<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Dark Age Word 6/6-65 by </title>
      <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx</link>
      <description>ให้นักเรียน
1.สืบค้น ข้อมูล และหาภาพประกอบที่ต้องกับข้อมูลในประเด็นดังนี้
     a.คำที่ได้ไป หมายถึงอะไร
     b.คำที่ได้ไป เกี่ยวข้องและส่งผลต่อสมัยกลางอย่างไร 
2.นำข้อมูลงใน https://padlet.com/krutigerswu/bto36anl44wrwhmo</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-08-10 01:49:30 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-09-15 11:56:50 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>Black Death(ตัวอย่าง)</title>
         <author>krutigerswu</author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2257833201</link>
         <description><![CDATA[<div>Black Death หรือ กาฬโรคเป็นโรคภัยที่อันตรายมาก และทำให้คนยุโรปกว่า 1/3 ตายด้วยโรคชนิดนี้ พาหะมาจากหมัดหนู การระบาดเริ่มต้นที่ เมืองเอเคอร์ ในตุรกี เมื่อทหารมองโกลบุกล้อมเมือง เอเคอร์ แล้วเกิดกาฬโรค ทหารมองโกลเกิดไอเดียบรรเจิดขึ้น โดยการยิงศพเข้าไปในเมือง (โดยใช้ turbache เครื่องยิงหินของไบแซนไทน์) ส่งผลให้กาฬโรค และเมื่อกลับมาค้าขายกับทางอิตาลี คนอิตาลีก็เลยเอาไปติดทั่วยุโรปไปหมด ประมาณการว่าตายไป 30 ล้านหรือมากกว่านั้น<br>ที่มา<br>1.History.com editors. Black Death [ออนไลน์]. 2019,<br><br></div><div>แหล่งที่มา : <a href="https://www.history.com/topics/middle-ages/black-death">https://www.history.com/topics/middle-ages/black-death<br></a><br></div><div>2.Ancient-origins.net. Secrets Behind the Creepy Plague Doctor Mask and Costume [ออนไลน์] , 15 March,2019, แหล่งที่มา : <a href="https://www.ancient-origins.net/artifacts-ancient-technology/secrets-behind-plague-doctor-mask-terrifying-costume-009201">https://www.ancient-origins.net/artifacts-ancient-technology/secrets-behind-plague-doctor-mask-terrifying-costume-009201<br></a><br></div><div>3.ไอยฤทธิ์ ไทยพิสุทธิกุล, ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, กาฬโรค : โรคอุบัติซ้ำ, วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข 2553. แหล่งที่มา :<br><br></div><div><a href="https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/2954/6-p.%20Iyarit.pdf?sequence=2&amp;isAllowed=y">https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/2954/6-p.%20Iyarit.pdf?sequence=2&amp;isAllowed=y</a><br><br>นายกิตติศักดิ์ วันงาม ม.6/12 เลขที่&nbsp; 100</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1439087746/637b79405076684cb44b10cfc8d69b2c/image.png" />
         <pubDate>2022-08-10 01:49:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2257833201</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Black Death(ตัวอย่าง)</title>
         <author>krutigerswu</author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2257833206</link>
         <description><![CDATA[<div>Black Death หรือ กาฬโรคเป็นโรคภัยที่อันตรายมาก และทำให้คนยุโรปกว่า 1/3 ตายด้วยโรคชนิดนี้ พาหะมาจากหมัดหนู การระบาดเริ่มต้นที่ เมืองเอเคอร์ ในตุรกี เมื่อทหารมองโกลบุกล้อมเมือง เอเคอร์ แล้วเกิดกาฬโรค ทหารมองโกลเกิดไอเดียบรรเจิดขึ้น โดยการยิงศพเข้าไปในเมือง (โดยใช้ turbache เครื่องยิงหินของไบแซนไทน์) ส่งผลให้กาฬโรค และเมื่อกลับมาค้าขายกับทางอิตาลี คนอิตาลีก็เลยเอาไปติดทั่วยุโรปไปหมด ประมาณการว่าตายไป 30 ล้านหรือมากกว่านั้น<br>ที่มา<br>1.History.com editors. Black Death [ออนไลน์]. 2019,<br><br></div><div>แหล่งที่มา : <a href="https://www.history.com/topics/middle-ages/black-death">https://www.history.com/topics/middle-ages/black-death<br></a><br></div><div>2.Ancient-origins.net. Secrets Behind the Creepy Plague Doctor Mask and Costume [ออนไลน์] , 15 March,2019, แหล่งที่มา : <a href="https://www.ancient-origins.net/artifacts-ancient-technology/secrets-behind-plague-doctor-mask-terrifying-costume-009201">https://www.ancient-origins.net/artifacts-ancient-technology/secrets-behind-plague-doctor-mask-terrifying-costume-009201<br></a><br></div><div>3.ไอยฤทธิ์ ไทยพิสุทธิกุล, ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, กาฬโรค : โรคอุบัติซ้ำ, วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข 2553. แหล่งที่มา :<br><br></div><div><a href="https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/2954/6-p.%20Iyarit.pdf?sequence=2&amp;isAllowed=y">https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/2954/6-p.%20Iyarit.pdf?sequence=2&amp;isAllowed=y</a><br><br>นายกิตติศักดิ์ วันงาม ม.6/12 เลขที่&nbsp; 100</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1439087746/637b79405076684cb44b10cfc8d69b2c/image.png" />
         <pubDate>2022-08-10 01:49:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2257833206</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Manor</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2258264291</link>
         <description><![CDATA[<div>Manor แปลว่า คฤหาสน์ ในที่นี้หมายถึงบริเวณที่ดินที่กว้างใหญ่รอบ ๆ คฤหาสน์ของขุนนาง&nbsp; ขนาดของที่ดินขึ้นอยู่กับอำนาจ และความั่งคั่งของเจ้าของ บริเวณรอบคฤหาส์จะมีหมู่บ้าน มีปราสาทของลอร์ดอยู่กลาง ล้อมรอบด้วยกระท่อมของชาวนารวมกันเป็นหมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งโรงสี โรงตีเหล็ก วัดเล็กๆ และบ้านสำหรับพระประจำหมู่บ้าน รอบนอกของหมู่บ้านก็คือ ทุ่มโล่งสำหรับการเกษตร ทุ่งหญ้าและป่าไม้ เนื้อที่ใช้เพาะปลูก 1 ใน 3 จะถูกกันไว้สำหรับลอร์ด อาจจะรวมอยู่ในเนื้อที่เดียวกัน หรือกระจายกันอยู่ตามส่วนต่างๆของแมเนอร์ สำหรับทุ่งหญ้า และเนื้อที่ว่างเปล่าอื่น ๆ รวมทั้งบริเวณป่าไม้ก็จะถือเป็นที่ดินส่วนกลางที่ลอร์ดหรือชาวนาจะใช้ก็ได้ แต่ละแมนเนอร์จะมีการผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองโดยขุนนางควบคุมการผลิต ที่ดินที่ขุนนางให้ชาวนาทาสติดที่ดินทำจะแบ่งการเพาะปลูกในระบบ Three field System ออกเป็น 3 ส่วน หมุนเวียนทำ ปีแรกทำ แปลงที่ 1 และ 2&nbsp; ส่วน แปลงที่ 3 จะเก็บไว้เลี้ยงสัตว์&nbsp;<br><br>ช่วงยุคกลางตอนต้นเป็นสมัยของระบบฟิวดัล (ศักดินาสวามิภักดิ์) ซึ่งเป็นระบบที่<br>- ทุกคนเป็นข้ารับใช้ผู้ที่เหนือกว่าตนเสมอ (ข้ารับใช้ ขุนนาง กษัตริย์ จักรพรรดิ พระสันตะปาปา)<br>- กระจายอำนาจไปยังขุนนางเจ้าของที่ดินต่างๆ<br>ระบบฟิวดัลจึงทำให้เกิดเศรษฐกิจแบบแมนเนอร์ (MANOR) ส่งผลให้แมนเนอร์เป็นชุมชนที่สมบูรณ์ในตัวเอง โดยมีระบบแลกเปลี่ยนกันแบบสินค้ากับสินค้าเป็นหลักในแมนเนอร์นั้นๆ<br><br>แหล่งที่มา&nbsp;<br>1.https://feudalism603.blogspot.com/2019/09/manorial-system.html<br><br>2.http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/social04/18/middleages/manor_system_i.html<br><br>3.http://e-learning.triamudom.ac.th/courses/60/so04/03.html<br><br>นางสาวตีรณา มัดฉลาด ม.6/6 เลขที่ 29</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1769346102/a7d32c9bb88f0452dd0a2b6281b3ae93/2__1_.jpg" />
         <pubDate>2022-08-10 14:49:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2258264291</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Epic</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2259232423</link>
         <description><![CDATA[<div>มหากาพย์ (epic) หรือที่เรียกว่า ชาซอง เดอ กาสต์ เป็นเรื่องราวของการสร้างวีรกรรมของวีรบุรุษในอดีต ซึ่งเป็นที่นิยมของพวกชนชั้นสูง โดยนิยมประพันธ์ด้วยโคลงกลอน วรรณกรรมประเภทนี้ได้แก่&nbsp; ชาซอง&nbsp; เดอ โรลองด์ ( chason de roland ) เป็นเรื่องราวการต่อสู้ของโรลองด์ ทหารคนสนิทของจักรพรรดิชาร์เลอมาญกับกองทัพของพวกซาราเซ็นซึ่งเป็นมุสลิมที่เดินทัพมาจากสเปนเพื่อพิชิตยุโรปตะวันตก กองทัพของโรลองด์ถูกฝ่ายมุสลิมซุ่มโจมตีในเทือกเขาพิเรนีส และเสียชีวิตในสนามรบ จากวรรณกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติ ความกล้าหาญ ความเสียสละของนักรบ อุดมการณ์ จริยธรรม ตลอดจนความมีศรัทธาในคริสต์ศาสนา จึงส่งผลให้ในยุคกลางมีความเชื่อและศรัทธาในศาสนาเป็นอย่างมาก<br><br>แหล่งที่มา<br>&nbsp;https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-play/wrrnkrrm<br><br>http://worldcivil14.blogspot.com/2014/01/blog-post_8248.html?m=1<br><br>https://sites.google.com/site/prawatisastrr/phathnakar-khxng-yurop-smay-klang/xary-thr-rm-smay-k<br><br>นางสาวศศิวิมล ฉุนราชา ม.6/6 เลขที่ 6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1770233984/41b1b52a0432b9c02577e4401a3cffa4/550075.jpg" />
         <pubDate>2022-08-11 17:25:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2259232423</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Germanen</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2259786782</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp;Germanen (ชนเผ่าเยอรมัน) มีต้นกำเนิดมาจากบริเวณที่เป็นรัสเซียและเอเซียทางตอนเหนือในปัจจุบัน ประมาณก่อน 5,500 ถึง 5,000 ปี ได้มีการพัฒนาทางภาษาจนแยกออกเป็นกลุ่มชนเผ่าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น คือ เคลเทิน (Kelten) แกร์มาเนิน อิตาเลีย (Germanen-Italia) และ บัลโทสลาเวิน (Balto-Slawen) ตั้งแต่ 4000 ปี ถึง 1000 ปี ก่อนคริสตกาล หรือในยุคบรอนซ์กลุ่มชนเผ่าเหล่านี้ค่อยๆเคลื่อนย้ายเป็นระลอก ลงมายังดินแดนยุโรปทางตอนเหนือในปัจจุบัน ในการเคลื่อยย้ายอพยพนี้เป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้เกิดการผสมผสานกลมกลืนของภาษาและวัฒนธรรมระหว่างผู้อพยพและผู้ที่อยู่ดั้งเดิม <br>&nbsp; &nbsp; ชนเผ่าเยอรมันได้เข้ารุกรานจักรวรรดิโรมันทำให้จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายในปี ค.ศ.476 เกิดยุคกลางตอนต้น<br><br>แหล่งที่มา<br>1. <a href="https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-3/germanen/index.html">https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-3/germanen/index.html</a><br><br> 2. <a href="https://youtu.be/UVqmjvNqREU">https://youtu.be/UVqmjvNqREU</a><br><br>นางสาวศตพร ดวงแก้ว ม.6/6 เลขที่ 40</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1770759413/7796a65df2308bb0a2f135f1d5aa0a11/E93C9742_3CBA_4C45_ADC8_1A69C2C49A0C.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-12 12:27:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2259786782</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Vassal </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260312774</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>Vassal แปลว่า </strong>ข้า ผู้ครอบครองที่ดินโดยได้รับสิทธิมาจากพระเจ้าแผ่นดิน หมายถึง ข้า ผู้ครอบครองที่ดินโดยได้รับสิทธิมาจากพระเจ้าแผ่นดิน&nbsp;</div><div><strong>ลักษณะความสัมพันธ์ความสัมพันธ์ในระบบฟิวดัล</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบฟิวดัลเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง Lord (เจ้านาย) กับVassal (ผู้พึ่ง) เป็นระบบการระจายอำนาจ<br>ออกจากศูนย์กลางกษัตริย์ไปยังขุนนางแคว้นต่างๆ ขุนนางต่างมีกองทัพของตนเอง</div><div><strong>ลักษณะความสัมพันธ์ความสัมพันธ์ในระบบฟิวดัล</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; หน้าที่ของ&nbsp; Lord คือพิทักษ์รักษา <strong>Vassal</strong> และที่ดินของ<strong> Vassal</strong> จากศัตรูและให้ความยุติธรรม ปกป้องคุ้มครองในการพิจารณาคดี&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div><strong>โครงสร้างทางสังคมของระบบฟิวดัล</strong></div><div>&nbsp; 1.&nbsp; กษัตริย์ มีฐานะเป็น Lord สูงสุดโดยมีขุนนางเป็น <strong>Vassal </strong>มีพันธะผูกพันทางหน้าที่ ต่อกันกษัตริย์จะพระราชทานที่ดินเป็นการมอบหมายอำนาจในการปกครองให้กับขุนนาง อำนาจของกษัตริย์อ่อนลงปกครองราษฎร์ที่อยู่รอบพระนคร&nbsp; ดินแดนส่วนอื่นๆเป็นของขุนนาง&nbsp; และมีความผูกพันกับกษัตริย์โดยยกย่องให้เป็นหัวหน้า&nbsp; มีข้อผูกพันกับกษัตริย์เพราะมีที่ดินอยู่ในอาณาเขตจึงยอมเป็น <strong>Vassal</strong> มีหน้าที่ช่วยเหลือพระเจ้าแผ่นดินยามสงคราม ที่ดินที่กษัตริย์พระราชทานให้สามารถริบคืนได้ ถ้า<strong>Vassal </strong>ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือสิ้นชีวิตโดย ไม่มีทายาท</div><div>2. ชนชั้นปกครองหรือขุนนางเจ้าของที่ดิน (Suzerain) นับตั้งแต่อัศวินขึ้นไปในฝรั่งเศส มีบรรดาศักดิ์เป็นDuke,Earl, Lord, Baron, Count มีการปกครองลดหลั่นตามลำดับขั้น ดูแลปกครองเสรีชน และเสรีชนมีฐานะเป็น <strong>Vassal</strong> ของขุนนาง&nbsp; ขุนนางมีฐานะเป็นทั้ง<strong> Vassal </strong>ของกษัตริย์ ซึ่ง<br><strong>Vassal </strong>มีหน้าที่ส่งทหารของตนไปสมทบกับกองทัพของ Lord &nbsp; และช่วยเหลือทางการเงินแก่ Lord&nbsp; &nbsp;</div><div>ขุนนางชั้นสูงยังมีฐานะเป็น Lord ของขุนนางชั้นต่ำกว่าลงมา ขุนนางเป็นเจ้าของปราสาทหรือคฤหาสน์ยังมีขุนนางที่ผ่านการฝึกได้รับการสถาปนาแต่ตั้งให้เป็นอัศวิน (Knight)</div><div><strong>&nbsp;<br>แหล่งข้อมูล</strong></div><div>1.https://dictionary.campus-star.com/translate/?word=vassal</div><div><br></div><div>2.http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/social04/18/middleages/feudal_system_i.html</div><div><br></div><div>3.https://youtu.be/UVqmjvNqREU</div><div><br></div><div>นางสาวศิรประภา ใจหมั้น ม.6/6 เลขที่ 43</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771214865/fc13d6a390b11fb7fea5e4bc70a8d77c/58110685_CE24_40FE_A2F8_40BD9AF88924.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-13 12:48:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260312774</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Gothic</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260326967</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;" GOTHIC " ศิลปะกอทิก เป็นศิลปะสวยงามในสมัยกลาง<br>ที่พัฒนาจากทางตอนเหนือของ ฝรั่งเศษ แตกแขนงมาจากศิลปะโรมันในศตวรรษที่ 12 เป็นช่วงที่เกิดการพัฒนาสถาปัตยกรรมโกธิคในเวลาเดียวกัน ต่อมามันได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรปตะวันตก ภาคทางใต้และยุโรปกลางโดยเฉพาะในอิตาลี ในปลายศตวรรษที่ 14 ศิลปะแนวกอทิกแบบสากลได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งยังคงพัฒนาต่อไปจนถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 15&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ศิลปะโกธิกเป็นลักษณะเด่นที่สุดของยุโรปสมัยกลาง ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 มีลักษณะอ่อนโยนเหมือนจริงตามธรรมชาติ และให้ความสำคัญกับลักษณะของมนุษย์นิยมมาก เป็นศิลปะของยุโรปที่สะท้อนถึงอิทธิพลของคริสต์ศาสนา และหลุดพ้นจากอิทธิพลของศิลปะ กรีก-โรมัน อย่างแท้จริง<br>&nbsp;แหล่งอ้างอิง &nbsp;<br>https://www.pennpat.org/&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; http://www.afaps.ac.th/~edbart/website/news/public/PR00037.pdf<br>http://www.ngwk.ac.th/web/social/em-orn/west-culture/page16.htm<br><br>นางสาว พิชชาพร เชื้อสกุล ม.6/6 เลขที่ 33</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771257232/648c3a255e52f858108b24ce37ef0c49/Westminster_Hall_edited.jpg" />
         <pubDate>2022-08-13 13:51:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260326967</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Comitatus</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260354654</link>
         <description><![CDATA[<div>Comtitatus คือประเพณีอย่างหนึ่งของชนเผ่าเยอรมัน ที่ บริวารคนสำคัญของกษัตริย์(companion) หรือชายฉกรรจ์หรือนักรบ จะต้องสาบานว่าจะจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ต่อหัวหน้าของตนทั้งในยามสงบและยามสงคราม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของชนเผ่าเยอรมัน ต่อมาแนวคิดนี้ได้ถูกประสมประสานเข้าประเพณีของชาวโรมันและได้พัฒนาเป็นรากฐานสำคัญของระบบฟิวดัลในยุโรปสมัยกลาง &nbsp;<br><br>แหล่งอ้างอิง<br><a href="https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/download/70018/56876">https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/download/70018/56876</a><br>https://th.m.wikipedia.org/wiki/อนารยชน<br><br>นายนพรุจ บุญที่สุด ม.6/6 เลขที่ 4</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771212878/fe97f55d904066849a4c5771ac87c2e5/5337FB19_E7F8_4DD4_A7AA_07CAD43A0868.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-13 15:27:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260354654</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Feudalism</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260376176</link>
         <description><![CDATA[<div>     คำว่า feudalism มาจากคำว่า fiefs ที่หมายถึงที่ดินพันธสัญญาระหว่างเจ้านายกับข้า สามารถแปลเป็นไทยได้ว่า “ระบบฟิวดัล” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเพณีของชาวโรมันผสมผสานเข้ากับประเพณีคอมิเตตัสของเหล่าอนารยชนเผ่ากอท&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; แนวคิดของระบบนี้มีอยู่ว่า กษัตริย์เป็นเจ้าของที่ดิน และได้แบ่งที่ดินให้ขุนนางและอัศวินเพื่อนำไปทำประโยชน์ ส่วนขุนนางและอัศวินก็ต้องรับใช้และจงรักภักดีต่อกษัตริย์เพื่อเป็นการตอบแทน ซึ่งถือว่าเป็นการปกครองแบบกระจายอำนาจ โดยขุนนางคือผู้ที่มีอำนาจมากที่สุด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยระบบฟิวดัลนี้เป็นระบบที่ใช้ปกครองกันในยุคกลาง ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบแมเนอร์หรือเศรษฐกิจแบบเลี้ยงชีพ และมีการแบ่งชนชั้นต่างๆเกิดขึ้นในสมัยนั้น โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น5ชนชั้นคือ<br>1.กษัตริย์<br>2.ชนชั้นปกครอง หรือ ขุนนางและอัศวินผู้เป็นเจ้าของที่ดิน<br>3.เสรีชน หรือ ผู้เช่าที่ดิน(ส่วนใหญ่เป็นชาวนา)<br>4.ทาสติดที่ดิน (ชาวนาที่ที่อยู่ในการควบคุมของเจ้านาย ไม่สามารถย้ายพื้นที่ทำกินได้)<br>5.พระและนักบวช(ไม่จำเป็นต้องใช้ที่ดินเพราะมีหน้าที่อบรมจิตใจประชาชน)<br><br>แหล่งที่มา<br>1.<a href="https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-tn/rabb-fiwdal-feudalism">https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-tn/rabb-fiwdal-feudalism</a><br><br>2.<a href="http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/hist/93.htm">http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/hist/93.htm</a><br><br>นางสาวฤดีณัฏฐ์ ราชธา ม.6/6 เลขที่7</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771325746/b83d82b644ed64d9c1eddb24fc59e869/A5B77F95_8994_4ABF_A450_CA84A42802F6.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-13 16:50:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260376176</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Holy Roman Empire</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260475194</link>
         <description><![CDATA[<div>1.จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นอภิมหาอำนาจในอดีต เป็นจักรวรรดิซึ่งประกอบด้วยดินแดนหลากเชื้อชาติในยุโรปกลาง ก่อกำเนิดขึ้นในสมัยกลางตอนต้นและล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1806 โดย ราชอาณาจักรเยอรมนีถือเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 962 แว่นแคว้นในจักรวรรดิ รองลงมาคือ ราชอาณาจักรโบฮีเมีย ราชอาณาจักรบูร์กอญ ราชอาณาจักรอิตาลี​&nbsp; ในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 800 สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 3 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกให้<br>ชาร์เลอมาญ กษัตริย์แห่งชาว<br>แฟรงก์ ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งชาวโรมันโดยปกครองดินแดนทั้งหมดในยุโรปตะวันตก ลูกหลานของชาร์เลอมาญก็ได้สืบทอดบัลลังก์นี้ไปจนถึง ค.ศ. 899 หลังจากนั้นบัลลังก์แห่ง<br>แฟรงก์ก็ตกไปเป็นของผู้ปกครองชาวอิตาลีจนถึง ค.ศ. 924 บัลลังก์ได้ว่างลงเป็นระยะเวลากว่า 38 ปี จนเมื่อพระเจ้าอ็อทโทแห่งเยอรมนีสามารถพิชิตอิตาลีได้ พระองค์ก็เจริญรอยตามชาร์เลอมาญ โดยให้พระสันตะปาปาประกอบพิธีราชาภิเษกพระองค์ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งชาวโรมันเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 962 เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวรรดิซึ่งจะดำรงอยู่กว่าแปดศตวรรษจากนี้<br><br>2.ในสมัยกลาง ผู้ที่จะเป็นจักรพรรดิก็ต้องให้องค์สันตะปาปา (Pope) สวมมงกุฏให้ จักรวรรดิโรมันที่เจ้าเยอรมันรื้อฟื้นตั้งขึ้นใหม่ จะเรียกโดยการเติมคำว่า “holy” เข้าข้างหน้า เป็น the Holy Roman Empire (ช่วง ค.ศ.962-1806)<br><br>แหล่งที่มา 1.https://www.blockdit.com/posts/61a4c8290876ba0c979014e3<br><br>2.https://www.watnyanaves.net/en/book-reading/341/21<br><br>น.ส.มนัสนันท์​ พราหมณ์​เล็ก​ ม.6/6​ เลขที่12</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1768984564/09faef7fa222059ee76796f09f744654/1200px_Banner_of_the_Holy_Roman_Emperor__after_1400__svg.png" />
         <pubDate>2022-08-14 02:17:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260475194</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Feudalism</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260493985</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;คำว่า feudalism มาจากคำว่า fiefs หมายถึง ที่ดินพันธสัญญาระหว่างเจ้านายกับข้า โดยเกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดิน และ ระบบเศรษฐกิจเป็นแบบแมเนอร์ ระบบฟิวดัลเป็นระบบการปกครองในยุโรปสมัยกลางที่กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนในสังคม <br>ระบบฟิวดัล หรือ ศักดินาสวามิภักดิ์&nbsp; เกิดจากประเพณีของชาวโรมันผสมผสานเข้ากับประเพณีคอมิเตตัส ของพวกอนารยชนเผ่ากอทหรือเยอรมัน&nbsp; &nbsp; ระบบฟิวดัลเน้นระบบ "ต่างตอบแทน" โดยยึดหลักการว่า กษัตริย์เป็นเจ้าของที่ดิน แบ่งที่ดินให้ขุนนางและอัศวินไปทำประโยชน์ ขุนนางและอัศวินต้องรับใช้และจงรักภักดีต่อกษัตริย์เพื่อเป็นการตอบแทน โดยคนที่มีอำนาจมากที่สุดคือ ขุนนาง <br>&nbsp;   ระบบฟิวดัลมีพัฒนาการมาตั้งแต่จักรวรรดิโรมันเสื่อมอำนาจ และปรากฏชัดเจนในปลายสมัยราชวงศ์คาโรแลงเจียน เมื่อกษัตริย์เสื่อมอำนาจลงได้เกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างกลุ่มผู้ปกครอง ทำให้พวกเยอรมันเผ่าอื่นรุกราน ส่งผลให้ประชาชนขาดความมั่นคงและหันไปพึ่งขุนนางที่ปกครองท้องถิ่นของตนทำให้ขุนนางแต่ละเขตปกครองมีอำนาจมาก ส่วนกษัตริย์หรือประมุขของดินแดนต่างๆ ไม่มีอำนาจที่แท้จริง<br>&nbsp;  <strong>โครงสร้างทางสังคมของระบบฟิวดัล<br></strong>1.กษัตริย์ มีฐานะเป็น Lord สูงสุดโดยมีขุนนางเป็น Vassal มีพันธะผูกพันทางหน้าที่ต่อกัน <br>2.ชนชั้นปกครองหรือขุนนางเจ้าของที่ดิน (Suzerain) <br>3.เสรีชน (villain) ส่วนใหญ่เป็นชาวนา<br>4.ทาสติดที่ดิน(serf)&nbsp; คือชาวนาที่อาศัย ทำกินบนที่ดินตั้งแต่บรรพบุรุษ ต้องผูกติดกับที่ดิน จะโยกย้ายไปไหนไม่ได้ อยู่ในการควบคุมของเจ้านาย ต้องเสียภาษีรัชชูปการ ภาษีผลิตผลที่ผลิตได้ให้เจ้านาย ยอมให้เจ้านายเกณฑ์แรงงานขุดคู สร้างสะพาน <br>5.พระและนักบวช มีบทบาททางการอบรมจิตใจให้แก่สามัญชน<br>แหล่งที่มา<br>1.<a href="https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-tn/rabb-fiwdal-feudalism">https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-tn/rabb-fiwdal-feudalism</a><br><br>2.<a href="http://www.digitalschool.club/digitalschool/social2_1_1/m4_1/content/lesson2/more2_3/item6.php">http://www.digitalschool.club/digitalschool/social2_1_1/m4_1/content/lesson2/more2_3/item6.php</a><br><br>น.ส.ปัญญาภัทร ศานติยุกต์ ม.6/6 เลขที่ 2</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771446584/83a200f52974813e33d153f2e9230671/FCF1F292_6153_4D06_A1A7_31EA8E2AF142.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-14 03:54:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260493985</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ราชวงศ์การอแล็งเฌียง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260522357</link>
         <description><![CDATA[<div>ราชวงศ์การอแล็งเฌียงเป็นราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรแฟรงก์ในยุโรปหลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก</div><div>มีความสำคัญต่อยุคกลางโดย ค.ศ.7และ8 ชาวแฟรงก์ภายใต้การปกครองของราชวงศ์การอแล็งเฌียงได้สถาปนาจักรวรรดิขึ้นซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันตก ไปจนถึงค.ศ.9 ก็คือ<br>จักรวรรดิการอแล็งเฌียงนั่นเอง<br><br>แหล่งที่มา<br>1.<a href="https://artsandculture.google.com/entity/m0m0w0?hl=th">https://artsandculture.google.com/entity/m0m0w0?hl=th</a><br>2.<a href="https://sites.google.com/site/olderhis/middle-ages/smay-klang-hrux-yukh-klang">https://sites.google.com/site/olderhis/middle-ages/smay-klang-hrux-yukh-klang</a><br><br>น.ส.ชาลิสา สุวรรณทัต ม.6/6 เลขที่11</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1768985674/54865026b929962e82a7ea2d82d26f4a/67BF3B0F_8BF9_44AD_A288_959F4773A271.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-14 05:37:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260522357</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Excommunicate</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260861043</link>
         <description><![CDATA[<div>excommunicate คือ การตัดขาดจากศาสนาหรือการลงโทษเพื่อขับไล่บุคคลหนึ่งให้พ้นจากการเป็นสมาชิกของศาสนจักร<br><strong>ศาสนาคริสต์</strong><br>คริสต์ศาสนิกชน เชื่อว่า "<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%94&amp;action=edit&amp;redlink=1">นอกคริสตจักรไม่มีความรอด</a>" ดังนั้นการถูกตัดขาดจากคริสตจักร จึงเท่ากับต้องตกนรก ภายหลังเสียชีวิต โรมันคาทอลิก จึงใช้มาตรการนี้ควบคุมรัฐและประชาชนให้เคารพเชื่อฟังสันตะสำนัก <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A9%E0%B8%81">พิธีราชาภิเษก</a>พระมหากษัตริย์ต้องได้รับการรับรองจากพระสันตะปาปา เมื่อพระมหากษัตริย์พระองค์ใด ขัดแย้งกับพระสันตะปาปาและถูกตัดขาดจากคริสตจักร ขุนนางและประชาชนอาจใช้เป็นข้ออ้างก่อกบฏได้ ดังกรณีของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_4_%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C">จักรพรรดิไฮน์ริชที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์</a> ถูก<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7">สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 7</a> ตัดขาดจากคริสตจักร พระองค์จึงต้องรีบไปเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาเพื่อขอประทานอภัยโทษ<br>อ้างอิง<br>https://slideplayer.in.th/slide/14759769/<br><br>https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2<br>น.ส. ชุติกาญจน์ จันทร์ฟู ม.6/6 เลขที่ 20<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771824837/ccaf2847a166e8a518878a3905ed67b2/BF0E1AB3_17BC_4C51_8677_409764E2FA16.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-15 02:50:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2260861043</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Charlemagne</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261153267</link>
         <description><![CDATA[<div>Charlemagne(ชาร์เลอมาญ)เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรแฟรงก์ (ฝรั่งเศสโบราณ) ตั้งแต่ ค.ศ. 768 จนถึงวันสวรรคต เป็นผู้ทำให้ราชอาณาจักรแฟรงก์รวมเป็นหนึ่งเดียวและเรืองอำนาจ<br><br>ชาร์เลอมาญได้รับการขนานพระนามว่าเป็น "พระบิดาแห่งยุโรป" จากการที่รวมรวมดินแดนยุโรปตะวันตกเป็นปึกแผ่นครั้งแรกนับตั้งแต่จักรวรรดิโรมัน และชาร์เลอมาญยังเป็นผู้ริเริ่มสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในจักรวรรดิการอแล็งเฌียงอีกด้วย<br><br>อ้างอิง<br>https://web.archive.org/web/20120117151907/http://www.karlspreis.de/preistraeger/seine_heiligkeit_papst_johannes_paul_ii/ansprache_von_seiner_heiligkeit_papst_johannes_paul_ii.html<br>https://www.baanjomyut.com/library/bigm/big09/06.html<br><br>นายพลวัฒน์ ชะนะค้า ม.6/6 เลขที่14<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1769306590/3407d97df976903693f08e7b9be32684/image.png" />
         <pubDate>2022-08-15 11:53:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261153267</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Castle</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261899847</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>Castle</strong> มาจากภาษาละติน “Castellum” แปลงเป็น “castrum” ที่แปลว่า “สิ่งก่อสร้างที่สร้างเสริม” หมายถึงสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการป้องกันข้าศึกซึ่งเป็นสัญลักษณ์หลักของสมัยกลาง ความหมายของคำว่าปราสาทยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่โดยทั่วไปแล้วปราสาทมีความหมายต่างจากคำว่า “ป้อม” (fort) และ “ป้อมปราการ” (fortress) แต่ Castle เป็นที่ประทับของกษัตริย์หรือขุนนางในบริเวณที่เป็นจุดที่ต้องมีการป้องกันจากข้าศึก</div><div><br></div><div>ปราสาทสไตล์ยุโรปมีต้นกำเนิดในศตวรรษที่ 9 และ 10 หลังจากการล่มสลายของอาณาจักรการอแล็งเฌียง ส่งผลให้อาณาเขตของมันถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มขุนนางและเจ้าชายแต่ละคน ขุนนางเหล่านี้สร้างปราสาทเพื่อควบคุมพื้นที่โดยรอบทันทีและปราสาทมีทั้งโครงสร้างที่น่ารังเกียจและป้องกัน มีการจัดเตรียมฐานที่สามารถเปิดการจู่โจมได้เช่นเดียวกับการป้องกันจากศัตรู และยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการปกครองและสัญลักษณ์แห่งอำนาจอีกด้วย&nbsp; Castle ในเมืองถูกใช้เพื่อควบคุมประชากรในท้องถิ่นและเส้นทางการเดินทางที่สำคัญ และ Castle ในชนบทมักตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ที่เป็นส่วนสำคัญของชีวิตในชุมชนเช่นโรงสีที่ดินที่อุดมสมบูรณ์หรือแหล่งน้ำ</div><div><br>อ้างอิง</div><div>1.<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97">https://th.wikipedia.org/wiki/ปราสาท</a></div><div>2.<a href="https://hmong.in.th/wiki/Castle">https://hmong.in.th/wiki/Castle</a><br><br>นางสาววิชาดา บัววัน ม.6/6 เลขที่ 9</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771218497/0be13e5774b6236a2272e28c725353b3/26578E44_EAF8_4A98_B881_26978845E0BD.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-16 05:06:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261899847</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ostrogoths</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261901635</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>Ostrogoths(ชาวออสโตรกอส)</strong>ก่อตั้งรัฐในกรุงโรมในอิตาลีและ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99">คาบสมุทรบอลข่าน</a>อยู่ชั่วระยะหนึ่ง และในช่วงนั้นก็รวมส่วนใหญ่ของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2">ฮิสเปเนีย</a> และตอนใต้ของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5">กอล</a><strong><br><br></strong>ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 แต่เมื่อมาถึงกลางคริสต์ศตวรรษ ออสโตรกอทก็ถูกพิชิตโดยโรมใน<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%81&amp;action=edit&amp;redlink=1">สงครามกอทิก</a> (ค.ศ. 535–554) ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่อิตาลี<br><br>เเหล่งที่มา<br><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%97">https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%97</a><br><br>น.ส.ลลิตา วงศ์เพชรชารัต ม.6/6 เลขที่15</div>]]></description>
         <enclosure url="https://th.m.wikipedia.org/wiki/ชาวออสโตรกอท" />
         <pubDate>2022-08-16 05:09:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261901635</guid>
      </item>
      <item>
         <title>RICHARD THE LIONHEART</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261925146</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระเจ้า Richard ที่ 1 แห่งอังกฤษ ท่านครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งประเทศอังกฤษ ในช่วงปี ค.ศ. 1189- ค.ศ. 1199 ท่านมักจะถูกเรียกด้วยพระนามว่า Richard the Lionheart สำหรับฉายานี้ก็ได้มาในครั้งที่พระองค์ทรงแสดงความเป็นวีรบุรุษ ทำให้ทางด้านวรรณกรรมก็กล่าวถึงพระองค์ในแง่นั้นอยู่เสมอ โดยท่านทรงเป็นผู้บัญชาการกองทัพกลางใน สงครามครูเสดครั้งที่ 3 อีกทั้งยังมีชัยชนะเหนือซาลาดิน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่าพระองค์ มีความสามารถทางการทหารอย่างเปี่ยมล้น ด้วยเหตุนี้การศึกที่สร้างชื่อให้แก่พระองค์ก็คือ สงครามครูเสดครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นสงครามการปะทะกันระหว่างคริสเตียนกับ มุสลิม ซึ่งเป็นสงครามอันยาวนานดำเนินต่อกันมานับร้อยปี ทางกองทัพของมุสลิม ณ ตอนนั้น นำโดยซาลาดิน ซึ่งท่านก็เป็นอีกหนึ่งกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงทางการรบผู้ยิ่งใหญ่ หลังจากเกิดการสู้รบกันยาวนาน มีทหารกล้าล้มตายจำนวนมาก สุดท้ายกองทัพทั้ง 2 ฝ่าย ต่างก็ยอมทำสัญญาสงบศึกกัน ซึ่งมีเงื่อนไข คือ ยินยอมให้ชาวคริสเตียนเดินทางไปเยรูซาเล็มได้ โดยห้ามพบอาวุธเข้าไปด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการไปสัมผัสถึงความน่าเกรงขาม ณ ปัจจุบันรูปปั้นของพระองค์ตั้งอยู่บริเวณนอกวังWestminster กรุง Londonประเทศอังกฤษ<br><br>แหล่งที่มา<br>1.<a href="https://th.eferrit.com/richard-the-lionheart/">https://th.eferrit.com › richard-the-li...ชีวประวัติของ Richard the Lionheart&nbsp;</a></div><div>2.<a href="https://www.justanotheremperor.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-richard-the-lionheart/">ประวัติของ Richard the Lionheart | ตำนานกษัตริย์แห่งสปาตัน ประวัติศาสตร์ โบราณสถานประเทศกรีก</a></div><div>3.<a href="https://hmong.in.th/wiki/Richard_I_of_England">ริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ ชีวิตในวัยเด็ก การภาคยานุวัติในอากีแตนและราชาและผู้ทำสงคราม</a></div><div>&nbsp;<br>น.ส.ต้นกล้า รักษายศ ม.6/6 เลขที่10</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771953269/ba71fa496d7ffcffb43711dc4d502622/7A048BB2_533B_4B65_A089_E2B3C2B72658.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-16 05:42:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2261925146</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Vikings</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262006980</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ไวกิ้ง เป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษานอร์สโบราณว่า (<strong>Vikingr</strong>) มีความหมายว่า<em>โจรสลัด</em> และ (<strong>Viking</strong>) มีความหมายว่า <em>การปล้นทางเรือ </em><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ชาวไวกิ้งเริ่มเข้ามาในยุโรปมากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุแรก คือ ยุโรปมีความอุดมสมบูรณ์ มีอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีหลายกลุ่มรวมไปถึงชาวนอร์ส (ชาวสแกนดิเนเวียร์) สนใจที่จะเข้ามาค้าขายหรือมาปล้นยุโรป อีกสาเหตุหนึ่งมาจากความขัดแย้งทางศาสนา โดยช่วงนั้นมีการเผยแผ่ศาสนาคริสต์กันอย่างแพร่หลาย ผู้นำของชาวนอร์สก็บังคับให้เปลี่ยนศาสนา โดยขู่ว่าหากไม่เปลี่ยนจะถูกประหารชีวิต ชาวนอร์สเลยมีการอพยพมาที่ยุโรป และช่วงนั้นยุโรปก็มีการฆ่าล้างพวกที่เห็นต่างทางด้านศาสนา ชาวนอร์สจึงถูกประหารไปจำนวนมาก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พอช่วงปลายศตวรรษที่ 9 ชาวนอร์สก็เริ่มบุกปล้นยุโรปเป็นครั้งแรกโดยมีเป้าหมาย คือ อารามหลวงลินดิสฟาร์น ตั้งอยู่ที่เกาะ ๆ หนึ่งของอังกฤษ ซึ่งเป็นจุดที่โจมตีง่าย นำมาซึ่งวีรกรรมและการโจมตีที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมสยดสยอง ชาวนอร์สเก่งเรื่องการเดินเรือเป็นอันดับต้น ๆ ชาวนอร์สจึงถูกสันนิษฐานว่าน่าจะเคยสำรวจทวีปอเมริกามาก่อน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ประมาณ 400 ปี<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ช่วงปลายศตวรรษที่ 11 เป็นช่วงที่ชาวนอร์สเริ่มเสื่อมอำนาจลงในที่สุด คำว่าไวกิ้งมาจากช่วงศตวรรษที่ 18 มีการขุดค้นโบราณคดี แล้วพบหลักฐานของชาวนอร์สเยอะมาก ด้วยภาพจำของชาวยุโรปมองชาวนอร์สเป็นพวกที่ชอบบุก ชอบปล้น ป่าเถื่อน โหดเหี้ยม มีหนึ่งคำในภาษานอร์สที่ตรงกับคำว่าบุก ปล้น นั่นก็คือคำว่าไวกิ้ง นักโบราณคดีเลยเรียกชาวนอร์สว่า " ชาวไวกิ้ง " ในปัจจุบัน</div><div><br></div><div>แหล่งที่มา</div><div>1. https://www.patourlogy.com/who-is-viking/</div><div><br></div><div>2. https://youtu.be/6x6xIW1Ekss</div><div><br></div><div>3. https://www.silpa-mag.com/history/article_29401</div><div><br></div><div>นางสาวนุสรินทร์ ชามาตย์ ม.6/6 เลขที่ 36</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1772782943/427c6a60e84f18d254ebc1a1f07b8399/image.png" />
         <pubDate>2022-08-16 07:25:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262006980</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Guild</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262057277</link>
         <description><![CDATA[<div>Guildคือกลุ่มพ่อค้าและช่างฝีมือหรือเรียกอีกที่ว่าสมาคมอาชีพ เป็นกลุ่มบุคคลที่มีประโยชน์ร่วมกับ ซึ่งแบ่งได้เป็น2ประเภทคือ</div><div>-สมาคมช่างฝีมือ(Craft Guilds) โดยจะประกอบไปด้วย นายจ้าง ช่างที่ชำนาญงาน และผู้ฝึกงาน ในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง กิลด์นี่จะควบคุมคุณภาพของสินค้า และปริมาณสินค้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อขาย</div><div>-สมาคมพ่อค้า(Guild merchant) โดยจะประกอบไปด้วย พ่อค้าทั้งหมดในเมืองนั้นๆที่รวมตัวกันปกป้องควบคุมและปรับปรุงการผลิตและการค้าของพวกเขาเอง</div><div><br></div><div>กิลด์เกิดมาตั้งแต่ยุคสมัยโรมันต่อเนื่องมาจนถึงยุคกลางเป็นระบบที่มีอยู่ในตัวเมืองทุกเมืองในสมัยนั้น ระบบกิลด์ในยุคกลางจึงเป็นระบบการผูกขาดการผลิต และการค้าไว้เฉพาะกลุ่มอาชีพของตัวเองชนชั้นทางสังคมจึงแบ่ง ออกตามกลุ่มอาชีพฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสิทธิและหน้าท่ีทางสังคม บทบาทและหน้าที่ทางการเมืองระบบกิลด์ค่อยๆเจริญเติบโตเข้ามาแทนที่ระบบการผลิตแบบขุนนางศักดินาที่อ่อนแอ่ลงในช่วงปลายยุคกลางเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของ ตลาดและวิสาหกิจที่เติบโตเพิ่มขึ้นและได้พัฒนามาเป็นสมาคม การค้ารูปแบบต่างๆ</div><div><br></div><div>แหล่งอ้างอิง</div><div><br></div><div><a href="http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AboutStudent/Document/Hist_ModernWorld/Modernworld_1/pdf/Guild_sysytem.pdf">http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AboutStudent/Document/Hist_ModernWorld/Modernworld_1/pdf/Guild_sysytem.pdf</a></div><div><br></div><div><a href="https://youtu.be/P3ADDYEtLTw">https://youtu.be/P3ADDYEtLTw</a><br><br><br>นายกฤษณ วงษ์ใบแก้ว ม.6/6 เลขที่41</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1772895008/e38e59676394dfc6464a09e3786bea9c/2632830D_4701_4193_82F6_2FC8EA5682F3.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-16 08:34:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262057277</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Summa Theologica </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262082529</link>
         <description><![CDATA[<div>Summa Theologica แปลว่า สาระโดยสังเขปของเทววิทยา เป็นบทสรุปของหลักศาสนศาสตร์ถูกเขียนโดย”โทมัสควีนา” เป็นนักวิชาการ นักบวช และหมอโบสถ์</div><div><br></div><div>แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 พูดถึงพระเจ้า ส่วนที่ 2 พูดถึงพฤติกรรมของบุคคล ส่วนที่ 3 พูดถึงพระคริสต์ จองที่พักกับตรรกะอริสโตเติ้จากญาณวิทยาปรัชญามุมมอง ontological, ความหมายของพระเจ้าจิตวิญญาณ, ศีลธรรมและกฎหมายของชาติ&nbsp;</div><div><br></div><div>หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากตั้งแต่ยุคกลางเป็นรากฐานการเรียนการสอนเป็นคริสเตียนที่ต้องอ่านหนังสือคลาสสิกจะแสดงให้เห็นถึงความรู้ของธรรม<br><br>อัางอิง<br><a href="https://wblog.wiki/th/Summa_Theologica">https://wblog.wiki/th/Summa_Theologica</a><br><a href="http://who-in-the-world-piyarith.blogspot.com/2014/11/st-thomas-aquinas-1226-1274.html">http://who-in-the-world-piyarith.blogspot.com/2014/11/st-thomas-aquinas-1226-1274.html</a><br><a href="https://delphipages.live/th/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5/summa-theologiae">https://delphipages.live/th/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5/summa-theologiae</a><br><br>นางสาวทักษพร ผาพันธุ์ เลขที่24 ม.6/6<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1356076732/14dd625cc1ba6b945ac2cc5986affd29/8AB4D502_84EF_4A6A_B571_F264E0EE97F7.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-16 09:14:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262082529</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Franks</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262090103</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ชาวแฟรงก์หรือชนเผ่าแฟรงก์ เป็นกลุ่มชนเจอร์มานิกตะวันตกที่เริ่มก่อตัวขึ้นราว ค.ศ.ที่ 3&nbsp; มีถิ่นฐานอยู่ทางเหนือและทางตะวันออกของลุ่มแม่น้ำไรน์ตอนล่าง ชาวแฟรงก์จัดอยู่ในกลุ่มไรน์-เวเซอร์ของกลุ่มคนที่พูดภาษาเจอร์แมนิก ในตอนนั้นชาวแฟรงก์แบ่งออกเป็นสามกลุ่มย่อย คือ ชาวซาเลียน, ชาวริปัวเรียน และชาวชัตติหรือชาวเฮสเซียน แต่ละกลุ่มมีความเกี่ยวข้องกันทางด้านภาษาและวัฒนธรรม แต่ในทางการเมืองถือว่าเป็นคนละชนเผ่ากัน</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ตั้งแต่ ค.ศ.ที่ 3 ถึง ค.ศ.ที่ 5 ชนแฟรงก์บางกลุ่มก็โจมตีพื้นที่ที่เป็นของโรมัน บางกลุ่มก็เข้าเป็นทหารโรมันในกอล มีก็แต่กลุ่มซาเลียนเท่านั้นที่ก่อตั้งราชอาณาจักรในดินแดนของโรมันและเป็นที่ยอมรับของโรมันหลังจากปี ค.ศ. 357 ในขณะที่อำนาจของจักรวรรดิโรมันเสื่อมโทรมลง ชนแฟรงก์ก็รวมตัวกันภายใต้ราชวงศ์เมโรแว็งเชียงและได้รับชัยชนะต่อดินแดนกอลทั้งหมดนอกจากเซ็พติเมเนีย ใน ค.ศ.ที่ 6 ความมีอำนาจและอภิสิทธิ์ของซาเลียนมีบทบาทสำคัญในการช่วยการเผยแพร่คริสต์ศาสนาไปทั่วยุโรปตะวันตก ชนเผ่าแฟรงก์ นับได้ว่าเป็นชนเผ่าที่สำคัญอีกชนเผ่าหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในยุโรปสมันกลาง หลังจากที่จักรวรรดิโรมันได้ล่มสลาย</div><div><br>แหล่งที่มา<br><a href="http://worldcivil14.blogspot.com/2014/01/frankish-tribes.html">http://worldcivil14.blogspot.com/2014/01/frankish-tribes.html</a><br><br><a href="http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AboutStudent/Document/Hist_MiddleAges/pdf/H_The_Franks.pdf">http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AboutStudent/Document/Hist_MiddleAges/pdf/H_The_Franks.pdf</a><br><br></div><div>น.ส.รุสดา ศรีสมบัติ ม.6/6 เลขที่ 37</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1770169514/83bfddd9c6246a5e8bbb792f8c1ebc43/8BD5B715_CBA2_494B_96F1_4CD876AAFB40.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-16 09:28:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262090103</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Saladin</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262366764</link>
         <description><![CDATA[<div>Saladin หมายถึง&nbsp; กษัตริย์แห่งอียิปต์และซีเรียที่รบกับพวก Crusaders<br>Saladinปะทะกับกองทัพของครูเสดและสามารถทำลายได้สำเร็จพร้อมทั้งยึดที่ดินบางส่วนของปาเลสไตน์ตอนเหนือเอาไว้ด้วยและเขาพากองทัพไปยึดราชอาณาจักรเยรูซาเล็มได้เกือบทั้งหมด หลายๆ เมืองได้ตกอยู่ในกองกำลังของมุสลิมภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น เมื่อพวกเขายึดได้ก็มีการปฏิบัติต่อชาวเมืองอย่างเป็นมิตร ซึ่งการทำศึกหลายๆครั้งของ Saladin ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบ<br><br>อ้างอิง<br>https://www.gladiatorcharters.com/ประวัติของ-saladin-ผู้เชี่ยวชา/<br><br>น.ส พิมพ์นารา ไพฑูรย์ เลขที่ 25 ม.6/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1773181849/8ff26fc3db58a7be949d764589737333/B61BD1B7_CF25_44DC_943C_0C82A470B3EF.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-16 15:35:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262366764</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Vandals</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262407358</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>Vandals</strong> หมายถึงสมาชิกเผ่าเยอรมันในสมัยศตวรรษที่5 ที่ถูกชาวGaul และสเปนรุกราน โดยเกี่ยวกับชนเผ่าเยอรมันดังกล่าว,ชอบทำลาย,ป่าเถื่อน<br><br>ในปี ค.ศ. 429 ชาวแวนดัลได้เดินทางโดยเรือจากฮิสปาเนียไปยังแอฟริกาเหนือ ในปี ค.ศ. 435 จักรวรรดิโรมันที่ปกครองแอฟริกาเหนือในขณะนั้นได้อนุญาตให้แวนดัลตั้งรกรากในจังหวัดนูมิเดียและมอเรตาเนียเห็นเมื่อเห็นว่ากองทัพแวนดัลนั้นไม่สามารถเอาชนะกองกำลังทหารโรมันได้ ในปี 439 ชาวแวนดัลขยายการรุกไปทางตะวันออก และยึดเมืองcarthageโดยเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของแอฟริกาเหนือในตอนนั้น และอาณาจักรแวนดัลสิ้นสุดลงในปี 534 เมื่อเบลิซาเรียสได้ทำการยึดครองในสงครามแวนดาลิกและรวมเข้ากับจักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือที่เรียกกันว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ โดยคนที่รอดตายจากสงครามนั้นได้รวมเข้ากับประชากรแอฟริกันพื้นเมือง และกระจัดกระจายไปในดินแดนไบแซนไทน์<br><br>อ้างอิง<br>https://th.unionpedia.org/ชาวแวนดัล<br><a href="https://hmong.in.th/wiki/Vandal_kingdom">https://hmong.in.th/wiki/Vandal_kingdom</a><br><a href="http://dict.meemodel.com/search/vandal">http://dict.meemodel.com/search/vandal</a><br><br><strong>นางสาวชาลิสา   โอรพันธ์ 6/6 เลขที่21</strong><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1676664216/5a4ee9a1e5352c7cb624263994b03beb/CA0D9073_66B2_4CBA_B678_74FB07F07047.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-16 16:16:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262407358</guid>
      </item>
      <item>
         <title>City of god</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262817226</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วรรณกรรมทางศาสนา</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วรรณกรรมที่สำคัญ คือ เทวนคร (The City of God) โดยนักบุญออกัสติน เป็นเรื่องราวการสร้างโลกตามคติศาสนา มหาเทววิทยา (Summa Theologica) โดยนักบุญทอมัส อะไควนัส เป็นเรื่องเกี่ยวกับ&nbsp; &nbsp; &nbsp;ความเชื่อ และศรัทธาในคริสต์ศาสนาอย่างมีเหตุผล ใช้สอนวิชาเทววิยาในมหาวิทยาลัย<br><br>https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-play/wrrnkrrm<br><br>วริศ มีศรี 23 6/6</div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1773587719/5af1b1f332fd41518792af1178f99b01/20A90FDA_CD27_4A4F_AFD5_B52B97122897.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-17 01:48:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262817226</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Anglo</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262833437</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อังกฤษสมัยแองโกล-แซกซัน</strong> อังกฤษสมัยแองโกล-แซกซันเป็นประวัติศาตร์ของต้น<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87">ยุคกลาง</a>ของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>ที่เริ่มตั้งแต่ปลายสมัย<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%99">โรมันบริเตน</a>จนมาถีงการก่อตั้งราชอาณาจักรต่าง ๆ ของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%99">แองโกล-แซกซัน</a><br><br>ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 และมาสิ้นสุดลงเมื่อ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">ชาวนอร์มันได้รับชัยชนะต่ออังกฤษ</a>ในปี <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1066">ค.ศ. 1066</a> ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง คริสต์ศตวรรษที่ 6 เป็นสมัยที่รู้จักกันทางโบราณคดีว่า<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">บริเตนสมัยหลังโรมัน</a> (Sub-Roman Britain) หรือที่รู้จักกันตามความนิยมว่า "<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%94">ยุคมืด</a>" (Dark Ages) ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 เป็นต้นมาก็เริ่มมีการก่อตั้งอาณาจักรที่ใหญ่ขึ้นที่เรียกกันรวม ๆ กันว่า "<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3">เจ็ดอาณาจักร</a>" ในช่วงนี้อังกฤษแบ่งเขตการปกครองระหว่างอาณาจักรต่าง ๆ ของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%99">แองโกล-แซกซัน</a>และบริเตน การรุกรานของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%87">ไวกิง</a>ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8 นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงหลายประการในบริเตน ผู้รุกรานชาวเดนมาร์กโจมตีที่ตั้งถิ่นฐานต่าง ๆ ไปทั่วบริเตน แต่การตั้งถิ่นฐานของชาวเดนมาร์กต่อมาจำกัดอยู่แต่เพียงในบริเวณทางด้านตะวันออกของเกาะอังกฤษ ขณะที่ผู้รุกรานจากนอร์เวย์ที่เข้ามาทางไอร์แลนด์โจมตีทางฝั่งตะวันตกของทั้งอังกฤษและ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B9%8C">เวลส์</a> แต่ในที่สุด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%99">แองโกล-แซกซัน</a>ก็มีอำนาจในการปกครองไปทั่วทั้งเกาะอังกฤษสลับกับเดนมาร์กในบางช่วงในบางครั้ง ทางด้านความสัมพันธ์กับ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B">แผ่นดินใหญ่ยุโรป</a>ก็ความสำคัญมาจนกระทั่งปลายสมัยแองโกล-แซกซัน<br><br>อ้างอิง<br><a href="https://images.app.goo.gl/9qh6AiususEA2iig6">https://images.app.goo.gl/9qh6AiususEA2iig6</a><br><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%99">https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%99</a><br><br><strong>นางสาว อิงครัตน์ อัมพรรุ่งโรจน์ เลขที่17 ม.6|6</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1773590588/824e313a2f768a8c521553bcd91f9975/FA568182_DE8F_4BC4_B1ED_26EF86A53891.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-17 02:09:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262833437</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Latin Empire </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262837223</link>
         <description><![CDATA[<div>จักวรรดิละตินยังเรียกเป็นภาษาละตินจักรวรรดิของคอนสแตนติเป็นศักดินารัฐสงครามก่อตั้งขึ้นโดยผู้นำของสี่รณรงค์บนที่ดินที่ถูกจับจากไบเซนไทน์เอ็มไพร์จักรวรรดิลาตินมีวัตถุประสงค์เพื่อแทนที่จักรวรรดิไบเซนไทน์เวสเทิร์ได้รับการยอมรับจักรวรรดิโรมันในภาคอีสานที่มีคาทอลิกจักรพรรดิปราบดาภิเษกในสถานที่ของภาคตะวันออกออร์โธดอกจักรพรรดิโรมัน<br><br>แหล่งที่มา : <a href="https://hmong.in.th/wiki/Latin_Empire">https://hmong.in.th/wiki/Latin_Empire</a><br><br>น.ส.ลักษมล วงษ์ศรีแก้ว ม.6/6 เลขที่19</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1768983273/af0895b2b6cc33e170c7f97304bf3e94/A92C680F_D33E_4207_AD5B_13BFA9752650.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-17 02:14:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262837223</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Lombards</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262870228</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ราชอาณาจักรลอมบาร์ด</strong> (ละติน : <em>Regnum Langobardorum</em>)<br>รัฐในยุคกลางตอนต้นที่ก่อตั้งโดยLombardsซึ่งเป็นชนชาติดั้งเดิมบนคาบสมุทรอิตาลี ในช่วงหลังของศตวรรษที่ 6 พระราชาได้รับเลือกจากขุนนางชั้นสูง เนื่องจากความพยายามในการก่อตั้งราชวงศ์หลายครั้งล้มเหลว ราชอาณาจักรถูกแบ่งย่อยออกเป็นดูชีจำนวนต่างๆ ปกครองโดยดยุคกึ่งปกครองตนเอง แบ่งออกเป็นสองส่วนในระดับเทศบาล เมืองหลวงของราชอาณาจักรและศูนย์กลางของชีวิตทางการเมืองคือปาเวียในภูมิภาคลอมบาร์ดีทางตอนเหนือของอิตาลีสมัยใหม่ เมืองหลวงคือปาเวีย ใช้ภาษาละตินเป็นส่วนใหญ่ และนับถือศาสนาคริสตร์ <br><br><strong>การล่มสลาย</strong><br> ใน ค.ศ. 751 พระเจ้าไอส์เทิล์ฟแย่งชิงนครราเวนนามาจากจักรวรรดิไบแซนไทน์และอ้างว่านครโรมาเป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรของพระองค์ สมเด็จพระสันตะปาปาสตีเฟนที่ 2 จึงขอความช่วยเหลือจากจักรพรรดิคอนสแตนตินอช โคปรอนนิมอช แต่กรีกไม่ได้แสดงท่าทีตอบโต้ใดๆ พระสันตะปาปางจึงส่งคำร้องใหม่ไปถึงพระเจ้าเปแป็ง กษัตริย์แฟรงก์ พระเจ้าเปแป็งยกทัพข้ามเทือกเขาแอลป์และเอาชนะพระเจ้าไอส์เทิล์ฟได้ ลอมบาร์ดีกลายเป็นดินแดนศักดินาของชาวแฟรงก์ พระเจ้าเปแป็งได้ยกพื้นที่ตอนกลางของอิตาลีทั้งหมดให้สมเด็จพระสันตะปาปา แม้จะยังคงได้รับการรับรองจากพระสันตะปาปา แต่อำนาจของจักรวรรดิไบแซนไทน์ในตอนเหนือของอิตาลีก็ได้สิ้นสุดลง ใน ค.ศ. 774 พระเจ้าเดซิเดริอุสพยายามกอบกู้อิสรภาพและพิชิตลอมบาร์เดียกลับคืนมา สมเด็จพระสันตะปาปาเอเดรียนที่ 1 จึงเชิญจักรพรรดิชาร์เลอมาญมาปราบเมืองปาวีอา พระเจ้าเดซิเดริอุสถูกจับโกนหัวส่งเข้าอาราม ราชอาณาจักรลอมบาร์ดจึงสิ้นสุดลงและกลายเป็นมณฑลหนึ่งของชาวแฟรงก์อย่างสมบูรณ์ <br><br><strong>อ้างอิง</strong><br> https://shorturl.asia/rvjOy<br> https:///wiki/Kingdom_of_the_Lombards<br><br><strong><em>น.ส.พัทธนันท์ นุตะมาน ม.6/6 เลขที่ 28</em></strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1773631806/6cd0e65641a780bfa4e79697d718d773/250px_Aistulf_s_Italy_en.png" />
         <pubDate>2022-08-17 02:52:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262870228</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กรุงคอนสแตนติโนเปิล (Fall of Constantinople)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262870239</link>
         <description><![CDATA[<div>● ต้นกำเนิดกรุงโรมใหม่<br>&nbsp;ช่วงต้นศตวรรษที่ 4 ในขณะที่กรุงโรมเก่ากำลังเสื่อมสภาพลงทุกวัน ผังเมืองที่เป็นปัญหาเพราะตัวเมืองได้ขยายไปเกินควบคุม จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช จึงหาทำเลใหม่เพื่อก่อตั้งมหานครโรมแห่งใหม่ จึงได้พบกับเมืองท่ากรีกแห่งหนึ่งชื่อ 'ไบแซนเทียน' (Byzantion)&nbsp;<br><br>เมืองท่าแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลอีเจียน และทะเลดำ เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างยุโรปกับเอเชียไมเนอร์พอดี เหมาะเป็นศูนย์กลางการค้าขาย ชัยภูมิของนครยังเป็นแหลมที่ยื่นเข้าไปในทะเล ทำให้ข้าศึกปิดล้อมได้ยากลำบาก&nbsp;<br><br>นครคอนสแตนติโนเปิลเริ่มการก่อสร้างขึ้นบนตัวเมืองไบแซนเทียนตั้งแต่ปี 324-330<br>&nbsp;ตัวเมืองใหม่มีขนาดใหญ่กว่าไบแซนเทียนเดิมถึง 4 เท่า และ ผังเมืองที่มีการจัดระเบียบไว้ดีกว่ากรุงโรม&nbsp;<br><br>● การเสียกรุงคอนสแตนติโนเปิล<br>&nbsp;จากการยึดครองเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์โดยจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 6 เมษายน แล้วตัวเมืองถูกยึดครองในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 ถือเป็นจุดสิ้นสุดของจักรวรรดิไบแซนไทน์ และทำให้จักรวรรดิโรมัน ซึ่งเริ่มต้นใน 27 ปีก่อนคิรสต์ศักราช สิ้นสุดลง&nbsp;<br><br>อ้างอิง<br>&nbsp;https://shorturl.asia/KAB56<br>&nbsp;https://shorturl.asia/voL0i&nbsp;<br><br>น.ส.ณิรินทร์ญา รัตนอัศราวัชร์ ม.6/6 เลขที่ 18</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1768993450/48d4b62feea106cbaa3d3c5f991fdf5e/images_jpeg_9.jpg" />
         <pubDate>2022-08-17 02:52:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262870239</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Saxons</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262925855</link>
         <description><![CDATA[<div>คือกลุ่มชนเผ่าเจอร์มานิค เป็นบรรพบุรุษทางภาคเหนือของเยอรมัน ภาคตะวันออกของประเทศเนเธอร์แลนด์ เรียกว่าชาวดัตช์ และภาคใต้ของอังกฤษเรียกว่าชาวอังกฤษ ที่ตั้งถิ่นฐานเดิมของชนแซ็กซอนคือบริเวณทางตอนเหนือของอัลบินเจียในบริเวณโฮลชไตน์ (Holstein) ทางตอนเหนือสุดของประเทศเยอรมันในปัจจุบัน<br><br>อิทธิพลทางภาษาและวัฒนธรรมของชนแซ็กซอนมีผลต่อบริเวณสแกนดิเนเวีย บริเวณบอลติค และต่อชนโพเลเบีย ชนโพเมอเรเนียเป็นชนสลาฟตะวันตก เป็นผลมาจากเส้นทางการค้าในยุคกลางของสันนิบาตฮันเซียติก และมีบทบาทสำคัญในการตั้งถิ่นฐานในอังกฤษโดยเฉพาะทางภาคใต้ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเชื่อกันว่าสืบเชี้อสายมาจาก saxons โบราณ <br><br>ชนเผ่าหนึ่งของชนเจอร์มานิคที่รุกรานคือ แองเกิลส์ ซึ่งเมื่อรวมกับ “แซ็กซอน” จึงกลายเป็นคำว่า “แองโกล-แซ็กซอน” <br><br>อ้างอิง<br><a href="https://web.facebook.com/ThaiTotalWar2/photos/a.509217562424651/532259046787169/">https://web.facebook.com/ThaiTotalWar2/photos/a.509217562424651/532259046787169/</a><br><br>นางสาวปรียาภัทร มณีโชติ เลขที่ 22 6/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1773169901/1b9082ecc0d80070412bd8b73f85ed0e/ECD193D5_C9C6_437B_B6D5_51738D2B8FAF.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-17 04:15:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2262925855</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Chant</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2264669359</link>
         <description><![CDATA[<div>Chant หรือ การสวดมนต์ หมายถึง การเปล่งเสียงในพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาสดา ความเชื่อ ลัทธิ เทพเจ้า หรือ ผีต่างๆที่ผู้สวดนับถือ หรือ เป็นการอธิฐานขอพรต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง<br><br>เนื่องด้วยในสมัยยุคมืด ศาสนาและความเชื่อมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก โดยหลักความคิดของศาสนาได้มาบดบังภูมิปัญญา การใช้เหตุและผล ทำให้เกิดความขัดแย้ง การแย่งผลประโยชน์ ที่ทำให้เกิดการศูนย์เสียไปมากมาย เช่น เหตุการณ์ล่าแม่มด และสงครามครูเสต <br><br>อ้างอิง<a href="https://www.the101.world/history-of-happiness/"><br>https://www.the101.world/history-of-happiness/</a><br><br><a href="https://thaicam.go.th/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-chiropractic-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/">https://thaicam.go.th/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-chiropractic-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/</a><br><br>น.ส.ปัญรส วัดทอง ม.6/6 เลขที่31&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1773593002/8eba183c5456718a4c28ae4f106fc468/D7E03568_06A6_4A39_BBA6_E0C42FAB15BE.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-18 18:00:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2264669359</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Barbarian</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2264880500</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; Barbarian คือ <strong>อนารยชน</strong> เป็นคำที่มีความหมายในทางเหยียดหยามสำหรับผู้ที่ถือกันว่าไม่มี<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">วัฒนธรรม</a>ที่อาจจะเป็นการใช้โดยทั่วไปที่หมายถึงกลุ่มชนในชาติหรือ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C">กลุ่มชาติพันธุ์</a> (Ethnic group) โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงกลุ่มชนที่มีลักษณะเป็น<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1">เผ่าพันธ์</a> (tribal society)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การปกครองเป็นหมู่บ้าน หลายๆหมู่บ้านรวมกันเป็นภาคหรือมณฑล หลายๆมณฑลรวมกันเป็นเผ่า แต่ละเผ่าจะมีหัวหน้าเผ่าหรือกษัตริย์เป็นผู้ปกครอง จะเต็มไปด้วยบรรดานักรบหรือบริวารคนสำคัญที่เรียกว่า คอมแพเนียน จะใกล้ชิดกับกษัตริย์ กษัตริย์จะตอบแทนโดยพระราชทานอาหาร ที่อยู่อาศัย อาวุธ และสิ่งต่างๆ ให้แก่บริวาร ส่วนบริวารจะต้องถวายความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของชนเผ่าเยอรมัน เรียกว่า คอมมิเตตัส หรือ เกโฟลเก้ เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของชนเผ่าเยอรมัน ต่อมาแนวคิดนี้ได้พัฒนาเป็นรากฐานสำคัญของระบบฟิวดัลในยุโรปสมัยกลาง<br><br>อ้างอิง<br>https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99<br><br>น.ส.พรไพลิน ร่วมพล ม.6/6 เลขที่ 27<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1775016740/8536dacd47da6fc21d0ea548cf2bee06/barbarian.jpg" />
         <pubDate>2022-08-18 22:30:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2264880500</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Huns</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2265061789</link>
         <description><![CDATA[<div>ฮันส์เป็นชนเผ่ามองโกลเร่ร่อนที่อพยพจากเอเชียไปยังยุโรปในศตวรรษที่ 4 ในช่วงปลายยุคโรมัน บันทึกของยุคนั้นระบุว่าฮันส์ได้ทำลายล้างดินแดนที่พวกเขาเดินผ่านไป รวมถึงจักรวรรดิโรมันด้วย&nbsp;<br><br>นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่สันนิษฐานว่าชาวฮันส์อาจสืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าซงหนูที่คุกคามจีนใน 300 ปีก่อนคริสตกาล<br><br>ราว ปี ค.ศ. 400 ชาวฮันได้สร้างอาณาจักรของตน โดยมีผู้นำชื่อ อุลดิน เป็นกษัตริย์ปกครอง จากนั้นก็มีกษัตริย์สืบต่อมาอีกหลายพระองค์ เช่น อ็อคตาร์ มุนด์ซุก และ รูอัส หรือ รัวกิลัส&nbsp; อย่างไรก็ตาม อาณาจักรของชาวฮันก็ยังมีขอบเขตที่ไม่แน่นอนนัก รู้กันแต่เพียงว่า เขตแดนทางตะวันออกอยู่แถบแม่น้ำโอลด์ในโรมาเนียส่วนเขตแดนตะวันตกอยู่ลึกเข้าไปในฮังการีถึงแถบแม่น้ำดานูบ</div><div><br></div><div>ในบรรดาผู้นำของฮันทั้งหมด ผู้ที่ถูกจดจำและกล่าวขวัญถึงมากที่สุดคือ อัตติลา เขาถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 406 บิดาของเขาเป็นน้องชายของกษัตริย์รูอัสหรือรัวกิลัส&nbsp; อัตติลามีพี่ชายหนึ่งคน นามว่า บลีดา หลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์รัวกิลัส บลีดาและอัตติลาได้ขึ้นเป็นผู้นำร่วมกัน โดยอัตติลาปกครองดินแดนฝั่งตะวันตก ส่วนบลีดาปกครองดินแดนตะวันออก ต่อมาอัตติลาได้สังหารบลีดาและรวบอำนาจการปกครองอาณาจักรฮั่นไว้ทั้งหมด<br><br>เมื่ออัตติลาสิ้นพระชนม์ อาณาจักรฮันก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ และถูกชนเผ่าที่เคยเป็นบริวารก่อการกบฏ อย่างไรก็ตามแม้ว่าอาณาจักรฮันจะล่มสลายไปหลังการสิ้นพระชนม์ของอัตติลา แต่ชาวฮันก็ยังไม่สิ้นพิษสง ทั้งนี้ใน ปี ค.ศ. 476 ขุนศึกเชื้อสายฮันนาม โอโดอาเซอร์ ซึ่งเคยเป็นผู้ควบคุมกองทหารรับจ้างของโรมันตะวันตก ได้นำกองทัพเข้าโจมตีโรมันตะวันตกและทำลายอาณาจักรโรมันตะวันตกลงโดยสิ้นเชิง ซึ่งการล่มสลายของโรมตะวันตกนี้เองที่นักประวัติศาสตร์ถือกันเป็นว่าเป็นการสิ้นสุดของโลกยุคโบราณและเข้าสู่ยุคมืด<br>หลังจากที่อาณาจักรของพวกเขาสิ้นสลายไป ชาวฮันส์ก็ได้กลายสภาพเป็นชนเร่ร่อนเผ่าเล็กเผ่าน้อย ก่อนจะค่อยๆถูกกลืนไปกับชนเผ่าอื่นที่เข้มแข็งกว่าและหายสาปสูญไปโดยสิ้นเชิงในศตวรรษที่ 7<br><br>แหล่งที่มา<br><a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2599974716705572&amp;id=726502237386172">https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2599974716705572&amp;id=726502237386172</a><br><br><a href="https://www.facebook.com/groups/783674078384718/posts/2021857851232995/">https://www.facebook.com/groups/783674078384718/posts/2021857851232995/</a><br><br>น.ส.ชิโนรส นาคลอง เลขที่ 16<br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1769077913/e9ced12da3b49121e3931a66948c4023/55B5F73D_B52A_4629_A62B_8B4448DBA5FE.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-19 02:34:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2265061789</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สงครามร้อยปี (Hundred Years&#39; War)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2266438255</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สงครามร้อยปี (Hundred Years' War) คือความขัดแย้งระหว่างสองราชวงศ์&nbsp; ช่วง ค.ศ. 1337 ถึงค.ศ. 1453 เพื่อแย่งบัลลังก์ฝรั่งเศส นำไปสู่สงครามระหว่างสองประเทศ คือ อังกฤษและฝรั่งเศส ในสงครามอังกฤษสามารถบุกยึดฝรั่งเศสได้ทั้งประเทศเป็นส่วนใหญ่ แต่ในตอนท้ายฝรั่งเศสก็สามารถเอาชนะอังกฤษและขับอังกฤษออกจากฝรั่งเศสได้ในที่สุด</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับจุดเริ่มต้นของสงครามร้อยปี อาจจะต้องย้อนกลับไปในปี 1328 เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 (Charles IV of France) กษัตริย์ของฝรั่งเศสสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาท ปรากฏว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 (Edward III of England) กษัตริย์ของอังกฤษได้อ้างสิทธิ์ในการเป็นกษัตริย์ฝรั่งเศส นั่นก็เพราะว่าพระนางอิซาเบลลา (Isabella) ผู้เป็นพระมารดาของพระองค์ มีศักดิ์เป็นน้องสาวของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 นั่นเองแต่แน่นอนว่าทางฝรั่งเศสย่อมไม่ยอมให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ที่เป็นกษัตริย์ของอังกฤษมาปกครองฝรั่งเศสอย่างแน่นอน ดังนั้นเหล่าขุนนางฝรั่งเศสจึงมอบราชสมบัติให้กับพระเจ้าฟิลิปที่ 6 (Philip VI of France) ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 แทน</div><div><br></div><div><strong>ผลกระทบของสงครามร้อยปีต่อประเทศอังกฤษ</strong></div><div><br></div><div>1.ทำให้กษัตริย์อังกฤษหันมาสนพระทัยกิจการภายในประเทศมากขึ้น&nbsp;</div><div>2.ทำให้อำนาจของรัฐสภาอังกฤษมีมากขึ้นเพื่อต่อรองกับกษัตริย์&nbsp;</div><div>3.ขุนนางเสียชีวิตและยากจนลง ทำให้กษัตริย์อังกฤษสามารถรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางได้&nbsp;</div><div><br></div><div><strong>ผลกระทบของสงครามร้อยปีต่อประเทศฝรั่งเศส</strong></div><div><br></div><div>1.ส่งเสริมอำนาจเด็ดขาดให้แก่กษัตริย์ในการปรับปรุงกองทัพเพื่อปราบปรามขุนนาง และทำสงครามกับต่างชาติ&nbsp;</div><div>2.รัฐสภาได้ยอมรับอำนาจของสถาบันกษัตริย์ฝรั่งเศส ทำให้กษัตริย์สามารถรวมอำนาจเข้าสู่พระองค์ จนต่อมาได้พัฒนาเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในเวลาต่อมา&nbsp;</div><div>3.กระตุ้นความคิดชาตินิยมในหมู่ชาวฝรั่งเศส</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>Dek-D. เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง (สงครามร้อยปี). [ออนไลน์]. 11 สิงหาคม,2022, แหล่งที่มา : https://writer.dek-d.com/palmy99/writer/viewlongc.php?id=875012&amp;chapter=8</div><div><br></div><div><br></div><div>Blockdit. สงครามร้อยปี | ศึกชิงบัลลังก์ฝรั่งเศษ. [ออนไลน์]. 11 สิงหาคม,2022, แหล่งที่มา : https://www.blockdit.com/posts/60fa5a2968a2c40c941fa6ce<br><br>นส.สรัญญาณี ปานเพชร เลขที่1 ม.6/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1770147801/9443867996205cd389e52c4e8d08a6ac/984A1F1E_A762_487F_BA68_BEE597A97871.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-21 08:52:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2266438255</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Fabliau</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2266604182</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>นิทานฟาบลิโอ </strong>( Fabliau )&nbsp; เป็นวรรณกรรมยุคกลางของชาวบ้านทั่วไป&nbsp; เป็นนิทานสั้น ๆ เขียนเป็นโคลงกลอน ซึ่งเป็นเรื่องเสียดสีสังคมชนชั้นสูง ตลกขบขัน เล่ห์เหลี่ยม ความไม่ดีงามและบางครั้งค่อนข้างหยาบงานประพันธ์ที่ได้รับอิทธิพล ได้แก่ เรื่องแคนเทอร์เบอรี&nbsp; เทลส์&nbsp; (Canterbury s Tales) ของซอเซอร์</div><div><br></div><div>วรรณกรรมทางศาสนาที่มีอิทธิพลต่อแนวความคิด ได้แก่เรื่อง เทวนคร ( The City of God) เขียนโดยนักบุญออกัสติน ในสมัยปลายจักรวรรดิโรมัน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่กล่าวถึง การสร้างโลกและมนุษย์ และการไถ่บาป การพิพากษาครั้งสุดท้าย มหาเทววิทยา โดยนักบุญทอนัส อะไควนัส เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อและศรัทธาในคริสต์ศาสนาอย่างมีเหตุผล โดยนำเอาปรัชญาของอริสโตเติลมาประกอบคำอธิบายวรรณกรรมทางโลกในสมัยกลางแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ</div><div>1) มหากาพย์ (epic)</div><div>2) นิยายวีรคติหรือนิยายโรมานซ์ (romance)</div><div>3) คีตกานท์ (lyric)</div><div>4) <strong>นิทานฟาบลิโอ </strong>( Fabliau )</div><div>5) นิทานสัตว์ (Fable)</div><div><br></div><div>จะเห็นว่าวรรณกรรมของยุโรปในยุคกลาง มีความสวยงามในทางด้านศิลปะเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องแนวคิดและรูปแบบ แล้วยังแสดงให้เห็นว่าชาวยุโรปในยุคกลางนั้นได้รับอิทธิผลจากศาสนาคริตส์เป็นอย่างมาก</div><div><br></div><div>แหล่งที่มา</div><div>1.<a href="http://worldcivil14.blogspot.com/2014/01/blog-post_8248.html?m=1"> http://worldcivil14.blogspot.com/2014/01/blog-post_8248.html?m=1</a></div><div>2.<a href="https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-play/wrrnkrrm"> https://sites.google.com/site/historythemiddleage/yukh-klang-txn-play/wrrnkrrm</a></div><div><br></div><div>น.ส. ทัศนีย์ บุญเขียว ม.6/6 เลขที่ 34</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1771212755/72470c688ef4b04681a74cc57b926004/AAE6DF35_3F9B_4DB6_A0BC_8598A0B73DB3.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-21 16:59:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2266604182</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Lyric</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2266615765</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;<strong>Lyric หรือ คีตกานท์</strong> เป็นวรรณคดีประเภทหนึ่งที่เป็นวรรณกรรมทางโลก เป็นบทร้อยกรองที่กล่าวถึงความในใจ โดย<em>นักร้องเร่ตรูบาดูร์ </em>แต่งเพื่อขับร้องคลอเสียงพิณ ร้องและบรรเลงในปราสาทของขุนนางในราชสำนัก</div><div><br>เนื้อหาในบทกวีเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักต่อสตรีสูงศักดิ์ ได้รับอิทธิพลมาจากราชสำนักของมุสลิม ความรักที่มีต่อสตรีที่สูงศักดิ์ก่อให้เกิดระเบียบวิธีปฏิบัติที่บุรุษควรมีต่อสตรีเพศ เรียกว่า<strong> </strong><strong><mark>ธรรมเนียมวีรคติ<br></mark></strong><strong><br></strong>ซึ่งในภายหลังบุรุษชั้นสูงจะแสวงหาความรักแบบเทิดทูนสตรีผู้สูงศักดิ์โดยไม่หวังความรักตอบแทน เพราะถือว่าเป็นการอุทิศให้หญิงที่ตนรัก ทำให้การเป็นอัศวินนั้นทรงคุณค่าและมีเกียรติมาก<br><br>แหล่งที่มา<br>1.)http://www.satit.up.ac.th/BBc07/AboutStudent/Document/Hist_MiddleAges/pdf/E_The_Literature.pdf<br>2.)<a href="https://helloworldcivilization26092002.blogspot.com/2021/03/blog-post.html?m=1&amp;fbclid=IwAR3yWTFUsB8TbOMj94Ab5v4LnlOBaN_ORWjTRDcDTdNW5CYlpPMTafrB5bQ">Hello World Civilization : อารยธรรมสมัยกลาง (helloworldcivilization26092002.blogspot.com)</a><br>3.)<a href="https://msixninehistory.wordpress.com/2013/10/29/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87/">ยุคกลาง | History Blog by M.6.9 SW109 (wordpress.com)</a><br><strong><br>นางสาวเอมอัชฌา แซ่ลิ้ม ม.6/6 เลขที่ 32</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1777146330/9749e6699771bdf8667495d72d14f138/92.jpg" />
         <pubDate>2022-08-21 17:35:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2266615765</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Dark Age </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2268978755</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br>Dark age = ยุคมด = สมัยกลาง = ค.ศ.476-1453&nbsp;</div><div><br></div><div>เริ่มตั้งแต่ที่โรมันตะวันตกล่มสลายก็กินเวลากว่า 1000 ปี ที่ยุโรปถูกศาสนาคริสต์ครอบงำ ศาสนามีอิทธิพลมากๆทั้งกับกษัตริย์และการเมืองการปกครอง เป็นตัวตั้งตัวตีให้ก่อสงครามครูเสดกับศาสนาอิสลามด้วย ผู้คนก็งมงาย ไม่มีเหตุผล มีการล่าแม่มดต่างๆนาๆ อารยธรรมก็เสื่อมถอย เลยได้ชื่อว่าเป็น ‘ยุคมืด’ แต่นักวิชาการบางคนก็ใช้คำว่ายุคมืดเพื่อสื่อประมาณว่าเป็น ‘ยุคที่เรารู้ประวัติศาสตร์น้อย’ &nbsp;</div><div><br></div><div>อ้างอิง</div><div>1 <a href="https://www.watnyanaves.net/th/book-reading/341/21">https://www.watnyanaves.net/th/book-reading/341/21</a></div><div>2 https://lawson560324687.wordpress.com/ยุคมืด-dark-age/</div><div><br></div><div>น.ส.มั่นใจ บุญชนะมนตรี ม.6/6 เลขที่ 8</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1779281314/2d0b3b01f7834448fb15f7cd1c745658/6B713E6E_680F_48E0_ACAE_71D8D25B035F.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-23 16:15:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2268978755</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Norman</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2269330806</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นกลุ่มชนผู้ให้นามแก่ดินแดนนอร์ม็องดีซึ่งเป็นบริเวณทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ชนนอร์มันสืบเชื้อสายมาจากไวกิงผู้ได้รับชัยชนะต่อผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่แต่เดิมที่เป็นชนแฟรงค์ (Franks) และกอลล์-โรมัน (Gallo-Roman) ความเป็น “ชนนอร์มัน” เริ่มเป็นที่รู้จักกันเป็นครั้งแรกราวครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 10 และค่อย ๆ วิวัฒนาการเรื่อยมาในคริสต์ศตวรรษต่อ ๆ มาจนกระทั่งสูญหายไป <br><br>ซึ่งนอร์แมนราชวงศ์มีผลกระทบทางการเมืองวัฒนธรรมและการทหารที่สำคัญในยุโรปยุคกลางและตะวันออก นอร์เเมนได้รับชื่อเสียงสำหรับจิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาและในที่สุดพวกเขาคาทอลิก กตัญญูกลายเป็นเลขยกกำลังของดั้งเดิมคาทอลิกของชุมชนโรแมนติก<br><br>อ้างอิง<br>https://hmong.in.th/wiki/Norman_conquest<br><br><br><strong><mark>กันต์พัฒน์ ก๋ามืองลือ ม.6/6 เลขที่ 26</mark></strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1773874546/e0efb683f9af4dc38d8f95269039a093/1000_1100__Norman____033___Costumes_of_All_Nations__1882_.JPG" />
         <pubDate>2022-08-23 22:28:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2269330806</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Cross</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2272256589</link>
         <description><![CDATA[<div>คือ ไม้กางเขน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลให้เล็งถึงความเชื่อของคริสเตียน&nbsp;</div><div><br></div><div>ในสมัยกลาง ได้มีการแขวนไม้กางเขนบนกำแพงของอาคารใหญ่ ๆ นอกเหนือไปจากที่วัดแล้วก็มีทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ยังได้มีการตั้งไม้กางเขนในสุสานด้วย รวมทั้งมีการปักรูปไม้กางเขนบนผ้าประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนผ้าศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ</div><div>ไม้กางเขนยังถูกใช้เป็นตราประจำตระกูล ซึ่งปรากฏในยุโรปตะวันตกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1200 การใช้สัญลักษณ์ไม้กางเขนมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงอายุสงครามครูเสด โดยใช้เป็นสัญญาณส่งข้อมูลโดยทหารที่นับถือศาสนาคริสต์&nbsp;</div><div><br></div><div>อ้างอิง</div><div><a href="https://newmana.com/phpbb/viewtopic.php?t=16950">https://newmana.com/phpbb/viewtopic.php?t=16950</a></div><div><a href="https://hmong.in.th/wiki/Heraldic_cross">https://hmong.in.th/wiki/Heraldic_cross</a></div><div><a href="http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/reli/62.htm">http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/reli/62.htm</a></div><div><br></div><div>นางสาวพัทธ์ธีรา โตนา เลขที่ 3 ม.6/6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1782152759/04882b5cdff9b18f9a43c0af8490d58f/C9E645A7_478B_4F51_B0E8_965E60675C04.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-26 03:23:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2272256589</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Lord</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2272727267</link>
         <description><![CDATA[<div><br>Lord คือ&nbsp; ท่านลอร์ด(ใช้เรียกขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์ระดับสูง) เจ้าของที่ดิน เจ้าของคฤหาสน์ หรือผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติ</div><div><br>ขุนนางชั้นสูงที่รับมอบกรรมสิทธิ์และอภิสิทธิ์เหนือชีวิตความเป็นอยู่ของสามัญชน มีสิทธิ์เหนือที่ดินที่ได้รับมอบหมายโดยขุนนางต้องรักษาสัตย์สาบานถวายความจงรักภักดีและปฎิบัติตามหน้าที่ที่ตกลงกันไว้ แต่ถ้าหากไม่รักษาสัตย์และหน้าที่ กษัตริย์(Suzerain)ย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะเรียกดินแดนนั้นกลับคืนได้<br><br>อ้างอิง</div><div><a href="https://dictionary.sanook.com/search/dict-en-th-lexitron/lord">https://dictionary.sanook.com/search/dict-en-th-lexitron/lord</a></div><div><a href="https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/download/70018/56876">https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/download/70018/56876</a></div><div><a href="http://old-book.ru.ac.th/e-book/h/HI351(50)/HI351-3.pdf">http://old-book.ru.ac.th/e-book/h/HI351(50)/HI351-3.pdf</a></div><div><br></div><div>น.ส. ศุภิสรา บุญลือ ม.6/6 เลขที่ 30</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1772732533/07897272971ed5c26cdd6746170bef07/053345FC_D6C2_4F15_A555_43F62CFECB59.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-26 14:13:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2272727267</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Jerusalem </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2276664067</link>
         <description><![CDATA[<div>คือ เมืองในตะวันออกกลางของประเทศอิสราเอล ตั้งอยู่บนที่ราบของภูเขายูดาห์ เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</div><div><br></div><div>เป็นนครศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา คือ คริสต์ อิสลาม ยูดาย จึงทำให้มีศาสนสถานที่สำคัญทั้ง 3 ศาสนา ทำให้ผู้ที่นับถือแต่ละศาสนาแย่งชิงดินแดนตรงนี้กัน จึงเป็นต้นกำเนิดของสงครามครูเสดในสมัยยุคกลาง หลังสงครามครูเสดจบลงชาวเติร์กบุกยึดเยรูซาเล็ม ทำให้เยรูซาเล็มรุ่งเรือง ต่อมาช่วงสงครามโลกครั้งที่1 จักรวรรดิออตโตมันร่วมมือกับthe central power (เยอรมนี ออสเตรีย ฮังการี) สู้กับฝ่ายสัมพันธมิตรแล้วแพ้ จึงตกไปอยู่ในครอบครองของอังกฤษ แต่อังกฤษไม่ไปเข้ามาปกครอง ช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ฝ่ายสัมพันธมิตรยกเยรูซาเล็มไปกับชาวยิว และก่อตั้งเป็นประเทศอิสราเอล<br><br>อ้างอิง<br><a href="https://youtu.be/vHxT5hBWOKc">https://youtu.be/vHxT5hBWOKc</a><br><br>น.ส.ชุติกาญจน์ บรรทึก ม.6/6 เลขที่39</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1785927008/2c3d0b24d620117136bfe276446c8224/28743672_C0F0_4F91_9086_11B2BA92B539.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-30 18:23:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2276664067</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Byzantine Empire</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2291267802</link>
         <description><![CDATA[<div>จักรวรรดิไบแซนไทน์ เป็นจักรวรรดิที่สืบทอดโดยตรงจากจักรวรรดิโรมันในปลายสมัยโบราณและยุคกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล&nbsp;<br><br>ในสมัยที่ยังมีจักรวรรดิไบแซนไทน์ยังคงอยู่นั้น จักรวรรดิเป็นชาติที่มีเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและกำลังทหารแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป เพราะเป็นจักรวรรดิโรมันที่มีจักรพรรดิโรมันสืบทอดโดยตรง<br><br>จักรวรรดิไบแซนไทน์ล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์ในปีค.ศ.1453 (พ.ศ.1996) หลังจากที่กองทัพอ็อตโตมันได้เข้ารุกรานกรุงคอนสแตนติโนเปิล และในทางประวัติศาสตร์ยังได้ถือว่าการสิ้นสุดของจักรวรรดิไบแซนไทน์เป็นจุดสิ้นสุดยุคกลางในยุโรปอีกด้วย<br><br>อ้างอิง<br>https://pornpimolpromta.wordpress.com/จักรวรรดิไบแซนไทน์/<br>https://www.blockdit.com/posts/60fc13430628240c8fe2fd50<br><br>นายศิวกร เลื่องเชื้อง ม.6/6 เลขที่ 5<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1800340544/21b40ac817a4c8c8dab8f4fa04011d52/Justinian555AD.png" />
         <pubDate>2022-09-11 16:46:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerswu/wvd9t55kiytlbzbx/wish/2291267802</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
