<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>กิจกรรมพืชมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้ายังไงบ้างนะ? 4/7 by Anisa Din-a</title>
      <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8</link>
      <description>ให้นักเรียนออกสำรวจพืชบริเวณรอบบ้าน ถ่ายรูปการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้าในรูปแบบต่าง ๆ มา 1 อย่าง พร้อมทั้งเขียนคำบรรยายประกอบภาพว่าเป็นการตอบสนองแบบใด และอย่างไร</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-12-22 16:02:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-01-02 02:13:22 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f333.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>นาย มนัส หิรัญวิหิรัญ เลขที่35</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961595238</link>
         <description><![CDATA[<div>ต้นมะขาม<br>&nbsp;ในส่วนของใบมะขามนั้นจะหุบและบานของใบไม้ เกิดจากะตุ้นแสง<br>หรืออุณภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป และยังจากกลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านใน<br>ของกลีบดอกมีการเจริญเติบโตเร็ว กว่ากลุ่มเซลล์ที่อยู่ด้านนอก<br>จึงทำไห้มีการหุบและบานของใบไม้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1511198310/dc2fb6def4ad5ca45ea0a26399de527a/inbound3363481410845991094.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 05:00:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961595238</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961616429</link>
         <description><![CDATA[<div>การตอบสนองต่อการสัมผัส (Thigmotropism) คือ การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดันเต่ง (Turgor Movement) หรือการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำภายในเซลล์พืช ซึ่งส่งผลให้พืชบางชนิดสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น<br>การหุบของใบจากการสะเทือน (Contract Movement) เช่น การหุบใบของต้นไมยราบ ซึ่งมีความไวสูงต่อสิ่งเร้า โดยเฉพาะจากการสัมผัส</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1511210491/1dd29ec83d92e9e3d5350a517102a307/inbound2137584080253759344.webp" />
         <pubDate>2021-12-23 05:25:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961616429</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย อาเดล เจะมะอะ เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961662621</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><pre>ต้นหมาก</pre></blockquote><div>ตอบสนองกับแสงแดดเป็นส่วนใหญ่ เนื่องมีการเจริญเติบโตของต้นได้ดียิ่งขึ้น และดินก็มีส่วนประกอบต่อต้นช่วยพยุงและยึดรากของต้นให้แข็งแรงหมากจะมีเนื้อเป็นเสี้ยนยาวจับตัวกันแน่นบริเวณเปลือกนอกลึกเข้าไปประมาณ2เมตรแต่ส่วนกลางของต้นเป็นเสี้ยนไม่อัดแน่นและมีไม้อ่อนนุ่ม จึงทำให้ต้นหมากเหนียวและสามารถโยกเอนได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1511200395/faf723edd9392f5bfbf35e96a436afb3/inbound7164572573032186059.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 06:21:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961662621</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อนุวัฒน์ ชุมจันทร์ เลขที่8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961883373</link>
         <description><![CDATA[<div>ต้นสละ<br>ในปัจจุบันภาคใต้ได้มีการปลูกสละอินโด การตอบสนองต่อดินของดินต่อต้นสละ โดยการใช้ดินปลูก คลุกเคล้ากับหน้าดินที่หลุมจากหลุมเพื่อปรับสภาพดิน ให้รากยึดกับต้นไม้ให้ยึดกับดิน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1511421291/9fa570ab5575b870c71c093e59bda40a/inbound7275603921186662674.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 10:37:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961883373</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ต้นดาวเรือง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961959196</link>
         <description><![CDATA[<div>การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของโลก (Geotropism) คือ การเคลื่อนที่ของพืชจากการอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งโดยทั่วไป รากของพืชมักเจริญเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก (Positive Geotropism) สังเกตได้จากการชำแรกลึกลงดินของรากพืช เพื่อดูดซึมน้ำและแร่ธาตุ ในขณะที่ส่วนปลายยอดพืชหรือลำต้น มักเจริญเติบโตในทิศทางตรงข้าม (Negative Geotropism)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1511195565/da99a12b8a3e294f35954c7d1e12e22c/inbound4270235206594737224.jpg" />
         <pubDate>2021-12-23 12:09:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1961959196</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณัฐพงษ์ เเก้วกลิ่น เลขที่3 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1962875763</link>
         <description><![CDATA[<div>ต้นกวักมรกต<br><br></div><ul><li><strong>การตอบสนองต่อแสง (Phototropism)</strong> คือ การเคลื่อนที่ของพืชจากการกระตุ้นของแสง ซึ่งปลายยอดพืชหรือลำต้นของพืชส่วนใหญ่มีทิศทางการเจริญเติบโตเข้าหาแสงสว่าง หรือ โค้งตัวไปทางที่มีความเข้มข้นของแสงมากกว่า (Positive Phototropism) ในขณะที่ปลายราก มักมีทิศทางการเจริญเติบโตหนีห่างออกจากแสงสว่าง (Negative Phototropism)</li></ul><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1512112225/45d8d1729a0907520c67c1a7042f6347/inbound871113278616103979.jpg" />
         <pubDate>2021-12-24 06:31:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1962875763</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วีรภัทร นานช้า เลขที่ 27</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1975649775</link>
         <description><![CDATA[<div>ต้นไมยราบ<br>สำหรับการตอบสนองของต้นไมยราบนั้น เกิดจากการหุบใบทั้งสองด้านเข้าหากันเพื่อป้องกันการถูกทำร้ายหรือรบกวน โดยหลักของการหุบใบนี้ ไม่ได้เป็นเพราะ มันมีเส้นประสาทหรือสัมผัสพิเศษอย่างที่เข้าใจนะครับ แต่เป็นกระบวนการของการสูญเสียน้ำภายในกลุ่มเซลล์บริเวณก้านใบอย่างฉับพลับ ทำให้เกิดการหุบของใบเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง น้ำในเซลล์นั้นซึมกลับมายังก้านใบตามเดิม และใบที่หุบเข้าหากันก็จะกางออก ซึ่งกระบวนการนี้แท้ที่จริงแล้วสามารถพบได้ในพืชอีกหลากหลายชนิด แต่เป็นการค่อยๆ หุบเสียมากกว่า เช่น ดอกบัวนั้นบานในเวลากลางวัน แต่จะหุบกลีบเข้าหากันในเวลากลางคืน หรือต้นกระบองเพชร จะบานในเวลากลางคืนและหุบในเวลากลางวัน เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1524026271/e5d8440f4962ac91ab20a28d1ef8a12f/inbound2853112555344915728.webp" />
         <pubDate>2022-01-05 04:20:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/1975649775</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ชุตินันท์ อุตะมะ เลขที่ 16</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2028961704</link>
         <description><![CDATA[<div>• เป็นไม้อวบน้ำที่มียางและหนามบริเวณลำต้น ทรงต้นเป็นทรงพุ่ม มีอายุยืนนับสิบปี เป็นไม้ที่ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศเนื่องจากสามารถสะสมน้ำไว้ตามลำต้นและใบ จึงทำให้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกภูมิภาคของประเทศไทย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1567261722/51da7af4a62ea79c144f882851a79b97/inbound736461987162174628.jpg" />
         <pubDate>2022-02-04 07:02:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2028961704</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ชนรัก พระคง เลขที่14</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2077074963</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช</strong></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; </strong>สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งเร้าที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของพืช&nbsp; พืชจะเจริญงอกงามเป็นปกติในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&nbsp; แต่เมื่อสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนปลงไป&nbsp; พืชก็จะมีการเปลี่ยนแปลง พืชจะรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าในลักษณะต่างๆ พืชจะหนีจากสิ่งเร้าถ้าสิ่งนั้นเป็นอันตรายและพืชจะเข้าหาสิ่งเร้าถ้าสิ่งนั้นเป็นประโยชน์</div><div><strong>การตอบสนองต่อแสง</strong></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; </strong>การหุบการบานของดอกไม้ เป็นการตอบสนองต่อการได้รับ หรือไม่ได้รับแสง&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437142924/7542e9daf421cab158d866032f91c4e0/inbound2541874167741415629.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 02:14:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2077074963</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย สุทธีรักษ์ วาราช เลขที่29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2077083126</link>
         <description><![CDATA[<div>ดอกราตรีบานในเวลากลางคืนและหุบในเวลากลางวัน<br><br>&nbsp; &nbsp; การเจริญของยอดพืช&nbsp; ยอดของพืชจะเจริญเข้าหาแสง&nbsp; แต่รากพืชจะเจริญในทิศทางหนีแสงการหันเข้าหาดวงอาทิตย์ของดอกทานตะวัน เป็นการตอบสนองของลำต้น&nbsp; โดยลำต้นของทานตะวันด้านตรงข้ามกับแสงจะเจริญได้ดี ทำให้มีการยืดขยายตัวมากกว่าด้านที่โดนแสงจึงดันต้นให้โค้งเข้าหาดวงอาทิตย์&nbsp; ทำให้ดอกหันไปต้านกับแสงจากดวงอาทิตย์<br><br>การตอบสนองต่อความชื้น<br><br>&nbsp; &nbsp; รากพืชเจริญเข้าหาบริเวณที่ชื้น<br><br>การตอบสนองต่อการสัมผัส<br><br>การหุบของใบไมยราบเมื่อโดนสัมผัส</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611193782/1fcc60fbcde1e1b60d8d0360de913af2/inbound5949836169422207246.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 02:19:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2077083126</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายกวินภพ บุญญา ม.4/7 เลขที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2077185367</link>
         <description><![CDATA[<div>เมื่อสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง พืชซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตจะมีปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ แต่เนื่องจากพืชมีการเคลื่อนไหวที่ช้ามากจนบางครั้งเราไม่สามารถสังเกตเห็นได้ในทันที ต้องใช้เครื่องมือถ่ายรูปที่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ เพื่อช่วยในการสังเกตพฤติกรรมของพืช<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมของพืชเกิดขึ้นเมื่อมี สิ่งเร้า มากระตุ้น การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชจะมีลักษณะเหมือนกันหรือแตกต่างกันตามชนิดของพืช สิ่งเร้าที่ทำให้พืชเกิดการตอบสนอง เช่น แสงสว่าง&nbsp; เสียง และการสัมผัส<br><br><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เนื้อหาในเรื่องนี้ ประกอบด้วย<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ๑. การตอบสนองต่อการสัมผัส<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ๒. การตอบสนองต่อเสียง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ๓. การตอบสนองต่อแสง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437143153/397e4cb3c00bec61e38d12cacc9683db/inbound8799330493681126726.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 03:17:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2077185367</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย พงศกร รักษา เลขที่23 4/7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2079891176</link>
         <description><![CDATA[<div>B6ถ้าพูดถึงพืชกินแมลง คงหนีไม่พ้น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ไม้แปลกจากป่าดงดิบมีสายพันธุ์อยู่ประมาณ 80 กว่าชนิด พบได้บนเกาะบอร์เนียวถึง 30 กว่าชนิด นอกนั้นกระจายอยู่ทั่วไปตามโซนเขตร้อนทั่วไปในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค วิธีการดักจับแมลงที่ใช้กับดักประเภทรอเหยื่อ คือ มันจะสร้างน้ำหวานไว้ที่ปีก และขอบปาก เมื่อแมลงหลงเข้ามาตอมน้ำหวาน ขาก็จะถูกเคลือบด้วยสารที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง ทำให้ลื่นตกลงไปภายในหม้อ และภายในนั่นเองจะมีน้ำย่อยอยู่ เหยื่อที่ตกลงไปจะค่อยๆจมน้ำจนตาย และก็จะถูกดูดซึมสารอาหารจนหมด ทิ้งกากที่ย่อยไม่หมดไว้ที่ก้นหม้อนั่นเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดในการเอาตัวรอดในสภาพพื้นที่ที่ขาดแร่ธาตุอาหารที่จำเป็นของพืช<br><br>หม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes ) ลักษณะลำต้นอยู่รวมกันเป็นกอหนาแน่น หรือถ้าเป็นต้นอ่อนจะขึ้นอยู่โดดเดี่ยว ลำต้นอาจเลื่อยไปตามพื้นดิน หรือเกาะไม้พุ่มขนาดเล็ก ลักษณะใบยาวประมาณ 12-18 ซม.ปลายใบเป็นกระเปาะคล้ายเชือก ยาว 10 – 15 ซม.กระเปาะเมื่อยังอ่อนฝาจะปิด เมื่อกระเปาะแก่ฝาจะเปิด กระเปาะมีหลายสี เช่น สีเขียว สีน้ำตาลอมแดง และสีเขียวปนแดงเรื่อๆ ภายในกระเปาะมีขนป้องกันแมลงที่ตกเข้าไป ไม่ให้ออกได้ อีกทั้งผิวกระเปาะยังมีรูเล็กๆจำนวนมากปล่อยน้ำย่อยออกมาขังไว้ในกระเปาะ เพื่อย่อยสลายแมลงเป็นอาหาร ลักษณะดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอดของลำต้น ก้านช่อดอกยาว 50-100 ซม. มักจะจะออกดอกระหว่างเดือนพฤศภาคม – สิงหาคม ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกอยู่กันคนละต้น เมื่อได้รับการผสมพันธุ์แลัวดอกเพศเมียจะกลายเป็นฝักที่มีเมล็ดเป็นจำนวนมากอยู่ภายในB7<br>มาถึงขั้นตอนการปลูกเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้สวยงามไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก เริ่มจากการเตรียมเครื่องปลูกหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้นไม้ที่ชอบเครื่องปลูกที่มีลักษณะโปร่งๆ สามารถถ่ายเทอากาศได้สะดวก มีความชื้นสูง และไม่แฉะ ซึ่งปกติจะใช้กาบมะพร้าวสับขนาดเล็ก เป็นส่วนประกอบหลักของเครื่องปลูก เนื่องจากกาบมะพร้าวสับจะมีคุณสมบัติในการเก็บความชื้นได้มาก แต่ไม่อุ้มน้ำ และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก อีกทั้งน้ำหนักเบา หาซื้อได้ง่าย และราคาไม่สูง นอกจากกาบมะพร้าวสับแล้ว เราอาจใช้ขุยมะพร้าว, ทรายหยาบ, ใบก้ามปู, หินภูเขาไฟ หรือหินพัมมิส (Pumice) เป็นส่วนประกอบของเครื่องปลูกได้ โดยใช้ผสมกับกาบมะพร้าวสับ ในอัตราส่วนประมาณ 3:1 คือกาบมะพร้าวสับประมาณ 3 ส่วน และส่วนประกอบอื่นๆ ประมาณ 1 ส่วน<br><br>กระถางที่เหมาะสมกับการปลุกเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิง ควรจะใช้กระถางพลาสติก และไม่ควรใช้กระถางดินเผาในการปลูกเลี้ยง เนื่องจากเวลาที่ปลูกเลี้ยงไปนานๆ แร่ธาตุ และเกลือแร่บางชนิดจะค่อยๆปลดปล่อยจากดินที่ใช้ในการปั้นกระถาง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยชอบ แร่ธาตุ และเกลือแร่บางชนิด จึงแนะนำให้ใช้กระถางพลาสติกในการปลูกเลี้ยง รดน้ำวันละครั้งเดียว รดให้น้ำทะลุผ่านออกก้นกระถางก็เพียงพอแล้ว ส่วนแหล่งน้ำที่นำมารดนั้น แนะนำให้ใช้น้ำประปาจะดีที่สุดหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็น ต้นไม้ที่ชอบแสงมากๆ แต่จะไม่ชอบแดดกลางแจ้งโดยตรงและควรได้รับแสงอย่างน้อยครึ่งวัน จะเป็นช่วงเช้าหรือบ่ายก็ได้ แต่การเจริญเติบโตอาจช้ากว่าต้นที่ได้รับแสงเต็มวัน หากร่มเกินไปหม้อข้าวหม้อแกงลิงจะไม่ออกหม้อ โดยปลายใบที่พัฒนาออกมาเป็นหม้อจะฝ่อ หรือแห้งไป ไม่เจริญเติบโตต่อ แก้ไขโดยเปลี่ยนที่ปลูกเลี้ยงให้มีแสงมากขึ้นโดยบริเวณที่เหมาะสมในการปลูกเลี้ยง คือ ใต้ซาแรน (Slan) ควรใช้ซาแรนที่มีความเข้มประมาณ 50-60% จะดีที่สุด หากความเข้มมากกว่านี้จะร่มเกินไปสำหรับหม้อข้าวหม้อแกงลิง หรือใต้ระแนงไม้ ระเบียงหน้าต่าง ชานบ้าน ศาลาในสวน การให้ปุ๋ยบำรุง ปุ๋ยเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจำเป็นสำหรับหม้อข้าวหม้อแกงลิง เนื่องจากมีหม้อที่คอยล่อแมลงมาเป็นสารอาหารอยู่แล้ว แต่หากใส่จะทำให้เจริญเติบโตรวดเร็วขึ้น โดยใช้ปุ๋ยละลายช้าสูตรเสมอ 14-14-14, 16-16-16 หรือสูตรเร่งดอกก็ได้ ใส่ประมาณ 5-15 เม็ด ต่อกระถาง ปริมาณขึ้นอยู่ขนาดของกระถาง ปุ๋ยละลายช้าใส่ 1 ครั้ง อยู่ได้นาน 3-6 เดือนประโยชน์ของต้นไม้กินแมลงชนิดนี้นอกจากจะปลูกเป็นไม้ประดับแล้ว ชาวบ้านทางภาคใต้ นิยมนำมารับประทานผักจิ้มน้ำพริก รวมถึงการนำเอาดอกหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาทำเป็น “ข้าวเหนียวหม้อแกงลิง” ลักษณะคล้ายกับข้าวต้มมัดมีข้าวเหนียวกับกะทิเป็นหลัก วิธีการทำคราวๆเริ่มจากการแช่ข้าวเหนียว แล้วนำกระเปาะหม้อแกงลิงไปล้าง นำมาเรียงไว้ในภาชนะที่ใช้นึ่ง กรอกข้าวเหนียวลงไปในกระเปาะ จากนั้นหยอดหางกะทิตามลงไป ยกขึ้นเตานึ่งกะพอข้าวเหนียวใกล้สุกดีจึงหยอดหัวกะทิที่ผสมเกลือพอเค็มนิดหน่อย นำมานึ่งอีกครั้งจนสุกดี<br><br>พืชกินแมลงได้รับความสนใจด้วยความสามารถที่แปลกประหลาดของกระเปาะดักแมลง ทำให้มีการนำเข้าพืชกินแมลงจากต่างประเทศ และขณะเดียวกันสายพันธุ์ไทยก็มีความสวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว ทำให้มีกลุ่มพ่อค้าขายต้นไม้หัวใสนิยมนำต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงจากป่ามาปลูกขายเป็นไม้ประดับโดยหวังที่จะขายความแปลก แต่คนที่ซื้อไปปลูก ช่วงแรกก็เกิดอาการชื่นชมในรูปร่างหน้าตาความแปลกประหลาด แต่อีกไม่นานก็ตายไป เพราะขาดความรู้ความเข้าใจและวิธีการเลี้ยงที่ถูกวิธี การปลูกต้นไม้สักต้นนั้นต้องอาศัยความรักและความเอาใจใส่ขอให้คำนึงอยู่อย่างหนึ่งว่า ต้นไม้นั้นก็เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับมนุษย์ในระบบนิเวศ<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1614954470/994dd031dc04859e3ca3d47ade736b90/B5_17.jpg" />
         <pubDate>2022-03-06 13:08:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/t3233/v82lvgfc9yrsb6y8/wish/2079891176</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
