<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ข่าวอาเซียน 6/4 by Kru Numchai</title>
      <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5</link>
      <description>โรงเรียนแม่จันวิทยาคม</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-01-25 16:04:38 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-07-01 23:23:56 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/239072943/8ef5ec083ae01ce8718d8f49755e5295/logo.gif</url>
      </image>
      <item>
         <title>Test</title>
         <author>takati_1234</author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224722534</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/239072943/277cb9617c09d3fe4107b6e2e492f3c9/538588934_709925.mp4" />
         <pubDate>2018-01-25 16:09:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224722534</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส. ดาวคำ นายทุน เลขที่ 32 ม.6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224926790</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news"><strong>ข่าวประชาคมอาเซียน</strong></a></div><h1>อาเซียนเร่งทำคู่มือดึงดูดลงทุนรายประเทศ</h1><ul><li>26 มกราคม 2561 เวลา 07:04 น.</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:493,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/26/7907F0C86E90469199979EB97EFA6EF1.jpg&quot;,&quot;width&quot;:740}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/26/7907F0C86E90469199979EB97EFA6EF1.jpg" width="740" height="493"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><strong>อาเซียนเดินหน้าจัดทำคู่มือการลงทุนรายประเทศ หวังดึงดูดการ ลงทุนท่องเที่ยวจากประเทศเป้าหมาย<br></strong><br></div><div><br></div><div>นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ด้านการท่องเที่ยวอาเซียนภายใต้งานอาเซียน ทัวริซึ่ม ฟอรั่ม 2018 มีประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ประเด็นการจัดทำคู่มือการลงทุนในอาเซียนเป็นรายประเทศ 2.ความสำเร็จของแคมเปญ "Visit ASEAN @50" 3.ปฏิญญาการเดินเรือสำราญอาเซียน 4.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารในอาเซียน (ASEAN Gastronomy Tourism) และ 5.การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for all) โดยผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสภาคการท่องเที่ยวอาเซียน ได้เสนอต่อที่ ประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียน และ มีมติเห็นชอบแล้ว<br><br></div><div>สำหรับประเด็นการจัดทำคู่มือการลงทุนในอาเซียน มีจุดประสงค์หลักเพื่อดึงดูดกลุ่มประเทศผู้ลงทุนเป้าหมาย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยที่ผ่านมาพบว่าภาคส่วนการท่องเที่ยวของประเทศในอาเซียนเติบโตสูง แต่การลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังมีต่ำ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยว สนามบิน และท่าเรือ อาทิ เมียนมา กัมพูชา และลาว จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน ขณะที่ไทยและสิงคโปร์ เน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้การจัดทำคู่มือการลงทุนในอาเซียนจะแยกเป็นรายประเทศ แบ่งเป็นหมวดหมู่ อาทิ การลงทุนกลุ่มโรงแรม การลงทุนกลุ่มร้านอาหาร เป็นต้น โดยเน้นรูปแบบการลงทุนที่เอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐ<br><br>อ้างอิง<br><br><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537440">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537440</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:19:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224926790</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปรัชญา กันทะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927080</link>
         <description><![CDATA[<div>แนวทางลงทุนกำพูชา หลังเลิกภาษีซ้ำซ้อน<br>จีรนันท์ วงษ์มงคล ผู้แทนการค้า สำนักงานตัวแทนส่งเสริมการค้า ณ จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท อาร์ซีจี รีเทล (กัมพูชา) กล่าวว่า ประเทศกัมพูชาถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีสัดส่วนของประชากรประมาณ 65% ยังเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พร้อมรับวัฒนธรรมและสินค้าใหม่ๆ ที่จะเข้าไปทำตลาด จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักธุรกิจไทยจะเข้าไปลงทุนขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชา<br><br><br>เว็บ<a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/536116">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/5361<br>16</a></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/257093708/bad1ab7fc1eb1b62f76331a225018d03/1DE768507D03474E842794D8EE9F7CAC.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:21:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927080</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย จารุวัฒน์ อภิพัฒนาชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927287</link>
         <description><![CDATA[<h1>ลุยสะพานชายแดนใหม่</h1><div><br><strong>กรมทางหลวงเตรียม แผนสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 5 และ 6 หวังเพิ่มความคล่องตัวการค้า ชายแดน<br></strong><br></div><div><br></div><div>นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ตามแนวพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดนของประเทศไทยว่า ปัจจุบันกรมทางหลวงมีแผนลงทุนก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 วงเงินลงทุนรวมมากกว่า 5,600 ล้านบาท ประกอบด้วย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 ช่วงบึงกาฬ-ปากซัน วงเงินลงทุน 3,600 ล้านบาท แนว เส้นทางจะสร้างอยู่บนพื้นที่ ต.วิศิษฐ์ ต.ไคสี และ ต.บึงกาฬ ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดย รูปแบบการก่อสร้างจะมีสะพานข้าม แม่น้ำโขง 1 แห่ง ความยาว 1.35 กิโลเมตร ขนาด 2 ช่องจราจร เชื่อมโยงระหว่างฝั่งไทยกับลาว รวมถึงยังมีงบประมาณลงทุนด้านการก่อสร้างถนนและอาคารสำนักงานอีกด้วย<br><br><br>อ้างอิงง<br><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537020">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537020</a><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/241636717/4f322d69b1180e1119b05c8f14b8eec7/5A3A1A7669CC42E9AB5E3B921185D059.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:23:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927287</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายสหัสวรรษ แซ่เลื่อง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927399</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อข่าว <strong>อาเซียนเดินหน้าจัดทำคู่มือการลงทุนรายประเทศ หวังดึงดูดการ ลงทุนท่องเที่ยวจากประเทศเป้าหมาย<br><br></strong>นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ด้านการท่องเที่ยวอาเซียนภายใต้งานอาเซียน ทัวริซึ่ม ฟอรั่ม 2018 มีประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ประเด็นการจัดทำคู่มือการลงทุนในอาเซียนเป็นรายประเทศ 2.ความสำเร็จของแคมเปญ "Visit ASEAN @50" 3.ปฏิญญาการเดินเรือสำราญอาเซียน 4.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารในอาเซียน (ASEAN Gastronomy Tourism) และ 5.การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for all) โดยผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสภาคการท่องเที่ยวอาเซียน ได้เสนอต่อที่ ประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียน และ มีมติเห็นชอบแล้ว<strong><br><br>แหล่งทีมา่ </strong><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537440"><strong>https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537440</strong></a><strong>&nbsp;</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/243978179/32d10cba1b57d43bdd675fba47c78164/7907F0C86E90469199979EB97EFA6EF1.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:24:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927399</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วัชรสิทธิ์ ภิยะคำ เลขที่ 6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927494</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:25:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927494</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ปารเมศ นามยี่ เลขที่24 ม.6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927669</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ศักยภาพเเรงงานไทยร่วง</strong><br><strong>โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์<br><br></strong><br></div><div><br></div><div>สถาบันเพื่อการพัฒนาการจัดการ(ไอเอ็มดี) ซึ่งศึกษาขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ เปิดเผยการจัดอันดับเวิลด์ทาเลนต์แรงกิ้ง 2017 ซึ่งวัดความสามารถในการแข่งขันด้านแรงงาน โดยประเมินจากการลงทุนและพัฒนาแรงงาน การดึงดูดแรงงานให้ทำงานในประเทศนั้นๆ และความพร้อมของแรงงาน ซึ่งพบว่าปีนี้ประเทศไทยร่วงลงถึง 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 42 จากทั้งหมด 63 ประเทศ<br><br></div><div>ไทยเป็นอันดับ 3 ในหมู่ชาติอาเซียน 5 ประเทศ โดยสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 13 ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 อันดับ ขณะที่มาเลเซียลดลงมา 7 อันดับ อยู่ที่ 28 ส่วนฟิลิปปินส์กระโดดขึ้นมา 10 อันดับ อยู่ที่ 45 และอินโดนีเซียยังคงรั้งอยู่ที่อันดับ 47<br><br></div><div>ในด้านการเตรียมความพร้อมแรงงาน ซึ่งวัดคุณภาพของทักษะและความสามารถ พบว่าไทยทำอันดับได้ต่ำที่สุดในบรรดาชาติอาเซียน โดยอยู่อันดับที่ 50 เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่อันดับ 2 ฟิลิปปินส์ที่ 11 มาเลเซียที่ 27 และอินโดนีเซียที่ 47 ซึ่งไทยมีปัญหาในด้านคุณภาพการศึกษา ทักษะด้านภาษา รวมถึงขนาดตลาดแรงงานที่หดตัวลง 0.73% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งสัญญาณเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ<br><br></div><div>ขณะเดียวกัน ไทยยังตกอันดับในด้านการลงทุนและการพัฒนา โดยเฉพาะภาคการศึกษาที่สัดส่วนครู 1 คนต่อนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา สูงถึง 1/29.54 คน ซึ่งเป็นอันดับที่ 62 จาก 63 ประเทศ<br><br></div><div>สำหรับฟิลิปปินส์ก้าวกระโดดขึ้นมา 10 อันดับ โดยเป็นผลมาจากการทำอันดับในด้านความพร้อมได้ดีสวนทางกับไทย ซึ่งตลาดแรงงานของฟิลิปปินส์เติบโตขึ้น 4.51% และยังมีแรงงานที่พร้อมกับความต้องการของตลาด รวมถึงยังมีทักษะทางภาษาตรงกับความต้องการของบริษัทมาเป็นอันดับที่ 13 เทียบกับไทยซึ่งอยู่ที่ 50 ของโลก<br><br></div><div>ทั้งนี้ อันดับ 1-3 ในปีนี้ยังคงเป็น สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก และเบลเยียม ตามลำดับ ขณะที่ 10 อันดับแรกต่างเป็นประเทศจากยุโรป โดยไอเอ็มดีระบุว่า ระบบการศึกษาที่ยอดเยี่ยมของยุโรปเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยุโรปมีความสามารถในการแข่งขันของแรงงานสูงกว่าประเทศอื่น ซึ่งทำให้ยุโรปสามารถสร้างแรงงานที่มีความสามารถควบคู่ไปกับการดึงดูดแรงงานต่างชาติ<br><br></div><div><br></div><div>สถาบันเพื่อการพัฒนาการจัดการ(ไอเอ็มดี) ซึ่งศึกษาขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ เปิดเผยการจัดอันดับเวิลด์ทาเลนต์แรงกิ้ง 2017 ซึ่งวัดความสามารถในการแข่งขันด้านแรงงาน โดยประเมินจากการลงทุนและพัฒนาแรงงาน การดึงดูดแรงงานให้ทำงานในประเทศนั้นๆ และความพร้อมของแรงงาน ซึ่งพบว่าปีนี้ประเทศไทยร่วงลงถึง 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 42 จากทั้งหมด 63 ประเทศ<br><br></div><div>ไทยเป็นอันดับ 3 ในหมู่ชาติอาเซียน 5 ประเทศ โดยสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 13 ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 อันดับ ขณะที่มาเลเซียลดลงมา 7 อันดับ อยู่ที่ 28 ส่วนฟิลิปปินส์กระโดดขึ้นมา 10 อันดับ อยู่ที่ 45 และอินโดนีเซียยังคงรั้งอยู่ที่อันดับ 47<br><br></div><div>ในด้านการเตรียมความพร้อมแรงงาน ซึ่งวัดคุณภาพของทักษะและความสามารถ พบว่าไทยทำอันดับได้ต่ำที่สุดในบรรดาชาติอาเซียน โดยอยู่อันดับที่ 50 เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่อันดับ 2 ฟิลิปปินส์ที่ 11 มาเลเซียที่ 27 และอินโดนีเซียที่ 47 ซึ่งไทยมีปัญหาในด้านคุณภาพการศึกษา ทักษะด้านภาษา รวมถึงขนาดตลาดแรงงานที่หดตัวลง 0.73% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งสัญญาณเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ<br><br></div><div>ขณะเดียวกัน ไทยยังตกอันดับในด้านการลงทุนและการพัฒนา โดยเฉพาะภาคการศึกษาที่สัดส่วนครู 1 คนต่อนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา สูงถึง 1/29.54 คน ซึ่งเป็นอันดับที่ 62 จาก 63 ประเทศ<br><br></div><div>สำหรับฟิลิปปินส์ก้าวกระโดดขึ้นมา 10 อันดับ โดยเป็นผลมาจากการทำอันดับในด้านความพร้อมได้ดีสวนทางกับไทย ซึ่งตลาดแรงงานของฟิลิปปินส์เติบโตขึ้น 4.51% และยังมีแรงงานที่พร้อมกับความต้องการของตลาด รวมถึงยังมีทักษะทางภาษาตรงกับความต้องการของบริษัทมาเป็นอันดับที่ 13 เทียบกับไทยซึ่งอยู่ที่ 50 ของโลก<br><br></div><div>ทั้งนี้ อันดับ 1-3 ในปีนี้ยังคงเป็น สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก และเบลเยียม ตามลำดับ ขณะที่ 10 อันดับแรกต่างเป็นประเทศจากยุโรป โดยไอเอ็มดีระบุว่า ระบบการศึกษาที่ยอดเยี่ยมของยุโรปเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยุโรปมีความสามารถในการแข่งขันของแรงงานสูงกว่าประเทศอื่น ซึ่งทำให้ยุโรปสามารถสร้างแรงงานที่มีความสามารถควบคู่ไปกับการดึงดูดแรงงานต่างชาติ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/257094440/670665c34dc51bae86b74377dd11474e/CC698F0789434189A509131E8BB49666.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:27:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927669</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายปฏิพันธ์  ยาวิชัย เลขที่19 ม.6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927970</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หัวข้อข่าว</strong> </div><div><strong>รถไฟเร็วสูงมาเลย์ ดันเศรษฐกิจ "หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์" คึกคัก เร่งโครงการฝั่งไทยเชื่อม <br><br>เนื้อหา<br></strong>นายซับบรี มะสมัน ผู้จัดการ บริษัท หาดใหญ่เรนโบว์แทรเวล แอนด์ ทัวร์ ผู้แทนจำหน่าย ตั๋วรถไฟฟ้าความเร็วสูง (อีทีเอส) มาเลเซีย เปิดเผยว่า บริษัทได้รับลิขสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายออกตั๋วรถไฟฟ้าความเร็วสูงของประเทศมาเลเซีย ขณะนี้ได้รับการตอบรับดีมาก<br><br></div><div>สำหรับรถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย ต้นทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาสุดปลายทางที่ปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส มาเลเซีย รอยต่อแนวพรมแดนไทย ที่เขตเทศบาลตำบลปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยให้บริการโดยสาร รวม 12 เที่ยว/วัน<br><br></div><div>"รถไฟฟ้าความเร็วสูงมาเลเซีย ได้ส่งผลทำให้ธุรกิจแนวพรมแดนไทย จ.สงขลา กระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.เติบโตดีมาก เพราะประเทศมาเลเซียปิดเทอมใหญ่ รวม 2 เดือน จึงพาครอบครัวมาพักผ่อนท่องเที่ยว โดยเดินทางมากับรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ขณะนี้ได้รับนิยมมาก" นายซับบรี กล่าว<br><br></div><div>ทั้งนี้ การที่รัฐบาลไทยมีโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียอยู่แล้ว ในช่วงนี้หากเร่งดำเนินโครงการเชื่อมต่อจะมาก เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ธุรกิจการท่องเที่ยวได้ดี<br><br></div><div>"การท่องเที่ยวดีขึ้นมีผู้ประกอบการ ก็จะทำรายได้ให้กับประเทศมากขึ้น แต่มีบางประเด็นที่สร้างความเบื่อหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามา จะสะดุดเรื่องอยู่ที่แนวชายแดน เพราะความล่าช้า ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดเบื่อหน่าย ตรงนี้ต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และเราพร้อมชี้แจงกับข้างบนอีกที" นายซับบรี กล่าว<br><br></div><div>นายประดิษฐ์ กาญจโนทัย ผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยว เทศบาลตำบลปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตลาดปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา รอยต่อปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย ภาวะทางเศรษฐกิจได้เริ่มกระเตื้องขึ้นตามลำดับมาตั้งแต่ต้นปี 2560 จากการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูง จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ รัฐทางภาคเหนือ-ปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส รอยต่อปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีชาวมาเลเซียเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก<br><br></div><div>นอกจากนี้ ทำให้ธุรกิจการค้าวันปกติที่มียอดค้าขายอยู่ต่ำกว่า 50% พอเป็นช่วงสุดสัปดาห์ วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์จะเพิ่มขึ้นประมาณ 60-80% โดยเฉพาะปาดัง เบซาร์ ฝั่งมาเลเซีย เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นมาก ส่วนฝั่งไทย ธุรกิจร้านอาหารมียอดขายเพิ่ม 2 เท่าตัว แต่เฉพาะทุกช่วงต้นเดือนจะสูงมาก เพราะคนไทยที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา บางอำเภอ เดินทางมาประทับตราพาสปอร์ตและกลับบ้านก่อนเดินทางไปทำงานในประเทศมาเลเซียต่อ<br><br><strong>แหล่งที่มาของข่าว</strong></div><div><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/534783">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/534783</a><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/257094202/1d4d5b71f064c147a13167e6c0b74d2b/59B07EE96F93444AB0BA15CE3CF90B72.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:29:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224927970</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธนวัฒน์ เดชะอูป</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928003</link>
         <description><![CDATA[<div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:493,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/23/7A025100D2E742E3947AAB78453A958F.jpg&quot;,&quot;width&quot;:740}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/23/7A025100D2E742E3947AAB78453A958F.jpg" width="740" height="493"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:1,&quot;url&quot;:&quot;https://ads3.bangkokpost.co.th/www/delivery/lg.php?bannerid=8269&amp;campaignid=4314&amp;zoneid=2045&amp;loc=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews%2F536845&amp;referer=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Ftag%2F%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2599&amp;cb=fb319a11eb&quot;,&quot;width&quot;:1}" data-trix-content-type="image"><img src="https://ads3.bangkokpost.co.th/www/delivery/lg.php?bannerid=8269&amp;campaignid=4314&amp;zoneid=2045&amp;loc=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews%2F536845&amp;referer=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Ftag%2F%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2599&amp;cb=fb319a11eb" width="1" height="1"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><strong>"พาณิชย์" คาดฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวปี 2561 ประมาณ 1.3 ล้านตัน ชี้เป็นโอกาสส่งออกข้าวไทย<br></strong><br></div><div><br></div><div>รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (สคต.) ที่รับผิดชอบพื้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้คาดการณ์ตลาดข้าวฟิลิปปินส์ โดยพบว่าในปี 2561 ตลาดข้าวฟิลิปปินส์ยังเป็นโอกาสของผู้ส่งออกข้าวไทยที่จะส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น เพราะแม้ผลผลิตข้าวของประเทศฟิลิปปินส์ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ความต้องการบริโภคก็เพิ่มสูงเช่นเดียวกัน อีกทั้งฟิลิปปินส์ที่ตั้งอยู่ในเขตพายุไต้ฝุ่นอาจได้รับผลกระทบทำให้ผลผลิตเสียหาย<br><br></div><div>ทั้งนี้ ได้มีการคาดการณ์ผลผลิตข้าวของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะสามารถผลิตได้สูงถึง 12 ล้านตัน ในปี 2561 โดยกระทรวงเกษตรของสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) ได้คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวของฟิลิปปินส์จะสูงขึ้น 2.69% เทียบจากผลผลิตในปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 11.69 พันล้านตัน<br><br></div><div>ยูเอสดีเอได้ประมาณการผลผลิต ข้าวของฟิลิปปินส์ ปี 2560/2561 อยู่ที่ 12 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8 แสนตัน หรือ เพิ่ม 7% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2560 และเพิ่มขึ้น 2% จากเฉลี่ยทั้งปี 2559 ซึ่งเป็นผลจากการจำกัดปริมาณนำเข้าข้าวส่งผลต่อแรงจูงใจของเกษตรกรให้ยังคงปลูกข้าวเพิ่มขึ้น<br><br></div><div>นอกจากนี้ ยูเอสดีเอ ระบุว่า การ ใช้พันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและสภาพ อากาศที่เอื้ออำนวยจะช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวสารในปีนี้ ประกอบกับพายุที่จะ เข้ามาสร้างความเสียหายน้อยกว่าปี ที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวในปี 2561 มีถึง 4.8 ล้านเฮกเตอร์ เพิ่มขึ้น 1.69%<br><br></div><div>อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าฟิลิปปินส์จะนำเข้าข้าวจาก 1.7 ล้านตัน เป็น 1.3 ล้านตัน แต่ตัวเลขการนำเข้าข้าวยังคงสูงกว่าการนำเข้าในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้น 18.18% ที่มีการนำเข้าข้าว 1.1 ล้านตัน เพราะคาดว่าสต๊อกข้าวเริ่มต้นของฟิลิปปินส์ในปี 2561 อยู่ที่ 1.99 ล้านตัน แต่มีความต้องการข้าวทั้งหมดอยู่ที่ 12.9 ล้านตัน หรืออาจจะมีความต้องการสูงถึง 15.27 ล้านตัน<br><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537020">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537020</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:30:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928003</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.อารี  คำวัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928090</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หัวข้อ</strong>&nbsp;</div><h1>นายกฯ ถกเศรษฐกิจอินโด-มาเลย์ ขอพัฒนาเกื้อกูลเชื่อมโยงขนส่ง</h1><div><strong>เนื้อหา<br></strong>นายกรัฐมนตรี ประชุมพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ประเทศ – เร่งรัดดำเนินการแผนขับเคลื่อนให้สำเร็จในช่วงแผนห้าปีข้างหน้า หนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมขนส่งต่อยอดดิจิทัล<br><br></div><div>พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย – มาเลเซีย – ไทย (Indonesia – Malaysia – Thailand Growth Triangle: IMT – GT) ณ ห้อง Summit Hall C, PICC กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์<br><strong>แหล่งที่มา</strong><a href="https://news.mthai.com/politics-news/561549.html"><strong>https://news.mthai.com/politics-news/561549.html</strong></a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/243978179/56d9d10d9494d18632fa0532e7b7bdde/780611_01.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:31:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928090</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ภานุ แซ่เยี่ยง เลขที่17 ชั้นม.6/4</title>
         <author>std24691</author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928151</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ควบคุมปริมาณการส่งออกยางพารา<br><a href="http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/n20180124143746_144997.jpg"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:142,&quot;url&quot;:&quot;http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/t20180124143751_144997.jpg&quot;,&quot;width&quot;:250}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/t20180124143751_144997.jpg" width="250" height="142"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a> | นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในฐานะประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลก ร่วมกับประเทศสมาชิกผู้ผลิตยางทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในการควบคุมปริมาณการส่งออกยางพาราในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม 2561 คิดเป็นจำนวนรวมประมาณ 350,000 ตัน เป็นการลดปริมาณยางพาราในตลาดโลกลงอย่างเฉียบพลัน&nbsp; <br><a href="http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/n20180124143823_144999.jpg"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:179,&quot;url&quot;:&quot;http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/t20180124143828_144999.jpg&quot;,&quot;width&quot;:250}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/t20180124143828_144999.jpg" width="250" height="179"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a> | โดยทั้งสามประเทศจะใช้กฎหมายในการดำเนินการของแต่ละประเทศสมาชิกอย่างจริงจัง อย่างกรณีประเทศไทย ได้ออกประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 เรื่อง กำหนดปริมาณจัดสรรเนื้อยางสำหรับการส่งออก พ.ศ.2561 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 และประเทศมาเลเซียจะดำเนินการภายใต้ Malaysia Rubber Board ซึ่งมีกฎหมายควบคุมการส่งออกเช่นเดียวกับประเทศไทย ทั้งนี้ แต่ละประเทศจะมีสัดส่วนในการควบคุมการส่งออก ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณพื้นที่ปลูกและผลิตของแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทยจะลดสัดส่วนการส่งออกยางอยู่ที่ประมาณ 2.3 แสนตัน ทั้งสามประเทศจะดำเนินการอย่างจริงจังภายใต้กฎหมายในการควบคุมที่ใช้มาตรการดังกล่าวของแต่ละประเทศ<br><a href="http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/n20180124143912_145001.jpg"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:141,&quot;url&quot;:&quot;http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/t20180124143921_145001.jpg&quot;,&quot;width&quot;:250}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.aseanthai.net/images/article/news7912/t20180124143921_145001.jpg" width="250" height="141"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a> | ทั้งนี้ ระหว่างการจำกัดลดส่งออกยาง ใน 3 เดือนนั้น (มกราคม-มีนาคม 2561) มีมาตรการออกมาผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบเพื่อบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการในมาตรการต่าง ๆ อาทิ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยชดเชยดอกเบี้ยไม่เกิน 3% ต่อปี และโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานของรัฐ เป้าหมาย 2 แสนตัน โดยมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เกิดการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะประสานกระทรวงพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบปริมาณยางในสต๊อก พร้อมทั้งหาราคาต้นทุนที่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่รับผลกระทบจากนโยบายลดการส่งออกด้วยทุกราย&nbsp; ข้อมูล&nbsp; สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์<br>เว็ปที่ค้นหา<br><a href="http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7912&amp;filename=index">http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7912&amp;filename=index</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:32:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928151</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928152</link>
         <description><![CDATA[<div>ระชาคมเศรษฐกิจอาเซียน</div><div><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:158,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/junk/aec-figure-mobile.png&quot;,&quot;width&quot;:384}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/junk/aec-figure-mobile.png" width="384" height="158"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><ul><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ไทย</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%99">บรูไน</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%8C">สิงคโปร์​</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1">เวียดนาม</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2">อินโดนีเซีย</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C">ฟิลิปปินส์</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2">กัมพูชา</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7">ลาว</a></li><li><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2">มาเลเซ</a></li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:40,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_fb.png&quot;,&quot;width&quot;:40}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_fb.png" width="40" height="40"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:40,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_twitter.png&quot;,&quot;width&quot;:40}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_twitter.png" width="40" height="40"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>&nbsp;</div><div><a href="https://plus.google.com/share?url=https://www.posttoday.com/biz/aec/news/535515"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:40,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_google_share.png&quot;,&quot;width&quot;:40}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/view_design/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_google_share.png" width="40" height="40"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a></div><div>&nbsp;</div><div><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:493,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/15/BCA33C02B96649AEBE0540E833DD0149.jpg&quot;,&quot;width&quot;:740}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/15/BCA33C02B96649AEBE0540E833DD0149.jpg" width="740" height="493"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:1,&quot;url&quot;:&quot;https://ads3.bangkokpost.co.th/www/delivery/lg.php?bannerid=8269&amp;campaignid=4314&amp;zoneid=2045&amp;loc=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews%2F535515&amp;referer=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews&amp;cb=bea5ebf81d&quot;,&quot;width&quot;:1}" data-trix-content-type="image"><img src="https://ads3.bangkokpost.co.th/www/delivery/lg.php?bannerid=8269&amp;campaignid=4314&amp;zoneid=2045&amp;loc=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews%2F535515&amp;referer=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews&amp;cb=bea5ebf81d" width="1" height="1"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><strong>โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน<br></strong><br></div><div><br></div><div>เป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมที่คนไทยจะต้องไปซื้อเมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกับขนม “ถั่ววาซาบิพิสตาชิโอ้” ของบริษัท เซนนาริโด ประเทศญี่ปุ่น ที่กำลังมุ่งขยายตลาดมาในประเทศไทยและตลาดในภูมิภาคอาเซียน<br><br></div><div><strong>“โคะตะ อิชิมารุ”</strong> รองผู้จัดการทั่วไปแผนกต่างประเทศ บริษัท เซนนาริโด (Sennarido) ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า แบรนด์ถั่ววาซาบิพิสตาชิโอ้ โดยบริษัท Sennarido จากประเทศญี่ปุ่น กำลังสนใจที่จะหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าในประเทศไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง มาจากการที่ต้องการเข้ามาขยายตลาดในประเทศไทย เพราะตลาดในประเทศกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง<br><br></div><div>“ถั่ววาซาบิพิสตาชิโอ้” เป็นสินค้ายอดนิยมที่ลูกค้าคนไทย จะนิยมซื้อสูงมากเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจะขายดีสูงสุดอันดับหนึ่งของร้าน ทาเคยะ หรือ ร้านตึกม่วง ที่กลุ่มลูกค้าคนไทยจะนิยมไปซื้อของฝาก ซึ่งลูกค้าคนไทยจะซื้อสินค้าสูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากประเทศอื่น ทั้งประเทศจีน หรือเกาหลีใต้ ดังนั้นถือว่าลูกค้าหลักจากต่างชาติจะเป็นคนไทย<br><br></div><div>เอกลักษณ์แบรนด์คือ การนำเสนอสินค้าที่แตกต่างคือ การใช้ถั่วพิสตาชิโอ้ และเป็นการนำเข้ามาจากประเทศอิหร่าน แตกต่างจากแบรนด์อื่นที่นำเข้ามาจาก ประเทศสหรัฐ รวมถึงมุ่งนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพดี โดยแบรนด์จะเป็นสินค้ากลุ่มระดับบน (พรีเมียม) ซึ่งสินค้าของบริษัท จะมีขนมที่มีความหลากหลาย ซึ่งมีจำนวนสินค้าประมาณ 500 รายการ<br><br></div><div>“อิชิมารุ” กล่าวต่อว่า ชการบริษัทได้เข้ามาทำตลาดในไทย และเข้ามากิจกรรม การเจรจาธุรกิจอาหาร สินค้าเกษตร และประมง ในประเทศไทย ที่จัดโดย องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ ในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก ต้องการเข้ามาหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย และเป็นบริษัทเอกชนไทย<br><br></div><div><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:416,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/15/94B607610793487288739C3F41ABB02F.jpg&quot;,&quot;width&quot;:740}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/15/94B607610793487288739C3F41ABB02F.jpg" width="740" height="416"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>สำหรับตลาดอาหารและขนมในประเทศไทยมีความน่าสนใจลงทุนสูงมาก หรือ สูงมากสุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจาก ประเทศไทยกำลังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในประเทศจำนวนมาก จึงจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ที่จะเติบโตในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจลงทุนในระดับสูงต่อเนื่องในระยะยาว</div><div><br></div><div>อย่างไรก็ตาม การเข้ามาทำตลาดในไทย ในระยะแรกจะเป็นการหาตัวแทนจำหน่าย ส่วนในระยะยาว จะมีการลงทุนสร้างโรงงานในไทยหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถให้ความเห็นเรื่องนี้ได้ เนื่องจากโรงงานในประเทศไทยญี่ปุ่น ที่เมืองคูมาโมะโตะ ได้มีการลงทุนปรับปรุงโรงงานครั้งใหญ่ไปแล้ว อีกทั้งในช่วงประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ได้เคยเข้ามาศึกษาสร้างโรงงานในไทยเช่นกัน แต่ไม่ได้ข้อสรุป<br><br></div><div>ทั้งนี้บริษัทได้ครบรอบการก่อตั้ง 70 ปีไปแล้ว ซึ่งยอดขายสินค้าหลักจะอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 99% ส่วนอีก 1% จะทำตลาดในต่างประเทศ มีการส่งออกไปในประเทศแคนาดา ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง และฮาวาย อีกทั้งบริษัทถือว่ามีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นในเรื่องถั่ววาซาบิพิสตาชิโอ้<br><br></div><div>“อิชิมารุ” กล่าวต่อว่า&nbsp; นโยบายของบริษัท Sennarido จะมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ขนมที่อร่อย มีคุณภาพ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ โดยมีถั่ววาซาบิพิสตาชิโอ้ เป็นสินค้าหลักในการทำตลาด เชื่อมั่นว่า มีโอกาสอย่างมากทั้งตลาดในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:32:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928152</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928186</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:32:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928186</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928187</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:32:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928187</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภูประเสริฐ กัลยกรเฟื่องฟู. ม.6.4 เลขที่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928188</link>
         <description><![CDATA[<div>ฟุตซอลเลือดใหม่ ซิวแชมป์อาเซียน เป้าต่อไปถ้วยเอเชีย โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 พ.ย. 2560 05:01 สร้างความสุขให้กับแฟนกีฬาชาวไทยอย่างต่อเนื่องสำหรับขุนพลโ<br><br>อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1130097</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:32:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928188</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วัชรสิทธิ์ ภิยะคำ เลขที่ 6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928245</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><sup>การประชุมท่องเที่ยวอาเซียนครั้งที่ 37 เตรียมหารือ 3 ประเด็นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน24 มกราคม 2018</sup></strong> <br><br>นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการประชุมการท่องเที่ยวอาเซียนครั้งที่ 37 หรือ The 37th ASEAN Tourism Forum (ATF 2018) ว่า ในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2561 โดยการประชุมดังกล่าวจะเป็นเวทีหารือด้านการท่องเที่ยวสำคัญของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ โดยการหารือครั้งนี้จะให้ความสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน / การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และวัฒนธรรมด้านอาหาร ส่วนการสนับสนุนต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้ให้การส่งเสริมการสร้างศูนย์จัดประชุม และการสร้างสวนน้ำ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศส่งผลให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าไทยในปีที่ผ่านมาสูงถึง 35 ล้านคน ขณะที่การเดินทางเที่ยวในประเทศเฉลี่ยนอยู่ที่ 120 ล้านคน/ครั้ง นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวและการลงทุนในเมืองรองเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นทั้งยุโรป และอาเซียนสำหรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคตนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จะเน้นการท่องเที่ยวโดยชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย ส่วนการกำหนดเป้าหมายตัวเลขการท่องเที่ยวในประเทศจะไม่มีการกำหนดเป้าหมาย แต่จะให้ความสำคัญเรื่องการเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยการสร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย และการสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวข้อมูล สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์<a href="http://www.aseanthai.net/images/article/news7907/n20180124103336_144887.jpg"><figure class="attachment attachment--preview"><img src="null" width="250" height="121"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a><a href="http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7907&amp;filename=index">http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7907&amp;filename=index</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:33:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928245</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย รติกร อยู่ชุ่ม เลขที่ 11 ม.6/4</title>
         <author>std24614</author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928335</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news"><strong>ข่าวประชาคมอาเซียน</strong></a></div><h1>ไทยเสนอกัมพูชาเชื่อม6เส้นทางรถไฟ</h1><div><strong><br></strong><br></div><div><br></div><div>นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า ในปี 2566-2570 ไทยวางโครงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมโดยรถไฟ ไทย-กัมพูชา 6 โครงการ คาดมูลค่าการลงทุน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.32 แสนล้านบาท โดยไทยจะลงทุนในเขตพื้นที่ของไทย และเสนอให้กัมพูชาลงทุนในพื้นที่ของตัวเอง<br><br></div><div>“กัมพูชามีโครงการลงทุนเส้นทางรถไฟในแผนดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ภาครัฐของไทยเสนอให้กัมพูชาพัฒนาเส้นทางรถไฟที่สามารถเชื่อมพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกก่อน” นายคณิศ กล่าว<br><br></div><div>ทั้งนี้ มองว่ากระบวนการเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะเป็นประตูเชื่อมโยง ลาว จีน และกัมพูชา เบื้องต้นได้พัฒนาเส้นทางรถไฟกรุงเทพฯ-พนมเปญ แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นปีนี้ แต่ยังห่างใจกลางเมืองพนมเปญราว 300 กิโลเมตร หากลงทุนเพิ่มเติมจะสามารถยกระดับการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศได้มากขึ้น โดยไทยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2563<br><br></div><div>สำหรับความท้าทายในการค้าและการลงทุนของสองประเทศ คือการพัฒนาด้านคมนาคมและกฎระเบียบด่านชายแดนของทั้งสองประเทศต้องเชื่อมโยงกัน<br>อ</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:493,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/media/content/2017/11/24/868185580218456196A1BBE7E6B9E953.JPG&quot;,&quot;width&quot;:740}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2017/11/24/868185580218456196A1BBE7E6B9E953.JPG" width="740" height="493"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>แหล่งที่มา <a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/527026">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/527026</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:34:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928335</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ภาสกร จะนะ 10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928371</link>
         <description><![CDATA[<div><br>กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดโครงการการศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน ในภาคกลางและกรุงเทพฯ <br>ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. กล่าวว่า โครงการการศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน จะดำเนินการในรูปแบบอาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร รวม 5 ครั้ง โดยวันนี้นับเป็นครั้งแรกในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม ซึ่งจะมีผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ นักเรียนทั้งในกรุงเทพฯและภาคกลาง เข้าร่วมงานประมาณ 700 คน <br>ส่วนการจัดงานอีก 3 ครั้งจะเกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ที่ภาคเหนือ และภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ เป้าหมายในการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจค่านิยมหลัก 12 ประการ สามารถบูรณาการเข้ากับการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งประชาคมอาเซียน <br>ส่วนกิจกรรมหลักๆ ประกอบด้วย การเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ "พลเมืองอาเซียน พลเมืองโลก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน”, "การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้เชิงลึก”, "การแข่งขัน/ประกวดทักษะทางวิชาการและทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21” และการจัดนิทรรศการ/สถานีกิจกรรมฐานความรู้ประชาคมอาเซียน <br>&nbsp;| <br><a href="http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=1177&amp;filename=index">http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=1177&amp;filename=index</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:35:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928371</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย คุณาสิน บุญราชแขวง 31</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928383</link>
         <description><![CDATA[<h1>บรูไนหนึ่งในอาเซียน ผู้ส่งออกหลักน้ำมัน</h1><div><br></div><div><strong>โดย...กลุ่มงานยุทธศาสตร์ภูมิภาคอาเซียนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</strong></div><div>  บรูไนเป็นประเทศเล็ก ระบบเศรษฐกิจค่อนข้างมีเสถียรภาพ และมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้ปรับนโยบายเน้นสร้างความหลากหลาย<br><br></div><div>โดยเฉพาะทางเกษตรกรรม ไม่เน้นการส่งออกสินค้าสำเร็จรูป ไม่มีตลาดหลักทรัพย์ฯ เงินลงทุนจากต่างประเทศมีปริมาณไม่มากนัก<br><br></div><div>บรูไนจะกำหนดมาตรการทางการเงินการคลังที่ค่อนข้างเข้มงวด เน้นระบบเศรษฐกิจที่ปลอดภัยและมั่นคงเป็นปึกแผ่น แต่ก็พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้บรูไนยืนยันพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามข้อมติต่างๆ ของอาเซียน<br><br></div><div>ทั้งการพัฒนาตลาดเงินทุนและระบบการเงินให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนด้านเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Community) ในปี 2015<br><br></div><div>หน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายการเงินการคลังของบรูไน คือ Brunei Currency and Monetary Board (BCMB)<br><br></div><div>BCMB เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลังของบรูไน ก่อตั้งขึ้นในปี 2510 ซึ่งเป็นช่วงที่บรูไนยังมีสถานะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของประเทศอังกฤษ (British Protectorate) และในปีดังกล่าว รัฐบาลบรูไน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ได้ลงนามร่วมกันในข้อตกลงแลกเปลี่ยนอัตราค่าเงิน (Currency Interchangeability Agreement-CIA)<br><br><br>ที่มา:<a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/column/452772">https://www.posttoday.com/biz/aec/column/452772</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/257095264/6f466695541555d567b70d2209800add/images__2_.jpeg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:35:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928383</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย อิศรา มณีววณ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928407</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ไทยครองแชมป์ตลาดผัก-ผลไม้ในเวียดนาม หลังปลดล็อกห้ามนำเข้า เร่งนโยบายลงทุนอาเซียน<br></strong>นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การส่งออกผักและ ผลไม้ของไทยไปยังตลาดเวียดนาม มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนามได้รายงานตัวเลขการนำเข้า 7 เดือนของปี 2560 พบว่า การนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 3.2% โดยผักผลไม้ไทยมีสัดส่วนการนำเข้ามากที่สุด 61.8% ของการนำเข้าผักและผลไม้ทั้งหมดจากต่างประเทศของเวียดนาม รองลงมา คือ จีน มีสัดส่วน 16% อินเดียและนิวซีแลนด์<br><strong>แหล่งที่มา</strong><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/524722">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/524722</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/243978179/9893b7bc71b62d20a1d5d03c8f08809b/1EE447F5B7AC4A42989D242C1E506A9A.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:35:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928407</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิลาสินี ยืนยงแสน เลขที่14 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928412</link>
         <description><![CDATA[<pre><strong>ส่องตลาดขนมไทยที่น่าลงทุนในอาเซียน</strong>“ถั่ววาซาบิพิสตาชิโอ้” เป็นสินค้ายอดนิยมที่ลูกค้าคนไทย จะนิยมซื้อสูงมากเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจะขายดีสูงสุดอันดับหนึ่งของร้าน ทาเคยะ หรือ ร้านตึกม่วง ที่กลุ่มลูกค้าคนไทยจะนิยมไปซื้อของฝาก ซึ่งลูกค้าคนไทยจะซื้อสินค้าสูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากประเทศอื่น ทั้งประเทศจีน หรือเกาหลีใต้ ดังนั้นถือว่าลูกค้าหลักจากต่างชาติจะเป็นคนไทย</pre><div><br></div><div>เอกลักษณ์แบรนด์คือ การนำเสนอสินค้าที่แตกต่างคือ การใช้ถั่วพิสตาชิโอ้ และเป็นการนำเข้ามาจากประเทศอิหร่าน แตกต่างจากแบรนด์อื่นที่นำเข้ามาจาก ประเทศสหรัฐ รวมถึงมุ่งนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพดี โดยแบรนด์จะเป็นสินค้ากลุ่มระดับบน (พรีเมียม) ซึ่งสินค้าของบริษัท จะมีขนมที่มีความหลากหลาย ซึ่งมีจำนวนสินค้าประมาณ 500 รายการ<br><br></div><div>“อิชิมารุ” กล่าวต่อว่า ชการบริษัทได้เข้ามาทำตลาดในไทย และเข้ามากิจกรรม การเจรจาธุรกิจอาหาร สินค้าเกษตร และประมง ในประเทศไทย ที่จัดโดย องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ ในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก ต้องการเข้ามาหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย และเป็นบริษัทเอกชนไทย<br><br></div><div><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2018/01/15/94B607610793487288739C3F41ABB02F.jpg" width="740" height="416"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>สำหรับตลาดอาหารและขนมในประเทศไทยมีความน่าสนใจลงทุนสูงมาก หรือ สูงมากสุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจาก ประเทศไทยกำลังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในประเทศจำนวนมาก จึงจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ที่จะเติบโตในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจลงทุนในระดับสูงต่อเนื่องในระยะยาว<br>ที่มา <a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/535515">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/535515</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:36:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928412</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธนกร โป่อ้ายเลา ม.6/4 เลขที่ 22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928482</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>พล.อ.อุดมเดช” รับ มาเลเซียเตือน IS เข้าอาเซียนจริง<br></strong><br></div><div>พล.อ.อุดมเดชรับ <strong>มาเลเซียเตือน IS เข้าอาเซียนจริง</strong> ยันฝ่ายมั่นคงติดตามใกล้ชิดสั่งคุมเข้มแล้ว ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ<br><br></div><div>พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ถึงกรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซียแจ้งเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่สมาชิกกลุ่มไอเอสจะหลบหนีเข้ามาในอาเซียนว่า เนื่องจากการปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มไอเอส ซึ่งมีแนวโน้มจะมีมากยิ่งขึ้น หลายฝ่ายจึงมีความเป็นห่วงว่าภูมิภาคนี้อาจมีสมาชิกกลุ่มไอเอสกลับเข้ามา<br><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:360,&quot;url&quot;:&quot;http://news.mthai.com/app/uploads/2016/10/737917-01.jpg&quot;,&quot;width&quot;:500}" data-trix-content-type="image"><img src="http://news.mthai.com/app/uploads/2016/10/737917-01.jpg" width="500" height="360"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br></div><div>อย่างไรก็ตามฝ่ายความมั่นคงก็ได้รับทราบ มีการติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้ประชุมโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือและระมัดระวัง เช่นเดียวกับในพื้นที่ภาคใต้ ก็มีการติดตามอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ ที่น่าหนักใจก็ขอให้สบายใจว่าคงไม่มีผลกระทบอะไร<br><br></div><div>ส่วนการข่าวที่มีการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ว่ ามีการเตรียมก่อเหตุต่าง ๆ ขึ้นนั้น ในที่ประชุม ศตส.โดยฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องก็ติดตามดูในทุกด้านมีการเน้นย้ำเรื่องนี้แล้ว ไม่น่าหนักใจอะไร แต่ความเคลื่อนไหวตอนนี้ยังสามารถคุมได้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ก็ไม่ประมาทมีการเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและให้มีความพร้อมเสมอ<br><br>ที่มา:<br><a href="https://news.mthai.com/politics-news/527262.html">https://news.mthai.com/politics-news/527262.html</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:36:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928482</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส บงกชกร จันทาพูน เลขที่27 ม.6/4                  หัวข้อข่าว  อังกอร์วัดโกยรายได้เข้ากัมพูชา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928679</link>
         <description><![CDATA[<div>สำนักข่าวท้องถิ่นพนมเปญโพสต์ รายงานว่า ในปี 2560 อุทยานประวัติศาสตร์เมืองพระนคร หรืออังกอร์วัด มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมมากถึง 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12% โดยสามารถสร้างรายได้จากการเข้าชมเข้าประเทศกัมพูชาได้มากถึง 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ<br><br></div><div>นอกเหนือจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมาจากการปรับอัตราค่าเข้าชมครั้งล่าสุดในเดือน ก.พ. 2560 ที่สูงขึ้นจากเดิม 72% ส่งผลให้อัตราค่าเข้าชมในปัจจุบันของนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 37 ดอลลาร์/คน/วัน สำหรับการเข้าชมแบบเหมา 3 วัน ราคาอยู่ที่ 62 ดอลลาร์/คน และการเข้าชมแบบเหมา 1 สัปดาห์ อยู่ที่ 72 ดอลลาร์/คน จากเดิมค่าเข้าชมอยู่ที่ 20 ดอลลาร์/คน/วัน 40 ดอลลาร์/คน/3 วัน และ 60 ดอลลาร์/คน/สัปดาห์<br><br></div><div>นายโฮ วันดี เลขาธิการสมาคม การท่องเที่ยวกัมพูชา เปิดเผยว่า ตอนแรกกังวลว่าการเพิ่มขึ้นของราคาตั๋ว เข้าชมจะกระทบต่อตัวเลขนักท่องเที่ยว ส่งผลต่อเนื่องยังธุรกิจโรงแรม แต่กลับพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ลดลง อีกทั้งอุทยานประวัติศาสตร์นครวัด นครธม กลับมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยัง คาดการณ์ว่าราคาตั๋วเข้าชมในปีนี้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง<br><br></div><div>ขณะที่รายงานข่าวก่อนหน้าระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกัมพูชา ทั้งนี้ภาครัฐและเอกชนต้องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวภายใต้กลยุทธ์ "China- Ready" เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน 2 ล้านคน ภายในปี 2563<br><br></div><div>นางฉาย ซิวริน ประธานสมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยวกัมพูชา กล่าวว่า ราคาตั๋วที่ปรับขึ้น นักท่องเที่ยวทั่วโลกยังรับได้ จึงทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมเพิ่มขึ้น<br><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/533787">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/533787</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/241638087/4c068a4c234c528a6b4d81771cb2edc7/4BF1E6F57CAF42518658B90993C01DCA.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:38:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928679</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย สิทธิภูมิ ตาคำรุ้ง เลขที่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928733</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หัวข้อข่าว<br>ครม.เห็นชอบเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านเขาดิน-บ้านพนมได เป็นจุดผ่านแดนถาวรเชื่อมการค้าไทย-กัมพูชาปีละกว่า 6,000 ล้าน<br><br></strong>เนื้อหา<br>นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เปิดจุดผ่อนปรนการค้าชั่วคราวบ้านเขาดิน อ.คลองหาด เป็นจุดผ่านแดนถาวร เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าระหว่างไทยและกัมพูชา ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ ซึ่งจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะไปดำเนินการออกประกาศในเรื่องการควบคุมการนำเข้า-ออก พาหนะและบุคคลตามกฎหมายต่อไป<br><br></div><div>ทั้งนี้ จุดผ่านแดนดังกล่าวได้มีการค้าขายระหว่างสองประเทศมาก โดยปี 2559 มีมูลค่าการค้าประมาณ 6,500 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออกประมาณ 2,900 ล้านบาท และการนำเข้าประมาณ 3,500 ล้านบาท มีคนไทยเดินทางเข้าออกประมาณ 1,156 คน และคนกัมพูชาเดินทางเข้าออกประมาณ 1.05 ล้านล้านคน/ปี เนื่องจากเดิมเป็นจุดผ่อนปรนการค้า ทำให้มีการควบคุมระยะทางในการเดินทาง<br><br></div><div>"หากเปิดเป็นจุดถาวรคาดว่าจะส่งเสริมมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากจุดดังกล่าวมีทั้งด่านศุลกากรสองประเทศ สะพาน และหน่วยราชการสำคัญในระยะทาง 30-50 กิโลเมตร ซึ่งกัมพูชาจะเป็นเมืองพนมได เมืองพระตะบอง คาดว่าหลังจากกระทรวงมหาดไทยดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว มูลค่าการค้าจะเพิ่มเป็นเท่าตัว" นายณัฐพร กล่าว<br><br></div><div>สำหรับการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเป็นผลการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีสองประเทศ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2560 ในประเด็นเรื่องยกระดับจุดผ่านแดน โดยกัมพูชาเสนอให้เร่งรัดยกระดับพื้นที่ 4 แห่ง เป็นจุดผ่านแดนถาวรโดยเร็ว ซึ่งการหารือของสองฝ่ายพร้อมยกระดับเป็นด่านถาวรตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560<br><br></div><div>อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ครม.ให้สภา ความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปกำหนดมาตรการรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปัญหาบุกรุกใช้พื้นที่ ปัญหาลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย ปัญหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และแรงงานต่างด้าว เป็นต้น เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชน<br><br></div><div>สำหรับจุดการค้าและจุดผ่อนปรนชายแดนมี 4 แบบ คือ 1.จุดชายแดนถาวร 2.จุดผ่อนปรนทางการค้า 3.จุดผ่านแดนชั่วคราว 4.จุดผ่อนปรนพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในกิจการเฉพาะกิจ<br><br><strong>แหล่งที่มา<br></strong><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/526571"><strong>https://www.posttoday.com/biz/aec/news/526571</strong></a><strong><br><br>รูปภาพ<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/257094202/93a9e9b436396eadebadaaac90a6d975/26470796C13B43D7BE9DD2FBCCB8C57D.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:39:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928733</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภาสกร จะนะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928851</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="http://www.aseanthai.net/more_news.php?cid=2&amp;filename=index">ข่าวสารอาเซียน</a> <br><br><br><a href="http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=1177&amp;filename=index">http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=1177&amp;filename=index</a><br><br><br>ศธ.จัดโครงการอาเซียนสัญจร31 มกราคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 780) <br><br><a href="http://www.aseanthai.net/images/article/news1177/n20150305154551_17167.jpg"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:293,&quot;url&quot;:&quot;http://www.aseanthai.net/images/article/news1177/t20150305154551_17167.jpg&quot;,&quot;width&quot;:400}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.aseanthai.net/images/article/news1177/t20150305154551_17167.jpg" width="400" height="293"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a><br><br>กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดโครงการการศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน ในภาคกลางและกรุงเทพฯ&nbsp;<br>ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. กล่าวว่า โครงการการศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน จะดำเนินการในรูปแบบอาเซียนสัญจร 4 ภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร รวม 5 ครั้ง โดยวันนี้นับเป็นครั้งแรกในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม ซึ่งจะมีผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ นักเรียนทั้งในกรุงเทพฯและภาคกลาง เข้าร่วมงานประมาณ 700 คน&nbsp;<br>ส่วนการจัดงานอีก 3 ครั้งจะเกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ที่ภาคเหนือ และภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ เป้าหมายในการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจค่านิยมหลัก 12 ประการ สามารถบูรณาการเข้ากับการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งประชาคมอาเซียน&nbsp;<br>ส่วนกิจกรรมหลักๆ ประกอบด้วย การเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ "พลเมืองอาเซียน พลเมืองโลก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน”, "การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้เชิงลึก”, "การแข่งขัน/ประกวดทักษะทางวิชาการและทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21” และการจัดนิทรรศการ/สถานีกิจกรรมฐานความรู้ประชาคมอาเซียน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:40:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928851</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ธนวัฒน์ ทะริยะ เลขที่15 ชั้น ม.6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928852</link>
         <description><![CDATA[<div>อบรมภาษาให้คนขับรถแท็กซี่รองรับเข้าสู่ AEC<br>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าอบรมภาษาให้พนักงานขับรถแท็กซี่รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&nbsp;<br>พนักงานขับรถแท็กซี่ถือเป็นหน้าด่านในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มอาชีพที่มีความสำคัญไม่ว่าจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี หรือไม่ก็ตาม ดังนั้นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงได้มองว่าควรจัดอบรมภาษาต่างประเทศให้กับกลุ่มอาชีพนี้ โดยนายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ร่วมกับ สวพ.เอฟเอ็ม 91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัย และการจราจร และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) จัดโครงการสอนภาษาอังกฤษผ่านสวพ.เอฟเอ็ม 91ในช่วงเช้า กลางวัน เย็นและค่ำ จะมาสอนในเรื่องประโยคสนทนาที่จะต้องใช้ในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น คำทักทาย การแนะนำที่พัก เส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวในไทย การบอกถึงอัตราค่าโดยสาร คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ในเดือนสิงหาคมนี้ในระยะเวลา 3 เดือน</div><div><br>ทั้งนี้ ถือเป็นอีก 1 โครงการที่น่าสนใจในการเตรียมพร้อมกำลังคนของไทย เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ดังนั้น เมื่อภาครัฐให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถแท็กซี่ หรือ กลุ่มอาชีพอื่น ๆ สามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผ่าน สวพ.เอฟเอ็ม 91 ได้เช่นกัน หรือสนใจเรียนรู้ภาษาอื่นๆในอาเซียนสามารถไปติดต่อขอรับการอบรมได้ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;<br><br>credit : thainews.prd.go.th&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:40:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928852</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ศิรินภา รีอินทร์  เลขที่29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928908</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br><strong>หัวข้อข่าว</strong> <br>ชงแผนท่าเรืออาเซียน<br><br></div><div><br></div><div><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2017/12/20/85CCCC07B6AE4DE58B742AD03F98E8F2.jpg" width="740" height="493"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://ads3.bangkokpost.co.th/www/delivery/lg.php?bannerid=8269&amp;campaignid=4314&amp;zoneid=2045&amp;loc=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews%2F531306&amp;referer=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Fbiz%2Faec%2Fnews%2Fpage-3%2F&amp;cb=e227eb1bd2" width="1" height="1"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><strong>คมนาคมกางแผนดันแหลมฉบังขึ้นเบอร์ 2 ท่าเรืออาเซียน เร่งเครื่องลงทุน 1.4 แสนล้าน<br></strong><br></div><div><br></div><div> <strong>เนื้อหา</strong><br>นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ไปพัฒนาท่าเรือเพื่อรองรับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังที่เป็นแกนหลักในการขนส่งสินค้าทางน้ำของประเทศ โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าผลักดันท่าเรือแหลมฉบังให้ก้าวขึ้นสู่ท่าเรืออันดับที่ 2 ของอาเซียน จากปัจจุบันอยู่อันดับ 3 หรือ 4 รองจากท่าเรือของมาเลเซียและท่าเรือ PSA (Port of Singapore Authority) ของประเทศสิงคโปร์ที่ครองอันดับ 1 ของภูมิภาค<br><br></div><div>ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทท.มียอดส่งออกสินค้าผ่านท่าเรือในแต่ละปีอยู่ที่ 9 ล้านตู้ TEU ต่อปี แบ่งเป็นการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพ 1.5 ล้านตู้ TEU และขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 7 ล้านตู้ TEU<br><br></div><div>นายมนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอาเซียนนั้นมีสาระสำคัญอยู่ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3  2.การพัฒนาท่าเรือชายฝั่ง 3.การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางเพื่อเชื่อมท่าเรือ 4.พัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งภายในท่าเรือ โดยเริ่มจากโครงการพัฒนาแหลมฉบังเฟส 3 วงเงิน 1.41 แสนล้านบาท แบ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน 5.7 หมื่นล้านบาท และการบริหารจัดการท่าเรือ 8.4 หมื่นล้านบาท ล่าสุดได้ส่งรายงานสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถพิจารณาเห็นชอบได้<br><br></div><div>อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ได้สั่งการให้ กลับไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มปริมาณขนส่งเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือและระบบรางมากขึ้นให้มีสัดส่วน 30% ของปริมาณขนส่งทั้งหมด คือ ราวปีละ 6 ล้านตู้ TEU จากเดิมกำหนดไว้ที่ปีละ 3 ล้านตู้ TEU ดังนั้นจึงต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าหากปรับแบบแล้วจะต้องขยายวงเงินลงทุนหรือไม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ. ก่อนดำเนินการร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) ที่จะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. ก่อนประกาศเชิญชวนเอกชนและเปิดประมูลโครงการในเดือน มิ.ย _ก.ค 2561<br><br>แหล่งทีมา<br><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/531306">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/531306</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-26 03:41:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224928908</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ประสพโชค บุญมาก เลขที่9 ชั้น ม.6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224929058</link>
         <description><![CDATA[<h1><strong>เปิดขบวนรถไฟ ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ เชื่อมรถไฟ 2 ประเทศรับ AEC</strong></h1><div><strong>รฟท. ทำพิธีเปิดเดินขบวนรถไฟ </strong><a href="https://hilight.kapook.com/view/79214">หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ </a><strong>เชื่อมโยงเส้นทางไทย-มาเลเซีย และสามารถต่อรถไฟไปสิงคโปร์ได้ ต้อนรับประชาคมอาเซียน<br></strong><br>           วันที่ 21 ธันวาคม 2558 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เป็นประธานเปิดขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ โดยจะมีการเดินขบวนแรกในวันพรุ่งนี้ (22 ธันวาคม) ซึ่งเส้นทางรถไฟสายนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างไทยและมาเลเซีย และเพื่อต้อนรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน <br><br>           ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางรถไฟสายดังกล่าว เพื่อรองรับการเปิดสถานีรถไฟร่วม 2 ประเทศ คือ สถานีปาดังเบซาร์ ตั้งอยู่ในเขตของสหพันธรัฐมาเลเซีย และที่ตั้งอยู่ในฝั่งไทย  รวมทั้งเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงจากมาเลเซีย-สิงคโปร์ โดยหลังจากที่มาเลเซียเปิดรถไฟฟ้าสถานีรางคู่มาถึงปาดังเบซาร์แล้ว จะทำให้การเดินทางจากปาดังเบซาร์สู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ต่อไปยังรัฐยะโฮร์บารู และเชื่อมรถไฟต่อไปยังสิงคโปร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น</div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/u/2015/klangjai/December/train1.jpg" width="500" height="360"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br>           โดยเส้นทางดังกล่าวจะใช้การทั้งด้านเดินรถสินค้า และด่านตรวจคนเข้าเมือง ส่วนการโดยสารรถไฟในเขตประเทศไทยก่อนผ่านแดนไปยังสถานีปาดังเบซาร์นั้น จะใช้งานที่จุดหยุดรถ สทล.973.31 เป็นเพียงที่หยุดรถก่อนเข้าเขตแดนมาเลเซีย แต่ไม่สามารถจำหน่ายตั๋ว หรือขนส่งสินค้าชนิดหีบห่อได้อย่างสะดวก เนื่องจากการรถไฟฯ มาเลเซีย (KTMB) มีการเปิดเดินขบวนรถด่วนไฟฟ้า (ETS) จากสถานีสำคัญ ๆ มาปลายทางยังสถานีปาดังเบซาร์ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย การรถไฟฯ จึงอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการที่มีความประสงค์จะใช้บริการรถไฟฟ้าด่วน ETS ที่สถานีปาดังเบซาร์เท่านั้น<br><br>           สำหรับรถไฟขบวนพิเศษนี้ มีทั้งสิ้น 4 ขบวน ไป-กลับ 2 คัน 128 ที่นั่ง ราคาค่าโดยสาร 80 บาทต่อคน โดยจุดขายตั๋วและจุดจอดของรถไฟจะมี 3 สถานีคือ ชุมทางหาดใหญ่ สถานีรถไฟคลองแงะ และสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ 2 ฝั่งไทย ซึ่งผู้ที่ต้องการเดินทางไปสถานีปาดังเบซาร์ ฝั่งมาเลเซีย ต้องผ่านด่านศุลกากรก่อน แล้วจึงต่อขบวนรถไฟไปได้ทันที<figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/u/2015/klangjai/December/train2.jpg" width="500" height="360"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><strong>           ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป กำหนดให้มีขบวนรถหยุดเพื่อการโดยสาร ดังนี้<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศที่ 35  กรุงเทพฯ - บัตเตอร์เวอร์ธ ปซ.2 ถึง 07.49 น. ออก 07.52 น.<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศที่ 36  บัตเตอร์เวอร์ธ - กรุงเทพฯ ปซ.2 ถึง 17.45 น. ออก 07.52 น.<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถด่วนเพนนินซูล่าที่ 953 ชุมทางหาดใหญ่ - JB Sentral ปซ.2 ถึง 16.55 น. ออก 16.57 น.<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถด่วนเพนนินซูล่าที่ 954 JB Sentral - ชุมทางหาดใหญ่ ปซ.2 ถึง 10.23 น. ออก 10.24 น.<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 947  ชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ (MY) ปซ.2 ถึง 08.18 น. ออก 08.22 น.<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 978  ปาดังเบซาร์ (MY) - ชุมทางหาดใหญ่ ปซ.2 ถึง 08.58 น. ออก 09.02 น.<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 949  ชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ (MY) ปซ.2 ถึง 13.55 ออก 13.58 น.<br><br>           </strong><strong><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://img.kapook.com/image/icon_2015/1153141441.gif" width="15" height="10"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></strong><strong> ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 950  ปาดังเบซาร์ (MY) - ชุมทางหาดใหญ่ ปซ.2 ถึง 14.43 น. ออก 14.46 น.</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/241637115/ff1b997ba448d809cf530b66fd9adfef/train4.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:43:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224929058</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย บุญพิทักษ์ บุญทา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224929412</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845"><strong>หัวข้อข่าว </strong><br>พาณิชย์ คาดฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวปี 2561 ประมาณ 1.3 ล้านตัน ชี้เป็นโอกาสส่งออกข้าวไทย<br></a><strong>เนื้อหา</strong><br><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845">รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (สคต.) ที่รับผิดชอบพื้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้คาดการณ์ตลาดข้าวฟิลิปปินส์ โดยพบว่าในปี 2561 ตลาดข้าวฟิลิปปินส์ยังเป็นโอกาสของผู้ส่งออกข้าวไทยที่จะส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น เพราะแม้ผลผลิตข้าวของประเทศฟิลิปปินส์ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ความต้องการบริโภคก็เพิ่มสูงเช่นเดียวกัน อีกทั้งฟิลิปปินส์ที่ตั้งอยู่ในเขตพายุไต้ฝุ่นอาจได้รับผลกระทบทำให้ผลผลิตเสียหาย</a></div><div><strong>แหล่งที่มา</strong><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845">htt</a>ps://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/243978179/a7ec7df7dacb091b1870526adc86ce53/_________.jpeg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:46:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224929412</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ภานุพงศ์ ธีรภาฤกษ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224930017</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845"><strong>หัวข้อข่าว </strong><br>พาณิชย์ คาดฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวปี 2561 ประมาณ 1.3 ล้านตัน ชี้เป็นโอกาสส่งออกข้าวไทย<br></a><strong>เนื้อหา</strong><br><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845">รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ (สคต.) ที่รับผิดชอบพื้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้คาดการณ์ตลาดข้าวฟิลิปปินส์ โดยพบว่าในปี 2561 ตลาดข้าวฟิลิปปินส์ยังเป็นโอกาสของผู้ส่งออกข้าวไทยที่จะส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น เพราะแม้ผลผลิตข้าวของประเทศฟิลิปปินส์ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ความต้องการบริโภคก็เพิ่มสูงเช่นเดียวกัน อีกทั้งฟิลิปปินส์ที่ตั้งอยู่ในเขตพายุไต้ฝุ่นอาจได้รับผลกระทบทำให้ผลผลิตเสียหาย</a></div><div><strong>แหล่งที่มา</strong><a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845">htt</a>ps://www.posttoday.com/biz/aec/news/536845</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/243978179/2cfce4c7c0c8cb3e981f4f6d3517e32d/_________.jpeg" />
         <pubDate>2018-01-26 03:54:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224930017</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย กฤตพจน์ คุณยศยิ่ง เลขที่ 2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224931109</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หัวข้อข่าว<br></strong> จ.หนองคาย เจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า 3 ประเทศ ไทย สปป.ลาว เวียดนาม<strong><br>เนื้อข่าว</strong><br> จังหวัดหนองคาย จัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ 3 ประเทศ 9 จังหวัด เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง มีนักธุรกิจและผู้ประกอบการจับคู่ธุรกิจกันได้ถึง 15 คู่ มูลค่ากว่า 61 ล้านบาท   (18 ม.ค. 61) เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัลนาคาราหนองคาย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดกิจกรรม การเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ 3 ประเทศ 9 จังหวัด ซึ่งจัดโดยจังหวัดหนองคายร่วมกับพาณิชย์จังหวัดหนองคาย สำหรับกิจกรรมการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ 3 ประเทศ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการจังหวัดหนองคาย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และร่วมมือกันทางการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวกับประเทศในอนุภาคลุ่มน้ำโขง และเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ขยายการค้า การลงทุน เชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ร่วมงานในครั้งนี้มีนักธุรกิจและผู้ประกอบการจากประเทศไทย สปป.ลาว และเวียดนามเข้าร่วมกว่า 89 ราย และได้มีการจับคู่ธุรกิจการค้ากันได้ 15 คู่ มูลค่ากว่า 61 ล้านบาท<br><strong>ที่มา</strong></div><div><a href="http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7894&amp;filename=index">http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7894&amp;filename=index</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/243974110/c32def72862568bc3ef8b8bde3bd4459/t20180118150908_144606.jpg" />
         <pubDate>2018-01-26 04:09:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/224931109</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศุภชัย  มาวงค์ เลขที่13 ม.6.4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225954135</link>
         <description><![CDATA[<div>นายกฯ เตรียมบินถกร่วมประชุมแม่โขง-ล้านช้าง ที่กัมพูชา 10 ม.ค.นี้ โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ม.ค. 2561 16:45 นายกฯ เตรียมเข้าร่วมประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแ<br><br>อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1168370</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-30 07:19:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225954135</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศุภชัย  มาวงค์ เลขที่13 ม.6.4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225954580</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อาเซียนเดินหน้าจัดทำคู่มือการลงทุนรายประเทศ หวังดึงดูดการ ลงทุนท่องเที่ยวจากประเทศเป้าหมาย<br></strong><br></div><div><br></div><div>นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ด้านการท่องเที่ยวอาเซียนภายใต้งานอาเซียน ทัวริซึ่ม ฟอรั่ม 2018 มีประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ประเด็นการจัดทำคู่มือการลงทุนในอาเซียนเป็นรายประเทศ 2.ความสำเร็จของแคมเปญ "Visit ASEAN @50" 3.ปฏิญญาการเดินเรือสำราญอาเซียน 4.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารในอาเซียน (ASEAN Gastronomy Tourism) และ 5.การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for all) โดยผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสภาคการท่องเที่ยวอาเซียน ได้เสนอต่อที่ ประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียน และ มีมติเห็นชอบแล้ว<br><br></div><div>สำหรับประเด็นการจัดทำคู่มือการลงทุนในอาเซียน มีจุดประสงค์หลักเพื่อดึงดูดกลุ่มประเทศผู้ลงทุนเป้าหมาย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยที่ผ่านมาพบว่าภาคส่วนการท่องเที่ยวของประเทศในอาเซียนเติบโตสูง แต่การลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังมีต่ำ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยว สนามบิน และท่าเรือ อาทิ เมียนมา กัมพูชา และลาว จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน ขณะที่ไทยและสิงคโปร์ เน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้การจัดทำคู่มือการลงทุนในอาเซียนจะแยกเป็นรายประเทศ แบ่งเป็นหมวดหมู่ อาทิ การลงทุนกลุ่มโรงแรม การลงทุนกลุ่มร้านอาหาร เป็นต้น โดยเน้นรูปแบบการลงทุนที่เอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐ<br><br></div><div>นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กล่าวถึงความสำเร็จของแคมเปญ "Visit ASEAN @50" ซึ่งเป็นความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียน ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวยังภูมิภาค ในวาระครบรอบ 50 ปีอาเซียนในปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2560 เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2559 เป็น 126 ล้านคน จาก 115 ล้านคน การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งความสำเร็จมาจากความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียนและความร่วมมือจากภาคเอกชน<br><br></div><div>อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังกล่าวถึงการเดินเรือสำราญในอาเซียน โดยจะกำหนดปฏิญญาการเดินเรือสำราญร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมนโยบายการเดินเรือ และกฎเกณฑ์ในการเดินเรือ อีกทั้งยังได้หารือถึงประเด็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารในอาเซียน มุ่งเสนอแผนงานให้ความรู้ด้านอาหารที่สำคัญของแต่ละประเทศในอาเซียนแก่นักท่องเที่ยว ประเด็นสุดท้ายเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for all) ที่ประชุมเน้นย้ำว่า เป็นกลุ่มตลาดสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักถึง<br><br></div><div>"การหารือในที่ประชุมด้านการท่องเที่ยว อาเซียนภายใต้งานอาเซียน ทัวริซึ่มฟอรั่ม มีข้อตกลงที่เป็นความร่วมมือการท่องเที่ยวหลายประเด็น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของอาเซียน" นายพงษ์ภาณุ กล่าว<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-30 07:22:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225954580</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย รัฐธรรมนูญ สมพงษ์ เลขที่ 12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225954869</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หัวข้อ</strong><br>ญี่ปุ่นให้ความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในไทย เพื่อให้รองรับกับการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง30 มกราคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 16) <br><strong>เนื้อหา<br> </strong>นายฮิโรกิ มิตสึมาตะ (Mr. Hiroki Mitsumata) ประธาน JETRO กรุงเทพฯ เข้าเยี่ยมคารวะ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญดังนี้ (29 มกราคม 2561) เวลา 16.00 น. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้พบกับประธาน JETRO กรุงเทพฯ และคณะผู้บริหารหอการค้าญี่ปุ่นในวันนี้ และขอบคุณที่ร่วมมือกับหน่วยงานไทยในการส่งเสริมการค้าการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยมาโดยตลอด ซึ่งขอให้มั่นใจว่าฝ่ายไทยยินดีที่จะสานต่อความร่วมมืออันใกล้ชิดนี้ต่อไป โดยประธาน JETRO ได้รายงานผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในไทย ซึ่งถือเป็นรายงานที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล และยืนยันความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้ตามเป้าหมาย โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในไทย เพื่อให้รองรับกับการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสาขาอาชีวศึกษาและวิศวกรรม ที่จะเป็นกำลังสำคัญสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งฝ่าย JETRO ยินดีที่จะสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรไทยและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนให้นักธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการสำคัญของไทย อย่างไรก็ดี หากนักธุรกิจญี่ปุ่นประสบกับปัญหาด้านกฎระเบียบใดโปรดแจ้งให้รัฐบาลทราบ เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจภายในประเทศมากยิ่งขึ้น<br><br><strong>ที่มา<br></strong><a href="http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7926&amp;filename=index"><strong>http://www.aseanthai.net/ewt_news.php?nid=7926&amp;filename=index</strong></a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/243974110/affe7efde2420b4934be817e0ed118cb/t20180130094007_145299.jpg" />
         <pubDate>2018-01-30 07:24:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225954869</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศุภชัย มาวงค์ เลขที่13 ม.6.4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225955364</link>
         <description><![CDATA[<div>แหล่งที่มา <a href="https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537440">https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537440</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-30 07:27:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/225955364</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>takati_1234</author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234097778</link>
         <description><![CDATA[
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-22 07:21:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234097778</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ณัฐชัย อภิเรืองฤทธิ์ 25 6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234098974</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หัวข้อ<br></strong>อาเซียนหาหนทางช่วยโรฮีนจา<br><strong>เนื้อเรื่อง</strong></div><div>เมื่อ 6 ก.พ. กลุ่ม รมว.ต่างประเทศอาเซียน 10 ประเทศ เปิดประชุมแบบไม่เป็นทางการภายใต้ธงผู้นำหมุนเวียนอาเซียนของสิงคโปร์ เพื่อหารือแผนเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ท ซิตี้ทั่วภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือต่อสู้การก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติ โดยกลุ่ม รมว.ต่างประเทศอาเซียนยังจะแลกเปลี่ยนทัศนะเรื่องการพัฒนาในภูมิภาคและระหว่างประเทศ ไปจนถึงช่วยกันหาหนทางแก้ไขปัญหาชาวโรฮีนจาแบบยั่งยืน และพัฒนาความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างชาติสมาชิก เพื่อคลี่คลายกรณีพิพาททะเลจีนใต้.<br><br><strong> แหล่งที่มา</strong><br>https://www.thairath.co.th/content/1197473<br><br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/266247185/81d5bb00fc385d2271d61bcbd8033a0b/CiHZjUdJ5HPNXJ92GQBB41jz8NXa5pl14o.jpg" />
         <pubDate>2018-02-22 07:29:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234098974</guid>
      </item>
      <item>
         <title> </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234101644</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-22 07:42:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234101644</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย.ปริญญา อุนันไชย เลขที่26 6/</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234108312</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หัวข้อ</strong><br>ไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน MotoGP ประจำปี 2561 - 2563<br><strong>เนื้อเรื่อง</strong><br>เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้จัดและนักกีฬาการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการโมโต จีพี (MotoGP) ประจำปี 2561 – 2563 เข้าเยี่ยมคารวะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันทดสอบสนามแข่งในช่วงปิดฤดูกาล (Winter Test) ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ <br> นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ไทยได้รับลิขสิทธิ์ให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน MotoGP เป็นระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2561 - 2563) ทำให้ประเทศไทยก้าวเข้ามาเป็น 1 ใน 19 สนามการแข่งขัน MotoGP ของโลก โดยในช่วงแรกไทยจะเป็นสนามทดสอบช่วงปิดฤดูกาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 และจะเป็นสนามที่ 15 ในเดือนตุลาคม 2561 ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกีฬาไทย ซึ่งการแข่งขันและการทดสอบสนามแข่งจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนไทยหันมาสนใจกีฬาประเภทนี้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้แก่ไทยด้วย ซึ่งนักกีฬาที่เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย Mr. Johann Zarco นักแข่งทีม Monster Yamaha Tech 3, Mr. Takaaki Nakagami นักแข่งทีม LCR Honda, Mr. Andrea Iannone นักแข่งทีม Suzuki Ecstar, Mr. Alex Rins นักแข่งทีม Suzuki Ecstar และ Mr. Jack Miller นักแข่งทีม Alma Pramac Racing <br><br>ทั้งนี้ Mr. Ingacio Sagnier ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท Donna Sport กล่าวในนามของของคณะผู้จัดและนักกีฬาฯ ว่า เป็นโอกาสดีที่นักกีฬาทุกคนจะได้เข้าร่วมทดสอบสนามแข่งขันของไทยก่อนที่จะมีการแข่งขันในเดือนตุลาคม พร้อมแสดงความประทับใจในสถานที่ท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะวัดไทยอันมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและงดงามอย่างมาก พร้อมขอเชิญนายกรัฐมนตรีร่วมชมการแข่งขันฯ ในเดือนตุลาคมนี้ด้วย <br><br>ที่มา : www.thaigov.go.th<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/266254651/0c0804b4b5f7016f282b2f83bcdf9de6/t20180215093614_146576.jpg" />
         <pubDate>2018-02-22 08:16:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234108312</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย บุญพิทักษ์  บุญทา เลขที่ 4. ม.  6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234144757</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อข่าว<br>รัสเซียนำคณะนักธุรกิจชั้นนำเยือนไทยเพื่อลงพื้นที่เยี่ยมชมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก<br>เนื้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-22 10:40:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234144757</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย บุญพิทักษ์ บุญทา เลขที่ 4 ม. 6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234151090</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อข่าว<br>รัสเซียนำคณะนักธุรกิจชั้นนำเยือนไทยเพื่อลงพื้นที่เยี่ยมชมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก<br>เนื้อเรื่อง<br>วันนี้ (22 ก.พ.61) นายอเล็กเซย์ กรูซเดียฟ (H.E. Mr. Alexey Gruzdev) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจสหพันธรัฐรัสเซียและคณะนักธุรกิจรัสเซีย เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;<br><br>รองนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมาอย่างยาวนาน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำระดับสูงมาอย่างสม่ำเสมอ และผู้นำทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดและได้มีโอกาสพบปะหารือกันบ่อยครั้ง รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจสหพันธรัฐรัสเซียที่นำคณะนักธุรกิจชั้นนำของรัสเซียมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 21 - 22 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อศึกษาการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลไทยต้องการผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของรัสเซียที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงทางด้านการป้องกันประเทศ ไซเบอร์ ระบบราง โทรคมนาคม การบิน เป็นต้น จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัสเซียจะเข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าวในอนาคต&nbsp;<br><br>ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจสหพันธรัฐรัสเซียกล่าวว่า คณะของรัสเซียที่มาเยือนไทยครั้งนี้มีทั้งภาครัฐและบริษัทชั้นนำมากกว่า 50 บริษัท อาทิ ธนาคาร Sberbank ธนาคาร Vneshekonombank บริษัท Rostec Corporation บริษัท JSC Ilyushin Finance Co. เป็นต้น จึงนับได้ว่าคณะรัสเซียที่มาเยือนไทยครั้งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดมากเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นว่ารัสเซียมีความมุ่งมั่นที่จะสานสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไทยให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น รวมทั้งรัสเซียยังมองเห็นศักยภาพทางด้านการลงทุนในไทยทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหรรมป้องกันประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ ไซเบอร์ รวมทั้งรัสเซียยังยินดีร่วมมือกับธนาคารของไทยในการจัดตั้งกองทุน Innovation Fund เพื่อช่วยให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่หรือ startup ที่มีแนวคิดที่สร้างสรรค์เพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;<br><br>ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจสหพันธรัฐรัสเซียได้เชิญรองนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมทางเศรษฐกิจที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg International Economic Forum) ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 ซึ่งรองนายกรัฐมนตรียินดีรับไปพิจารณา โดยจะประชุมกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว<br><br>ที่มา : www.thaigov.go.th</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-22 11:05:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234151090</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย เกษม คำหล้า เลขที่ 21</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234578324</link>
         <description><![CDATA[<div>ม.6/4<br>หัวข้อข่าว<br><br></div><h1>ไทยบรรลุข้อตกลงเปิดเส้นทางเดินรถไปลาวเพิ่ม รับอาเซียน</h1><div><br>เนื้อเรื่อง<br><strong>กรมขนส่งทางบก บรรลุข้อตกลงธุรกิจเดินรถข้ามประเทศไปลาว รับอาเซียน ส่วนบริษัทรถเอกชน เล็งผุดเส้นทางเพิ่มจากทางน่าน ชี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน&nbsp; </strong><br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ทำข้อตกลงเรื่องการขนส่งทางถนน ระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินรถระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งในตอนนี้นั้นกำลังสำรวจเส้นทางการเดินรถเพิ่มเติม หลังจากที่ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 14 เส้นทาง มีเส้นทางหลัก 10 เส้นทาง ดังนี้<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 1. หนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 2. อุดรธานี-นครหลวงเวียงจันทน์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 3. ขอนแก่น-นครหลวงเวียงจันทน์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 4. กรุงเทพฯ-นครหลวงเวียงจันทน์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 5. อุบลราชธานี-ปากเซ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 6. มุกดาหาร-สะหวันนะเขต<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 7. นครพนม-ท่าแขก<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 8. เชียงใหม่-เชียงราย-บ่อแก้ว-หลวงน้ำทา-อุดมไชย-หลวงพระบาง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 9. อุดรธานี-หนองคาย-วังเวียง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:19,&quot;url&quot;:&quot;https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:19}" data-trix-content-type="image"><img src="https://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/leaf02.jpg" width="19" height="19"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 10. กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-ปากเซ<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสาร ทั้งไม่ประจำทาง และส่วนบุคคล มีทั้งหมด 285 ราย รถโดยสารทั้งหมด 677 คัน เพื่อทำให้เกิดการค้าระหว่างกันและกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการรถสาธารณะในประเทศไทย มีโครงการที่จะเพิ่มเส้นทางการเดินรถมุ่งสู่ประเทศลาว โดยออกทางจังหวัดน่าน เนื่องจากมองว่าเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากหลวงพระบาง และสามารถช่วยกระตุ้นชายแดน จ.น่าน ให้คึกคักยิ่งขึ้นได้ โดยสถิติการส่งออกในปี 2555 อยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่ปี 2556 เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท จึงทำให้ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น<br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-23 05:53:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234578324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ภานุพงศ์ ธีรภาฤกษ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234671654</link>
         <description><![CDATA[<div>หัวข้อข่าว<br>ไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ครั้งที่ 8<br>เนื้อหา<br>วันนี้ (23 ก.พ.61) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) ครั้งที่ 8 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยองค์ประกอบคณะกรรมการประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ครั้งที่ 8 จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 15 – 16 มิถุนายน 2561 ณ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกประกอบด้วย กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย</div><div>&nbsp;</div><div>การประชุมนี้เป็นเวทีหารือเฉพาะของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เนื้อหาหลักของการประชุมเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการสร้างความเชื่อมโยงในพื้นที่อนุภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีเชิญชวนคนไทยให้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ให้การต้อนรับผู้นำที่จะเดินทางมาร่วมประชุมในไทย เพื่อให้การจัดการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากผู้นำประเทศสมาชิกที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุม</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>ที่มา : www.thaigov.go.th</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-23 13:36:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/234671654</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย บุุญฤทธิ์ สว่างพัฒนกุล ม6.4  23</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/235109973</link>
         <description><![CDATA[<h1>สปป.ลาว จุดหมายปลายทาง นักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน</h1><ul><li>23 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08:25 น.</li><li>| เปิดอ่าน 1,687</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:40,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/view_design_v3/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_fb.png&quot;,&quot;width&quot;:40}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/view_design_v3/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_fb.png" width="40" height="40"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:40,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/view_design_v3/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_twitter.png&quot;,&quot;width&quot;:40}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/view_design_v3/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_twitter.png" width="40" height="40"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>&nbsp;</div><div><a href="https://plus.google.com/share?url=https://www.posttoday.com/aec/news/541500"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:40,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/view_design_v3/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_google_share.png&quot;,&quot;width&quot;:40}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/view_design_v3/viewMicrosite/aec/resources/img/icon/icon_google_share.png" width="40" height="40"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br></a><br></div><div>&nbsp;</div><div><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:493,&quot;url&quot;:&quot;https://www.posttoday.com/media/content/2018/02/23/348C94003A684F298383290CBB5A774E.jpg&quot;,&quot;width&quot;:740}" data-trix-content-type="image"><img src="https://www.posttoday.com/media/content/2018/02/23/348C94003A684F298383290CBB5A774E.jpg" width="740" height="493"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:1,&quot;url&quot;:&quot;https://ads3.bangkokpost.co.th/www/delivery/lg.php?bannerid=8269&amp;campaignid=4314&amp;zoneid=2045&amp;loc=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Faec%2Fnews%2F541500&amp;referer=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Faec%2Fnews&amp;cb=18f261f1b0&quot;,&quot;width&quot;:1}" data-trix-content-type="image"><img src="https://ads3.bangkokpost.co.th/www/delivery/lg.php?bannerid=8269&amp;campaignid=4314&amp;zoneid=2045&amp;loc=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Faec%2Fnews%2F541500&amp;referer=https%3A%2F%2Fwww.posttoday.com%2Faec%2Fnews&amp;cb=18f261f1b0" width="1" height="1"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><strong>โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง<br></strong><br></div><div><br></div><div>ช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ นักท่องเที่ยวจีน เกาหลี และไทย แห่ท่องเที่ยว หลวงพระบาง วังเวียง และเวียงจันทน์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน สปป.ลาว โดยมีอัตราการเข้าพักโรงแรมมากกว่า 90% ในเวียงจันทน์ ส่งผลให้รัฐบาล สปป.ลาว วางมาตรการควบคุมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ดำเนินตามกฎหมาย<br><br></div><div>แหล่งข่าวจากภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ระบุว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนใน สปป.ลาวปีนี้ มีนักท่องเที่ยวหลักจาก 3 ชาติแรกที่เดินทางมาเที่ยวมากสุด ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวจีน นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ และนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนสัดส่วน 50% นิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง และอีก 50% นิยมเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว หรือทัวร์ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลำดับ ที่ 4 ที่นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน สปป.ลาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเดินทางด้วยตนเอง เนื่องจากเวียดนามมีอาณาเขตติดต่อกับ สปป.ลาว<br><br></div><div>สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 3 อันดับแรกที่นักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางไปเยือน สปป.ลาว ได้แก่ หลวงพระบาง วังเวียง และเวียงจันทน์ ตามลำดับ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดทั้งปีโดยพบว่าตั้งแต่วันที่ 5-25 ก.พ. 2561 มี<br><br></div><div>อัตราการจองเพื่อเข้าพักโรงแรมในเวียงจันทน์มากกว่า 90%ขณะที่มาตรการรองรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน รัฐบาล สปป.ลาว ได้เฝ้าระวังความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทั้งควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวดำเนินกิจการตามกฎระเบียบที่กฎหมายกำหนด และเฝ้าระวังไม่ให้มีทัวร์ผิดกฎหมายนอกจากนี้ เมืองหลวงพระบางยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ น้ำตกกวางสี (ตาดกวางสี) ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางทางทิศใต้ 30 กิโลเมตร ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวลาวและชาวต่างชาติ ซึ่งนอกเหนือจากมิติด้านการท่องเที่ยว หลวงพระบางยังมีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคเหนือของ สปป.ลาว อีกทั้งกำลังก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษหลวงพระบาง<br><br></div><div>ตามด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมลำดับที่ 2 คือ วังเวียง เมืองท่องเที่ยวในแขวงเวียงจันทน์ ด้วยฉายากุ้ยหลินแห่งเมืองลาว เมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน และธรรมชาติที่สมบูรณ์ รวมถึงมีแม่น้ำไหลผ่าน ดังนั้นกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปเยือนวังเวียง คือ การกระโดดน้ำที่บลูลากูน ลำธารสีฟ้าคราม รายล้อมด้วยภูเขา<br><br></div><div>และต้นไม้ใหญ่ นอกจากนี้วังเวียงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ ถ้ำจัง วัดเวียงแก้ว และลำน้ำซอง ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเยือน<br><br></div><div>ขณะที่เมืองเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ของ สปป.ลาว มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมได้แก่ ประตูชัย หรือปะตูไซของชาวลาว ซึ่งเป็นคำประสมระหว่างปะตู หมายถึงประตูและไซ คือชัยชนะ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการกอบกู้เอกราชจากฝรั่งเศสช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และตลาดกลางคืนเวียงจันทน์ตั้งอยู่หลังอาคารหัวเว่ย ในนครหลวงเวียงจันทน์ แหล่งศูนย์รวมวัยรุ่นและนักท่องเที่ยว พบร้านค้าท้องถิ่น และร้านค้าจากนักลงทุนต่างประเทศ อาทิ จีน และไทย ซึ่งขยายตัวตามอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว<br><br></div><div>ด้วยกิจกรรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ของคนลาว สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเยือนไม่ต่ำกว่าปีละ 4 ล้านคน มากกว่าครึ่งของประชากรทั้งหมดใน สปป.ลาว<br><br></div><div>ศึกษาข้อมูลต่อได้ที่ <a href="https://www.posttoday.com/aec/news/541500">https://www.posttoday.com/aec/news/541500</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-25 16:49:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/takati_1234/ucmwr51uisl5/wish/235109973</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
