<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>4/8 วิเคราะห์นิราศนรินทร์ by Kanchanok Wutti</title>
      <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือกโคลงสี่สุภาพ 1 บท จากเรื่องนิราศนรินทร์คำโคลง และวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ พร้อมทั้งใส่ภาพประกอบให้สอดคล้องกับโคลงข้างต้น</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-09-18 06:12:58 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-22 15:56:45 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1f352.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>บทที่ ๒</title>
         <author>NingKanchanok</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3124931092</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p><sub>อยุธยายศล่มแล้ว&nbsp; &nbsp; &nbsp;ลอยสวรรค์&nbsp; ลงฤๅ<br>สิงหาสน์ปรางรัตน์บรร &nbsp; เจิดหล้า<br>บุญเพรงพระหากสรรค์ &nbsp; ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ<br>บังอบายเบิกฟ้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฝึกฟื้นใจเมือง</sub></p></blockquote><p><br></p><p><mark>ถอดความได้ว่า...กรุงศรีอยุธยาล่มสลายไปแล้ว กลับลอยลงมาจากสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง&nbsp; พระราชอาสน์ พระปรางค์ ประดับประดาด้วยแก้วมณีงามเด่นในโลก เป็นเพราะผลบุญของพระมหากษัตริย์ได้ทรงกระทำไว้แต่เก่าก่อน พระพุทธศาสนาจึงได้เจริญรุ่งเรือง ช่วยปิดทางแห่งความชั่ว เปิดทางสู่ความดี ฟื้นฟูจิตใจราษฎรให้พ้นจากความงมงายในบาปต่างๆ</mark></p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้ปฏิพากษ์&nbsp; การใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือ ขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกัน เพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น เช่น ในบทนี้ใช้คำว่า "ล่ม" กับ "ลอย"  และ "บังอบาย" กับ "เบิกฟ้า" เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>ครูหนิง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1303079113/3d828f1905cb582a98804e8ccd7553e6/image.webp" />
         <pubDate>2024-09-18 06:12:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3124931092</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๑</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125012795</link>
         <description><![CDATA[<p>    ฝากอุมาสมรแม่แล้            ลักษมี เล่านา</p><p>ทราบสวยมภูวจักรี                เกลือกใกล้</p><p>เรียมคิดจบจนตรี                  โลกล่วง แล้วแม่ </p><p>โฉมฝากใจแม่ได้                  ยิ่งด้วยใครครอง </p><p><mark>ถอดความได้ว่า</mark>… จะฝากกับพระอุมา( ชายาพระอิศวร ) พระลักษมี ( ชายาพระนารายณ์ ) ก็เกรงสยมภูวจักรี(หมายถึงพระมหากษัตริย์ในทีนี้ตีความได้ว่าคือพระอิศวรและพระนารายณ์ )  ทราบก็จะมาชม พี่คิดจนจบสามโลก ไม่มีใครครองใจเธอได้เท่าเธอดูเเลเอง </p><p><mark>วิเคราะห์คุณค่า วรรณศิลป์</mark></p><p> ภาพพจน์ การเปรียบเทียบเกินจริง กล่าวเกินจริง การใช้บุคคลวัตกวีใช้การสมมติสิ่งต่างๆที่ไม่ใช่มนุษย์ให้มี กิริยาอาการความรุ้สึกเหมือนมนุษย์</p><p>นางสาว ธนัชชา วรรณประภา 25</p><p>นางสาว ฤดีรัตน์   โสพิมพ์  35 </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757649936/5bdc02b9fb7b10ffa95ac837665f4a77/IMG_1518.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:05:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125012795</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๔๑</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125014240</link>
         <description><![CDATA[<p><sub>            </sub><strong><em><sub>ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง        แรมนวล</sub></em></strong></p><p><strong><em><sub>เสนาะสนั่นดินครวญ              ครุ่นฟ้า</sub></em></strong></p><p><strong><em><sub>สารสั่งพี่กำสรวล                   แสนเสน่ห์ นุชเอย</sub></em></strong></p><p><strong><em><sub>ควรแม่ไว้ต่างหน้า               พี่พู้นภายหลัง</sub></em></strong></p><p><br/></p><p><strong>ถอดความได้ว่า </strong><mark>สิ่งที่พี่พร่ำพูดถึงความรักที่ต้องจากเธอมาแสนนานนั้น พี่คร่ำครวญบ่อยครั้งจนสนั่นฟ้าสนั่นดิน นี่คือสารความเสียใจของพี่ที่มีต่อเธอ ควรที่เธอจะเก็บไว้ดูต่างหน้าของพี่ เมื่อเวลาผ่าน พ้นไปภายหลัง</mark></p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>มีการเล่นเสียงพยัญชนะตัว</p><ul><li><p>ร.เรือ คือ "ร่ำรักร่ำเรื่อร้าง  แรมนวล"</p></li><li><p>ส.เสือ คือ "เสนาะสนั่น , แสนเสน่ห์ , สารสั่ง"</p></li><li><p>ค.ควาย คือ "ครวญ - ครุ่น"</p></li><li><p>พ.พาน คือ "พี่พู้นภาย"</p></li></ul><p>นายกรณรง มูลสุวรรณ        เลขที่ ๑๐        </p><p>นางสาวชิชญา เทียนประชา เลขที่ ๒๓</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757646869/696b75c8c54b48cf315c3cc787e73028/IMG_5693.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:06:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125014240</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๔๐</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125014322</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า</p><p>ต่อให้ขุนเขา (ในจักรวาล) ทลายลงรักพี่จะไม่หายไปไหน แม้ว่าสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นจะสลายไป พระอาทิตย์และพระจันทร์จะกระจายจากโลกนี้ไป ไฟไหม้มหาทวีปทั้ง 4 จนหมดสิ้นแต่ก็ไม่สามารถล้างความรักความอาลัยที่มีต่อนางอันเป็นที่รักได้เลย</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>โคลงบทนี้เป็นตัวอย่างของการใช้โวหารเปรียบเทียบ อีกบทหนึ่ง ใช้ภาพพจน์อธิพจน์ ซึ่งเป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกในที่นี้เมื่ออ่านแล้วจะเห็นโอกาสที่กวีจะสิ้นอาลัยนางเป็นไปได้เลย เพราะกว่าที่ขุนเขา สวรรค์ทั้งหกชั้น จะสูญสลาย ไปจากโลกนั้น คงนานจนกำหนดนับไม่ได้และกว่าจะมีไฟบรรลัยกัลป์ มาทำลายโลกทั้ง 4 นั้นก็จะต้องใช้ระยะเวลานาน ดังนั้นโคลงบทนี้จึงเป็นเป็นโคลงปิดฉากการคร่ำครวญของกวีได้อย่างงดงาม</p><p><br/></p><p>น.ส.นัทธมน พรมสวัสดิ์ 26</p><p>น.ส.ปฐมพร บุญถิว 27</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757662304/976d019685908742673e949e1270e9dc/IMG_6259.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:06:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125014322</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๘</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125018782</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p><em><sup> จำใจจากแม่เปลื้อง     ปลิดอก อรเอย</sup></em></p><p><em><sup>เยียวว่าแดเดียวยก     แยกได้</sup></em></p><p><em><sup>สองซีกแล่งทรวงตก  แตกภาค ออกแม่</sup></em></p><p><em><sup>ภาคพี่ไปหนึ่งไว้       แนบเนื้อนวลถนอม</sup></em></p></blockquote><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า...จำใจจากนางอันเป็นที่รัก ราวกับต้องปลิดเปลื้องแยกใจออกมาจากนาง หากว่าสามารถแยกดวงใจออกเป็นสองซีกได้ จะเก็บไว้กับตัวซีกหนึ่ง อีกซีกหนึ่งจะแนบไว้กับเนื้อตัวของนางอันเป็นที่รัก</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า </p><p>มีการเล่นเรียงสัมผัสอักษรภายในวรรคและระหว่างวรรค เพื่อเพิ่มความไพเราะ เช่น</p><ul><li><p>สัมผัสอักษร จำ-ใจ-จาก อก-อร-เอย แด-เดียว แนบ-เนื้อ-นวล</p></li><li><p>สัมผัสระหว่างวรรค เปลื้อง-ปลิด ยก-แยก ตก-แตก </p></li></ul><p><br/></p><p>นางสาวประภัสสร สองเมือง ม.๔/๘ เลขที่ ๒๙</p><p>นางสาวปรีชญาน์ ช่างถม ม.๔/๘ เลขที่ ๓๐</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757693123/1a1882c913a8c0e80298f6e24816202e/1000057958.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:08:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125018782</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125019051</link>
         <description><![CDATA[<p><sub>      รอยบุญเราร่วมพ้อง          พบกัน</sub></p><p><sub>บาปแบ่งสองทำทัน               เท่าสร้าง</sub></p><p><sub>เพรงพรากสัตว์จำผัน              พลัดคู่เขาฤา</sub></p><p><sub>บุญร่วมบาปจำร้าง                  นุชร้างเรียมไกล</sub></p><p><br></p><p>ถอดความ </p><p>ชะลอยว่าในชาติเก่าเราได้ทำบุญและะบาปมาด้วยกัน บุญจึงชักนำให้เราได้มาเป็นคู่กัน แล้วบาปที่เราทำได้ตามมาทันจึงทำให้เราต้องพลัดพรากกัน แต่ก่อนนเราคงจะได้ทำสัตว์ให้พลัดคู่กัน ชาตินี้จึงได้เป็นดังนี้บุญนำให้มาร่วมกันฉันใด บาปที่เราร่วมกันมาก็ทำให้น้องและพี่จำต้องร้างกันไปไกล ฉันนั้น</p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>เสาวรจนีย์ คือการเล่าชมความงามของตัวละครในเรื่อง</p><p><br></p><p>นายพุฒิเมธ นพกูลวงศ์ เลขที่4</p><p>นายศรัณย์ภัทร มณีกาญจน์ เลขที่6</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757648372/f632449301a3f2e6b9ec2213b29163bc/IMG_0267.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:09:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125019051</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125019579</link>
         <description><![CDATA[<pre><code>   เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น   พันแสง</code></pre><pre><code>รินรสพระธรรมแสดง      ค่ำเช้า</code></pre><pre><code>เจดีย์ระดะแซง          เสียดยอด</code></pre><pre><code>ยลยิ่งแสงแก้วเก้า      แก่นหล้าหลาก</code></pre><p><br/></p><p><mark>ถอดความได้ว่า....แสงสีทองของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ งามจับตามยิ่งกว่าแสงขอพระอาทิตย์ได้ยินเสียงพระธรรมเทศนาทุเช้าค่ำ เจดีย์อันเป็นสัญลักษณ์ความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เกลื่อนกล่น ยอดเจดีย์จำนวนมากที่เรียงรายชิดกัน มองดูสวยงามยิ่งกว่าแสงของแก้วนพรัตน์  งามเป็นจุดเด่นของแผ่นดินเป็นที่ใจของเทวดาบนสวรรค์</mark></p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>คุณค่าด้านวรรณศิลป์: มีการเล่นคำซ้ำและเล่นเสียงพยัญชนะ มีการใชรสวรรณคดีคือ เสาวรจนีในการชมความงามของสถานที่</p><p>ด้านสังคม: วัฒนธรรมและจริยธรรม บทนี้มการกล่าวถึงความงดงามของเจดีย์และวัด ซึ่งทำให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในทางพระพุทธศาสนา</p><p><br/></p><p>น.ส.ธญิดา ใจสุทธิ เลขที่ 24</p><p>น.ส.อินธิรา ชีวะเจริญ เลขที่ 40</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757650450/8d84b8a0a9f6f623e7ecfde342e8c6de/1000016257.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:09:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125019579</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่45</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125022365</link>
         <description><![CDATA[<p>ชมแขคิดใช่หน้า               นวลนาง</p><p>เดือนตำหนิวงกลาง           ต่ายแต้ม</p><p>พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง     จักเปรียบ ใดเลย  </p><p>ขำกว่าแขไขแย้ม               ยิ่งยิ้มอัปสร</p><p><br/></p><p>ถอดคำประพันธ์</p><p>ดูดวงจันทร์อย่างไรก็ไม่สวยเท่าหน้าน้องพี่เพราะดวงจันทร์มีรูปรอยกระต่ายเป็นตำหนิอยู่ตรงกลางไม่เหมือนหน้าน้องพี่ที่สวยนวลกระจ่างไร้รอยตำหนิน้องพี่ยิ้มสวยกว่าดวงจันทร์และนางฟ้าใดๆ</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการเปรียบใบหน้าของนางผู้เป็นที่รักกับดวงจันทร์ที่มีลักษณะกลมมน มีความสว่างผุดผ่อง เปล่งปลั่ง น่ามอง แต่ดวงจันทร์มีตำหนิเพราะมีรูปกระต่ายอยู่ตรงกลางดวงจันทร์ </p><p>มีการใช้อติพจน์ส่วนที่เป็น“ขำกว่าแขไขยิ่งยิ้มอัปสร”</p><p><br/></p><p><br/></p><p>พรภัสสรณ์ นิสสัยซื่อ เลขที่31</p><p>เสริมศิริ ใยทองคำ เลขที่38</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757663836/469f6567cb56337f63b0401b2c1d3eb3/IMG_6854.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:11:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125022365</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๒๒</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125029245</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า</p><p>พระผู้มีพันตานั้น ตั้งตาคอยระวังใครอยู่</p><p>พระผู้มีสี่พักตร์แปดโสต ก็ฟังแต่เสียงอื่นเสียหมด</p><p>พระนารายณ์ ก็บรรทมหลับเหนือพระยานาคหรืออย่างไร</p><p>ท่านเหล่านั้นจึงได้เมินเฉยต่อความโศกเศร้า ร่ำร้องของเราทั้ง</p><p>สอง</p><p>วิ้เคราะห์คุณค่าได้ว่า</p><p>การใช้โวหารอุปมาและสัญลักษณ์: ในบทนี้มีการอุปมาเทพเจ้าและสัญลักษณ์ เช่น "พันเนตรภูวนาถ" ซึ่งเป็นการกล่าวถึงพระอินทร์ผู้มีพันตา คอยเฝ้าระวังสิ่งต่าง ๆ แต่กลับมองข้ามความทุกข์ของผู้แต่ง และ "พักตร์สี่แปดโสตฟัง" ซึ่งเป็นการกล่าวถึงพระพรหมผู้มีหลายหน้าและหูที่ได้ยินทุกอย่าง แต่ยังเพิกเฉยต่อความทุกข์ของผู้แต่ง</p><p>การใช้โครงสร้างซ้ำ: โครงสร้างคำที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ เช่น "ตาระวัง ใดฮา" และ "อื่นอื้อ" เพื่อเน้นย้ำถึงความรู้สึกของการถูกละเลยและความเจ็บปวดที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ</p><p><br/></p><p>นายกฤตภาส สายทอง เลขที่ 2</p><p>นายนนทพัทธ์ สัตรักษ์ เลขที่ 12</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757645006/9c65c43d5a9d33620929da8ed5a876e4/1000007400.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:15:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125029245</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 22 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125029461</link>
         <description><![CDATA[<p>   <sub> จากมามาลิ่วล้ำ        ลำบาง</sub></p><p><sub>บายี่เรือราพลาง           พี่พร้อง</sub></p><p><sub>เรือเเผงช่วยพานาง       เมียงม่าน มานา</sub></p><p><sub>บาง บ่ รับคำคล้อง        คล่าวน้ำตาคลอ</sub></p><p><br/></p><p>ถอดความ...</p><p>ความหมายของโคลงบทนี้ ว่า ล่องเรือมาตามลำคลองไกลออกไปทุกที จนผ่านตำบลบางยี่เรือ (หมู่บ้าน)เมื่อจะออกจากบางยี่เรือ ได้ยินคำ เรือๆ ก็เลยนึกว่าที่นี่คงมีเรือ จึงบอกกับบางยี่เรือ ช่วยให้เอาเรือแผง(เรือผู้หญิง)ไปรับนางมาทีเถิด แต่บางยี่เรือก็ไม่รับคำ จึงต้องนั่งน้ำตาคลอ</p><p>  </p><p>คุณค่าทางวรรณศิลป์</p><p>ใช้บุคลาธิษฐาน เพราะตรงบทนี้เป็นการกล่าวคุยกับเรือให้พาไปหาคนรัก</p><p>ใช้อธิพจน์ เพราะเป็นบทที่กล่าวเกินจริง </p><p>น.ส.รัชปภา เเดงกลับ ม4/8 เลขที่33</p><p>น.ส.ลักษณ์นารา ทรัพย์ประเสริฐ ม4/8 เลขที่34</p><p> </p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757719119/4c0762fdd62e000612b92fb0693955b6/FE991336_4550_4279_A0C3_B0F0602F1273.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:15:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125029461</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 118</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125030200</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><em>         ถึงตระนาวตระหน่ำซ้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สงสาร อรเอย</em></strong></p><p><strong><em>จรศึกโศกมานาน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เนิ่นช้า</em></strong></p><p><strong><em>เดินดงท่งทางละหาน&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หิมเวศ</em></strong></p><p><strong><em>สารสั่งทุกหย่อมหญ้า&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ย่านน้ำลานาง</em></strong></p><p><br/></p><p><strong>ถอดความได้</strong>ว่า…ถึงเมืองตระนาว (ปัจจุบันคือเมืองตระนาวศรี เป็นส่วนหนึ่งของประเทศพม่า) ก็ยิ่งความสงสารนางอันเป็นที่รักก็ยิ่งกระหน่ำเพราะต้องจากมาทำศึกเป็นเวลานานไม่ว่าเดินผ่านทุ่ง เขาห้วยละหาน(ห้วงน้ำ)หรือป่าก็ได้แต่สั่งลานางกับสิ่งที่พบทุกหย่อมหญ้ำและย่านน้ำ</p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong>ด้านวรรณศิลป์ มีการใช้คำหรือข้อความที่ทำให้รู้สึกเกิด<strong>อารมณ์ร่วม</strong> เช่นคำว่า สงสาร อรเอย<strong> คุณค่าด้านสังคมคือมีการพูดถึงสถานที่ที่มีความสำคัญ</strong>กับคนไทยก็คือ<strong>เทือกเขาตระนาว</strong>ศรีที่ซึ่งเป็น<strong>พรมแดนธรรมชาติระหว่าง</strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2"><strong>ประเทศพม่า</strong></a><strong>กับ</strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2"><strong>ประเทศไทย</strong></a></p><p><br/></p><p><strong>นายพีรวัศ พวงแก้ว เลขที่ 13</strong></p><p><strong>น.ส.มณฑณัช ภิญโญ เลขที่ 1฿</strong></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757699298/a2813cd017a40cc1cae4f3279f80abef/IMG_9904.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:15:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125030200</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่143</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125031057</link>
         <description><![CDATA[<p> <strong><em><mark><sup> </sup>ใดใดโอษฐ์โอ่อ้าง  	ตนดี</mark></em></strong></p><p><strong><em><mark>เอาปากเป็นกวี          	ขล่อยคล้อย</mark></em></strong></p><p><strong><em><mark>หากหาญแต่วาที       	เฉลยกล่าว ไฉนนา</mark></em></strong></p><p><strong><em><mark>ดุจหนึ่งแสงหิ่งห้อย	       ส่องก้นตนเอง</mark></em></strong></p><p><br/></p><p><strong>ถอดความได้ว่า…..</strong></p><p>ผู้ใดก็ตามที่อวดโอ่ว่าเก่งสามารถ</p><p>พูดฟุ้งเฟ้อไปว่าเป็นกวี แต่งกาพย์กลอนได้</p><p>ถ้าแม้กล้าพูดแต่ปากแล้ว (ไม่แต่ง) จะพูดอวดไปทำไม ก็เหมือนหิ่งห้อยที่มีแสงวาวๆ สำหรับส่องก้นมันเองเท่านั้น (คือไม่ให้ความสว่างแก่ใคร เปรียบได้กับคนที่โอ้อวดตัวเอง)</p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า……</strong></p><p>มีการใช้ภาพพจน์อุปมา เป็นการเปรียบเทียบตัวคนกับสัตว์ มีการเล่นเสียง คำว่า ขล่อย กับ คล้อย มีการเล่นคำซ้ำ ใดใด และมีสัมผัสพยัญชนะ โอษฐ์โอ่อ้าง หากหาญ หิ่งห้อย</p><p><br/></p><p>นายพศิน ธีรชัยธัญญศักดิ์ เลขที่5</p><p>นางสาวกานต์พิชชา กุลฉวะ เลขที่21</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757700588/7170da30500b8bf73a82fe3ec6562b98/IMG_9094.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:16:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125031057</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 139</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125033934</link>
         <description><![CDATA[<p>    เอียงอกเทออกอ้าง  อวดองค์ อรเอย</p><p>เมรุชุบสมุทรดินลง       เลขแต้ม</p><p>อากาศจักจารผจง        จารึก พอฤๅ</p><p>โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม    อยู่ร้อนฤๅเห็น</p><p><br/></p><p>ถอดคำประพันธ์...</p><p>ความรักและความอาลัยที่มีต่อนางนั้นมากเกินกว่าจะบรรยายด้วยคำพูดหรือสิ่งของใด</p><p><br/></p><ol><li><p>วิเคราะห์คุณค่า....</p></li></ol><p>การเล่นเสียงพยัญชนะ</p><p>เป็นการเลือกคําที่มีเสียงพยัญชนะเดียวกันหรือเสียงพยัญชนะใกล้เคียงกันมาใส้ไว้ในวรรคหรือบทเดียวกัน ทําให้เวลาอ่านออกเสียงเกิดความไพเราะ เช่น เล่นเสียง(อ) เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์อรเอย</p><p><br/></p><p>น.ส.วรรณญาณีย์  จันทเลิศ 36 4/8</p><p>น.ส.อชิรญา  วชิรหัตถ์  39  4/8</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757662640/add08a6fe039ff7fe1b4a9e4ababa07e/1000012743.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:18:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125033934</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๓๔</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125035492</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><em><sup>นทีสี่สมุทรม้วย หมดสาย</sup></em></p><p><em><sup>ติมิงคล์มังการนาคผาย ผาดส้อน</sup></em></p><p><em><sup>หยาดเหมพิรุณหาย เหือดโลก แล้งแม่ </sup></em></p><p><em><sup>แรมราคแสร้อยร้อน ฤเถ้าเรียมทน</sup></em></p><p><strong>ถอดความได้ว่า</strong> น้ำในมหาสมุทรที่ล้อมอบเขาพระสุเมรุเหือดแห้งหายไปหมด ปลาติมงคล์ มังการ นาค ได้หนีหายซ่อนตัวกันหมด หยาดฝนทงามดุจทองคำหายไปจากโลก การต้องจกความรัก ทำให้มความทุกข์เป็นร้อยๆเท่า ทั้งหมดกล่าวมานี้ไม่เท่ากับความทุกข์ของพี่ที่ต้องจากนางอันเป็นที่รัก</p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>มีการใช้อติพจน์ เป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์และเน้นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ว่าน้ำในมหาสมุทรแห้งเหือดไปหมด มีการใช้สัมผัสพยัญชนะเพื่อสร้างความไพเราะ เช่น แรม-ราค และ ร้อย-ร้อน เป็นการสัมผัส ร.เรือ และมีรสวรรณคดีที่แสดงอาการเศร้าโศกเสียใจ คือสัลลาปัคพิสัย</p><p><br/></p><p>น.ส.กวิศสรา สมคิด เลขที่19ม.4/8</p><p>น.ส.ปณัฎฐ์ชยา นิลบดี เลขที่28 ม.4/8</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757654162/b565fa4486d518d3435877d89fcb992f/Screenshot_2024_09_18_14_16_28_72.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:19:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125035492</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๔</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125041635</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>โบสถ์ระเบียงมณฑปพื้น    ไพหาร <br>ธรรมาสน์ศาลาลาน           พระแผ้ว <br>หอไตรระฆังขาน                ภายค่ำ <br>ไขประทีปโคมแก้ว            ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์</strong></p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า ระเบียงโบสถ์พื้นมณฑปและวิหารของศาสนสถานหรือ เป็นการพรรณนาโวหารถึงวัตถุธรรมที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคม ธรรมมาสน์ที่พระนั่งเทศนาสั่งสอนธรรมแก่ประชาชนรวมทั้งองค์พระพุทธรูปที่เหลืองอร่ามผ่องแผ้วตั้งเป็นประธานอยู่ในโบสถ์หรือศาลาการเปรียญ หอไตรที่เก็บคัมภีร์พระไตรปิฎก หอระฆังสำหรับตีบอกเวลาทำวัตรแก่พระภิกษุ และพูดถึงยามค่ำคืนในสมัยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ใช้โคมไฟตะเกียงที่มีไส้และน้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ตามระยะแนวระเบียงทางเดินสว่างไสวไปทั้งทั่วถึงขนาดข่มแสงของพระจันทร์ที่สว่างไสว</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า มีการใช้ภาพพจน์โวหารแบบอติพจน์ คือ การใช้คำพูดเกินจริงในบาทที่ ๔ <strong>ไขประทีปโคมแก้ว ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์</strong></p><p>แสงจากตะเกียงสว่างไสวจนกลบแสงของพระจันทร์</p><p><br/></p><p>นางสาวกชพรรณ เกษสุวรรณ เลขที่ 17 ม. 4/8</p><p>นางสาววริศรา พูลเงิน เลขที่ 37 ม.4/8</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757778891/65a7ccef5d47b260aced1c021148142b/IMG_1644.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:22:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125041635</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่​ ๑๐๒</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125041989</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>โพธิ์สลับโพธิ์เทพไท้​           เทพา พ่อฤา<br>เอาพระโฆษผยองยา​          สวาทชู้<br>อาราธน์พระเอยอา​              รั​กษ์เร่ง ราพ่อ<br>เชิญช่วยพาสมรู้​                  รสน้องแรมนาน</strong></p><p><br/></p><p><strong>ถอดคำประพันธ์​</strong></p><p>มาถึงตำบลโพธิ์สลับ พอมาถึงตำบลนี้ ก็นึกถึงพระโพธิ์เทพารักษ์ในเรื่องสมุทรโฆษ เนื้อเรื่องนั้นว่า พระสมุทรโฆษไปประพาสป่า ไปประทับแรมใต้ต้นโพธิ์ ก่อนบรรทมได้กล่าวบวงสรวงพระโพธิ์เทพารักษ์ พระโพธิ์ได้ยินคำบวงสรวงก็เกิดเมตตา ครั้นพระสมุทรโฆษบรรทมหลับ ก็อุ้มพระสมุทรโฆษไปสมนางพินทุมดี ธิดาแห่งกรุงรมยนคร ครั้นถึงเวลาใกล้รุ่ง พระโพธิ์เทพารักษ์ก็กลับไปอุ้มพระสมุทรโฆษซึ่งกำลังหลับอยู่บนแท่ กลับมาไว้ที่รถตรงใต้ต้นโพธิ์ ครั้นเวลารุ่งเช้า นางพินทุมดี และพระสมุทรโฆษต่างก็คร่ำครวญหากัน นางพินทุมดีนั้นมีพี่เลี้ยงชื่อ ธารี เป็นหญิงมีฤทธิ์ ครั้นทราบว่านางพินทุมดีโศกเศร้าเรื่องอะไร ก็เหาะไปพาพระสมุทรโฆษมาให้ได้พบกับนาง</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์​คุณ​ค่า</p><p>เป็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์​กาาเล่นเสียงพยัญชนะ​ "โพธิ์สลับโพธิ์เทพไท้" เป็นการเล่ยเสียงพยัญชนะ​  "พ" และ​ "ท"  </p><p><br/></p><p>นาย​ ดวิน​ช​์​ธีร์​ แพทย์​สุวรรณ​์ เลขที่3 ม.4/8</p><p>นายกิตติ​ภั​ค​ เตชะรัตน์​ เลขที่1 ม.4/8</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757764433/d690365cbd2d50673aab1f537e062057/image.png" />
         <pubDate>2024-09-18 07:23:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125041989</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่๑๑๘</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125042160</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า…เมื่อมาถึงตะนาวศรีทวีความสงสารนาง เพราะพี่ต้องจากนางไปทำศึกเป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกิน ขณะเดินทางผ่านท้องทุ่ง ท้องน้ำ ผืนป่า พี่ฝากหญ้าทุกหย่อม ย่านน้ำทุกย่านช่วยลาน้องแทนพี่ด้วย</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า…</p><p>การเล่นคำ เช่น (ตระนาว,ตระหน่ำ)</p><p>มีการใช้คำที่ทำให้รู้สึกเช่นสงสาร</p><p><br/></p><p>นายเมธาสิทธิ์ ธนอุดมนาน เลขที่14</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757681744/2b42a49b6e110022a32fddaf91beb680/IMG_3049.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:23:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125042160</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่37</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125044021</link>
         <description><![CDATA[<p>    <em>บ้านบ่อน้ำบกแห้ง    ไป่เห็น</em></p><p><em>บ่อเนตรคงขังเป็น         เลือดไล้</em></p><p><em>อ้าโฉมแม่แบบเบญ-    จลักษณ์ เรียมเอย</em></p><p><em>มาซับอัสสุชลให้           พี่แล้วจักลา</em></p><p><br/></p><p><mark>ถอดความได้ว่า…… เดินทางถึงหมู่บ้านบ่อ แต่หมู่บ้านนี้กับบกแห้งจนมองไม่เห็น แต่บ่อน้ำตาของพี่ขังด้วยเลือด แม่เบญจกัลยาณีของพี่</mark></p><p><mark>โปรดช่วยมาซับน้ำตาแล้วจากไป</mark></p><p><br/></p><p><em>วิเคราะห์คุณค่า….</em></p><p><em>มีการใช้อติพจน์ การกล่าวเกินจริง คือ น้ำตาของพี่ไหลเป็นเลือด</em></p><p><em>มีการเล่นเสียงพยัญชนะ บ.ใบไม้ คือ “บ้านบ่อ”</em></p><p><em>มีการใช้โวหารเปรียบเทียบคือ หมู่บ้านแม่น้ำเนี่ยแห้งไปเสียหมดเปรียบกับน้ำตาของพี่นั้นขังไปด้วยเลือด</em></p><p><em>มีการใช้คำแทนผู้ชาย/ผู้หญิง คือ เบญจลักษณ์ คือนางอันเป็นที่รักที่เป็นผู้หญิง เรียม คือ ตัวของผู้ชาย</em></p><p><br/></p><p><em>นางสาวกัญชพร เจริญงาม เลขที่20</em></p><p><em> นางสาวกฤติกานต์ ลัดลอย เลขที่18</em></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757661585/f5ebb903e68ff877f65fdd34ed4c279d/IMG_2444.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:24:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125044021</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๐</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125048311</link>
         <description><![CDATA[<p>      โฉมควรจักฝากฟ้า            ฤๅดิน ดีฤๅ</p><p>เกรงเทพไท้ธรณินทร์              ลอบกล้ำ</p><p>ฝากลมเลื่อนโฉมบิน                บนเล่า นะแม่</p><p>ลมจะชายชักช้ำ                      ชอกเนื้อเรียมสงวน</p><p><br/></p><p>ถอดใจความว่า.....ควรนำเธอไปฝากไว้กับฟ้าหรือดินดี หากฝากฟ้าก็เกรงเทวดา หากฝากดินพระเจ้า แผ่นดิน (ธรณินทร์, ธรณี+อินทร์) มาลักลอบมายุ่งกับนาง จะฝากกับลมก็เกรงว่าลมจะพัดมา ทำให้เนื้อของนางที่พี่อุตส่าห์เฝ้าถนอมต้องชอกช้ำ</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์ บทที่ ๑๐ โคลงบทนี้มีการเล่นพยัญชนะ เช่น ชาย,ชัก เทพ,ไท้ ลม,เลื่อน การเล่นคำซ้ำ เช่น ฤาดิน  ดีฤา  มีการใช้ภาพพจน์คือ บุคคลวัต</p><p>ว่าฝากนางไว้กับฟ้าหรือดิน</p><p><br/></p><p>นายปัณณธร ยอดสุข เลขที่ 7 ม.4/8</p><p>น.ส.กุลนันท์ เขมะคาม เลขที่ 22 ม.4/8</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2757755606/9b848bc2d9b8159e7d689b86d3c55dbd/slide_hdf02__1_.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 07:27:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3125048311</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่138</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3128023141</link>
         <description><![CDATA[<p>ลมพัดคือพิษต้อง                 ตากทรวง</p><p>หนาวนอกรุมในดวงใจ         จิตช้ำ</p><p>โฉมเเม่พิมลพวง                  มาเลศ กูเอย</p><p>มือเเม่วีเดียวล้ำ                    ยิ่งล้ำลมพาน</p><p><br/></p><p>ถอดบทประพันธ์…</p><p>ลมที่พัดมาโดนร่างกายเหมือนกับพิษที่มาโดนร่างกาย ไม่เหมือนกับน้องนางของพี่ที่พัดเพียงเบาๆก็เย็นนัก</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า…</p><p>คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ความไพเราะของบทประพันธ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ ความรู้สึกและจินตนาการตามรส ความหมายของถ้อยคำและภาษาที่ผู้แต่งเลือกใช้</p><p><br/></p><p>นางสาว ภัทธิรา หอมสวัสดิ์ เลขที่15 ม.4/8</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2765571067/d3d7f3b2b930e395c784747f7ebedf9b/IMG_2108.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-19 14:52:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3128023141</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บท9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3131715252</link>
         <description><![CDATA[<p>โอ้ศรีเสาวลักษณ์ล้ำ.....แลโลม โลกเอย</p><p>แม้ว่ามีกิ่งโพยม...............ยื่นหล้า</p><p>แขวนขวัญนุชชูโฉม..........แมกเมฆ ไว้แม่</p><p>กีดบ่มีกิ่งฟ้า....................ฝากน้องนางเดียว</p><p>บทนี้ก็เขียนโดยความสะเทือนใจกวี ซึ่งหมายถึงความรู้สึกอันเต็มตื้น จะนึกจะคิดอย่างไร ก็มีลักษณะเลิศลอยพิสดาร ไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผล คือคิดไปโดยทางจินตนาการอันฟุ้งซ่าน ในที่นี้ต้องเข้าใจว่า นายนรินทร์ ไม่อยากให้เมียอยู่บนพื้นดินเลย (ในขณะที่ตัวจากไป) เพราะนางนั้นงามเป็นขวัญตาของโลก จึงคิดจะเอานางไปแขวนไว้เสียในท้องฟ้า แต่ฟ้าก็ไม่มีกิ่ง (เหมือนกิ่งไม้) จึงคิดไปไม่สำเร็จ คำว่ากิ่งโพยม (กิ่งฟ้า) นั้นเป็นจินตนาการอย่างหนึ่ง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2777253465/de56dddf13c24365ba19a068a9fd7c9a/68187F8C_F896_4F9E_B05E_43B9ABA76FF9.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-22 15:56:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/vtq9qfczggkgbd8l/wish/3131715252</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
