<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกียวข้อง by Warnwarn Numwarn Daroonchud</title>
      <link>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-07-02 04:30:45 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-11-22 11:27:40 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>บทที่ 2 ทบทวนวรร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/269129768</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคของคนกรุงเทพมหานครในการซื้อธูปจากช่องทางการจัดจำหน่ายนี้ พอจะมีบทความและวรรณที่สามารถโยงถึง ดังนี้<br>&nbsp;ดนัย ไชยโยธา (2546 : 117) ประเพณีหมายถึงแบบความคิดความเชื่อการกระทําค่านิยม ทัศนคติศีลธรรม จารีต ระเบียบแบบแผนท ี่ กระทําในโอกาสต่างๆ ลักษณะสําคัญของประเพณีคือ สิ่งที่ปฏิบัติเชื่อถือมานานจนกลายเป็นแบบอย่างทางความคิดหรือการกระทําทที่ได้สืบต่อกันมาและยังมี อิทธิพลอยู่ในปัจจุบันและเป็นที่ยอมรับของส่วนรวมสิ่งใดเมื่อประพฤติซ้าๆ กันอยู่บ่อยๆจนกลายเป็นความเคยชินก็เกิดเป็นนิสัยขึ้นมา ความประพฤติเหมือนๆ กันเป็นหมู่คณะ เรียกว่า ประเพณีหรือนิสัยสังคม หรืออาจกล่าวได้ว่า ประเพณีคือความประพฤติของคนส่วนรวมที่ถือกัน เป็นและสืบต่อกันมาจนเป็นพิมพ์เดียวกัน และยังคงอยู่ได้เพราะมีสิ่งใหม่เข้ามาช่วยเสริมสร้างสิ่งงเก่าอยู่เสมอและกลมกลืนเข้ากันได้ดีจนทําให้ประเพณีเดิม ยังคงอยู่ต่อไปได้<br>................................................<br>&nbsp;ความหมายของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม<br>ราชบัณฑิตยสถาน (2524 : 337) อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคม หมายถึง การที่ระบบสังคม กระบวนการ แบบอย่างหรือรูปแบบทางสังคม เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี ระบบครอบครัว ระบบการปกครอง ได้เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตามการเปลี่ยนแปลงทางสังคมนี้อาจจะเป็นไปในทางก้าวหน้าหรือถดถอย เป็นไปได้อย่างถาวรหรือชั่วคราว โดยวางแผนให้เป็นไปหรือเป็นไปเอง และที่เป็นประโยชน์หรือให้โทษก็ได้ทั้งสิ้น&nbsp;<br>...........................................................</div><div><br></div><h1>กลยุทธ์ทางการตลาด (8 P’s Strategy)</h1><div>1 ใน 8 ของกลุทธ์ คือ&nbsp; กลยุทธ์การจัดจำหน่าย ( Place Strategy )<br>ทำเลดี ช่องทางการจัดจำหน่ายดี มีชัยไปกว่าครึ่ง<br><br>...................................................................<br>กลยุทธ์การวิเคราะห์ เจาะทำเลของร้าน 7-Eleven”, โดย คุณอนิษฐา ธนมิตต์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)<br>การเลือกสรรทำเล<br>ร้านค้าสะดวกซื้อนี้หากจะเปรียบเป็นหมอ ก็จะเป็นหมอที่รักษาโรคทั่วไป ไม่เจาะจง ใครเป็นอะไรก็มาได้ในเบื้องต้น ดังนั้น การตั้งร้านสะดวกซื้อก็จะเน้นทำเลที่สะดวกหาง่าย<br>หมอ —–› ไม่เจาะจง —–› Convenient Location<br><br></div><div>หมอโรคหัวใจ<br>หมอโรคหัวใจที่เก่งมาก——› เจาะจง —-› Destination Location<br><br></div><div>ทฤษฎีสามเหลี่ยม<br><br></div><div>สำหรับ 7-eleven จะเน้นเส้นทางจากที่ทำงานหรือ โรงเรียนกลับบ้าน เพราะ ไม่จำเป็นต้องรีบมากนัก มีเวลาพอที่จะแวะซื้อของ<br><br></div><div>ทฤษฎีปากกรวย<br>คือ ทำเลที่อยู่ปากทางเข้าชุมชน เช่นหมู่บ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรด้วย<br>ทำเลที่อยู่หน้าซอยนั้นมักจะดีกว่า กลางซอย เพราะกลางซอยจะเสียโอกาสการขายลูกค้าที่อยู่เลยร้านเข้าไป เพราะไม่มีใครขับรถย้อนกลับไปเพื่อซื้อของ<br><br></div><div>ทฤษฎีแรงดึงดูด<br>ทำเลที่เป็นแหล่งรวมเช่น ตลาดก็จะเป็นแหล่งดึงดูดให้เกิดชุมชนขึ้นได้<br><br></div><div>ขั้นตอนการหาทำเลที่ตั้ง<br>1. การสำรวจและรวบรวมข้อมูล<br>2. การวิเคราะห์ข้อมูล<br>3.การตัดสินใจ<br>ทีมงานทุกคนจะมีพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบ ในกรุงเทพจะแบ่งตามเส้นถนน<br>.....................................................................<br>&nbsp;<strong>แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>&nbsp;Shelly&nbsp; อ้างโดย ประกายดาว&nbsp; (2536) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ ว่าความพึงพอใจเป็นความรู้สึกสองแบบของมนุษย์ คือ ความรู้สึกทางบวกและความรู้สึกทางลบ ความรู้สึกทางบวกเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้วจะทำให้เกิดความสุข ความสุขนี้เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากความรู้สึกทางบวกอื่นๆ กล่าวคือ เป็นความรู้สึกที่มีระบบย้อนกลับความสุขสามารถทำให้เกิดความรู้สึกทางบวกเพิ่มขึ้นได้อีก ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความสุขเป็นความรู้สึกที่สลับซับซ้อนและความสุขนี้จะมีผลต่อบุคคลมากกว่าความรู้สึกในทางบวกอื่นๆ ขณะที่วิชัย&nbsp; (2531) กล่าวว่า แนวคิดความพึงพอใจ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความต้องการของมนุษย์ กล่าวคือ ความพึงพอใจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความต้องการของมนุษย์ได้รับการตอบสนอง ซึ่งมนุษย์ไม่ว่าอยู่ในที่ใดย่อมมีความต้องการขั้นพื้นฐานไม่ต่างกัน<br>.......................................................................<br>ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค (The Theory of Consumer Behavior)<br><strong>การศึกษาเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค มีประโยชน์ทางการตลาด 5 ประการ ดังนี้</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค<br>&nbsp; &nbsp;2. ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถหาหนทางแก็ไขพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคในสังคมได้ถูกต้องและสอดคล้องกับความสามารถในการตอบสนองของธุรกิจมากยิ่งขึ้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. ช่วยให้การพัฒนาตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถทำได้ดีขึ้น<br>&nbsp; &nbsp; 4. เพื่อประโยชน์ในการแบ่งส่วนตลาด เพื่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ให้ตรงกับชนิดของสินค้าที่ต้องการ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. ช่วยในการปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจต่าง ๆ เพื่อความได้เปรียบคู่แข่งขัน</div><div><br>..................................................................<br>พฤติกรรมมนุษย์ (Human Behaviour)<br>-<strong>พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากแรงผลักดันภายในตัวมนุษย์<br></strong>หัวใจสำคัญของการศึกษาทางจิตวิทยาสังคมมี 2 ประการคือ</div><div>1. ตับบุคคลและภาวะจิตของเขาที่นำเข้ามาในสถานการณ์ที่จะเกิดมีพฤติกรรมขึ้น<br>2. "กระบวนการอิทธพลทางสังคม" ซึ่งมาจากสิ่งแวดล้อมที่จะมีอิทธิพล ต่อพฤติกรรมสังคมของบุคคล</div><div>พฤติกรรมของบุคคล<br>พฤติกรรมของคนเราแสดงออกมามากมายหลายลักษณะ ในการศึกษาพฤติกรรมของบุคคลจะต้องนำพฤติกรรมมาจัดหมวดหมู่ เพื่อให้เป็นการง่ายต่อการแยกแยะ และสะดวกต่อการศึกษาหมวดหมู่ของพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว พฤติกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมแรงจูงใจ ฯลฯ ในการศึกษา พฤติกรรมกลุ่มคน ก็จำเป็นต้องจัดหมวดหมู่ของพฤติกรรมกลุ่มคนเช่นเดียวกัน</div><div>พฤติกรรมของบุคคลอยู่ภายใต้อิทธิพลของสังคม อิทธิพลของสังคมอาจจัดอยู่ในรูปต่อไปนี้</div><div>1. SANTION หรือการบังคับเพื่อให้คนทำหน้าที่ หรือแสดงพฤติกรรม ตามที่สังคมกำหนดการ SANTION มีทั้งการลงโทษ การให้รางวัล<br>2. NORMS หรือบรรทัดฐาน เช่น ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และกฏหมาย&nbsp;<br>3. VALUE OREINTATION แนวอบรมทางคุณค่า ซึ่งจะกำหนดมา</div><div>จากฐานของการแสดงออกได้แก่สาระข้อเท็จจริง ความพอใจต่าง ๆ พฤติกรรมของบุคคลเป็นระบบการกระทำของมนุษย์ (ACTION SYSTEM) ถ้าจะวิเคราะห์ ACTION SYSTEM อาจจะจำแนกตัวแปร ออกเป็น 5 ระดับ คือ</div><div>1. วัฒนธรรม<br>2. สังคม<br>3. บุคลิกภาพ<br>4. ชีวภาพ<br>5. กายภาพ<br>.............................................................<br>&nbsp;</div><div>"สินค้าอุปโภคบริโภค ถึงยุคจำต้องตัดเนื้อร้าย สินค้าตัวไหนจะไปไม่รอดต้องอย่าเอาไว้ ประคองตัวเด่นๆ ให้อยู่รอดต่อไป"</div><div>การอภิปรายในเรื่องตลาดสินค้าอุปโภค มีผู้บรรยาย 2 ท่าน คือ สมชัย ไชยศุภรากุล ผู้จัดการบริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค อยู่หลายตัวในตลาด และอีกท่านเป็นนักการตลาดมือทองคนหนึ่งคือ ชูเกียรติ กาญจนชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไพบูลย์วัฒนา จำกัด&nbsp;<br>&nbsp;</div><div>ในสถานการณ์เช่นนี้ชูเกียรติแนะนำนักการตลาดว่า ควรจะมองหาโอกาสช่องทางในการลงทุนใหม่ๆ จะดีกว่าก็ด้วยการผสมผสานกับรากฐานเก่าที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดส่วนการครองตลาดใหม่ๆ หรือการเจาะตลาดได้ลึกกว่าเดิม เป็นต้นว่า ตลาดของยาแก้อักเสบซึ่งแพทย์นำไปใช้รักษา หู ตา คอ จมูก ก็อาจจะเจาะเข้าไปหาตลาดทางช่องปากรักษาโรคเหงือกอักเสบบ้างก็ได้ และเมื่อพบช่องทางใหม่ๆ แล้วนักการตลาดก็ควรจะรีบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์กลับคืนให้เร็วที่สุด ก่อนที่นักฉวยโอกาสอื่นจะลั่นกลองรบตามมา ยกตัวอย่างเช่น ตลาดสเกตซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ถ้าเป็นการลงทุนในระยะที่กำลังนิยมกันใหม่ๆ ก็สามารถเรียกทุนคืนได้ในเวลาไม่เกิน 6 เดือน แต่ปัจจุบันนี้ถ้าลงทุนไปแล้วจะเรียกทุนคืนได้ยากกว่าธุรกิจอื่นเพราะมีคู่แข่งแย่งกันทำจนเกร่อไปหมด</div><div>ข้อแนะนำประการสุดท้ายที่ชูเกียรติฝากมาให้กับนักการตลาดก็คือ การแก้ไขสถานการณ์ของปีนี้สำหรับนักธุรกิจที่มีสินค้าอยู่ในมือหลายตัวและกำลังประสบปัญหาว่า ธุรกิจอาจไปไม่รอด ควรจะยึดคติ "เสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่" ด้วยการตัดสินใจตัดเชือกสินค้าที่ขาดทุนนั้นไปเสีย เพื่อรักษาสินค้าตัวเด่นและให้ผลกำไรมากกว่าให้อยู่รอดต่อไป&nbsp;</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-02 07:36:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/269129768</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>m_4ever_</author>
         <link>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/271423744</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/298178115/8c0a31c66a4a822e0755ffd9d908da58/_____2.doc" />
         <pubDate>2018-07-30 06:07:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/271423744</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 2วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง</title>
         <author>daroonchud_samukkasawee</author>
         <link>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/271529517</link>
         <description><![CDATA[<div>การวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ </div><div><strong>แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง</strong></div><div>ทฤษฎีเกี่ยวกับการจูงใจของมาสโลว์(Maslow’s General Theory of Human &amp; Motivation)</div><div>มาสโลว์ได้ตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับ แรงจูงใจ(Maslow’s General Theory of Human &amp; Motivation) โดยมาสโลว์ ได้อธิบายถึงความต้องการของมนุษย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นลำดับขั้นจากต่ำไปหาสูง (Hierarchy&amp; Needs) และเป็นทฤษฎีที่ยอมรับกันแพร่หลายสมมติฐานดังกล่าวมีความเกี่ยวกับ พฤติกรรมของมนุษย์ดังนี้ (Abraham H.Maslow. 1954: 80 - 106)</div><div>1. มนุษย์มีความต้องการ ความต้องการมีอยู่เสมอ และไม่มีที่สิ้นสุด แต่สิ่งที่มนุษย์ต้องการนั้นขึ้นอยู่กับว่า เขามีสิ่งนั้นอยู่แล้วหรือยัง  ขนาดที่ความต้องการใดได้รับการตอบสนองแล้วความต้องการอื่นจะเข้ามาแทนที่ กระบวนการนี้ไม่มีที่สิ้นสุด  และจะเริ่มตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย</div><div>2.ความต้องการที่ได้รับการตอบสนองแล้ว จะไม่เป็นสิ่งจูงใจของพฤติกรรมอีกต่อไป ความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนองเท่านั้นที่เป็นแรงจูงใจของพฤติกรรม</div><div>3.ความต้องการของมนุษย์มีลำดับขั้นความสำคัญ กล่าวคือ เมื่อความต้องการระดับต่ำ ได้รับการตอบสนองแล้ว ความต้องการระดับสูงก็จะมีการเรียกร้องให้มีการตอบสนองทันที</div><div>4.ตามทฤษฎีของมาสโลว์ได้แบ่งลำดับขั้นของความต้องการ (Hierarchy of Needs) ไว้ 5 ขั้นจากต่ำไปสูง ดังนี้</div><div>ลำดับขั้นความต้องการตามทฤษฎีมาสโลว์</div><div>(Maslow’s hierarchy of human needs)</div><div>1. ต้องการของร่างกาย (Physiological needs) เป็นความต้องการพื้นฐานเพื่อความอยู่รอดของชีวิต ได้แก่ ความต้องการปัจจัยสี่ ความต้องการการยกย่อง และความต้องการทางเพศ ฯลฯ  </div><div>2. ความต้องการความปลอดภัย (Safety needs) เป็นความต้องการที่เหนือกว่าความต้องการอยู่รอด ซึ่งมนุษย์ต้องการเพิ่มความต้องการในระดับที่สูงขึ้น เช่น ต้องการความมั่นคงในการทำงาน ความต้องการได้รับการปกป้องคุ้มครอง ความต้องการความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ เป็นต้น</div><div>3.ความต้องการด้านสังคม (Social needs) หรือความต้องการความรักและการยอมรับ (Love and belongingness needs) ความต้องการทั้งในแง่ของการให้และการได้รับซึ่งความรัก ความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของหมู่คณะ ความต้องการให้ได้การยอมรับ เป็นต้น</div><div>4. ความต้องการการยกย่อง (Esteem needs) ซึ่งเป็นความต้องการการยกย่องส่วนตัว (Self-esteem) ความนับถือ (Recognition) และสถานะ (Status) จากสังคม ตลอดจนเป็นความพยายามที่จะให้มีความสัมพันธ์ระดับสูงกับบุคคลอื่น เช่น ความต้องการให้ได้การเคารพนับถือ ความสำเร็จ ความรู้ ศักดิ์ศรี ความสามารถ สถานะที่ดีในสังคมและมีชื่อเสียงในสังคม</div><div>5. ความต้องการประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต (Self-actualization needs) เป็นความต้องการสูงสุดแต่ล่ะบุคคล ซึ่งถ้าบุคคลใดบรรลุความต้องการในขั้นนี้ได้ จะได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลพิเศษ เช่น ความต้องการที่เกิดจากความสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้สำเร็จ นักร้องหรือนักแสดงที่มีชื่อเสียง เป็นต้น​</div><div>​</div><div><strong>แนวความคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาด</strong></div><div>​</div><div>การตลาด (4P’s) อดุลย์ จาตุรงคกุล (2543: 26) กล่าวในเรื่อง ตัวแปรหรือองค์ประกอบของส่วนผสมทาง ว่าเป็นตัวกระตุ้นหรือสิ่งเร้าทางการตลาดที่กระทบต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อ โดยแบ่งออกได้ดังนี้</div><div>1.ผลิตภัณฑ์ (Products) ที่ต้องมีคุณภาพและรูปแบบดีไซน์ตรงตามความต้องการของลูกค้า หรือสินค้าหรือบริการที่บุคคลและองค์กรซื้อไปเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าอื่นๆ หรือในแนวทางการประกอบธุรกิจ หรือหมายถึงสินค้าหรือบริการที่ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการที่ผู้ซื้อไปเพื่อใช้ในการผลิต การให้บริการ หรือดำเนินงานของกิจการ(ณัฐ อิรนพไพบูลย์ 2554)หรือ แม้ผลิตภัณฑ์จะเป็นองค์ประกอบตัวเดียวในส่วนประสมของการตลาดก็ตาม แต่เป็นตัวสำคัญที่มีรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาอีกมากมาย ดังนี้ เช่นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (Produce Variety) ชื่อตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ (Brand Name) คุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ (Quality) การรับระกันผลิตภัณฑ์ (Warranties) และการรับคืนผลิตภัณฑ์ (Returns) (ชีวรรณ เจริญสุข 2547)</div><div>2.ราคา (Pricing) ต้องเหมาะสมกับตำแหน่งทางการแข่งขันของสินค้าและสร้างกำไรในอัตราที่เหมาะสมสู่กิจการหรือจำนวนเงินที่ถูกเรียกเก็บเป็นค่าสินค้าหรือบริการหรือผลรวมของมูลค่าที่ผู้ซื้อทำการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์จากการมีหรือการใช้ผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการหรือนโยบายการตั้งราคา (Pricing Policies)(ณัฐ อิรนพไพบูลย์ 2554)หรือมูลค่าของสินค้าและบริการที่วัดออกมาเป็นตัวเงิน การกำหนดรามีความสำคัญต่อกิจการมาก กิจการไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าเองได้ตามใจชอบ การพิจารณาราคาจะต้องกำหนดต้นทุนการผลิต สภาพการแข่งขัน กำไรที่คาดหมาย ราคาของคู่แข่งขัน ดังนั้นกิจการจะต้องเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการกำหนดราคาสินค้าและบริการ  ประเด็นสำคัญจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับราคาได้แก่ ราคาสินค้าที่ระบุในรายการหรือราคาที่ระบุ (List Price) ราคาที่ให้ส่วนลด (Discounts) ราคาที่มีส่วนยอมให้ (Allowances) ราคาที่มีช่วงระยะเวลาที่การชำระเงิน (Payment Period) และราคาเงื่อนไขให้สินเชื่อ (Credit Terms) (ชีวรรณ เจริญสุข 2547)</div><div>3.ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) ก็เน้นช่องทางการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมและทั่วถึง สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกส่วนได้เป็นอย่างดีหรือเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคหรือลูกค้า ซึ่งอาจผ่านคนกลางหรือไม่ผ่านก็ได้ ในช่องทางการจัดจำหน่ายประกอบด้วย ผู้ผลิต ผู้บริโภค หรือผู้ใช้ทางอุตสาหกรรม (Industrial User) หรือลูกค้าทางอุตสาหกรรม (Industrial Consumer) และคนกลาง (Middleman) โลจิสติกส์ทางการตลาด เป็นการวางแผนการปฏิบัติตามแผนและการควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดที่ต้องการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยมุ่งผลกำไร (ณัฐ อิรนพไพบูลย์ 2554) หรือกลยุทธ์ทางการตลาดในการทำให้มีผลิตภัณฑ์ไว้พร้อมจำหน่าย สามารถก่ออิทธิพลต่อการพบผลิตภัณฑ์ แน่นอนว่าสินค้าที่มีจำหน่ายแพร่หลายและง่ายที่จะซื้อก็จะทำให้ผู้บริโภคนำไปประเมินประเภทของช่องทางที่นำเสนอก็อาจก่ออิทธิพลต่อการรับรู้ภาพพจน์ของผลิตภัณฑ์ (ชีวรรณ เจริญสุข 2547)หรือ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับ หน่วยเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการนำพาสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่มือผู้บริโภค ซึ่งการตัดสินใจเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสม มีความ สำคัญต่อกำไรของหน่วยธุรกิจ รวมทั้งมีผลกระทบต่อการกำหนดส่วนผสมทางการตลาดที่เกี่ยวข้องอื่นๆเช่น การตั้งราคา การโฆษณา เกรดสินค้า (ภูดินันท์ อดิทิพยางกูร 2555) หรือ การกระจายสินค้าเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายตัวสินค้า จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค หรือผู้ใช้ทางอุตสาหกรรมการขนส่งและการเก็บรักษาตัวสินค้า ภายในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งและระบบช่องทางการจัดจำหน่ายของธุรกิจนั้น (ชานนท์ รุ่งเรือง 2555)</div><div>4.การส่งเสริมการตลาด (Promotion) ที่เน้นทั้งการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายและการตลาดโดยตรง ซึ่งสามารถเรียกว่า 4P ซึ่งนำไปสู่การได้ครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายของกิจการนั่นเอง ระดับที่สองคือการตลาดที่มุ่งเน้นทางด้านของการสร้างประสบการณ์ที่ดีน่าประทับใจให้กับลูกค้า ก็จะนำไปสู่การสร้างความผูกพันทางด้านอารมณ์ที่แนบแน่น ต่อผู้บริโภคแบบสนิทแนบแน่น โดยผลลัพธ์ที่คาดหวังจากกิจการในการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดระดับที่สองนี้ คือกิจการจะสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดในจิตใจของลูกค้าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งขัน(ณัฐ อิรนพไพบูลย์ 2554)หรือ เป็นกิจกรรมติต่อสื่อสารไปยังตลาดเป้าหมายเพื่อเป็นการให้ความรู้ ชักจูง หรือเป็นการเตือน ความจำเป็นของตลาดเป้าหมายที่มีต่อตราสินค้าและผลิตภัณฑ์สินคาหรือบริการ การโฆษณา การส่งเสริมการขาย (ชานนท์ รุ่งเรือง 2555) หรือเป็นเครื่องมือการสื่อสารเพื่อสร้างความพึงพอใจต่อตราสินค้าหรือบริการความคิด ต่อบุคคลโดยใช้เพื่อจูงใจ ให้เกิดความต้องการเพื่อเตือนความทรงจำ ในผลิตภัณฑ์โดยคาดว่าจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึก ความเชื่อ และพฤติกรรมการซื้อ(ชีวรรณ เจริญสุข 2547)</div><div> </div><div> </div><div> </div><div><strong>แนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค</strong></div><div> </div><div>  ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค</div><div> </div><div>ผู้บริโภคแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านต่างๆ ซึ่งมีผลมาจากความแตกต่างกันของลักษณะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมของแต่ละบุคคล ทําให้การตัดสินใจซื้อของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน โดยปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อการพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ประกอบด้วย 4 ปัจจัย ดังนี้</div><div>1.    ปัจจัยด้านวัฒนธรรม ( Cultural Factor) วัฒนธรรมเป็นวิธีการดําเนินชีวิตที่สังคมเชื่อถือว่าเป็นสิ่งดีงามและยอมรับมาปฏิบัติ เพื่อให้สังคมดําเนินและมีการพัฒนาไปได้ด้วยดี บุคคลในสังคมเดียวกันจึงต้องยึดถือและปฏิบัติตามวัฒนธรรมเพื่อการอยู่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม วัฒนธรรมเป็นเครื่องผูกพันบุคคลในกลุ่มไว้ด้วยกัน วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่กําหนดความต้องการพื้นฐานและพฤติกรรมของบุคคลโดยบุคคลจะเรียนรู้เรื่องค่านิยม ทัศนคติ ความชอบ การรับรู้ และมีพฤติกรรมอย่างไรนั้น จะต้องผ่านกระบวนการทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว และสถาบันต่างๆในสังคม คนที่อยู่ในวัฒนธรรมต่างกันย่อมมีพฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างกัน การกําหนดกลยุทธ์จึงต้องแตกต่างกันไปสําหรับตลาดที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกัน โดยวัฒนธรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้</div><div>1.1    วัฒนธรรมพื้นฐาน ( Culture) หมายถึง สิ่งที่เป็นรูปแบบหรือวิธีทางในการดําเนินชีวิตที่สามารถเรียนรู้และถ่ายทอด สืบต่อกันมาโดยผ่านขบวนการอบรมและขัดเกลาทางสังคม วัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งพื้นฐานในการกําหนดความต้องการซื้อและพฤติกรรมของบุคคล</div><div>1.2    วัฒนธรรมย่อย ( Subculture) หมายถึง วัฒนธรรมกลุ่มย่อยๆในแต่ละวัฒนธรรม ซึ่งมีรากฐานมาจากเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว และภูมิภาคที่แตกต่างกัน บุคคลที่อยู่ในวัฒนธรรมกลุ่มย่อยจะมีข้อปฏิบัติทางวัฒนธรรมและสังคมที่แตกต่างกันไปจากกลุ่มอื่น ทําให้มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ ความต้องการ แบบแผนการบริโภค พฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างกันและในกลุ่มเดียวกันจะมีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกัน วัฒนธรรมกลุ่มย่อย เช่น กลุ่มเชื้อชาติ กลุ่มศาสนา กลุ่มสีผิว กลุ่มอาชีพ กลุ่มย่อยด้านอายุ กลุ่มย่อยด้านเพศ</div><div>1.3    ชั้นทางสังคม (Social class) เป็นการจัดลําดับบุคคลในสังคมจากระดับสูงไประดับต่ำ โดยใช้ลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่ อาชีพ ฐานะ รายได้ ตระกูลหรือชาติกําเนิด ตําแหน่งหน้าที่ของบุคคลเพื่อจะเป็นแนวทางในการแบ่งส่วนตลาด การกําหนดตลาดเป้าหมาย ตําแหน่งของผลิตภัณฑ์และการจัดส่วนประสมทางการตลาด ชั้นทางสังคมแบ่งเป็น 3ระดับ 6 กลุ่มย่อย โดยชั้นทางสังคมของบุคคลสามารถเลื่อนขั้นได้ทั้งขึ้นและลง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางรายได้ อาชีพ ตําแหน่งหน้าที่การงาน เช่น เมื่อบุคคลมีรายได้เพิ่มขึ้น ย่อมแสวงหาการบริโภคที่ดีขึ้น</div><div>2.   ปัจจัยด้านสังคม ( Social Factor) เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจําวันและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อ ลักษณะทางสังคมจะประกอบด้วย</div><div>2..1  ครอบครัว (family) หมายถึง กลุ่มคนซึ่งประกอบด้วยบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีความเกี่ยวข้องผู้พันธ์กันทางสายโลหิต การสมรส หรือการรับเอาไว้ (เช่น บุตรบุญธรรม คนใช้ คนสวน และอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครัวเรือน (Loudon and Bitta.1993 :223) ครอบครัวเป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญมากที่สุด สมาชิกทุกคนมีอิทธิพลต่อกันในด้านค่านิยม (values) ทัศนคติ (attitudes) และแนวคิดเกี่ยวกับตนเอง (self-concept) บทบาทของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ่อแม่ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม (socialization process) ด้วยการสั่งสอน ฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอด ค่านิยมทางวัฒนธรรม (cultural values) และปทัสถานทางสังคม (social norms) ไปสู่บุตรตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อให้บุตรเจริญเติบโตเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมต่อไป จะเห็นได้ว่า เด็ก ๆ ได้รับการเรียนรู้จากการสังเกตรูปแบบการบริโภคของพ่อแม่และจะรับเอารูปแบบนั้นไปใช้ในการจ่ายตลาดในลักษณะแบบเดียวกัน (Lamb,Hair and McDaniel:1992:97)</div><div>2.2    บทบาทและสถานะ ( Roles and Statuses) บุคคลจะเกี่ยวข้องกับหลายกลุ่ม เช่น ครอบครัว กลุ่มอ้างอิง องค์กรและสถาบันต่างๆ บุคคลจะมีสถานะที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ฉะนั้นในการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคมักจะมีบทบาทหลายบทบาทที่เกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจซื้อสินค้าของตนเอง และผู้อื่นด้วย ดังพิจารณาได้จากรายละเอียด ต่อไปนี้</div><div>ผู้ริเริ่ม ( Initiator) คือ บุคคลผู้ริเริ่มคิดถึงการซื้อสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง</div><div>ผู้ที่มีอิทธิพล (Influence) คือ บุคคลผู้ที่มีความคิดเห็นที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ </div><div>ผู้ตัดสินใจซื้อ (Decider) คือ บุคคลผู้มีอํานาจและหน้าที่ในการตัดสินใจซื้อว่าจะ ซื้อสินค้าอะไร ซื้อที่ไหนและซื้ออย่างไร</div><div>ผู้ซื้อ (Buyer) คือ บุคคลผู้ที่ทําหน้าที่ในการซื้อสินค้า</div><div>ผู้ใช้ (User) คือ บุคคลผู้ที่ทําหน้าที่บริโภคหรือใช้สินค้าและบริการ</div><div>3.    ปัจจัยส่วนบุคคล (Personal Factor) การตัดสินใจซื้อของผู้ซื้อได้รับอิทธิพลจากลักษณะส่วนบุคคลของคนในด้านต่างๆ ดังนี้</div><div>3.1   อายุ (Age) อายุที่แตกต่างกันจะมีความต้องการผลิตภัณฑ์ต่างกัน เช่น กลุ่มวัยรุ่นชอบทดลองสิ่งแปลกใหม่และชอบสินค้าประเภทแฟชั่น และรายการพักผ่อนหย่อนใจ</div><div>3.2 วงจรชีวิตครอบครัว (Family life Cycle Stage) เป็นขั้นตอนการดํารงชีวิตของบุคคลในลักษณะของการมีครอบครัว การดํารงชีวิตในแต่ละขั้นตอนเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความต้องการทัศนคติและค่านิยมของบุคคลทําให้เกิดความต้องการในผลิตภัณฑ์ และพฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างกัน Kotler. (2003 : 260) ได้กล่าวว่า วงจรชีวิตครอบครัว ประกอบด้วยขั้นตอนแต่ละขั้นตอนจะมีลักษณะการบริโภคและพฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้</div><div>3.3   อาชีพ ( Occupation) อาชีพของแต่ละบุคคลจะนําไปสู่ความจําเป็นและความต้องการสินค้าและบริการที่แตกต่างกัน</div><div>3.4   รายได้ ( Income) หรือโอกาสทางเศรษฐกิจ ( Economic Circumstance) โอกาสทางเศรษฐกิจของบุคคลจะกระทบต่อสินค้าและบริการที่เขาตัดสินใจซื้อ โอกาสเหล่านี้ประกอบด้วย รายได้การออมสินทรัพย์ อํานาจการซื้อและทัศนคติเกี่ยวกับการจ่ายเงิน สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าทั้งสิ้น</div><div>3.5    การศึกษา (Education) ผู้ที่มีระดับการศึกษาสูงมีแนวโน้มจะบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีมากกว่าผู้ที่มีการศึกษาต่ำ</div><div>3.6    ค่านิยมหรือคุณค่า (Value) และรูปแบบการดํารงชีวิต (Lifestyle) ค่านิยมหรือคุณค่า   ( Value) หมายถึง ความนิยมในสิ่งของหรือบุคคล หรือความคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหมายถึงอัตราผลประโยชน์ที่รับรู้ต่อตราสินค้า รูปแบบการดํารงชีวิต ( Lifestyle) หมายถึง รูปแบบของการดําเนินชีวิตในโลกมนุษย์ โดยแสดงออกในรูป กิจกรรม ( Activities) ความสนใจ (Interest) ความคิดเห็น (Opinions) (ศิริวรรณ เสรีรัตน์, 2541, หน้า 130-135)</div><div>4.    ปัจจัยด้านจิตวิทยา ( Psychological factor) หรือปัจจัยภายใน การเลือกซื้อของบุคคลได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านจิตวิทยา ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยภายในตัวผู้บริโภคที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อและการใช้สินค้าปัจจัยภายใน ประกอบด้วย</div><div>4.1    การจูงใจ ( Motivation) หมายถึง สภาวะที่เกิดขึ้นภายใจบุคคลที่จะกระตุ้น ผลักดันให้บุคคลแสดงพฤติกรรมที่มุ่งไปสู่เป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง (Mowen.1995:191) สิ่งจูงใจที่จะเป็นจุดเริ่มต้น ผลักดันให้แสดงพฤติกรรมตามลำดับขั้นตอน ประกอบด้วย แรงขับ (drive) แรงกระตุ้น (urge) ความปรารถนา หรือความต้องการ (wish or desire)</div><div>4.2    การรับรู้ ( Perception) เป็นกระบวนการรับรู้ของแต่ละบุคคลซึ่งขึ้นอยู่ปัจจัยภายใน เช่น ความเชื่อ ประสบการณ์ ความต้องการและอารมณ์ และยังมีปัจจัยภายนอกคือ สิ่งกระตุ้น การรับรู้จะแสดงถึงความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 การเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รส กาย การสัมผัส ซึ่งแต่ละคนมีการรับรู้แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายภาพที่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นสิ่งเร้าต่างๆความสัมพันธ์ของสิ่งกระตุ้นเร้ากับสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น เงื่อนไขของแต่ละบุคคลที่มีความต้องการ ทัศนคติ ค่านิยมแตกต่างกัน</div><div>การเรียนรู้ ( Learning) เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมซึ่งเป็นผลจากประสบการณ์ของบุคคล การเรียนรู้ของบุคคลจะเกิดขึ้น เมื่อบุคคลได้รับสิ่งกระตุ้นและเกิดการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นนั้น</div><div>ความเชื่อ ( Beliefs) เป็นความคิดซึ่งบุคคลยึดถือเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ในอดีต</div><div>ทัศนคติ ( Attitudes) เป็นการประเมินความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจของบุคคล ความรู้สึกด้านอารมณ์และแนวโน้มการปฏิบัติที่มีผลต่อความคิดหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง </div><div>(Lamb,Hair and McDaniel.1992:99) วงจรชีวิตของมนุษย์มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค การศึกษาวงจรชีวิตจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ทำการสื่อสารการตลาดจะต้องทำความเข้าใจ</div><div> </div><div><strong>แนวคิดที่เกี่ยวข้องตรงกับกระแสปัจจุบันขณะทำการศึกษาวิจัย</strong></div><div>​พฤติกรรมผู้บริโภคในยุค 4.0 (เว็บไซด์smartsme )มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสามารถสรุปออกมาเป็น 4C ดังต่อไปนี้</div><div>​1) Current มีความทันต่อยุคสมัย เวลา เช่น ผู้บริโภคมีความต้องการรับประทานอาหารไม่เพียงแค่อิ่มท้องเท่านั้น แต่มีความต้องการรับประทานอาหารสอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารออแกนิก ซึ่งผู้ประกอบการที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทนี้ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับกระแสที่เกิดขึ้น</div><div>2) Consistent ความคาดหวังต่อคุณภาพที่เห็นบน Packaging เมื่อซื้อมาใช้หรือรับประทานเข้าไปต้องได้ตรงตามที่บอกไว้ สิ่งที่การันตี สร้างความเชื่อใจให้กับลูกค้าได้ คือเครื่องหมายมาตรฐานต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</div><div>3) Connect มีการเชื่อมต่อในทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่เพียงผู้ค้ากับผู้บริโภค แต่ยังรวมไปถึงผู้ค้ากับผู้ค้า ผู้บริโภคกับผู้บริโภค กลายเป็นชุมชนขึ้นมา</div><div>4) Created ผู้บริโภคจะคาดหวังการสร้างสรรค์ ต่อยอดจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ เช่น อาหาร อาจจะกลายเป็นเครื่องมือสร้างไลฟ์สไตล์แบบใหม่ สามารถต่อยอดสร้างสรรค์ไปจากเดิม</div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div><strong>แนวคิดด้านคุณภาพ</strong></div><div>คุณภาพ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง ลักษณะที่ดีเด่นของบุคคลหรือสิ่งของ</div><div> </div><div>Joseph M. Juran (ค.ศ. 1960) เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เขาได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพไว้ดังนี้ “คุณภาพ หมายถึง ความเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยที่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือผู้รับบริการต้องการ (Fitness for Use)”</div><div>ครอสปี(Crosby, 1979) กล่าวว่าหมายถึงการเป็นไปตามความต้องการ หรือสอดคล้องกับข้อกำหนด </div><div>จูรัน และกรินา (Juran, 1964) กล่าวว่า เหมาะสมกับการใช้งาน</div><div>วิลคินสัน และวิซเซอร์ (WiKinson and Witcher) คุณต้องทำตรงตามความต้องการของลูกค้า อย่างแท้จริง ปัจจุบันคุณภาพก็คือความพึงพอใจความประทับใจ ความมั่นใจของผู้ใช้</div><div><strong>  </strong></div><div> </div><div><strong>นิยามความปลอดภัย</strong>(ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม 24 สิงหาคม 2550)</div><div>​การใช้งาน</div><div>ต้องจุดติดไฟได้ง่าย ส่วนที่เป็นเนื้อธูปต้องเผาไหม้ติดต่อกันได้จนหมดและกรณีที่มีก้านธูป ไฟที่ก้านธูปต้องดับได้เองเมื่อเนื้อธูปเผาไหม้หมดแล้ว</div><div>​สารระเหย</div><div>ต้องไม่มีสารเป็นพิษในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเมื่อทดสอบความชื้นและสารระเหยแล้วปริมาณโลหะหนักต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด</div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div><strong>กรอบแนวคิดในการวิจัย</strong></div><div> </div><div><strong>ตัวแปรอิสระ</strong></div><div> </div><div><strong>แรงจูงใจ Motivation</strong></div><div> </div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:181,&quot;url&quot;:&quot;blob:https://assets.padletcdn.com/12d3fd40-af9d-4845-a695-0fc35d75655e&quot;,&quot;width&quot;:193}" data-trix-content-type="image"><img src="blob:https://assets.padletcdn.com/12d3fd40-af9d-4845-a695-0fc35d75655e" width="193" height="181"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div> </div><div>                                                                                                          <strong>ตัวแปรตาม</strong></div><div><strong>ปัจจัยส่วนบุคคล</strong></div><div><strong>-เพศ</strong></div><div><strong>-อายุ</strong></div><div><strong>-สถานภาพ</strong></div><div><strong>-ระดับการศึกษา</strong></div><div><strong>-รายได้</strong></div><div><strong>-อาชีพ</strong></div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:127,&quot;url&quot;:&quot;blob:https://assets.padletcdn.com/11dcac8e-fab7-48d1-bcd5-7b699b470186&quot;,&quot;width&quot;:161}" data-trix-content-type="image"><img src="blob:https://assets.padletcdn.com/11dcac8e-fab7-48d1-bcd5-7b699b470186" width="161" height="127"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div> </div><div><strong>การตัดสินใจซื้อ</strong></div><div><strong>ธูปหอมของคนในเขตกรุงเทพมหานคร</strong></div><div> </div><div> </div><div> </div><div><strong>ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดซื้อธูปหอม</strong></div><div><strong>-ทางกายภาพ</strong></div><div><strong>-สภาพแวดล้อม</strong></div><div> </div><div> </div><div> </div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:41,&quot;url&quot;:&quot;blob:https://assets.padletcdn.com/56a1b079-40a3-4341-9a18-d14b815e74a4&quot;,&quot;width&quot;:110}" data-trix-content-type="image"><img src="blob:https://assets.padletcdn.com/56a1b079-40a3-4341-9a18-d14b815e74a4" width="110" height="41"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div> </div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:195,&quot;url&quot;:&quot;blob:https://assets.padletcdn.com/ba05451c-b3fb-4b76-9d2c-3b3d7e995e43&quot;,&quot;width&quot;:236}" data-trix-content-type="image"><img src="blob:https://assets.padletcdn.com/ba05451c-b3fb-4b76-9d2c-3b3d7e995e43" width="236" height="195"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:99,&quot;url&quot;:&quot;blob:https://assets.padletcdn.com/44bd9e11-c9b6-4cb3-b508-ab77fbb3355a&quot;,&quot;width&quot;:174}" data-trix-content-type="image"><img src="blob:https://assets.padletcdn.com/44bd9e11-c9b6-4cb3-b508-ab77fbb3355a" width="174" height="99"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div> </div><div><strong>ปัจจัยทางการตลาด</strong></div><div><strong>-(4P’s)</strong></div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div><strong>ปัจจัยที่เกี่ยวกับด้านคุณภาพ</strong></div><div><strong>-คุณสมบัติของธูปหอม</strong></div><div><strong>-ด้านความปลอดภัย</strong></div><div> </div><div> </div><div> </div><div> </div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 06:41:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/271529517</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>Garfair</author>
         <link>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/271769356</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/298242465/4e1c00c593a9fb63176822c292abaa50/___________2______________.doc" />
         <pubDate>2018-08-02 11:03:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/daroonchud_samukkasawee/xl17z8euav83/wish/271769356</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
