<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>กระดานส่งงานนส.จิรัชยา เลขที่20 by Jiratchaya Srikanchai</title>
      <link>https://padlet.com/jiratchayasrikanchai/Bookmarks</link>
      <description>รายวิชาวิทยาการคำนวณ2 ภาคเรียนที่1 ปี2565</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-06-02 07:42:02 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-09-15 06:50:50 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>งานที่1 แนะนำตัว</title>
         <author>jiratchayasrikanchai</author>
         <link>https://padlet.com/jiratchayasrikanchai/Bookmarks/wish/2208713249</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ: นางสาวจิรัชยา ศรีกันไชย<br>ชื่อเล่น: อิ่ม<br>ที่อยู่:159 บ้านศรีมงคล ต.ขึ่ง อ.เวียงสา&nbsp; จ.น่าน<br>เบอร์ :0649935134&nbsp;<br>facebook: jiratchaya&nbsp; srikanchai<br>IG : jirattia&nbsp;<br>ID :&nbsp; jirattia<br>Exit ticket : สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้คือ การส่งงานที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และใช้โปรแกรมแต่งรูปได้ดี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1721412175/226f2055fb0ca89b694919abc4a708a1/83459822_E24C_11EC_85DE_1657F01378D7.jpg" />
         <pubDate>2022-06-02 08:40:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/jiratchayasrikanchai/Bookmarks/wish/2208713249</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งานที่3 วัฒจักร SDLC และสร้าง appication ด้วยการะบวนการ SDLC</title>
         <author>jiratchayasrikanchai</author>
         <link>https://padlet.com/jiratchayasrikanchai/Bookmarks/wish/2222758213</link>
         <description><![CDATA[<var><strong><em>สร้างappicationช่วยวิกฤตcovid19ด้วยgooglesheet</em></strong></var><div>&nbsp;-เป็นเครื่องมือในการบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ สร้างความรู้ความเข้าใจ และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถดำเนินชีวิตหรือทำกิจกรรมทางกายภาพได้อย่างใกล้เคียงกับสถานการณ์ปกติ ดังนั้น จึงได้ดำเนินการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดความเสียหาย ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส COVID-19<br>-&nbsp; คู่มือการใช้งานโปรแกรม</div><div><strong><em>กำหนดปัญหา </em></strong><em>&nbsp; การระบาดของโควิด19ในประเทศไทย</em></div><div><strong><em>วิเคราะห์&nbsp; &nbsp;</em></strong>&nbsp;จัดเป็นภาวะวิกฤตระดับโลกที่มีผลก ระทบต่อสภาพสังคมและเศรษฐกิจ จนนำไปสู่การปิด(Lock Down) และการปรับการดำเนิน ชีวิตในรูปแบบ (New Normal)รับข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อออนไลน์ประเภทต่างๆผ่านอุปกรณ์ไร้สายกันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา ซึ่งการสื่อสารภาวะวิกฤตจะช่วยให้ ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและรวดเร็ว จนนำไปสู่การคลายกังวล รวมไปถึงการลดการ ติดเชื้อของสถานการณ์โควิด-19 ได้ <br><strong>ออกแบบ&nbsp; &nbsp;</strong>เนื่องจากจุดประสงค์ของการพัฒนาแอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสนั้นอาจมีได้หลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็น เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อให้แพทย์นำไปใช้วิเคราะห์ แจ้งเตือนเมื่อพบผู้ติดเชื้อในบริเวณใกล้เคียง หรือเก็บบันทึกข้อมูลย้อนหลังหากต้องเข้ารับการรักษา ดังนั้นข้อมูลที่ถูกบันทึกจึงอาจเป็นไปได้ทั้งถูกเก็บไว้ในตัวเครื่องอย่างเดียว หรืออาจมีการส่งข้อมูลออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกด้วย ทั้งนี้ แนวคิดของการเปิดเผยข้อมูลและการใช้งานข้อมูลของแอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสนั้นมีด้วยกัน 2 รูปแบบหลัก ๆ คือแบบรวมศูนย์(Centralized) และแบบกระจายศูนย์(Decentralized)<br><strong>พัฒนา </strong>การใช้งานแอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสนั้นถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถแบ่งปันข้อมูลพฤติกรรมเพื่อประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์ ใช้เพื่อบันทึกประวัติการเดินทางของตนเอง ใช้เพื่อตรวจสอบและรับการแจ้งเตือนในกรณีที่อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อ หรือใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม การจะใช้งานแอปพลิเคชันเหล่านี้อาจจำเป็นต้องมีข้อแลกเปลี่ยน (Tradeoff) คือข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นในการใช้งานจึงควรพิจารณาเหตุผล ความจำเป็น รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาข้อมูลประกอบด้วย โดยข้อควรพิจารณาสำหรับผู้พัฒนา ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ใช้งาน<br><strong>ทดสอบ&nbsp; </strong>ตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น แอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสที่พัฒนาโดยรัฐบาลอินเดียนั้นอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ ซึ่งถึงแม้ข้อมูลที่แสดงนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนหรือพิกัดของผู้ป่วยได้โดยตรง แต่ผู้ไม่หวังดีอาจใช้คุณสมบัตินี้ในทางมิชอบ โดยปลอมพิกัดที่อยู่ปัจจุบันของตนเองแล้วรวบรวมข้อมูลไปเรื่อย ๆ เพื่อค้นหาว่าบริเวณใดบ้างที่มีการแจ้งเตือน ซึ่งสุดท้ายหากสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากพอก็จะสามารถคำนวณพิกัดของอาคารหรือที่พักอาศัยที่มีผู้ติดเชื้ออยู่ได้ การโจมตีในลักษณะนี้เรียกว่า triangulation attack ซึ่งถึงแม้ในกรณีนี้ตัวระบบจะมีการป้องกันโดยไม่อนุญาตให้ค้นหาตำแหน่งของผู้ติดเชื้อได้โดยตรง แต่การที่ผู้ใช้สามารถปลอมตำแหน่งเพื่อใช้วิธีอื่นในการค้นหา ก็อาจถือเป็นความเสี่ยงได้<strong><br>ติดตั้ง </strong>&nbsp;ติดตั้งในกูเกิ้ลเพลสโตลและแอพเปิ้ลเพล<br><strong>การบำรุงรักษา&nbsp; &nbsp;</strong>การใช้งานแอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสนั้นถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถแบ่งปันข้อมูลพฤติกรรมเพื่อประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์ ใช้เพื่อบันทึกประวัติการเดินทางของตนเอง ใช้เพื่อตรวจสอบและรับการแจ้งเตือนในกรณีที่อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อ หรือใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม การจะใช้งานแอปพลิเคชันเหล่านี้อาจจำเป็นต้องมีข้อแลกเปลี่ยน (Tradeoff) คือข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นในการใช้งานจึงควรพิจารณาเหตุผล ความจำเป็น รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาข้อมูลประกอบด้วย โดยข้อควรพิจารณาสำหรับผู้พัฒนา&nbsp;</div><div><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 06:17:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/jiratchayasrikanchai/Bookmarks/wish/2222758213</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งานที่2สรุปเนื้อหาCS DS AI</title>
         <author>jiratchayasrikanchai</author>
         <link>https://padlet.com/jiratchayasrikanchai/Bookmarks/wish/2297739591</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ทำไมต้องเรียนวิทยาการคำนวณ</strong><br>นักวิชาการและผู้ที่มีความรู้ทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า ทักษะทางด้านการเขียนโปรแกรมและสารสนเทศ เป็นสิ่งที่คนในยุคปัจจุบันควรเอามาเป็นพื้นฐาน ถ้าคนในประเทศมีพื้นฐานในด้านนี้แล้วสามารถทำให้ประเทศมีความมั่นคง และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้<br>การกำหนดขอบเขตการเรียนการสอนของวิชา<strong>วิทยาการคำนวณมี 3 องค์ความรู้ ดังนี้<br></strong><br></div><ol><li><strong>การคิดเชิงคำนวณ</strong> (computational thinking) เป็นวิธีการคิดและแก้ปัญหาเชิงวิเคราะห์ สามารถใช้จินตนาการมองปัญหาด้วยความคิดเชิงนามธรรม ซึ่งจะทำให้เราสามารถเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและมีลำดับวิธีคิดได้ โดยวิธีคิดแบบวิทยาการคำนวณนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเขียนโปรแกรม เพราะภาษาโปรแกรมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่จุดประสงค์ที่สำคัญกว่าคือการสอนให้เด็กคิดและเชื่อมโยงปัญหาต่างๆ เป็น จนสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบนั่นเอง</li><li><strong>พื้นฐานความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล</strong> (digital technology) เป็นการสอนให้รู้จักเทคนิควิธีการต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในยุคไทยแลนด์ 4.0 จะเน้นในด้านระบบอัตโนมัติ (Automation) ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร อุตสาหกรรม หรือคมนาคม ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน และนำมาประยุกต์ใช้งานได้อย่างเหมาะสม</li><li><strong>พื้นฐานการรู้เท่าทันสื่อและข่าวสาร</strong> (media and information literacy) เป็นทักษะเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล แยกแยะได้ว่าข้อมูลใดเป็นความจริงหรือความคิดเห็น โดยเฉพาะข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ รู้กฎหมายและลิขสิทธิ์ทางปัญญาต่างๆ เพื่อให้เด็กใช้ช่องทางนี้ได้อย่างรู้เท่าทันและปลอดภัยมากที่สุด</li></ol><div><strong>สาระการเรียนรู้เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) มีอะไรบ้าง ?</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาการคำนวณนั้นผู้เรียนจะต้องมีองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>สาระการเรียนรู้เทคโนโลยี</strong> (วิทยาการคำนวณ) มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และมีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้กำหนดสาระสำคัญดังนี้<br><br>&nbsp; <strong>วิทยาการคอมพิวเตอร์</strong> การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ การใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน การบูรณาการกับวิชาอื่น การเขียนโปรแกรมการคาดการณ์ผลลัพธ์ การตรวจหาข้อผิดพลาด การพัฒนาแอปพลิเคชันหรือพัฒนาโครงงานอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง<br><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร</strong> การรวบรวมข้อมูล การประมวลผล การประเมินผลการนำเสนอข้อมูลหรือสารสนเทศเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง การค้นหาข้อมูลและแสวงหาความรู้บนอินเทอร์เน็ต การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล การเลือกใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ต ข้อตกลงและข้อกำหนดในการใช้สื่อหรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>&nbsp;การรู้ดิจิทัล</strong> การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การรู้เท่าทันสื่อ กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การใช้ลิขสิทธ์ิของผู้อื่นโดยชอบธรรมนวัตกรรมและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่อการดำเนินชีวิต อาชีพสังคม และวัฒนธรรม<br><strong>อาชีพ-นักออกแบบและพัฒนาซอฟแวร์</strong></div><div>สำหรับคนที่สนใจในการเขียนโปรแกรม<br>พัฒนาแอพพิเคชั่นบนมือถือพัฒนาเว็บไซ์ที่<br>บริหารจัดการข้อมูลต่างๆการวิเคราะข้อมูล<br><br>-โปรแกรมเมอร์<br><br>-<strong>วิศวกรซอฟท์แวร์</strong> <br><br>-<strong>นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์</strong>&nbsp;<br><br>-วิศวะกรรมคอมพิวเตอร์<br><br>-นักวิดคราะและออกแบบ<br><br>-นักพัฒนาระบบปฏิบัติ<br><br>-นักพัฒนาโปรแกรมและอุปกรพกพา<br><br>-นักพัฒนาฐานข้อมูล<br><br>-นักบรรจุข้อมูลเว็บไซต์<br><br>-นักวางแผนพัฒนาระบบโปรแกรม<br>ระดับองค์กรใหญ่<br><br>-บรรณาธิการการผลิตบทความ/<br>เขียนโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์<br><br>-นักทดสอลโปรแกรมและระบบคอมพิวเตอร์<br><br><br><br></div><h1><strong>AI : Artificial Intelligence</strong></h1><div>ปั<strong>ญญาประดิษฐ์</strong><br><br></div><div>เครื่องจักร(machine) ที่มีฟังก์ชันทีมีความสามารถในการทำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การรับรู้&nbsp; การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่างๆ&nbsp; เครื่องจักรที่มีความสามารถเหล่านี้ก็ถือว่าเป็น ปัญญาประดิษฐ์&nbsp; (AI : Artificial Intelligence) นั่นเอง<br><br><strong>AI ถูกจำแนกเป็น 3 ระดับตามความสามารถหรือความฉลาดดังนี้<br><br></strong>1 ) ปัญญาประดิษฐ์เชิงแคบ (Narrow AI ) หรือ ปัญญาประดิษฐ์แบบอ่อน (Weak AI) : คือ&nbsp; AI ที่มีความสามารถเฉพาะทางได้ดีกว่ามนุษย์(เป็นที่มาของคำว่า Narrow(แคบ) ก็คือ AI ที่เก่งในเรื่องเเคบๆหรือเรื่องเฉพาะทางนั่นเอง)&nbsp; อาทิ เช่น AI ที่ช่วยในการผ่าตัด(AI-assisted robotic surgery)&nbsp; ที่อาจจะเชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดกว่าคุณหมอยุคปัจจุบัน&nbsp; แต่แน่นอนว่า AIตัวนี้ไม่สามารถที่จะทำอาหาร ร้องเพลง หรือทำสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากการผ่าตัดได้นั่นเอง&nbsp; ซึ่งผลงานวิจัยด้าน AI ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ที่ระดับนี้<br><br></div><div>2 ) ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (<strong>General AI )</strong>&nbsp; : คือ AI ที่มีความสามารถระดับเดียวกับมนุษย์ สามารถทำทุกๆอย่างที่มนุษย์ทำได้และได้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์<br><br></div><div>3) ปัญญาประดิษฐ์แบบเข้ม (Strong AI ) : คือ AI ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ในหลายๆด้าน<br><br><br><strong>เข้าได้ถึงจาก https://www.thaiprogrammer.org/2018/12/whatisai/</strong></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thaiprogrammer.org/2018/12/whatisai/" />
         <pubDate>2022-09-15 06:50:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/jiratchayasrikanchai/Bookmarks/wish/2297739591</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
