<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ความงามที่ครองโลก by Nuchchalee Homsamoe</title>
      <link>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9</link>
      <description>Interpretation of a story by Gloria Broder</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-08-04 14:12:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2018-08-05 06:36:54 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Lightdecrease.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>โศกนาฏกรรมของความงามในยุคโบราณ</title>
         <author>nuchchalee_1998</author>
         <link>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271949178</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อนำเสนอ อ. ปติสร ( History )<br><br><strong>ลีด เมคอัพ(Lead Makeup)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นการทำให้หน้าขาวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของตะกั่ว&nbsp; ว่ากันว่าต้นกำเนิดมาจากประเทศกรีกในยุคโบราณกว่า2,000 ปี มาแล้ว และนิยมในฝรั่งเศสศตวรรษที่ 14 -19 ซึ่งสังคมนั้นมันชั้นสูงมากๆ แบบใครผิวดำถือว่าเป็นคนไม่มีเงิน (เพราะคนผิวดำมักทำงานหนัก คนผิวขาวไฮโซไม่ต้องทำงาน) ซึ่งคนดังที่ใช้แป้งข่าวทานั้นก็มีสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ<br><br></div><div>จากเหตุการณ์นี้สรุปได้ดังนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br><strong>ความงามเป็นสิ่งที่น่ากลัว</strong> &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แน่นอนเพราะมันมีส่วนประกอบของตะกั่ว ซึ่งทางอนามัยโลก จัดเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอยู่แล้ว โดยลีดเมคอัพเครื่องสำอางโบราณนั้นมี ส่วนประกอบคือตะกั่วขาวผสมกับขี้ผึ้ง ไขมันสัตว์ น้ำมันและไข่ขาว&nbsp; ซึ่งสารตะกั่วนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทำให้เบื่ออาหาร ท้องไส้ปั่นป่วน&nbsp; มึนงง&nbsp; แขนขาชา ตาบอด และหายใจไม่ออก บางครั้งอาจเสียชีวิตได้ หรือถ้าร่างกายสะสมตะกั่วมากๆ อาจเป็นมะเร็งได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยในปี 1760 Marie Gunning สตรีชั้นสูงชาวไอริชที่มีชื่อเสียงในด้านหน้าขาวของเธอกลายเป็นเหยื่อรายแรกของการใช้สารตะกั่วพิษ และในปี 1878 คุณนาย Madame Rachel,ก็ตายเพราะพิษของตะกั่วที่ทาบนหน้าเช่นกัน<br><br></div><div><strong>สาเหตุของการเกิดโศกนาฏกรรม<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>ลีด เมคอัพ (Lead makeup)<br>คือเทรนด์การแต่งหน้าให้ ‘ขาว’ แบบสุดๆ ที่มีต้นกำเนิดมาจากกรีกโบราณเมื่อราว 2,000 ปีก่อน และ ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูงฝรั่งเศสเมื่อช่วงศตวรรษที่ 14-19 ซึ่งผู้คนในสมัยนั้นมีค่านิยมที่ว่า คนผิวดำคือชนชั้นยากจน ส่วนคนผิวขาวคือชนชั้นสูง และยิ่งมีผิวขาวมากเท่าไหร่ก็แสดงว่าคนๆ นั้นไม่เคยต้องกรำแดดทำงานหนัก วันๆ อยู่แต่ในห้อง เป็นลูกผู้รากมากดีมีอันจะกิน ผู้คนในสมัยนั้นจึงนิยมทาหน้าให้ขาวมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเป็นการแสดงฐานะทางสังคมอย่างหนึ่งนั่นเอง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แต่ทว่าด้วยวิวัฒนาการและเทคโนโลยีในยุคสมัยนั้นที่ไม่สามารถตรวจสอบอันตรายของสารพิษเหล่านี้ได้ ทำให้ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า สารตะกั่วจะมีโทษร้ายแรงได้ถึงเพียงนี้! และคนดังที่เป็นเหยื่อรายแรกจากการได้รับพิษของสารตะกั่วก็คือ เมื่อปีค.ศ. 1760<strong> ‘Maria Coventry’</strong> สตรีชนชั้นสูงชาวไอริชที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยความงาม เธอต้องเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย จากการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของตะกั่วมากเกินไป นอกจากนั้นยังมี <strong>‘Madame Rachel’</strong> ช่างทำผมและนักต้มตุ๋นชื่อดังในสมัยวิคตอเรีย ที่ต้องมาเสียชีวิตเพราะสารตะกั่วเช่นกัน เป็นต้น<br> ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก ห้ามมิให้ใช้ ‘ตะกั่ว’ เป็นส่วนผสมในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อย่างเด็ดขาด และมีการออกมารณรงค์สร้างความตื่นตัวเกี่ยวกับพิษจากสารตะกั่ว ให้กับผู้คนได้รับรู้เรื่อยมา<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:160,&quot;url&quot;:&quot;http://3.bp.blogspot.com/-LjYJZ9OEQM4/VbuPsvnt-NI/AAAAAAAAAKU/mkhIqtsCYsY/s320/lead.jpg&quot;,&quot;width&quot;:320}" data-trix-content-type="image"><img src="http://3.bp.blogspot.com/-LjYJZ9OEQM4/VbuPsvnt-NI/AAAAAAAAAKU/mkhIqtsCYsY/s320/lead.jpg" width="320" height="160"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><a href="https://talk.mthai.com/inbox/74796.html">https://talk.mthai.com/inbox/74796.html</a><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 14:12:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271949178</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nuchchalee_1998</author>
         <link>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271953108</link>
         <description><![CDATA[￼]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 16:13:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271953108</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความงามหลายมุมมอง</title>
         <author>nuchchalee_1998</author>
         <link>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271953700</link>
         <description><![CDATA[<div>ความงามหลายมุมมอง<br><br>ผลงานที่มีชื่อเสียงที่โด่งดังอีกอย่างหนึ่งของ Monet คือภาพวาดที่เป็นเรื่องเดียวกันแต่หลายมุมมอง แตกต่างกันโดยแสง สี บรรยากาศ วัน เวลาในแต่ฤดูที่แตกต่างกันไป ซึ่ง Monet ต้องการสื่อว่าสถานที่ที่หนึ่งสามารถสื่อถึงความรู้สึกได้หลากหลายอารมณ์เมื่อเปลี่ยนการดูในหลายมุมมอง ไม่ว่าจะอยู่ในมุมมองหรือสภาพแวดล้อมแบบไหนแต่ความงามก็ยังคงมีอยู่ในแต่ละมุมมอง ดิฉันจึงเลือกภาพของศิลปินท่านนี้พร้อมกับภาพนี้มาพูดถึง ซึ่งดิฉันประทับใจอย่างมากเพราะผลงานชุดนี้ของ Monet มีความงามหลากหลายมุมมองแม้ว่าจะอยู่แค่สถานที่นี้ทีเดียวแต่สามารถสื่อได้หลากหลายอารมณ์ ผู้คนอาจจะสงสัยว่าทำไมผลงานของ Monet เป็นผลงานที่อยู่ในสถานที่ที่เดียวแต่สำหรับ Monet ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสถานที่ที่เดียวแต่สภาพแวดล้อม แสง สี และฤดูกาลที่แตกต่างกันแต่ความสวยงามของเขามีคุณค่าทุกมุมมองเสมอ&nbsp;<br><br>และทั้งหมดนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจกับแนวคิดของ Manet ที่สื่อสารออกมาจากรูปภาพเพราะรูปๆนี้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของใครหลายๆคนในปัจจุบันนี้ที่ว่า บางคนหน้าที่การงานที่ทำอาจดูต่ำต้อย ไร้ศีลธรรม ในสายตาของผู้อื่นแต่คนผู้นั้นอาจไม่ได้ต่ำต้อย ไร้ศีลธรรมในส่วนของจิตใจก็เป็นได้ ดังนั้น&nbsp; เราอย่าตัดสินคนอื่นจากแค่เพียงสิ่งที่เราเห็นภายนอก แต่เราควรศึกษาเขาให้ดีว่าภายในจิตใจเขานั้นเป็นคนเช่นไร&nbsp; เพราะความงามที่แท้จริงเราอาจไม่สามารถวัดคุณค่ากันที่ภายนอก ความดีไม่ได้วัดกันที่การงานหรือยูนิฟอร์มที่ใส่กันเสมอไปแต่ข้างในต่างหากที่เราสามารถวัดคุณค่านั้นออกมาได้ และที่เราเรียกกันว่า "จิตใจ" เหตุนี้ทำให้ดิฉันจึงหยิบรูปภาพหรือผลงานนี้มาเพื่อเป็นแนวคิดและมุมมองใหม่ๆให้กับผู้คนในยุคสมัยนี้อีกด้วย<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 16:31:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271953700</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โฆษณาความงามและการสร้างความจริงภาพจาก https://www.google.com/url? sa=t&amp;source=web&amp;rct=j&amp;url=https://www.tcijthai.com‘ขาวอมชมพู กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย’ ตัวอย่างคำโฆษณาที่ได้เห็นได้ยินบ่อยครั้งในโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมความงามทั้งในสื่อกระแสหลักทุกช่องทาง ป้ายโฆษณากลางแจ้ง สื่อบนรถไฟฟ้าไปจนถึงข้างหลังเบาะรถเมล์ รวมถึงสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่การตลาดสำคัญของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามในปัจจุบัน งานวิจัยเรื่อง วิเคราะห์การสร้างวาทกรรมความงามของโฆษณาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดย จันทิมา ปัทมธรรมกุล อ้างนิยามความหมายของโฆษณาว่า เป็นการสื่อสารประเภทหนึ่งที่มีการกำหนดกลยุทธ์การสื่อสาร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อจูงใจหรือโน้มน้าวใจกลุ่มผู้รับสารให้เกิดทัศนคติและ/หรือพฤติกรรมตามที่นักโฆษณาได้วางวัตถุประสงไว้ และเป็น “เครื่องมือที่สร้างผู้บริโภคให้เป็นสินค้าเพื่อขายสู่เจ้าของสินค้าอีกทอดหนึ่ง ด้วยกลยุทธ์เชิงสุนทรียศาสตร์ที่ครอบงำจิตสำนึกของผู้คน” ค่านิยมเรื่องความงามของผู้หญิงไทยทุกวันนี้จึงเป็นทั้งวัตถุดิบและผลผลิตจากการโฆษณา แม้จะเหมือนไข่กับไก่ที่ไม่รู้สิ่งใดเกิดก่อน แต่งานวิจัยดังกล่าวระบุว่า โฆษณาสามารถสร้างและผลิตซ้ำวาทกรรม ‘ความงาม’ ตามแนวคิดเรื่องวาทกรรม สื่อมวลชน โดยโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมความงามอาจถือเป็นสื่อมวลชนประเภทหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการประกอบสร้างความ จริงทางสังคม (social construction of reality) บนฐานคิดที่ว่า “การนำเสนอใดๆ ของสื่อมวลชนไม่สามารถเรียกว่าเป็นความจริงได้ แต่สามารถเทียบเคียงได้ว่าเป็นภาพเสนอหรือภาพ ตัวแทนเท่านั้น และมีบทบาทในการสร้าง ‘ความเป็นจริง’ ชุดหนึ่งขึ้นมา เพื่อกระตุ้นให้ผู้รับสารต้องการบริโภคสินค้าที่อาจไม่จำเป็น เพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมบริโภคนิยมต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” ตามที่ Chris Hackley อาจารย์สอนวิชาการตลาดของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษกล่าวไว้</title>
         <author>nuchchalee_1998</author>
         <link>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271954448</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 16:55:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271954448</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Jke (Pink Nude)  ภาพนี้มีชื่อว่า Pink Nude ซึ่งมีที่มาจาก Matisse ซึ่งวาดภาพผู้หญิงเปลือยกายที่มีรูปร่างที่สวย เซ็กซี่และมีเสน่ห์ ภาพออกมาเป็นภาพดังกล่าว ที่หลายๆคนมองว่าเป็นภาพที่ตลก ซึ่งได้สภาพความตลกขบขันให้กับผู้ชมจำนวนมากเนื่องจากภาพวาดนั้นไม่มีความสมดุล เช่น มีหน้าอกที่ใหญ่และกลมช่วงลำตัวยาว แขนขาใหญ่แต่มีใบหน้าและศีรษะขนาดเล็ก นั่นซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายๆตนไม่เข้าใจในภาพวาด Matisse ต้องการสื่อ</title>
         <author>nuchchalee_1998</author>
         <link>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271954456</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 16:56:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nuchchalee_1998/w7xuitzys7v9/wish/271954456</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
