<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>กรุงรัตนโกสินทร์ by Krittanon muangnin</title>
      <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-02-16 04:08:00 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-02-23 04:30:51 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>กรุงรัตนโกสินทร์</title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2885578938</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-16 04:10:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2885578938</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์</title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2885579343</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-16 04:10:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2885579343</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2885592691</link>
         <description><![CDATA[<div>หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบจลาจลภายในกรุงธนบุรีและสร้างความมั่นคงภายในประเทศแล้ว พระองค์ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาและตั้งชื่อใหม่ว่ากรุงเทพ เนื่องด้วยสาเหตุหลายประการ<br>1. มีวัดแจ้ง และ วัดท้ายตลาด ขนาบอยู่ 2 ด้าน ทำให้ไม่สามารถขยายอาณาเขตราชวังได้<br>2.พระองค์ไม่ทรงเห็นด้วยที่จะให้พระนครแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาผ่ากลางเป็นเสมือนเมืองอกแตก ดังเช่น เมืองพิษณุโลก สุพรรณบุรี เพราะหากข้าศึกยกทัพมาตามลำน้ำ ก็สามารถบุกตีใจกลางเมืองหลวงได้ ทำให้ยากแก่การป้องกันพระนคร<br>3.พื้นที่ทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ราบลุ่ม สามารถขยายเมืองให้กว้างขวางออกไปได้เรื่อยๆ ตรงบริเวณที่ตั้งพระนครพื้นที่เป็นแหลม โดยมีแม่น้ำเป็นกำแพงกั้นอยู่เกือบครึ่งเมือง<br>4.ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่เป็นท้องคุ้ง น้ำกัดเซาะตลิ่งพังทลายอยู่เสมอ จึงไม่เหมาะแก่การสร้างอาคารหรือถาวรวัตถุใดๆ ไว้ริมฝั่งแม่น้ำ</div><div><br></div><div>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีรับสั่งให้สร้างเมืองใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณหัวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา คือ บริเวณพระบรมมหาราชวังในปัจจุบัน&nbsp; ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นภายในด้วย คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว แล้วให้อัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นประดิษฐาน ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” เพื่อเป็นสิริมงคลแก่กรุงเทพ</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2334469892/3cd8f2e3305942f189690e8d33875265/IMG_4536.jpg" />
         <pubDate>2024-02-16 04:27:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2885592691</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปกครองสมัยกรุงรัตนโกสินทร์</title>
         <author>64pornnaphasji</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887096693</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-18 12:00:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887096693</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64pornnaphasji</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887104263</link>
         <description><![CDATA[<div>ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 -3 มีระเบียบแบบแผนตามแบบสมัยอยุธยา พระมหากษัตริย์มีอำนาจสูงสุดและเด็ดขาดในการปกครองประเทศ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ<br>1.<strong>การปกครองส่วนกลาง</strong> บริหารราชการแผ่นดินแบบจตุสคมภ์ มี 4 ตำแหน่ง เป็นผู้รับผิดชอบงานรวม 6 กรม คือ<br>&nbsp;<br><br>1.1 กลาโหม มีสมุหกลาโหมเป็นหัวหน้าฝ่ายทหาร มีหน้าที่บังคับบัญชาการฝ่ายทหารและพลเรือนในเขตหัวเมืองภาคใต้ชายทะเลตะวันตก และตะวันออก สมุหกลาโหมมียศและราชทินนามว่า เจ้าพระยามหาเสนา ได้ตราคชสีห์เป็นตราเป็นประจำตำแหน่ง&nbsp;<br><br>1.2 มหาดไทย สมุหานายกเป็นหัวหน้าฝ่ายพลเมืองและ จตุสดมภ์ มีหน้าที่บังคับบัญชางานทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนแถบหัวเมืองฝ่ายเหนือและอีสานทั้งหมดไม่ใช้ราชทินนามว่าจักรีเหมือนสมัยอยุธยา และ ไม่กำหนดแน่นอน บางครั้งใช้รัตนาพิพิธรัตนคชเมศรา ภูธราพัยบดินทรเดชานุชิต เป็นต้น ใช้ตราราชสีห์ เป็นตราประจำตำแหน่ง&nbsp;<br><br>1.3 กรมเมือง มีหน้าที่ดังนี้<br> - บังคับบัญชาข้าราชการและดูแลความสงบเรียบร้อยภายในกรุงเทพมหานคร<br> - บังคับบัญชาศาล พิจารณาความอุกฉกรรจ์มหันโทษ เสนาบดีมีตำแหน่งเป็นเจ้าพระยายมราช มีตราพระยมทรงสิงห์ เป็นตราประจำตำแหน่ง&nbsp;<br><br>1.4 กรมวัง มีหน้าที่ดังนี้&nbsp;<br>- รักษาราชมนเทียรและพระราชวังชั้นนอก ชั้นใน &nbsp;<br>- เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับพระราชพิธีมีอำนาจตั้งศาลชำระความด้วยเสนาบดี คือ เจ้าพระธรรมา ใช้ตราเทพยดาทรงพระนนทิการ (พระโค) เป็นตราประจำตำแหน่ง&nbsp;<br><br><br>1.5 กรมคลัง มีหน้าที่ดังนี้</div><div>- ดูแลการเก็บและจ่ายเงิน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งคือ พระยาราชภักดี</div><div>- ดูแลการแต่งสำเภาไปค้าขายต่างประเทศ และเจริญสัมพันธไมตรีผู้ดำรงตำแหน่งคือ พระยาศรีพิพัฒน์</div><div>- ตรวจบัญชี และดูแลหัวเมืองชายทะเลตะวันออกผู้รักษาหน้าที่ คือพระยาพระคลัง ใช้ตราบัวแก้วเป็นตราประจำตำแหน่ง&nbsp;</div><div><br></div><div>1.6 กรมนา มีหน้าที่คังนี้ - ดูแลรักษานาหลวง&nbsp;</div><div>- เก็บภาษีข้าว&nbsp;</div><div>- เป็นพนักงานซื้อข้าวขึ้นฉางหลวง&nbsp;</div><div>- พิจารณาคดีเกี่ยวกับเรื่องนา สัตว์พาหนะ&nbsp;</div><div>- เสนาบดีตำแหน่งเป็น พระยาพลเทพ ใช้ตราพระพิรุณทรงนาค เป็นตราประจำตำแหน่ง</div><div><br><br><br></div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2334469892/cf6e857f247c66181aed3c0a573eabcf/IMG_4537.jpg" />
         <pubDate>2024-02-18 12:20:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887104263</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64pornnaphasji</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887105628</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>2.</strong> <strong>การปกครองส่วนภูมิภาค</strong> แบ่งเขตการ ปกครองออกเป็น หัวเมือง 3 ประเภท ได้แก่<br><br>2.1 หัวเมืองภาคเหนือและอีสาน อยู่ในความรับผิดชอบของสมุหนายก ซึ่งต้องรับผิดชอบทั้งในด้านการทหาร และพลเรือน ตลอดจนเศรษฐกิจ และรักษาความยุติธรรม&nbsp;<br><br>2.2 หัวเมืองภาคใต้ อยู่ในความรับผิดชอบของสมุหกลาโหม มี 20 เมืองได้แก่ สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ไชยา หลังสวน ชุมพร ประทิว คลองวาฬ กุยบุรี ปราน ตะนาวศรี มะริด กระบุรี ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง พังงา ถลาง กาญจนบุรี ไทรโยค และเพชรบุรี&nbsp;<br><br>2.3 หัวเมืองชายทะเลภาคตะวันออก มี 9 เมือง ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สาครบุรี ชลบุรี บางละมุง ระยอง จันทบุรี ตราด อยู่ในความรับผิดชอบของกรมท่า&nbsp;<br>หัวเมืองส่วนภูมิภาคแบ่งออกเป็น เมืองเอก โท ตรี อัตวา เจ้าเมืองเอก ได้รับแต่งตั้งจากราชธานี นอกนั้นให้เสนาบดีผู้เกี่ยวข้องคำเนินการ หัวเมืองเอกทางเหนือ ได้แก่ พิษณุ โลกทางอีสานมี นครราชสีมา ทางใต้มี นครศรีธรรมราช ถลาง สงขลา</div><div><br></div><div><strong>3</strong>. <strong>การปกครองส่วนท้องถิ่น</strong> แบ่งออกเป็น บ้าน ตำบล และแขวงตามลำดับ ซึ่งอาจเทียบได้กับ หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ในปัจจุบัน ดังนี้&nbsp;<br>- บ้าน มีผู้ดูแลเรียกว่า ผู้ใหญ่บ้าน<br> - ตำบล มีผู้ดูแลเรียกว่า กำนัน (มีบรรดาศักดิ์เป็น "พัน")<br> - แขวง มีผู้ดูแลเรียกว่า หมื่นแขวง<br>- เมือง มีผู้ดูแเลเรียกว่า ผู้รั้ง (พระยามหานคร)</div><div><br><strong>กาาเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4<br><br></strong>การศึกษาวิทยาการสมัยใหม่ การประกาศให้ขุนนางสวมเสื้อเข้าเฝ้า ทรงร่วมดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา การปรับปรุงเส้นทางคมนาคมทั้งทางบก และทางน้ำ มีการลงนามใน “สนธิสัญญาบาวริง” กับประเทศอังกฤษ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ ยกเลิกระบบการผูกขาดการค้าโดยรัฐ ให้มีการส่งเสริมการค้าเสรี ให้ยกเลิกภาษีปากเรือและภาษีอื่นๆ ที่ไทยเคยเรียกเก็บ แต่ให้เรียกเก็บเป็นภาษีศุลกากรสินค้าขาเข้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ 3 แทน ให้สิทธิสภาพนอกอาณาเขต แก่คนในบังคับของอังกฤษ จะแก้ไขสนธิสัญญาฉบับนี้ได้เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 10 ปี<br><br><strong>การเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5<br><br>1.)การปรับปรุงการปกครองส่วนกลาง</strong> พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศจัดตั้ง “เสนาบดีสภา” ขึ้นใน พ.ศ.2431 พระองค์ทรงเลือกคนที่มาดำรงตำแหน่งเสนาบดี มีการอบรมประชุมโดยพระองค์ทรงเป็นประธานในที่ประชุม ทรงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับราชการและการบัญชางานแก่เสนาบดีแบบใหม่พอสมควรแล้ว จึงได้มีพระบรมราชโองการประกาศจัดตั้งกระทรวงแบบใหม่ขึ้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2435 โดยจัดสรรอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวงให้เป็นสัดส่วน มีด้วยกันทั้งหมด 12 กระทรวง ประกอบด้วย&nbsp;<br>1.กระทรวงกลาโหม 2.กระทรวงนครบาล 3.กระทรวงวัง 4.กระทรวงเกษตรพานิชการ 5.กระทรวงคลัง 6.กระทรวงต่างประเทศ 7.กระทรวงยุทธนาธิการ 8.กระทรวงโยธาธิการ 9.กระทรวงธรรมการ 10.กระทรวงยุติธรรม 11.กระทรวงมุรธาธิการ 12.กระทรวงมหาดไทย&nbsp;<br>ภายหลังที่พระองค์ทรงประกาศจัดตั้งกระทรวงต่างๆ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2435 แล้ว ต่อมาทรงเห็นว่างานในกระทรวงต่างๆ ยังซ้ำซ้อนปะปนกันอยู่จึงทรงปรับปรุงใหม่แก้ไขเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวนี้ พอสิ้นรัชกาลก็มีกระทรวงต่างๆ รวม 10 กระทรวง คือ<br>1.กระทรวงมหาดไทย 2.กระทรวงกลาโหม 3.กระทรวงนครบาล 4.กระทรวงวัง 5.กระทรวงต่างประเทศ 6.กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ 7.กระทรวงโยธาธิการ 8.กระทรวงยุติธรรม 9.กระทรวงธรรมการ 10.กระทรวงเกษตราธิการ</div><div><br></div><div>2.) <strong>การปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาค </strong><br>พระองค์ได้ทรงจัดรวบรวมหัวเมืองตามชายแดนที่สำคัญๆ ขึ้นเป็นเขตการปกครองเรียกว่า “มณฑล” โดยมุ่งที่จะป้องกันราชอาณาจักรให้พ้นจากการคุกคามจากภายนอกเป็นหลัก และในขณะเดียวกันก็เป็นการทดลองจัดระเบียบการปกครองอย่างใหม่ ซึ่งพระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยที่จะจัดให้มีขึ้นในประเทศต่อไป พระองค์ได้ทรงเลือกบุคคลที่ทรงคุณวุฒิมีความสามารถสูง และเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยออกไปดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ประจำมณฑล บัญชาการต่างพระเนตรพระกรรณ กำกับว่าราชการซึ่งผู้ว่าราชการและกรรมการเมืองปฏิบัติอยู่ให้ดำเนินไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ด้วยความยุติธรรมและรวดเร็ว ดูแลทุกข์สุขของราษฎรโดยทั่วถึงซึ่งเรียกว่า “เทศาภิบาล”</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-18 12:24:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887105628</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887552798</link>
         <description><![CDATA[<div>1. การปกครองแบบเทศาภิบาล : มีหลักการและสาระสำคัญ คือ รัฐบาลทำการปกครองหัวเมืองตั้งแต่ชั้นต่ำสุดถึงชั้นสูงสุด เริ่มต้นด้วยพลเมืองมีสิทธิที่จะเลือก “ผู้ใหญ่บ้าน” ผู้ใหญ่บ้านประมาณ 10 หมู่มีสิทธิเลือกตั้ง “กำนันของตำบล” ตำบลหลายๆ ตำบลมีพลเมืองประมาณ 10,000 คน รวมกันเป็น “อำเภอ” มีนายอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด หลายอำเภอรวมกันเป็น “เมือง” มี “ผู้ว่าราชการเมือง” เป็นผู้ดูแล หลายเมืองรวมกันเป็น “มณฑล”</div><div><br>2.การปกครองท้องที่ นอกจากปกครองแบบเทศาภิบาลแล้ว ใน พ.ศ.2440 รัชกาลที่ 5 ยังได้ทรงตราพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องถิ่นสำหรับการจัดการปกครองระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เพิ่มขึ้นด้วย<br><br><strong>3</strong>.) <strong>การปรับปรุงการปกครองส่วนท้องถิ่น </strong><br>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้ริเริ่มจัดการ “สุขภิบาล” ในเขตกรุงเทพฯ และตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อทดลองให้ประชาชนรู้จักการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่นอีกด้วย<br><br><strong>การเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยรัชกาลที่ 6<br><br></strong>พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 การส่งเสริมอุดมการณ์ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” จัดตั้งเมืองจำลองประชาธิปไตย หรือ ดุสิตธานี</div><div><br><br><br><strong>การเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยรัชกาลที่ 7 - ปัจจุบัน<br><br></strong>การเมืองการปกครอง เริ่มมีแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยปรากฏว่าล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ทรงให้ดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมพระราชทานแก่ประชาชนชาวสยาม แต่ยังไม่ทันได้พระราชทานก็เกิดการปฏิวัติเสียก่อน โดยนายทหารและนักเรียนนอกทุนหลวงกลุ่มหนึ่ง ได้ร่วมกันวางแผนก่อการปฏิวัติ ยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์ในนามของ “คณะราษฎร” เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสยามประเทศ ที่เปลี่ยนการปกครองจาก “สมบูรณาญาสิทธิราช” มาเป็น “ประชาธิปไตย” การปฏิวัติการปกครองในยุโรป โดยเฉพาะในฝรั่งเศส เป็นต้นแบบที่คณะราษฎรนำมาปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองในสยามมีความแตกต่างออกไป เนื่องจากเจตจำนงในการล้มล้างการปกครองระบอบกษัตริย์ในสยาม ไม่ได้เริ่มจากฐานราก หรือจากประชาชน และประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการยึดอำนาจครั้งนี้ แต่การปฏิวัติในสยามเกิดจากชนชั้นกระฎุมพี ที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตกเพียงไม่กี่คน การดำเนินการยึดอำนาจจึงต้องวางแผน โดยหลอกเอากำลังทหารมาใช้ปฏิบัติการ และควบคุมให้ประชาชนอยู่ในความสงบโดยใช้ตัวประกัน</div><div>ต่อมาเมื่อปฏิวัติสำเร็จแล้ว คณะราษฎรได้เข้าเฝ้าขอพระราชทานอภัยโทษ และขอพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามฉบับแรก เรียกว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475”</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-19 02:53:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887552798</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887555682</link>
         <description><![CDATA[<div>ธรรมนูญสยามฉบับชั่วคราว 2475</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2334334169/61b839516f1c376c4ca59ed24b70e205/IMG_4054.jpg" />
         <pubDate>2024-02-19 02:56:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887555682</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เศรษฐกิจและสังคมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์</title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887559141</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-19 03:00:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887559141</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887562937</link>
         <description><![CDATA[<div>สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในสมัยแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ยังคงอยู่ในรูปแบบของ เศรษฐกิจพอยังชีพ คือยังไม่มีการแบ่งงานกันทำแต่ละครอบครัวต้องผลิตของที่จําเป็นทุกอย่างขึ้นมาใช้เอง ที่ดินก็ยังว่างเปล่าอยู่มาก ในขณะที่แรงงานเพื่อประกอบการผลิตยังมีอยู่น้อย เพราะสภาพสังคมขณะนั้นแรงงานคนส่วนใหญ่ต้องอุทิศให้กับการเข้าเวรรับราชการ และรับใช้มูลนาย เวลาที่เหลือเพียงส่วนน้อยจึงเป็นเรื่องของการทำมาหาเลี้ยงชีพ และครอบครัว ผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่งจึงเป็นไปตามความต้องการของครัวเรือน และอีกส่วนหนึ่งส่งเป็นส่วยให้กับทางราชการ การค้าภายในประเทศจึงมีน้อยเพราะว่าทรัพยากรมีจํากัด จวบจนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 การค้าภายในประเทศจึงเริ่มขยายตัวเพราะชาวจีนเข้ามามีบทบาททางการค้าโดยทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลาง นำส่งสินค้าเข้า-ออกตามท้องถิ่นต่าง ๆ&nbsp;<br><br>รายได้ของรัฐบาลในสมัยต้นรัตนโกสินทร์จําแนกได้ดังนี้<br>1) ส่วย คือ เงินหรือสิ่งของที่ไพร่เอามาเสียภาษีแทนแรงงานถ้า ไม่ต้องการขำระเป็นเงิน ก็อาจจะทดแทนด้วยผลิตผลที่มีอยู่ในท้องที่ๆไพร่ผู้นั้นอาศัยอยู่ เช่นดีบุกดินประสิว นอกจากนี้ส่วยยังเรียกเก็บจากหัวเมืองต่างๆ และบรรดาประเทศราช&nbsp;<br>2) ฤชา คือ การเสียค่าธรรมเนียมที่ประชาชนจ่ายเป็นค่าตอบแทนการบริการของรัฐบาล รัฐบาลจะกำหนดเรียกเก็บเป็นอย่างๆไป เช่น ค่าธรรมเนียมโรงศาล ค่าธรรมเนียมการออกโฉนด หรือค่าธรรมเนียมกรรมสิทธิ์ เป็นต้น<br>3) อากร คือ เงินที่พ่อค้าเสียให้แก่รัฐบาลในการขอผูกขาดสัมปทาน เช่น การจับปลา การเก็บของป่าดัม กลั่นสุรา และตั้งบ่อนการพนัน เป็นต้น&nbsp;<br>4) ภาษีอากรและจังกอบภาษีอากร หมายถึงการเก็บภาษีจากสินค้าเข้า และสินค้าออก ภาษีเข้ามีอัตราการเก็บที่ไม่แน่นอน ประเทศใดที่มีสัมพันธไมตรีดีต่อไทยก็จะเก็บภาษีน้อยกว่าเรือของประเทศที่ไปมา ค้าขายเป็นครั้งคราว<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในสมัยรัตนโกสินทร์นี้แม้เศรษฐกิจหลักของสังคมจะเป็นไปแบบเดิมคือ การเกษตรกรรมโดยอาศัยธรรมชาติ แต่ทางราชการก็พยายามสนับสนุนช่วยเหลือในการชลประทานการค้ากับต่างประเทศก็<br>ดำเนินเป็นล่ำเป็นสันขึ้นกว่าในสมัยก่อนเพราะไทยมีสินค้าออก คือผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นที่ต้องการของประเทศทางตะวันตก<br>2. ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;<br>ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ทำรายได้ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ ไม้ แร่ธาตุและสินค้าประเภทเหล็ก ซึ่งสรุปได้ดังนี้<br>ไม้สัก พ่อค้าชาวจีน ซึ่งเป็นผู้ประมูลผูกขาดจากป่าไม้จากเจ้าเมืองฝ่ายเหนือ นอกจากคนจีน ทางราชการก็เป็นผู้โค่นเอง เพื่อนำไปใช้ต่อเรือและส่งไปขายที่เมืองจีนและอินเดีย&nbsp;<br>ไม้ฝาง ใช้ทำสีย้อมผ้า และไม้กฤษณา เป็นสินค้าออกที่สำคัญ<br>ดีบุก เป็นทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ เป็นสินค้าผูกขาดที่ต้องนำมาขายให้กับพระคลังสินค้าเท่านั้น โดยเจ้าเมืองจะเป็นผู้ซื้อดีบุกจากราษฏร เพื่อขายต่อให้พ่อค้าต่างชาติอีกต่อหนึ่ง&nbsp;<br>นอกจากดีบุก ยังมีเหล็ก ทองแดง ตะกั่ว ทองคำซึ่งมีอยู่ทั่วไป แร่ดิบส่วนใหญ่ได้รับการถลุงขั้นแรกที่บริเวณแหล่งแร่ ต่อจากนั้นจะถูกขนส่งไปกรุงเทพ มีโรงงานผลิตเครื่องครัวและเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ สินค้าประเภทเหล็กจึงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญและมีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของไทย&nbsp;<br><br>3. การจัดเก็บภาษีอากร<br>ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-2 การจัดเก็บภาษีอากรยังคงเหมือนกับสมัยอยุธยา ภาษีที่เรียกเก็บในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้แก่ อากรสุรา บ่อนเบี้ย ขนอนตลาด ค่าน้ำเก็บตามเครื่องมือ สมพัตสร ค่านา สวน และส่วย ส่วนในรัชกาลที่ 2 ประเภทของภาษีอากรประกอบด้วย จังกอบ อากร ส่วย ฤชา<br>ในสรัชกาลที่ 3 ได้มีการแก้ไขการเก็บภาษีใหม่ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มพูนมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้เพราะในสมัยนี้มีศึกสงครามมาก ดังนั้นรัชกาลที่ 3 จึงได้ทรงตั้งภาษีอากรใหม่ถึง 38 ชนิด เช่น อากรบ่อนเบี้ยจีน หวย พริกไทย ไม้ฝาง ไม้แดง เกลือ น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น<br>ีการเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้นหลายชนิด เพื่อให้การเก็บภาษีได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงใช้วิธีผูกขาดการเก็บภาษีอากร ซึ่งเป็นวิธีการเก็บภาษีในลักษณะที่มีผู้เสนอรับทำภาษีสิ่งของบางอย่าง ดังนั้นผู้ใดสามารถประมูลได้ ก็เป็นผู้ได้รับสิทธิผูกขาดจัดเก็บภาษีสิ่งของนั้นๆ ผู้ประมูลได้เรียกว่า "เจ้าภาษีนายอากร" โดยรัฐบาลจะมอบอำนาจสิทธิขาดในการจัดเก็บอากรให้ไปดำเนินการเอง และเมื่อถึงกำหนดเวลาจะต้องนำเงินภาษีอากรที่ได้มาส่งให้ครบตามที่ประมูลไป</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-19 03:04:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887562937</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887566604</link>
         <description><![CDATA[<div>4. สภาพการค้าขาย<br>การค้าภายในประเทศ การค้าขายยังจัดอยู่ในขอบเขตจำกัด เพราะเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นแบบเลี้ยงตนเอง บรรดาพืชผลต่างๆ ซึ่งผลิตได้ส่วนมากจะใช้บริโภคในครัวเรือน ส่วนที่เหลือจากการบริโภคและอุปโภคแล้ว จึงจะนำมาแลกเปลี่ยนกันภายในตลาดท้องถิ่นนั้นๆ&nbsp;<br>การค้าขายภายในประเทศส่วนใหญ่มักจะดำเนินไปตามริมแม่น้ำลำคลอง ระบบเงินตรายังใช้เบี้ยเป็นสื่อในการซื้อขาย แต่ระบบเงินตรายังไม่ได้มาตรฐานทั่วไป คนส่วนมากนิยมการแลกเปลี่ยนกันในรูปสินค้ามากกว่า<br>การค้าภายในประเทศเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยที่ชาวจีนได้เข้ามามีบทบาททางการค้ามากขึ้น ชาวจีนจะเป็นคนกลางนำสินค้าจากท้องที่หนึ่งไปขายยังอีกท้องที่หนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกล<br>ในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายหลังที่รัฐบาลได้ทำการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น รัฐบาลจะผูกขาดการค้าทั้งภายในและต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว ราษฏรต้องขายผลผลิตให้กับพระคลังสินค้า โดยรัฐจะเป็นผู้ควบคุมปริมาณและราคาสินค้าได้ โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาและเป็นที่ต้องการของพ่อค้าต่างชาติ ราษฏรต้องนำไปขายให้กับพระคลังสินค้าเท่านั้น จะขายให้ผู้ใดโดยตรงมิได้<br><br>การค้ากับต่างประเทศระบบการผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้า ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น การค้าขายกับต่างประเทศดำเนินไปตามวิธีการผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้า เสนาบดีกรมท่าจะมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการค้ากับต่างประเทศเหมือนสมัยอยุธยา&nbsp;<br>พระคลังสินค้าจะดำเนินนโยบายการค้าในรูปแบบการค้าผูกขาดของหลวง โดยพระคลังสินค้าจะออกประกาศบังคับว่า สินค้าบางอย่างให้ราษฏรนำมาขายให้กับพระคลังสินค้าเท่านั้น เมื่อเรือสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาเทียบท่า ทางเจ้าหน้าที่ของไทยจะไปตรวจเลือกซื้อสิ่งของที่ต้องการก่อน เมื่อรัฐบาลได้สิ่งของที่ต้องการเพียงพอแล้ว จึงยอมให้จำหน่ายแก่คนทั่วไป แต่ถ้าเป็นสินค้าประเภทอาวุธยุทธภัณฑ์ ซึ่งเป็นของจำเป็นต้องใช้ในราชการ เมื่อมีพ่อค้านำเข้ามา ไทยจะบังคับซื้อจากพ่อค้าในราคาต่ำกว่าปกติ<br>บรรดาสินค้าต่างๆ ที่มีราคาทั้งหลาย เช่น ฝาง ดีบุก ลูกกระวาน ตะกั่ว รง นอแรด งาช้าง พริกไทย กฤษณา เป็นต้น รัฐจะขึ้นบัญชีเป็นสินค้าของหลวง ผู้ใดมีไว้ในครอบครองจะต้องนำมาถวายพระเจ้าแผ่นดินตามราคาที่กำหนดไว้ ส่วนสินค้าต้องห้ามที่ชาวต่างประเทศนำเข้ามาจะถูกบังคับให้ขายกับพระคลังสินค้า ได้แก่ ปืน และดินปืน สินค้าชนิดอื่นๆ ถ้ารัฐบาลต้องการซื้อก็มีสิทธิซื้อก่อนผู้อื่น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-02-19 03:09:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887566604</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>64krittanonmu</author>
         <link>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887570803</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2334334169/1fa2bdfe697704fbdfb5e90af797a798/IMG_0136.jpg" />
         <pubDate>2024-02-19 03:14:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/64krittanonmu/wktfu6iyeme44fxh/wish/2887570803</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
