<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณี 6/8 by Janyaporn PINKERD</title>
      <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-12-06 03:40:03 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-03-01 09:29:29 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ชื่อ เลขที่</title>
         <author>janyapornpi</author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410118611</link>
         <description><![CDATA[<div>1. เคลื่อนที่แยกออกจากกัน<br>2. เคลื่อนที่เข้าหากัน<br>3. เคลื่อนที่เฉือนกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:02:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410118611</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กานต์ธิดา ทองสมบูรณ์ เลขที่16</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410121712</link>
         <description><![CDATA[<div>1.เคลื่อนที่ออกจากกัน<br>การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีในลักษณะนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรง โดยมีศูนย์กลางอยู่ในระดับตื้น (ลึกจากพื้นผิวน้อยกว่า 70 กิโลเมตร)&nbsp;<br>2.เคลื่อนที่เข้าหากัน<br>เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp;<br>3.เคลื่อนที่เฉือนกัน<br>เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:07:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410121712</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ณัฐนิชา นาชีวาน ม.6/8 เลขที่27</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410121907</link>
         <description><![CDATA[<div>1.เคลื่อนที่เเยกออกจากกัน<br>การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีในลักษณะนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรง โดยมีศูนย์กลางอยู่ในระดับตื้น (ลึกจากพื้นผิวน้อยกว่า 70 กิโลเมตร) เช่นบริเวณกลางมหาสมุทรแอตแลนติก โดยรอยต่อซึ่งเกิดจากแผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกันมี 2 ลักษณะ คือ แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนที่ออกจากกัน และแผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่ออกจากกัน<br>2.เคลื่อนที่เข้าหากัน<br>เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp; และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โดยรอยต่อของแผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากันมี 3 รูปแบบคือ แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกัน แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีทวีป และแผ่นธรณีทวีปชนกัน<br>3.เคลื่อนที่เฉือนกัน<br>แม้ว่าแผ่นธรณีจะเคลื่อนที่ผ่านกันด้วยความเร็วเพียงปีละประมาณ 3 – 6 เซนติเมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน จะสามารถปลดปล่อยพลังงานมหาศาลได้ ดังเช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียส์ที่เคยทำลายเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา จนประสบความเสียหายหนักเมื่อปี พ.ศ.2449 แต่โดยทั่วไปแล้วปรากฏการณ์จะนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวในระดับตื้น มีความรุนแรงปานกลาง ถ้าเกิดขึ้นบนแผ่นดินจะทำให้ถนนขาด สายน้ำเปลี่ยนทิศทางการไหล หรือทำให้เกิดหน้าผาและน้ำตก<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:07:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410121907</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศิริพร รอดคำ เลขที่23</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410123847</link>
         <description><![CDATA[<div>🏔️1.เคลื่อนที่แยกออกจากกัน<br>= เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร&nbsp;<br>🏔️2.เคลื่อนที่เข้าหากัน<br>=เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)<br>🏔️3.เคลื่อนที่เฉือนกัน<br>=เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:10:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410123847</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พรพรรณ  มีศรี 15</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410124250</link>
         <description><![CDATA[<div>1.การเคลื่อนที่แยกจากกัน (Divergent) เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร การแยกตัวออกจากกันนี้ ส่งผลให้เกิดร่องลึกใต้ทะเล (Oceanic trench) ที่ทำให้หินหนืดดันตัวขึ้นมาตามรอยแยกดังกล่าว ก่อนสัมผัสกับ<br>อุณหภูมิที่ชั้นเปลือกโลกและเย็นตัวลง&nbsp;<br>2.เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)<br>3.เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:11:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410124250</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย อภินันท์ คานภู่ เลขที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410124369</link>
         <description><![CDATA[<div>แผ่นธรณีภาคแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ แผ่นทวีป และแผ่นมหาสมุทร แผ่นธรณีภาคเหล่านี้มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา นักวิทยาศาสตร์และนักธรณีวิทยาได้ศึกษารอบต่อของแผ่นธรณีภาคอย่างละเอียด และสามารถสรุปลักษณะการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีภาคได้ดังนี้&nbsp;<br>🌊🌀❄️⛱️🔥🌀☀️⛱️🌧️🌀🌋🏖️🌨️<br>1. ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน&nbsp;<br>2. ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:11:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410124369</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายอนุชา เอี่ยมศิริ ม.6/8 เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410124681</link>
         <description><![CDATA[<div>1.<strong>เคลื่อนที่ออกจากกัน (Divergent boundaries)</strong> การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีในลักษณะนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรง โดยมีศูนย์กลางอยู่ในระดับตื้น (ลึกจากพื้นผิวน้อยกว่า 70 กิโลเมตร) เช่นบริเวณกลางมหาสมุทรแอตแลนติก โดยรอยต่อซึ่งเกิดจากแผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกันมี 2 ลักษณะ คือ แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนที่ออกจากกัน และแผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่ออกจากกัน<br>2.<strong>เคลื่อนที่เข้าหากัน (Convergent boundaries)</strong> เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp; และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ<br>3.<strong>เคลื่อนที่ผ่านเฉือนกัน (Transform fault)</strong>แม้ว่าแผ่นธรณีจะเคลื่อนที่ผ่านกันด้วยความเร็วเพียงปีละประมาณ 3 – 6 เซนติเมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน จะสามารถปลดปล่อยพลังงานมหาศาลได้ ดังเช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียส์ที่เคยทำลายเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:12:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410124681</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปรารถนา จันทร เลขที่ 14</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410125282</link>
         <description><![CDATA[<div>✨1.เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร&nbsp;<br>✨2.เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)<br>✨3.เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:12:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410125282</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธนกร พิรุณพิพัฒน์ เลขที่3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410125615</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน<br>เป็นแนวขอบของแผ่นธรณีภาคที่แยกออกจากกัน เนื่องจากการดันตัวของแมกมาในชั้นธรณีภาค ทำให้เกิดรอยแตกในชั้นหินแข็ง จนแมกมาสามารถถ่ายโอนความร้อนสู่ชั้นเปลือกโลกได้ อุณหภูมิและความดันของแมกมาจึงลดลงเป็นผลให้เปลือกโลกตอนบนทรุดตัวกลายเป็นหุบเขาทรุด ปรากฏเป็นเทือกเขากลางมหาสมุทร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; 2. ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน<br>แนวที่แผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากันเป็นได้ 3 แบบ ดังนี้<br>&nbsp;2.1 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทร แผ่นธรณีภาคแผ่นหนึ่งจะมุดลงใต้แผ่นธรณีภาคอีกแผ่นหนึ่ง ปลายของแผ่นธรณีภาคที่มุดลง จะหลอมตัวกลายเป็นแมกมาประทุขึ้นมา เกิดเป็นแนวภูเขาไฟกลางมหาสมุทร เช่นที่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์<br>2.2 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรหนักกว่าจะมุดลงใต้ ทำให้เกิดรอยคดโค้งเป็นเทือกเขาบนแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป เช่นที่ อเมริกาใต้แถบตะวันตก แนวชายฝั่ง<br>&nbsp;2.3 แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง เมื่อชนกันทำให้ส่วนหนึ่งมุดตัวลงอีกส่วนหนึ่งเกยอยู่ด้านบน เกิดเป็นเทือกเขาสูง เช่น เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาแอลป์ ภาพด้านล่าง<br><br> 3.ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน<br>    มักเกิดใต้มหาสมุทร ภาคพื้นทวีปก็มี เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแมกมาในชั้นเนื้อโลกไมเท่ากัน ทำให้แผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ไม่เท่ากันด้วย เกิดการเลื่อนผ่านและเฉือนกัน เป็นรอยเลื่อนระนาบด้านข้างขนาดใหญ่</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:13:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410125615</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.บุณยานุช สิรินราพรรณ ม.6/8 เลขที่ 13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410126071</link>
         <description><![CDATA[<div>1.เคลื่อนที่แยกออกจากกัน<br>&nbsp;เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร การแยกตัวออกจากกันนี้ ส่งผลให้เกิดร่องลึกใต้ทะเล<br><br>2.เคลื่อนที่เข้าหากัน&nbsp;<br>มี 3 แบบ&nbsp;</div><div>1.) แผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทร 2 แผ่นมาชนกัน&nbsp;<br>โดยขอบแผ่นเปลือกโลกในแต่ละแนวที่มีความหนาแน่นสูงกว่าจะสอดมุดตัวลงไปใต้อีกแผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่งจนถึงชั้นแมนเทิล มีการเลื่อน ขบ กดและดัน ซึ่งกันและกัน&nbsp;<br>2.) แผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นทวีป แผ่นมหาสมุทรที่หนักกว่าจะมุดลงใต้แผ่นทวีป<br>และหลอมละลายกลายเป็นหินหลอมละลายและถูกดันออกมาตามรอยแยก<br>3.) แผ่นทวีปชนกับแผ่นทวีป ทำให้เพลตที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าเกิดการโก่งตัวเกยสูงขึ้นกลายเป็นเทือกเขา เช่นเทือกเขาหิมาลัย</div><div><br>3.เคลื่อนที่เฉือนกัน<br>เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน&nbsp;<br>และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น<br><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:14:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410126071</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย อดิศร คุณพันธ์ 6/8 เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410126820</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน</strong></div><div><strong><br></strong><br></div><div><br><br><strong>&nbsp; &nbsp; ภาพแสดง ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน</strong><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><br><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นแนวขอบของแผ่นธรณีภาคที่แยกออกจากกัน เนื่องจากการดันตัวของแมกมาในชั้นธรณีภาค ทำให้เกิดรอยแตกในชั้นหินแข็ง จนแมกมาสามารถถ่ายโอนความร้อนสู่ชั้นเปลือกโลกได้ อุณหภูมิและความดันของแมกมาจึงลดลงเป็นผลให้เปลือกโลกตอนบนทรุดตัวกลายเป็นหุบเขาทรุด ปรากฏเป็นเทือกเขากลางมหาสมุทร</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br><strong>&nbsp; 2. ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน</strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ภาพแสดง</strong> ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน</div><div>แนวที่แผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากันเป็นได้ 3 แบบ ดังนี้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>2.1 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทร</strong> แผ่นธรณีภาคแผ่นหนึ่งจะมุดลงใต้แผ่นธรณีภาคอีกแผ่นหนึ่ง ปลายของแผ่นธรณีภาคที่มุดลง จะหลอมตัวกลายเป็นแมกมาประทุขึ้นมา เกิดเป็นแนวภูเขาไฟกลางมหาสมุทร เช่นที่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์</div><div><br><strong>ภาพแสดง</strong> การมุดกันของแผ่นธรณีภาคกับแผ่นธรณีภาค<br><br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>&nbsp;2.2 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป</strong> แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรหนักกว่าจะมุดลงใต้ ทำให้เกิดรอยคดโค้งเป็นเทือกเขาบนแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป เช่นที่ อเมริกาใต้แถบตะวันตก แนวชายฝั่งโอเรกอน</div><div><br><strong>ภาพแสดง</strong> แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรมุดตัวลงใต้แผ่นธรณีภาค<br><br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp; 2.3 แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง</strong> เมื่อชนกันทำให้ส่วนหนึ่งมุดตัวลงอีกส่วนหนึ่งเกยอยู่ด้านบน เกิดเป็นเทือกเขาสูง เช่น เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาแอลป์ ภาพด้านล่าง</div><div><br><strong>ภาพแสดง</strong> แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง เมื่อชนกันทำให้ส่วนหนึ่งมุดตัวลงอีกส่วนหนึ่งเกยอยู่ด้านบน<br><br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>3.ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน</strong></div><div><br><strong>ภาพแสดง</strong> ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน<br><br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; มักเกิดใต้มหาสมุทร ภาคพื้นทวีปก็มี เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแมกมาในชั้นเนื้อโลกไมเท่ากัน ทำให้แผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ไม่เท่ากันด้วย เกิดการเลื่อนผ่านและเฉือนกัน เป็นรอยเลื่อนระนาบด้านข้างขนาดใหญ่</div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:15:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410126820</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.สุกัญญา เพ็ชรสัย เลขที่25</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410128639</link>
         <description><![CDATA[<div>1.การเคลื่อนที่แยกจากกัน (Divergent) เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร การแยกตัวออกจากกันนี้ ส่งผลให้เกิดร่องลึกใต้ทะเล (Oceanic trench) ที่ทำให้หินหนืดดันตัวขึ้นมาตามรอยแยกดังกล่าว ก่อนสัมผัสกับอุณหภูมิที่ชั้นเปลือกโลกและเย็นตัวลง จนกลายเป็นแนวสันเขาและแนวภูเขาไฟใต้มหาสมุทร<br>2. เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร) และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น&nbsp;<br>3.เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:17:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410128639</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายมเหศวร สอนไข่ เลขที่1 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129113</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (plate motion)</strong> คือ ลักษณะการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นที่อยู่ติดกัน สามารถจำแนกได้ออกเป็น 3 รูปแบบตามลักษณะการเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันระหว่างแผ่นเปลือกโลกทั้งสอง ได้ดังต่อไปนี้</div><div>1. ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน เนื่องจากการดันตัวของแมกมาในชั้นธรณีภาค ทำให้เกิดรอยแตกในชั้นหินแข็ง แมกมาสามารถถ่ายโอนความร้อนสู่ชั้นเปลือกโลก อุณหภูมิและความดันของแมกมาลดลงเป็นผลให้เปลือกโลกตอนบนทรุดตัวกลายเป็นหุบ เขาทรุด (rift valley) ต่อมาน้ำทะเลไหลมาสะสมกลายเป็นทะเล และเกิดรอยแตกจนเป็นร่องลึก เมื่อแมกมาเคลื่อนตัวแทรกขึ้นมาตามรอยแตก เป็นผลให้แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรเคลื่อนตัวแยกออกไปทั้งสองข้าง ทำให้พื้นทะเลขยายกว้างออกไปทั้งสองด้านเรียกว่า กระบวนการขยายตัวของพื้นทะเล (sea floor spreading) และปรากฏเป็นเทือกเขากลางมหาสมุทร เช่น บริเวณกลางมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณทะเลแดง รอยแยก แอฟริกาตะวันออก อ่าวแคลิฟอร์เนีย มีลักษณะเป็นหุบเขาทรุด มีร่องรอยการแยก เกิดแผ่นดินไหวตื้นๆ มีภูเขาไฟและลาวาไหลอยู่ใต้มหาสมุทร<br><br></div><div>2 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทร ที่หนักกว่าจะมุดลงใต้แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป ทำให้เกิดรอยคดโค้งเป็นเทือกเขาบนแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป เช่น ที่อเมริกาใต้แถบตะวันตก แนวชายฝั่งโอเรกอนจะมีลักษณะเป็นร่องใต้ทะเลลึก ตามแนวขอบทวีปมีภูเขาไฟปะทุในส่วนที่เป็นแผ่นดิน เกิดเป็นแนวภูเขาไฟชายฝั่ง และเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ส่วนแนวขอบด้านตะวันออก- เฉียงเหนือของแผ่นธรณีภาคอาระเบียที่เคลื่อนที่เข้าหาและมุดกันกับแนวขอบ ด้านใต้ของแผ่นธรณีภาคยูเรเชีย จะเกิดเป็นร่องลึกก้นมหาสมุทร และเกิดเป็นเทือกเขาคดโค้งอยู่บนแผ่นธรณีภาคในบริเวณประเทศตะวันออกกลาง ปัจจุบันบริเวณนี้กลายเป็นแหล่งสะสมน้ำมันดิบแหล่งใหญ่ของโลก</div><div>3 แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป เนื่องจากแผ่นธรณีภาค ภาคพื้นทวีปทั้ง 2 แผ่นมีความหนามาก เมื่อชนกันจะทำให้ส่วนหนึ่งมุดลง อีกส่วนหนึ่งเกยกันอยู่เกิดเป็น เทือกเขาสูงแนวยาวอยู่ในแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป เช่น เทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป เทือกเขาหิมาลัยใน ทวีปเอเชีย เป็นต้น แนวขอบด้านทิศเหนือของแผ่นธรณีภาคอินเดียเคลื่อนที่ชนและมุดกับแผ่นธรณีภาค ยูเรเชียทางตอนใต้ ทำให้เกิดเทือกเขาหิมาลัย บริเวณดังกล่าวจะเป็นรอยย่นคดโค้งเป็นเขตที่ราบสูงเสมือนเป็นหลังคาของโลก<br><br></div><div>3.ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน เนื่องจากอัตราการเคลื่อนตัวของแมกมาในชั้นเนื้อโลกไม่เท่ากัน ทำให้แผ่นธรณีภาคในแต่ละส่วนมีอัตราการเคลื่อนที่ไม่เท่ากันด้วย ทำให้เปลือกโลกใต้มหาสมุทรและบางส่วนของเทือกเขาใต้มหาสมุทรไถลเลื่อนผ่านและเฉือนกัน เกิดเป็นรอยเลื่อนเฉือนระนาบด้านข้างขนาดใหญ่ขึ้น สันเขากลางมหาสมุทรถูกรอยเลื่อนขึ้นตัดเฉือนเป็นแนวเหลื่อมกันอยู่ มีลักษณะเป็นแนวรอยแตกแคบยาวมีทิศทางตั้งฉากกับเทือกเขากลางมหาสมุทรและร่องใต้ทะเลลึก มักจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น ๆ ระหว่างขอบของแผ่นธรณีภาคที่ซ้อนเกยกันในบริเวณภาคพื้นทวีปหรือมหาสมุทร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1907869630/275036dad1c223bd8b68164a278571f1/99DD5152_DCFC_4CF2_A3CC_47E5405CB99A.png" />
         <pubDate>2022-12-06 04:18:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129113</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุภาวดี คำศรี เลขที่26</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129338</link>
         <description><![CDATA[<div>1.เคลื่อนที่แยกออกจากกัน=เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร การแยกตัวออกจากกันนี้ ส่งผลให้เกิดร่องลึกใต้ทะเล (Oceanic trench) ที่ทำให้หินหนืดดันตัวขึ้นมาตามรอยแยกดังกล่าว ก่อนสัมผัสกับอุณหภูมิที่ชั้นเปลือกโลกและเย็นตัวลง จนกลายเป็นแนวสันเขา<br>2.เคลื่อนที่เข้าหากัน=เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร) และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น<br>3.เคลื่อนที่เฉือนกัน=เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:18:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129338</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัครกุล พิกุล เลขที่12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129378</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;1.การเคลื่อนที่เเยกตัวออกจากกัน<br>คือ เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร การแยกตัวออกจากกันนี้ ส่งผลให้เกิดร่องลึกใต้ทะเล (Oceanic trench) ที่ทำให้หินหนืดดันตัวขึ้นมาตามรอยแยก<br><br>2.เคลื่อนที่เข้าหากัน<br>คือ เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp; และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โดยรอยต่อของแผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากันมี 3 รูปแบบคือ แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกัน แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีทวีป และแผ่นธรณีทวีปชนกันเกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp; และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โดยรอยต่อของแผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากันมี 3 รูปแบบคือ แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกัน แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีทวีป และแผ่นธรณีทวีปชนกัน<br><br>3.เคลื่อนที่เฉือนกัน<br>คือ เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:18:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129378</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย พิทักษ์พงศ์ เมืองมูล เลขที่8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129453</link>
         <description><![CDATA[<div>1.การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีในลักษณะนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรง โดยมีศูนย์กลางอยู่ในระดับตื้น (ลึกจากพื้นผิวน้อยกว่า 70 กิโลเมตร) เช่นบริเวณกลางมหาสมุทรแอตแลนติก โดยรอยต่อซึ่งเกิดจากแผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกันมี 2 ลักษณะ คือ แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนที่ออกจากกัน และแผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่ออกจากกัน<br><br>2.เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp; และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โดยรอยต่อของแผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากันมี 3 รูปแบบคือ แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกัน แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีทวีป และแผ่นธรณีทวีปชนกัน<br><br>3.แม้ว่าแผ่นธรณีจะเคลื่อนที่ผ่านกันด้วยความเร็วเพียงปีละประมาณ 3 – 6 เซนติเมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน จะสามารถปลดปล่อยพลังงานมหาศาลได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:18:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129453</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายเจษฎา กล่อมจิตต์ เลขที่5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129792</link>
         <description><![CDATA[<div>ภาพแสดง ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นแนวขอบของแผ่นธรณีภาคที่แยกออกจากกัน เนื่องจากการดันตัวของแมกมาในชั้นธรณีภาค ทำให้เกิดรอยแตกในชั้นหินแข็ง จนแมกมาสามารถถ่ายโอนความร้อนสู่ชั้นเปลือกโลกได้ อุณหภูมิและความดันของแมกมาจึงลดลงเป็นผลให้เปลือกโลกตอนบนทรุดตัวกลายเป็นหุบเขาทรุด ปรากฏเป็นเทือกเขากลางมหาสมุทร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br><br>&nbsp; 2. ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ภาพแสดง ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน<br>แนวที่แผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากันเป็นได้ 3 แบบ ดังนี้<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.1 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทร แผ่นธรณีภาคแผ่นหนึ่งจะมุดลงใต้แผ่นธรณีภาคอีกแผ่นหนึ่ง ปลายของแผ่นธรณีภาคที่มุดลง จะหลอมตัวกลายเป็นแมกมาประทุขึ้นมา เกิดเป็นแนวภูเขาไฟกลางมหาสมุทร เช่นที่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์<br><br><br>ภาพแสดง การมุดกันของแผ่นธรณีภาคกับแผ่นธรณีภาค<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.2 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรหนักกว่าจะมุดลงใต้ ทำให้เกิดรอยคดโค้งเป็นเทือกเขาบนแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป เช่นที่ อเมริกาใต้แถบตะวันตก แนวชายฝั่งโอเรกอน<br><br><br>ภาพแสดง แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรมุดตัวลงใต้แผ่นธรณีภาค<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.3 แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง เมื่อชนกันทำให้ส่วนหนึ่งมุดตัวลงอีกส่วนหนึ่งเกยอยู่ด้านบน เกิดเป็นเทือกเขาสูง เช่น เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาแอลป์ ภาพด้านล่าง<br><br><br>ภาพแสดง แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง เมื่อชนกันทำให้ส่วนหนึ่งมุดตัวลงอีกส่วนหนึ่งเกยอยู่ด้านบน<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน<br><br><br>ภาพแสดง ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน<br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; มักเกิดใต้มหาสมุทร ภาคพื้นทวีปก็มี เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแมกมาในชั้นเนื้อโลกไมเท่ากัน ทำให้แผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ไม่เท่ากันด้วย เกิดการเลื่อนผ่านและเฉือนกัน เป็นรอยเลื่อนระนาบด้านข้างขนาดใหญ่<br><br>&nbsp;<br><br><br><br><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1907867474/9609064a136d5e41e8e52052a7a0759f/received_773275727286161.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-06 04:19:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410129792</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณฐพนธ์ เทพเสน เลขที่6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410130749</link>
         <description><![CDATA[<div>1.<strong>แผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกัน (Divergent boundaries)</strong> การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีในลักษณะนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรง โดยมีศูนย์กลางอยู่ในระดับตื้น (ลึกจากพื้นผิวน้อยกว่า 70 กิโลเมตร) เช่นบริเวณกลางมหาสมุทรแอตแลนติก โดยรอยต่อซึ่งเกิดจากแผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกันมี 2 ลักษณะ คือ แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนที่ออกจากกัน และแผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่ออกจากกัน<br>2.<strong>แผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากัน (Convergent boundaries)</strong> เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp; และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โดยรอยต่อของแผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากันมี 3 รูปแบบคือ แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกัน แผ่นธรณีมหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีทวีป และแผ่นธรณีทวีปชนกัน<br><br>3.เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน&nbsp;<br>และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:20:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410130749</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เบญจพร บุญก่อสร้าง เลขที่20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410155990</link>
         <description><![CDATA[<div>💚1.เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร<br>💚2.เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)<br>💚3.เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-06 04:50:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410155990</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาววิไลเลขา บุญเจริญ ม.6/8 เลขที่ 21</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410777806</link>
         <description><![CDATA[<div>👍🏼 1.เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร<br><br>👍🏼 2.เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)<br><br>👍🏼 3.เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น เช่น รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1908387109/938530adaee26656bad58b2776f534ea/FC181426_2AA3_4CC1_A5DD_97A270C0BD98.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-06 14:45:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2410777806</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวนรินทร์ทิพย์ เสือณรงค์ เลขที่19 ม.6/81.เคลื่อนที่ออกจากกันรอยต่อแผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกัน (Divergent plate boundaries) เกิดขึ้นเนื่องจากแรงดันในชั้นฐานธรณีภาค ดันให้แผ่นธรณีโก่งตัวขึ้นจนเกิดรอยแตก แมกมาอยู่ภายในดันตัวออก ทำให้แผ่นธรณีเคลื่อนที่แยกจากกัน การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีในลักษณะนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวไม่รุนแรง โดยมีศูนย์กลางอยู่ในระดับตื้น  รอยต่อซึ่งเกิดจากแผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกันมี 2 ลักษณะ คือ แผ่นธรณีทวีปเคลื่อนที่ออกจากกัน และแผ่นธรณีมหาสมุทรเคลื่อนที่ออกจากกัน 2.เคลื่อนที่เข้าหากันแผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากัน (Convergent boundaries) เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร) และหากเกิดขึ้นในมหาสมุทรก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เช่น สันเขาใต้สมุทรใกล้เกาะสุมาตรา และ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น 3.เคลื่อนที่เฉือนกันเนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่่ที่แตกต่างกัน   ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน  และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น  เช่น  รอยเลื่อนซานแอนเดรียสในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2438742551</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-10 04:10:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2438742551</guid>
      </item>
      <item>
         <title>24.นางสาวศศิพร อาสนะเวศ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2472653521</link>
         <description><![CDATA[<div>1. เคลื่อนที่แยกออกจากกัน<br>🧷เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นใต้มหาสมุทร การแยกตัวออกจากกันนี้ ส่งผลให้เกิดร่องลึกใต้ทะเล (Oceanic trench) ที่ทำให้หินหนืดดันตัวขึ้นมาตามรอยแยกดังกล่าว ก่อนสัมผัสกับอุณหภูมิที่ชั้นเปลือกโลกและเย็นตัวลง จนกลายเป็นแนวสันเขาและแนวภูเขาไฟใต้มหาสมุทรในท้ายที่สุด แต่ถ้าหากการแยกตัวออกจากกันนี้ เกิดขึ้นบนพื้นทวีปจะก่อให้เกิดหุบเขาทรุด (Rift valley)&nbsp;<br><br>2. เคลื่อนที่เข้าหากัน<br>🧷เกิดขึ้นในบริเวณที่แผ่นธรณีปะทะกันซึ่งเรียกว่า “เขตมุดตัว” (Subduction zone) การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ระดับลึก (300 – 700 กิโลเมตร)&nbsp;<br><br>3. เคลื่อนที่เฉือนกัน<br>🧷เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคมีอัตราเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดรอยเลื่อนที่เฉือนกัน และทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับตื้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-08 00:53:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2472653521</guid>
      </item>
      <item>
         <title>17 กัญวรา กล่อมเกลี้ยง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2490430643</link>
         <description><![CDATA[<div>ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน<br>&nbsp;เกิดรอยแตกในชั้นหินแข็ง จนแมกมาสามารถถ่ายโอนความร้อนสู่ชั้นเปลือกโลกได้ อุณหภูมิและความดันของแมกมาจึงลดลงเป็นผลให้เปลือกโลกตอนบนทรุดตัวกลายเป็นหุบเขาทรุด ปรากฏเป็นเทือกเขากลางมหาสมุทรขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน<br><br><br>ธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน<br>แนวที่แผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากันเป็นได้ 3 แบบ ดังนี้<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.1 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทร แผ่นธรณีภาคแผ่นหนึ่งจะมุดลงใต้แผ่นธรณีภาคอีกแผ่นหนึ่ง ปลายของแผ่นธรณีภาคที่มุดลง จะหลอมตัวกลายเป็นแมกมาประทุขึ้นมา เกิดเป็นแนวภูเขาไฟกลางมหาสมุทร เช่นที่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์<br><br>&nbsp; 2.2 แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรหนักกว่าจะมุดลงใต้ ทำให้เกิดรอยคดโค้งเป็นเทือกเขาบนแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป เช่นที่ อเมริกาใต้แถบตะวันตก แนวชายฝั่งโอเรกอน<br><br><br>ใต้มหาสมภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง เมื่อชนกันทำให้ส่วนหนึ่งมุดตัวลงอีกส่วนหนึ่งเกยอยู่ด้านบน เกิดเป็นเทือกเขาสูง เช่น เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาแอลป์ ภาพด้านล่าง<br><br>ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน<br> ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผเกิดใต้มหาสมุทร ภาคพื้นทวีปก็มี เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแมกมาในชั้นเนื้อโลกไมเท่ากัน ทำให้แผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ไม่เท่ากันด้วย เกิดการเลื่อนผ่านและเฉือนกัน เป็นรอยเลื่อนระนาบด้านข้างขนาดใหญ่<br><br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-22 00:37:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/janyapornpi/wsqal5qzj4a08uko/wish/2490430643</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
