<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>โครงสร้างและหน้าที่ของตา by 8 น.ส.รุจิดา สุดสะอาด</title>
      <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-06-19 06:51:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-06-19 09:29:41 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>โครงสร้างของตา</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495712922</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/3880407795/2abfb44988dc70a8fb818bef52504b00/images___2025_06_19T135658_254.jpeg" />
         <pubDate>2025-06-19 06:53:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495712922</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรคที่เกิดกับตา</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495723120</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ตาบอดสี</strong></p><p>ส่วนใหญ่ <strong><mark>มีสาเหตุจากพันธุกรรม</mark></strong> <strong><mark>โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายทอดทางโครโมโซม X </mark></strong>ทำให้ผู้ชายมีแนวโน้มเป็นมากกว่าผู้หญิง</p><p><strong>อาการ</strong></p><p><strong><mark>ไม่สามารถแยกสีต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์</mark></strong></p><p><strong>สาเหตุ</strong></p><p><strong><mark>ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อเซลล์รับรู้สีในจอประสาทตา</mark></strong> ทำให้ไม่สามารถแยกแยะสีบางสีได้อย่างถูกต้อง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4016552790/9f9af31bc9a6360e1aa4160a8dbb4b71/IMG_0729.jpeg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:00:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495723120</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Sclera</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495727789</link>
         <description><![CDATA[<p>1. สเคลอรา (sclera) เป็นเนื้อเยื่อชั้นนอก ทำหน้าที่ห่อหุ้มป้องกันอันตราย ตาขาวที่มองเห็นจากภายนอกคือส่วนหนึ่งของสเคลอรา</p><p><br></p><p>      - กระจกตา (cornea) เป็นเยื่อเหนียวใส อยู่นอกเลนส์ตา ยอมให้แสงผ่านเข้าไปภายในได้ กระจกตาไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยง มีหน้าที่ช่วยให้มีการหักเหแสงมากขึ้น</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:03:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495727789</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Choroid</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495729672</link>
         <description><![CDATA[<p>2. คอรอยด์ (choroid) เป็นเนื้อเยื่อชั้นกลาง มีหลอดเลือดและเซลล์ที่มีรงควัตถุอยู่เป็นจำนวนมาก ทำหน้าที่เป็นฉากกั้นแสงไม่ให้ทะลุผ่านเรตินาลงไปถึงสเคลอรา ส่วนหลอดเลือดนำอาหารไปเลี้ยงเรตินา เนื้อเยื่อชั้นนี้มีส่วนประกอบย่อยต่างๆ ที่สำคัญมากมาย ดังนี้</p><p><br></p><p>      - เลนส์ตา (แก้วตา) เป็นก้อนเนื้อใสเหมือนแก้ว อยู่หลังม่านตา มีรูปร่างเป็นเลนส์นูน ทำหน้าที่ควบคุมความยาวโฟกัสของเลนส์ ขณะมองวัตถุที่อยู่ไกล เลนส์ตาจะบาง แต่ขณะมองวัตถุที่อยู่ใกล้ เลนส์ตาจะป่องออก</p><p>      - ม่านตา (iris) เป็นส่วนที่มีสีต่างๆ ตามเชื้อชาติ เช่น สีดำ สีฟ้า ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณแสงที่ผ่านเข้าเลนส์ตา ถ้าแสงน้อยม่านตาจะขยาย ถ้าแสงมากม่านตาจะหรี่</p><p>      - รูม่านตา (pupil) เป็นช่องตรงกลางม่านตา โดยรูจะหรี่เมื่อมีแสงเข้าตามาก และรูจะขยายเมื่อมีแสงน้อย</p><p>      - กล้ามเนื้อยึดเอ็นตา คอยปรับโฟกัส โดยทำให้เลนส์ตานูนมากหรือน้อย เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดบนเรตินา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:04:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495729672</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Retina</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495730556</link>
         <description><![CDATA[<p>3. จอรับภาพ (retina) เป็นเนื้อเยื่อชั้นในสุด มีเซลล์รับแสง 2 ชนิด ทำหน้าที่รับแสง คือ เซลล์รูปแท่ง จะบอกปริมาณแสง ทำงานได้ดีในที่มืด และเซลล์รูปกรวย จะบอกสี ทำงานได้ดีในที่สว่าง</p><p><br/></p><p>      - โฟเวีย (fovea) เป็นจุดที่รับภาพได้ชัดเจนที่สุดในเรตินา มีเซลล์รูปกรวยหนาแน่นคอยรับแสง</p><p>      - จุดบอด (blind spot) เป็นตำแหน่งที่ตรงกับเส้นประสาทตา ไม่สามารถรับภาพได้ เนื่องจากไม่มีเซลล์รับแสง </p><p>      - ประสาทตา ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลที่มองเห็นส่งไปยังสมอง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:04:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495730556</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่วนประกอบของตา</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495731917</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/3880407795/32dc6a8bc42e46db94080f41b6f52083/Sclera.png" />
         <pubDate>2025-06-19 07:06:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495731917</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรคที่เกิดกับตา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495735269</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>โรคตาแห้ง</strong> </p><p><strong><mark>ระบบต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติ</mark></strong> ทำให้มีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา หรือน้ำตาที่ผลิตออกมาไม่มีประสิทธิภาพ</p><p><strong>อาการ</strong></p><p>คันตา แสบตา ระคายเคืองตา แพ้แสง แพ้ลม</p><p><strong>สาเหตุ</strong></p><ol><li><p>พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานเกินไป</p></li><li><p>อาการภูมิแพ้ที่ตาซึ่งอาจเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน มลภาวะ</p></li><li><p>การใส่คอนแทคเลนส์</p></li><li><p>ความเสื่อมของต่อมน้ำตาไมโบเมียน (meibomian gland dysfunction: MGD) ซึ่งเป็นต่อมที่อยู่ที่เปลือกตา ทำหน้าที่สร้างน้ำตามาหล่อลื่นดวงตา&nbsp; หรือความผิดปกติของดวงตา</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4016552790/057278bb2928dc23ffa2f6ada4399a8a/IMG_0730.jpeg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:08:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495735269</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลไกการมองเห็น</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495746452</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>การมองเห็นจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีแสงจากวัตถุที่เรากำลังมองอยู่ตกกระทบกับตัวรับภาพ</p><p>ในดวงตา (photoreceptor) และส่งข้อมูลไปยังสมอง สมองส่วนรับภาพจะจัดเรียงแปลผลข้อมูล และสร้างเป็นภาพให้รู้สึกมองเห็นได้</p><p> อย่างเช่น <strong>เซลล์รูปแท่ง</strong>จะมีสารสีม่วงแดงที่เรียกว่า โรดอพซิน (rhodopsin) ฝัง สารชนิดนี้ประกอบด้วยโปรตีนออพซิน (opsin) รวมกับเรตินอล (retinol) ซึ่งไวต่อแสง ทำให้เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปจนเกาะกับ โมเลกุลของออพซินไม่ได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้าเยื่อเซลล์จนนำไปสู่การเกิดกระแสประสาทเคลื่อนที่ไปตามเส้นประสาทสมองคู่ที่ 2 เพื่อส่งไปยังสมองให้แปลเป็นภาพจากนั้นจะมีเอนไซม์ มาเปลี่ยนโมเลกุลของเรตินอลให้มีรูปร่างเหมือนเดิม เมื่อไม่มีแสงเรตินอลจะรวมตัวกับออพซินได้เป็น โรดอพซินใหม่</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/3880407795/d683d8b6e56815aa4f1cb02d6d464aeb/see_mechanic.jpg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:14:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495746452</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495755182</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/3880407795/005e87aaad4e3012268a1bc780ed3ffd/seepw.jpg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:23:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495755182</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรคที่เกิดกับตา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495757172</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>โรคต้อหิน</strong></p><p>ความดันที่เพิ่มขึ้นในตา ทำให้เส้นประสาทตาถูกทำลาย และทำให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาไหลผ่านภายในดวงตาและไม่สามารถระบายออกได้ หรือระบายออกอย่างไม่เหมาะสม</p><p><strong>อาการ</strong></p><p>มัก<strong><mark>ไม่มีอาการที่สังเกตได้ในระยะเริ่มแรก</mark></strong> แต่สัญญาณแรกของโรคต้อหิน<strong><mark>เมื่อโรคดำเนินไปอาจรวมถึงการสูญเสียการมองเห็นรอบนอก</mark></strong> <strong><mark>การมองเห็นพร่ามัว</mark></strong> และอาการปวดตา</p><p><strong>สาเหตุ</strong></p><p>การเสื่อมของร่างกายตามวัย, พันธุกรรม, โรคประจำตัว, หรือการได้รับบาดเจ็บที่ตา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4016552790/009b1d9696724191cbaffbac97f45d23/IMG_0733.jpeg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:25:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495757172</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมาชิก (6/2)</title>
         <author>24088_55</author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495771689</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส.ดวงเดือน ลุงหมาย เลขที่4</p><p>น.ส.รุจิดา สุดสะอาด เลขที่7</p><p>น.ส.สุนิสา ทา เลขที่24</p><p>น.ส.สุภนิดา สายสุรินทร์ เลขที่25</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:38:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495771689</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรคที่เกิดกับตา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495776226</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>โรคสายตาสั้น</strong></p><p><strong><mark>เ</mark></strong>กิดจากแสงจากวัตถุที่สะท้อนเข้าตาแล้วไปโฟกัสหน้าจอประสาทตาแทนที่จะตกบนจอตาพอดี ทำให้มองเห็นภาพระยะไกลไม่ชัดเจน สาเหตุหลักๆ คือ <strong><mark>กระจกตามีความโค้งมากเกินไป หรือลูกตามีความยาวมากเกินไป ทำให้แสงที่หักเหเข้าตาไม่ตกที่จอประสาทตาพอดี</mark></strong></p><p><strong>อาการ</strong></p><ul><li><p>มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัดเจน ภาพจะเบลอ&nbsp;</p></li><li><p>ต้องเพ่งหรือหรี่ตาเพื่อมองให้ชัดเจนขึ้น&nbsp;</p></li><li><p>อาจมีอาการปวดศีรษะหรือตาล้าจากการเพ่งมอง</p></li></ul><p><strong>สาเหตุ</strong></p><ul><li><p><strong>พันธุกรรม:</strong></p><p>หากคนในครอบครัวมีประวัติสายตาสั้น ลูกก็มีโอกาสสายตาสั้นได้มากกว่า&nbsp;</p></li><li><p><strong>พฤติกรรมการใช้สายตา:</strong></p><p>การใช้สายตาในระยะใกล้เป็นเวลานานๆ เช่น อ่านหนังสือ หรือเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ โดยไม่พักสายตา อาจทำให้เกิดสายตาสั้นได้&nbsp;</p></li><li><p><strong>ความผิดปกติของลูกตา:</strong></p><p>กระจกตาหรือเลนส์ตามีความโค้งมากเกินไป หรือลูกตามีความยาวมากกว่าปกติ</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4016667525/c3cd02937cb5e763adecaa986fb2b463/IMG_7096.jpeg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:43:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/24088_55/y2jtrwo37jmlgg6f/wish/3495776226</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
