<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>งานประติมากรรมที่ชื่นชอบ by นางสาวมัยมุน มามะ</title>
      <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50</link>
      <description>คำชี้แจง ให้นักเรียนหางานประติมากรรมที่ชอบ พร้อมบอก
- ชื่อผลงาน 
- ชื่อศิลปิน (ถ้ามี)
- ประเภทประติมากรรม
- เหตุผลที่ชอบผลงาน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-05-23 16:08:17 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-05-31 04:43:32 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f64b-2640.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>มัยมุน มามะ</title>
         <author>maimunmamah26</author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2196174986</link>
         <description><![CDATA[<div>-ชื่อผลงาน รูปปั้นปีกแห่งชัยชนะของซาโมเทรซ<br>- ประเภทประติมากรรม ประติมากรรมลอยตัว&nbsp;<br>- เหตุผลที่ชอบผลงาน เป็นงานประติมากรรมที่มีการแกะสลักลงบนหินอ่อน ซึ่งการแกะบนหินอ่อนให้ผ้ามีความพริ้วนั้นทำยากและใช้ทักษะสูงมาก อีกทั้งรายเอียดต่างๆตรงปีก และร่างกายมีความเหมือนจริงและยังเป็นงานประติมากรรมที่มีความสวยงาม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1600336351/ef9991c20ce5078030c9f1a5b48fd8e8/7af6d979e638b5c112c6017dcaf52e9e.jpg" />
         <pubDate>2022-05-23 16:29:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2196174986</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อุรัสยา ไชยนา เลขที่31ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205419661</link>
         <description><![CDATA[<div>นักบุญเทเรซ่า แห่งอาวีลา นักบุญเทเรซ่าเธอเป็นแม่ชีที่มาจากประเทศสเปน เธออ้างว่าได้รับประสบการณ์ความรู้สึกและความรักจากพระผู้เป็นเจ้าจนเข้าถึงจิตวิญญาณของเธอ เธอบรรยายความรู้สึกที่เธอได้พบนี้ลงในบันทึกของเธอ เมื่อปีค.ศ. 1622 และอีกสี่สิบปีหลังจากที่เธอได้เสียชีวิตลง สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 15 ได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้เธอได้เป็นนักบุญเทเรซ่า แห่งอาวีลา ประติมากรรมชิ้นนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาจากหนึ่งในบันทึกที่เขียนเกี่ยวกับจิตวิญญาณในชีวิตของเธอ ท่าทางของรูปปั้นแกะสลักนั้น เราจะเห็นได้ว่าในมือของเทวดากำลังถือหอกด้ามหนึ่งที่ปลายแหลมทิ่มลง เทวดาหนุ่มแทงหอกลึกลงไปตรงหัวใจของเธอ จากท่าทางในประติมากรรมนั้นได้เหมือนกับว่าเขาได้ส่งให้เธอได้เข้าถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ จีอันโลเรนโซ แบร์นินีคือประติมากรเอกแห่งยุคบาโรค Ecstasy of Saint Teresa ถือเป็นผลงานมาสเตอร์พีชของเขา โดยเขาได้จัดองค์ประกอบให้งานแกะสลักนี้มีท่าทางคล้ายกับการแสดงละครเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านออกมาจากผลงานชิ้นนี้ ซึ่งงานชิ้นนี้ถือเป็นผลงานที่ยากต่อการนำมาลอกเลียนแบบขึ้นใหม่สำหรับประติมากรคนอื่นๆ เพราะความละเอียดอ่อนที่แบร์นินีบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาก็ทำให้ยากต่อการเลียนแบบ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883110/cdfd7f6ff65e033a5c156297d534f09b/BB0856B3_757B_4F31_8045_4ABFFAE55451.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:47:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205419661</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายฐาปกรณ์ หนูคงเลขที่15ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205421647</link>
         <description><![CDATA[<div>รูปปั้นเงินเดวิดเป็นที่รู้จักจากการเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ที่ยืนโดยไม่มีเสื้อผ้ามาปกปิดเรือนร่างซึ่งถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนยุคเก่าในตอนนั้น ผลงานชิ้นนี้เล่าเรื่องถึงเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าเดวิด ซึ่งเป็นเรื่องราวระหว่างเดวิดกับยักษ์โกไลแอธ เขาถือดาบไว้ในมือข้างหนึ่งหลังจากที่เขาสามารถเอาชนะศัตรูของเขาได้และวางเท้าของเขาเอาไว้บนหัวที่ถูกตัดลงมาของยักษ์โกไลแอธ โดนาเตลโลออกแบบให้เดวิดเปลือยเปล่าอย่างสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้เดวิดสวมใส่หมวกทรงกว้างและรองเท้าบู๊ต รูปปั้นเดวิดมีสัดส่วนที่ขัดแย้งกับดาบในมือของเขา ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่านี่อาจจะเป็นการชี้ให้เห็นถึงว่าเขาได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าที่ทำให้เขาสามารถทำภารกิจที่ยากลำบากนี้ผ่านลุล่วงได้ โดนาเตลโลถือเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นบิดาแห่งยุคเรเนอซองส์อีกคนหนึ่ง เขาเป็นผู้นำคนหนึ่งในฐานะประติมากรรุ่นแรกๆของยุค</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883110/5f8fe1f89a43acab5ebde3a4050aa301/23F639CD_86E2_4201_A37B_C7E5EB240C00.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:49:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205421647</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย.ธนากร สุขสบาย ม.4/3 เลขที่16</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205423402</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อของประติมากรรมชิ้นนี้มีชื่อว่า ‘เด็กชายกำลังปัสสาวะ’ หรือ ‘เด็กยืนฉี่’ เป็นประติมากรรมเงินหล่อขนาดเล็ก หล่อเป็นรูปเด็กชายเปลือยที่กำลังยืนปัสสาวะใส่อ่างน้ำพุ ประติมากรรมชิ้นนี้ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองบรัซเซลส์ ประติมากรรมเด็กชายกำลังยืนปัสสาวะนี้ได้ถูกพิจารณาให้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองบรัซเซลส์ และเริ่มได้รับความสำคัญเมื่อปลายยุคศตวรรษที่ 17 ก่อนจะค่อยๆเพิ่มความนิยมขึ้นมาเรื่อยๆ ปัจจุบันรูปหล่อเงินของเด็กชายกำลังปัสสาวะได้ถูกลอกเลียนขึ้นใหม่ในปี 1965 ส่วนของจริงนั้นตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งกรุงบรัซเซลส์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718887181/75f2a19bdf8633de1759d41a9dbd1171/5325EC4D_A1CF_44A4_B0A5_423C755092DA.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:51:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205423402</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส พรทิพา พินิจมนตรี เลขที่28 ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424014</link>
         <description><![CDATA[<div>กริชตูเรเดงโตร์ พระคริสต์ผู้ไถ่ (CHRIST THE REDEEMER)อยู่ที่ประเทศบราซิล<br>เป็นประติมากรรมประเภทลอยตัว&nbsp;<br>ในค.ศ. 1921 โบสถ์คาทอลิกที่เปรียบเสมือนโลหิตหมุนเวียนแห่งเมืองริโอ เด จาเนโร มีจุดประสงค์ที่จะสร้างอนุสรณ์สถานแห่งเยซูคริสต์ไว้ที่ยอดเขากอร์โกวาดู โดยมีความสูงที่ 704 เมตร เพื่อที่จะให้อนุสรณ์สถานแห่งพระเยซูคริสต์สามารถมองเห็นได้ทั่วทิศจากเมืองริโอ เด จาเนโร วิศวกรชาวบราซิล Heitor da Silva Costa ถูกเลือกให้เป็นผู้ออกแบบอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ในขณะที่ประติมากรชาวฝรั่งเศส ปอล ลันดอฟสกีเป็นผู้ลงมือสร้าง Silva Costa ได้ร่วมทำงานออกแบบกับวิศกรชาวฝรั่งเศส Albert Caquot ในขณะที่ประติมากรชาวโรมาเนีย Gheorghe Leonida เป็นผู้ออกแบบใบหน้าของกริชตูเรเดงโตร์ อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1931 โดยมีความสูงเฉพาะรูปปั้นที่ 30 เมตร ส่วนฐานมีความสูงที่ 8 เมตร และความยาวจากแขนทั้งสองข้างที่แยกออกได้รวมกันยาว 28 เมตร ประติมากรรมพระคริสต์หผู้ไถ่กลายเป็นสัญลักษณ์ของชาวคริสต์เตียนทั่วโลก </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718882544/3bf6ef1f5642ecc9824d9764560c392f/6_CHRIST_THE_REDEEMER.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:52:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424014</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายรุสฟาน อาบูสาและ เลขที่11ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424668</link>
         <description><![CDATA[<div>ในค.ศ. 1921 โบสถ์คาทอลิกที่เปรียบเสมือนโลหิตหมุนเวียนแห่งเมืองริโอ เด จาเนโร มีจุดประสงค์ที่จะสร้างอนุสรณ์สถานแห่งเยซูคริสต์ไว้ที่ยอดเขากอร์โกวาดู โดยมีความสูงที่ 704 เมตร เพื่อที่จะให้อนุสรณ์สถานแห่งพระเยซูคริสต์สามารถมองเห็นได้ทั่วทิศจากเมืองริโอ เด จาเนโร วิศวกรชาวบราซิล Heitor da Silva Costa ถูกเลือกให้เป็นผู้ออกแบบอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ในขณะที่ประติมากรชาวฝรั่งเศส ปอล ลันดอฟสกีเป็นผู้ลงมือสร้าง Silva Costa ได้ร่วมทำงานออกแบบกับวิศกรชาวฝรั่งเศส Albert Caquot ในขณะที่ประติมากรชาวโรมาเนีย Gheorghe Leonida เป็นผู้ออกแบบใบหน้าของกริชตูเรเดงโตร์ อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1931 โดยมีความสูงเฉพาะรูปปั้นที่ 30 เมตร ส่วนฐานมีความสูงที่ 8 เมตร และความยาวจากแขนทั้งสองข้างที่แยกออกได้รวมกันยาว 28 เมตร ประติมากรรมพระคริสต์หผู้ไถ่กลายเป็นสัญลักษณ์ของชาวคริสต์เตียนทั่วโลก และยังกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมประจำเมืองริโอ เด จาเนโรและประเทศบราซิล อนุสรณ์สถานแห่งนี้ยังถูกโหวตให้เป็นหนึ่งในเด็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยผลโหวตกว่าหนึ่งร้อยล้านโหวต</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883110/a236a0d45da70cbe5d6a1bb4692459b6/0347FBDC_D77A_43B6_BCDC_8372BD6ED8AC.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:52:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424668</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซัยฟุดดีน ตาเห เลขที่4  4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424772</link>
         <description><![CDATA[<div>ประเภทของงานประติมากรรม<br>1. ประติมากรรมแบบนูนต่ำ (Bas Relief)<br>มีความสูงจากพื้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรูปจริง จะมีความหนาหรือนูนจากฐานที่รองรับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย หรือต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดลอยยื่นออกจากพื้นหลัง เป็นรูปทรงที่ต้องมองจากด้านหน้าเพียงด้านเดียว โดยจะมีฐานอยู่ด้านหลัง เรื่องราวที่ปั้นเป็นรูปคน สัตว์ หุ่นนิ่ง หรือวัสดุสิ่งของต่างๆ ได้แก่ รูปเหรียญ รูปนูนใช้ตกแต่งประดับอาคารทางสถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหาร พระเครื่อง<br><br>2. ประติมากรรมแบบนูนสูง (High Relief)<br>มีลักษณะความนูนสูงจากระดับพื้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของรูปจริงขึ้นไป ทำให้เห็นลวดลายที่ลึก ชัดเจน มีความหนาหรือนูนจากฐานขึ้นมามากกว่าแบบนูนต่ำหลายเท่า และมีมุมมองด้านหน้าเพียงด้านเดียว เรื่องราวที่ปั้นเป็นรูปคน สัตว์ หุ่นนิ่ง<br><br>3. ประติมากรรมแบบลอยตัว (Round Relief)<br>มีลักษณะที่มองเห็นได้รอบด้าน หรือตั้งแต่ 4 ด้านขึ้นไป ไม่มีส่วนใดติดกับพื้นหลัง ฐานจะอยู่ส่วนล่างของรูปปั้น ส่วนใหญ่มักเป็นภาพเหมือนบุคคล พระพุทธรูป เทวรูป</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718885164/c7c3619633783117c31154ef190d651a/inbound412905931549307145.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:52:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424772</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มุกรอมีน สะมาแอ เลขที่ 17 4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424935</link>
         <description><![CDATA[<div>เหตุผลที่ชอบงานชิ้นนี้ เพราะสวนตัวชอบงานเรือนร่างของมนุษย์อยู่แล้ว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883820/9fe717681a2da337031bcb5c174ebbba/7B96CBB6_3C4B_4605_9D77_95D687D49629.webp" />
         <pubDate>2022-05-31 03:53:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205424935</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายสิรวิชญ์ เหล่าจีนวงศ์ ม.4/3 เลขที่13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205425798</link>
         <description><![CDATA[<div>รูปปั้นเงินเดวิดเป็นที่รู้จักจากการเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ที่ยืนโดยไม่มีเสื้อผ้ามาปกปิดเรือนร่างซึ่งถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนยุคเก่าในตอนนั้น ผลงานชิ้นนี้เล่าเรื่องถึงเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าเดวิด ซึ่งเป็นเรื่องราวระหว่างเดวิดกับยักษ์โกไลแอธ เขาถือดาบไว้ในมือข้างหนึ่งหลังจากที่เขาสามารถเอาชนะศัตรูของเขาได้และวางเท้าของเขาเอาไว้บนหัวที่ถูกตัดลงมาของยักษ์โกไลแอธ โดนาเตลโลออกแบบให้เดวิดเปลือยเปล่าอย่างสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้เดวิดสวมใส่หมวกทรงกว้างและรองเท้าบู๊ต รูปปั้นเดวิดมีสัดส่วนที่ขัดแย้งกับดาบในมือของเขา ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่านี่อาจจะเป็นการชี้ให้เห็นถึงว่าเขาได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าที่ทำให้เขาสามารถทำภารกิจที่ยากลำบากนี้ผ่านลุล่วงได้ โดนาเตลโลถือเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นบิดาแห่งยุคเรเนอซองส์อีกคนหนึ่ง เขาเป็นผู้นำคนหนึ่งในฐานะประติมากรรุ่นแรกๆของยุค</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718884206/7a29405a999276a8a0335f08a0aab2f3/8_THE_BRONZE_DAVID.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:53:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205425798</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย สรินทรร์ธร ทองคำเลขที่20ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205425916</link>
         <description><![CDATA[<div>โอกุสต์ รอแด็งเป็นประติมากรชาวฝรั่งเศส เขาเปรียบเสมือนบิดาแห่งยุคโมเดิรน์ของประติมากรรม เดิมทีรอแด็งมีชื่อเสียงมาจากการสร้างรูปปั้นจำลอง จนกระทั่งในปีค.ศ. 1880 รอแด็งได้รับการว่าจ้างจากผู้อำนวยการวิจิตรศิลป์ให้สร้างประติมากรรมที่ชื่อว่า ‘ประตูนรก’ ขึ้นมา ซึ่งเป็นฉากหนึ่งของไตรภูมิดันเต และต่อมาได้รับการว่าจ้างจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะตกแต่งให้สร้างประติมากรรมบรอนซ์ชื่อว่า ‘คนครุ่นคิด’ (THE THINKER) โดยได้รับแรงบัลดาลใจจากไตรภูมิดันเตเช่นเคย ในช่วงขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ประติมากรรมคนครุ่นคิดได้ถูกหล่อขึ้นมาหลากหลายขนาดจนกระทั่งเขาได้เสียชีวิตลงแล้วก็ตาม จนเมื่อประติมากรรมรูปคนครุ่นคิดขนาดความสูง 1.8 เมตร ได้เปิดเผยสู่สายตาประชาชน มันก็กลายเป็นที่นิยมทันที ประติมากรรมชิ้นนี้ถูกเปิดเผยในปีค.ศ. 1904 ถูกจัดให้นั่งอยู่ในสวนของพิพิธภัณฑ์รอแด็ง ประติมากรรมคนครุ่นคิดมีชื่อเรียกเดิมว่า ‘กวี’ และมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งปรัชญาอีกด้วย<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883110/e85fa55ee65d8b94e0df9a039d24b940/92C4E730_8042_4651_812B_7C3535255036.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:54:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205425916</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายฟิรฮัน อิสมิน เลขที่19ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205426830</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นที่เชื่อกันว่ารูปปั้นวีนัส เดอมิโลถูกค้นพบเมื่อวันที่ 8 เมษายน ปีค.ศ. 1820 โดยเกษตรกรที่มีชื่อว่า Yorgos Kentrotas เขาได้ค้นพพชิ้นส่วนของรูปปั้นวีนัสแถวๆเกาะภูเขาไฟมิลอส ประติมากรรมชิ้นนี้ได้ถูกยกให้เป็นของขวัญแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 แห่งฝรั่งเศส ก่อนจะถูกมอบให้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ต่อไป ก่อนที่จะจัดแสดงอย่างในทุกวันนี้ วีนัส เดอมิโลได้ถูกขนานนามว่าเป็นแอโฟรไดท์แห่งมิลอส วีนัส เดอมิโลคิดว่าเป็นตัวแทนของเทพีแอมโฟรไดท์ ผู้ซึ่งเป็นเทพีกรีกโบราณแห่งความรัก เทพีแห่งความสุข และเทพีแห่งผู้ให้กำเนิด ซึ่งในขณะเดียวกันเทพีแอมโฟรไดท์แห่งโรมันก็มีความคล้ายคลึงกันกับเทพีวีนัสแห่งกรีกเช่นเดียวกัน มีความเชื่อว่ารูปปั้นนี้ถูกปั้นโดย Alexandros of Antioch ประติมากรในยุคสมัยสมัยเฮลเลนิสต์ รูปปั้นมีส่วนที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ทุกวันนี้คือแขนที่หายไปทั้งสองข้างของวีนัส เดอมิโล และมีการเล่าต่อกันมาว่าเดิมทีรูปปั้นวีนัส เดอมิโลนั้นเต็มไปด้วยเครื่องประดับมากมาย เช่น สร้อยข้อมือ, ต่างหู และผ้าคาดศีรษะ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ได้หายสาปสูญไปเป็นเวลานานแล้ว รูปปั้นวีนัส เดอมิโลมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นรูปปั้นที่โด่งดังและโดดเด่นที่สุดในยุคประติมากรรมกรีกโบราณ<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883110/b23ba45b8fbec6762d084aff1843dca9/B8400433_6177_4EC1_8C51_6875E1EA60A3.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:55:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205426830</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ซอดีกีน รีกาซอ เลขที่14 ม.3/4 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205426836</link>
         <description><![CDATA[<div>โอกุสต์ รอแด็งเป็นประติมากรชาวฝรั่งเศส เขาเปรียบเสมือนบิดาแห่งยุคโมเดิรน์ของประติมากรรม เดิมทีรอแด็งมีชื่อเสียงมาจากการสร้างรูปปั้นจำลอง จนกระทั่งในปีค.ศ. 1880 รอแด็งได้รับการว่าจ้างจากผู้อำนวยการวิจิตรศิลป์ให้สร้างประติมากรรมที่ชื่อว่า ‘ประตูนรก’ ขึ้นมา ซึ่งเป็นฉากหนึ่งของไตรภูมิดันเต และต่อมาได้รับการว่าจ้างจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะตกแต่งให้สร้างประติมากรรมบรอนซ์ชื่อว่า ‘คนครุ่นคิด’ (THE THINKER) โดยได้รับแรงบัลดาลใจจากไตรภูมิดันเตเช่นเคย ในช่วงขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ประติมากรรมคนครุ่นคิดได้ถูกหล่อขึ้นมาหลากหลายขนาดจนกระทั่งเขาได้เสียชีวิตลงแล้วก็ตาม จนเมื่อประติมากรรมรูปคนครุ่นคิดขนาดความสูง 1.8 เมตร ได้เปิดเผยสู่สายตาประชาชน มันก็กลายเป็นที่นิยมทันที ประติมากรรมชิ้นนี้ถูกเปิดเผยในปีค.ศ. 1904 ถูกจัดให้นั่งอยู่ในสวนของพิพิธภัณฑ์รอแด็ง ประติมากรรมคนครุ่นคิดมีชื่อเรียกเดิมว่า ‘กวี’ และมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งปรัชญาอีกด้วย<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718887181/794bbb0cadf104453b0cbd14289df5c6/0FA01FD0_BBA1_4A44_9306_1A221B260815.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:55:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205426836</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.สทิพรดา ศรีโรจน์  ม.4/3 เลขที่29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205426878</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อผลงาน ป้าอิน<br>เทคนิค ปูนปลาสเตอร์<br>ผลงานของไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์<br>ผลงาน ประติมากรรมลอยตัว<br>สื่อความหมาย เป็นผลงานคนเหมือน รูปผู้หญิงสูงวัย ศิลปินได้นำทัศนธาตุต่างๆมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานให้มีลักษณะเหมือนจริงมากที่สุด มีการนำเส้นโค้งลักษณะต่างๆมาถ่ายทอดรูปร่าง รูปทรงของบุคคลและแสดงรายละเอียดต่างๆ<br>ผลงานนี้มีขนาดและสัดส่วนที่ถูกต้องชัดเจน<br>มีลักษณะพื้นผิวที่เหมือนจริง ดูจากผิวเนื้อมีการขัดและตกแต่งจนเรียบ ส่วนเสื้อผ้ามีลักษณะพื้นผิวที่หยาบกว่า ทำให้ผลงานมีความเด่นชัดและให้อารมณ์ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883219/87e197953c6fdff2275af4431f33ab3f/inbound8743490292868523446.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:55:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205426878</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น. รังสิมันตุ์ รักษา เลขที่18 ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205427198</link>
         <description><![CDATA[<div>วีนัส เดอมิโล (VENUS DE MILO)<br>ฝรั่งเศส (Louvre Museum, Paris, France)<br>ประติมากร : สันนิฐานว่าเป็น Alexandros of Antioch ประติมากรชาวกรีก<br>ปี : อยู่ระหว่าง 130 – 100 ปีก่อนคริสต์ศักราช<br>   เป็นที่เชื่อกันว่ารูปปั้นวีนัส เดอมิโลถูกค้นพบเมื่อวันที่ 8 เมษายน ปีค.ศ. 1820 โดยเกษตรกรที่มีชื่อว่า Yorgos Kentrotas เขาได้ค้นพพชิ้นส่วนของรูปปั้นวีนัสแถวๆเกาะภูเขาไฟมิลอส ประติมากรรมชิ้นนี้ได้ถูกยกให้เป็นของขวัญแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 แห่งฝรั่งเศส ก่อนจะถูกมอบให้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ต่อไป ก่อนที่จะจัดแสดงอย่างในทุกวันนี้ วีนัส เดอมิโลได้ถูกขนานนามว่าเป็นแอโฟรไดท์แห่งมิลอส วีนัส เดอมิโลคิดว่าเป็นตัวแทนของเทพีแอมโฟรไดท์ ผู้ซึ่งเป็นเทพีกรีกโบราณแห่งความรัก เทพีแห่งความสุข และเทพีแห่งผู้ให้กำเนิด ซึ่งในขณะเดียวกันเทพีแอมโฟรไดท์แห่งโรมันก็มีความคล้ายคลึงกันกับเทพีวีนัสแห่งกรีกเช่นเดียวกัน มีความเชื่อว่ารูปปั้นนี้ถูกปั้นโดย Alexandros of Antioch ประติมากรในยุคสมัยสมัยเฮลเลนิสต์ รูปปั้นมีส่วนที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ทุกวันนี้คือแขนที่หายไปทั้งสองข้างของวีนัส เดอมิโล และมีการเล่าต่อกันมาว่าเดิมทีรูปปั้นวีนัส เดอมิโลนั้นเต็มไปด้วยเครื่องประดับมากมาย เช่น สร้อยข้อมือ, ต่างหู และผ้าคาดศีรษะ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ได้หายสาปสูญไปเป็นเวลานานแล้ว รูปปั้นวีนัส เดอมิโลมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นรูปปั้นที่โด่งดังและโดดเด่นที่สุดในยุคประติมากรรมกรีกโบราณ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718882544/57f0faec0912a2b9a755cac82116b250/3_VENUS_DE_MILO.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:55:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205427198</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นส.พรศิริกรณ์ ไทยกูล 4/3เลขที่26</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205427851</link>
         <description><![CDATA[<div>ประติมากร : จีอันโลเรนโซ แบร์นินี (Gian Lorenzo Bernini).<br>ปี : 1652<br>นักบุญเทเรซ่า แห่งอาวีลา นักบุญเทเรซ่าเธอเป็นแม่ชีที่มาจากประเทศสเปน เธออ้างว่าได้รับประสบการณ์ความรู้สึกและความรักจากพระผู้เป็นเจ้าจนเข้าถึงจิตวิญญาณของเธอ เธอบรรยายความรู้สึกที่เธอได้พบนี้ลงในบันทึกของเธอ เมื่อปีค.ศ. 1622 และอีกสี่สิบปีหลังจากที่เธอได้เสียชีวิตลง สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 15 ได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้เธอได้เป็นนักบุญเทเรซ่า แห่งอาวีลา ประติมากรรมชิ้นนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาจากหนึ่งในบันทึกที่เขียนเกี่ยวกับจิตวิญญาณในชีวิตของเธอ ท่าทางของรูปปั้นแกะสลักนั้น เราจะเห็นได้ว่าในมือของเทวดากำลังถือหอกด้ามหนึ่งที่ปลายแหลมทิ่มลง เทวดาหนุ่มแทงหอกลึกลงไปตรงหัวใจของเธอ จากท่าทางในประติมากรรมนั้นได้เหมือนกับว่าเขาได้ส่งให้เธอได้เข้าถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ จีอันโลเรนโซ แบร์นินีคือประติมากรเอกแห่งยุคบาโรค Ecstasy of Saint Teresa ถือเป็นผลงานมาสเตอร์พีชของเขา โดยเขาได้จัดองค์ประกอบให้งานแกะสลักนี้มีท่าทางคล้ายกับการแสดงละครเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านออกมาจากผลงานชิ้นนี้ ซึ่งงานชิ้นนี้ถือเป็นผลงานที่ยากต่อการนำมาลอกเลียนแบบขึ้นใหม่สำหรับประติมากรคนอื่นๆ เพราะความละเอียดอ่อนที่แบร์นินีบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาก็ทำให้ยากต่อการเลียนแบบ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883379/d8f609001d2ecf7ea10a371c5988ccc6/94EF21DD_E4F0_4E77_9131_F8A081CA96E0.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:56:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205427851</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย จิรวุฒิ จิตตั้งตรง ม.4/3 เลขที่1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205428002</link>
         <description><![CDATA[<div>นักบุญเทเรซ่า แห่งอาวีลา นักบุญเทเรซ่าเธอเป็นแม่ชีที่มาจากประเทศสเปน เธออ้างว่าได้รับประสบการณ์ความรู้สึกและความรักจากพระผู้เป็นเจ้าจนเข้าถึงจิตวิญญาณของเธอ เธอบรรยายความรู้สึกที่เธอได้พบนี้ลงในบันทึกของเธอ เมื่อปีค.ศ. 1622 และอีกสี่สิบปีหลังจากที่เธอได้เสียชีวิตลง สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 15 ได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้เธอได้เป็นนักบุญเทเรซ่า แห่งอาวีลา ประติมากรรมชิ้นนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาจากหนึ่งในบันทึกที่เขียนเกี่ยวกับจิตวิญญาณในชีวิตของเธอ ท่าทางของรูปปั้นแกะสลักนั้น เราจะเห็นได้ว่าในมือของเทวดากำลังถือหอกด้ามหนึ่งที่ปลายแหลมทิ่มลง เทวดาหนุ่มแทงหอกลึกลงไปตรงหัวใจของเธอ จากท่าทางในประติมากรรมนั้นได้เหมือนกับว่าเขาได้ส่งให้เธอได้เข้าถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ จีอันโลเรนโซ แบร์นินีคือประติมากรเ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883393/2367b410c8db9897b8426e7871899cf5/inbound8888897232739289212.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:56:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205428002</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว ปนัดดา อินทรัตน์ เลขที่27ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205428943</link>
         <description><![CDATA[<div>วีนัส เดอมิโล (VENUS DE MILO)<br>สถานที่ : พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์, กรุงปารีส, ประเทศฝรั่งเศส (Louvre Museum, Paris, France)<br>ประติมากร : สันนิฐานว่าเป็น Alexandros of Antioch ประติมากรชาวกรีก<br>ปี : อยู่ระหว่าง 130 – 100 ปีก่อนคริสต์ศักราช10 สุดยอดประติมากรรมที่โด่งดังที่สุดในโลกเป็นที่เชื่อกันว่ารูปปั้นวีนัส เดอมิโลถูกค้นพบเมื่อวันที่ 8 เมษายน ปีค.ศ. 1820 โดยเกษตรกรที่มีชื่อว่า Yorgos Kentrotas เขาได้ค้นพพชิ้นส่วนของรูปปั้นวีนัสแถวๆเกาะภูเขาไฟมิลอส ประติมากรรมชิ้นนี้ได้ถูกยกให้เป็นของขวัญแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 แห่งฝรั่งเศส ก่อนจะถูกมอบให้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ต่อไป ก่อนที่จะจัดแสดงอย่างในทุกวันนี้ วีนัส เดอมิโลได้ถูกขนานนามว่าเป็นแอโฟรไดท์แห่งมิลอส วีนัส เดอมิโลคิดว่าเป็นตัวแทนของเทพีแอมโฟรไดท์ ผู้ซึ่งเป็นเทพีกรีกโบราณแห่งความรัก เทพีแห่งความสุข และเทพีแห่งผู้ให้กำเนิด ซึ่งในขณะเดียวกันเทพีแอมโฟรไดท์แห่งโรมันก็มีความคล้ายคลึงกันกับเทพีวีนัสแห่งกรีกเช่นเดียวกัน มีความเชื่อว่ารูปปั้นนี้ถูกปั้นโดย Alexandros of Antioch ประติมากรในยุคสมัยสมัยเฮลเลนิสต์ รูปปั้นมีส่วนที่ยังคงเป็นปริศนาอยู่ทุกวันนี้คือแขนที่หายไปทั้งสองข้างของวีนัส เดอมิโล และมีการเล่าต่อกันมาว่าเดิมทีรูปปั้นวีนัส เดอมิโลนั้นเต็มไปด้วยเครื่องประดับมากมาย เช่น สร้อยข้อมือ, ต่างหู และผ้าคาดศีรษะ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ได้หายสาปสูญไปเป็นเวลานานแล้ว รูปปั้นวีนัส เดอมิโลมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นรูปปั้นที่โด่งดังและโดดเด่นที่สุดในยุคประติมากรรมกรีกโบราณ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883388/5b323b8a73ca096116ac1f985ca4f486/inbound426411546398043211.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:57:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205428943</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ซาการียา ละนิเพ็ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205429908</link>
         <description><![CDATA[<div>ประติมากรรม เป็นสาขาหนึ่งของวิจิตรศิลป์ซึ่งมีรูปแบบสามมิติ เป็นหนึ่งในรูปแบบหนึ่งของศิลปะพลาสติก ประติมากรรมมีรูปแบบสร้างสรรค์แบบธรรมเนียมคือ การแกะสลัก และโมเดล โดยดั้งเดิมมักใช้สื่อกลางคือไม้ หิน เซรามิก โลหะ แต่นับตั้งแต่ยุคโมเดิร์นก็ไม่มีคำจำกัดความถึงรูปแบบ กรรมวิธี และสื่อกลางของการสร้างสรรค์ประติมากรรม ...&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718891542/9b13fadc6f27fac4da869cee23e481f7/inbound3169734317777853602.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:58:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205429908</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ตัซริน กาซา ม.4/3 เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205430172</link>
         <description><![CDATA[<div>เทพีเสรีภาพ เป็นประติมากรรมที่แสดงออกถึงแนวคิดของเสรีภาพ เดิมทีเทพีเสรีภาพนี้เป็นสัญลักษณ์การแสดงออกถึงการมีเสรีภาพของฝรั่งเศสที่ส่งต่อถึงสหรัฐอเมริกา หรือรู้จักกันโดยทั่วไปว่าเทพีเสรีภาพเป็นของขวัญที่ฝรั่งเศสมอบให้กับสหรัฐอเมริกา เพื่อยกย่องชาวอเมริกันที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพของตนเองจนสามารถเอาชนะอังกฤษที่กดขี่ชาวอเมริกันในขณะนั้นได้ เทพีเสรีภาพถูกออกแบบโดยประติมากรชาวฝรั่งเศส เฟรเดริก โอกุสต์ บาร์โทลดีส่วนโครงร่างเหล็กถูกออกแบบโดยวิศกรชาวฝรั่งเศสกุสตาฟ ไอเฟลเจ้าของผลงานออกแบบหอไอเฟลที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสจนถึงทุกวัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718884690/38c60431771271164dff7c41cb878422/inbound4164061095808809108.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:58:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205430172</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อูมีไอดา สาเม๊าะ ชั้นม.4/3 เลขที่32</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205430649</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติ เทพีเสรีภาพ อเมริกา นั้นเกิดขึ้นจากการส่งมอบของฝรั่งเศสที่ให้ไว้เป็นของขวัญแก่อเมริกา เมื่อวันที่อเมริกาเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2419อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ออกแบบโดยเฟรเดรีค โอกุสต์ บาร์โทลดี และในส่วนของโครงร่างเหล็กออกแบบโดย เออแชน วียอเลต์-เลอ-ดุค และกุสตาฟ ไอเฟล ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอไอเฟล&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718891937/117d415fe45570fce1481974a65b8bc5/789F3F92_366E_4FB2_8384_CACB7F986B25.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 03:59:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205430649</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาอิม มะอิง   4/3        เลขที 10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205432074</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประติมากรรมแบบนูนต่ำ ( Bas Relief ) </strong>เป็นรูปที่เป็นนูนขึ้นมาจากพื้นหรือมีพื้นหลังรองรับ มองเห็นได้ชัดเจนเพียงด้านเดียว คือด้านหน้า มีความสูงจากพื้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรูปจริง ได้แก่ รูปนูนแบบเหรียญ รูปนูนที่ใช้ประดับตกแต่งภาชนะ หรือประดับตกแต่งอาคารทาง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหารต่างๆ พระเครื่องบางชนิด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718885596/77ced071a7bfcef9dca89ea98cecc10d/pic05.png" />
         <pubDate>2022-05-31 04:00:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205432074</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มูฮัมหมัดอับดุลเลาะห์ ดงมูซอ เลขที่ 23 ม 4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205434320</link>
         <description><![CDATA[<div>เหตุผลที่ชอบ เพราะเป็นงานที่บ่งบอกความหมายแบบตรงตัว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718891968/183717e65b40628a2337672de8ed11cc/61BD90C5_1728_40DC_899C_A7452D9EC854.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 04:01:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205434320</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส. ธัญชนก องอาจ ชั้นม.4/3 เลขที่33</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205436457</link>
         <description><![CDATA[<div>ในค.ศ. 1921 โบสถ์คาทอลิกที่เปรียบเสมือนโลหิตหมุนเวียนแห่งเมืองริโอ เด จาเนโร มีจุดประสงค์ที่จะสร้างอนุสรณ์สถานแห่งเยซูคริสต์ไว้ที่ยอดเขากอร์โกวาดู โดยมีความสูงที่ 704 เมตร เพื่อที่จะให้อนุสรณ์สถานแห่งพระเยซูคริสต์สามารถมองเห็นได้ทั่วทิศจากเมืองริโอ เด จาเนโร วิศวกรชาวบราซิล Heitor da Silva Costa ถูกเลือกให้เป็นผู้ออกแบบอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ในขณะที่ประติมากรชาวฝรั่งเศส ปอล ลันดอฟสกีเป็นผู้ลงมือสร้าง Silva Costa ได้ร่วมทำงานออกแบบกับวิศกรชาวฝรั่งเศส Albert Caquot ในขณะที่ประติมากรชาวโรมาเนีย Gheorghe Leonida เป็นผู้ออกแบบใบหน้าของกริชตูเรเดงโตร์ อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1931 โดยมีความสูงเฉพาะรูปปั้นที่ 30 เมตร ส่วนฐานมีความสูงที่ 8 เมตร และความยาวจากแขนทั้งสองข้างที่8 เมตร และความยาวจากแขนทั้งสองข้างที่แยกออกได้รวมกันยาว 28 เมตร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718883812/a8140f525c1367184cfb7f9817bff572/inbound4046923706279773238.jpg" />
         <pubDate>2022-05-31 04:04:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205436457</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นูรฮัยฟา กูโน ชั้นม.4/3 เลขที่30</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205436792</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ปีเอตะ</strong><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B0#cite_note-1"><sup>[1]</sup></a> (<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5">อิตาลี</a>: <em>Pietà</em>; <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99">ละติน</a>: <em>pietas</em>) มาจาก<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5">ภาษาอิตาลี</a> ที่แปลว่า ความสงสาร คือหัวเรื่องของศิลปะในศาสนาคริสต์ที่เป็นรูป<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C">พระแม่มารีย์</a>ประคองร่าง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%8B%E0%B8%B9">พระเยซู</a>ที่เพิ่ง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%99">อัญเชิญลงจากกางเขน</a> ส่วนใหญ่จะพบในงาน<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">ประติมากรรม</a> Pietà เป็นหัวเรื่องหนึ่งในชุด “<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1">แม่พระระทมทุกข์</a>” (Our Lady of Sorrows) และเป็นฉากหนึ่งใน “<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%8B%E0%B8%B9">พระทรมานของพระเยซู</a>” ซึ่งเป็นฉากที่มี<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C">พระแม่มารีย์</a> นาง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2">มารีย์ชาวมักดาลา</a> และบุคคลอื่นล้อมพระศพพระเยซู (หลังจากที่อัญเชิญลงจากกางเขน) ด้วยความความโศกเศร้า ฉากนี้ตามความเป็นจริงแล้วควรจะเรียกว่า “Lamentation” แต่บางที่ก็จะใช้คำว่า “Pietà” แทน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1718891937/2b95a263af938bce6e25eb119bc0bef1/89D667C3_7C4C_4087_A550_C6407F2945D3.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 04:04:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/maimunmamah26/yhvf5kzqcvzyvg50/wish/2205436792</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
