<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>PROMPT Quick Scan Class Activities by บุศราพร เจริญกูล</title>
      <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i</link>
      <description>สร้างกิจกรรมเพื่อเสริมความเข้าใจเรื่องการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วย PROMPT</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-07-19 08:44:01 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-07-31 12:45:19 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ข้อมูลที่ 1</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869076</link>
         <description><![CDATA[<p>นักเรียนพิจารณาว่าข้อมูลนี้เป็น ข่าวจริง หรือ ข่าวปลอม พร้อมให้เหตุผลประกอบโดยใช้หลัก PROMPT (Presentation, Relevance, Objectivity, Method, Provenance, Timeliness) </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/1283948566/35130c2b34595d73c435529cfbb508d8/518422524_1390368076430779_6859532043988846929_n.jpg" />
         <pubDate>2025-07-19 08:44:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869076</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อมูลที่ 2</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869080</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลระดมกำลังกวาดล้างคดีหลอกลวงออนไลน์</strong><br>          นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาล โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA รายงานสถิติการร้องเรียนในช่วงปี 2567 พบมีโฆษณาหลอกลวงกว่า 3,381 เรื่อง ทั้งการหลอกลงทุน แอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียง ขายสินค้าปลอม รวมถึงการปลอมแปลงเป็นสถาบันการเงินหรือสร้างเพจปลอม สร้างความเสียหายรวมกว่า 19,000 ล้านบาท ในเวลาเพียง 1 ปี ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) รายงานว่า ในปี 2567 มีการแจ้งความคดีอาชญากรรมไซเบอร์มากกว่า 400,000 คดี มูลค่าความเสียหายรวมสูงกว่า 60,000 ล้านบาท และในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีการแจ้งความสะสมแล้วถึง 166,000 คดี กว่า 50% เป็นคดีเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์ ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายหลักคือ “ผู้หญิงวัยทำงาน” คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 64% สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ใช้งานดิจิทัลประจำตกเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ<br>         รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ยกระดับการกำกับดูแล หากยังพบความเสี่ยง แพลตฟอร์มอาจถูกจัดให้เป็น “แพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง” ซึ่งต้องปฏิบัติตามหน้าที่เพิ่มเติมตามกฎหมาย และจะมีบทลงโทษหากฝ่าฝืน โดยล่าสุด สพธอ. ได้ออกประกาศ ที่ ธพด. 4/2568 เรื่อง กำหนดรายชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 20 แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา<br>“รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและรับมือกับปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยเฉพาะการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้กฎหมาย DPS ซึ่งได้มีการวางกลไกการดำเนินงานที่ครอบคลุม ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงการปฏิบัติ เสริมบทบาทความรับผิดชอบของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ต่อเนื้อหาที่ปรากฏบนระบบของตนเอง ขอย้ำเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ต้อง ตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรมทางออนไลน์ทุกครั้ง หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยสามารถแจ้งผ่านสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 1441 หรือเว็บไซต์ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://www.thaipoliceonline.com"><strong>www.thaipoliceonline.com</strong></a>” นายอนุกูล กล่าว</p>]]></description>
         <pubDate>2025-07-19 08:44:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869080</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อมูลที่ 3</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869083</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>“พงศ์กวิน” ตั้งคณะกรรมการไล่บี้การใช้แรงงานผิดกฎหมาย</strong><br>        นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการจ้างงาน สภาพการจ้าง การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายในกลุ่มแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมาย การจัดตั้งที่ปรึกษาและคณะกรรมการตรวจสอบฯ ในครั้งนี้ จะมีคณะกรรมการรวมจำนวน 15 ราย โดยมีที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ รวมถึงหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงแรงงานเข้าร่วมด้วย เพื่อบูรณาการแผนปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด<br>        นายพงศ์กวิน กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน พบว่าในหลายพื้นที่ยังมีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานเด็กและแรงงานต่างด้าว รวมถึงกลุ่มทุนจากต่างชาติบางส่วนที่เข้ามาใช้แรงงานในไทยอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น กลุ่มทุนจากจีน กลุ่มทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทย ความเป็นธรรมในตลาดแรงงาน และการคุ้มครองสิทธิแรงงานในระยะยาว<br>ตามนโยบาย “การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยอย่างเร่งด่วน” กระทรวงแรงงานได้เร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อแก้ไขปัญหาการจ้างงานผิดกฎหมาย และสร้างโอกาสการทำงานของแรงงานไทยในทุกมิติ<br>        นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังเน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานไทย โดยกำหนดงานในอาชีพหรือวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด 27 อาชีพ คือ 1.งานแกะสลักไม้ 2.งานขับขี่ยานยนต์ ยกเว้นงานขับรถยก (forklift) 3.งานขายทอดตลาด 4.งานเจียระไนเพชร/พลอย 5.งานตัดผม/เสริมสวย 6.งานทอผ้าด้วยมือ 7.งานทอเสื่อ หรืองานทำเครื่องใช้ด้วยกก หวาย ฟาง ไม้ไผ่ ขนไก่ เส้นใย ฯลฯ 8.งานทำกระดาษสาด้วยมือ 9.งานทำเครื่องเขิน 10.งานทำเครื่องดนตรีไทย 11.งานทำเครื่องถม 12.งานทำเครื่องทอง/เงิน/นาก 13.งานทำเครื่องลงหิน14.งานทำตุ๊กตาไทย 15.งานทำบาตรพระ 16.งานทำผ้าไหมด้วยมือ 17.งานทำพระพุทธรูป 18.ทำร่มกระดาษ/ผ้า 19.งานนายหน้า/ตัวแทน 20.งานนวดไทย 21.งานมวนบุหรี่ 22.งานมัคคุเทศก์ 23.งานเร่ขายสินค้า 24.งานเรียงอักษร 25.งานสาวบิดเกลียวไหม 26.งานเลขานุการ 27.งานบริการทางกฎหมาย<br>มีแรงงานได้เข้ามาประกอบอาชีพสงวนสำหรับคนไทยที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบอาชีพ เช่น คนจีนที่มาเป็นมัคคุเทศก์หรือไกด์นำเที่ยว เมียนมาร์หรือกัมพูชาที่มาค้าขายในตลาดท้องถิ่น รวมถึงเมียนมาร์ ที่ทำงานในร้านนวดแผนไทยหรือการขายสินค้าตามแผงลอย เพื่อป้องกันการแย่งอาชีพและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของแรงงานไทย ดังนั้น การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวจึงต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อให้แรงงานต่างด้าวทำงานได้อย่างถูกต้องตามประเภทงานที่กฎหมายกำหนด และไม่กระทบต่อสิทธิของแรงงานไทย<br>ที่มา<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.facebook.com/share/p/1RVcCpX25V/">https://www.facebook.com/share/p/1RVcCpX25V/</a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/1283948566/1eeb7797fb7606c58fbed57e462e936a/_______1.PNG" />
         <pubDate>2025-07-19 08:44:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869083</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อมูลที่ 4</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869091</link>
         <description><![CDATA[<p>        ปภ. แจ้ง 43 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม คลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 19 - 24 ก.ค. 68<br>        วันนี้ (18 ก.ค. 68) เวลา 12.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 43 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม อ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ระดับน้ำเพิ่มขึ้นฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลง ในช่วงวันที่ 19 – 24 ก.ค. 68 โดยจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง และพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างเคร่งครัด<br>         นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศฉบับที่ 2 (182/2568) ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 19 - 24 กรกฎาคม 2568 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนบน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวตอนบน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้มีประกาศฉบับที่ 12/2568 ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2568 มีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ เฝ้าระวังกิจกรรมทางน้ำและการสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และเฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง จึงขอแจ้งพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ระหว่างวันที่ 19 - 24 กรกฎาคม 2568</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/1283948566/adc0cfccb6c1ac6c49a3e8291fe3d937/518240590_1389549963179257_203439178771058540_n.jpg" />
         <pubDate>2025-07-19 08:44:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869091</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 4</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869092</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล</p><p><mark>1.การนำเสนอ</mark> --&gt;ข่าวรายงานเชิงประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยใช้รูปแบบภาษาทางราชการ มีการแจกแจงรายละเอียดภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เช่น น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม คลื่นลมแรง พร้อมระบุช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวัง และพื้นที่เสี่ยง 43 จังหวัด แสดงถึงความพยายามสื่อสารอย่างชัดเจน ครอบคลุม และมีลำดับขั้นตอน</p><p><br></p><p><mark>2.ความสัมพันธ์กัน</mark> --&gt;ข้อมูลจากหลายหน่วยงานมีความเชื่อมโยงกัน ได้แก่</p><p><br></p><p>กรมอุตุนิยมวิทยา → รายงานร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง</p><p><br></p><p>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ → รายงานเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำและระดับน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ</p><p><br></p><p>ปภ. → นำข้อมูลจากทั้งสองหน่วยงานมาสังเคราะห์เพื่อออกประกาศเตือนภัย</p><p>สิ่งเหล่านี้แสดงถึงการประสานงานเชิงระบบที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันคือการป้องกันภัยและช่วยเหลือประชาชน</p><p><mark>3.วัตถุประสงค์</mark> --&gt;เพื่อเตือนภัยล่วงหน้าแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง</p><p><br></p><p>เพื่อเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่และเครื่องมือช่วยเหลือในพื้นที่</p><p><br></p><p>เพื่อลดความเสียหายจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น</p><p><br></p><p>เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><mark>4.วิธีการ</mark>​--&gt;ใช้การเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและทรัพยากรน้ำ</p><p><br></p><p>จัดเตรียมทีมเผชิญเหตุ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และแผนระบายน้ำ</p><p><br></p><p>ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก</p><p><mark>5.พิสูจน์หรือยืนยัน</mark> --&gt;อ้างอิงประกาศจากหน่วยงานทางวิชาการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา (ประกาศฉบับที่ 2) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (ประกาศฉบับที่ 12)</p><p><br></p><p>ข้อมูลเชิงพื้นที่และสภาพอากาศมีแหล่งอ้างอิงชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศจริงในช่วงฤดูฝน</p><p><br></p><p>ใช้ข้อมูลสถิติเก่าของพื้นที่เสี่ยงซ้ำในการกำหนดจุดเฝ้าระวัง</p><p><br></p><p><br></p><p><mark>6.ทันเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน</mark> --&gt;ข่าวรายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 68 ล่วงหน้าก่อนช่วงเสี่ยงภัย (19–24 ก.ค. 68)</p><p><br></p><p>เป็นข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง</p><p><br></p><p>ช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ทันท่วงที</p>]]></description>
         <pubDate>2025-07-19 08:44:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523869092</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523879069</link>
         <description><![CDATA[<p>ชี้ชัดแล้ว ! สารสำคัญในกัญชาป้องกันโควิดได้ รวมถึงโอมิครอน</p><p>สารประกอบในกัญชาสามารถป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 ได้โดยการปิดกั้นการเข้าสู่เซลล์ ตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ในสัปดาห์นี้โดยนักวิจัยจาก Oregon State University รายงานการวิจัยเรื่อง “<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://pubs.acs.org/doi/10.1021/acs.jnatprod.1c00946">Cannabinoids Block Cellular Entry of SARS-CoV-2 and the Emerging Variant</a>s” เผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อวันจันทร์โดย Journal of Natural Products</p><p>      นักวิจัยพบว่ากรด <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.sawasdeeclinic.com/cannabis-marijuana-and-cannabinoids/">cannabinoid</a> สองชนิดที่พบได้ทั่วไปในกัญชาพันธุ์ต่างๆ กรด cannabigerolic หรือ CBGA และกรด cannabidiolic หรือที่เรียกว่า CBDA สามารถจับโปรตีนขัดขวางของ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิด Covid-19 โดยการจับกับโปรตีนขัดขวาง สารประกอบสามารถป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์และทำให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาจนำเสนอแนวทางใหม่ในการป้องกันและรักษาโรคกัญชามีศักยภาพทั้งในการป้องกันและรักษาการติดเชื้อโควิด โดยการทำงานจองสาร CBDA และ CBGA ซึ่งสารตั้งต้นของ CBD ในตัวยากัญชาในปัจจุบันที่สำคัญ คือการทำงานของกัญชานั้น สามารถต่อต้านเชื้อโควิดสายพันธ์โอมิครอนได้ ซึ่งเป็นข่าวดีต่อการรักษาคนไข้และป้องการกันติดเชื้อในวงกว้าง เนื่องจากสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในการหลีกเลี่ยงแอนติบอดีต่อเชื้อ SARS-CoV-2 ในระยะเริ่มแรก หรือดื้อต่อการใช้วัคซัน</p><p>ก่อนหน้านี้มีการศึกษาเรื่องการนำกัญชามารักษาปอดในคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด ดังที่รายงานไปแล้วนั้น พบว่า&nbsp;<strong>สารสกัดจากรากของต้นกัญชาจากการวิจัยในหลอดทดลอง มีผลช่วยรักษาเซลล์เนื้อเยื่อของปอด จึงมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำการทดลองวิจัยอย่างจริงจังและรวดเร็วที่สุด เพื่อจะนำไปฟื้นฟูเซลล์</strong><a rel="noreferrer noopener" href="https://www.thairath.co.th/tags/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%94"><strong>เนื้อเยื่อปอด</strong></a><strong>ที่ถูกทำลายจากโควิด-19 ให้กลับมาใกล้เคียงเดิมมากที่สุด</strong>&nbsp;รวมถึงอวัยวะอื่นๆ ของมนุษย์ด้วย ซึ่งถือว่าจะเป็นประโยชน์มหาศาลในวงการการแพทย์</p><p>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษากัญชาพันธุ์ไทยครอบคลุมทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ด้านเคมีและข้อมูลสายพันธุกรรม พบว่า มีสารสำคัญ THC และ CBD ปริมาณสูง รวมถึงรากของกัญชา ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยรักษาเนื้อเยื่อของปอด ซึ่งตรงกับข้อมูลขณะนี้ ที่พบว่าผู้ที่ป่วยโควิด-19 แม้จะหายแล้ว แต่เนื้อเยื่อปอดจะถูกทำลายไป</p><p>ทั้งนี้ ยังมีงานวิจัยในต่างประเทศที่พบว่า <strong><em>กัญชาช่วยลดอาการปอดอักเสบรุนแรงที่เรียกว่า “cytokine storm”</em></strong> ซึ่งทำให้เกิดอาการหายใจลำบากเฉียบพลันอย่างรุนแรงเนื่องจากโควิด-19 เนื่องจากพืชกัญชา มีสารสำคัญอย่างสารแคนาบินอยด์ Cannabinol มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ซึ่งภูมิคุ้มกันนั้น <strong><em>จะช่วยต้านทานโรคได้ และช่วยลดการอักเสบ</em></strong> และมีสารเทอร์ปีน (Terpenes) สารสำคัญ อีกชนิดที่ช่วยรักษาอาการอักเสบรุนแรง ต้นตอให้เกิดปอดเสียหาย หลายประเทศจึงศึกษานำกัญชามารักษาอาการโควิด-19</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/1283948566/2c270fc78ad14caf0ca3b3afe1d31b84/_______________________.png" />
         <pubDate>2025-07-19 09:24:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523879069</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523880207</link>
         <description><![CDATA[<p><a rel="noopener" class="Hnk30e indIKd" href="https://www.facebook.com/ChulalongkornHospital/posts/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%9B-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7/523852237065742/">รับประทานผงชูรสมากไป ทำให้ผมร่วง</a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/1283948566/e585dfb4bb898b232e814651e1041563/180503101011YDsd.png" />
         <pubDate>2025-07-19 09:28:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523880207</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523881483</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันได้รับการประกาศเช่นนี้ บ่อย มากและฉันต้องบอกว่าฉันไม่ได้ซื้อส่วนใหญ่ สำหรับฉันดูเหมือนว่าข้อความเหล่านี้ไม่มีวงแหวนแห่งความจริง แต่ความจริงคืออะไร? อันที่จริง ฉันไม่ได้ใช้เวลามากในการคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างไดโนกับไก่ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องลงมือแล้ว และหลังจากการค้นคว้า นี่คือสิ่งที่ฉันมี:</p><p>“ไทแรนโนซอรัสเร็กซ์เป็นแค่ไก่ตัวใหญ่จริงๆ” อย่างจริงจัง? การเปรียบเทียบพื้นฐานที่สุดแสดงให้เราเห็นว่า ทีเร็กซ์ มี "แขน" และไก่มีปีก ทีเร็กซ์ มีปากอ้ากว้างที่เต็มไปด้วยฟัน ไก่มีจะงอยปาก ดังนั้นเพียงแค่ไม่มี ทีเร็กซ์ ไม่ใช่ไก่แน่นอน</p><p>ไก่เป็นญาติสนิทที่สุดกับไทแรนโนซอรัสเร็กซ์ นั่น ไม่ใช่ข้อความเท็จ แต่มันทำให้เข้าใจผิดมาก นี่เป็นการเปรียบเทียบ: ชิมแปนซีและมนุษย์มี DNA เดียวกันถึง 96% เห็นได้ชัดว่ามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน ดังนั้น การพูดว่ามนุษย์เป็นญาติสนิทกับชิมแปนซีนั้นเป็นเรื่องจริง กล่าวได้ว่าพลเมืองของ Keokuk ทุกคนในไอโอวาเป็นญาติสนิทกับชิมแปนซีก็เป็นความจริงเช่นกันเนื่องจากคนดีทั้งหมดใน Keokuk เป็นมนุษย์ แต่มันทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความจริง ดูเหมือนว่าผู้คนจาก Keokuk จะใกล้ชิดกับชิมแปนซีมากกว่าคนอื่น Birds และ T. rex แบ่งปันข้อมูลทางพันธุกรรมบางอย่างเหมือนกัน (แต่อาจไม่มีที่ไหนเลยใกล้ถึง 96%) ดังนั้นจึงเป็นความจริงที่จะบอกว่านกและ T. rex มีความเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องจริงด้วยซ้ำที่จะบอกว่านกเป็นญาติสนิทที่สุดกับ T. rexถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่เกี่ยวข้องกันมากนัก การพูดว่าไก่ (กลุ่มย่อยของนก) และ ทีเร็กซ์ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดทำให้เราย้อนกลับไปสู่การหมุนที่ทำให้เข้าใจผิด ไก่อยู่ใกล้ T. rex มากกว่านกอื่น ๆ หรือไม่? ไม่น่าจะเป็นไปได้! ให้ฉันเอาชนะคุณเหนือหัวด้วยการเปรียบเทียบอีกครั้งหนึ่งแล้วฉันจะไปต่อ คิดว่านกเป็นถั่วเยลลี่ โรบินเป็นถั่วเยลลี่เชอร์รี่ อินทรีเป็นถั่วเยลลี่ชะเอม และไก่คือถั่วเยลลี่มะนาว แม้ว่าจะมีความแตกต่างที่ชัดเจน แต่ก็มีลักษณะเฉพาะเหมือนกัน คุณจึงมองเห็นได้ว่าทุกคนเป็นสมาชิกของกลุ่มใหญ่กลุ่มเดียวกัน T. rex เป็นบาร์ Snickers เขาเป็นลูกกวาด แต่เขาไม่ใช่เยลลี่บีน มีความสัมพันธ์แต่ ทีเร็กซ์ ไม่ใช่นกและไม่ใช่ไก่อย่างแน่นอน</p><p>“ไก่สืบเชื้อสายมาจากทีเร็กซ์โดยตรง” พวกเขาสืบเชื้อสายมาจาก ทีเร็กซ์ หรือไม่? พูดได้คำเดียวว่าไม่ ในรูปแบบการจำแนกสัตว์ T. rex และไทรันโนซอรัสอื่นๆ ทั้งหมด รวมทั้งไก่และนกอื่นๆ ทั้งหมดเข้าข่ายอยู่ในอันดับย่อย Theropoda Theropods เป็นสัตว์กลุ่มใหญ่และหลากหลายที่มีกระดูกกลวงและแขนขาสามนิ้วเหมือนกัน กลุ่มย่อยหนึ่งของธีโรพอดคือ clade coelurosauria และนกทั้งหมดและไทรันโนซอรัสทั้งหมดอยู่ในกลุ่มที่เล็กกว่านี้เช่นกัน ซีลูโรซอร์มีขนเหมือนกัน ใช่ ไทรันโนซอรัสมีขน—มีการค้นพบขนนกในสองสปีชีส์แล้ว และนักวิทยาศาสตร์สงสัยว่ามีพวกมันอยู่ที่ไหนสักแห่งบนร่างของไทรันโนซอรัสทั้งหมดอย่างน้อยก็ช่วงหนึ่งของชีวิต ภายใน coelurosauria มีกลุ่มย่อยจำนวนหนึ่ง กลุ่มหนึ่งคือ Tyrannosauroidea ที่มี T. rex และลูกพี่ลูกน้องของเขาทั้งหมด อีกกลุ่มคือ Maniraptoriformes ซึ่งรวมถึงไก่และนกอื่นๆ ทั้งหมด ทั้งสองกลุ่มนี้แยกจากกันเมื่อนานมาแล้ว ย้อนกลับไปในยุคจูราสสิค สมมุติว่านกและไทรันโนซอรัสอยู่รวมกันในครอบครัวเดียวกันแต่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะ ดังนั้น ทีเร็กซ์ จึงกลาย เป็น ว่า ไม่ใช่ปู่ของไก่—เขาเป็นเหมือนญาติหางเสื้อมากกว่า</p><p>“ไก่ก็คือไดโนเสาร์” นักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการและนักบรรพชีวินวิทยาเกือบทุกคนมีค่ากับเกลือของพวกเขามานานแล้ว ได้ข้อสรุปว่านกสืบเชื้อสายมาจากไดโนเสาร์โดยตรง และแน่นอนว่าไก่ก็คือนก ทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่านกไม่ได้ สืบเชื้อสายมา จากไดโนเสาร์ แต่จริงๆ แล้ว เป็น ไดโนเสาร์</p><p>ประมาณ 66 ล้านปีก่อน มีภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อทั้งโลก นักวิทยาศาสตร์ค่อนข้างแน่ใจว่าเหตุการณ์จริงคือดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 10 ไมล์ ซึ่งชนเข้ากับอ่าวเม็กซิโก ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่าการสูญพันธุ์ของยุคครีเทเชียส–ปาลีโอจีน กว่าสามในสี่ของสายพันธุ์ที่มีชีวิตบนโลกถูกกำจัดออกไป แมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลา พืชและกิ้งก่าจำนวนมากก็หายไปในทันที สัตว์ใหญ่แทบทุกตัวหายตัวไป รวมทั้ง T. rex และไดโนเสาร์อื่นๆ ทุกตัว ยกเว้นเธอราพอดตัวเล็กกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่บนทวีปทางใต้—พวกนก หลังจากนั้นนกและสัตว์อื่นๆ ที่เหลือไม่กี่ตัวที่รอดชีวิตได้แพร่กระจายไปทั่วโลกและพัฒนาเป็นสายพันธุ์ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน นกชนิดหนึ่งที่มีวิวัฒนาการในเอเชียคือนกป่าสีแดง และไก่เป็นนกในประเทศของนกตัวนั้น</p><p>ดังนั้นคุณมีมัน ครั้งต่อไปที่คุณเรียกไก่ของคุณว่า "ไดโนเสาร์ตัวน้อย" คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณพูดถูกอย่างแน่นอน แต่การเรียกไก่ที่ดุเกินไปของคุณว่า T. rex ก็แค่ทำให้ไกลไปหน่อย</p><p>แปลโดย: Hisokamorro</p><p>ที่มา: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://randyschickenblog.squarespace.com/home/2018/10/7/are-chickens-dinosaurs">https://randyschickenblog.squarespace.com/home/2018/10/7/are-chickens-dinosaurs</a></p><p>อ่านต่อได้ที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://board.postjung.com/1399101">https://board.postjung.com/1399101</a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/1283948566/d75ab269de8347adcffdc515963a2719/1399101_img_vg83pl_w48x_opsbia07.webp" />
         <pubDate>2025-07-19 09:34:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523881483</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 1</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523883507</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล</p><p>1.การนำเสนอ --&gt;ใช้ตัวอักษรสีแดงและเหลืองเพื่อเน้นคำเตือนสื่อสารข้อมูลจากหน่วยงานราชการ พร้อมทั้งแสดงสำเนาหนังสือราชการ</p><p>2.ความสัมพันธ์กัน --&gt;เนื้อหามีความสัมพันธ์กันระหว่าง สถานการณ์ทางธรรมชาติ กับ การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำโขง </p><p>3.วัตถุประสงค์ --&gt;ถ้ามีภัยธรรมชาติและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อมนุษย์หรือไม่</p><p>4.วิธีการ --&gt;ดูจากข้อมูลในภาพ</p><p>5.พิสูจน์หรือยืนยัน --&gt;มีแหล่งที่มา</p><p>6.ทันเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน --&gt;จากข้อมูลอยู่ในช่วงวันที่20-24ก.ค.นี้ ซึ่งถือว่าทันเหตุการณ์</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-19 09:42:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523883507</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 2</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523883773</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล</p><p>1.การนำเสนอ --&gt;นำเสนอในรูปแบบข่าวแถลงการณ์จากรองโฆษกรัฐบาลเน้นข้อมูลเชิงสถิติและมาตรการตอบโต้</p><p>2.ความสัมพันธ์กัน --&gt;กลไกนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายทำงานประสานกันตั้งแต่ระดับแผนไปถึงภาคปฏิบัติข่าวเชื่อมโยงระหว่าง จำนวนคดีหลอกลวงออนไลน์ ที่เพิ่มสูงขึ้น</p><p>3.วัตถุประสงค์ --&gt;เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึง ความรุนแรงของภัยไซเบอร์ส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรมออนไลน์และร่วมแจ้งเบาะแส</p><p>4.วิธีการ --&gt;รายงานสถิติความเสียหายและจำนวนคดีแบบละเอียด ประกาศกฎหมายใหม่กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความเสี่ยงสูง</p><p>5.พิสูจน์หรือยืนยัน --&gt;ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานทางราชการ ได้แก่ สพธอ. บช.สอท. กระทรวงดิจิทัล และรองโฆษกรัฐบาล สถิติคดีและความเสียหายเป็นตัวสะท้อนความร้ายแรงของปัญหา</p><p>6.ทันเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน --&gt;มาตรการเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ข่าวรายงานข้อมูลถึง ช่วงครึ่งแรกของปี 2568</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-19 09:43:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523883773</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 3</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523883865</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล</p><p>1.<mark>การนำเสนอ </mark>--&gt;เป็นการนำเสนอในรูปแบบ ข่าวเชิงนโยบายที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางของรัฐบาล ในการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยมีเป้าหมายเพื่อ คุ้มครองแรงงานไทย และ รักษาความมั่นคงในตลาดแรงงานของประเทศ ไม่ใช่การรายงานเหตุการณ์ด่วน แต่เป็นการสื่อสารนโยบายต่อสาธารณชนโดยตรง</p><p>2.<mark>ความสัมพันธ์กัน</mark> --&gt;ข่าวแสดงให้เห็นว่า รัฐบาล (กระทรวงแรงงาน) ตอบสนองต่อปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย โดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุม ตรวจสอบ และดำเนินการอย่างจริงจัง</p><p>เป็นการ นำนโยบาย "จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว" มาปฏิบัติจริง เพื่อแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนที่มีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ</p><p>3.<mark>วัตถุประสงค์</mark> --&gt; เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันการแย่งอาชีพของแรงงานไทย รวมถึงรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ</p><p>4.<mark>วิธีการ</mark> --&gt;  มีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการจ้างงานแรงงานต่างด้าว&nbsp;</p><p>มีการตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวในกลุ่มอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น มัคคุเทศก์ (ไกด์), ร้านนวดแผนไทย, หรือการขายสินค้า&nbsp;</p><p>มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการทำงานที่ผิดกฎหมาย&nbsp;</p><p>5.<mark>พิสูจน์หรือยืนยัน </mark>--&gt;มีแหล่งที่มา จากเพจของกระทรวงแรงงาน </p><p>6.<mark>ทันเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน </mark>--&gt;ข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช2568 เป็นข้อมูลล่าสุดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจุบัน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-19 09:43:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523883865</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 5</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523884063</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล</p><p>1.การนำเสนอ --&gt;การศึกษาของนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Oregon State พบว่า สาร CBGA และ CBDA ซึ่งเป็นสารประกอบในพืชกัญชา มีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน โดยสารทั้งสองสามารถจับกับโปรตีนหนาม (Spike Protein) ของไวรัส และป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ของมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่แสดงว่า CBD ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสารจากกัญชา อาจช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อปอดที่ได้รับความเสียหายจากการติดเชื้อ ช่วยลดการอักเสบ และลดโอกาสของการติดเชื้อซ้ำในระยะยาว</p><p>2.ความสัมพันธ์กัน --&gt;หลังจากอ่านข้อมูลนี้ ควร <strong>ติดตามงานวิจัยเพิ่มเติม</strong> เพื่อดูผลในมนุษย์ และ <strong>ไม่ใช้กัญชาเพื่อรักษาโควิดด้วยตนเอง</strong> เพราะยังไม่มีการรับรองทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ.</p><p>3.วัตถุประสงค์ --&gt;เพื่อ นำเสนอข้อมูลการวิจัย ที่แสดงให้เห็นว่า สารประกอบในกัญชา โดยเฉพาะ CBDA และ CBGA มี ศักยภาพในการป้องกันและรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมถึงสายพันธุ์โอมิครอน โดยอธิบายถึง กลไกการทำงานของสารในกัญชา ในการป้องกันไวรัสไม่ให้เข้าสู่เซลล์ รวมทั้งยกตัวอย่างการศึกษาเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศ ที่สนับสนุนการใช้กัญชาในการรักษาอาการของผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะการฟื้นฟูปอดและลดการอักเสบรุนแรงในร่างกาย</p><p>4.วิธีการ --&gt;นักวิจัยจาก Oregon State University ใช้เทคนิค <strong>Affinity Selection–Mass Spectrometry (AS-MS)</strong> เพื่อคัดเลือกสารประกอบจากกัญชา ได้แก่ <strong>CBDA และ CBGA</strong> ที่สามารถจับกับโปรตีนหนาม (Spike protein) ของไวรัส SARS-CoV-2 ได้ จากนั้นจึงนำสารเหล่านี้ไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ (in vitro) โดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยง เพื่อดูว่าสารสามารถ <strong>ยับยั้งไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์</strong></p><p>5.พิสูจน์หรือยืนยัน --&gt;งานวิจัยจาก <strong>Oregon State University</strong> เผยแพร่วันที่ <strong>10 มกราคม 2022</strong> ในวารสาร <em>Journal of Natural Products</em> พบว่า <strong>สาร CBDA และ CBGA จากกัญชา</strong> สามารถจับกับโปรตีนของไวรัสโควิด-19 และ <strong>ยับยั้งการเข้าสู่เซลล์</strong> ได้ในระดับห้องปฏิบัติการ (in vitro) โดยเฉพาะสายพันธุ์อัลฟาและโอมิครอน</p><p>6.ทันเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน --&gt;ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ <strong>10 มกราคม 2022 </strong>ต่อมามีรายงานข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการวิจัยนี้ในวันที่ <strong>12–13 มกราคม 2022</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet.com/butsaraporntah/prompt-quick-scan-class-activities-u9uzubs79v8pwt0i/wish/94PGWnnY4DX4WLRV" />
         <pubDate>2025-07-19 09:44:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523884063</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 6</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523884220</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล</p><p><mark>1.การนำเสนอ --&gt;</mark>ใช้รูปภาพการ์ตูนเพื่อให้เป็นจุดเด่นและใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายเพื่อให้ผู้อ่านทำความเข้าใจกับสิ่งที่ต้องการนำเสนอ</p><p><mark>2.ความสัมพันธ์กัน --&gt;</mark> ผมร่วงอาจไม่ได้เกิดจากการรับประทานผงชูรสมากเกินไปแต่เกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น พันธุกรรม การขาดโปรตีน แต่ยังไม่มีคำตอบทางวิทยาศาสตร์หรือรายงานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัด</p><p><mark>3.วัตถุประสงค์ --&gt;</mark>เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคผงชูรสและความสัมพันธ์กับการผมร่วง รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของการผมร่วงและเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพผมที่ดี</p><p><mark>4.วิธีการ --&gt;</mark></p><p><mark>5.การพิสูจน์หรือยืนยัน--&gt;</mark> มีการยืนยังจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่น่าเชื่อถือ</p><p><mark>6.ทันเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน --&gt;</mark> ข้อมูลยังไม่เป็นปัจจุบัน เพราะได้เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ซึ่งผ่านมาเกือบปีแล้ว</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-19 09:45:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523884220</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 7</title>
         <author>butsaraporntah</author>
         <link>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523884297</link>
         <description><![CDATA[<p>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล</p><p><mark>1.การนำเสนอ </mark>--&gt;บทความนี้นำเสนอโดยใช้ คำถามตั้งต้น ที่น่าสนใจว่า “ไก่เป็นไดโนเสาร์หรือไม่?” เพื่อดึงดูดให้ผู้อ่านอยากรู้คำตอบ แล้วจึงค่อย ๆ อธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ภาษาง่าย ๆ ไม่ยากจนเกินไปสำหรับคนทั่วไป มีการอธิบายเรื่องวิวัฒนาการของไดโนเสาร์กับนก พร้อมเปรียบเทียบลักษณะต่าง ๆ เช่น ขา ขน และโครงสร้างกระดูก เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างไดโนเสาร์กับไก่ นอกจากนี้ยังมีการสรุปตอนท้ายเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่า นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันเห็นว่า “ไก่” ก็คือ “ไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง” ที่ยังไม่สูญพันธุ์</p><p>2.<mark>ความสัมพันธ์กัน</mark> --&gt;เนื้อหาในบทความแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งมีชีวิตในอดีต อย่างไดโนเสาร์ กับ สิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน อย่างไก่ โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น กลุ่มที่เรียกว่า “Theropoda” ซึ่งเป็นกลุ่มของไดโนเสาร์ที่เดิน 2 ขา และมีโครงสร้างคล้ายกับนก ผู้อ่านจะได้รู้ว่า แม้ไก่จะไม่ได้มาจากไดโนเสาร์ชนิดเดียวกับทีเร็กซ์โดยตรง แต่ก็อยู่ในกลุ่มญาติของกัน ทำให้เห็นว่าข้อมูลต่าง ๆ ในบทความมีความเชื่อมโยงและอธิบายเป็นเหตุเป็นผลอย่างดี</p><p><mark>3.วัตถุประสงค์</mark> --&gt;บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องของวิวัฒนาการและความเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิต ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านได้มองเห็นว่า ไก่ไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงธรรมดา แต่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ยุคโบราณอย่างไดโนเสาร์ด้วย และยังช่วยให้ผู้อ่านรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว และน่าสนใจ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือน่าเบื่อ</p><p><mark>4.วิธีการ --&gt;</mark>วิธีการเขียนของบทความนี้เริ่มจากการตั้งคำถาม แล้วค่อย ๆ อธิบายโดยใช้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มาเป็นหลัก เช่น โครงสร้างของขาและขนของไดโนเสาร์ กับไก่ในปัจจุบัน มีการเปรียบเทียบที่เข้าใจง่าย เช่น เปรียบไก่กับไดโนเสาร์ว่าเป็น "ญาติห่าง ๆ" ไม่ใช่ลูกหลานโดยตรง วิธีนี้ทำให้ผู้อ่านไม่รู้สึกสับสน นอกจากนี้ยังใช้ ภาษาง่าย ๆ ไม่เป็นทางการมาก เพื่อให้เหมาะกับผู้อ่านทุกวัย โดยเฉพาะนักเรียนหรือคนที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์ลึก ๆ</p><p><mark>5.พิสูจน์หรือยืนยัน</mark> --&gt;บทความนี้มีการยืนยันข้อมูลด้วย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่น่าเชื่อถือ เช่น การกล่าวถึงกลุ่มของไดโนเสาร์ที่เรียกว่า Theropoda ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีลักษณะเหมือนนก เช่น มีขาสองข้าง เดิน 2 ขา และบางชนิดมีขน อีกทั้งยังมีหลักฐานจาก ฟอสซิล หรือซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่นักวิทยาศาสตร์ขุดค้นพบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีลักษณะทางร่างกายบางอย่างคล้ายกับนกในปัจจุบัน รวมทั้งไก่ด้วยและบทความยังอ้างถึงแนวคิดของ นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ที่ยอมรับว่า นกในยุคนี้ รวมถึงไก่ เป็น “ไดโนเสาร์ที่ยังไม่สูญพันธุ์” ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากงานวิจัยและการศึกษาทางชีววิทยา จึงถือว่าเป็นการยืนยันที่มีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่แค่ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน</p><p>6.<mark>ทันเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน</mark> --&gt;บทความนี้ถือว่า ทันสมัยและสอดคล้องกับความรู้ในปัจจุบัน เพราะใช้แนวคิดล่าสุดในวงการวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ที่เป็นหัวข้อที่มีการศึกษาต่อเนื่องทั่วโลก และมีการพูดถึงกันมากในยุคนี้ เช่น การใช้ DNA และฟอสซิลในการวิเคราะห์สายพันธุ์ของสัตว์ต่าง ๆ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-19 09:46:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/butsaraporntah/u9uzubs79v8pwt0i/wish/3523884297</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
