรวจวัดก๊าซแอมโมเนีย อาทิ ดาวเทียม Aqua</p><p><br></p><p>(AIRS), Suomi-NPP (CrIS), MetOp (IASI), GOSAT (TANSO-FTS), Aura (TES)</p><p><br></p><p>5.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) </p><p><br></p><p>เกิดจากการ เผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล โรงไฟฟ้าอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่อง บินและเรือ เมื่อรวมตัวกับน้ำในบรรยากาศจะเกิดกรดซัลฟิวริก ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของฝนกรด การได้รับ SO2 ส่งผลต่อ ระบบทางเดินหายใจ และทำให้ดวงตาระคายเคือง ประวัติการ ตรวจวัดค่าของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ด้วยดาวเทียมมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2521</p><p><br></p><p>6.ฝุ่นละอองขนาดเล็ก </p><p><br></p><p>เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญของการตรวจวัดคุณภาพอากาศ นั่นคือ คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 และ PM 10 โดย ดาวเทียมตรวจวัดโดยอาศัยหลักการการกระเจิงของแสงเพื่อหา ค่า Aerosol Optical Depth (AOD) จากนั้นนำมาวิเคราะห์ร่วม กับข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อแปลงเป็นค่าความเข้มข้นของ ปริมาณฝุ่นละอองที่ปกคลุมแต่ละพื้นที่ในภาพถ่ายจาก ดาวเทียม และเช่นเดียวกันมีดาวเทียมหลายดวงที่สามารถตรวจ วัดค่าฝุ่นละอองได้ แต่ที่นิยมและน่าเชื่อถือมากที่สุดคือ ข้อมูล จากเซนเซอร์ MODIS จากดาวเทียม Terra และ Aqua ของนา ซ่า แม้กระนั้นการใช้ข้อมูลจากระบบ MODIS ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ บ้าง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2284477719/0d36d916c11bdf86eb087d51cbbb589e/inbound6974099748917141104.jpg" />
         <pubDate>2024-01-17 03:55:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2851319539</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พันๆๆๆ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2851320142</link>
         <description><![CDATA[<p>         ชื่อ ปฏิภาณ ปัญญา ชั้น4/8 เลขที่24</p><p><br/></p><p>ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO):&nbsp;เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันดีเซล &nbsp;หากร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ในปริมาณที่มากจะส่งผลให้เกิดอาการมึน งง และง่วงนอนเนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้จะไปจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลงนั่นเอง</p><p><br/></p><p>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งหากร่างกายได้รับก๊าซนี้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p><p><br/></p><p>ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCS): เป็นก๊าซก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเกิดจากกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมของมนุษย์ เช่น การสร้างเครื่องทำความเย็นหรือการผลิตสเปรย์ เมื่อสาร CFCS ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลทำลายชั้นโอโซนซึ่งเป็นชั้นที่ช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ไม่ให้แผ่ลงมาสู่โลกได้ในปริมาณที่มากเกินไป</p><p><br/></p><p>ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX): ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล น้ำมันปิโตรเลียมและถ่านหินซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้หากได้รับในปริมาณที่มาก</p><p><br/></p><p>อนุภาคของสารแขวนลอยในอากาศ (Suspended particulate matter): ประกอบไปด้วยฝุ่น ควัน หมอกและไอน้ำซึ่งลอยปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศ สารแขวนลอยเหล่านี้ส่งผลทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นลดลงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ และถ้าเราสูดดมเอาสารพวกนี้เข้าไปในปริมาณที่มากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบได้</p><p><br/></p><p>ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2): เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน โรงงานผลิตไฟฟ้าหรือเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางประเภทเช่น อุตสาหกรรมการทำกระดาษ อุตสาหกรรมทำโลหะ ซึ่งก๊าซดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้เกิดหมอก ควันและฝนกรด ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์จะทำให้เกิดอาการหอบ หรือติดเชื้อในปอดได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2288037077/702e5bc9e78d536da0d8ae3c4ab2b9e0/inbound3155472393833042325.heic" />
         <pubDate>2024-01-17 03:56:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/yn9e09dlkjjjrp0u/wish/2851320142</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
