<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ประชาธิปไตยในสังคมไทย (ส23002)  by Frung Teerarat</title>
      <link>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4</link>
      <description>ด.ญ.ธีรารัศม์ อภินันท์ธนากร ชั้น ม.3/3 เลขที่ 31</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-10-10 08:24:00 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2017-11-14 08:00:07 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>03/10/2560</title>
         <author>frungtrrapn</author>
         <link>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/195482641</link>
         <description><![CDATA[<div>1. เขาแบ่งระบอบประชาธิปไตยออกเป็นกี่รูปแบบ มีอะไรบ้าง บอกข้อดีข้อเสียของระบอบประชาธิปไตยในแต่ละรูปแบบ<br>รูปแบบระบอบประชาธิปไตย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ<br> 1) มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์จะทรงใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของปวงชน เช่น ไทย อังกฤษ  กัมพูชา  เบลเยียม  เป็นต้น                                  </div><div>     2) มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งของประชาชน  เช่น  โครเอเชีย  สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์  อินเดีย เป็นต้น<br><br>ข้อดีของประชาธิปไตย<br> 1. เปิดโอกาสให้ประชาชนข้างมากได้ดำเนินการปกครองโดยประชาชนข้างน้อยมีสิทธิคัดค้านการปกครองของฝ่ายข้างมาก<br> 2. เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพได้อย่างเสมอภาคกัน<br> 3. ถือกฎหมายเป็นมาตรฐานในการดำเนินการปกครองโดยใช้กฎหมายบังคับแก่ทุกคนไม่ว่าคนรวยหรือจน<br> 4. ช่วยระงับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและระหว่างประชาชนด้วยกันเองโดยสันติวิธีและให้เป็นไปตามกฎหมายช่วยให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้โดยมีกฎหมายเป็นกรอบความประพฤติทุกคน<br><br></div><div>ข้อเสียของประชาธิปไตย<br> 1. มีความล่าช้าในการตัดสินใจทำการต่างๆต้องมีการปรึกษาและผ่านขั้นตอนมาก<br> 2. ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปกครองมากเช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก<br> 3. อาจนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายได้ ถ้าประชาชนส่วนมากในประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยไม่รู้จักใช้สิทธิเสรีภาพให้อยู่ภายในกรอบของกฎหมายอาจทำให้ประเทศเจริญช้าลง<br><br>2. ประชาธิปไตยเกิดขึ้นครั้งแรกที่ใด<br>     ประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบางนครรัฐกรีกโบราณประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบางนครรัฐกรีกโบราณช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเอเธนส์หลังการก่อการกำเริบเมื่อ 508 ปีก่อนคริสตกาล ประชาธิปไตยแบบนี้เรียกว่า <strong>ประชาธิปไตยทางตรง</strong> ซึ่งพลเมืองเกี่ยวข้องในกระบวนการทางการเมืองโดยตรง แต่ประชาธิปไตยในปัจจุบันเป็น<strong>ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน</strong> โดยสาธารณะออกเสียงในการเลือกตั้งและเลือกนักการเมืองเป็นผู้แทนตนในรัฐสภา จากนั้น สมาชิกสภาจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยเสียงข้างมาก ประชาธิปไตยทางตรงยังมีอยู่ในระดับท้องถิ่นหลายประเทศ อย่างไรก็ดี ในระดับชาติ ความเป็นประชาธิปไตยทางตรงมีเพียงการลงประชามติ การริเริ่มออกกฎหมายและการถอดถอนผู้ได้รับเลือกตั้ง<br><br>3. หลักการของระบอบประชาธิปไตยมีอะไรบ้าง<br>หลักการของระบอบประชาธิปไตยมี 5 ประการ<br>1.<strong>หลักความเสมอภาค</strong></div><ul><li><a href="http://youtu.be/QmiKTz7V7-c">ความเสมอภาคทางการเมือง</a>ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างเท่าเทียมกัน </li><li><a href="http://youtu.be/mQmwRrPABxE">ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ</a>ประชาชนทุกคนต้องไม่ถูกกีดกันในการประกอบอาชีพการประกอบการต้องเป็นไปอย่างเสรีเป็นธรรมไม่มีการผูกขาดทางการค้า</li><li><a href="http://youtu.be/LP-xAr2NzUg">ความเสมอภาคทางโอกาส</a> บุคคลสามารถจะได้รับการศึกษา การรักษาพยาบาลและการให้บริการจากรัฐอยางเท่าเทียมกัน</li></ul><div><br></div><div><strong>2. หลักสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่</strong></div><div><a href="http://youtu.be/ZustiBp3x0E">สิทธิ</a> คือ อำนาจอันชอบธรรม หรือประโยชน์ที่กฎหมายรับรองและคุ้มครอง</div><div><a href="http://youtu.be/SbdmwopisC4">เสรีภาพ</a> คือ การมีอิสระที่จะกระทำสิ่งใด ๆ โดยต้องไม่ละเมิดเสรีภาพของผู้อื่น</div><div><a href="http://youtu.be/q1OfCE9Hl5M">หน้าที่</a> คือ สิ่งที่บุคคลต้องปฏิบัติหรืองดเว้นจากการปฏิบัติบุคคลย่อมมีสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ซึ่งการใช้สิทธิ เสรีภาพต้องไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น และต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนภายใต้กฎหมาย</div><div><br></div><div><strong>3. หลักนิติธรรม</strong></div><div>การใช้กฎหมายเป็นหลักในการบริหารประเทศ บุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องใช้กฏหมายต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ</div><div><br></div><div><strong>4. หลักการใช้เหตุผล</strong></div><div>คือ การใช้หลักเหตุผลมาเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ และหากมีการตัดสินปัญหาด้วยการออกเสียงต้องยอมรับมติของเสียงข้างมาก แต่ต้องเคารพสิทธิของเสียงส่วนน้อย</div><div><br></div><div><strong>5. หลักการมีส่วนร่วมทางการเมือง</strong></div><div>การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรง เช่น การออกเสียงประชามติ การเสนอถอดถอน ฯลฯ ทางอ้อม เช่น การเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศแทนตน</div><ul><li>ทางตรง คือการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เช่น การแสดงความคิดเห็น การออกเสียงประชามติ การขอรับรู้ข้อมูลข่าวสารราชการ การชุมนุม การร้องทุกข์ส่วนราชการ</li><li>ทางอ้อม คือ การเลือกตั้งตัวแทน เช่น ส.ส. , ส.ว. ไปทำหน้าที่ในการออกกฎหมายและบริหารประเทศ</li></ul><div><br>4.บอกความหมายของคำว่ากบฎ ปฏิวัติ และรัฐประหาร คืออะไร (อธิบายมาพอเข้าใจ)<br><strong>กบฏ, ขบถ</strong> หรือ <strong>กระบถ</strong> หมายถึง</div><ul><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F">การกบฏ</a> (rebellion) - การประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ทรยศ</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F&amp;action=edit&amp;redlink=1">ผู้เป็นกบฏ</a> (rebel) - ผู้ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F">ความผิดฐานเป็นกบฏ</a> (treason-felony) - ชื่อความผิดอาญาในระบบคอมมอนลอว์</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99">การกบฏต่อแผ่นดิน</a> (high treason) - ความผิดอาญาฐานทรยศประเทศของตนเอง</li></ul><div><br></div><div><strong>ปฏิวัติ</strong> คือ การเปลี่ยนแปลงหลักมูลในโครงสร้างอำนาจหรือการจัดระเบียบซึ่งเกิดขึ้นในระยะเวลาค่อนข้างสั้น<br><br></div><div><strong>รัฐประหาร  </strong>เป็นการใช้กำลังยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างฉับพลันและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปกติเกิดจากสถาบันของรัฐที่มีอยู่เดิมขนาดเล็กเพื่อโค่นรัฐบาลซึ่งเป็นที่ยอมรับแล้วเปลี่ยนเป็นองค์การปกครองใหม่ ไม่ว่าเป็นพลเรือนหรือทหาร รัฐประหารพิจารณาว่าสำเร็จแล้วเมื่อผู้ยึดอำนาจสถาปนาภาวะครอบงำ รัฐประหารไม่จำเป็นต้องเกิดความรุนแรงหรือเสียเลือดเนื้อ <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2">ศาลฎีกา</a>ตีความว่า รัฐประหารมิได้ขัดต่อกฎหมาย เพราะ "กฎหมายคือคำสั่งคำบัญชาของรัฏฐาธิปัตย์"</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-10 08:25:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/195482641</guid>
      </item>
      <item>
         <title>10/10/2560</title>
         <author>frungtrrapn</author>
         <link>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/195482795</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่มที่ 1 เรื่อง ระบอบการปกครองกึ่งประชาธิปไตย (พ.ศ.2475-2500)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-10 08:26:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/195482795</guid>
      </item>
      <item>
         <title>24/09/2560</title>
         <author>frungtrrapn</author>
         <link>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/199876493</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>กลุ่มที่ 1 เรื่อง ระบอบการปกครองกึ่งประชาธิปไตย (พ.ศ.2475-2500)</strong><br> ในสมัยราชการที่7มีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่มีคณะราชฎรได้เข้ามายึดอำนาจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปลี่ยนการปกครองแบบประชาธิปไตย<br><strong>กลุ่มที่ 2 สมัยระบอบประชาธิปไตย (พ.ศ.2501-2516)<br>&nbsp; </strong>ภายหลังการทำรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ วันที่ 16 กันยายน 2500 ได้มอบหมายให้<br>นายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2500 ขึ้นเป็นผลให้นาย<br>พนจน์ สารสินลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้จอมพลสฤษดิ์ ต้องหาบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรี คือ พลโท<br>ถนอม กิตติขจร รัฐบาลชุดนี้ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์และได้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ก็<br>ไม่เป็นผลสำเร็จ ประกอบกับปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหารระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ที่ผล<br>การตัดสินของศาลโลกให้เขาพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา ทำให้รัฐมนตรีหลายคนตัดสินใจลาออก<br><br><strong>วงจรอุบาทว์</strong> มายถึง วงจร หรือ วัฏจักร ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ และหากไม่มีการแทรกแซงหรือแก้ไข วัฏจักรนี้ก็จะดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด มักใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ<br><br><strong><em>เหตุการณ์อุบาทว์</em></strong><em><br>-</em><strong>เรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกร</strong> อันมีอยู่ทุกพื้นที่ ที่พบบ่อยคือราคาผลิตผลตกต่ำและเรื่องหนี้สิน วงจรปัญหาเกิดขึ้นดังนี้&nbsp; เกษตรกรเดือดร้อนเพราะผลผลิตราคาตกและหนี้สิน----&gt;เรียร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือ----&gt;ภาครัฐรับเรื่องและรับปากจะหาทางช่วยเหลือ----&gt;เกษตรกรนอนใจ----&gt;รัฐชักช้า----&gt;เกษตรกรเดือดร้อนมากเดินขบวนประท้วงจนถึงกระทรวงหรือทพเนียบ----&gt;รัฐบาลรับปากแน่นอนมั่นคงว่าแก้ปัญหาให้แน่ๆ----&gt;เกษตรกรกลับบ้านไปนอนกอดหนี้----&gt;เกิดความเดือดร้อนเพราะผลผลิตราคาตกและหนี้สินก็เรียกร้องใหม่...เป็นวงจรอันไม่สิ้นสุดของปัญหา รัฐบาลสิ้นสุดวาระลงก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร รอรัฐบาลชุดใหม่มาสานต่อ รอรับเรื่องจากเกษตรกรกลุมเดิมๆหน้าเดิมๆ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 07:51:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/199876493</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงจรอุบาท</title>
         <author>frungtrrapn</author>
         <link>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/199879118</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>วงจรอุบาทว์</strong> มายถึง วงจร หรือ วัฏจักร ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ และหากไม่มีการแทรกแซงหรือแก้ไข วัฏจักรนี้ก็จะดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด มักใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ<br><br><strong><em>เหตุการณ์อุบาทว์</em></strong><em><br>-</em><strong>เรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกร</strong> อันมีอยู่ทุกพื้นที่ ที่พบบ่อยคือราคาผลิตผลตกต่ำและเรื่องหนี้สิน วงจรปัญหาเกิดขึ้นดังนี้  เกษตรกรเดือดร้อนเพราะผลผลิตราคาตกและหนี้สิน----&gt;เรียร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือ----&gt;ภาครัฐรับเรื่องและรับปากจะหาทางช่วยเหลือ----&gt;เกษตรกรนอนใจ----&gt;รัฐชักช้า----&gt;เกษตรกรเดือดร้อนมากเดินขบวนประท้วงจนถึงกระทรวงหรือทพเนียบ----&gt;รัฐบาลรับปากแน่นอนมั่นคงว่าแก้ปัญหาให้แน่ๆ----&gt;เกษตรกรกลับบ้านไปนอนกอดหนี้----&gt;เกิดความเดือดร้อนเพราะผลผลิตราคาตกและหนี้สินก็เรียกร้องใหม่...เป็นวงจรอันไม่สิ้นสุดของปัญหา รัฐบาลสิ้นสุดวาระลงก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร รอรัฐบาลชุดใหม่มาสานต่อ รอรับเรื่องจากเกษตรกรกลุมเดิมๆหน้าเดิมๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 08:03:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/199879118</guid>
      </item>
      <item>
         <title>26/09/2560</title>
         <author>frungtrrapn</author>
         <link>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/199883524</link>
         <description><![CDATA[<div>เรื่องที่1 การปกครองระบอบประชาธิปไตย<br><strong>ความหมาย</strong><br>ประชาธิปไตย (Democracy)<br>1. เป็นรูปแบบการปกครองที่อานาจอธิปไตยเป็นของปวงชชาวไทย<br>2.เป็นรูปแบบการปกครองของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน<br><strong>หลักการ</strong><br>1.อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน<br>2. สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่<br> 3. ความสูงสุดของกฎหมาย </div><div>4. หลักเสียงข้างมากที่คำนึงถึงสิทธิเสียงข้างน้อย </div><div>5. หลักเหตุผล<br><strong>รูปแบบต่างๆ ของระบอบประชาธิปไตย<br>-</strong>การปกครองระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นครั้งแรกในนครรัฐเอเธนส์ในยุคกรีก  และตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบ่งออกเป็น 2 แบบ  คือ</div><div>1.ประชาธิปไตยแบบทางตรง  มีใช้ในนครรัฐเอเธนส์  ในยุคกรีก </div><div>2.ประชาธิปไยยแบบมีตัวแทน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 08:25:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/199883524</guid>
      </item>
      <item>
         <title>31/10/60</title>
         <author>frungtrrapn</author>
         <link>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/202026534</link>
         <description><![CDATA[<div> การสลายลงของการผูกขาดอำนาจนับตั้งแต่ 14 ตุลาคม นำพาให้ระบอบประชาธิปไตยในไทย<br>เดินทางไปสู่ยุคสมัยใหม่ ที่เปิดกว่างให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น<br>สภาพทางการเมืองหลังการสลายลงของการผูกขาดอำนาจ<br>เมื่ออำนาจว่างลงกลุ่มต่าง ๆ ทางการเมืองพยายามพยายามเข้ามามีอำนาจ รัฐบาลนายสัญญา ธรรม<br>ศักดิ์ เป็นรัฐบาลที่อิสระจากอิทธิพลจากกลุ่มข้าราชการ มีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้นเนื่องจากมี<br>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 กลุ่มนักธุรกิจเรื่องผันตัวเองเข้าสู่การเมืองผ่านพรรคการเมือง ส่วนกลุ่มนักศึกษาและ<br>กรรมกรมีบทบาทมากที่สุด สองกลุ่มนี้เริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้รับอิทธิพลและถูกแทรกซึม<br>จากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอีกด้วย<br>กลุ่มนักศึกษาได้รับการตอบสนองอย่างดีจากรัฐบาลนายสัญญา และมีส่วนร่วมในการเผยแพร่<br>ประชาธิปไตย ขณะเดียวกันกลุ่มข้าราชการและนักธุรกิจไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเท่าใดนัก แต่ดำรง<br>อยู่เพียงระยะชั่วคราวเท่านั้น<br>การร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 ได้นำสมัชชาแห่งชาติ อันเนื่องเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ<br>พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเรียกว่า “ สภาสนามม้า” เนื่องจากจัดการประชุมสมัชชาที่ราชตฤณมัยสมาคม หรือสนามม้า<br>นางเลิ้ง สภานี้มาจากกลุ่มทางการเมืองที่หลากหลาย เช่น ข้าราชการ นักธุรกิจ นักวิชาการ กรรมกร เกษตรกร<br>ตลอดจนนักศึกษา ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่งของประเทศไทย มีบัญญัติ<br>เรื่องสิทธิเสรีภาพไว้ในหมวดที่ 3 จึงเป็นที่พอใจของประชาชนโดยเฉพาะนักศึกษา<br>กลุ่มนักธุรกิจเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่มนักศึกษาและกรรมกรก็มีบทบาทเคลื่อนไหว<br>นอกรัฐสภา มีการประท้วง 731 ครั้ง ช่วงปี 2517 - 2519 สิทธิเสรีภาพที่มีอย่างเต็มที่ในรัฐธรรมนูญเป็นการ<br>เปิดทางให้กลุ่มสังคมนิยม หรือซ้ายจัด สามารถออกมาเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย<br>สถานการณ์เริ่มไม่เป็นที่พอใจของกลุ่มอนุรักษ์นิยม และกลุ่มขวาจัด นำไปสู่การจัดตั้งกลุ่มนวพ<br>ลและกลุ่มกระทิงแดง เพื่อเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มซ้ายจัดอย่างรุนแรง กลุ่มขวาจัดได้รับการสนับสนุนจาก<br>กลุ่มข้าราชการที่กังวลต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและไม่พอใจบทบาทตนเอง ซึ่งถูกกีดกันออกจากการเมือง<br>ด้วยมาตรา 118 มิให้ข้าราชการเข้ามามีตำแหน่งทางการเมือง<br>ในที่สุดสถานการณ์เริ่มมาถึงขีดสุด เมื่อเกิดความวุ่นวายในรัฐสภาและนอกรัฐสภา กลุ่มซ้ายจัดได้เริ่ม<br>เคลื่อนไหวทางการเมืองในทิศทางที่ล่อแหลมและยั่วยุกลุ่มขวาจัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลุ่มขวาจัดเริ่มใช้ความ<br>รุนแรงในการจัดการกับกลุ่มซ้ายจัดอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519<br>เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519<br>เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นเหตุการณ์ประท้วง และนำไปสู่การทำรัฐประหาร โดยคณะปฏิรูป<br>การปกครองแผ่นดินภายใต้การนำของพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ และคณะนายทหาร ทหารสามารถเข้ายึด<br>อำนาจได้ มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาดคล้ายกับรัฐธรรมนูญฉบับ<br>พ.ศ. 2502 ของจอมพลสฤษดิ์ และแต่งตั้งให้นายธานินทร์ กรัยวิเชียร ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี<br>ส่วนคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินก็ได้กลายสภาพตนเองไปเป็นสภาที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี คณะปฏิรูป<br>การปกครองแผ่นดินยังจัดตั้งสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมาทำหน้าที่นิติบัญญัติ โดยมีสมาชิกทั้งหมด 340<br>คน ประกอบด้วยข้าราชการทหาร และข้าราชการพลเรือน<br>สภาพการณ์ก่อนเหตุการณ์<br>ใน พ.ศ. 2518 – 2519 เป็นช่วงเวลาที่มีความผันผวนในภูมิภาคอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงของ<br>ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาวและกัมพูชา สร้างความวิตกต่อภัย “คอมมิวนิสต์” และกลัวว่าไทยกำลังเป็น<br>เป้าหมายต่อไปตามทฤษฎีโดมิโน พร้อมกับปัญหาทางการเมืองภายในที่มีความแตกแยกทางความคิดระหว่าง<br>แนวคิดอนุรักษ์นิยมและสังคมนิยม รวมทั้งความขัดแย้งในชนบท<br>กลุ่มอนุรักษ์นิยมได้เตรียมปลูกฝังความคิดอุดมการณ์ให้กับมวลชนจัดตั้ง ได้แก่ ลูกเสือชาวบ้าน กลุ่ม<br>กระทิงแดง กลุ่มนวพล ชมรมแม่บ้าน ให้มีความหวาดวิตกภัยคอมมิวนิสต์และพร้อมเผชิญหน้ากับแนวคิด<br>สังคมนิยม ตลอดจนความขัดแย้งในกลุ่มชนชั้นนำทางอำนาจและกลุ่มทหารเองที่พยายามสร้างเงื่อนไขในการ<br>ยึดอำนาจ เช่น การสนับสนุนให้จอมพลถนอม และจอมพลประภาส เดินทางกลับมาไทย เป็นชนวนให้<br>นักศึกษาและประชาชนต่อต้าน และเป็นโอกาสให้เกิดการทำรัฐประหาร ผู้นำทหารโดยพลเรือเอกสงัด ชลอ<br>อยู่ ได้กราบบังคมทูลขอคำปรึกษาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึง<br>สถานการณ์บ้านเมืองว่าเป็นที่น่าวิตก ถ้าปล่อยไว้อาจเป็นเหมือนเขมรและลาวจึงเห็นควรปฏิวัติ และหลัง<br>ปฏิวัติแล้วจึงอยากให้พลเรือนมาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพลเรือเอกสงัด ได้กราบทูลรายชื่อบุคคลที่น่าจะเป็น<br>นายกรัฐมนตรีจำนวน 15 คน แต่มิได้มีคำสั่งสนับสนุนผู้ใด แต่ก่อนออกจากที่เฝ้า ในหลวงทางได้รับสั่งว่า<br>จะทำอะไรลงไปก็ควรปรึกษานักกฎหมาย คือ คุณธานินทร์ กรัยวิเชียร ผู้พิพากษาศาลฎีกา<br>นักศึกษาและประชาชนได้ประท้วงการกลับมาของจอมพลถนอมและจอมพลประภาส นำไปสู่การ<br>ปราบปรามในเช้าตรู่วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มที่มีส่วนในเหตุการณ์<br>ประกอบด้วย ตำรวจตระเวนชายแดน ลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มกระทิงแดง กลุ่มนวพล ส่งผลให้นักศึกษาและ<br>ประชาชนถูกสังหาร จำนวน 41 ราย และมีการจับกุมแกนนำหลายคน อีกทั้งการกวาดจับนิสิตนักศึกษาและ<br>ประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลายพันคน ท่ามกลางความวุ่นวายของเหตุการณ์<br>การปราบปรามและกวาดจับผู้ชุมนุมและความไร้เสถียรภาพในการสั่งการของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ในช่วง<br>เย็นนั้นเอง มีกลุ่มทหารที่เรียกตัวเองว่า “ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” ได้เข้ารัฐประหารยึดอำนาจจาก<br>รัฐบาลได้สำเร็จ ต่อมาพระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้นายธานินทร์ กรัยวิเชียร (2519 - 2520)<br>ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ<br>ภายหลังเหตุการณ์ การรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 รัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร เข้าบริหารประเทศ<br>ไม่นาน ได้เกิดการรัฐประหารรัฐบาลธานินทร์ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งและช่วง<br>ชิงอำนาจกันในกลุ่มผู้นำทหารภายในคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ระหว่างพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ กับพล<br>เอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และกลุ่มทหารอื่น ๆ เช่น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นอกจากกลุ่มภายในคณะ<br>รัฐประหารแล้วยังมีกลุ่มนายทหารระดับนายพันที่กุมกำลังให้การสนับสนุน คือ “กลุ่มยังเติร์ก” หรือ จปร.7<br>นำโดยพันเอกมนูญ รูปขจร พันเอกประจักษ์ สว่างจิตร และพันเอกจำลอง ศรีเมือง เป็นต้น กลุ่มยังเติร์ก<br>สนับสนุนให้พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ขณะนั้นเป็นเลขาธิการคณะปฏิรูป ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี แทนพลเรือ<br>เอกสงัด หัวหน้าคณะปฏิรูป ฯ ขณะนั้น หลังการทำรัฐประหารรัฐบาลนายธานินทร์แล้ว นายเกรียงศักดิ์<br>ชมะนันท์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 และ<br>รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ถูกขนานนามว่าเป็น “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” การที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ถูกขนานนาม<br>ว่าเป็น “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” คือ เป็นการจัดวางดุลอำนาจทางการเมืองระหว่างพลังประชาธิปไตยกับพลัง<br>กองทัพ ให้กองทัพสามารถควบคุมทิศทางการเมืองได้ เช่น ข้าราชการประจำสามารถควบตำแหน่งทาง<br>การเมืองได้ และสมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง<br>กบฏเมษาฮาวาย<br>พ.ศ. 2523- 2531 เป็นช่วงสมัยพลเอกเปรม ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีและตำแหน่งผู้<br>บัญชาการทหารบก ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มยังเติร์กและถอนการสนับสนุนพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์<br>โดยใน พ.ศ. 2523 ได้มีความพยายามในการต่ออายุราชการพลเอกเปรม เนื่องจากเหตุเกษียณอายุราชการ ให้<br>สามารถดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกได้อีก 1 ปี แต่ถูกคัดค้านจากกลุ่มยังเติร์ก หลังจากนั้นพลเอกเปรม<br>ได้เรียกประชุมพรรคร่วมรัฐบาลทำให้ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนไปเป็นการให้การสนับสนุน<br>นอกจากนี้เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างกว้างขวาง นำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้ง<br>ทางการเมืองในกลุ่มทหารเองและกับประชาชน<br>มีนาคม 2524 พลเอกเปรม ได้ปรับคณะรัฐมนตรีและมีข่าวว่ามีการต่ออายุราชการอีก 1 ปี ทำให้เกิด<br>การเผชิญหน้ากันระหว่างระหว่างนายกรัฐมนตรีกับกลุ่มยังเติร์ก ส่งผลให้กลุ่มยังเติร์ก ก่อการรัฐประหารใน<br>วันที่ 1 เมษายน 2524 เรียกว่า “กบฏเมษาฮาวาย” แต่ไม่สำเร็จ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติการของ”<br>กองบัญชาการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ” หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้อำนาจของพลเอกเปรมมี<br>ความมั่นคง<br>อย่างไรก็ตามในวันที่ 9 กันยายน 2528 กลุ่มยังเติร์ก ได้พยายามก่อรัฐประหารรัฐบาลพลเอกเปรม<br>อีกครั้ง ต่อก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่รัฐบาลพลเอกเปรมยังคงเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนและ<br>สื่อมวลชนในปีที่ 8 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้พลเอกเปรมเป็นองคมนตรีและ<br>ประธานองคมนตรีในเวลาต่อมา<br>เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ 2535<br>หลังจากพลเอกเปรมยุติบทบาททางการเมืองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว พลเอกชาติชาย ชุณหะ<br>วัณ ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดมา ( 2531- 2534) การเมืองไทยไร้เสถียรภาพอีกครั้ง เมื่อเกิดรัฐ<br>ประหาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยกลุ่มผู้นำทางทหารที่เรียกตัวเองว่า “ คณะรักษาความสงบ<br>เรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)” นำโดยพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ พลเอกสุจินดา คราประยูร พลเอกอิสระพงษ์ หนุน<br>ภักดี พลอากาศเอกเกษตร โรจนนิล ฯลฯ ได้เข้าทำรัฐประหารรัฐบาลพลเอกชาติชาย โดยอ้างว่า รัฐบาลทุจริต<br>แทรกแซงข้าราชการ เผด็จการรัฐสภา ทำลายสถาบันทหาร กับการลอบสังหารบุคคลสำคัญและคิดล้มล้าง<br>สถาบันพระมหากษัติรย์ แต่ปัญหาที่แท้จริง คือ การโยกย้ายตำแหน่งในกองทัพทำให้เกิดการแบ่งปันอำนาจที่<br>ไม่มีความสมดุลในกลุ่มทหารระหว่างกลุ่ม จปร. 5 และ จปร. 7 และหลังจากการยึดอำนาจเสร็จแล้ว รสช. ได้<br>สัญญาว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว ต่อมาเมื่อ รสช. ยึดอำนาจสำเร็จแล้วได้ประกาศใช้ธรรมนูญแห่ง<br>ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2534 แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้โปรดเกล้าให้นายอานันท์ ปันยารชุน<br>เป็นนายกรัฐมนตรี ( 2534 - 2535) การบริหารประเทศและดำเนินการ่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย<br>พ.ศ. 2534 จนสามารถเลือกตั้งทั่วไปได้ ผลการเลือกตั้งปรากฎว่าพรรคสามัคคีธรรมได้เป็นแกนนำในการ<br>จัดตั้งรัฐบาล แต่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมิได้ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก<br>สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ดังนั้น พรรคสามัคคีธรรมได้เชิญพลเอกสุจินดา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่พรรค<br>การเมืองฝ่ายค้านและประชาชนคัดค้าน เนื่องจากก่อนหน้านี้พลเอกสุจินดา เคยกล่าวว่า การรัฐประหารที่ได้<br>ทำไปนั้นหาได้มีความต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ภายหลังกลับยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยการให้<br>เหตุผลว่ายอม “ เสียสัตย์เพื่อชาติ”<br>การยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจมากและเริ่มชุมนุมกัน ซึ่งมีพลตรี<br>จำลอง ศรีเมือง เป็นแกนนำสำคัญ เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้นายกรัฐมนตรีมาจาก<br>สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนจำนวนหลายแสนคนได้เข้าร่วมชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนิน การ<br>ประท้วงและเหตุการณ์ได้ลุกลามจนกลายเป็นเหตุจลาจลเกิดความเสียหายทั่วกรุงเทพ ฯ และมีท่าทีเสียหายอีก<br>มากและนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกองทัพและกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วง 17 – 20 พฤษภาคม 2535 จนนำไปสู่<br>ความรุนแรง มีประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก<br>ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้พลเอกสุจินดา นายกรัฐมนตรี กับพลตรี<br>จำลอง ผู้นำการประท้วง เข้าเฝ้า ณ ตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 หลังการปะทะกัน<br>ระยะหนึ่ง เหตุการณ์การเข้าเฝ้า ฯ ได้รับการเผยแพร่ภาพและเสียงทางวิทยุโทรทัศน์ทั่วประเทศ หลังจากนั้น<br>ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2535 พลเอกสุจินดา ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรค<br>สามัคคีธรรมได้เสนอ พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่ง<br>ยังคงมีกระแสต่อต้าน สุดท้ายวันที่ 10 มิถุนายน 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้ทรงโปรดเกล้า ฯ<br>ให้นายอานันท์ ปันยารชุน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตามการเสนอชื่อโดยนายอาทิตย์ อุไรรัตน์<br>ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสร้างความปรองดองในสังคมการเมือง และดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้<br>เป็นไปตามความต้องการของประชาชนชาวไทย อันนำไปสู่กระบวนการปฏิรูปการเมืองที่เริ่มต้นจากการริเริ่ม<br>ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2535 เพื่อดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือ<br>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ในเวลาต่อมา<br>การปฏิรูปการเมือง พ.ศ. 2540<br>ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีความเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง จนนำไปสู่<br>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 และการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 (รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน)<br>ซึ่งมีสาระประกอบไปด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุมพฤติกรรมนักการเมือง ระบบการตรวจสอบและ<br>ถ่วงดุลอำนาจขององค์กรการเมือง การจัดตั้งองค์กรอิสระ การทำให้องค์กรการเมืองมีประสิทธภาพ และการ<br>ทำให้องค์กรของฝ่ายบริหารสามารถบริหารนโยบายได้โดยมีความเป็นผู้นำที่มีความเข้มแข็ง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-31 07:48:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/frungtrrapn/uxkpr5or7ho4/wish/202026534</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
