<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ประเพณีและเทศกาลญี่ปุ่น ม.3/11 by ชิดชนก ชัยฤาษี</title>
      <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg</link>
      <description>นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3/11</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-06-18 03:15:00 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f38c.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>วันสิ้นปี (เดือนธันวาคม) 9and40</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416803</link>
         <description><![CDATA[<div>เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของญี่ปุ่นในทุกๆปี มักจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลขึ้นปีใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ทำให้ได้มีเวลาพักผ่อนจากการทำงาน อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวก็ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันและทำกิจกรรหลายๆอย่างร่วมกัน<br>ดูดข้อมูลมาจาก:<br>https://allabout-japan.com/th/article/7543/</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306151764/6488a95588d147c56a7b0e74b946513b/___________1_.jfif" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416803</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทศกาลปีใหม่ (เดือนมกราคม) 1,5,21</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416804</link>
         <description><![CDATA[<div>เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ (O-Shogatsu) เป็นเทศกาลที่ต่อเนื่องมาจากเทศกาลส่งท้ายปีเก่า วันปีใหม่เป็นวันที่สำคัญมาก เพราะปีใหม่ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเปรียบเสมือนสีขาวที่ยังไม่แปดเปื้อน&nbsp; ในวันปีใหม่ของทุกปี เทพเจ้า(Toshi gami sama) เป็นวิญญาณบรรพบุรุษและเทพเจ้าแห่งท้องนา ป่าเขาฯลฯ จะมาให้พรเพื่อความสุขและสุขภาพที่ดีของลูกหลาน ในวันขึ้นปีใหม่ผู้คนจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ เพื่อเฉลิมฉลองและต้อนรับการมาเยือนของเทพเจ้า ตัวอย่างสิ่งที่คนญี่ปุ่นปฏิบัติต่อกันมาจนถึงปัจจุบันในวันขึ้นปีใหม่</div><div>1.การทำความสะอาดครั้งยิ่งใหญ่(Oo-sooji) จะทำความสะอาดเพื่อต้อนรับการมาเยือนของเทพเจ้า คนญี่ปุ่นเชื่อการปัดสิ่งสกปรกออกจะได้พรอย่างมากมายจากเทพเจ้า</div><div>2.คาโดมัตสึ(Kadomatsu) การวางต้นสนแซมด้วยต้นไผ่ ต้นบ๊วยวางไว้ด้านซ้ายและขวาของประตู ที่ใช้ต้นสน เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า</div><div>3.คางามิ โมจิ(Kagami-mochi) ขนมถวายเทพเจ้า ทำโมจิเป็นทรงกลมสองขนาดวางซ้อนกัน&nbsp;</div><div>4.โทชิ โคชิ โซบะ(Toshikoshi-soba) โซบะข้ามปี ชาวญี่ปุ่นจะทานเมนูนี้วันสิ้นปี เพราะเชื่อว่าทานแล้วอายุจะยืนยาวเหมือนเส้นโซบะ</div><div>5.โอเซจิ(O-sechi) โอเซจิอาหารชั้นเลิศถวายแก่เทพเจ้าสามารถเตรียมไว้ก่อนได้ อาหารมงคลเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัว</div><div>6.อัตสึโมเดะ(Hatsu moode) การไปไหว้ศาลเจ้าแบบซินโต ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าถ้าไปไหว้ขอพรชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น</div><div>7.เงินแต๊ะเอีย (O-toshi dama) แต่เดิมหัวหน้าครอบครัวจะเอาขนมโมจิ(Kagami-mochi) ที่ไหว้เทพเจ้ามาตัดแบ่งให้คนในครอบครัวได้ทาน ปัจจุบันเปลี่ยนมาให้เงินแทน</div><div>และจะเห็นว่าการฉลองวันปีใหม่ของคนญี่ปุ่นจะมีที่มาจากความเชื่อ และศาสนา<a href="https://www.tpa.or.th/tpanews/upload/mag_content/52/ContentFile910.pdf"><br>https://www.tpa.or.th/tpanews/upload/mag_content/52/ContentFile910.pdf</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1263910234/9cb29e8e94b1865c7f5c74f8ba53f172/37EC2CFD_60C5_42C0_87D1_2F79277F797F.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416804</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทศกาลปาถั่ว (เดือนกุมภาพันธ์)6,26,37</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416805</link>
         <description><![CDATA[<div>เทศกาล Setsubun (วันปาถั่ว) จะมีจัดขึ้นทุกวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี จะจัดขึ้นหนึ่งวันก่อนฤดูใบไม้ผลิ ในสมัยก่อนคนญี่ปุ่นเชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่วิญญานชั่วร้ายจะปรากฏออกมายังพื้นโลก ซึ่งเจ้าวิญญาน Jyaki นั้นคนโบราณเชื่อว่าจะนำพาความเจ็บป่วย ภัยพิบัติ และความอดอยากมายังผู้คน ดังนั้นในสมัยก่อนคนญี่ปุ่นจึงกลัวเจ้า Jyaki เป็นอย่างมาก ต่อมาผู้คนจึงได้สร้างยักษ์ (Oni) ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของสิ่งชั่วร้าย ในสมัยก่อนผู้คนเชื่อว่าเมล็ดถั่วมีอำนาจพิเศษที่สามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปได้ จึงได้นำเมล็ดถั่วมาปาใส่ Oni เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป &nbsp;<br>ข้อมูลอ้างอิง&nbsp; https://www.jgbthai.com/setsubun/</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1337775193/5aaa2110349d7897c1fc84d21aae2c9b/752F0357_C8D0_4042_992C_8944AA78F943.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416805</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทศกาลเด็กผู้หญิง (เดือนมีนาคม)32,33</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416806</link>
         <description><![CDATA[<div>เทศกาลฮินะ(Hina Matsuri) หรือฮินะ มัตสุริ เทศกาลนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม เป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยเอโดะ Edo (1603-1867) เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของเด็กผู้หญิงในประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีการตกแต่งตุ๊กตาญี่ปุ่น ที่สวยงามหลายตัวบนชั้นวาง ที่ตั้งอยู่ภายในบ้าน ตามความเชื่อที่ว่า จะทำให้ลูกสาวมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข บางครั้งเรียกเทศกาลนี้ว่า เทศกาลเด็กผู้หญิง (Girl’s Festival) ชาวญี่ปุ่นรับเทศกาลนี้มาจากธรรมเนียมจีน ตามความเชื่อว่า จะสามารถขจัดเคราะห์ร้าย ให้ไปกับตุ๊กตาได้ โดยปล่อยตุ๊กตาลอยไปกับแม่น้ำ ส่วนในประเทศญี่ปุ่น จะถือว่าเป็นเทศกาลของการอธิษฐานให้ลูกสาวมีความสุข ขจัดพลังชั่วร้ายออกไปจากชีวิต ประสบความสำเร็จ สุขภาพร่างกายแข็งแรง และสวย<br><br>เด็กผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่เทศกาลฮินะครั้งแรก จะถูกเรียกว่า “ฮัตสุ เซกุ” (hatzu-zekku) โดยจะเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ย่าหรือยาย เพราะพวกเธอจะซื้อตุ๊กตามาจัดโชว์ให้กับหลานสาว เริ่มนำตุ๊กตามาทำความสะอาดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ จนกระทั่งเมื่อถึงวันที่ 3 มีนาคม ก็จะนำตุ๊กตาฮินะหรือ ฮินะนิงโย (hinaningyo) มาตั้งโชว์ ซึ่งเป็นตุ๊กตาที่ทำด้วยมือแบบดั้งเดิม วางไว้บนชั้นปกติจะมีทั้งหมด 7 ชั้น รอบๆ ชั้นจะประดับด้วยเครื่องบูชา เช่น ดอกพีช ข้าว เค้ก และเค้ก ที่ทำจากข้าวรูปร่างคล้ายเพชร ซึ่งเรียกว่าฮิชิโมกิ (hishimochi) รวมไปถึงสาเกขาว และคิราชิซูชิ (chirashi sushi) ตุ๊กตาที่ส่วนใหญ่จะต้องนำมาวางในชั้น คือ ตุ๊กตา เจ้าชายโอไดริ-ซามะ (Odairi-sama) และเจ้าหญิงโอฮินะ-ซามะ (Ohina-sama) ซึ่งตุ๊กตาทั้งสองตัวนี้ จะถูกวางไว้บนสุดของชั้นวาง รายล้อมไปด้วยข้าราชบริพาร และเครื่องตกแต่งชิ้นเล็กๆ โดยฉากหลังของชั้น จะประดับด้วยฉากที่เป็นสีทอง ให้เหมือนกับคฤหาสน์จำลอง<br><br>ว่ากันว่าจำนวนชั้นจะมากหรือน้อยนั้น ก็เป็นการแสดงถึงฐานะของแต่ละบ้าน ซึ่งระดับจะสูงสุดที่ประมาณ 7 ขั้น จำนวนตุ๊กตาและการตกแต่งจัดเครื่องแต่งกายให้กับตุ๊กตาก็เป็นการแสดงออกถึง ฐานะเช่นกัน โดยทั่วไปในหนึ่งเซทจะมีประมาณ 15 ตัว เป็นตุ๊กตาชาววังที่เริ่มตั้งแต่ จักรพรรดิ จักรพรรดินี เจ้าชาย เจ้าหญิง ผู้รับใช้ ฯลฯ ลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ<br><br>ในยุคแรกๆ การตั้งตุ๊กตาเป็นประเพณีของผู้มีอันจะกิน หลักๆ จะเป็นตุ๊กตาเจ้าชายและเจ้าหญิง โดยในสมัยโบราณนั้นจะมีการจัดทำตุ๊กตาฮินะขึ้นจากวัสดุพวกไม้กระดาษที่ทำ ขึ้นมาอย่างง่ายๆ แล้วนำไปใส่กระด้งเล็กๆ ลอยแม่น้ำหรือทะเลเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ภาวนาให้ลูกสาวของบ้านนั้นเติบโตขึ้นโดยมีสุขภาพแข็งแรง หลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมเรื่อยมาจนเกิดเป็นประเพณีของผู้คนทุกฐานะ และเริ่มตกแต่ง ประดับประดา จัดทำเครื่องแต่งกายให้สวยงามมากขึ้น ใช้วัสดุที่ดีอย่างผ้าไหมตัดเป็นเครื่องแต่งกายให้ตุ๊กตาในชุดกิโมโนเต็มยศ แบบโบราณ ซึ่งบางบ้านเป็นตุ๊กตาประจำตระกูลที่สืบทอดต่อๆ กันมาหลายร้อยปี มีการบูชาและถวายเครื่องเซ่นต่างๆ ทั้งขนมหวานที่ชื่อว่า ” อาราเร่ ” และขนมที่ทำมาจากข้าวเหนียว ” คาชิวะ โมจิ ” หรืออาจจะเป็นเค้กที่ทำจากข้าว พร้อมเครื่องดื่มพวกเหล้าขาวอย่าง ” ชิโรสาเก ” และบูชาด้วยดอกไม้อย่างดอกท้อ เทศกาลน่ารักๆ นี้ แต่ละครอบครัวที่มีลูกสาวจะเลี้ยงฉลองพิธีนี้อย่างตั้งใจ มีการดื่มฉลองแสดงความยินดีและอวยพรให้เติบโตอย่างมีความสุข และในปัจจุบันก็เปิดโอกาสให้มีการสังสรรค์กันในกลุ่มเพื่อนๆ เพิ่มขึ้น คืออาจจะชวนกันมาจัดปาร์ตี้กลางแจ้ง ทานอาหารร่วมกันที่บ้าน ซึ่งนับเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่สามารถสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข และสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับคนในครอบครัว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1337768825/5234e225f82446a141f7838b37e36470/page_4.jpg" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416806</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฮานามิ เทศกาลชมดอกซากุระ (เดือนเมษายน) 17&amp;29&amp;39</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416807</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติความเป็นมา ฮานามิ (Hanami)</strong></div><div>เทศกาล “ฮานามิ” หรือ เทศกาล “ดอกซากุระบาน” มีมายาวนานนับพันปีในประเทศญี่ปุ่น และมีการเฉลิมฉลองโดยทั่วทั้งเทศกาล นับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือนเมษายนและเพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง เทศกาลดังกล่าวเป็นเวลา แห่งการเฉลิมฉลองอย่างรื่นเริงใต้ต้นซากุระ ซึ่งชาวญี่ปุ่นถือเป็นสัญลักษณ์ของวัฏจักรชีวิต<br><br></div><div>ถือเป็นวัฒนธรรม ที่สืบทอดกันมาในครอบครัวและญาติมิตรจะมีกิจกรรมมาร่วมกัน เช่น การปิคนิค ร้องเพลงเต้นรำ อย่างสนุกสนาน เพื่อชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ จนกลายมาเป็นวิถีการดำเนินชีวิตของคนญี่ปุ่น แต่พอมาถึงในยุคสมัยเฮอันที่ดอกซากุระเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ดอกซากุระกลายมาเป็นดอกไม้ประจำเทศกาลฮานามินับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รวมไปถึงการเปิดกว้างให้กับประชาชนทั่วไปได้ร่วมเฉลิมฉลองงามเทศกาลฮานามิได้ทุกชนชั้นมาจนถึงทุกวันนี้<br><br>การชมซากุระนั้นสามารถชมได้ทั่ว<a href="http://holifestivaljapan.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95/">ญี่ปุ่น</a> โดยซากุระจะบานโดยไล่จากภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศ ในแต่ละพื้นที่จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันทั้งสายพันธุ์ของต้นซากุระที่ดอกมีสีสันที่ต่างกันไป รวมไปถึงวัฒนธรรมในการเยี่ยมชมซากุระของคนในพื้นที่นั้น ๆ แม้กระทั่งอาหารและเครื่องดื่มในท้องถิ่นก็เปลี่ยนไปตามแต่ละพื้นที่ เรียกได้ว่าถ้าได้ไปจุดไหนในญี่ปุ่นก็จะได้รับความประทับใจอย่างแน่นอน<br><br>อ้างอิงมาจาก https://www.japancheckin.com/lifestyle/hanami-sakura-viewing/<br><br>ชมคลิปได้ที่ <br><a href="https://youtu.be/QFaVE1wnjT4">https://youtu.be/QFaVE1wnjT4</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1337774615/3c1b0cf861d284825c884155d9d1a9ac/DA826D88_7328_41DC_A6F6_1A61479A0E78.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416807</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วันเด็ก (เดือนพฤษภาคม)2,12,14</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416808</link>
         <description><![CDATA[<div>วันเด็กถือว่าเป็นวันสำหรับเด็กๆโดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะตรงกับวันที่ต่างกัน และมีวัฒนธรรมรูปแบบการฉลองที่ต่างกันอีกด้วย เราเชื่อว่าการฉลองวันเด็กของญี่ปุ่นจะต้องทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและตื่นใจแน่นอนค่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าที่นี่เขาฉลองวันเด็กกั<br>นอย่างไร<br><br>วันเด็กของญี่ปุ่นจะจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปีและถือว่าเป็นวันหยุดประจำชาติของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1948 เป็นต้นมา เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเติบโตของเด็กๆโดยเฉพาะเด็กผู้ชายและยังเป็นวันที่เชิดชูคุณพ่อคุณแม่ ที่เลี้ยงดูลูกๆของตนจนเติบโต ในสมัยก่อนที่จะกำหนดให้วันนี้เป็นวันหยุดแห่งชาติ ชาวญี่ปุ่นเรียกวันนี้ว่า “Tango no Sekku” ซึ่งเป็นวันสำคัญของปีที่ฉลองกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยนารา โดยในตอนนั้นเป็นวันสำหรับเด็กผู้ชายและเชิดชูผู้เป็นพ่อ<br>ในวันเด็กนี้ ชาวญี่ปุ่นนิยมประดับ Koinobori หรือธงปลาคาร์ฟไว้นอกบ้าน โดยปล่อยให้ปลาคาร์ฟปลิวพริ้วไปตามกระแสลมคล้ายกำลังว่ายน้ำอยู่ ด้วยมีความเชื่อว่าปลาคาร์ฟจะนำโชคและความสุขมาให้แก่เด็กๆที่กำลังเติบโต เพราะปลาคาร์ฟสามารถว่ายทวนน้ำและกระโดดขึ้นน้ำตกได้เป็นสัญลักษณ์ของพลังและความกระตือรือล้น<br><br>https://www.fun-japan.jp/th/articles/8148</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1337768207/dff64c5cc62c3e335fcb62affc44b26c/inbound7059171147686332302.mp4" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416808</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเปลี่ยนเป็นเครื่องแบบฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน) 23-31</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416809</link>
         <description><![CDATA[<div>ในญี่ปุ่น นักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายจำนวนมากสวมเครื่องแบบ เมื่อมีระบบการสวมเครื่องแบบเกิดขึ้นในสมัยเมจิ นักเรียนจะสวมฮะกะมะทับกิโมโน พร้อม ๆ กับการแพร่หลายของเสื้อผ้าแบบตะวันตก เครื่องแบบสำหรับนักเรียนชาย จึงเปลี่ยนมาเป็นเสื้อคอปิด และเครื่องแบบนักเรียนหญิงเป็นเสื้อปกทหารเรือ<br><br>เครื่องแบบนักเรียนจะมี 2 ชนิด คือ เครื่องแบบสำหรับฤดูร้อนและเครื่องแบบสำหรับฤดูหนาว โดยกำหนดอย่างเป็นทางการว่า เครื่องแบบฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน และเครื่องแบบฤดูหนาวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ในวันที่เปลี่ยนเป็นเครื่องแบบฤดูร้อน เครื่องแบบของทุกคนจะเป็นสีขาว ให้ความรู้สึกว่าฤดูร้อนได้มาเยือนแล้ว และในวันที่เปลี่ยนเป็นเครื่องแบบเป็นสีเข้ม เช่น สีดำหรือสีกรมท่า ในฤดูใบไม้ร่วง ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าฤดูอันหนาวเย็น กำลังจะมาถึงแล้ว ในระยะหลัง ๆ นี้ การเปลี่ยนเครื่องแบบไม่ได้เข้มงวดว่า จะต้องเปลี่ยนตามวันที่กำหนดเสมอไป แต่ละโรงเรียนจะกำหนดกันเองตามสภาพอากาศปัจจุบัน เครื่องแบบที่เป็นเสื้อคอตั้งและเสื้อปกทหารเรือ ไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากดูล้าสมัย จึงเกิดเครื่องแบบที่เป็นสูท และมีบางโรงเรียนให้นักออกแบบ ออกแบบเครื่องแบบให้โรงเรียนของตน<br><br>ที่มาwww.thaigoodview.com/node/9778</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1249685675/322a521cd83d09f20abfe8057a0e5f0d/inbound866593829080949817.jpg" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416809</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทศกาลทานาบาตะ (เดือนกรกฎาคม)15,34</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416810</link>
         <description><![CDATA[<div>เทศกาลทานาบาตะ เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองตามดวงดาวของญี่ปุ่น มีต้นกำเนิดมาจากงานเทศกาลเจ็ดนางฟ้าของจีน เนื่องจากการพบกันของนางฟ้าโอริฮิเมะ(ดาวเวกา)และฮิโกโบชิ(ดาวอัลแทร์)ผู้เลี้ยงวัวบนสวรรค์ โดยอ้างอิงจากตำนานในอดีตว่า...นางฟ้าโอริฮิเมะเป็นลูกสาวของกษัตริย์แห่งท้องฟ้า(หรือจักรวาล)ทำหน้าที่ทอผ้าอยู่ที่แม่น้ำอามาโนกาวะ ท่านพ่อชอบฝีมือการทอผ้าของเธอ แม้ว่าเธอจะทำงานอย่างหนักทุกวันแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุข กษัตริย์แห่งท้องฟ้าผู้ห่วงใยลูกสาวเลยได้จัดการให้เธอได้พบกับฮิโกโบชิผู้เลี้ยงวัวอาศัยอยู่อีกฝั่งของทางช้างเผือก เมื่อทั้งคู่ได้พบกัน ไม่นานนักทั้งคู่ก็ได้หลงรักกันและได้แต่งงาน เมื่อแต่งงานนางฟ้าโอริฮิเมะก็ไม่ได้ขยันทอผ้าดั่งที่เคย ส่วนฮิโกโบชิก็ได้ปล่อยให้วัววิ่งเพ่นพ่านไปทั่วสวรรค์ ด้วยความโกรธ กษัตริย์แห่งท้องฟ้าจึงแยกทั้งคู่ไม่ให้พบกัน นางฟ้าโอริฮิเมะเสียใจจากการสูญเสียสามีจึงได้ขอร้องบิดาของตนให้ได้เจอสามีของนางอีกครั้ง บิดาพ่ายแพ้แก่น้ำตาของลูกสาวจึงยอมให้ทั้งคู่สามารถเจอกันได้ในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดของทุกปี แต่จะพบกันได้ก็ต่อเมื่อเธอทำงานทอผ้าจนเสร็จ และในวันนั้นก็เป็นวันที่มีการให้กำเนิดพิธีทานาบาตะ ขึ้นโดยคนญี่ปุ่นจะเชื่อถือและเล่ากันต่อๆมาว่าให้ไปตัดต้นไผ่ นำมาปักไว้ในรั้วบ้านและให้เขียนคำอธิษฐานใส่กระดาษ นำไปผูกไว้ที่ต้นไผ่ที่ตัดมาแล้วคำอธิษฐานก็อาจจะได้ผลสมประสงค์สมดังใจปรารถนา<br><br>ที่มา:https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B0</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1337769240/ffe38e12a9bb6ab43f9a970f73b229dd/images.jpeg" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416810</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วันระลึกสันติภาพและเทศกาลโอบ้ง (เดือนสิงหาคม)3-13-22</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416813</link>
         <description><![CDATA[<div>โอบ้ง (Obon ชาวญี่ปุ่นออกเสียง โอะบง) เทศกาลเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่น เราจะเห็นภาพของผู้คนที่เดินทางไปไหว้หลุมศพครอบครัว ให้ความรู้สึกแบบวันเช็งเม <strong>วันโอะบง</strong> ตรงกับวันที่ 13 - 15 สิงหาคม ยกเว้นในภูมิภาคคันโต (ภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นบนเกาะฮนชู) จะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 13 - 16 กรกฎาคมของทุกปี เชื่อกันว่าบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วจะกลับมาโลกเพื่อมาเยี่ยมเยียนลูกหลาน เลยช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นจะกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว และเตรียมตัวจัดอาหารคาวหวานผลไม้เพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษนั่นเอง และจะมีการจุดคบไฟเพื่อเป็นสัญลักษณ์นำทางให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษเดินทางได้สะดวก ในสมัยพุทธกาล <strong>พระโมะกุเร็ง</strong> หรือพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นพระผู้ยิ่งใหญ่ ได้ฝึกสมาธิตนเองจนสามารถเห็นนรกเห็นสวรรค์ เมื่อได้ท่องไปในเมืองนรกก็ได้พบกับมารดาของตนเอง ที่กำลังลำบาก ต้องอดอยากอย่างน่าเวทนา เมื่อพระโมะกุเร็งมีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จึงได้เล่าเรื่องราวที่ได้พบมารดาของตนให้แก่พระพุทธเจ้า เพื่อให้พระพุทธเจ้าได้ชี้ทางช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานของมารดา &nbsp; เมื่อได้ฟังเรื่องราวแล้ว พระพุทธเจ้าได้กล่าวแก่พระโมะกุเร็งว่า ดูกรโมะกุเร็ง ไม่ใช่ว่าจะคิดช่วยแต่เฉพาะคนคนเดียว ไม่ใช่ว่าจะคิดช่วยแต่แค่มารดาของตนแต่เพียงอย่างเดียว จงคิดช่วยไปถึงบุคคลอื่นๆ ทุกคนที่ได้ตายไปครั้งก่อนๆ ที่ไม่ใช่ญาติของเราก็ตาม ท่านจงอุทิศส่วน กุศลและแผ่เมตตาให้กับเขาเหล่านั้นทุกคนเสียด้วย&nbsp; เรื่องราวของพระโมะกุเร็งจึงทำให้เกิดประเพณีบงขึ้นในวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญที่จะปฏิบัติต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว คือต้อนรับ หากับข้าวกับปลา พักผ่อน และส่งกลับ ซึ่งการต้อนรับดวงวิญญาณอาจแตกต่างกันในแต่ละครอบครัวเกี่ยวกับสถานที่ เช่น ท่าน้ำ หน้าบ้าน หรือไปรับที่สุสาน เป็นต้น&nbsp; ในวันนี้ชาวญี่ปุ่นเขาก็จะจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมในการต้อนรับดวงวิญญาณ โดยจะเริ่มจากเตรียมสำรับอาหารต่างๆ พร้อมดอกไม้วางไว้บนหิ้งบรรพบุรุษ และมีการจุดไฟเพื่อให้ควันนำทาง จากนั้นจะเดินทางไปยังหลุมศพพร้อมกับทำความสะอาดให้เรียบร้อย จนถึงวันสุดท้ายของโอะบง ก็จะมีการจุดไฟส่งวิญญาณที่เรียกว่า <strong>โอคุริบิ</strong> (Okuribi) เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณกลับ นอกเหนือจากงานที่แต่ละบ้านเขาจะทำกันเป็นปกติแล้ว จะยังมี<strong>เทศกาลโอะบง</strong> หรือ <strong>โอะบงมัตสึริ</strong> ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับเวลามีงานวัดที่บ้านเราเลย มีการตีกลอง และเต้นรำวง หรือ <strong>บงโอโดริ</strong> กันอย่างสนุกสนานครื้นเครง โดยเชื่อว่าเป็นการสร้างความสำราญให้แก่ดวงวิญญาณก่อนที่จะเดินทางกลับสู่สวรรค์นั่นเอง<br><br>https://travel.trueid.net/detail/j0lbBkQjp1Z6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1235622052/19712063b057c64c074074407a6379d0/image.png" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416813</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วันผู้สูงอายุ (เดือนกันยายน) 10-20</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416814</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>วันเคารพผู้สูงอายุ</strong> 【敬老の日:เคโรโนะฮิ】 เป็นวันหยุดราชการของประเทศญี่ปุ่น ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1966 โดยจะกำหนดให้วันจันทร์ที่ 3 ของเดือนกันยายน ของทุกๆปี เป็น ” วันเคารพผู้สูงอายุ ” … มีจุดประสงค์คือ ให้คนรุ่นหลังเคาพร และ ระลึกถึงบุญคุณของ ผู้ใหญ่ทั้งหลาย ที่ได้สร้างสิ่งดีๆขึ้นในสังคม รวมถึง เฉลิมฉลองการมีอายุยืนยาวด้วย&nbsp;<br>โดยในปี 2015 นี้ทางรัฐบาลของญี่ปุ่น ได้ประกาศการสำรวจ ประชากรผู้สูงอายุ พบว่า ในประเทศญี่ปุ่น มีคนชราที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปมากว่า 10 ล้านคน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ &nbsp;<br>นอกจากนั้น ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ก็ได้ทำสถิติ จำนวนสูงสุดใหม่เช่นเดียวกัน คือประมาณ 33.84 ล้านคน คิดเป็นประชากรประมาณ 26.7% เมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด<br>&nbsp;หากแยกตามเพศ ของผู้สูงอายุ ก็จะพบว่า มีผู้ชายสูงอายุประมาณ 14.62 ล้านคน ในขณะที่จะมีผู้หญิงสูงอายุ ที่มีจำนวนมากกว่า คือ 19.21 ล้านคน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1235620549/0d5eb5378b98232b864821db6c7879a6/51696347193706f5a853b1025a9e3f26b872cbe7.png" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416814</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเปลี่ยนเป็นเครื่องแบบฤดูหนาว (เดือนตุลาคม)7,11</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416815</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ในญี่ปุ่น นักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายจำนวนมากสวมเครื่องแบบ เมื่อมีระบบการสวมเครื่องแบบเกิดขึ้นในสมัยเมจิ นักเรียนจะสวมฮะกะมะทับกิโมโน พร้อม ๆ กับการแพร่หลายของเสื้อผ้าแบบตะวันตก เครื่องแบบสำหรับนักเรียนชาย จึงเปลี่ยนมาเป็นเสื้อคอปิด และเครื่องแบบนักเรียนหญิงเป็นเสื้อปกทหารเรือเครื่องแบบนักเรียนจะมี 2 ชนิด คือ เครื่องแบบสำหรับฤดูร้อนและเครื่องแบบสำหรับฤดูหนาว โดยกำหนดให้ฤดูหนาวเป็นวันที่1ตุลาคม<br>https://guru.sanook.com/8288/</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1258383014/d1f1f99ff36cb8b56ac64748b2317e67/inbound9103081948991033626.webp" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416815</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทศกาลชิจิโกะซัน (เดือนพฤศจิกายน)4.8.18</title>
         <author>chidchanok1</author>
         <link>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416816</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-09-10 00:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/chidchanok1/vilffc5rszjhqmjg/wish/1729416816</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
