<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สมัยธนบุรี by Nawarat</title>
      <link>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยความชื่นชอบการผจญภัย</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-06-08 02:39:31 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-07-28 09:59:24 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>บทเพลงในสมัยกรุงธนบุรี</title>
         <author>nawarat1836</author>
         <link>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1598454829</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื่องจากยุคสมัยนี้หลักฐานทางด้านดนตรีเเละวรรณกรรมไม่ค่อยเด่นชัดจึงมีบทเพลงค่อนข้างน้อยเเละบวกกับการมีระยะเวลาอันสั้นเพียง 15 ปี ส่วนมากบทเพลงที่จะนิยมในช่วงนั้นคือบทละคร เรื่องรามเกียรติ์ เเละมีเพลงที่ใช้ในเรื่องคือ เพลงสาธุการ เเละเพลงพญาเดิน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-06-10 13:01:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1598454829</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพลงสาธุการ</title>
         <author>nawarat1836</author>
         <link>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1598456398</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง มีความหมายของเพลงเพื่อแสดงการน้อมไหว้และเคารพบูชา เป็นเพลงประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ มีบทบาทสำคัญทั้งในงานพระราชพิธีและพิธีของประชาชนทั่วไป ในวัฒนธรรมดนตรีของไทย ใช้เพลงสาธุการเป็นเพลงแรก ฝึกหัดฆ้องวงใหญ่ก่อนที่จะเรียนเพลงอื่น ๆ โดยผู้เรียนจะต้องผ่านการครอบหรือยกครู ทำนองทางฆ้องเพลงสาธุการเป็นลูกฆ้องอิสระที่เอื้ออำนวยให้นักดนตรี แสดงภูมิปัญหา สร้างสรรค์ พัฒนาทำนองและการใช้มือฆ้อง ทำให้เพลงนี้มีทางเพลงมากมายในปัจจุบัน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพลงสาธุการเป็นเพลงที่มีรูปแบบและทำนองทางฆ้องกำหนดไว้อย่างมีกฎเกณฑ์ คือส่วนที่เป็นประโยคนำ 1 ประโยค ส่วนที่เป็นเนื้อทำนอง 54 ประโยค เนื้อทำนองแบ่งเป็นเที่ยวแรกและเที่ยวหลัง มีลักษณะรูปแบบ ABAC ทำนองเที่ยวแรกเริ่มจาก รูปแบบ A ถึง B เที่ยวหลังย้อนซ้ำทำนองที่รูปแบบ A แล้วแยกทำนองไปยังรูปแบบ C ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า สาธุการเที่ยวน้อยหรือพระเจ้าเปิดโลก ส่วนระดับเสียงลูกตกมี 6 เสียงคือ เสียงเร มี ฟา ซอล ลา และที</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพลงสาธุการกำกับจังหวะด้วยหน้าทับสาธุการ จัดเป็นหน้าทับเฉพาะ กำหนดชุดของทำนองออกเป็นท่า ท่าหนึ่งแบ่งเป็น 4 ตอน แต่ละตอนจะมีความยาวเท่ากับ 4 จังหวะหน้าทับปรบไก่ หรือ 4 ประโยคเพลง การกำกับหน้าทับเริ่มด้วยเสียงตะโพนนำ จากนั้นจึงเป็นทำนองดนตรี ใช้หน้าทับกำกับทำนอง 3 ท่า แล้วออกตอนที่ 1 ลงจบด้วยสองจังหวะท้ายของตอนที่ 4 สำหรับทำนองทางฆ้องเพลงสาธุการในตำแหน่งเดียวกันและในตำแหน่งอื่นซึ่งมีระดับเสียงลูกตกเดียวกัน มีความหลากหลายในการดำเนินทำนองและการใช้มือฆ้อง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=3nSJBplQsS0" />
         <pubDate>2021-06-10 13:01:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1598456398</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มีวงดนตรี 3 ประเภท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1603455261</link>
         <description><![CDATA[<div>1.วงปี่พาทย์<br>&nbsp;เป็นวงที่ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีประเภทตี เป่า และเครื่องประกอบจังหวะ ใช้บรรเลงในงานพระราชพิธีและพิธีต่าง ๆ แบ่งได้ 3 ขนาด คือ&nbsp; 1 2 3<br>&nbsp; &nbsp; วงปี่พาทย์เครื่องห้า แบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่</div><ul><li>ปีพาทย์เครื่องห้าอย่างหนัก จะใช้สำหรับการบรรเลงในการแสดงมหรสพหรืองานในพิธีต่าง ๆ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีต่าง ๆ ดังนี้คือ ฆ้องวงใหญ่ ปี่ใน กลองทัด ตะโพน และฉิ่ง</li><li>ปีพาทย์เครื่องห้าอย่างเบา ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีต่าง ๆ ดังนี้ คือ กลองชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง ปี่ และทับหรือโทน</li><li>วงปี่พาทย์เครื่องคู่ เหมือนวงปี่พาทย์เครื่องห้า เพียงแต่เพิ่มระนาดทุ้มและฆ้องวงเล็กเข้าไป</li><li>วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ เหมือนวงปี่พาทย์เครื่องคู่ เพียงแต่เพิ่มระนาดเอกเหล็กและระนาดทุ้มเหล็กเข้าไป</li></ul><div>นอกจากนี้วงปี่พาทย์ยังมีอีก 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ</div><ul><li>วงปี่พาทย์นางหงส์</li><li>วงปี่พาทย์มอญ</li><li>วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์</li></ul><div><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.disciplesofspess.com/wp-content/uploads/2019/04/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-1024x388.jpg" />
         <pubDate>2021-06-13 15:33:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1603455261</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1919736258</link>
         <description><![CDATA[<p> 2.วงมโหรี</p><p>เกิดจากการประสมกันระหว่าง 1)วงบรรเลงพิณ (โบราณาจารย์เรียก การขับร้องเป็นลำนำพร้อมกับการดีดพิณน้ำเต้า ในคนๆเดียว แต่มึสองลำนำขึ้นไปประสานเสียงกันว่า "วง") และ 2) วงขับไม้ (ผู้สีซอสามสายเป็น ลำนำ ร่วมกับผู้ไกวบัณเฑาะว์) เกิดขึ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่าสมัยกรุงสุโขทัย ภายหลังจึงประสมเครื่องดนตรีเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ เป็นวงมโหรีเครื่องสี่. หก. และประสมเครื่องดนตรีวงปี่พาทย์ตามวิวัฒนาของวงปี่พาทย์เครื่องคู่. และเครื่องใหญ่แต่มีระเบียบวิธีที่เป็นข้อยึดถือเสมอมา คือ กำหนดให้ซอสามสาย และการขับร้องเป็นประธาน และยึดบันไดเสียงกลุ่มเสียงระดับเพียงออ ร่วมกับเน้นลักษณะการขับกล่อม เป็นสำคัญ แม้นเมื่อประสมด้วยเครื่องปี่พาทย์ตามยุคต่าง ๆ ก็ดี ดุริยางคศิลปิน มักจะสร้างสรรค์ให้เครื่องปี่พาทย์ปรับเข้าหาเครื่องสาย และใช้โทน รำมะนา ในการกำกับจังหวะ เนื่องจากเป็นวงประเภทการขับกล่อมเพื่อสุนทรีย์ ด้วยการปรับขนาดเครื่องดนตรีให้เล็กลงเพื่อให้เสียงกลมกลืนกันกับเครื่องสาย และกำหนดให้เสียงลูกยอดของระนาดเอกจะพอดีกับเสียงนิ้วก้อยสายเอกของซอด้วง ตลอดจนเมื่อขนาดของเครื่องดนตรีปี่พาทย์เล็กลงจะใช้ไม้นวมบรรเลง</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="http://thailandclassicalmusic.com/thaimusic/mhore3.jpg" />
         <pubDate>2021-11-30 07:02:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1919736258</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1919739443</link>
         <description><![CDATA[<p>3.วงเครื่องสาย</p><p>&nbsp; ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย อันได้แก่เครื่องสี (ซอด้วงและซออู้) และเครื่องดีด (จะเข้) เป็นหลัก มีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า (ขลุ่ย) เป็นส่วนประกอบ ใช้โทนรำมะนาบรรเลงจังหวะหน้าทับ และใช้ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง ร่วมบรรเลงประกอบจังหวะ วงเครื่องสายเป็นวงดนตรีประเภทที่ใช้บรรเลงขับกล่อมเพื่อความบันเทิงเริงรมย์ เหมาะสำหรับการบรรเลงในอาคาร นิยมใช้บรรเลงในงานมงคล เช่น พิธีมงคลสมรสและงานเลี้ยงสังสรรค์ เป็นต้น และมิได้ใช้บรรเลงสำหรับประกอบการแสดงนาฏศิลป์</p><p>   แต่ต่อมามีเครื่องดนตรีของชาติต่างๆ เข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด ดังปรากฏในหมายกำหนดการของพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นว่า “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิณพาทย์ไทย พิณพาทย์รามัญ มโหรีไทย ฝรั่ง มโหรีญวน เขมร ผลัดเปลี่ยนกันสมโภช 2 เดือนกับ 12 วัน” ในงานสมโภชพระแก้วมรกต</p>]]></description>
         <enclosure url="https://1.bp.blogspot.com/_-DPRqRg30MI/TU8BAxwuLLI/AAAAAAAAABw/vq3oW2lSrK8/s320/mahoree02.jpg" />
         <pubDate>2021-11-30 07:04:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1919739443</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวอย่างเครื่องดนตรีในสมัยธนบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1919759626</link>
         <description><![CDATA[<p>โหม่ง ฉาบใหญ่ ฉิ่ง ฉาบเล็ก ตะโพน ปี่ใน ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ปี่นอก กลองทัด ระนาดเอกเหล็ก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ว มีอื่นๆ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://3.bp.blogspot.com/-AttmjYcnUFk/UtZ39-GVd1I/AAAAAAAAAEo/uDmePhJ6ewo/s1600/art300652_8.jpg" />
         <pubDate>2021-11-30 07:20:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nawarat1836/Bookmarks/wish/1919759626</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
