<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>บทบาทหน้าที่ของครู by 005 พิชญธิดา ฑามาศ</title>
      <link>https://padlet.com/644121005/y0dkfsvmqscye083</link>
      <description>Made with a curious mind</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-04-03 11:53:56 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-01-24 02:21:04 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f469-1f3eb.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>บทบาทหน้าที่ของครู</title>
         <author>644121005</author>
         <link>https://padlet.com/644121005/y0dkfsvmqscye083/wish/2127120230</link>
         <description><![CDATA[<blockquote>คำว่า&nbsp; หน้าที่ (Duty)&nbsp; ตามความหมายใน Dictionary of Education นั้น หมายถึง สิ่งที่ทุกคนต้องทำ โดยปกติแล้วภาวะจำยอมจะเป็นไปตามหลักศีลธรรมแต่บางครั้งก็เป็นไปตามกฎ<br><strong>Webster's Third New International Dictionary </strong>ได้ให้คำนิยามของ ความรับผิดชอบ ไว้ ดังนี้<br><br>- ความรับผิดชอบด้านศีลธรรม กฎหมาย หรือ จิตใจ<br>- ความไว้ใจ ความเชื่อถือได้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Dictionary of Education ได้ให้ความหมายของความรับผิดชอบไว้ ไว้ว่า “หน้าที่ประจำของแต่ละบุคคล เมื่อเขาได้รับมอบหมายให้งาน<br>อย่างใดอย่างหนึ่ง” ส่วนความหมายของครู ในที่นี้จะอธิบายตามรูปคำภาษาอังกฤษ คือ “Teachers” โดยสรุปจากคำอธิบายของ ยนต์ ชุ่มจิต<br>ในหนังสือ ความเป็นครู <br>ความเป็นครู<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การศึกษาเป็นกระบวนการที่ทำให้มนุษ์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มีการเกื้อหนุนการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน&nbsp; และบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษาดังกล่าวก็คือครูนั่นเอง เพราะครูเป็นผู้ที่มีหน้าที่สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ และการพัฒนาโดยรอบให้เกิดในตัวผู้เรียน เพื่อให้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในเชิงวิชาการ นำไปสู่การมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งการดำรงตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม&nbsp; ดังนั้นการจะพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพจึงย่อมต้องพึ่งพาอาศัยครูที่มีคุณภาพ ครูที่มีความเป็นครู<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คำว่า <strong>ครู</strong> หรือคุรุ ในภาษาไทย มาจากคำว่า คุรุธาตุ หรือ ครธาตุ&nbsp; ซึ่งแปลความได้ว่าเป็น<strong>ผู้ที่หนักในวิชาความรู้ ในคุณธรรม และในภารกิจการงาน รวมทั้งการทำหน้าที่ยกย่องเชิดชูศิษย์ของตนเอง จากผู้ที่ไม่รู้ให้กลายเป็นผู้รู้ ผู้ที่ไม่มีความสามารถให้มีความสามารถ ผู้ที่ไม่มีความคิดให้มีความคิด ผู้ที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมให้มีความเหมาะสม และจากผู้ที่ไม่พึงปรารถนาให้เป็นผู้ที่พึงปรารถนา ซึ่งตามนัยของความเป็นครูในภาษาไทยจึงเป็นผู้ที่ต้องทำงานหนักจริงๆ&nbsp; </strong>ส่วนในภาษาอังกฤษมาจากคำว่า&nbsp; <strong>TEACHER&nbsp; ก็</strong>เช่นเดียวกัน กล่าวคือ<br><br>T- Teach &nbsp; E– Example&nbsp; A–Ability&nbsp; C- Characteristic&nbsp; H– Health &nbsp; E- Enthusiasm &nbsp; R - Responsibility<br><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. TEACH (การสอน)<br></strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คุณลักษณะประการแรกของความเป็นครูก็คือ ต้องสอนได้ สอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ในตนเอง มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดี&nbsp; โดยการ :<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. สอนศิลปวิทยาให้หมดสิ้น<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. ยกย่องให้ปรากฏในหมู่คณะ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. สร้างเครื่องคุ้มกันในสารทิศ (สอนให้รู้จักเลี้ยงตัว รักษาตนในอันที่จะดำเนินชีวิตต่อไปด้วยดี)&nbsp; และที่สำคัญคือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตามการสอนของครูแต่ละคนนั้นขึ้นกับทักษะและลักษณะของตนเอง (Teaching skill and style) เป็นการนำเทคนิควิธีและทักษะหลาย ๆ ด้านมาผสมผสานให้เหมาะสมสอดคล้องกัน&nbsp; จึงต้องใช้เทคนิคและทักษะหลายด้านร่วมกับประสบการณ์เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และต้องมุ่งจัดสรรการเรียนรู้นั้นไปในทิศทางที่ดีและมีคุณธรรมในสังคม บทบาทการสอนของครูจึงต้องดำเนินการ&nbsp; โดย<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. สอนเนื้อหาวิชาการตามหลักสูตรรายวิชาที่ได้รับมอบหมาย&nbsp; โดยการมีการเตรียมการสอนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การทำ Course Syllabus&nbsp; แผนจัดการเรียนรู้หรือแผนการสอนรายชั่วโมง&nbsp; การดำเนินการสอน และการประเมินผล&nbsp; มีการปรับปรุงพัฒนา และสร้างผลงานทางวิชาการอยู่เสมอ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. สอนการปรับตัวให้เหมาะสมในสังคม<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. สอนให้ให้เจริญเติบโต มีความคิด มีเหตุผล และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตามแผนที่ได้กำหนดหรือเตรียมการไว้เป็นอย่างดี</blockquote><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>2. EXAMPLE (เป็นตัวอย่าง)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้เรียนโดยทั่วไปนั้นจะ “เรียน” และ “เลียน” จากตัวครู &nbsp; การทำตัวเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างจึงเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากกว่าการบอกกล่าวเฉยๆ เพราะการแสดงต้นแบบให้เห็นด้วยสายตานั้น เป็นภาพที่มองเห็นชัดเจนและง่ายต่อการลอกเลียนยิ่งกว่าการรับฟังและบอกเล่าอย่างปกติ ถ้าต้องการให้ผู้เรียนเป็นอะไร จงพยายามแสดงออกเช่นนั้นทั้งในการดำเนินชีวิตและในการสนทนา<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การวางตัวของครูเป็นตัวอย่างหรือเยี่ยงอย่างให้แก่ผู้เรียนได้มาก แม้ว่าผู้เรียนจะมีความคิด ความอ่านของตนเองที่ไม่ต้องการเลียนแบบผู้ใหญ่ทุกประการเหมือนเด็กเล็ก แต่ครูก็ คือครูที่ผู้เรียนพิจารณาว่ามีความหมายสำคัญอยู่มาก โดยเขาจะสนใจและเฝ้าสังเกตนับตั้งแต่การแต่งกาย ไปจนถึงการประพฤติปฏิบัติ จะเป็นประสบการณ์ให้เขาได้พิจารณา นอกจากนี้การรู้ตัวเองของครู การแนะนำให้ผู้เรียนประพฤติให้เหมาะสม ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ครู (ตัวเรา) ต้องประพฤติและปฏิบัติตนให้เหมาะสมด้วย&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. ABILITY (ความสามารถ)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คำว่า “ความสามารถ” หมายถึงกำลังที่มีจริงในการแสดงหรือในการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเป็นการกระทำทางกายหรือทางจิตใจ และไม่ว่ากำลังนั้นจะได้มาจากการฝึกฝนอบรมหรือไม่ก็ตาม แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท&nbsp; คือ ความสามารถทั่วไป (general ability) และความสามารถพิเศษ (specific ability) นอกจากนั้นครูจะต้องทราบถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่หรือนวตกรรมทางการศึกษา (inovation in teaching) เพื่อจะช่วยปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นไป การเรียนการสอนก็เช่นเดียวกับการวินิจฉัย การรักษาโรคทางการแพทย์หรือจะสมมติเป็นการปรุงอาหารในครัวก็ได้ ที่จะต้องแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ให้ได้อาหารอร่อยที่สุด&nbsp; ดังนั้นครูจึงต้องประเมินตัวเอง ประเมินการสอน และปรับปรุงข้อบกพร่องของสิ่งที่ตนสอนไปเสมอ (diagnosis and treatment of course defects)&nbsp; เพื่อให้ผลการสอนดีที่สุด<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากครูจะต้องเข้าใจบทบาทความเป็นครูของตนเองแล้ว (teacher’s role) ครูควรจะมีความสามารถดังนี้<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - &nbsp; จิตวิทยาการเรียนรู้ (psychology of learning)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - &nbsp; การกำหนดวัตถุประสงค์ของการสอนอย่างชัดเจน (specific of objectives)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - &nbsp; การวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - &nbsp; การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (learning activities)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - &nbsp; การนำโสตทัศนูปกรณ์มาช่วยสอน (the application of audiovisual aids)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- &nbsp; การจัดทำแผนการสอน (course syllabus and&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Lesson planning)<br><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>&nbsp;- &nbsp; การประเมินการเรียนการสอน (assessment)<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>4. CHARACTERISTIC (คุณสมบัติ)<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>&nbsp;ความหมายที่ใช้โดยทั่วๆไป หมายถึง คุณภาพหรือคุณสมบัติที่สังเกตได้ชัดเจนในตัวบุคคล ทำให้ทราบได้ว่าบุคคลนั้นแตกต่างไปจากบุคคลอื่นๆ ในความหมายเฉพาะ อุปนิสัยหมายถึง ผลรวมของนิสัยต่างๆ ที่บุคคลมีอยู่ หรือผลรวมของลักษณะของพฤติกรรมต่างๆ ของบุคคล&nbsp; ตามความเข้าใจของคนทั่วไป คำว่าอุปนิสัยนี้แฝงความหมายของคุณธรรมจรรยาในตัวด้วย เช่น เราพูดว่าเขาผู้นั้นมีอุปนิสัยดี เป็นต้น ในคุณสมบัติของความเป็นครู สิ่งสำคัญคือ ครูจะต้องมีเจตคติที่ดีต่อผู้เรียน&nbsp; ต่อวิชาที่สอน และต่องานที่ทำ<br><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;5. HEALTH (สุขภาพดี)<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>&nbsp;การมีสุขภาพดี หมายถึงการไม่มีโรค รวมถึงมีสภาพทางร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข&nbsp; ผู้ที่เป็นครูนั้นต้องทำงานหนัก ดังนั้นสุขภาพทางด้านร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือสุขภาพจิต คงเคยได้ยินคำว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ดังนั้นครูจึงจำเป็นต้องมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย จิตดีนั้นไม่เพียงแต่ไม่เป็นโรคจิตโรคประสาทเท่านั้น แต่เป็นผู้ที่มีสมรรถภาพ มีการงานและมีชีวิตที่เป็นสุขทำประโยชน์ต่อสังคมด้วยความพอใจ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต่อบุคคลที่เราอยู่ร่วมและต่อสังคมที่เราเกี่ยวข้อง โดยไม่ก่อความเดือดร้อนให้ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp;<br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 6. ENTHUSIASM (ความกระตือรือล้น)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ความกระตือรือล้นของครูนั้น อาจจะเป็นการใฝ่หาความรู้ใส่ตน เพราะจะต้องถือว่าการใฝ่หาความรู้เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนนั้นเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งของการพัฒนาตน (Learning to teach is a process of self-development)&nbsp; การเพิ่มพูนความรู้มีหลายรูปแบบ เช่น การประชุมสัมมนา อบรมระยะสั้น&nbsp; จะทำให้ครูที่ขาดความรู้ในเรื่องที่ตนสอนได้มีความรู้เพิ่มเติมและทำให้มีความมั่นใจในการสอนมากขึ้น&nbsp; ความกระตือรือล้นของครูนั้น ไม่ใช่มุ่งเน้นเฉพาะการพัฒนาตัวครูเท่านั้น แต่จะต้องมีความกระตือรือล้นในการพัฒนาการเรียนการสอนด้วย<br>&nbsp;<br><strong>&nbsp; 7. RESPONSIBILITY (ความรับผิดชอบ)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ครูที่ดีจะต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนตามที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นอย่างดี รวมทั้งยอมรับผลแห่งการกระทำนั้นๆ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข<br><br></div><div>การสอนของครู<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับการสอนของครูในการช่วยเหลือผู้เรียนนั้น คำถามต่อไปนี้จะบ่งชี้ว่าครูท่านนั้นเป็นครูที่ดีหรือไม่ รวมทั้งตัวเราเองที่เป็นครูด้วย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ดังนี้<br><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกหัดเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self&nbsp; learning)<br></strong>1.&nbsp; ให้ผู้เรียนได้ตอบคำถามเกี่ยวกับวิชาการที่เรียนหรือไม่ ?<br>2.&nbsp; ให้ผู้เรียนค้นคว้าเพื่อตอบคำถามหรือเพื่อแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมหรือไม่ ?<br>3.&nbsp; จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้รู้จักคิด และฝึกทักษะในการทำงานหรือไม่ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>การประเมินและการบอกให้ผู้เรียนทราบถึงผลงานที่ทำ (Feed&nbsp; back)<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>&nbsp;4.&nbsp; บอกผู้เรียนหรือไม่ว่าเมื่อมอบหมายงานให้ทำแล้ว เขาทำงานเป็นอย่างไร?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.&nbsp; อธิบายให้ผู้เรียนทราบหรือไม่ถึงข้อบกพร่องต่างๆ ที่ทำ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 6.&nbsp; อธิบายให้ผู้เรียนทราบหรือไม่ ว่าทำอย่างไรจึงจะทำได้ดีกว่านี้ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>การให้ความกระจ่างชัดในการสอน (Clearity)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 7.&nbsp; สังเกตหรือไม่ว่าผู้เรียนทุกคนสามารถได้ยินและมองเห็นชัดเจน ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 8.&nbsp; ใช้คำพูดง่ายๆ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนหรือไม่ ?<br>&nbsp;9.&nbsp; ใช้อุปกรณ์การสอนเพื่อช่วยให้การเรียนการสอนมีความหมายยิ่งขึ้นหรือไม่ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ซึ่งอุปกรณ์การสอนดังกล่าว อาจประกอบด้วย<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - รูปภาพ ภาพถ่าย ภาพวาด&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ภาพโปสเตอร์<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - แผนภูมิ แผนผัง แผนที่&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ภาพหลัก<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ภาพติดกระดานผ้าสำลี&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ภาพกระจกฉาย<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - ภาพยนตร์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- ภาพชุด<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - วัตถุของจริง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - วัตถุจำลอง<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - นิทรรศการ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เครื่องบันทึกเสียง&nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นต้น<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>การทำให้การสอนมีความหมายมากขึ้น (Making your meaningful)<br></strong><br></div><div>10.&nbsp; ได้สอนโดยเชื่อมโยงบทเรียนที่สอนกับสภาพที่ผู้เรียนเป็นอยู่หรือไม่ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 11. ได้ยกตัวอย่างเพื่อให้ผู้เรียนมองเห็นภาพพจน์กระจ่างขึ้นหรือไม่ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 12.&nbsp; ได้เชื่อมโยงสิ่งที่ครูสอนกับงานที่ผู้เรียนจะต้องกระทำหรือไม่ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 13.&nbsp; ได้สรุปเพื่อให้ผู้ได้แนวคิดที่ดีอีกครั้งหรือไม่ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>จะต้องแน่ใจว่าผู้เรียนเรียนรู้เรื่องสิ่งที่สอน (Ensuring mastery)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 14.&nbsp; ได้ตรวจสอบหรือไม่ ? ว่าผู้เรียนทุกคนเข้าใจในทุกๆเรื่อง ทุกๆจุดที่สอน ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 15.&nbsp; เคยตรวจสอบหรือไม่ว่าผู้เรียนแต่ละคนสามารถฝึกทักษะได้หรือไม่ ?<br><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จะต้องเข้าใจถึงความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน (Individual differences)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 16. ยินยอมให้ผู้เรียนแต่ละคนได้ทำงานตามความสามารถและใช้เวลาที่ไม่เท่ากันหรือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 17.&nbsp; เคยกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยวิธีแตกต่างกันออกไปหรือไม่ ?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 18.&nbsp; เคยใช้วิธีสอนหลาย ๆ วิธีหรือไม่ ซึ่งวิธีสอนมีหลายวิธี ดังนี้<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบายจากหนังสือแล้วให้ผู้เรียนไปอ่านเองนอกเวลา<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบายจากหนังสือแล้วให้อ่านหนังสือพร้อมกัน<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วิธีประชุมกลุ่มให้ผู้เรียนออกความคิดเห็นอภิปรายร่วมกัน<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การแสดงหรือเล่นละครสั้นๆ<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สอนจากเหตุการณ์หรือประสบการณ์<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ใช้กรณีศึกษา<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ใช้วิธี constructivism<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทำรายงานค้นคว้าเป็นรายบุคคล<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทำรายงานค้นคว้าเป็นกลุ่ม<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วิธีสาธิต<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ให้มีการฝึกปฏิบัติ<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ให้ทำโครงการหรือโครงงาน<br><br></div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การทัศนศึกษา<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; <strong>ให้การดูแลผู้เรียนทุกคน (Caring)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 19.&nbsp; เคยให้ความมั่นใจแก่ผู้เรียนหรือไม่ว่าครูรักผู้เรียนทุกคนไม่ว่าจะทำดีหรือไม่?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 20. แสดงให้ผู้เรียนเห็นหรือไม่ว่าสนใจและเตรียมสอนอย่างดีตลอดช่วงเวลาที่สอน?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 21.&nbsp; เคยฟังความคิดเห็น หรือให้ผู้เรียนวิจารณ์การสอนบ้างหรือไม่?<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การเป็นครูมืออาชีพใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่าย ๆ เพราะงานครูเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และหนัก ๆ กว่างานใด ๆ เป็นงานสร้างและพัฒนาคน และองค์ประกอบแรกที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคือ สติปัญญาซึ่งต้องยอมรับความเป็นจริงว่า โดยรวมผู้เรียนส่วนใหญ่มิได้มีระดับสิติปัญญาดีเลิศ&nbsp; ดังนั้นการจะพัฒนาพวกเขาจึงต้องอาศัยครู อาศัยพวกเรา-ท่าน เป็นหลัก&nbsp; เพราะอย่างน้อยก็มีส่วนแบ่งประมาณ 30-40 %&nbsp; ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของพวกเขา จึงใคร่ขอให้ทุกท่านที่เป็นครูจงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นครู ตามข้อเขียนที่ได้กล่าวถึงทั้งหมด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาตัวของท่านเอง<br><br><strong>การสอนที่มีคูณภาพ&nbsp;<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; การเรียนรู้เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆในกระบวนการเรียนการสอน และในองค์ประกอบนี้ครู-อาจารย์ผู้สอนและพฤติกรรมการสอนที่แสดงออกมา จะเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพหรือความสำเร็จในการเรียนรู้ของนักศึกษา ท่านเป็นครู-อาจารย์ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จนั้น ได้เคยตรวจสอบพฤติกรรมการสอนของตัวท่านเองบ้างหรือไม่ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับใด ? คุณภาพในที่นี้หมายถึงคุณภาพตามเกณฑ์ที่ผู้คนทั่วไปพอใจหรือตามที่หน่วยงานที่น่าเชื่อถือเป็นผู้กำหนดขึ้นมา ซึ่งเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการเรียนการสอน แบ่งออกเป็น&nbsp; 5&nbsp; ระดับ คือ<br><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สอนตรง</strong>&nbsp; หมายถึง การใช้วิธีการสอนที่ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญาขั้นต้น เป็นการพัฒนาทางสมองในการเก็บรักษาเรื่องราว ข้อมูล เท็จจริง เน้นความสามารถในการจำความรู้ต่างๆ เช่น การจำกฎ หลักเกณฑ์ ทฤษฎีต่างๆ ได้ หากพิจารณาการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการเรียนการสอนแล้วอยู่ในระดับ 0 -20%<br><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สอนอธิบายขยายความ&nbsp; </strong>&nbsp;หมายถึง การสอนให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหา ความรู้ สามารถอธิบาย แปลความหรือขยายความด้วยคำพูดของตนเองได้&nbsp; การสอนระดับนี้เป็นการเน้นพัฒนาการ ความสามารถในการสื่อความหมายระหว่างตนเองกับผู้อื่น หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนินการเรียนการสอนแล้ว อยู่ในระดับ 21-40%<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>สอนคิด</strong>&nbsp; หมายถึง การพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะเนื้อหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นส่วนประกอบย่อยๆ หรือความรู้ด้านต่างๆ พร้อมทั้งสามารถเปรียบเทียบความแตกต่าง คล้ายคลึงกันของส่วนประกอบย่อยๆ หรือความรู้ด้านต่างๆ เหล่านั้นด้วย หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนินการเรียนการสอนแล้วอยู่ในระดับ 41-60%<br><br><strong>สอนสร้าง</strong> หมายถึง&nbsp; การพัฒนาความสามารถในการบอกความสัมพันธ์เชิงเหตุผลของส่วนประกอบย่อย ๆ หรือความรู้หลาย ๆ ด้าน และสามารถนำไปอธิบายให้ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา หรือนำไปใช้ได้&nbsp; หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนินการเรียนการสอนแล้ว อยู่ในระดับ 61-80%<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>สอนค้นพบ</strong>&nbsp; หมายถึง&nbsp; การพัฒนาความสามารถในการสังเคราะห์ หรือการรวมส่วนประกอบย่อย ๆ ของความรู้หลาย ๆ เรื่องให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้เพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือสามารถแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ต้องใช้ความสามารถในการคิดเป็นอย่างมาก เป็นการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสามารถประเมินค่าสิ่งต่างๆ ได้&nbsp; หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนะเนินการเรียนการสอนแล้วอยู่ในระดับ 81-100%<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากการสำรวจสภาพการเรียนการสอน และการประเมินผลการใช้หลักสูตรพบว่า ครู-อาจารย์ทั่วไป ส่วนใหญ่ยังคงจัดการเรียนการสอนโดยเป็นผู้อธิบาย บอกจด หรือเขียนกระดานดำ และเน้นเนื้อหาสาระมากกว่ากระบวนการ ภายใต้สภาพดังกล่าวจะไม่มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ไม่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ และก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่สามารถคิดดัดแปลงทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ หรือประยุกติให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงได้ เพราะเป็นวิธีการสอนที่ไม่สามารถตอบสนองศักยภาพและยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักศึกษาให้เป็นไปตามที่หลักสูตรคาดหวัง กล่าวได้ว่ายังมีปัญหาทั้งในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนและคุณภาพของผู้เรียน ดังนั้นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวนักศึกษาเพื่อให้พวกเขามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ครู-อาจารย์จึงต้องมีการทบทวนรูปแบบการสอนใหม่ ซึ่งจากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศได้เสนอว่า รูปแบบการสอนที่ดีนั้นควรเป็นในลักษณะของการสอนแบบบูรณาการ เน้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วม มีกิจกรรม มีการปฏิบัติ หรือเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน<br><br></div><div><strong>&nbsp;<br></strong><br></div><div><strong>การสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน&nbsp;<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การเรียนรู้ที่แท้จริงเกิดจากการที่ผู้เรียนได้มีปฎิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนจึงต้องจัดให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม หรือมีการปฏิบัติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง&nbsp; ผู้สอนจะมีบทบาทน้อยลง ผู้เรียนจะมีโอกาสได้พัฒนาทักษะการคิดในระดับสูง รู้จักวางแผนการทำงาน ทำงานเป็น&nbsp; รู้จักตัดสินใจแก้ปัญหาได้ มีการทำงานร่วมกับผู้อื่น และได้แสดงออกซึ่งคุณลักษณะที่พึงประสงค์&nbsp; ต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นวิธีการสอน (บางวิธี) ที่มีครูเป็นศูนย์กลาง และผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งตามนัยดังได้กล่าวมา ท่านผู้สอนควรเลือกวิธีหลังและ/หรือบูรณาการหลายๆ วิธีผสมกัน โดยให้สอดคล้องและเหมาะสมในการเสริมสร้างการเรียนรู้ของผู้เรียน<br><br></div><div><strong>วิธีการ </strong>&nbsp;| <strong>บทบาทของครู </strong>&nbsp;| <strong>พฤติกรรม</strong><br><strong>เน้นครูเป็นศูนย์กลาง </strong>การบรรยาย |&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มาก |&nbsp; การพูด ครูเสนอความรู้โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน<br>การบรรยาย – ถามตอบ | มาก – ปานกลาง | การพูด ครูเสนอความรู้และมีส่วนของการถามตอบด้วย<br>การสาธิต | มาก – ปานกลาง | การแสดงให้ดู&nbsp; มีผู้แสดงให้ดูอยู่หน้าชั้นพร้อมอธิบายสิ่งที่แสดงให้ดู<br>การให้ทำตามตัวอย่าง | มาก | การแสดงให้ดู &nbsp; มีผู้ปฏิบัติให้ดูตามที่ต้องการให้ผู้เรียนทำตามหรือทำตามแบบ<br><strong>เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง </strong>การอภิปราย |&nbsp; น้อย – ปานกลาง |&nbsp; การมีปฏิสัมพันธ์ทั้งชั้นเรียนหรือกลุ่มย่อย มีการแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง<br>การอภิปรายแบบ Panel | น้อย | การพูด&nbsp; กลุ่มผู้เรียนนำเสนอและอภิปรายถกเถียงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหน้าชั้น<br>การแสดงบทบาทสมมติ | น้อย | การปฏิบัติ<strong>&nbsp; </strong>&nbsp;ผู้เรียนแสดงบทบาทในเหตุการณ์หรือสถานการณ์หนึ่งๆ<br>การเรียนแบบร่วมมือ | น้อย | การปฏิบัติ&nbsp; กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถแตกต่างกันร่วมมือกันทำงานที่กำหนดให้</div><div>&nbsp; &nbsp;<br><br></div><div><strong>วิธีการ </strong>&nbsp;| <strong>บทบาทของครู </strong>&nbsp;| <strong>พฤติกรรม </strong><br>การค้นพบ | น้อย – ปานกลาง | การปฏิบัติ&nbsp; ผู้เรียนดำเนินงานตามวิธีการที่กำหนดให้เพื่อแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งโดยอาศัยประสบการณ์ตรง<br>การเสาะแสวงหาความรู้ | น้อย | การปฏิบัติ&nbsp; ผู้เรียนคิดวิธีการแก้ปัญหาเอง โดยอาศัยประสบการณ์ตรง<br>การสร้างสถานการณ์/เกม | น้อย | การปฏิบัติ&nbsp; ผู้เรียนมีส่วนร่วมในสถานการณ์ที่สร้างขึ้น หรือเหตุการณ์ที่เหมือนจริงที่สามารถควบคุมความปลอดภัยได้<br>การสอนเป็นรายบุคคล | น้อย – ปานกลาง | การพูด/การปฏิบัติ&nbsp; ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับความต้องการและความสามารถของผู้เรียน<br>การศึกษาด้วยตนเอง | น้อย | การพูด/การปฏิบัติ<strong> </strong>&nbsp;การเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีการแนะนำเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย<br>การทำโครงงาน หรือโครงการ | น้อย | การปฏิบัติ ผู้เรียนคิดวิธีการแก้ปัญหาเอง และดำเนินการแก้ปัญหา โดยอาศัยมีประสบการณ์ตรง อาจมีการแนะนำเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย<br>การทำแฟ้มสะสมงาน | น้อย – ปานกลาง | การปฏิบัติ&nbsp; ผู้เรียนเรียนรู้ และมีพัฒนาการในเรื่องของการคิด การทำงาน การจัดการ การสื่อความหมาย และ สังคม&nbsp; โดยมีการแนะนำเพียงเล็กน้อย</div><div>&nbsp;<br><br></div><div><strong>บทบาทของครู-อาจารย์กับการเรียนการสอนที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เป็นผู้จัดการ (Manager) ครู-อาจารย์จะเป็นผู้กำหนดบทบาทให้ผู้เรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรม แบ่งกลุ่ม หรือจับคู่ เป็นผู้มอบหมายงานหน้าที่ความรับผิดชอบแก่ผู้เรียนทุกคน จัดการให้ทุกคนได้ทำงานที่เหมาะสมกับความสามารถความสนใจของตน<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. เป็นผู้ร่วมทำกิจกรรม (An Active Participant) เข้าร่วมทำกิจกรรมในกลุ่มจริงพร้อมทั้งให้ความคิดและความเห็นหรือเชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เรียนขณะทำกิจกรรม<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.&nbsp; เป็นผู้ช่วยเหลือและแหล่งวิทยาการ (Helper and Resource) คอยให้คำตอบเมื่อผู้เรียนต้องการความช่วยเหลือทางวิชาการ เพราะการให้ข้อมูล หรือความรู้ในขณะที่ผู้เรียนต้องการจะช่วยทำให้การเรียนรู้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. เป็นผู้สนับสนุนและเสริมแรง (Supporter and&nbsp; Encourager) ช่วยสนับสนุนด้านสื่ออุปกรณ์หรือให้คำแนะนำที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. เป็นผู้ติดตามตรวจสอบ (Monitor) คอยตรวจสอบงานที่ผู้เรียนผลิตขึ้นมาก่อนที่จะส่งต่อไปให้ผู้เรียนคนอื่นๆโดยเฉพาะความถูกต้อง<br><br></div><div>เปรียบเทียบผลการเรียนรู้แบบครูเป็นศูนย์กลางกับผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง<br><br></div><div>วิธีสอนแบบครูเป็นจุดศูนย์กลาง<br><br></div><div>1. ด้านบทบาทครู<br><br></div><div>1) มุ่งสอนเนื้อหาและการจำเนื้อหาได้<br><br></div><div>2) จะบอก เล่า สั่ง อธิบายเนื้อหา<br><br></div><div>3) ครูจะจัดกิจกรรมแบบ Passive Learning<br><br></div><div>4) ปฏิสัมพันธ์จะเป็นแบบทางเดียว<br><br></div><div>2. ด้านผลที่เกิดกับผู้เรียน <strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp;ด้านการคิดและด้านบุคลิกภาพ<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp;1. คิดได้จำกัด คิดช้า<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp;2. เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบนิรนัย<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp;3. จะมีบุคลิกภาพแบบพึ่งพา ไม่เชื่ออำนาจในตน<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp;4. เชื่อฟัง ทำตาม ว่าง่าย&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br><br></div><div><strong>วิธีสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;<br></strong><br></div><div>1. ด้านบทบาทครู<br><br></div><div>1) มุ่งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ศักยภาพ ความคิด<br><br></div><div>2) กระตุ้นให้เด็กคิดและปฏิบัติตามความคิด<br><br></div><div>3) ครูจัดกิจกรรมแบบ Active Learning ครูจะเรียนร่วมกับผู้เรียนและคิดหาวิธีการ&nbsp;<br><br></div><div>ใหม่ๆเพื่อพัฒนาผู้เรียน<br><br></div><div>2. ด้านผลที่เกิดกับผู้เรียน :&nbsp;<br><br></div><div>ด้านการคิดและด้านบุคลิกภาพ<br><br></div><div>1. คิดเป็น เรียนรู้โดยการคิดแบบปฏิบัติ<br><br></div><div>2. เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบอุปนัย<br><br></div><div>3. มีบุคลิกภาพแบบพึ่งตนเอง เชื่ออำนาจในตน<br><br></div><div>4. ใช้เหตุใช้ผล วิเคราะห์ สังเคราะห์<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div><strong>วิธีการจัดกระบวนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp;<br></strong><br></div><div>ขั้นตอนกระบวนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง&nbsp; มีดังนี้ คือ<br><br></div><div><strong>1. ขั้นนำ<br></strong><br></div><div>- สร้าง/กระตุ้นความสนใจ หรือ<br><br></div><div>- เตรียมความพร้อมในการเรียน<br><br></div><div><strong>2. ขั้นกิจกรรม<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ โดยกิจกรรมควรมีคุณสมบัติดังนี้<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; ช่วยให้ผู้เรียนได้สร้างความรู้ด้วยตนเอง (Construct)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; ช่วยให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ช่วยกันเรียนรู้ (Interaction)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; ช่วยให้ผู้เรียนมีบทบาทและส่วนร่วมในการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Participation)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการ (Process) ควบคู่กับผลงาน (Product)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div><br></div><div><br><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div>&nbsp;<br><br></div><div><br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div><strong>&nbsp;<br></strong><br></div><div><br><br><br><br></div><div><br><br></div><div><br><br><br><br></div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1621881946/a3e9fb612c77fde3eab1629612548604/___.jpg" />
         <pubDate>2022-04-03 12:03:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/644121005/y0dkfsvmqscye083/wish/2127120230</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทบาทและหน้าที่ของครูประจําชั้น</title>
         <author>644121005</author>
         <link>https://padlet.com/644121005/y0dkfsvmqscye083/wish/2127148753</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ทำการสอนวิชาที่ได้รับมอบหมาย สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 18 คาบ&nbsp;<br>2. ทำโครงการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ และเตรียมอุปกรณ์การสอน&nbsp;<br>3. เตรียมการสอน ทั้งด้านสื่อ – อุปกรณ์ เทคโนโลยี กิจกรรม แหล่งการเรียนรู้และวิทยากรหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น (ในกรณีที่มี) 4. ผลิตสื่อการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้น&nbsp;<br>5. ดำเนินการสอน โดยเน้นกระบวนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้สื่อ – อุปกรณ์และแหล่งการเรียนรู้ รวมทั้งกิจกรรมที่ทันสมัย สัมพันธ์กับเหตุการณ์บ้านเมืองและสาระการเรียนรู้&nbsp;<br>6. จัดป้ายนิเทศ มุมการเรียนรู้และบรรยากาศการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับบทเรียนและเหตุการณ์บ้านเมืองที่เป็นปัจจุบัน&nbsp;<br>7. ร่วมมือกับหัวหน้ากลุ่มสาระในการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร และกิจกรรมเลือกเสรีที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตามความสามารถ ความต้องการและความสนใจของนักเรียน&nbsp;<br>8. ตรวจแบบฝึกหัดหรืองานของนักเรียนและแก้ไขข้อผิดพลาดอยู่เสมอ&nbsp;<br>9. จัดการประเมินผลระหว่างภาค โดยเน้นการประเมินผลที่หลากหลายและตามสภาพจริง&nbsp;<br>10.สร้างแบบประเมินปลายภาคเรียนและปลายปีการศึกษา รวมทั้งตรวจแบบประเมินและ จัดส่งผลการประเมินให้ทันเวลาที่กำหนด&nbsp;<br>11.จัดทำเอกสาร หลักฐานทางการศึกษาให้เรียบร้อยและเป็นปัจจุบัน&nbsp;<br>12.ปฏิบัติหน้าที่แทนครูที่ขาดการสอนและมีส่วนร่วมในการช่วยงานด้านต่างๆของโรงเรียน&nbsp;<br>13.พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยการเข้ารับการอบรม ศึกษาดูงาน ค้นคว้าและวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา&nbsp;<br>14.ทำหน้าที่เวรดูแลนักเรียน ตามจุดต่างๆที่ได้รับมอบหมาย ทั้งในเวลาปกติและเวลาพิเศษ&nbsp;<br>15.ดูแลความประพฤติของนักเรียน ทั้งในด้านการเรียน การรักษาระเบียบวินัยและคุณลักษณะอันพึงประสงค์&nbsp;<br>16.ควบคุมชั้นเรียนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยอยู่เสมอ ตลอดจนป้องกันแก้ไขปัญหาของนักเรียน&nbsp;<br>17.ติดตามนักเรียนเพื่อแก้ไขในกรณีที่นักเรียนมาโรงเรียนสาย ขาดเรียนและมีปัญหาในการเรียน การทำการบ้าน&nbsp;<br>18.ติดต่อกับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด และรายงานความประพฤติ สุขภาพและอื่นๆให้ผู้ปกครองทราบเป็นประจำ ตลอดจนรวบรวม Portfolio ของนักเรียนนำเสนอต่อผู้ปกครอง&nbsp;<br>19.ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในกิจการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนและโรงเรียน&nbsp;<br>20.ประชาสัมพันธ์ ให้คำปรึกษาและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนในแผนการเรียนต่างๆของนักเรียน&nbsp;<br>21.เข้าร่วมประชุมครู ประชุมภายในกลุ่มสาระ ประชุมภายในแผนก เพื่อปรึกษาหารือ วางแผน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนการสอน และจัดทำโครงการต่างๆเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน&nbsp;<br>22.ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆตามที่โรงเรียนมอบหมาย จากคู่มือครูโรงเรียนศรีวิกรม์ ปีการศึกษา 2250</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1621881946/47bc47fa798b58a0b53438756feae81e/___.jpg" />
         <pubDate>2022-04-03 12:51:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/644121005/y0dkfsvmqscye083/wish/2127148753</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
