<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การแสดงนาฏศิลป์ไทย (ใบงานเดี่ยว) ม.3/6 by Pitchapas Yorram</title>
      <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือกการแสดงนาฏศิลป์ไทยมาคนละ 1 ชุดการแสดง พร้อมอธิบายประวัติการแสดง  การแต่งกาย วงดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง และโอกาสที่ใช้ในการแสดง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-11-23 01:43:49 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-12-09 04:33:37 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ระบำเทพบันเทิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397509934</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>&nbsp;ประวัติ <br></strong>ระบำเทพบันเทิง เป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อแทรกในละครในเรื่องอิเหนา ตอน ลมหอบ เป็นระบำเทพบุตร และนางฟ้า ฟ้อนรำบำเรอองค์ปะตาระกาหลา ประดิษฐ์ท่ารำโดย หม่อมศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมต่วน) และอาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ ประพันธ์คำร้องประกอบเพลงแขกเชิญเจ้าและยะวาเร็วโดย ศาสตราจารย์มนตรี ตราโมท<br><strong>เครื่องแต่งกาย<br></strong><br></div><ul><li>ตัวพระ แต่งกายยืนเครื่องพระ นุ่งผ้ายกจีบโจงหางหงส์ทับสนับเพลา สวมเสื้อปักดิ้นเลื่อมลายกนกแขนสั้น ปลายแขนติดกนก สวมเครื่องประดับถนิมพิมพาภรณ์ ศิราภรณ์<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%8E%E0%B8%B2">ชฎา</a>ยอดชัย</li><li>ตัวนาง แต่งกายยืนเครื่องนาง นุ่งผ้ายกจีบหน้านางทิ้งชายพก สวมเสื้อในนาง ห่มด้วยผ้าห่มนาง ปักด้วยดิ้นเลื่อมลายกนก สวมเครื่องประดับถนิมพิมพาภรณ์ ศิราภรณ์มงกุฎกษัตริย์</li></ul><div><strong>วงดนตรีที่ใช้ในการแสดง<br></strong>วงปี่พาทย์<br><strong>โอกาศที่ใช้ในการแสดง<br></strong>เป็นระบำที่เหมาะแก่การอวยพรหรือแสดงในงานรื่นเริง รับรองแขกบ้านแขกเมือง<br>ด.ญ.ชลธาร สมเงิน เลขที่26 ม.3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183079/0ec858eef8539d66c143d674a7dd0478/260F9905_B448_4882_A748_9B398B5D64D0.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:13:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397509934</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397510035</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ระบำกฤดาภินิหาร</strong></div><div><br></div><div><strong>ชื่อ</strong> ระบำกฤดาภินิหาร</div><div><strong>ประเภทการแสดง</strong> ระบำ</div><div><strong>ประวัติที่มา</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบำกฤดาภินิหาร เป็นระบำที่กรมศิลปากรสร้างสรรรค์ขึ้นใหม่ ในราว พ.ศ.๒๔๘๖ ใช้วงดุริยางค์สากลบรรเลง โดยมีพระเจนดุริยางค์เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ด้วยต้องการให้มีรูปแบบการแสดงที่แตกต่างไปจากระบำมาตรฐานที่ได้เคยแสดงมาและต้องการให้ทัน สมัยเหมาสมกับสถานการณ์ในยุคนั้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;"การปรับปรุงการแสดงตอนนี้ มุ่งหมายให้เป็นละครรำ แต่ให้กระทัดรัดเหมาะสมแก่กาลสมัย จึงต้องปรับปรุงขึ้นทั้งท่ารำ ทำนองร้อง และเพลงดนตรี ดังจะเห็นได้จากท่ารำที่เป็นแบบแผนของนาฏศิลป์ไทยแท้ ๆ ระคนกับการใช้บทอย่างแนบเนียนกระฉับกระเฉง เข้ากับทำนองดนตรี และขับร้องสนิทสนม ส่วนเพลงร้อง และทำนองดนตรีก็เป็นเพลงไทยโบราณแท้ หากแต่นำมาปะติดปะต่อเข้ากันเป็นชุด เพื่อให้เหมาะสมกลมกลืนกับคำร้องและท่ารำ บทร้อง และทำนองเพลง ท่ารำและเพลงดนตรีในระบำชุดนี้จึงนับเป็นรำบำไทยที่พยายามปรับปรุงตัวเองให้ทันสมัยชุดหนึ่ง"<br>การแต่งกายยืนเครื่องพระ-นาง<br>วงดนตรีที่ใช้ วงปี่พาทย์<br>โอกาสที่ใช้ งานมงคล<br>ด.ญ.นลินี ล่ำสันต์ ม.3/6เลขที่13</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1804463610/56db284ff217f29cd273b628502de133/images__21_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:13:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397510035</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำฉุยฉายพราหมณ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397510966</link>
         <description><![CDATA[<div>รำฉุยฉายพราหมณ์ เป็นส่วนหนึ่งของการร่ายรำที่งดงามของตัวละครประเภทพระ จากบทพระราชนิพนธ์เบิกโรงดึกดำบรรพ์ เรื่องพระคเณศเสียงา ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เนื้อเรื่องย่อมีอยู่ว่า ปรศุรามเจ้าแห่งพราหมณ์ทะนงตัวว่าเป็นที่โปรดปรานของพระอิศวร คิดจะเข้าเฝ้าในโอกาสที่ไม่สมควรพระคเณศได้ห้ามปราม ในที่สุดเกิดการวิวาท ปรศุราม ขว้างขวานโดนงาซ้ายพระคเณศหักสะบั้นไป พระอุมากริ้วปรศุรามจึงสาปให้หมดกำลังล้มกลิ้งดั่งท่อนไม้พระนารายณ์ทรงเล็งเห็นและเกรงว่าคณะพราหมณ์จะขาดผู้ปกป้อง อีกทั้งทรงทราบว่าพระอุมา ทรงเมตตาต่อเด็ก จึงแปลงกายเป็นพราหมณ์น้อย ซึ่งเป็นปฐมเหตุให้เกิดการรำฉุยฉายพราหมณ์ขึ้น เนื้อเรื่องต่อไปพระอุมาประทานพรให้พราหมณ์ และสามารถแก้ไขคำสาปให้กลับกลายเป็นดีได้ในที่สุด&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การรำฉุยฉายพราหมณ์มีกำเนิดขึ้นในครั้งนั้น และเชื่อกันว่าเป็นศิลปะการร่ายรำที่งดงาม เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไป ลีลาท่ารำนั้นเชื่อกันว่าเป็นผลงานของพระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) สืบทอดผ่านมา แต่รูปแบบท่าร่ายรำในปัจจุบันของกรมศิลปากร เป็นผลงานการปรับปรุงของนางลมุล ยมะคุปต์ อดีตผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร โดยเป็นลีลาท่ารำของตัวพระที่มีลักษณะของความเป็นหนุ่มน้อยที่มีความงดงามและท่าที่นวยนาดกรีดกราย&nbsp; โอกาสที่ใช้แสดงใช้เป็นการรำเบิกโรงและการแสดงในงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป ดนตรีประกอบการแสดงใช้วงปี่พาทย์บรรเลง</div><div><strong><mark>การบรรเลงดนตรีในเพลงฉุยฉาย</mark></strong><strong>&nbsp;</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉุยฉายเป็นเพลงในอัตราจังหวะ ๒ ชั้น มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมการร้องเพลงฉุยฉาย ใช้ดนตรีรับ ๑ - ๒ เที่ยวทุกๆท่อน แต่ปัจจุบันนิยมใช้ปี่รับเพียงเที่ยวเดียว ตามปกติเพลงฉุยฉายจะมีเพลง ๒ เพลงรวมอยู่ด้วยกัน คือเพลงฉุยฉาย และเพลงแม่ศรี โดยที่ในตอนแรกจะร้องเพลงฉุยฉายก่อน ร้องหมดท่อนหนึ่งก็มีปี่เป่าเลียนทำนอง และเสียงร้องเพียงชิ้นเดียวก่อน แล้วจึงบรรเลงรับต่อด้วยเพลงแม่ศรีติดต่อกันไป การที่ต้องร้องเพลงฉุยฉาย และเพลงแม่ศรีติดต่อกันนั้น เพราะถือว่า เพลงฉุยฉายเป็นเพลงช้า เพลงแม่ศรีเป็นเพลงเร็วซึ่งเป็นเพลง ๒ ชั้น เรียกตามหน้าทับว่า "สองไม้" การบรรเลงดนตรีจะเริ่มด้วยเพลงรัว ร้องเพลงฉุยฉาย และเพลงแม่ศรี จบด้วยเพลงเร็ว - ลา ซึ่งเป็นลักษณะที่นิยมโดยทั่วไป<br>โดยมีบทร้องดังนี้<br>...ปี่พาทย์ทำเพลงรัว <br><strong><mark>การแต่งกาย</mark></strong>การแต่งกายของผู้แสดงนั้น แต่งยืนเครื่องพระสีขาว สวมกระบังหน้า ไว้ผมมวย มีเกี้ยวครอบ ความยาวของชุดการแสดงนั้นแตกต่างกัน คือ ฉุยฉายพราหมณ์แบบเต็ม ใช้เวลาแสดงประมาณ ๑๒ นาที ฉุยฉายพราหมณ์แบบตัดใช้เวลาแสดงประมาณ ๗ นาที<br><strong>&nbsp; </strong><strong><mark>หมายเหตุ</mark></strong><strong> </strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การรำฉุยฉายพราหมณ์นี้สามารถตัดทอนให้สั้นลงได้ตามความเหมาะสม เช่น ร้องฉุยฉายบทแรกต่อด้วยแม่ศรีบทใดบทหนึ่ง<br>เนื้อร้องในหนังสืออธิบายนาฏศิลป์ไทยของนายธนิต อยู่โพธิ์ ในบทสุดสวยเอย มีที่แตกต่างจากปัจจุบัน คือใช้ว่า "งามหัตถ์งามกรช่างฟ้อนระทวย<br>&nbsp;<br>น.ส.ชนาภา จงจุลกลาง ม.3/6 เลขที่38</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183225/cbd4e8106ad83977aef2f29088a0f5cd/F3E2A0AE_C20F_4D91_81E4_44FCB8705960.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:14:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397510966</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำเงือก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397511608</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นการแสดงชุดหนึ่งที่อยู่ในละครเรื่องสุวรรณหงส์<br>&nbsp;ตอนกุมภนฑ์ถวายม้า&nbsp;<br><br>หลังจากที่พระสุวรรณหงส์กับนางเกศสุริยงโดยสารเรือ<br>เพื่อจะข้ามแม่น้ำสินธุมาศกลับไปยังบ้านเมืองนางผีเสื้อน้ำซึ่งแปลง<br>ตัวเป็นยายแก่พายเรือขายขนมอยู่นั้นจึงได้ทำอุบายและผลักเกศสุริยง<br>ลงน้ำแล้วจำแลงร่างของตนแทนแต่เกศสุริยงก็รอดตายโดยการช่วย<br>เหลือของนางเงือกชาลีกรรมและบริวารซึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำสินธุมาศ<br><br>ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ คือ ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี<br>บทร้อง ทำนอง ดนตรี ผู้ประพันธ์คือ ครูมนตรี ตราโมท<br>การแต่งกาย กระบังหน้าเงือก,กำไล,เข็มขัดทอง,ต่างหู,เสื้อในนาง,สร้อยคอ,ทับทรวงปักเลื่อม,รัดสะเอวมีลักษณะคล้ายครีบปลา,ตัวผ้านุ่งเป็นลายเลื่อมชายผ้านุ่งเย็บกระโปรงกลีบพีท ข้างหลังเย็บรูปหางปลา เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง บรรเลงโดยวงดนตรีปี่พาทย์ไม้แข็ง ทำนองเพลงพระเจ้าลอยถาดบรรเลงโดยวงดนตรีปี่พาทย์ไม้แข็ง ทำนองเพลงพระเจ้าลอยถาด แนวความคิด จากการที่ศึกษาละครนอกเรื่อง สุวรรณหงส์ ตอนกุมภณฑ์ถวายม้า ทำให้ผู้แสดงรู้สึกประทับใจตัวละครจึงหยิบยกเอาเพลงระบำเงือก ซึ่งจัดอยู่ในตอนกุมภณฑ์ถวายม้า มาแสดงเพื่อถ่ายทอดอิริยาบถท่วงท่าอันอ่อนช้อยของเหล่านางเงือก ที่แหวกว่ายใน<br>มหานที<br><br><br>ด.ญ.วรัทญา แสนยม ม.3/6 เลขที่31</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183298/38b0b6ee4610c41b080a61843ca237df/images__2_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:15:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397511608</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำศรีวิชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397511942</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติ</strong><br>ระบำศรีวิชัยเป็นระบำโบราณคดี เกิดขึ้นเมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยได้รับแจ้งจากคุณประสงค์ บุญเจิม เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่าท่านตนกู อับดุลราห์มาน นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย ต้องการจะได้นาฏศิลป์จากประเทศไทยไปถ่ายทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง Raja Bersiyong ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัยที่ท่านตนกูแต่งขึ้น จึงขอให้กรมศิลปากรจัดระบำให้ ๒ ชุด คือ รำซัดชาตรี และระบำศรีวิชัย สำหรับระบำศรีวิชัยเป็นการศึกษาค้นคว้าขึ้นใหม่ &nbsp; โดยความคิดริเริ่มของนายธนิต &nbsp; อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ มีนางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร และนางเฉลย ศุขะวนิช ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ โดยอาศัยท่าทางของนาฏศิลป์ชวามาผสมผสานเข้าด้วยกัน และมีนายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางค์ไทย กรมศิลปากรและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประดิษฐ์ทำนองเพลง<br>โดยหาแบบอย่างเครื่องดนตรี เช่น เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี เครื่องเป่า จากภาพจำหลักที่พระสถูปบุโรพุทโธ ในเกาะชวา และ เลือกเครื่องดนตรีของไทยที่มีลักษณะใกล้เคียงกันบ้าง นำมาผสมปรับปรุงเล่นเพลงประกอบจังหวะระบำขึ้น&nbsp; มีนายสนิท ดิษฐ์พันธ์ เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ตามหลักฐานศิลปกรรมภาพจำหลักที่พระสถูปบุโรพุทโธ ในเกาะชวา<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ท่ารำระบำศรีวิชัยประดิษฐ์ขึ้นจากภาพจำหลักและภาพปูนปั้นสมัยศรีวิชัย ประสมกับท่ารำชวาและบาหลี สอดแทรกลีลาทางนาฏศิลป์ ลักษณะรำบางท่าคล้ายท่ารำของชวา และบาหลี เช่น การตั้งวงกันศอก ออกเป็นวงโค้ง การทำมือ การใช้คอยักคอเหมือนนาฏศิลป์ชวาและบาหลี การตั้งท่านิ่ง ท่าบิดสะโพกคล้ายท่ารำของบาหลี&nbsp; &nbsp; <br><br><strong>ดนตรี</strong><br>ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงระบำศรีวิชัย<br>๑. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีด ได้แก่ กระจับปี่ คือ พิณ ๔ สายชนิดหนึ่ง&nbsp; <br>๒. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสี&nbsp; ได้แก่&nbsp; ซอสามสาย <br>๓. เครื่องดนตรีประเภทตี ได้แก่ ตะโพน กลองแขก ฆ้อง ๓ ลูก ฉิ่ง กรับ ฉาบ<br>๔. เครื่องดนตรีประเภทเป่า ได้แก่ ขลุ่ย <br> <br><strong>เครื่องแต่งกาย</strong><br>- เสื้อในนาง ตัวเสื้อใช้ผ้าต่วนเนื้อหนาสีเนื้อ เป็นเสื้อเข้ารูปไม่มีแขน ดันทรง เปิดช่วงไหล่และหลัง<br>- ผ้านุ่ง เป็นผ้าโสร่งบาติค เย็บเป็นจีบหน้านางเล็กๆ อยู่ตรงกลางด้านหน้า ไม่มีชายพก<br>- ผ้าคาดรอบสะโพก ใช้ผ้าแพรเนื้อบาง มี ๒ สี คือ สีเขียว และสีแดง<br>- เข็มขัด ทำด้วยโลหะชุบทอง ลายโปร่งเป็นข้อๆ ต่อกัน หัวเข็มขัดทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับพลอยสี<br>- ต่างหู เป็นต่างหูแบบห้อย ตรงส่วนแป้นหูทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับด้วยพลอยสี<br>- สร้อยคอ เป็นห่วงๆ ต่อกัน ประดับด้วยพลอยสีแดงและสีเขียว<br>- สร้อยสะโพก เป็นห่วงๆ ต่อกัน ทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับด้วยพลอยสีเขียวหรือสีแดง<br>- กำไลต้นแขน มีลักษณะโปร่งตรงกลาง ด้านหน้าของกำไลเป็นรูปกลมเรียงสูงขึ้นไป ๓ ชั้น<br>- กำไลมือ มีลักษณะกลม ประดับด้วยพลอยสีขาว<br>- กำไลข้อเท้า ลักษณะกลมแต่ด้านในทึบ ตัวกำไลสลับลวดลายทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับพลอย<br>- โบ โบเส้นเล็กๆ สำหรับสอดใต้เข็มขัด<br>- ผ้าสไบ มีแผ่นโค้งเหนือไหล่ตอดสร้อยตัว ๒ เส้น ประกอบด้วยผ้าแพรบาง ความยาวเท่ากับสร้อย<br>ชาย ผ้าและสร้อยตัวทั้งสองข้างติดอยู่กับเครื่องประดับสีทอง ที่ใช้คล้องไว้บนไหล่เครื่องประดับนี้ ทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับด้วยพลอยสีเขียว สีแดง ส่วนสร้อยตัวเป็นโซ่ห่วงทองเล็กๆ ต่อให้ติดกัน ทำด้วยโลหะชุบทอง<br>- กะบังหน้า มีลักษณะคล้ายกะบังหน้าธรรมดา ตรงกลางด้านหน้าเป็นรูปกลมและต่อยอดกลมให้แหลมถึงตรงปลาย ประดับด้วยพลอยสีขาว<br>- ปิ่นปักผม ตรงโคนที่ใช้ปักผมนั้นเรียวแหลม ส่วนตอนปลายกลึงจนมีลักษณะกลม ประดิษฐ์ขึ้นด้วยไม้นำมากลึงตามลักษณะ<br>แล้วทาสีทองทับ<br>ด.ญ.ฟ้าใส เนตรพรมราช เลขที่15 ม.3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898186282/5fe34a10b175cc0e1485cba7916131e0/inbound8328751586081416910.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:16:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397511942</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำดาวดึงส์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397512901</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp;<strong>ประวัติ</strong>&nbsp; &nbsp;ระบำดาวดึงส์ เป็นการแสดงมาตรฐานที่เป็นฉบับไทยอีกชุดหนึ่ง ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ได้ทรงนิพนธ์บทร้องขี้ประกอบการแสดงในบทละครดึกดำบรรพ์ เรื่องสังข์ทอง ตอนที่ ๒ ตอนตีคลี ฉากดาวดึงส์ ในฉากนี้มีพระอินทร์กับพระมเหสีประทับอยู่บนแท่น พระวิศนุกรรม และพระมาตุลี นั่งอยู่ชั้นลดสองข้าง พวกคนธรรพ์ประจำเครื่องดนตรีอยู่ด้านหน้า เหล่าเทวดานางฟ้าเข้านั่งเฝ้าสองข้าง เริ่มเปิดฉากเหล่าเทวดานางฟ้าก็จับระบำถวาย</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การแสดงเรื่องนี้จัดแสดงที่ดรงละครดึกดำบรรพ์ ริมถนนอัษฎางค์ (วังบ้านหม้อ) ปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื้อร้องของระบำพรรณนาถึงความงดงามความโอฬารของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และความมโหฬารตระการตาในทิพย์สมบัติของพระอินทร์ ตลอดจนความงดงามของเหล่าเทวดานางฟ้าในสรวงสวรรค์ หม่อมเข็ม กุญชร ณ อยุธยา (หม่อมเจ้าในพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์) เป็นผู้ควบคุมฝึกหัดคิดท่ารำ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อมาการแสดงชุดนี้ได้นำมาจัดเป็นชุดเอกเทศ จึงนำออกด้วยเพลงเหาะ และรำตามเนื้อร้องในเพลงตะเขิ่ง, เจ้าเซ็น แล้วจบท้ายด้วยเพลงรัว นับเป็นระบำชุดหนึ่งที่ได้ปรับปรุงทางดนตรี และทางรำให้ได้กะทัดรัด จนเป็นนาฏศิลป์ไทยชุดหนึ่งที่ได้ยึดถือเป็นแบบระบำแสดงความรื่นเริงบันเทิงใจ ซึ่งศิลปินได้อนุรักษ์ไว้เป็นแบบแผนสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รูปแบบ และลักษณะการแสดง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นการรำของเหล่าเทวดานางฟ้า ลักษณะท่ารำที่สำคัญ คือท่ารำจะไม่มีความหมายตรงกับเนื้อร้อง แต่จะเป็นท่ารำที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกันตลอดทั้งเพลง ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ ท่ารำบางท่าได้ปรับปรุงเลียนแบบท่าเต้นในพิธีแขกเจ้าเซ็น ได้แก่ การใช้ท่ารำยกมือขึ้นประสานไขว้กันไว้ที่อก และขยับฝ่ามือตบอกเบา ๆ ตามจังหวะพร้อมการเคลื่อนเท้าไปด้วย กล่าวกันมาว่าท่ารำแบบนี้ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี พระอนุชาของสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงประดิษฐ์ขึ้น เมื่อประมาณสองร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยทรงเลียนแบบมาจากการเต้นทุบอกในพิธีเต้นเซ็นของชนนับถือลัทธิศาสนาอิสลาม นิกายเจ้าเซนวึ่งใรั่งเรียกว่า Shiites โดยทรงปรับท่าทางให้ดูนุ่มนวลอ่อนช้อยไปตามหลักนาฏศิลป์ไทย&nbsp; <br><strong>&nbsp;เครื่องแต่งกาย</strong></div><div>&nbsp;ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง พระสวมเสื้อแขนสั้น ศิราภรณ์ชฎายอดชัย นางศิราภารณ์มงกุฏกษัตรีย์<br>&nbsp; &nbsp;<strong>ดนตรี และเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง</strong></div><div>&nbsp;ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง ได้แก่เพลงเหาะ เพลงรัว เพลงตะเขิ่ง เพลงแขกเจ้าเซ็น และเพลงรัว<br><strong>โอกาสที่ใช้แสดง</strong><br>เริ่มต้นที่ใช้แสดงประกอบละครดึกดำบรรพ์ เรื่องสังข์ทอง ตอนตีคลี ต่อมาได้จัดเป็นชุดระบำเอกเทศ จึงสามารถใช้แสดงในงานต่าง ๆ ทั่วไปได้<br>ด.ญ.จิพรรณ เกตุมี เลขที่24 ม.3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1303157369/d350cb131083e089f06fc16e11ce3d6f/images.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:18:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397512901</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำสวด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397513364</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติ<br>รำสวด เป็นศิลปะการแสดงแขนงหนึ่งที่มีการผสมผสานระหว่างการแสดงพื้นบ้านกับศิลปะด้านการดนตรีได้อย่างกลมกลืน จัดได้ว่าเป็นศิลปะของชาติที่สำคัญและมีคุณค่าทัดเทียมกับศิลปะประเภทอื่นๆ เพราะเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมประเพณี และอุปนิสัยของคนในจังหวัดสมุทรสงครามว่าเป็นคนที่รักความสนุกสนาน แต่เป็นศิลปะที่หาดูค่อนข้างยากกำลังจะเลือนหายไปจากจังหวัดสมุทรสงคราม จึงจำเป็นต้องมีการจัดเก็บข้อมูลและบันทึกเรื่องราวไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ใช้<br><br>เครื่องเเต่งกาย<br>เป็นชุดไว้ทุกข์สีขาวดำ ผู้หญิงจะนุ่งผ้าถุงพื้นบ้าน ส่วนผู้ชายจะนุ่งกางเกง หรืออาจใส่ชุดที่มีอยู่ มีข้อจำกัดคือ ไม่ใส่เสื้อลาย<br><br>วิธีการเเสดง<br>&nbsp;ในแต่ละคณะจะมีการแสดงที่ไม่แตกต่างกันมากนัก<br>ดนตรี&nbsp;<br>วงปี่พาทย์<br><br>ด.ญ.สุจิณดา สุขสายทอง เลขที่33 ม.3/6<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183260/575a3f28e55a07b7f21b6ee8fdfe92fa/18B2C512_6B0E_4CA8_BA22_33AD14EB8310.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:18:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397513364</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำชาวนา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397514077</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำชาวนา” ซึ่งผู้แต่งทำนองเพลงนี้คือ&nbsp;<br>นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยและศิลปินแห่งชาติ ส่วนท่ารำนั้นท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี<br>ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทยและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้คิดและออกแบบท่ารำ เมื่อได้ชมการแสดงระบำชาวนา<br>แล้วจะมีสุนทรียภาพทางนาฏศิลป์ที่เกิดขึ้นดังนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตัวละคร เครื่องแต่งกาย<br>ตัวละครนั้นจะเป็นชาวบ้านทั้งหญิงและชาย&nbsp; จะเป็นแต่งชุดม่อฮ่อม ซึ่งเป็นชุดที่เรียบง่าย&nbsp;<br>ไม่หรูหรา เป็นชุดพื้นบ้าน ที่เห็นแล้วจะจะทำให้รู้ได้เลยว่าการแสดงชุดนี้ต้องเกี่ยวกับการทำนา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ขับร้อง บทร้อง บทเจรจา บทพากย์&nbsp;<br>การแสดงระบำชาวนา เป็นการแสดงที่ไม่มีการขับร้อง ไม่มีเนื้อเพลง มีเพียงดนตรี ประกอบจังหวะซึ่ง<br>เป็นดนตรีที่มีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฉาก อุปกรณ์<br>อุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการทำนาตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงการเกี่ยวข้าว ฉะนั้นอุปกรณ์ที่ใช้จึง<br>ได้แก่ เมล็ดข้าว เคียวเกี่ยวข้าว รวงข้าง กระด้ง เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดนตรีที่ใช้ประกอบ<br>ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลองยาว กลองโทน ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง ดนตรีจะมีจังหวะที่สนุกสนาน&nbsp;<br>เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน และให้หายเหนื่อยจากการทำนา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ท่าทางสื่อความหมาย<br>ท่ารำจะเป็นท่าที่สะท้อนถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนา&nbsp; เป็นขั้นตอนการทำนาตั้งแต่เริ่มหว่านข้าว&nbsp;<br>ไถนา เกี่ยวข้าว ฝัดข้าว เป็นต้น<br><br>ด.ช. นฤพล บุญชิต</div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381438592/02480f98249371be857140aa4d9dd945/Screenshot_20221125_111819.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:19:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397514077</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โขน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397514571</link>
         <description><![CDATA[<div>โขน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย การแสดงประเภทหนึ่งที่ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่องไม่เหมือนกับละคร แสดงเป็นเรื่องราวโดยลำดับก่อนหลังเหมือนละครทุกประการ ซึ่งไม่เรียกการแสดงเหล่านี้ว่าละครแต่เรียกว่าโขนแทน ... <a href="https://www.google.com/url?q=https://th.m.wikipedia.org/wiki/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599&amp;sa=U&amp;ved=2ahUKEwjhvL3XvMj7AhXR1zgGHQ9QBNcQmhN6BAgPEAI&amp;usg=AOvVaw0qSvZ4K1yLqLbNbvFHBcRe">วิกิพีเดีย</a></div><div>ขึ้นทะเบียน: 2561 (คณะกรรมการสมัยที่ 13)</div><div>ประเทศ: ไทย</div><div>ภูมิภาค **: เอเชียและแปซิฟิก</div><div>สาขา: ธรรมเนียมและการแสดงออกทางมุขปาฐะ, ศิลปะการแสดง, แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล, งานช่างฝีมือดั้งเดิม&nbsp;<br>ด.ช.ปิยะณัฐ สังขมาลัย  เลขที่36</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381490348/81cf6d574d75aa2cbcbd55b0439878f0/Screenshot_20221125_111852_Google.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:20:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397514571</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำบายศรีสู่ขวัญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515204</link>
         <description><![CDATA[<div>การแสดงชุดรำบายศรีสู่ขวัญ เป็นการแสดงของภาคอีสาน ซึ่งใช้ในพิธีบายศรีสู่ขวัญหรือเชิญขวัญในการต้อนรับแขกเมืองหรือแขกสำคัญๆ ซึ่งเป็นแขกที่มีเกียรติหรือแขกผู้ใหญ่ที่มาจากต่างถิ่น ชาวอีสานจะมีการจัดต้อนรับโดยจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ โดยนำใบตองมาเย็บเป็นบายศรีอย่างสวยงามประดับด้วยดอกไม้และเครื่องหอม มีด้ายสายสิญจน์สำหรับผูกข้อมือ ซึ่งจะให้ผู้เฒ่าหรือผู้ทรงคุณวุฒิ วัยวุฒิ เพื่อความเป็นสิริมงคลโดยมีพานบายศรีหรือที่เรียกว่า “ พาขวัญ’’ โดยจะมีพราหมณ์เป็นผู้ทำพิธีเรียกขวัญ ตามท่วงทำนองของชาวบ้านในคำเรียกขวัญนั้นจะมีทั้งคาถาที่เป็นภาษาบาลี และคำเรียกขวัญภาษาถิ่น หรือที่เรียกว่า“ สูตรขวัญ ’’ซึ่งคำว่าสูตรขวัญนั้นยากแก่การเข้าใจของผู้มาเยือน จึงมีการจัดทำชุดรำบายศรีขึ้นเพื่อให้คนต่างถิ่นได้เข้าใจเพราะมีคำร้องที่เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เนื้อร้องแต่งโดยอาจารย์ดำเกิง ไกรสรกุล ซึ่งในปัจจุบัน ก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันอยู่ แต่เนื้อร้องอาจจะผิดเพี้ยน จากเดิมไปบ้าง<br><br>การแต่งกาย สวมเสื้อคอตั้งแขนยาวจรดข้อมือ ห่มสไบขิด และนุ่งผ้าซิ่นคลุมเข่า ผมเกล้ามวยติดดอกไม้ ด้านซ้าย สวมเครื่องประดับเงินตกแต่งให้สวยงาม<br><br>เครื่องดนตรี<br>เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบในการแสดงชุด “ รำบายศรีสู่ขวัญ ” ใช้วงดนตรีพื้นบ้าน วงโปงลาง มีเครื่องดนตรีดังนี้โปงลาง กลองยาว กลองใหญ่ ไหซอง พิณ เบส แคน โหวด ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ เกราะ<br><br>โอกาสที่ใช้แสดง ใช้ในพิธีบายศรีสู่ขวัญ ในการต้อนรับครั้งสำคัญๆ ปัจจุบันอาจใช้ในงาน<br>รื่นเริงและงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป<br><br>ด.ญ.แพรวา บางลาภ เลขที่12</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183229/35b3374e0e6a5fd7342d93afb676e728/timeline_25610724_132320_800x600.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:21:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515204</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำพลายชุมพล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515220</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ประวัติ<br>รำพลายชุมพล เป็นการแสดงประเภทรำเดี่ยวชุดหนึ่งซึ่งอยู่ในละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ<br>การแต่งกาย<br>แต่งกายตามบทบาทในเนื้อร้อง คือ นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าตาหมากรุกทับใส่เสื้อแขนยาวคอตั้งสีชมพู ใส่เสื้อยันต์ ผูกผ้า ประเจียดที่คอ มีผ้าคาดสะเอวและคาดตะกรุดโพกศีรษะด้วยผ้าสีทับทิมขลิบทอง เครื่องประดับต่างหูเข็มขัด สวมกำไลข้อเท้า มีอุปกรณ์ คือหอกและม้าแผง<br>ดนตรี<br>ใช้วงปี่พาทย์<br>ประเภท รำเดี่ยว<br><br><br>ด.ญ.วาสนา ภู่พวง ม.3/6 เลขที่16</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1785249198/78d978462d33b3bbe95eedefd46644b9/Screenshot_20221125_111903_Google.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:21:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515220</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำสี่บท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515355</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำสี่บท<br>ประวัติที่มา<br>ระบำสี่บทเป็นระบำที่ยกย่องกันมาแต่โบราณว่า เป็นระบำแบบแผนประกอบด้วยบทร้องและทำนองเพลง<br>สี่ บท คือ<br>- พระทอง<br>- เบ้าหลุด<br>- สระบุหร่ง<br>- บลิ่ม<br>รวมเรียกว่า “ระบำสี่บท” ระบำชุดนี้ยกย่องกันว่าเป็นระบำแบบฉบับ เรียกว่า “ระบำใหญ่” มักจะนำไปประกอบการแสดงโขน เช่น ระบำเทพบุตรนางฟ้าในตอนต้นของชุด “นารายณ์ปราบนนทุก” หรือชุด “เมขลา – รามสูร” หรือในตอนแสดงความยินดีเมื่อผู้ทรงฤทธิ์ได้ปราบอสูรและยักษ์ร้ายพ่ายแพ้ไป<br>การแต่งกาย จะแต่งกายยืนเครื่องพระ – นาง<br>ระบำชุดนี้มีท่ารำสวยงามน่าชม แต่เดิมบทร้องและทำนองเพลงนั้นค่อนข้างยืดยาว และกินเวลาแสดงนานมาก มาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้ตัดตอนบทร้องให้สันเข้า ตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ดังต่อไปนี้<br>เพลงพระทอง<br>เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทวาทุกราศี<br>ทั้งเทพธิดานารี สุขเกษมเปรมปรีดิ์เป็นสุดคิด<br>เทพบุตรจับระบำทำท่า นางฟ้ารำฟ้อนอ่อนจริต<br>รำเรียงเคียงเข้าไปให้ชิด ทอดสนิทติดพันกัลยา<br>แล้วตีวงเวียนเปลี่ยนซ้าย ไล่ตีวงเวียนเปลี่ยนขวา<br>ตลบหลังลดเลี้ยวลงมา เทวัญกัลยาสำราญใจ<br><br>น.ส.อดิศา ทับเปีย เลขที่35<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898188110/7efd230c41cc502f1d80b9839b949214/Screenshot_2022_11_25_11_18_59_50.png" />
         <pubDate>2022-11-25 04:21:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515355</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบําพรหมาสตร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515443</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติที่มา ระบำพรหมาสตร์ เป็นระบำของเหล่าเทวดา - นางฟ้าอีกชุดหนึ่งสำหรับแสดงประกอบการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกพรหมาสตร์ เนื่อเรื่องกล่าวถึงอินทรชิตโอรสของทศกัณฐ์ กำลังทำสงครามติดพันอยู่กับพระลักษมณ์ จึงใช้กลยุทธลวงพระลักษมณ์และกองทัพวานร โดยอินทรชิตได้แปลงกายเป็นพระอินทร์ เจ้าแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และให้การุณ &nbsp;<br>พาณิช แซ่หญ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898185120/d586a60064577967561e6d982432b3e5/inbound4158757882681861946.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:22:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515443</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.กมลวรรณ เก่าค้อ เลขที่8 ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515645</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ รําฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน<br>ประเภท รำเดี่ยว,รำใช้อาวุธ<br>ประวัติการแสดง ฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน เป็นการแสดงชุดหนึ่งในการแสดง<br>โขนเรื่องรามเกียรติ์ ทศกัณฐ์พญายักษ์แห่งกรุงลงกา ทำ<br>อุบายลักนางสีดามาไว้ในอุทยาน เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่อง<br>เพื่อไปพบสาวที่ตนรัก ก็อดที่จะแสดงความกรีดกรายกรุ้ม<br>กริ่มไม่ได้ แต่เดิมมีแต่เพียงบทร้องฉุยฉาย ซึ่งเป็นของเก่า<br>ไม่ทราบนามผู้ประพันธ์ คุณครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ<br>&nbsp;และผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยของกรมศิลปากรได้แต่งบทแม่ศรีเพิ่ม&nbsp;<br>เพื่อให้เป็นบทร้องที่สมบูรณ์ขึ้น<br>เครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดง: วงปี่พาทย์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898186228/9a7cfbc09974c1442a465e4956453211/inbound4983661881331868444.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:22:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515645</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำนพรัตน์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515760</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติ<br>ระบำนพรัตน์อยู่ในละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์ ตอนสุวรรณหงส์พาพราหมณ์เกศสุริยงไปชมถ้ำแก้ว ซึ่งกรมศิลปากรจัดแสดงให้ประชาชนชม ณ โรงละครศิลปากร เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ปัจจุบันระบำชุดนี้นิยมนำมาแสดงเป็นชุดระบำเอกเทศ เพราะบทร้องและทำนองเพลงไพเราะ ท่ารำและเครื่องแต่งกายงาม ผู้แต่งบทร้องและทำนองเพลงนพรัตน์ คือ ครูมนตรี ตราโมทผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร และศิลปินแหงชาติ ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ คือ นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชื่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ครูมัลลิ คงประภัศร์ และครูศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมครูต่วน)<br>การเเต่งกาย<br>สีขาวผ่อง เพชรดี<br>ทับทิมสี มณีแดง<br>เขียวใสแสง มรกต<br>เหลืองใสสด บุษราคัม<br>แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก<br>สีหมอกเมฆ นิลกาฬ<br>มุกดาหาร หมอกมัว<br>แดงสลัว เพทาย<br>สังวาลสาย ไพฑูรย์<br>เครื่องดนตรี<br>เป็นวงปี่พาทย์ไม้นวมเครื่องห้า หรือเครื่องคู่ หรือเครื่องใหญ่&nbsp;<br><br><br><br><br>ด.ญรุ่งอรุณ ลุรอบ เลขที่30</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1785260048/a262c7e07819a44131d9fd26da0e36a3/1526885185.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:22:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397515760</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำทวารวดี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397516011</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นระบำชุดที่ ๑ ในระบำโบราณคดีที่เกิดขึ้นจากแนวความคิดของนายธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ซึ่งต้องการศึกษา และเรียนรู้เรื่องเครื่องแต่งกายของมนุษย์ เพื่อประโยชน์แก่วิชาประวัติศาสตร์ และโบราณคดี โดยทูลขอร้องให้หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งสถาปนิกพิเศษของกรมศิลปากร ทรงศึกษาแบบอย่าง<br>นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีไทย) ปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ เป็นผู้แต่งทำนองเพลง โดยมีสำเนียงออกไปทางเพลงมอญ นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร และนางเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ นายสนิท ดิษฐพันธ์ ออกแบบเครื่องแต่งกาย นางชนานันท์ ช่างเรียน สร้างเครื่องแต่งกาย นายชิต แก้วดวงใหญ่ สร้างศิราภรณ์ และเครื่องประดับ<br><br>เครื่องแต่งกายของระบำทวารวดี ประกอบด้วย<br>๑. เสื้อรัดอกสีเนื้อ<br>๒. กระโปรงจีบหน้านาง ตกแต่งด้วยผ้าตาดสีทองเป็นลายขวางแถวหนึ่งสีอิฐ อีกแถวหนึ่งสีเหลือง<br>๓. สไบเฉียง ปล่อยชายด้านหน้า และด้านหลัง<br>๔. เครื่องประดับ ประกอบด้วย เข็มขัดทำด้วยผ้าตาดสีทอง ต่างหู จี้นาง ต้นแขน กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้าติดลูกกระพรวน<br>๕. ศีรษะ เกล้าผมมวยสูง ใส่เกี้ยว<br>๖. กระบังหน้า<br><strong>ดนตรี และเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ใช้วงดนตรีที่มีลักษณะเฉพาะ เครื่องดนตรีประกอบด้วย พิณ ๕ สาย จะเข้ ขลุ่ย ระนาดตัด ตะโพนมอญ ฉิ่ง ฉาบ และกรับคู่<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เพลงที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่เพลงรัวทวารวดี เพลงทวารวดี (เที่ยวช้าและเที่ยวเร็ว)<br><br>ด.ญ.กัญญาภัค อ่างทอง ม.3/6 เลขที่22</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183364/5b610027c9a25e66a81cb629fe191bbc/USER_SCOPED_TEMP_DATA_orca_image__957184991.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:23:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397516011</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำเชียงแสน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397516604</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อ : รำบำเชียงแสน <br>ประเภทของการแสดง : ระบำ (โบราณคดี)</strong><br><strong>โอกาส : งานทั่วไป</strong><br><strong>ประวัติ</strong><br>ระบำเชียงแสน เป็นระบำโบราณคดีที่สร้างขึ้นตามแบบศิลปะและโบราณสถานสมัยเชียงแสน และได้แพร่หลายไปทั่วดินแดนภาคเหนือของไทย ซึ่งในสมัยโบราณเรียกว่า "อาณาจักรล้านนา" และต่อมามีนครเชียงใหม่เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรนั้น ศิลปะแบบเชียงแสนได้แพร่หลายลงมาตามลุ่มแม่น้ำโขง เข้าไปในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่เรียกว่า "ลานช้าง"<br><strong>ชุด</strong></div><ul><li>1.เสื้อรัดอกสีเนื้อ</li><li>2.เสื้อลูกไม้สีเหลือง ติดริมด้วยแถบผ้าตาดสีทอง</li><li>3.ซิ่นเชิงแบบป้ายข้างแถวหนึ่งสีแดง</li></ul><div><strong>วงดนตรี : </strong>ใช้วงพื้นเมืองภาคเหนือ เครื่องดนตรีประกอบด้วย ปี่จุ่ม แคน สะล้อ ซึง ตะโพน ฉิ่ง ฉาบใหญ่ และฆ้องหุ่ย&nbsp;<br>&nbsp;<br><strong>ด.ญ.เขมจิรา ศิรินคร เลขที่23 ห้อง3/6</strong></div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898186109/480cd78c2806d7b87741b6405afef9c9/44870B5B_19F1_4D94_B7D1_FD61174E6D95.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:23:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397516604</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำฉิ่ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397516947</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นการแสดงในรูปแบบสร้างสรรค์อีกชุดหนึ่ง โดยนำเครื่องประกอบจังหวะของวงดนตรีไทยมาประดิษฐ์เป็นการแสดงในรูปแบบระบำเบ็ดเตล็ด ที่มาของระบำชุดนี้คือ พลตรี พระเจ้าว&nbsp; &nbsp; รวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เคยทอดพระเนตรการแสดงของชาวธิเบต ใช้ฉิ่งประกอบท่ารำ จึงทรงขอให้นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ แต่งทำนองเพลง นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร และนางเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ลีลาท่ารำระบำฉิ่ง เพื่อแสดงในงาน “นาฏลีลาน้อมเกล้า” เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปีที่ ๓๖ ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๔ แสดงโดย นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป จำนวน ๘ คน การแสดงครั้งแรกนั้นใช้ฉิ่งธิเบตของพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ประกอบการแสดง<br>ด.ช.ณภัทร ประทุมทอง เลขที่1 ม.3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183389/4bf4d88505968247331183dadb8544b4/images.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:24:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397516947</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำดอกบัว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517295</link>
         <description><![CDATA[<div>-ประวัติ<br>ระบำดอกบัว เป็นการแสดงชุดหนึ่งจากละครเรื่อง "รถเสน" ตอนหมู่นางรำ แสดงถวายท้าววรถสิทธิ์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้น แสดงให้ประชาชนชมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์บทร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ใช้ทำนองเพลงสร้อยโอ้ลาวของเก่า เป็นการแสดงหมู่<br>-การแต่งกาย<br>นุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียง ใส่เครื่องประดับ หรือนุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียงสองชาย ใส่เครื่องประดับ<br>-เครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดง<br>วงปี่พาทย์เครื่องห้า หรือไม้แข็ง<br>-โอกาส&nbsp;<br>ใช้แสดงในงานทั่วไป<br><br>ด.ญ.สุภัทรชา แสงเทียนประไพ เลขทีี่34</div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/wiriya2education/_/rsrc/1505405065301/home/raba-dxkbaw/IMG_5364.JPG" />
         <pubDate>2022-11-25 04:24:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517295</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำลพบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517472</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ระบำลพบุรี</strong> เป็นระบำชุดที่ ๓ ในระบำโบราณคดีที่เกิดขึ้นจากแนวความคิดของนายธนิต อยู่โพธิ์ <br>(อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) เช่นเดียวกับระบำทวารวดี อยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๙ ประดิษฐ์ขึ้น โดยอาศัยหลักฐานจากโบราณวัตถุ และภาพจำหลักตามโบราณสถาน ซึ่งสร้างขึ้นตามแบบศิลปะของขอม ที่อยู่ในประเทศกัมพูชา และประเทศไทย อาทิ พระปรางค์สามยอดในจังหวัดลพบุรี ทับหลังประตูระเบียงตะวันตกของปราสาทหินพิมายในจังหวัดนครราชสีมา ปราสาทหินพนมรุ้งในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น การแต่งทำนองเพลง กระบวนท่ารำ และเครื่องแต่งกาย จึงมัลักษณะคล้ายเขมรเป็นส่วนใหญ่ ระบำลพบุรีแสดงครั้งแรกเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรในงานเสด็จพระราชดำเนินทางเปิดการแสดงศิลปะโบราณวัตถุในอาคาร สร้างใหม่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๐ และภายหลังได้นำออกแสดงในโรงละครแห่งชาติและที่อื่น ๆ <br><strong>เครื่องแต่งกาย</strong><br>เครื่องแต่งกายของระบำลพบุรีประกอบด้วย ๑. เสื้อสีเนื้อ คอกลม แขนสั้นเหนือศอก ติดแถบทองรอบคอตลอดระหว่างอกและรอบเอว เสื้อตัวเอกปักดิ้นเป็นลายดอกประจำยามหนึ่งดอกตรงระหว่างอก๒. กระโปรงเย็บสำเร็จแบบทบซ้อนหน้า ชายล่างโค้งมน ยาวคลุมเข่า ประดิ้นลายประจำยามประปราย มีผ้าตาดสีทอง ติดทาบชายกระโปรง ตัวเอกประโปรงส้ม หมู่ระยำประโปรงสีฟ้า๓. ผ้ารัดสะเอวมีสายผูกคาดไปข้างหลัง ปักดิ้น มีลวดลายเฉพาะด้านหน้า๔. ผ้าคลุมสะโพกสีม่วงอ่อน ชายแหลมมนแยกเป็น ๒ ชิ้น ตัวเอกผ้าคลุกจะทาบริมด้วยผ้าตาด สีเงิน ตัวรองผ้าคลุมจะทาบด้วยผ้าตาดสีทอง๕. เครื่องประดับ ประกอบด้วย เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู ต้นแขน กำไล ข้อมือ กำไลเท้า๖. ศีรษะใส่ครอบแบบประกอบสำเร็จรูป ประดับด้วยเกี้ยว พู่ไหมสีเงิน<br><strong>ดนตรี และเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง<br></strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ใช้วงดนตรีที่มีลักษณะเฉพาะ เครื่องดนตรีประกอบด้วย ซอสามสาย พิณน้ำเต้า กระจับปี่ ปี่ใน โทน ๒ ลูก ฉิ่ง ฉาบ และกรับคู่ เพลงที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ เพลงลพบุรี (เที่ยวช้าและเที่ยวเร็ว)<br><strong>โอกาสที่ใช้แสดง</strong>ถวายทอดพระเนตรในงานเสด็จพระราชดำเนินทางเปิดการแสดงศิลปะ โบราณวัตถุในอาคารสร้างใหม่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และเผยแพร่ให้ประชาชนชม<br><strong>เด็กชายชนะสิทธิ์ แสงภู เลขที่21</strong>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1743494668/60648d4e5e338e49b6b9accbd627d9e1/__________.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:25:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517472</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำไตรรัตน์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517543</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติ ระบำไตรรัตน์ หรือรำอวยพรพุทธานุภาพ เป็นการแสดงอยู่ในละครอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง อานุภาพแห่งความรัก ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของ ฯพณฯ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งแสดงถึงการกราบไหว้สักการะ พระรัตนตรัย อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หากผู้ใดได้แสดงความเคารพบูชา แล้วก็จะก่อให้เกิดความผาสุก และความเป็นสิริมงคล<br>การแต่งกาย: ชุดสไบ ผ้าถุงหน้านาง<br>เครื่องดนตรี:ใช้วงปี่พาทย์<br>โอกาสในการแสดง:รำอวยพร<br><br>ด.ญ.นฤมลวรรณ สนองชาติ เลขที่12 ม.3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1785248209/55b7997dbe1a12fef32676cb432fdf77/A4DC6CDF_3B3A_483C_9F78_9A68301CAD7E.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:25:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517543</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำย่องหงิด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517607</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>&nbsp;ประวัติความเป็นมา<br></strong>ระบำย่องหงิด เป็นระบำในการแสดงละครใน เรื่อง อุณรุท ตอน ศุภลักษณ์วาดรูป เป็นเรื่องราวของนางศุภลักษณ์พี่เลี้ยงของนางอุษา ขึ้นไปวาดรูปเทพบุตรบนสวรรค์ พบกับการจับระบำด้วยความรื่นเริงบันเทองใจของเหล่าเทวดานางฟ้า<br><strong>การแต่งกาย</strong><br>ยืนเครื่องพระนาง<br><strong>เครื่องดนตรี<br></strong>ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง ได้แก่ เพลงรัว เพลงย่องหงิด เพลงตะเขิ่ง และเพลงเจ้าเซ็น<br><strong>โอกาสที่จะแสดง</strong><br>ใช้ประกอบการแสดงละครใน เรื่องอุณรุท ตอนศุภลักษณ์วาดรูป และเผยแพร่ให้ประชาชนรับชม<br><br><br><br>ด.ญ.สมปราถนา ใสสอาด เลขที่32 ม.3/6<strong><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1380469108/1b514b1ad69faf8ffeea761d8dacfd61/____4__.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:25:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517607</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำฉุยฉายเบญกาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517657</link>
         <description><![CDATA[<div>*ประวัติ*<br>นางเบญกายเป็นบุตรีของพิเภกกับนางตรีชฎา เป็นหลานของทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา ทศกัณฐ์ได้คิดกลอุบายและมอบหมายให้นางเบญกายแปลงเป็นสีดา เพื่อลวงให้พระรามเข้าใจผิดคิดว่านางสีดาตายแล้วจะได้ยกทัพกลับไปและเพื่อมิให้เกิดความผิดพลาด ก่อนการแปลงกาย ทศกัณฐ์ได้ให้นางเบญกายเข้าไปเฝ้านางสีดาที่ตำหนักอุทยานเมืองลงกา สังเกตดูรูปร่าง ลักษณะท่าทางของนางสีดาอย่างละเอียดและเมื่อจำถี่ถ้วนดีแล้วได้ออกมาแปลงกายเป็นนางสีดาเข้าเฝ้าทศกัณฐ์ในท้องพระโรงเพื่อให้ทศกัณฐ์ดูว่าเหมือนนางสีดาหรือไม่ ทศกัณฐ์เห็นนางจำแลงไม่ทันพิจารณา คิดว่าเป็นนางสีดาก็เกี้ยวพาราสี นางเบญกายเขินอายจึงคืนกลับร่างเดิมทำให้ทศกัณฐ์ตกตะลึงเก้อเขิน แล้วตรัสสั่งให้นางเบญกายรีบไปทำการโดยเร็ว คือให้นางทำเป็นตายลอยทวนน้ำไปพลับพลาที่ประทับของพระราม เมื่อพระราม พระลักษณ์ลงสรงน้ำได้เห็นนางแปลงคิดว่านางสีดาตายแล้วก็โศกเศร้าเสียพระทัยยิ่งนัก ครั้นคลายโศกก็กริ้วหนุมานว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าสหัสกุมารและเผาเมืองลงกา ทำให้ทศกัณฐ์แค้นเคืองจึงฆ่านางสีดา หนุมานจึงกราบทูลว่า ศพนี้มิใช่นางสีดาเพราะไม่มีกลิ่นและลอยทวนน้ำมาจึงขอพิสูจน์ โดยนำร่างนางแปลงที่ลอยทวนน้ำมาขึ้นมาเผาไฟ สุครีพจึงสั่งตั้งเชิงตะกอนและยกศพนางสีดาแปลงขึ้นวางแล้วจุดไฟ นางสีดาแปลงทนความร้อนไม่ได้ก็เหาะหนีตามเกลียวควันหนุมานเห็นจึงไล่ตามจับตัวมาถวายให้พระราม พระรามจึงทราบว่านางเป็นธิดาของพิเภกจึงสั่งให้พิเภกพิพากษาแทน พิเภกสั่งลงโทษให้ประหารชีวิต แต่พระรามเห็นว่าไม่ใช่ความผิดของนางเบญกายจึงยกโทษให้ และให้หนุมานพานางเบญกายไปส่งยังกรุงลงกา หนุมานก็พานางไปส่งและในระหว่างทางหนุมานก็ได้นางเบญกายเป็นเมียมีบุตรชื่อว่า อสุรผัดการถ่ายทอดท่ารำฉุยฉายเบญกาย นางเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฎศิลป กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ปีพุทธศักราช 2530 เป็นผู้รับการถ่ายทอดกระบวนท่ารำฉุยฉายเบญกายมาจาก หม่อมครูนุ่ม นวรัตน์ ณ อยุธยา เมื่อครั้งฝึกละครอยู่ที่วังสวนกุหลาบ นางสาวจำเรียง พุธประดับ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฎศิลป กรมศิลปากร สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ปีพุทธศักราช 2531 เป็นผู้ได้รับการถ่ายทอดกระบวนท่ารำฉุยฉายเบญกายมาจากหม่อมครูต่วน (นางศุภลักษณ์ ภัทรวานิก) ดังปรากฏข้อมูลจากหนังสือ กรมศิลปากร<br>ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่องนาง สีแดง นุ่งผ้าจีบหน้านาง สวมศิราภรณ์มงกุฎกษัตรีย์<br>*การแต่งกายแบบยืนเครื่องนาง ประกอบด้วย*<br>1. มงกุฎนาง อุบะ ดอกไม้ทัด<br>2. เสื้อในนาง<br>3. ผ้าห่มนาง (สีแดงขลิบเขียว)<br>4. ผ้านุ่ง (สีเขียว)<br>5. กรองคอหรือนวมนาง (สีเขียว)<br>6. จี้นาง<br>7. สะอิ้งหรือสร้อยตัว<br>8. เข็มขัด, หัวเข็มขัด<br>9. กำไลข้อมือหรือกำไลแผง<br>10. กำไลข้อเท้า<br>*ดนตรี*<br>วงปี่พาทย์ไม้แข็งหรือปี่พาทย์เครื่องห้า<br>*โอกาสที่ใช้*<br>ฉุยฉายเบญจกายใช้แสดงได้ ๒ โอกาสดังนี้<br>๑.&nbsp; เป็นการแสดงชุดหนึ่งในการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย<br>๒.&nbsp; ใช้แสดงในงานมงคลและอวมงคลทั่วไป<br><br>นางสาวปนันทิตา เชื้อสระพัง เลขที่29&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183473/1f03f481085b5a80b1b105d45bb8acbc/Screenshot_20221125_112241_Chrome.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:25:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517657</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำซัดชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517808</link>
         <description><![CDATA[<div>รำ ซัดชาตรี ปรับปรุงมาจากรำซัดไหว้ครูของละครโนรา-ชาตรี ซึ่งเป็นละครรำแบบเก่าแก่ชนิดหนึ่งของไทย และแพร่หลายอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวกันว่า ละครชาตรีนี้เป็นต้นกำเนิดของละครรำประเภทต่างๆ ซึ่งได้ปรับปรุงขึ้นใหม่ในสมัยต่อมา ประเพณีการแสดงละครโนรา-ชาตรีทางภาคใต้ถือเป็นธรรมเนียม ...<br>ชั้นม.3/6เลขที่36ด.ช.ปิยะณัฐสังขมาลัย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381490348/944619400cfd75dd38ffc20063bf73e1/Screenshot_20221125_112402_Google.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:25:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397517808</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำสวัสดิรักษา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397518876</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติ<br>&nbsp;"ระบำสวัสดิรักษานักรบ" หรือ "ระบำสวัสดิสงคราม" เป็นการแสดงที่กำหนดภูษาทรงในการออกศึกของคนไทยในสมัยโบราณ เพื่อให้เกิดสิริมงคล และข่มขวัญศัตรู ส่วนเนื้อร้องจะเป็นคำกลอนสุภาษิต ซึ่งสันนิษฐานว่าสุนทรภู่เป็นผู้แต่งถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย<br>การแต่งกาย<br>การนุ่งห่มสีตามวัน<br>ใช้ทำนองเพลงไทยเดิม 4 ทำนอง ได้แก่ ขึ้นพลับพลา ช้างประสานงา พญาสี่เสาร์ และตวงพระธาตุ<br>ด.ญ.ณัฐณิชา เสน่ผล เลขที่27 ม.3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1303158419/7d52b4251ff788452c1b611065ca7623/Screenshot_2565_1125_112704.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:27:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397518876</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำไกรลาศสำเริง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397522166</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติ<br>เป็นการแสดงที่นำมาจากการแสดงละครเรื่อง “มโนห์รา” ของวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ที่จัดแสดงแก่ประชาชนเมื่อ พ.ศ. 2498 ผู้คิดบทร้อง และทำนองเพลงคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท การแสดงชุดนี้ให้เห็นถึงการร่วมกันอำนวยพรจากสรรพสิ่งต่างๆที่อยู่ยังเขาไกรลาศ&nbsp;<br><br>เครื่องแต่งกาย<br>สำหรับเครื่องแต่งตัวพระและตัวนางดังกล่านี้จะใช้แต่งกายสำหรับผู้รำในระบำมาตรฐาน &nbsp;เช่น &nbsp;ระบำสี่บท &nbsp;ระบำดาวดึงส์ &nbsp;ระบำพรหมาสตร์ &nbsp;ระบำย่องหงิด &nbsp;และระบำกฤดาภินิหารเป็นต้น &nbsp;และยังใช้แต่งกายสำหรับตัวละครในการแสดงละครนอกและละครในการแสดงละครนอกและละครในด้วย &nbsp;ส่วนในการระบำเบ็ดเตล็ด เช่น ระบำนพรัตน์ &nbsp;ระบำตรีลีลา &nbsp;ระบำไตรภาคี &nbsp;ระบำไกรลาสสำเริง &nbsp;ระบำโบราณคดี &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชุดต่าง ๆ &nbsp;หรือระบำสัตว์ต่างๆ จะใช้เครื่องแต่งกายตามความเหมาะสมกับการแสดงนั้น ๆ เช่น &nbsp;นุ่งโจงกระเบน &nbsp;ห่มผ้าสไบ &nbsp;และสวมชุดไทยรูปแบบต่างๆ &nbsp;เป็นต้น &nbsp;ตลอดจนยังมีการแสดงหรือการฟ้อนรำแบบพื้นเมืองของท้องถิ่นต่างๆ &nbsp;ซึ่งจุมีการแต่งกายที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นด้วย<br><br><br><br>ด.ช.วทัญญู&nbsp;อุปถัมภ์ เลขที่ 8 3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898184986/ddf112ca356c2fe6333a10546927d64c/inbound136954042293737136.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:31:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397522166</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำซัดชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397522215</link>
         <description><![CDATA[<div><br>เป็นการแสดงที่นิยมจนมีแบบแผนเป็นของตนเอง ในแบบศิลปะทางใต้ของไทย ปรับปรุงมาจากรำซัดไหว้ครูของละครชาตรี ซึ่งเคยเป็นละครรำแบบเก่าชนิดหนึ่งของไทย ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของละครรำประเภทต่างๆ ซึ่งได้รับการปรับปรุงในสมัยต่อมา ประเพณีการแสดงละครชาตรี ถือธรรมเนียมกันว่าผู้แสดงตัวพระ จะต้องรำไหว้ครูเป็นการเบิกโรงเรียกว่า " รำซัด " โดยมีโทน ปี่ กลอง กรับ ประกอบจังหวะ<br><br>ต่อมากรมศิลปากรได้ดัดแปลงรำซัด และปรับปรุงให้มีผู้รำทั้งฝ่ายชาย(ตัวพระ) และหญิง(ตัวนาง) เพื่อให้น่าดูมีชีวิตชีวา โดยรักษาจังหวะอันเร่งเร้าไว้อย่างเดิม สิ่งสำคัญของการรำนั้น จะมีการรวมจุดที่กำหนดเป็นอย่างดีระหว่างท่าทางที่เคลื่อนไหว ในระหว่างที่รำอยู่ในจังหวะที่เร่งเร้าของผู้รำ กับจังหวะของการตีกลอง ผู้ตีกลองจะต้องตีกลองไปตลอดเวลาไปพร้อมๆ กับผู้ที่ร่ายรำจนครบจังหวะของการแสดง ให้ประสานกลมกลืนกัน จนเป็นที่นิยมชมชอบจากผู้ชมที่ได้ชมการแสดงชุดนี้เสมอมา<br><br>ด.ช.มารุต ดีประเสริฐ เลขที่7 (ใส่รูปไม่ได้ครับ)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-25 04:32:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397522215</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำรจนาเสี่ยงพวงมาลัย  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397524962</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>ประวัติที่มา</mark></strong> รำรจนาเสี่ยงพวงมาลัย&nbsp; เป็นละครรำ ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าเป็นละครที่ได้พื้นฐานมาจากละครชาตรี&nbsp; เป็นการแสดงที่มีลักษณะพิเศษตอนหนึ่ง ในบทละครเรื่องสังข์ทอง ซึ่งมีพระสังข์เป็นพระเอก และรจนา เป็นนางเอก ในตอนรจนาเสี่ยงพวงมาลัย พระสังข์ซึ่งตัวจริง รูปร่างสวยงาม ผิวเป็นทองทั้งตัว แต่แกล้งปลอมตัวเป็นรูปเงาะแล้วยังแกล้งทำเป็นบ้าใบ้ พระสังข์ในตอนนี้จึงถูกเรียกตามรูปนอกว่า “เจ้าเงาะ” แล้วถูกพามาให้ รจนา เลือกคู่ เนื่องจากเป็นบุปเพสันนิวาส นางรจนาจึงมองเห็นรูปทองข้างในของเจ้าเงาะ แล้วทิ้งพวงมาลัยให้พระสังข์ คือเจ้าเงาะปลอม เป็นสวามี<br><br><strong><mark>การแต่งกาย</mark></strong> แต่งกายยืนเครื่อง เจ้าเงาะสมศีรษะเงาะ นางรจนา ศิราภรณ์ รับเกล้ายอดเกล้า<br><br>ด.ช.ธนกฤต สินเพ็ง ม.3/6 เลขที่37</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898187630/52ed7d08c4f550b2b81a38e9480f784d/inbound8190512455472128151.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:36:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397524962</guid>
      </item>
      <item>
         <title> รำดาบสองมือ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397524974</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติความเป็นมาของวิชาดาบสองมือ. มนุษย์รู้จักใช้อาวุธมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เพราะเหตุว่าอาวุธเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอาหารและสำหรับ ...<br>มนุษย์รู้จักใช้อาวุธมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เพราะเหตุว่าอาวุธเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอาหารและสำหรับป้องกันตัว จากหลักฐานทางโบราณคดี สมัยก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ปรากฏว่า ได้มีการเริ่มใช้อาวุธมานานกว่า ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว อาวุธในสมัยนั้นทำจากหินและกระดูกสัตว์ ต่อมาได้มีวิวัฒนาการขึ้น สามารถถลุงโลหะจากแร่ธาตุต่างๆ เช่น ทองแดง ดีบุก ตะกั่ว เหล็ก เพื่อนำมาประดิษฐ์เป็นอาวุธ (นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา ๒๕๑๓ : ๑) และดัดแปลงให้มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อใช้ป้องกันตัวและเพื่อประหัตประหารในการทำสงคราม<br><br>&nbsp; &nbsp;ในสมัยก่อนที่จะตั้งกรุงสุโขทัยเป็นเมืองหลวง ได้มีการพบซากและร่องรอยของเมืองโบราณอยู่ทั่วไปในแผ่นดินไทย เช่น ภาคกลางปรากฏมีร่องรอยของวัฒนธรรมแบบทวาราวดี ภาคใต้มีปรากฏร่องรอยวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนล่างก็มีร่องรอยของวัฒนธรรมแบบลพบุรี ซึ่งแต่ละภาคมีวัฒนธรรมโบราณหลงเหลืออยู่เหล่านี้ ล้วนมีหลักฐานที่แสดงถึงรูปแบบอาวุธที่ใช้ในการรบอยู่ ทั้งจากปูนปั้นเล่าเรื่องประดับรอบฐานเจดีย์ ภาพสลักตามระเบียง ทับหลังของปราสาทหิน ตลอดจนประติมากรรมลอยตัวอื่นๆ ซึ่งอาวุธที่มีมากได้แก่ ดาบ ธนู หน้าไม้ หอก ง้าว เป็นต้น ( ณัฐภัทร จันทวิช ๒๕๒๕ : ๔๐๑ )<br><br>&nbsp; &nbsp;สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ประเทศไทยยังมีการทำสงครามอยู่เป็นประจำ จึงมีการรบรวบรวมไพร่พลฝึกหัดการต่อสู้ด้วยการใช้อาวุธ และการใช้อวัยวะในร่างกายในการทำร้ายคู่ต่อสู้หรือที่เรียกว่า การต่อสู้ด้วยมือเปล่า ( ประกอบ โชประการ ๒๕๐๘ : ๖๐ ) เด็กชายไทยทุกคนไม่ว่าเป็นลูกของสามัญชนหรือลูกกษัตริย์จะต้องได้รับการฝึกฝนการใช้อาวุธพร้อมๆ ไปกับการเรียนหนังสือและการฝึกวิชาชีพต่างๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเตรียมพร้อมในการทำสงครามกับชาติที่มารุกราน สถานที่ที่ใช้สำหรับฝึกหัดได้แก่ สำนักต่างๆและวัดวาอาราม ผู้สอนคือพระภิกษุและชาวบ้านที่มีความรู้ความสามารถทางด้านกระบี่กระบอง การเรียนสมัยก่อนมุ่งภาคปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี การจดเป็นลายลักษณ์อักษรไม่มี สมัยต่อมามีการดัดแปลงแก้ไขให้เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พยายามอบรมสั่งสอนเป็นขั้นตอน มีระเบียบแบบแผนและพยายามค้นคว้าและเขียนเป็นตำราขึ้น โดยการสันนิษฐานจากประสบการณ์ การไต่ถามผู้รู้แล้วตั้งเป็นทฤษฎีเป็นหลักเกณฑ์ขึ้น ( สมบัติ จำปาเงิน ๒๕๒๕ : ๒ )<br><br>&nbsp; &nbsp;สมัยอยุธยาเป็นราชธานี ยังมีการทำสงครามกับข้าศึก ดังนั้นชาวไทยทุกคนยังต้องฝึกการใช้อาวุธ ควบคู่กับการเรียนหนังสือและวิชาชีพต่างๆ อาวุธที่ใช้ได้มีการคิดค้นประดิษฐ์ให้มีรูปร่างเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ในการใช้งานมากขึ้น กล่าวคือมีทั้งความงามและความน่ากลัวไปพร้อมกัน<br>ด.ญ.ขนิษฐา คำเบิด เลขที่11<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898184051/8d3f8bb1b37f008af7188bd09590921b/6724760.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:36:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397524974</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบําวิชนี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397525742</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นระบำชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนอง<br><br>เพลงจีนดาวดวงเดียว ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ มาประ<br><br>ดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนางใน<br><br>&nbsp;ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำซึ่งมีศัพท์เรียกว่า<br><br>&nbsp;วิชนี หรือ พัชนี ออกมาร่ายรําด้วยท่วงทํานองเพลง<br><br>และบทร้องอันไพเราะ<br>เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ชาวไทยนิยม<br><br>ใช้พัดเป็นเครื่องบรรเทาความร้อน ดังนั้นนาฏศิลป<br><br>ชุด ระบําวิชนี จึงวิวัฒนาการมาจากการใช้พัด&nbsp;<br><br>รําเพยลมของชาวไทยในทํานองอย่างมีศิลปนั่นเอง<br><br><br>ผู้ประพันธ์เนื้อร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ของกรมศิลปากร&nbsp;<br>ด.ช.มารุต ดีประเสริฐ เลขที่7</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898185120/230b0e490df1edf9162f02386ea71657/inbound8268940774771230119.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:37:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397525742</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำสุโขทัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397525806</link>
         <description><![CDATA[<div><br><mark>ประวัติ </mark>ระบำสุโขทัย พบในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๘ – ๒๐ เป็นยุคสมัยที่ชนชาติไทย เริ่มสร้างสรรค์ศิลปะด้านนาฏศิลป์ และดนตรีในเป็นสมบัติประจำชาติ โดยอาศัยหลักฐานอ้างอิงที่กล่าวไว้ในเอกสาร และหลักศิลาจารึก การแต่งทำนอง กระบวนท่ารำ และเครื่องแต่งกาย ประดิษฐ์ขึ้นให้มีลักษณะที่อ่อนช้อยงดงาม ตามแบบอย่างของศิลปะสมัยสุโขทัย<br><br><mark>การแต่งกาย </mark>ผ้ารัดเอว ทำด้วยผ้าสีดำมีลวดลายเป็นดอกไม้ประดับและห้อยที่ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีริบบิ้นสีเขียวห้อยมาทั้งสองข้าง ผ้านุ่ง เป็นกระโปรงบานจีบหน้าสีส้ม มีลูกไม้สีขาวระบายเป็นชั้น ๆ ทรงผม เกล้าผม ครอบด้วยที่รัดผม จำนวนผู้เล่น ผู้หญิงจำนวน ๗ คน (ผู้แสดงต้องเป็นเลขคี่)<br><br><mark>เครื่องดนตรี </mark>ประกอบด้วย ปี่ใน กระจับปี่ ฆ้องวงใหญ่ ซอสามสาย ตะโพน ฉิ่งและกรับ<br><br><mark>โอกาศในการแสดง </mark>ระบำชุดสุโขทัย เป็นระบำโบราณคดีเกิดจากแนวคิดของนายธนิตอยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งได้พบภาพเขียน ภาพปั้นและภาพจำหลักตามโบราณสถาน และโบราณวัตถุสมัยต่างๆ ทั้งที่พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง จึงได้นำมาประกอบแนวคิดประดิษฐ์สร้างเครื่องดนตรี โดยมอบหมายให้ นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง เป็นผู้แต่งทำนองเพลงโดยนำทำนองเพลงเก่าของสุโขทัยมาดัดแปลง ผู้ประดิษฐ์ท่ารำคือ ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย กรมศิลปากร &nbsp; และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย, สร้างเครื่องแต่งกาย, สร้างศิราภรณ์ และเครื่องประดับ คือ นายสนิท ดิษฐพันธ์, นางชนานันท์ ช่างเรียน และนายชิต แก้วดวงใหญ่&nbsp; ระบำชุดสุโขทัยจัดแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ และภายหลังได้นำออกแสดง ในโรงละครแห่งชาติ และที่อื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับชม &nbsp;<br><br>ด.ญ.สุชานันท์ ประดับศรี เลขที่17&nbsp; 3/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1743495640/1043122e8780db7580ba69588f33cf18/images__2_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:37:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397525806</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำปั้นหม้อ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397526132</link>
         <description><![CDATA[<div><br><strong>รำปั้นหม้อ</strong></div><div>รำปั้นหม้อได้แนวคิดจากวิธีการปั้นหม้อ ซึ่งมีเอกลักษณ์และยังคงวิธีการอันดั้งเดิม ซึ่งแตกต่างจากการปั้นหม้อสมัยใหม่ และในปัจจุบันยังคงทำสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้</div><div><br><br><br></div><div><br></div><div>การฟ้อนเริ่มจากการที่ชายหนุ่มไปขนดินมาให้ฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงจะเริ่มกระบวนการปั้นจนให้เป็นรูปหม้อ และฝ่ายชายจะนำฟืนมาเพื่อเตรียมเผาหม้อ ในระหว่างที่รอให้เผาหม้อให้เรียบร้อยจะมีการเกี้ยวพาราสีกัน<br>ด.ช.ประสิทธิ์ ดาขันเลขที่4</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1381490348/87a97f82b302d099c2365c933986ef43/Screenshot_20221125_113656_Google.jpg" />
         <pubDate>2022-11-25 04:38:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397526132</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำนันทอุทยาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397690777</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติ<br></strong><br>ระบำนันทอุทยาน ประวัติที่มา</div><div>เป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 9แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โดยอาจารย์มนตรี ตราโมทได้ประพันธ์บทร้องของเพลงชุดนี้เพื่อประกอบการแสดงละครดึกดำบรรพ์ เรื่อง “อุณรุท”ตอน“กรุงพานชมทวีป”ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ที่ได้เคยจัดแสดงณ โรงละครดึกดำบรรพ์(วังบ้านหม้อของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์)ในตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 5ซึ่งแต่เดิมจัดเป็นระบำเทวดา – นางฟ้าใช้เพลงหน้าพาทย์ประกอบการรำ ไม่มีบทร้องครั้นต่อมาในรัชกาลที่ 9เมื่อปีพ.ศ. 2490กรมศิลปากรได้จัดแสดงละครตอนนี้ให้ประชาชนชม ณโรงละครศิลปากรในบริเวณพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจึงได้มีการปรับปรุงการแสดงโดยเพิ่มชุดระบำนันทอุทยานนี้ แทนระบำเทวดานางฟ้าชุดเดิม</div><div>ระบำชุดนี้ถือว่าเป็นระบำมาตรฐานชุดหนึ่งในรูปแบบของระบำสมัยในกรุงรัตนโกสินทร์ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่องพระ – นางปัจจุบันระบำชุดนี้ไม่ค่อยแพร่หลายนักทั้งนี้เพราะว่าบทร้องมีความหมายเฉพาะตัว ไม่เหมาะที่จะนำไปแสดง ณโอกาสอื่นวิทยาลัยนาฏศิลปเห็นความสำคัญว่าเป็นระบำมาตรฐานที่มีแบบเฉพาะตัวและได้ปรับปรุงขึ้นใหม่สมควรที่จะสืบทอดอนุรักษ์จึงบรรจุไว้ในหลักสูตรเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ลักษณะเฉพาะของระบำชุดนี้คือบทร้องบทแรกของเพลงชมตลาดท่ารำจะตีบทและความหยามตามบทร้องสำหรับร้องเพลงต้นวรเชษฐ์ของเก่านั้นเข้าใจว่าหม่อมเข็ม กุญชร(หม่อมของเจ้าพระยาเทเวศร์ฯ)เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำของระบำนันทอุทยานชุดนี้ส่วนท่ารำเพลงชมตลาดประดิษฐ์โดยหม่อมครูต่วน (ศุภลักษณ์) ภัทรนาวิกคุณครูลมุล ยมะคุปต์ คุณครูมัลลี (ครูหมัน)คงประภัศร์<br><strong>เครื่องแต่งกาย<br></strong>ยืนเครื่องพระ-นาง<br><strong>วงดนตรี<br></strong>ใช้เพลงหน้าพาทย์ประกอบการรำ<br><strong>โอกาสที่ใช้ในการแสดง<br></strong>ปัจจุบันระบำชุดนี้ไม่ค่อยแพร่หลายนักทั้งนี้เพราะว่าบทร้องมีความหมายเฉพาะตัว ไม่เหมาะที่จะนำไปแสดง ณโอกาสอื่น<br><strong>ด.ช.อภิรักษ์ สุขศรี เลขที่9</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1898183079/0115095b13c0e5d9328836a790f28e1c/1C6DB4E7_7A13_431F_B2C3_5B80A2E58BCE.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-25 08:11:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2397690777</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2415177847</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติ : </strong>ระบำนพรัตน์ อยู่ในละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์ ตอนสุวรรณหงส์พาพราหมณ์เกศสุริยงไปชมถ้ำแก้ว ซึ่งกรมศิลปากรจัดแสดงให้ประชาชนชม ณโรงละครศิลปากร เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ปัจจุบันระบำชุดนี้นิยมนำมาแสดงเป็นชุดระบำเอกเทศ เพราะบทร้องและทำนองเพลงไพเราะ ท่ารำและเครื่องแต่งกายงาม<br><strong>การแต่งกาย&nbsp;</strong></div><div>ผู้แสดงแต่งชุดพระราชนิยมไทยจักรี หรือไทยจักรพรรดิ หรือแต่งกายแบบเบ็ดเตล็ดห่มสไบเฉียงตามสีอัญมณีทั้งเก้าชนิด พร้อมถนิมพิมพาภรณ์ ศิราภรณ์เกี้ยวดอกไม้ไหว<br><strong>โอกาสในการแสดง <br></strong>ในงานอวยพรต่างๆ<br><strong>ดนตรี<br>จะเข้</strong> เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องดีด มี 3 สาย เข้าใจว่าได้ปรับปรุงแก้ไขมาจากพิณ คือ กระจับปี่ซึ่งมี 4 สาย นำมาวางดีดกับพื้นเพื่อความสะดวก มีประวัติและมีหลักฐานครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา จะเข้ได้นำเข้าร่วมบรรเลงอยู่ในวงมโหรีคู่กับกระจับปี่ในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีผู้นิยมเล่นจะเข้กันมาก ทำให้กระจับปี่ค่อย ๆ หายไปในปัจจุบัน เนื่องจากหาผู้เล่นเป็นน้อย</div><div>ด.ญอมลมณี จอมคำสิงห์ เลขที่19 ม.3/6<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1911413014/d8e19d2d0fc3bbc15151acf714b55773/7B1EE874_42ED_44AA_9647_D48C1AE974E3.png" />
         <pubDate>2022-12-09 04:03:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2415177847</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำเทพบันเทิง                            เป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อแทรกในละครในเรื่องอิเหนา ตอน ลมหอบ เป็นระบำเทพบุตร และนางฟ้า ฟ้อนรำบำเรอองค์ปะตาระกาหลา ประดิษฐ์ท่ารำโดย หม่อมศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมต่วน) และอาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ ประพันธ์คำร้องประกอบเพลงแขกเชิญเจ้าและยะวาเร็วโดย ศาสตราจารย์มนตรี ตราโมท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2415180380</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ช.คมสัน เสริมศาสตร์ เลขที่20  ม.3/6 </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1380301668/b3f83ae35b9f7bc93dd5f52f0bd20b45/IMG_20221209_110512.jpg" />
         <pubDate>2022-12-09 04:07:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2415180380</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบําศรีชัยสิงห์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2415196333</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำศรีชัยสิงห์ เป็นระบำโบราณคดีที่วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ได้สร้างสรรค์ประดิษฐ์ท่ารำขึ้นใหม่จากจินตนาการศิลปกรรมภาพจำหลัก ซึ่งภาพจำหลักนี้ ได้ลอกเลียนแบบมาจากปราสาทเมืองสิงห์ เป็นโบราณสถานที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ดัดแปลงมาจากท่ารำของนางอัปสรบายน ในสมัยขอมบายน มาเป็นหมู่ระบำนางอัปสรฟ้อนรำถวายพระนางปรัชญาปารมิตา<br><br>เครื่องแต่งกายตัวเอก<br>เสื้อ รัดรูปสีน้ำตาลอ่อน คอกลม แขนสั้นเหนือศอก<br>ผ้า นุ่ง เป็นกระโปรงสำเร็จรูปแบบป้าย ทบซ้อนหน้า สีเหลืองทอง ยาวคลุมเข่า มีลูกไม้แถบสีทองเดินลายและปักเลื่อมดอกสีทอง ตัดเย็บด้วยผ้าผาดไทยชนิดมีลวดลายในตัว<br><br><br>ด.ญ.นัทธมน แสนแจ่มใส เลขที่28 <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1911430461/46928149e3bb3787724f77c8b4f93bba/inbound6778497607203630729.jpg" />
         <pubDate>2022-12-09 04:33:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/x8qcwg4vxpmb3gxn/wish/2415196333</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
