<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ฐานข้อมูลมัสยิดในปทุมธานี by kanthika sriudom</title>
      <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s</link>
      <description>สร้างขึ้นอย่างฉับไว</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-08-12 03:54:08 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f319.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>1 มัสยิดเราะห์มัดรัสมี</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834923</link>
         <description><![CDATA[<div>เลขที่จดทะเบียน :13/2496</div><div>ที่อยู่ :หมู่ 3 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี</div><div>ชื่อผู้ดูแล :นาย มัคคะเว้น ซันนุ (อิหม่าม)</div><div><em>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประวัติความเป็นมา</em>มัสยิดเราะห์มัดรัศมี</div><div><em>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </em>&nbsp; มัสยิดในช่วงกลางรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี) ได้มีพระราชโองการให้ขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำนครนายก ซึ่งพื้นที่นั้นเป็นป่าตีนเขา มีประชาชนอาศัยอยู่น้อยมาก มีความยาวประมาณ 53 กิโลเมตร กว้าง 6 เมตร ลึก 3.2 เมตร เริ่มขุดเมื่อปี พ.ศ.2433 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2540 ใช้ระยะเวลาในการขุดประมาณ 7 ปี โดยจัดตั้งบริษัทคลองแลคูนาสยามดำเนินการ แล้วพระราชทานนามว่า “คลองรังสิตประยูรศักดิ์” ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางด้านชลประทานและการเกษตรกรรม&nbsp;<br>ชาวไทยมุสลิมกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งในพื้นที่คลองรังสิตสายตรงระหว่างคลอง 12 และคลอง 13 บริเวณมัสยิดเราะห์หมัดรัสมีในปัจจุบัน คือ แชนุห์ มีภรรยา คือ โต๊ะมี ถิ่นฐานเดิมมาจากปากลัดพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าจับจองที่ดินประมาณ 1,000 ไร่ ส่งเงินให้แก่สหกรณ์ฯ หลังจากแชนุห์สิ้นไปแล้ว บุตรชายของท่านโต๊ะหะยีหมัด ซันนุ (โต๊ะมะ) อยู่บางมด ได้เข้ามายึดถือที่ดินทำผ่อนเงินสหกรณ์ต่อ มีครอบครัวน้อง ๆ ของท่าน 4 คน (แชเต๊ะ, แชแอ, โต๊ะสี, แชหวัง) ร่วมกันทำนา&nbsp;<br>จนในที่สุดประมาณ 50 ปี ต่อมาจึงได้มีการก่อสร้างมัสยิดขึ้นเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ฝาผนังก่ออิฐ เทปูนพื้นแต่ไม่ได้ยกพื้น ขนาดกว้างประมาณ 4 วา ยาวประมาณ 5 วา โดยมีนายฮัจยีซัน ซันนุ อิหม่ามมะ มอและ นายลี มอและ และ แชพร ล้ำประเสริฐ ซึ่งเป็นหลานๆ ของแชนุห์เป็นผู้ร่วมกันดำเนินการก่อสร้างมัสยิดขึ้นบนที่ดินของนายวินัย นุชมี (บุตรของโต๊ะหะยีหมัด ซันนุ) บริจาคให้จำนวน 200 ตารางวา จดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2496 และตั้งชื่อว่า “มัสยิดเราะห์หมัดรัสมี” โดยมีนายมะ มอและ เป็นอิหม่ามท่านแรก (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 – พ.ศ. 2519)<br>ปัจจุบันมัสยิดเราะห์หมัดรัสมี มีที่ดินทั้งสิ้น 6 ไร่ 8 ตารางวา เป็นที่ตั้งมัสยิด 1 ไร่ 2 งาน กุโบร์ (สุสาน) 5 ไร่ 6 ตารางวา มีสัปปุรุษ จำนวน 21 ครอบครัว ชาย 197 คน หญิง 75 คน รวม 272 คน โดยมี นายมัคคะเว้น ซันนุ เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/cfbbbdb1a1618d845dedf5e5927767d2/_________.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834923</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 มัสยิดอาลียิสซากีรอยน์ (ลำสนุ่น)</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834926</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp;<mark>&nbsp;ในปี พ.ศ. 2498 </mark>ฮัจยีอิหม่ามอับดุลเราะห์มาน ดำชะไว ได้ทำการจดทะเบียนมัสยิดเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม ได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนประถมศึกษาขึ้น โดยใช้ชั้นล่างของมัสยิดเป็นที่ทำการเรียนการสอน<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<mark>&nbsp;จนกระทั่งต่อมาในปี พ.ศ. 2502</mark> กระทรวงศึกษาธิการจัดงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารเรียน<br>“<em>โรงเรียนประชาบาลลำสนุ่น</em>”&nbsp; ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่จึงได้ขอใช้ที่ดินฝั่งตรงข้ามมัสยิด เพื่อสร้างเป็นอาคารเรียนหลังใหม่โดยใช้ชื่อ “<em>โรงเรียนลำสนุ่น</em>”&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <mark>ในปี พ.ศ.2553</mark> มัสยิดได้รับคัดเลือกจากวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมโครงการ “<em>ลานบุญ ลานปัญญา</em>” โดยใช้เป็นศาสนสถานในการจัดกิจกรรมเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในชุมชนให้มาร่วมกันทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับศาสนาและกิจกรรมที่สร้างให้เกิดประโยชน์และเกิดความสามัคคี ปรองดอง <br><br><mark>ที่อยู่</mark> : มัสยิดอาลีย์ยิสซากีรอยน์ลำสนุ่น<br><a href="https://goo.gl/maps/WxfPmN6Rib5oVLQA6">https://goo.gl/maps/WxfPmN6Rib5oVLQA6</a><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/68a63d79335ed1a1fcd416cd95a3600f/4BEF8222_8E44_4369_BB80_FD155EE3D55E.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834926</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4 มัสยิดอัลอะลา</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834928</link>
         <description><![CDATA[<pre><mark>ที่อยู่</mark> : หมู่ 5 <em>ซอยคลองหลวง54 ถนนพหลโยธิน</em> ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120    </pre><div>&nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><pre> <strong><mark>ประวัติความเป็นมา</mark></strong></pre><blockquote><pre><a href="https://goo.gl/maps/7WC8hajVYyhpq3bg9">มัสยิดอัลอะลา</a> ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2538 
โดยได้ว่ากัฟเนื้อที่เพื่อทำการก่อสร้างมัสยิด 1 ไร่ 
อุทิศโดย อัลมัรฮูม ฮัจยีอับดุลเราะห์มาน อาดำ อัลมัรฮูมะห์ ฮัจยะห์ กาแย ฮัจยะห์มารียะห์ อาดำ และฮัจยี อับดุลเลาะห์ อาดำ และได้รับทะเบียนเป็นมัสยิดในปี พ.ศ 2540 หมายเลขทะเบียน 28/2540 ซึ่งเมื่อก่อนหน้านี้หลายสิบปีก่อนมีอาคารมัสยิดอัลอะลา ชุมชนในคลองหนึ่งได้ประกอบศาสนกิจในทุกวันศุกร์ ณ มัสยิดแก้วนิมิตร ซึ่งเป็นมัสยิดเก่าแก่แต่เดิม แต่ด้วยความมากของสัปปุรุษ และความยากลำบากในการเดินทาง จึงเล็งเห็นว่าควรจะมีมัสยิดเพิ่มอีก 1 หลัง เพื่อประกอบศาสนกิจตราบจนทุกวันนี้</pre></blockquote><div><br></div><pre>เบอร์ติดต่อ : 0648476975
Google Map : https://goo.gl/maps/7WC8hajVYyhpq3bg9</pre><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/355c0ad2751e5809cc6710b153116165/Picture44.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834928</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3 มัสยิดแก้วนิมิตร      </title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834930</link>
         <description><![CDATA[<pre><strong>เลขที่จดทะเบียน</strong> : 15/2498</pre><div><br></div><pre><strong>ที่อยู่ : หมู่</strong>4 ถนนคลองหลว ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120                                 </pre><div><br></div><pre><strong>โทร</strong> : 029-021385 / 025-168325</pre><div><br></div><pre><strong>ชื่อผู้ดูแล</strong> : นาย มะอิน มะหะหมัด (อิหม่าม)</pre><div><br><strong><mark>ประวัติความเป็นมา</mark></strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong><mark>แก้วนิมิตร</mark></strong> เป็นชุมชนมุสลิมที่อพยพมาจาก<strong>เมืองปัตตานี โดยระยะแรกได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ตำบลสวนพริกไทย</strong> มาปลูกสวนต้นพริกไทย จากนั้นจึงได้แยกย้ายกันทำมาหากินอยู่ที่ต่างๆ <strong>บ้างก็ย้ายไปอยู่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี อยุธยา</strong> เมื่อถึงเวลาละหมาดใหญ่วันศุกร์ก็จะมาร่วมละหมาดพบปะพูดคุยกัน ที่ตำบลสวนพริกไทยได้เกิดน้ำท่วมและสงครามโลก ไม่สามารถเดินทางไปร่วมละหมาดได้ ประกอบกับประชากรเพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดให้มีละหมาดวันศุกร์ที่แก้วนิมิตร เสร็จจากการทำนา ก็จะมาหาสู่กัน มีงานก็จะเชิญร่วมงานทุกครั้ง ทำให้ความสนิทสนมกลับคืนมา</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong><mark>มัสยิดแก้วนิมิตร ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 กิโลเมตรที่ 37 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี </mark></strong><strong>โดยฮัจยีแลแง เป็นอิหม่าม ฮัจยีดาภู เป็นคอเต็บ นายนาวาวี เป็นบิหลั่น</strong>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เดิมมัสยิดเป็นอาคารไม้หลังคามุงจาก ขนาด 8x12 เมตร ด้วยประชากรเพิ่มขึ้นจึงรื้อ แล้วสร้างใหม่เป็นอาคารไม้ ขนาด 10x17 เมตร ต่อมาจึงได้แต่งตั้งให้ ฮัจยีสุดิน มะหะหมัด เป็นอิหม่าม ฮัจยีแวดิง ยิ่งนิยม เป็นคอเต็บ นายอานี อาดำ เป็นบิหลั่น <strong>จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2498</strong> เลขที่เบียน 15/2498 ปี&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>พ.ศ. 2500 ได้รื้ออาคารหลังเก่า</strong> แล้วสร้างอาคารไม้ 2 ชั้น ขนาด 16x16 เมตร ขึ้นแทน ปี 2520 ได้ต่อเติมอาคารมัสยิดเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นไม้ ขนาด 30 เมตร เป็นอาคารติดต่อกัน <strong>สามารถจุสัปปุรุษได้กว่า 1,000 คน</strong> ชั้นล่างเป็นสถานที่สอนศาสนา ภาคฟัรดูอีน มีนักเรียน 300 คน อบรมศึกษาผู้ใหญ่ 50 คน กิจกรรมประจำปีที่มัสยิดได้ดำเนินการอยู่เป็นประจำ คือ กิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา วันอีด ปีเก่า ปีใหม่ เมาลีดินนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ฯลฯ ในเดือนรอมดอนมีการอบรมการอ่านอัลกุรอ่าน แบบมูรอตตัน และกอรี มีการฝึกฝนให้เด็กและเยาวชนได้เป็นผู้นำละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ สลับสับเปลี่ยนกันทุกคืน พยายามส่งเสริมหาโอกาสให้เยาวชนได้รับการศึกษาในระดับสูงต่อไป ซึ่งกำลังติดต่อในประเทศและต่างประเทศ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong><mark>มัสยิดแก้วนิมิตร อยู่ห่างจากถนนพหลโยธินประมาณ 400 เมตร</mark></strong> การคมนาคมสะดวก มีรถโดยสารประจำทางตลอด 24 ชั่วโมง มีสถานที่จอดรถ ใกล้กับสถานที่ราชการ ย่านโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต สถาบันเอไอที มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพวิทยาเขตรังสิต สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตปทุมธานี สนามกีฬาธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต โลตัส โรงกษาปณ์ ฯลฯ เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นที่รองรับคณะราชการ ทหาร ตำรวจ เอกชน จากในประเทศและต่างประเทศ ในแถบ เอเซียน และตะวันออกกลาง ที่มาปฏิบัติศาสนกิจ (ละหมาด) ขณะที่มาอบรมในประเทศไทย จัดโครงการดะวะห์ (เผยแพร่อิสลาม) มีผู้เข้าร่วมประมาณ 30,000 คน จากมุสลิมในประเทศและทั่วโลก รวม 2 ครั้ง เมื่อเอเซียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ คณะผู้นำนักกีฬา จากประเทศอาเซียน สื่อมวลชนได้ขอใช้สถานที่ทำสารคดีเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรม <strong>(ภาษามาลายู)</strong> ในเขตมัสยิดแก้วนิมิตร เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป พร้อมทั้งหน่วยงานเคลื่อนที่ของราชการ และเอกชน ขอใช้สถานที่เป็นศูนย์กลางบริการประชาชน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ต่อมาได้รื้ออาคารไม้ที่ทรุดโทรม</strong> และสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น ขนาด 16x24 เมตร พร้อมด้วยหออะซาน (หอคอย) <strong>ได้เริ่มก่อสร้างวันที่ 5 สิงหาคม 2544</strong> ใช้งบประมาณ ประมาณ 20,000,000 บาท ปัจจุบันอาคารมัสยิดแก้วนิมิตร ที่สร้างต่อติดกันเสร็จแล้วประมาณ 90% รวมอาคารมัสยิดแก้วนิมิตรที่สร้าง 3 ช่วงอาคารติดต่อกัน กว้าง 18x72 เมตร</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong><mark>โดยชุมชนมุสลิมแก้วนิมิตร</mark></strong><mark> เป็นชุมชนเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์มายาวนานชุมชนหนึ่งของ จังหวัดปทุมธานี</mark>ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยมุสลิมที่ดำรงจริยวัตรตามศาสนบัญญัติมาช้านานจวบจนกระทั่ง ปัจจุบันและยังคงดำรงอัตลักษณ์การเป็นชุมชนมุสลิมอยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความเป็น พลวัตของสังคม&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ชุมชนมุสลิมแก้วนิมิตรยังคงยืนตระหง่านท้าทายการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่โดยรอบของชุมชนซึ่งค่อยๆ กลายมาเป็นย่านชุมชนเมือง ย่านอุตสาหกรรม ดังที่ด้านหน้าของชุมชน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต โรงงานแปรรูปชิ้นส่วนไก่สด โรงงานผลิตโพลีเอสเตอร์ และโรงงานผลิตยางรถยนต์ เป็นต้น ด้วยสภาพความเป็นเมืองอุตสาหกรรมของจังหวัด ปทุมธานีจึงเป็นความท้าทายในการดำรงอยู่ของชุมชนดั้งเดิม และความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตามชุมชนมุสลิมแก้วนิมิตรยังคงสามารถดำรงอัตลักษณ์การเป็นชุมชนมุสลิม อยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่โดยรอบดังกล่าว อันเนื่องมาจากชุมชนยังคงดำรงวิถีปฏิบัติของ ชาวมุสลิมตามหลักศาสนบัญญัติที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา กล่าวคือ <strong>ภายในชุมชนยังคงมีการดำรง จริยวัตรการละหมาด 5 เวลาร่วมกันที่มัสยิดในทุกๆ วัน</strong> อีกทั้งทุกๆ <strong>วันศุกร์</strong>จะมีการละหมาดร่วมกันที่ เรียกว่า <strong><mark>“การละหมาดวันศุกร์”</mark></strong> และมี<strong>การคุตบะฮ์ (เทศนาธรรม)</strong> ซึ่งจะแสดงธรรมแก่ผู้มาเข้าร่วมพิธี&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้มีการเรียนการสอนคัมภีร์อัลกุรอานให้กับเยาวชนซึ่งเป็นการปลูกฝังอัตลักษณ์ของการเป็น ชาวมุสลิมที่ดีตั้งแต่เด็ก อีกทั้งในทุกๆ ตอนเย็นของวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดีจะมีการเรียนการสอน ศาสนาให้กับเยาวชนอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วที่เป็นจริยวัตรของชาวมุสลิมที่ยึดถือปฏิบัติกันมา และชุมชนมุสลิมแก้วนิมิตรก็มีวิถีการปฏิบัติในลักษณะเดียวกันจึงทำให้ชุมชนยังคงดำรงอัตลักษณ์การเป็น ชุมชนมุสลิมอยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงในการกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมของจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในขณะเดียวกันการที่ชุมชนมุสลิมแก้วนิมิตรเป็นชุมชนชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูที่ยังคงใช้ภาษามลายู สื่อสารกันในชุมชน ซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้คนยังคงสื่อสารกันด้วยภาษามลายูที่ใหญ่แห่งหนึ่งของภาคกลาง อีกทั้งเป็นอัตลักษณ์ที่ยังคงปรากฏให้คนทั่วไปได้พบเห็นและเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของชุมชนที่ยังคงดำรงอยู่ได้</div><div><br></div><div><strong><mark>ทิศทางไปยังมัสยิดแก้วนิมิตรคลอง1 (คลองหลวง)&nbsp;</mark></strong></div><div><strong>ด้วยขนส่งสาธารณะ</strong>สายต่อไปนี้ มีเส้นทางที่ผ่านใกล้ๆ มัสยิดแก้วนิมิตรคลอง1&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br><em>รถบัส</em> : <a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/lines/39/4194928/3773499/th?ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">39</a> , <a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/lines/39_%E0%B8%9B%E0%B8%AD_AC/4279021/3775580/th?ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">39 (ปอ.) (AC)</a> , <a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/lines/510_%E0%B8%9B%E0%B8%AD_AC/4279064/3775658/th?ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">510 (ปอ.) (AC)</a> , <a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/lines/520_%E0%B8%9B%E0%B8%AD_AC/4279067/3775439/th?ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">520 (ปอ.) (AC)<br><br></a><strong><mark>เวลาการเดินทางโดยประมาณ&nbsp;</mark></strong></div><ul><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.935039_100.609734&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก สะพานกลับรถหน้าฐานทัพอากาศ, ดอนเมือง 45 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%9A/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.924828_100.625055&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก ส้มตําคั่วแซ่บ, สายไหม 42 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B9%88/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.967824_100.611507&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก ดิโอโร่, ธัญบุรี 38 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/Hot%20Pot/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.960183_100.621791&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก Hot Pot, ลำลูกกา 35 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/B.S.%20Apartment/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.962248_100.621518&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก B.S. Apartment, ลำลูกกา 34 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=14.01849_100.729994&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก โรงพยาบาลธัญบุรี 69 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/Garden%20Steak/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.938301_100.625334&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก Garden Steak, สายไหม 41 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%81/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=14.019668_100.730353&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก ไปรษณีย์คลองหก 70 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%A3/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.954452_100.620873&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก สะพานเจ็ดชั่วโคตร, ลำลูกกา 42 นาที</a></li><li><a href="https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%8A%20200%20%E0%B8%9B%E0%B8%B5/th?tll=14.03124_100.619743&amp;fll=13.986479_100.602174&amp;routeTypes=bus&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite&amp;customerId=4908">จาก สะพานรัตนโกสินทร์สมโภช 200 ปี, เมืองปทุมธานี 41 นาที</a></li></ul><div><br></div><pre><strong>แผนที่โดย Google Map</strong><a href="https://www.google.co.th/maps/dir/14.031398972019925+100.61985537460873/@14.031399,100.6198554,16z/data=!4m7!4m6!1m5!1m1!1s0x0:0x8571fe80a456133f!2m2!1d100.6198554!2d14.031399">https://www.google.co.th/maps/dir/14.031398972019925+100.61985537460873/@14.031399,100.6198554,16z/data=!4m7!4m6!1m5!1m1!1s0x0:0x8571fe80a456133f!2m2!1d100.6198554!2d14.031399</a></pre><div><br></div><pre><strong>แผนที่โดย Moovit Map</strong>https://moovitapp.com/bangkok-2401/poi/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%871/t/th?tll=14.03124_100.619743&amp;customerId=4908&amp;ref=1&amp;poiType=ehsite</pre>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/9606639877ab58299e4ffb502f8bbd2a/mb102416_5a94f1d2af8da_p5.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834930</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1 มัสยิดเจริญอิสลาม </title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834931</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประมาณก่อนปี พ.ศ. 2458 ได้มีประชาชนมุสลิมอพยพมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรากรุงเทพมหานคร โดยมีบุคคล 3 ท่านเป็นผู้นำมา คือ<br><br></div><ol><li>โต๊ะกีซอและฮ์ วงสมัน มาจากหลอแหล กรุงเทพมหานคร</li><li>โต๊ะกีชม มาลี มาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</li><li>โต๊ะกีลี แสงวงษา มาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา</li></ol><div>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ได้พาลูกหลานมาเช่าที่ของหม่อมประภัสสร เกษมศรี ณ อยุธยา อยู่อาศัย ทำนา ส่วนตัวโต๊ะกีซอและฮ์ และครอบครัวไม่ได้ทำนาแต่ค้าขายวัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้รวก จาก ตะปู เป็นต้น ได้ปรึกษาบรรดาชาวบ้านในเรื่องการสร้างมัสยิด โดยไปเรียนขออนุญาตหม่อมประภัสสร โดยอนุญาตปลูกสร้างที่ปากคลองสองใกล้คลองระพีพัฒน์เขตติดต่ออำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นศูนย์ของพื้นที่ ที่ชาวบ้านมาเช่าทำนา ตัวมัสยิดพื้นเป็นไม้รวก ฝามุงด้วยจาก โดยโต๊ะกีซอและฮ์กับชาวบ้านช่วยกันบริจาคเงิน วัสดุก่อสร้างและกำลังกายก่อสร้างจนแล้วเสร็จ และได้ประชุมตั้งชื่อว่า “มัสยิดเจริญอิสลาม” ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นทางการ ประมาณ ปี พ.ศ. 2490 โต๊ะกีซอและฮ์ได้มอบหมายให้โต๊ะกีหวัง วงสมัน ซึ่งเป็นน้องชายดำรงตำแหน่งอิหม่ามประจำมัสยิดเจริญอิสลาม อิหม่ามหวัง วงสมัน ได้ย้ายมัสยิดจากที่เดิมมาสร้างใหม่ห่างจากที่เดิมประมาณ 500 เมตร ตัวมัสยิดเป็นพื้นไม้กระดาน เสาไม้จริง หลังคาสังกะสี ฝาจาก และมีอาคารอเนกประสงค์หรือซุบโต๊ะฮ์ (บาแล) ในเวลาเดียวกันได้สร้างโรงเรียนสามัญอีก 1 หลัง เพื่อให้เยาวชนในหมู่บ้านนี้ได้ศึกษาเหล่าเรียนและได้ตั้งชื่อโรงเรียนนี้ว่า “ท่าโขลง” ปัจจุบันนี้ชื่อ “ปากคลองสอง” ต่อมา โต๊ะกีหวัง วงสมัน ได้ขอจดทะเบียนมัสยิดต่อราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2495 ทะเบียนเลขที่ 11/2495 และได้ขออนุญาตทางราชการในการสร้างโรงเรียนในเวลาใกล้เคียงกัน โดยมีโต๊ะกีหวัง วงสมัน เป็นอิหม่าม โต๊ะกีชม มาลี เป็นคอเต็บ นายหวัง แสงวงษา เป็นบิหลั่น หลังจากนั้นอิหม่ามหวัง วงสมัน ได้รับเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปทุมธานี<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2500 โต๊ะกีหวัง วงสมัน ได้ลาออกจากการเป็นอิหม่ามและได้พาครอบครัวไปอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ในขณะนั้นสัปปุรุษของมัสยิดมีประมาณ 100 ครอบครัว หลังจากโต๊ะกีหวัง วงสมันได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ชลบุรีแล้ว บรรดาสัปปุรุษได้ประชุมเลือกตั้งอิหม่ามขึ้นมาแทน โดยนายหวัง แสงวงษา เป็นอิหม่าม นายการีม แสงวงษา เป็นคอเต็บ นายซัน ยวงเงิน เป็นบิหลั่น ประมาณปี พ.ศ. 2514 นายหวัง แสงวงษาได้ลาออกจากอิหม่าม นายการีม แสงวงษา ได้ลาออกจากคอเต็บ สัปปุรุษได้เลือกนายณรงค์ หวังพิทักษ์ เป็นอิหม่าม นายเฉลิม มาลี เป็นคอเต็บ นายจีรวัฒน์ หวังพิทักษ์ เป็น บิหลั่น ในเวลาต่อมาในสมัยนายณรงค์ หวังพิทักษ์ เป็นอิหม่ามได้มีการบูรณะมัสยิดขึ้นใหม่ เป็นหลังคากระเบื้อง ฝาเป็นกระเบื้องแผ่นเรียบ ประมาณ ปี พ.ศ. 2527 หม่อมประภัสสร ได้ขายที่ดินทั้งหมดจำนวน 1,500 ไร่ ให้กับ นางบุหงา วชิรกรณ์วัฒนา เพื่อทำที่จัดสรร นางบุหงา ได้จัดสรรที่ดินให้มัสยิด 1 ไร่ ให้โรงเรียนที่อยู่ใกล้มัสยิด 4 ไร่ และให้สัปปุรุษที่เช่าทำนาครอบครัวละ 150 ตารางวา สัปปุรุษที่ไม่ได้ทำนาครอบครัวละ 25 ตารางวา ต่อมานายแฉล่ม มาลี ได้เสียชีวิต สัปปุรุษได้เลือกนายจีรวัฒน์ หวังพิทักษ์ เป็นคอเต็บและได้เลือกนายสมศักดิ์ มาลี ซึ่งเป็นบุตรนายแฉล่ม เป็นบิหลั่น ปีพ.ศ. 2535 นายณรงค์ หวังพิทักษ์ และนายจีรวัฒน์ หวังพิทักษ์ ได้ลาออกจากการเป็นอิหม่ามและคอเต็บ สัปปุรุษจึงได้เลือกนายปรีชา แสงวงษา เป็นอิหม่าม นายสมศักดิ์ แสงวงษา เป็นคอเต็บ ตำแหน่งบิหลั่นยังคงเป็น นายสมศักดิ์ มาลี เหมือนเดิม หลังจากนั้นประมาณ 5 ปี คณะกรรมการมัสยิดและสัปปุรุษทั้งหมดโดยการนำของอิหม่ามปรีชา แสงวงษา ได้ประชุมปรึกษาหารือเพื่อจะสร้างมัสยิดขึ้นมาใหม่ เพราะหลังเก่าทรุดโทรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลตำบลท่าโขลง บางส่วนและจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค โดยจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างจนกว่าจะแล้วเสร็จ ราว 5 ถึง 7 ล้านบาท ในขณะที่ประชุมจะก่อสร้างมัสยิดนั้นมีเงินเพียง 23,000 บาท เท่านั้น มติที่ประชุมก็ให้รื้อถอนและสร้างมัสยิดใหม่จึงได้ดำเนินการวางรากฐานอาคารมัสยิดหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้นครึ่ง และอาคารอเนกประสงค์ติดกับมัสยิดอีกหนึ่งหลัง พร้อมกัน ตัวอาคารมัสยิดที่มีขนาดกว้าง ยาว 11×25 เมตร เสาบัง 2 ต้น โดม 3 ลูก อาคารอเนกประสงค์กว้าง ยาว 12×15 เมตร ได้ดำเนินการก่อสร้างเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้แล้วเสร็จไปประมาณ 90% ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 7 ล้านบาท<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/c7e776fb3eea80e3582b18c23a045c6d/2017_05_14.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834931</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 มัสยิดอัซซอลีฮีน</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834936</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>ประวัติความเป็นมามัสยิด&nbsp;<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อปี พ.ศ. 2495 ในพื้นที่ของสหกรณ์การเช่าซื้อที่ดินธัญบุรี มีครอบครัวมุสลิมจากหัวหมากใหญ่กรุงเทพมหานคร นำโดย กีหวัง บุญมาเลิศ และจากคลองสอง ปทุมธานี นำโดย กีชม มาลี ได้อพยพมาจับจองที่ทำกิน ณ พื้นที่ดังกล่าวประมาณ 10 ครอบครัว ต่างปลูกกระต๊อบอยู่รอบๆ ส่วนพื้นที่ตรงกลางเว้นไว้เพื่อประกอบศาสนกิจเป็นประจำทุกวัน ไม่นาน กีชม มาลี ได้อุทิศโรง (โรงควาย) ให้เพื่อใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ จนกระทั่งโรงดังกล่าวเกิดชำรุดทรุดโทรมลง กีหวัง กับ กีชม ได้ร่วมกันต่อตั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง โดยใช้ปรือมุงหลังคาและฝา ใช้เสื่อปูละหมาดบนพื้นดิน และเรียกชื่อว่า “มัสยิด” ยังไม่มีชื่อ โดยมี ฮัจยีนี บุญมาเลิศ บุตรชายของ กีหวัง ทำหน้าที่เป็นอิหม่ามครั้งนั้นมีสัปปุรุษประมาณ 20 คน ขณะเดียวกัน ฮัจยีนี ได้ถูกคัดเลือกจากสมาชิกสหกรณ์ฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานฯ ต่อมาจึงได้ทำเรื่องขอที่ดินเพื่อก่อสร้างมัสยิด ในที่สุดสหกรณ์ได้อนุมัติที่ดินให้จำนวน 10 ไร่ เพื่อเป็นสมบัติของมัสยิด 1 ปีต่อมา กีหวัง ได้ชักชวน ฮัจยีหมัด บุญมาเลิศ ซึ่งเป็นน้องชายของฮัจยีนี มาช่วยสอนอัลกุรอ่านแก่เยาวชน ต่อมาฮัจยีนี ได้มอบตำแหน่งอิหม่ามให้กับฮัจยีหมัด ผู้เป็นน้องชาย ระยะเวลาไม่นาน ฮัจยีหมัด ฮัจยีนี และ กีชม ได้ร่วมกับสัปปุรุษทั้งหมด ช่วยกันสร้างมัสยิดหลังใหม่บนเนื้อที่ 10 ได้ ที่สหกรณ์มอบให้ เป็นโรงหลังคามุงด้วยสังกะสี ใช้ไม้อัดทำฝา แต่ยังใช้เสื่อปูละหมาดบนพื้นดินเหมือนเดิม ครั้งนั้นมีสัปปุรุษเพิ่ม 40 คน หลายปีต่อมา มัสยิดได้ชำรุดทรุดโทรมจนกระทั่งไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ จึงได้ทำการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นเป็นหลังที่ 3 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้อง ยกพื้น มีซูโต๊ะห์ และ ฮัจยีหมัด ได้ตั้งชื่อมัสยิดหลังนี้ว่า “มัสยิดอัซซอลีฮีน” ขณะที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ อิหม่ามฮัจยีหมัด บุญมาเลิศ ได้เสียชีวิตลง ฮัจยีทวี (ไดวี่) บุญมาเลิศ ผู้เป็นน้องชายได้ถูกคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นอิหม่ามแทน และได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ต่อมาได้ทำเรื่องโอนโฉนดที่ดิน 10 ไร่ และขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปทุมธานีเรียบร้อยแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2516 ต่อมา อิหม่ามทวี บุญมาเลิศ ได้อุทิศที่ดินเพิ่มให้กับมัสยิดอีกจำนวน 6 งาน ปัจจุบันมัสยิดมีเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ 2 งาน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มีโรงเรียนสอนศาสนา มีกุโบร์ มีที่จัดสรรให้สัปปุรุษที่ยากจนได้อาศัย มีจำนวนสัปปุรุษ 80 กว่าหลังคาเรือน รวมจำนวนประชากรทั้งหมดประมาณ 500 กว่าคน จากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทำให้มัสยิดคับแคบ คณะกรรมการและสัปปุรุษจึงได้ประชุมกัน และมีมติเห็นควรให้ทำการก่อสร้างมัสยิดขึ้นมาใหม่บนพื้นที่เดิม เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว ยกพื้นสูง ข้างล่างโปร่ง การก่อสร้างได้ดำเนินการไปจนเสร็จแต่ยังไม่สมบูรณ์ อิหม่ามทวี บุญมาเลิศ ได้เสียชีวิตลง คณะกรรมการและสัปปุรุษได้คัดเลือก ฮัจยีนาวาวี บุญมาเลิศ ซึ่งเป็นบุตรของ ฮัจยีหมัด บุญมาเลิศ ให้ดำรงตำแหน่งอิหม่ามคนต่อไป “มัสยิดอัซซอลีฮีน” หลังปัจจุบันเป็นหลังที่ 4 มีที่ดิน 11 ไร่ 2 งาน มีสมาชิก 80 กว่าครอบครัว มีสัปปุรุษ ประมาณ 500 กว่าคน ซึ่งปัจจุบัน ฮัจยีนาวาวี บุญมาเลิศ เป็นอิหม่าม ฮัจยีซาการียา ปาเละ (สมศักดิ์) เป็นคอเต็บ และ นายซียาไว บุญมาเลิศ เป็นบิหลั่น มีคณะกรรมการ 12 ท่าน&nbsp;<br>ที่อยู่<br>https://goo.gl/maps/dXFrU671MNF3VKM67</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/da99791d5b727795c11b183e00ea7ad9/190918_204904.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834936</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1 มัสยิดญันน่าตุ้ลมู่ฮายีรีน</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834937</link>
         <description><![CDATA[<div>มัสยิดมัสยิดญันน่าตุ้ลมู่ฮายีรีน ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ซอยสวนทิพย์) เป็นมัสยิดอีกหลังหนึ่งที่อยู่ในชุมชน คลองสิบสอง (สายเหนือ) โดยแรกเริ่มเดิมที ก่อนที่จะมีมัสยิดญันน่าตุ้ลมู่ฮายีรีนนั้น ย้อนไปในปี พ.ศ. 2524 ณ ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ ฮัจยีนุช ประดับญาติ ได้ทำการวากัฟที่ดิน จำนวน 1 งาน เพื่อสร้างโรงเรียนสอนศาสนา โดยมีครูซัน แสนสุข เป็นผู้สอนในสมัยนั้น และได้ตั้งชื่อโรงเรียนแห่งนี้ว่า โรงเรียนดำรงอิสลาม เพื่อใช้ในการสอนศาสนาในให้แก่เยาวชนในชุมชน และเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ เช่น การละหมาดวันศุกร์ ละหมาดวันตรุษทั้งสอง และอื่นๆ ครั้นเมื่อชุมชนแห่งนี้ได้ขยายกว้างออกไป และมีจำนวนสัปปุรุษเพิ่มมากขึ้น และการใช้โรงเรียนดำรงอิสลามในการประกอบศาสนกิจก็เริ่มคับแคบ และไม่เพียงพอต่อประชากรที่เพิ่มมากขึ้นในชุมชน จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2545 บรรดาผู้อาวุโสและประชาชนในชุมชนได้มีมติในการสร้างมัสยิดขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชน<br>https://goo.gl/maps/f1PVadnKz7VwmyjUA</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/03a144ce96f921d3686d19d58dbef851/190918_205157.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834937</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3 มัสยิดอีกอมาตุลอิสลาม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834938</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br></strong><strong><mark>ประวัติความเป็นมา</mark></strong><strong><br>&nbsp; &nbsp; </strong>มัสยิดอิกอมาตุ้ลอิสลามเริ่มก่อสร้างครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2494 ประมาณ 59 ปีผ่านมาแล้ว โดยชาวบ้านอพยพมาจากคลอง 13 กรุงเทพฯ บางน้ำเปรี้ยว รวมกันได้ประมาณ 30 ครอบครัว โดยสร้างมัสยิดหลังแรกขึ้นโดยใช้ไม้ไผ่ทำโครงหลังคา และใช้ปรือมุงหลังคา ในขณะนั้นท่านอิหม่ามคนแรก คือ อัลมัรฮูมฮัจยีแอล ละม้าย คอเต็บคือ อัลมัรฮูมฮัจยีหวังซัน แสงสุข ส่วนบิหลั่น คือ อัลมัรฮูมฮัจยีหวัง ผิวงาม และใช้ที่มัสยิดนั้นสอนอัลกุรอานและฟัรดูอีนไปพร้อมกัน โดยมีครูสอนขณะนั้นคือ อัลมัรฮูมฮัจยีหวังซัน แสงสุข เป็นผู้สอน ส่วนที่ดินที่ก่อสร้างมัสยิดนั้นผู้ที่วากัฟให้ คือ อัลมัรฮูมฮัจยีแอล ละม้าย กับนายอาจ ละม้าย โดยมีเนื้อที่ 5 ไร่ 4 ตารางวา ซึ่งจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อปี พ.ศ. 2496 ต่อมาได้ก่อสร้างมัสยิดหลังที่ 2 ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยปลูกเป็นโครงไม้หลังคาปูกระเบื้อง 2 ชั้น ในขณะนั้น มีอัลมัรฮูมฮัจยีบูบักกัร ประดับญาติ เป็นอิหม่าม ส่วนคอเต็บ คือ อัลมัรฮูมฮัจยีสมาน ละม้าย และบิหลั่น คือ ฮัจยี ซามูเลาะห์ มูนิคม ต่อมาสัปปุรุษมากขึ้นมัสยิดคับแคบไปจึงได้ก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นอีก คือหลังปัจจุบันที่อยู่ขณะนี้ โดยมีท่านอิหม่ามฮัจยีกาเซ็ม มินมะหะมุด เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน คอเต็บ คือ อัลมัรฮูมฮัจยีสมาน ละม้าย และบิหลั่น คือ ฮัจยีซามูเลาะห์ มูนิคม โดยดำรงตำแหน่ง ณ ปัจจุบันนี้ ส่วนมัสยิดหลังปัจจุบันได้ใช้สอนอัลกุรอานและฟัรดูอีนอีกด้วย โดยมีสัปปุรุษ 150 ครอบครัว หรือประมาณ 700 – 800 คน ต่อมา ท่านอิหม่ามฮัจยีกาเซ็ม เห็นว่าสถานที่สอนนักเรียน คับแคบไป จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการและสัปปุรุษได้ก่อสร้างโรงเรียนสอนศาสนาขึ้นมาอีกหนึ่งหลัง ซึ่งปัจจุบันมี ครูสอนอยู่ 3 คน มีนักเรียน 130 คน ณ ปัจจุบัน &nbsp;</div><pre>ทีมา : <a href="https://www.cicot.or.th/th/mosque/detail/1568/2/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1">ทำเนียบมัสยิด | CICOT.OR.TH</a>
แผนที่มัสยิด : <a href="https://www.google.co.th/maps/dir/14.099012307157528%20100.86930214474648/@14.099012307157528,100.86930214474648,16.5z">แผนที่ google maps</a></pre>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/1bdc1f65b162b59e97770478a63d4f0a/image.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834938</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 มัสยิดมูยาฮิดอุลยานัยนี</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834939</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;มัสยิดมูยาฮิดอุลยานัยนี ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของคลองลากฆ้อน (ฝั่งทิศเหนือ) หมู่ที่ ๒ ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ทะเบียนเลขที่ ๑/๒๕๐๕&nbsp;<br>ตัวอาคารมัสยิดเริ่มแรกสร้างเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง หลังคาสังกะสี ใช้ในการละหมาดและประกอบศาสนกิจ และมีระเบียงทำเป็นบาแลสำหรับการเรียนการสอนศาสนา</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/fdffaab5aaeb7a1308e2e02f3635b44f/pics_2_8.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834939</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1 มัสยิดเราะห์มาตุ้ลเลาะห์ (200ปี)</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834940</link>
         <description><![CDATA[<div>เดิมที่ชุมชนเราะมาตุลเลาะนั้นได้อพยพครอบครัวมาจากชุมชนสวนพริกไทยเหมือนกับชุมชนอื่นๆ เช่น ชุมชนมัสยิดบ้านฉาง อำเภอเมือง (อัลมัรฮูมฮัจยีเลาะห์โทน) ชุมชนสุเหร่าใหม่เจริญ (ลาดด้วน) มัสยิดเราะมาตุลเลาะนั้นได้เกิดขึ้นจากหลายชุมชนที่รวมตัวกัน เพื่อที่จะปฏิบัติละหมาดวันศุกร์ เนื่องจากแยกกันทำไม่สามารถทำได้<br>โดยชุมชนนี้ได้รวมตัวกันจัดสร้างมัสยิดเราะมาตุลเลาะ เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ แต่ปัจจุบันชุมชนบางชุมชนได้แยกตัวออกไปด้วยเหตุผลที่ต่างๆ กัน เดิมมัสยิดเราะมาตุลเลาะนั้นหลังแรกได้ก่อสร้างเป็นแบบง่าย และหลังที่สองได้สร้างเป็นแบบมาตรฐานทรงไทย (ที่เป็นปัจจุบัน) ได้สร้างโดยผู้นำสองคน ได้แก่โต๊ะแชสะนิ และโต๊ะแชมะลี ซึ่งอยู่ที่ชุมชนลาดบัวและชุมชนอื่นๆ ช่วยกัน และหลังที่สามนั้น (อาคารปูนที่อยู่ด้านหลัง) ได้สร้างโดยชุมชน เราะมาตุลเลาะและชุมชนใกล้เคียง เพราะเป็นชุมชนเก่าแก่</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/e9d8dcf4c478cc0c67d1de25c7dc9db0/Picture15.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834940</guid>
      </item>
      <item>
         <title> 8 มัสยิดฟัดลุลลอฮีตาอาลา</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834941</link>
         <description><![CDATA[<pre>เลขที่จดทะเบียน :14/2498                               </pre><div><br></div><pre>ที่อยู่ :หมู่ 4 ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140  </pre><div><br></div><pre>ชื่อผู้ดูแล :นาย มูฮัมหมัด อาดำ (อิหม่าม)</pre><div><br><mark>ประวัติความเป็นมา</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มัสยิดฟัดลุลลอฮีตาอาลา ได้รับการวากัฟ (อุทิศ) ที่ดินในช่วงแรกจากอัลมัรฮูมะห์ฮัจยะห์แมะยี จำนวน 2 งาน เพื่อสร้างอาคารมัสยิด และวากัฟ (อุทิศ) ที่ดินเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 งาน เพื่อทำเป็นกุโบร์ (สุสาน) ต่อมาอัลมัรฮูมะห์ฟาตีมุห์ ลูกสาวอัลมัรฮูมะห์ฮัจยะห์แมะยี ได้วากัฟที่ดินเพิ่มเติมอีกประมาณ 7 ไร่เศษ และในเวลาต่อมาภายหลังฮัจยีมูฮำมัด อัชอารี (จูมัด) ลูกชายอัลมัรฮูมะห์ ฮัจยะห์ฟาตีมุห์ ได้วากัฟที่ดินเพิ่มเติม ทางทิศตะวันออก เนื้อที่กว้าง 2 วา ยาว 40 วา เริ่มจากด้านชายคลองบางโพธิ์ถึงโรงเรียนบางโพธิ์ใหม่<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มัสยิดหลังแรกเป็นอาคารไม้ (บาลาเซาะห์) โดยวัสดุ อุปกรณ์ในการก่อสร้างได้รับความอนุเคราะห์จากโต๊ะแว แลแง และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป เป็นอาคารบาลาเซาะห์ที่ใช้ในการละหมาด และเป็นสถานที่ใช้ในการเรียนการสอนภาคศาสนา ซึ่งบรรดาครูที่ทำการสอนในตอนนั้น ได้แก่ ครูอับดุลลาตีฟ (แชลาเตะห์) ครูอับดุลฆอนี ครูเวาะเลาะห์ขาว ครูแบรี ครูอับดุลวาฮับ ครูอับดุลเลาะห์ (คอเต็บ) ครูอิบรอเฮม (บิหลั่น) ครูมูฮำหมัดมูนีร (อิหม่าม) ครูมุสตอฟา ครูอับดุลเลาะห์ และครู สารีฟะห์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปี พ.ศ. 2505 ก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ เป็นอาคารไม้สองชั้น ทรงมะลิลา ขนาดกว้าง 3 วา ยาว 7 วา<br><br>ปี พ.ศ. 2520 อันผลสืบเนื่องได้มีสัปปุรุษเพิ่มมากขึ้น จึงได้สร้างอาคารเสริมคอนกรีต 2 ชั้น ขนาดกว้าง 4 วา ยาว 7 วา<br><br>ปี พ.ศ. 2525 , 2546 ทำการต่อเติมขยายมัสยิดทางปีกด้านใต้เป็นอาคารเสริมคอนกรีตและบูรณะอาคารไม้มัสยิดหลังเดิม ทางทิศเหนือ<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปี พ.ศ. 2544 คณะกรรมการมัสยิดฟัดลุลลอฮีตาอาลา ได้ขอจดทะเบียนจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมจัดตั้งเป็นศูนย์อบรมคุณธรรม จริยธรรมประจำมัสยิด โดยมี อิหม่ามมูฮำหมัดมูนีร อาดำ เป็นประธานศูนย์อบรม<br><br>ปี พ.ศ. 2549 ได้ขอจัดตั้งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นองค์กรอิสลามแห่งเดียวใน จังหวัดปทุมธานีที่ได้รับการจัดตั้ง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<mark>&nbsp;อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ในอดีต</mark><br><br><mark>อิหม่าม</mark> 1. ฮัจยีอัยยุบ ยิ่งนิยม 2. ฮัจยีมะลี นิยม<br><br><mark>คอเต็บ</mark> 1. นายตอยเย็บ อาดำ 2. นายมาลิก อาดำ 3. ฮัจยีอับดุลเลาะห์ มะหะหมัด<br><br><mark>บิหลั่น</mark> 1. นายอิสฮาก มูฮัมมัด 2. ฮัจยีรอบรอเฮม มะหะหมัด 3. ฮัจยีอับดุลวาฮับ อาดำ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/f7b3aec615307d22af1ed98e28e943eb/85D6BEC8_ABE4_459C_947A_D9D4DA68F1FE.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834941</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มัสยิดมูยาฮิดอุลยานัยนี</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834942</link>
         <description><![CDATA[<div>มัสยิดมูยาฮิดอุลยานัยนี ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของคลองลากฆ้อน (ฝั่งทิศเหนือ) หมู่ที่ ๒ ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ทะเบียนเลขที่ ๑/๒๕๐๕ <br><br>สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๕ โดยมีฮัจยีมะห์มุด ศาสนกุลและฮัจยะห์ฮาลีเมาะห์  ศาสนกุล บริจาคที่ดินประมาณ ๒ ไร่เศษ เพื่อก่อสร้างตัวอาคารมัสยิดและสถานที่ฝังศพ (กุโบร์) โดยมี ฮัจยีมะห์มุด (สมุทร)  ศาสนกุล เป็นอิหม่ามคนแรก ฮัจยีอับรอเฮม (บุญช่วย) ศาสนกุล เป็น คอเต็บ  และนายมาน วันเอเลาะ เป็น บิหลั่น<br><br>ตัวอาคารมัสยิดเริ่มแรกสร้างเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง หลังคาสังกะสี ใช้ในการละหมาดและประกอบศาสนกิจ และมีระเบียงทำเป็นบาแลสำหรับการเรียนการสอนศาสนาต่อมาเมื่อมีสับปุรุษมากขึ้น มัสยิดหลังเดิมคับแคบลง จึงได้ร่วมมือกันเพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียว กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๘ เมตร โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ โดยสับปุรุษได้ร่วมแรงร่วมใจกันทั้งแรงกายแรงใจและกำลังทรัพย์เพื่อก่อสร้างจนสำเร็จได้จนถึงปัจจุบันนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/97b594d058c27e184b7e46b10584216b/84888AA1_FDC5_4C87_843D_90B01BBACDBD.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834942</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6 มัสยิดเนี๊ยะมาติ้ลละห์</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834943</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>มัสยิดเนี๊ยะมาติ้ลและห์<br></strong>10 ถนน อบจ. ปท. สายเลียบคลองลากฆ้อน ตำบล หน้าไม้ อำเภอ ลาดหลุมแก้ว จังหวัด ปทุมธานี 12140<br><br>ประวัติความเป็นมามัสยิดเนี๊ยะมาตินลาห์<br>      ในสมัยรัชการที่ 1 ได้มีพลเมืองทางภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี) อพยพติดตามกองทัพไทยที่ยกไปปราบปรามหัวเมืองที่แข็งเมืองจนสำเร็จมาสู่พระนครและได้รับพระกรุณาให้อยู่ในท้องที่อำเภอปากเกร็ด ตำบลท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี ที่ปากลัด อำเภอ พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และมีนบุรี หนองจอก เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อได้พำนักอยู่ในสถานที่ดังกล่าวแล้ว จึงได้มีการแยกย้ายไปจับจองที่ทำมาหากินกันใหม่ ผู้ที่อยู่ในตำบล ท่าอิฐ ก็ขยายออกไปสู่คลองละหาร คลองลำรี คลองลากค้อน คลองพระพิมล คลองอ่างแตก (ปัจจุบันทางราชการเรียกว่า คลองพระอุดมสอง แต่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า คลองขุดใหม่)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กลุ่มผู้ที่ได้แยกย้ายกันมานั้นมาจากสถานที่ต่างกัน จากสายทางปากลัด อำเภอพระประแดง ได้แก่ แชเก๊ะ โต๊ะบูงอ แชซัง แชนุฮ์ แชเซ็ง แชเป้า แชลี แชกา บุคคลเหล่านี้เป็นพี่น้องกัน ซึ่งเป็นต้นตระกูล “นิมา” จากสายท่าอิฐ ได้แก่ แชแขวง โต๊ะนา โต๊ะกีโซะฮ์ อันเป็นต้นตระกูล “นามเทวี” และได้ขยายวงกว้างออกไปสู่ตระกูล “เย็นประเสริฐ” เมื่อได้มาอยู่รวมกันแล้ว ปรากฏว่ามีบุคคลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถที่จะรวมกันทำละหมาดวันศุกร์ได้ ดังนั้นไม่ทราบปี พ.ศ. แน่ชัด แชหวังจึงได้รวบรวมกันสร้างมัสยิดขึ้นในที่ดินของแชหวังเอง ซึ่งทำวากัฟให้มัสยิดและได้ตั้งชื่อว่า “มัสยิดเนี๊ยะมาติ้ลและห์” สร้างอยู่ในเขตท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลราษฎร์นิยม อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี แชหวังจึงได้รับหน้าที่เป็นอิหม่าม ต่อมาแชหวังได้เสียชีวิต ทายาทได้รับมรดก ครั้งนั้นการวากัฟที่ดินให้มัสยิดได้กระทำกันเพียงวาจา มีผู้รับรู้บ้าง แต่ไม่ได้ทำการโอนโฉนดที่ดินให้กับมัสยิด ทายาทผู้รับมรดกจึงได้นำที่ดินนั้นไปจำนำจำนอง ในที่สุดก็ขาดตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคนอื่น ที่ดินมัสยิดก็ตกเป็นของผู้อื่นไปด้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว แชะเก๊ะ และโต๊บูงอ สามีภรรยาจึงได้วากัฟที่ดินให้มัสยิด โดยแยกบริจาคเป็นสัดส่วนของตนเอง แชะเก๊ะ บริจาค จำนวน 5 ไร่ โต๊บูงอ บริจาค จำนวน 5 ไร่ และให้ทายาทรับรู้แบ่งแยกโฉนดทันที เพื่อความสมบูรณ์ของที่ดินวากัฟนั้น ซึ่งอยู่ในท้องที่ หมู่ที่ 3 ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ในปี พ.ศ. 2475 มัสยิดจึงถูกย้ายข้ามฝั่งมาปลูกอยู่ในสถานที่ดังกล่าว (ตำบลหน้าไม้กับตำบลราษฎร์นิยม มีคลองพระอุดมสอง เป็นเขตกั้นระหว่างจังหวัดปทุมธานีกับจังหวัดนนทบุรี) การปลูกสร้างครั้งนี้ได้พิจารณาถึงความสะดวกในการเดินทางมามัสยิดและการที่จะต้องอาศัยน้ำใช้อาบน้ำละหมาด มัสยิดจึงปลูกสร้างใกล้กับคลองหรือลำกระโดง เพื่อจะได้อาศัยเรือในการเดินทาง และใช้น้ำในการอาบน้ำละหมาดได้ตลอดปี<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ต่อมาทางราชการได้ทำการขุดลอกลำกระโดง ให้เป็นคลองส่งน้ำในระบบของชลประทาน จึงทำให้ลำกระโดงกว้างใหญ่ออกไป จำเป็นต้องรื้อและย้ายถอยหลังมัสยิดให้ห่างคลองออกไปอีก การก่อสร้างในครั้งนั้นจึงใช้ไม้เก่าเป็นส่วนมาก สภาพมัสยิดจึงชำรุดทรุดโทรมลงตามลำดับ เนื่องจากไม้หมดสภาพนั่นเอง ดังนั้นในปี พ.ศ. 2509 คณะกรรมการมัสยิดและสัปปุรุษจึงได้ลงมติให้ทำการก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ จึงมีการย้ายสถานที่ก่อสร้างร่นถอยหลังมาเล็กน้อย เพื่อความเหมาะสมกับเหตุการณ์ในอนาคต เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กว้าง 14 เมตร ยาว 24 เมตร ซึ่งทำการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี พ.ศ. 2525 และได้มีการปรับปรุง ซ่อมแซมกันอยู่เรื่อยๆ จนเป็นมัสยิดที่สมบูรณ์และสวยงามในปัจจุบันนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/8ffc917a508d37c4dc3fd3925f782317/64E53360_8344_48CD_A121_85B5489D7C6E.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834943</guid>
      </item>
      <item>
         <title>7 มัสยิดนูรุ้นยากีน</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834944</link>
         <description><![CDATA[<div>มัสยิดนูรุ้นยากีน<br>เลขที่จดทะเบียน : 25/2518<br>ที่อยู่ : หมู่ 5 ตำบลคูขวาง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140&nbsp;<br><br>มัสยิดนูรุ้นยากีน&nbsp; เริ่มทำการก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2503 ในเขตของหมู่ที่ 5 ตำบลคูขวาง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ในที่ดินของ นายสะลัยมาน มะหะหมัด (ผู้วากัฟ)&nbsp;<br>และบางส่วนทางพี่น้องมุสลิมได้ร่วมกันซื้อเพื่อทำการวากัฟในการสร้างมัสยิดนูรุ้นยากีนในช่วงนั้นมัสยิดนูรุ้นยากีน เป็นอาคารไม้ ตั้งอยู่ริมคลองพระอุดม ใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจประจำวันและละหมาดวันศุกร์ และกิจการของมัสยิดนูรุ้นยากีน &nbsp;<br>ซึ่งมีประชากรในช่วงนั้นประมาณ 60 หลังคาเรือน และเมื่อปี พ.ศ. 2510 มัสยิดเกิดการทรุดโทรมของตัวอาคารสาเหตุจากน้ำท่วมใหญ่ทำให้ตัวอาคารของมัสยิดทรุดตัวลง ท่านอิหม่ามอับดุลเลาะห์ ถนอมรัฐ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการและสัปปุรุษ<br>ของมัสยิดเพื่อทำการบูรณะมัสยิด ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยในการบูรณะมัสยิดเพราะเกิดการทรุดโทรมเป็นอย่างมาก จึงมีมติสร้างมัสยิดเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ชั้นบนใช้ประกอบศาสนกิจทางศาสนา ส่วนชั้นล่างใช้เป็นสถานที่เรียนศาสนาอิสลามของเยาวชนในหมู่บ้านในช่วงนั้นประชากรของมัสยิดนูรุ้นยากีน เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และมัสยิด นูรุนยากีนเกิดการทรุดโทรมอีกครั้ง และไม่สามารถรองรับจำนวนของผู้มาประกอบศาสนกิจทางศาสนาได้ โดยท่านอิหม่ามอับดุลเลาะห์ ถนอมรัฐ ได้ประชุมคณะกรรมการ สัปปุรุษเพื่อสร้างมัสยิดหลังใหม่อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2536 ซึ่งมติของคณะกรรมการในสมัยนั้นมีมติให้สร้างมัสยิดเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของประชากรมุสลิมในชุมชน เมื่อปี พ.ศ. 2536 มัสยิดนูรุ้นยากีน&nbsp; ได้รับเกรียติจากท่านอัลมัรฮูมอาจารย์ประเสริฐ มะหะหมัดจุฬาราชมนตรีในสมัยนั้น เป็นประธานวางศิลารากฐานของมัสยิดนูรุ้นยากีน&nbsp; จากความร่วมมือของพี่น้องมุสลิมที่เป็นสัปปุรุษของมัสยิดนูรุ้นยากีน&nbsp;<br>ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สินในการสร้างมัสยิดนูรุ้นยากีน เป็นจำนวนมาก มัสยิดนูรุ้นยากีน&nbsp; มีโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชื่อว่า โรงเรียนธรรมโรจน์พินิจพัฒนา เป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง เปิดทำการสอนในระดับฟัรดูอีน และเอี๊ยะดาดี โดยมีท่านอิหม่ามประจำมัสยิดนูรุ้นยากีน&nbsp; เป็นผู้ดำเนินการสอน ทั้งภาษามาลายู อาหรับ มีนายฮูเซ็น มะหะหมัด&nbsp;<br>&nbsp;เพื่อปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม ให้กับเยาวชน ซึ่งทางมัสยิดได้มีกิจกรรมมากมายในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมของพี่น้องมุสลิมในมัสยิดนูรุ้นยากีน &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/fa5d0de9c5f3d20a839fcdbcf2b6dde9/Picture18.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834944</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4 มัสยิดอัลฮุสนา</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834946</link>
         <description><![CDATA[<div>เดิมที่ชุมชนบนแอนนั้นมีมาช้านานร้อยกว่าปี ครั้นเมื่อปี 2529 อัลมัรฮูมะห์&nbsp; ฮัจยะห์อับเซาะห์<br>เซ็ก (โต๊ะแวโป๊ะ) ได้อุทิศที่ดิน (วากัฟ) ส่วนหนึ่งและขายวากัฟส่วนหนึ่งเพื่อสร้างบาแล (บาลาเซาะฮฺ)<br>สอนศาสนาให้แก่เด็กๆ หรือเยาวชนในชุมชนบนแอน ได้เริ่มก่อสร้างบาแล (บาลาเซาะฮฺ) เมื่อปี 2530 มาแล้วเสร็จในปี 2535 และต่อมาในปี 2551 ท่านโต๊ะครูอัลมัรฮูมมูฮำหมัดซำซุดดีน เซ็กได้สั่งเสีย<br>(วาซียัตตามหนังสือบันทึกลงวันที่ 24&nbsp; ตุลาคม 2551) ให้สร้างมัสยิดในที่ดินส่วนที่เหลือจากการก่อสร้างบาแล (บาลาเซาะฮฺ)&nbsp; เพื่อใช้ในการประกอบศาสนกิจ (ทำอามาล) ของคนในชุมชนบนแอน ทั้งนี้ได้ปรึกษาหารือกับบรรดาผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆท่าน จึงได้เริ่มก่อสร้างอาคารมัสยิดต่อจากบาแล (บาลาเซาะฮฺ)<br>ด้านทิศตะวันตก เพื่อใช้พื้นที่ร่วมกัน และได้ตั้งชื่อว่า มัสยิดอัลฮุสนา ได้วางศิลาฤกษ์ โดย ท่านอาจารย์อาดำ&nbsp; มะหะหมัด (น้องชายพณฯท่านอดีตจุฬาราชมนตรีอาจารย์ประเสริฐ&nbsp; มะหะหมัด) เมื่อวันที่ 4&nbsp; มีนาคม 2552 แล้วเสร็จประมาณปี 2560&nbsp; และได้เริ่มละมาดวันศุกร์เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2560<br>ปัจจุบันนี้มัสยิดอัลอุสนาตั้งอยู่บนเนื้อที่ 2 งาน 20 ตารางวา ในเขต หมู่ที่ 3 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จว.ปทุมธานี ได้รับการจัดตั้งจดทะเบียนเป็น มัสยิดอัลฮุสนา ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ทะเบียนเลขที่ 34 / 2560&nbsp; และได้คัดเลือก อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และกรรมการมัสยิดแล้วเสร็จ ในวันศุกร์ที่ 14<br>กรกฏาคม 2560</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/faf4d27b631446d24505a4a9e93fa80b/Picture16_1.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834946</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5 มัสยิดซาอาดาตุ้ลอิสลาม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834948</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>มัสยิดซาฮาดาตุ้ลอิสลาม<br>ประวัติความเป็นมา</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2470 มีวีระบุรุษท่านหนึ่ง ชื่อ โต๊ะเยาะห์ซาอะ วันแอเลาะ พร้อมภรรยา เป็นผู้ก่อตั้งชุมชนหมู่นี้ ท่านมีบุตรชายหญิงหลายคน ท่านมีฐานะดี มีที่ดินหลายร้อยไร่ ก่อนที่ท่านจะสร้างมัสยิดซาฮาดะตุ้ลอิสลามนั้น ท่านโต๊ะเยาะห์ซาอะ วันแอเลาะ และประชาชนในหมู่นี้เคยเป็นสัปปุรุษของมัสยิดดารุ้ลอาบีดีน (สุเหร่าแดง) ในสมัยนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นคอเต็บ ท่านโต๊ะเยาะห์ซอและห์ นั้นเป็นอิหม่ามของมัสยิดดารุ้ลอาบีดีน (สุเหร่าแดง) เมื่อคลองโต๊ะเซ็น (ระบม) มีประชาชนมากขึ้น ท่านรวบรวมประชากรในหมู่นี้สร้างมัสยิดซาฮาดะตุ้ลอิสลาม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/8522a86a8ff16c021ed1ab5acf6fb620/E6B371EB_F870_4920_9665_44A6F0148565.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834948</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4 มัสยิดประชาสัมพันธ์</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834950</link>
         <description><![CDATA[<div>ที่อยู่ : คลอง 13 หมู่ 6 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150<br><br>สรุป : มัสยิดประชาสัมพันธ์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นมัสยิดเก่าแก่มัสยิดหนึ่งของชุมชนบ้านคลองสิบสาม โดยเริ่มแรกบรรพชนที่อาศัยอยู่แถบหมู่บ้านเจียรดับ และทรายกองดิน ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินทางด้านการเกษตร ในแถบคลองซอยที่สิบสาม ตำบลบึงคอไห และตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และได้สร้างมัสยิดเพื่อใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจต่อพระผู้เป็นเจ้าหลังแรกคือ มัสยิดอัลฮุดา ต่อมาเมื่อชุมชนขยายใหญ่ขึ้นมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการเดินทางไปมัสยิดอัลฮุดาค่อนข้างไกล จึงได้มีการดำริที่จะสร้างมัสยิดขึ้นอีกหนึ่งหลัง ซึ่งอยู่ห่างจากมัสยิดอัลฮุดาประมาณ 3 กิโลเมตร โดยเริ่มก่อสร้างอาคารมัสยิดฝาไม้หลังคามุงสังกะสี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2501 โดยตวนฮัจยีสะอิ๊ด ฮัจยะห์ยะรอ รื่นสุข ได้วากัฟที่ดินให้ 2 แปลง แปลงละ 50 ไร่ รวม 100 ไร่ ใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงก่อสร้างมัสยิดเสร็จสมบูรณ์ โดยมัสยิดหลังใหม่ชื่อว่า “มัสยิดประชาสัมพันธ์” มีความหมายว่า “ความรักใคร่ กลมเกลียว สามัคคี ของปวงสัปบุรุษ” และได้ทำการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ได้หมายเลขทะเบียนเลขที่ 20/2502<br>ต่อมาอาคารมัสยิดหลังเดิมได้ชำรุด ทรุดโทรม และคับแคบลง จึงมีดำริให้ก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียวแทนหลังเก่าที่เป็นเรือนไม้ขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2520 สร้างแล้วเสร็จ ปี พ.ศ.2537<br>และต่อมาประมาณปี 2552 ได้มีการขยายอาคารมัสยิดขึ้นอีกครั้งทางด้านทิศใต้ของอาคารมัสยิดหลังเก่า ซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2555 ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน<br>ปัจจุบันมีสัปบุรุษจำนวน 400 ครัวเรือน หรือประมาณ 700 กว่าคน โดยมี นายสวาท มาระกุล (อิหม่าม) สุรสิทธิ์ ศิริยามัน (คอเต็บ) สมหวัง ชลเจริญ (บิหลั่น)<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/a27ac35d3c0f8ebbcb5a88f10d0ad02d/Screenshot_2022_03_02_123106.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834950</guid>
      </item>
      <item>
         <title>7 มัสยิดกอซีมิสสยามี</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834951</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;ในปี พ.ศ.2525 ฮัจยะห์แมะ (สมพงษ์) จันโต ซึ่งต้นตระกูลเดิมท่านมีภูมิลำเนาอยู่ที่คลองแปด หมู่ที่ 5 ต่อมาได้ย้ายไปอาศัยอยู่ในชุมชนมัสยิดมหานาค ฮัจยะห์แมะ (สมพงษ์) จันโต ได้เห็นว่าบาลาซะห์หลังนี้คับแคบและทรุดโทรมมากไม่สามารถซ่อมแซมได้ จึงอุทิศที่ดินจำนวน 10 ไร่ 13 ตารางวา เพื่อเป็นสถานที่ก่อสร้างมัสยิด โรงเรียนสอนศาสนา และจัดสรรให้พี่น้องมุสลิมที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองได้เช่าอาศัย มีการจัดสาธารณประโยชน์ต่างๆ เพื่อนำรายได้มาพัฒนาบริหารในกิจการมัสยิดและโรงเรียนสอนศาสนา เมื่อพี่น้องมุสลิมในชุมชนได้ทราบข่าวว่ามีผู้อุทิศที่ดินให้ ทุกคนต่างรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและต่างได้ชุโก๊ร (ขอบคุณ) ในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระองค์อัลเลาะห์ (ซ.บ.) ที่ได้ประทานเนี๊ยะมัติความโปรดปรานต่อพี่น้องมุสลิมทุกคนในชุมชน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ด้วยความยินดีเนื่องจากได้รับความโปรดปรานดังกล่าว อิหม่ามและคณะกรรมการในขณะนั้นจึงดำเนินการขอจัดตั้งและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลโดยใช้ชื่อว่า “มัสยิดกอซีมิสสยามี” ซึ่งเป็นนามสกุลเดิมของผู้ที่อุทิศที่ดินแห่งนี้ (อาเก็บกอซีมิสสยามี) ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยได้ทะเบียนเลขที่ 27/2529 พร้อมกันนั้น อิหม่าม คณะกรรมการ และสัปปุรุษจึงมีมติจัดงาน “สายธารแห่งศรัทธา ครั้งที่ 1” เพื่อการวางรากฐานเสาเอกต้นแรกในการสร้างมัสยิดหลังใหม่ ได้รับการสนับสนุนจาก อัลมัรฮูมอาจารย์เสนีย์ มะดากะกุล โดยเรียนเชิญ อัลมัรฮูม ดร.ประเสริฐ มะหะหมัด จุฬาราชมนตรี มาเป็นประธานในพิธี เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2527 หลังจากเสร็จงานครั้งนั้นแล้ว คณะกรรมการและสัปปุรุษได้ร่วมกันสร้างและต่อเติมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มัสยิดกอซีมิสสยามี ปัจจุบันเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว ขนาดกว้าง 3 วา ยาว 19 วา ใช้เป็นสถานที่ในการปฏิบัติศาสนากิจ และกิจกรรมต่างๆ ปัจจุบันมัสยิดประชากรประมาณ 180 ครอบครัว มีสัปปุรุษประมาณ 900-1,000 คน&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/2156e73d1fe944e5bfc30f35188f8f9d/190918_213532.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834951</guid>
      </item>
      <item>
         <title>8 มัสยิดอิรอด้าตุ้ลกาแมล </title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834952</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></p><p>เมื่อประมาณ 200 ปี ที่ผ่านมามีชาวมุสลิมจากภาคใต้ของประเทศไทยอพยพมาตั้งถิ่นอาศัยอยู่ในเขตมีนบุรี หนองจอกตามริมคลองแสนแสบ มีบางส่วนเข้ามาตั้งถิ่นอาศัยอยู่ตามริมคลองสามวา และมีอีกบางส่วนเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณคลองแปดสายกลาง หมู่ที่ 5&nbsp; หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 10 ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ด้วยกับวัฒนธรรมของชาวมุสลิมเมื่อมีชุมชนมุสลิมเกิดขึ้น ก็จะมีการจัดตั้งมัสยิดเพื่อการสักการะ นมัสการต่อพระผู้เป็นเจ้าร่วมกันของคนในชุมชน ดังนั้นจึงได้มีการจัดตั้งมัสยิดขึ้นในชุมชนแห่งนี้</p><p>การสร้างมัสยิดในอดีตจะสร้างด้วยไม้อย่างเรียบง่าย เพื่อใช้ในการสักการะต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากที่ใช่มัสยิดหลังไม้ได้ระยะเวลาหนึ่ง ต่อมามัสยิดได้เกิดทรุดโทรมจึงได้ร่วมกันสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้น โดยอัลมัร&nbsp; ฮูมะห์โต๊ะอ่วม สลาฮุดดีน และอัลอัรฮูมฮัจยีมูรอด รอซีดี&nbsp; ซึ่งเป็นอิหม่ามในขณะนั้นได้เป็นแกนนำในการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นในที่ดินซึ่งอัลมัรฮูมฟี มะลิวัลย์ และอัลมัรฮูมะห์โต๊ะเหรี่ยม หมัดละ เป็นผู้อุทิศที่ดิน (วากาฟ) เนื้อที่จำนวน 3 ไร่ 3 งาน 7 ตารางวา อาคารมัสยิดก่อด้วยอิฐมอญ หลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าว พื้นที่ดินถมสูงประมาณ 1 เมตร เทด้วยคอนกรีต หลังจากนั้นได้มีการบูรณะซ่อมแซมปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดีมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน อาคารมัสยิดหลังนี้สร้างมาแล้วเป็นเวลามากกว่า 60 ปี</p><p>นอกจากนี้ยังได้มีการสร้างโรงเรียนสามัญขึ้นในพื้นที่ของมัสยิด ชื่อว่า “โรงเรียนเจริญดีวิทยา” เปิดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-4 ดังนั้น มัสยิดแห่งนี้จึงถูกเรียกขานของคนในชุมชนตามชื่อของโรงเรียนว่า “สุหร่าเจริญดี”</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/3004fa9333418d26c7d01a86495d6865/9429EF2E_E857_46A4_8223_BD64286FB570.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834952</guid>
      </item>
      <item>
         <title>9 มัสยิดบัยติรเราะห์มาน       </title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834953</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติความเป็นมา<br>&nbsp; &nbsp; </strong>ท่านอาบีดีกาฮา&nbsp; (ครูเด๊ะ) หรืออิหม่ามประยูร กาฮา (ตำแหน่งปัจจุบัน)&nbsp; เริ่มตั้งแต่ในขณะที่ท่านกำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศซาอุดิอาราเบีย<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; ท่านมีความตั้งใจที่จะเปิดโรงเรียนระบบปอเนาะสักหลังหนึ่งในบ้านเกิดของท่าน&nbsp; เพื่อจะทำการสอนและเผยแพร่ศาสนา &nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; เมื่อต้นปี พ.ศ.2527&nbsp; ท่านได้เริ่มสร้างอาคารเรียนขึ้น เป็นอาคารกึ่งบาแลซะห์และกึ่งโรงเรียนเป็นอาคาร 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้&nbsp; ชื่อว่า “โรงเรียนมูฮำมดียะห์”&nbsp; มีการเรียนการสอนในระบบปอเนาะ&nbsp; มีทั้งภาษามาลายูและภาษาอาหรับ&nbsp; และมีการเรียนการสอนในระบบฟัรดูอีนของ สมาคมคุรุสัมพันธ์ฯ&nbsp; เมื่อทำการเรียนการสอนได้ประมาณ 10&nbsp; กว่าปี&nbsp; ก็ได้มีนักศึกษาเข้ามาเรียนในระบบปอเนาะเพิ่มมากขึ้น เด็กและเยาวชนในชุมชนก็เพิ่มมากขึ้น&nbsp; จึงได้สร้างอาคารเรียนหลังใหม่&nbsp; เมื่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ได้ประมาณ 3 ปี ประชาชนในชุมชนได้มีการปรึกษาหารืออยากจะให้มีมัสยิดเกิดขึ้น&nbsp; เพราะเหตุผลหนึ่งที่ประชากรในชุมชนได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&nbsp; เหตุผลที่สอง&nbsp; มัสยิดเดิมที่เดินทางไปละมาดนั้น ห่างไกลจากโรงเรียนมูฮำมดียะห์&nbsp; จึงได้มีมติให้สร้างมัสยิดขึ้นซึ่ง ทำการสร้างมัสยิดแทนที่อาคารเรียนหลังเก่า<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบันมัสยิดบัยติเราะห์มานมีสัปปุรุษทั้งหมดประมาณ&nbsp; 169&nbsp; ครัวเรือน&nbsp; มีรายละเอียดดังต่อไปนี้<br>–&nbsp; เป็นสัปปุรุษที่อยู่ในพื้นที่&nbsp; ตำบลบึงคำพร้อย&nbsp; ลำลูกกา&nbsp; ปทุมธานี&nbsp; จำนวน&nbsp; 78&nbsp; ครัวเรือน<br><br>–&nbsp; เป็นสัปปุรุษที่อยู่ในเขตสามวาตะวันตกและสามวาตะวันออก กรุงเทพฯ จำนวน&nbsp; 78&nbsp; ครัวเรือน<br><br>–&nbsp; เป็นสัปปุรุษที่นอกพื้นที่อื่นๆ&nbsp; จำนวน&nbsp; 13&nbsp; ครัวเรือน<br><br>&nbsp; &nbsp;ปี พ.ศ.2550&nbsp; โรงเรียนมูฮำมดียะห์ได้ขอจดทะเบียนจากกรมศาสนา&nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp; จัดตั้งเป็นศูนย์อบรมคุณธรรม&nbsp; และจริยธรรมประจำมัสยิด &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/be18d23318e57cc4fd89c507d68f80c0/image.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834953</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1 มัสยิดดารุ้ลฮิดายะห์</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834954</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;มัสยิดดารุ้ลฮิดายะห์ ทะเบียนเลขที่ 29/2541 ตั้งอยู่หมู่ที่ 19 ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2538 โดยมี อิหม่ามฮีม พวงมณี เป็นผู้บริหารมาตั้งแต่แรก จนกระทั่งเสียชีวิต ต่อเมื่อปี พ.ศ. 2557 คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปทุมธานี ได้มีการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ นายสมชาย โสณะมิตร ดำรงตำแหน่งอิหม่าม นายวัลลภ โสณะมิตร ดำรงตำแหน่งบิหลั่น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/b68b161dd15db5dcca03fa4f3bd6b8fe/image.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834954</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 มัสยิดยามีอุลค๊อยริยะห์</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834956</link>
         <description><![CDATA[<div>ข้อมูลมัสยิด<br>เลขที่จดทะเบียน : 26/2518<br>ที่อยู่ : หมู่ 7 ตำบลพืชอุดม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150<br>มัสยิดยามีอุลค็อยริยะห์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลพืชอุดม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นมัสยิดอีกหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ชุมชนคลองสิบสาม (สายกลาง) โดยบรรพบุรุษเริ่มแรกอาศัยอยู่หมู่บ้านเจียรดับและทรายกองดิน เช่นเดียวกับมัสยิดอื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนคลองสิบสาม ซึ่งได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานและทำมาหากินด้านการเกษตร ในคลองซอยที่สิบสามตำบลพืชอุดม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี<br>เริ่มก่อสร้างมัสยิดหลังแรก เมื่อ พ.ศ.2505 โดยมี อัลมัรฮูมฮัจยีเนาะฮีม ผลเจริญ เป็นผู้อุทิศที่ดินให้ จำนวน 2 ไร่ เพื่อใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจประจำวัน เป็นระยะเวลา 20 ปีเศษ ต่อมาอาคารมัสยิดได้ชำรุดทรุดโทรมลง คณะกรรมการและสัปปุรุษประจำมัสยิด จึงได้ประชุมเพื่อสร้างอาคารหลังใหม่บนพื้นที่เดิม ใน พ.ศ.2525 โดยมีอัลมัรฮูมฮัจยีหมัด ฮัจยะห์มาลี โอ๊ะดำ เป็นผู้สนับสนุนการจัดงานหาเพื่อรายได้ในการก่อสร้างมัสยิด จนกระทั้งปี พ.ศ.2530 อาคารมัสยิดจึงสร้างแล้วเสร็จดังที่ปรากฏในปัจจุบันนี้ และเมื่อปี พ.ศ.2518 ได้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้หมายเลขที่ 26/2518<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มัสยิดยามีอุลค็อยริยะห์ มีผู้อุทิศที่ดินให้เพิ่มเติมอีก 2 แปลง คือ&nbsp;<br>– แปลงที่ 1 อุทิศให้โดยอัลมัรฮูมฮัจยีกอเซ็ม ฮัจยะห์ฮาลีมะห์ รื่นสุข จำนวน 25 ไร่<br>– แปลงที่ 2 อุทิศให้โดยอัลมัรฮูมฮัจยีอิสฮาก อัลมัรฮูมมะห์ฮัจยะห์ชื่น บุญมา จำนวน 12 ไร่<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบันมี นายปรีชา โกมินทร์ เป็นอิหม่าม นายสมมาตร มะสกุล เป็นคอเต็บ นายอนุชิต ประดับญาติ เป็นบิหลั่น มีคณะกรรมการ 12 คน มีสัปปุรุษ 72 ครัวเรือน มีนักเรียนประมาณ 100 คนเศษ มีครูสอนศาสนา 3 คน และมีศูนย์อบรมคุณธรรม จริยธรรมประจำมัสยิด ดำเนินการสอนอัล-กุรอาน และฟัรดูอีนไปพร้อมๆ กัน โดยมี ครูซารีฟะห์ ศิริยามัน เป็นครูใหญ่</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/9e073001690cd7dbdb2f45b339615652/6057943F_F5C5_49B7_AE6A_CC79142E69E5.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834956</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3 มัสยิดแดง ดารุลซอลีฮีน</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834957</link>
         <description><![CDATA[<div>มัสยิดแดงหลังนี้ถือเป็นมัสยิดเก่าแก่หลังหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี ทะเบียนเลขที่ 3/2491 ตั้งอยู่หมู่ที่3 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมัสยิดหลังแรกไม่ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มสร้างขึ้นในปีใด เป็นเรือนไม้ธรรมดาโดยบรรพชนที่อพยพมาจากชุมชนเจียรดับและทรายกองดิน ได้มาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในด้านเกษตรกรรม ได้ร่วมกันสร้างมัสยิดขึ้นเพื่อใช้ปฏิบัติศาสนกิจ ต่อมามัสยิดหลังแรกที่เป็นเรือนไม้ได้ชำรุดทรุดโทรมลงอย่างมาก ท่านอิหม่ามและปวงสัปปุรุษในขณะนั้นจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นเป็นเรือนไม้ทรงปั้นหยา และต่อมาได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 25491 ได้ทะเบียนหมายเลข 3 โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มัสยิดแดง” มีนายอิดริส ร่วมเพื่อน เป็นอิหม่าม นายซัน ซันซี เป็นคอเต็บ และนายซะ หวังเกาซู เป็นบิหลั่น<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 อาคารมัสยิดเรือนไม้ทรงปั้นหยาได้ชำรุดทรุดโทรมลง ประกอบกับมีสัปปุรุษเพิ่มมากขึ้น อิหม่ามในขณะนั้นคือ อิหม่ามมุสตอฟา ก้านทอง ได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการและบรรดาสัปปุรุษว่าสมควรที่จะทำการก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเดิม สร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก แบบชั้นเดียว ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร โดยผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคทั้งทุนทรัพย์และแรงงานในการก่อสร้าง จนสำเร็จโดยได้เชิญท่าน จุฬาราชมนตรี ซึ่งในตอนนั้นได้แก่ ท่านอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสตร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่สอน อิหม่ามมุสตอฟา ก้านทอง มาเป็นประธานในพิธีการวางศิลารากฐาน และมัสยิดหลังนี้ใช้ปฏิบัติศาสนกิจเรื่อยมา<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2548 ท่านอิหม่ามมุสตอฟา ก้านทอง ได้สิ้นชีวิตลง อายุของท่านได้ 81 ปี ท่านดำรงตำแหน่งอิหม่ามมาประมาณ 50 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 – พ.ศ. 2548 ดังนั้นคณะกรรมการและบรรดาสัปปุรุษจึงได้ทำการคัดเลือกผู้ที่มาดำรงตำแหน่งอิหม่าม ซึ่งได้แก่ นายศิริ ก้านทอง ซึ่งเป็นบุตรชายของอิหม่ามมุสตอฟา ก้านทอง ผู้เป็นคอเต็บในตอนนี้คือ นายกิฟลี รักประเสริฐ และบิหลั่น คือ นายจำนง รักประเสริฐ ซึ่งทั้งสามท่านนี้ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบันนี้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/4bf8d4091b5a7e5fe5ff5856a91c1f25/9D3CFA09_E236_4479_9DB6_101BFA7AF00F.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834957</guid>
      </item>
      <item>
         <title>10 มัสยิดอิบาดุรเราะห์มาน</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834960</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>มัสยิดอิบาดุรเราะห์มาน<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มัสยิดอิบาดุรเราะห์มาน แต่เดิมตั้งอยู่ที่ริมคลองสอง คูคต เป็นอาคารไม้หลังเล็กๆ บนที่ดินของเอกชนรายหนึ่ง โดยการรวมตัวของชุมชนพี่น้องมุสลิมชาวคลองสอง โดยมี อัลมัรฮูมอุสต้าส มะมัย เป็นผู้นำ มีการละหมาดบัรยามาอะห์ และสอนอัลกุรอาน และต่อมาถูกเวียนคืนที่ดิน ชุมชนจึงรวมตัวกันซื้อที่ดินในซอยสวนส้มพัฒนา จำนวน 92 ตารางวา และได้ทำการย้ายอาคารมัสยิดมาตั้งอยู่ที่ซอยสวนส้มพัฒนา เขตเทศบาลเมืองคูคต อำเภอ ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่มีเนื้อที่ทั้งสิ้น จำนวน 92 ตารางวา และตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมามีผู้มาทำการละหมาดที่มัสยิดแห่งนี้มากขึ้นและไม่สามารถรองรับจำนวนที่เพิ่มขึ้นได้ ยิ่งในช่วงเทศกาลวันตรุษฯ มีพี่น้องที่อยู่รายรอบมัสยิดได้มารวมตัวกันทำการละหมาดเป็นจำนวนมาก และได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อซื้อที่ดินให้กับมัสยิด เพื่อนำเงินดังกล่าวมาทำการปรับปรุงอาคารใหม่และซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก จำนวน 92 ตารางวา เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์อบรมคุณธรรม จริยธรรมประจำมัสยิด ในปี พ.ศ. 2548 และได้จดทะเบียนเป็นมัสยิด ทะเบียนเลขที่ 32/2548 ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 18/17 หมู่ที่ 5 ซอยสวนส้มพัฒนา ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และในปัจจุบัน มี ฮัจยีณรงค์ชัย (อีซา) โต๊ะม๊ะ เป็นอิหม่าม ฮัจยีอามีน เดชธิรธนา เป็นคอเต็บ นายสมศักดิ์ ถวายพุ่ม เป็นบิหลั่น และมีคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดอีก 9 ท่าน อนุกรรมการ 3 ท่าน ที่ปรึกษา 3 ท่าน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/285c9e7c587a50cc066208dff138f183/________10.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834960</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มัสยิดอิบาดุรเราะห์มาน</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834961</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99+%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88&amp;ludocid=1563583984468529674&amp;sa=X&amp;ved=2ahUKEwierJPX7cX2AhVLE4gKHV8XAjQQ6BN6BAgyEAI"><strong>ที่อยู่</strong></a><strong>: <br></strong>ชอยสวนส้ม 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี 12130<br> มัสยิดอิบาดุรเราะห์มาน แต่เดิมตั้งอยู่ที่ริมคลองสอง คูคต เป็นอาคารไม้หลังเล็กๆ บนที่ดินของเอกชนรายหนึ่ง โดยการรวมตัวของชุมชนพี่น้องมุสลิมชาวคลองสอง โดยมี อัลมัรฮูมอุสต้าส มะมัย เป็นผู้นำ มีการละหมาดบัรยามาอะห์ และสอนอัลกุรอาน และต่อมาถูกเวียนคืนที่ดิน ชุมชนจึงรวมตัวกันซื้อที่ดินในซอยสวนส้มพัฒนา จำนวน 92 ตารางวา และได้ทำการย้ายอาคารมัสยิดมาตั้งอยู่ที่ซอยสวนส้มพัฒนา เขตเทศบาลเมืองคูคต อำเภอ ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่มีเนื้อที่ทั้งสิ้น จำนวน 92 ตารางวา และตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมามีผู้มาทำการละหมาดที่มัสยิดแห่งนี้มากขึ้นและไม่สามารถรองรับจำนวนที่เพิ่มขึ้นได้ ยิ่งในช่วงเทศกาลวันตรุษฯ มีพี่น้องที่อยู่รายรอบมัสยิดได้มารวมตัวกันทำการละหมาดเป็นจำนวนมาก และได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อซื้อที่ดินให้กับมัสยิด เพื่อนำเงินดังกล่าวมาทำการปรับปรุงอาคารใหม่และซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก จำนวน 92 ตารางวา เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์อบรมคุณธรรม จริยธรรมประจำมัสยิด ในปี พ.ศ. 2548 และได้จดทะเบียนเป็นมัสยิด ทะเบียนเลขที่ 32/2548 ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 18/17 หมู่ที่ 5 ซอยสวนส้มพัฒนา ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และในปัจจุบัน มี ฮัจยีณรงค์ชัย (อีซา) โต๊ะม๊ะ เป็นอิหม่าม ฮัจยีอามีน เดชธิรธนา เป็นคอเต็บ นายสมศักดิ์ ถวายพุ่ม เป็นบิหลั่น และมีคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดอีก 9 ท่าน อนุกรรมการ 3 ท่าน ที่ปรึกษา 3 ท่าน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/b6e18ad8fb4ed346c395ed7669b1a719/image.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834961</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6 มัสยิดนูรุลอิสลาม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834963</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติความเป็นมา<br><br>มัสยิดนูรุลอิสลาม จัดตั้งมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะนั้นมีประชากรไม่มากนัก ส่วนใหญ่อพยพมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดกรุงเทพมหานคร มัสยิดฯ เดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ทรงปั้นหยา หลังคามุงกระเบื้อง กว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร อาคารตั้งอยู่ชายคลองสิบสาม (สายกลาง) ฝั่งตะวันออก หมู่ที่ 6 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี อยู่รวมกันแบบพี่แบบน้องเป็นเวลาหลายสิบปีต่อมาในปี พ.ศ. 2494 ได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นมัสยิดลำดับที่ 7 ในจังหวัดปทุมธานี อิหม่ามท่านแรก นายมาลีกี ปิ่นทอง คอเต็บนายฮานาฟี บินอารี บิหลั่นนายยาซีน ปิ่นทอง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลังจากนั้นทางภาครัฐได้มีโครงการพัฒนาคลองสิบสาม มีการขุดตขยายลำคลองและถนนสองฝั่งคลอง จึงทำให้มัสยิดและบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองต้องย้ายไป ส่วนมัสยิดย้ายเข้าไปปลูกในทุ่งนาห่างจากมัสยิดหลังเดิมประมาณ 40 เมตร ในขณะนั้นมัสยิดได้รับการบริหารปกครองอย่างดีจาก ท่านอิหม่ามสะอาด พรมกลิ่น ซึ่งได้รับตำแหน่งอิหม่ามเป็นท่านที่ 2 ของมัสยิด คอเต็บ คือ นายยะฟัด นาสนั่น ต่อมานายยะฟัดได้ลาออกจึงแต่งตั้งให้นายการีม มะลิวัลย์ ดำรงตำแหน่งต่อ บิหลั่น คือ นายหวัง หวังมาน อีกประมาณสามสิบปีต่อมาอาคารมัสยิดหลังเดิมได้เกิดความทรุดโทรมตามกาลเวลาของอาคารไม้ที่เก่าแก่มาก ประกอบกับเคยได้รับอุทกภัย ลมพัดหลังคาพังเสียหายและมีการรื้อโยกย้ายมาหลายครั้ง ต่อมาทางคณะกรรมการจึงได้ระดมความคิด ระดมกำลังทรัพย์และช่วยเหลือกันหาทุนเพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ทดแทนอาคารหลังเก่า ในปี พ.ศ. 2540 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 14 เมตร ยาว 20 เมตร ดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ท่านอิหม่ามสะอาด พรมกลิ่น ก็เสียชีวิตลงต่อมาอิหม่ามอีซา (เสกสิทธิ์) สิงห์งาม อิหม่ามคนปัจจุบัน คอเต็บนายมูเราะห์ สิงห์งาม บิหลั่นนายหวัง หวังมาน และคณะกรรมการบริหารมัสยิดทุกท่านได้ช่วยกันประสานงานต่อโดยได้รับการวางแผนการบริหารจัดการจาก ฮัจยีซำสุดิน รักสลาม ได้รับเงินบริจาคช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาหลายท่าน ขณะนี้อาคารมัสยิดได้ก่อสร้างไปได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ มีการสร้างหออาซาน ที่อาบน้ำละหมาด ห้องน้ำ ถมดินกุโบร์ และจัดทำรั้วกุโบร์ จัดตั้งศูนย์อบรมจริยธรรมอิสลามประจำมัสยิด โดยใช้ชั้นล่างของอาคารมัสยิดเป็นที่ทำการเรียนการสอน มีการเรียนการสอนภาคผู้ใหญ่ ผู้เข้ารับนับถือศาสนาอิสลามใหม่ สอนอัลกุรอาน <br><br>ที่มา<a href="https://muslimpathum.com/view_masjid.php?id_masjid=2">https://muslimpathum.com/view_masjid.php?id_masjid=2</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/ade6040be967eb08ccb60a5fe9858818/DEE4893D_60CF_463D_B9BA_FE94AD36D845.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834963</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3 มัสยิดยุมรอตุลอิสลาม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834965</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>ประวัติความเป็นมามัสยิดยุมรอตุลอิสลาม<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กำเนิดตำบลสวนพริกไทย ตามคำบอกเล่ากล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเป็นตำบลสวนพริกไทยนั้น ตำบลนี้ไม่ได้ชื่อ “ตำบลสวนพริกไทย” ชุมชนแห่งนี้ทำการเกษตร ไม่แน่ชัดว่ายุคแรกนั้นทำการเกษตรอะไร ต่อมาทางการขุดคลองส่งน้ำ(เรียกว่าคลองขุด หรือคลองฆาลี หรือฆาลองฆาลี) เพื่อการเกษตรกรรม รวมถึงทางการได้นำพันธ์พริกไทยให้ทางชุมชนมุสลิมแห่งนี้เพื่อเพาะปลูก สวนพริกไทย เป็นตำบลหนึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ปทุมธานี ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแม่น้ำอ้อม(แม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า) ในตำบลนี้แต่ก่อนสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการทำสวนพริกไทยเพื่อส่งหลวง ภายหลัง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมเยือนชุมชนมุสลิมจากปัตตานี และเชลยศึกชาวลาวในย่านดังกล่าว และประทับอยู่ที่วัดสร้อยทอง กาลเวลาล่วงมา ท้องถิ่นนี้กลายเป็นชุมชนที่หนาแน่นขึ้น ทางราชการจึงยกฐานะขึ้นเป็นตำบล ให้ชื่อว่า “ตำบลสวนพริกไทย” และวัดสร้อยทองได้เปลี่ยนเป็นชื่อว่า “วัดเสด็จ” &nbsp; พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จมาดูแลชาวไทยมุสลิมด้วยพระองค์เอง ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร ชาวไทยมุสลิมได้ประกอบอาชีพทำนา แต่ทำไม่ได้ จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดร่องสวน(คลองฆาลี) พริกไทยซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของภาคใต้ทำการเพาะปลูกพริกไทยส่งหลวง การเสด็จมาเยี่ยมราษฎรครั้งนี้ ได้ประทับที่วัดสร้อยทอง ประชาชนจึงเรียกวัดสร้อยทองว่าวัดเสด็จตั้งแต่นั้นมา ต่อมาภายหลังทางราชการยกฐานะหมู่บ้านแห่งนี้ให้เป็น ตำบลสวนพริกไทย จนทุกวันนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/7971b4ce5880a6e908a94eddffc7a962/d55d8062df398278c65a05d0513ec3dc00101_1.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834965</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1 มัสยิดร่วมจิตต์มุสลิม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834966</link>
         <description><![CDATA[<div><br><strong>ประวัติความเป็นมามัสยิด&nbsp;</strong></div><h1>มัสยิดร่วมจิตต์มุสลิม</h1><h1><br></h1><div><br>เมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา มีชาวอิสลามจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 ครอบครัว 2 ตระกูล คือ ตระกูลเจริญสุข และตระกูลมาลีคล้ายมาอาศัยอยู่ที่วัดใหม่ร้าง ยึดถิ่นฐานทำมาหากินในจังหวัดปทุมธานี โดยมี นายอู๋ เจริญสุข กับนายเลาะห์ มาลีคล้าย หัวหน้าครอบครัวทั้งสอง มีอาชีพทำการประมงและทำสวน ต่อมาประมาณปี 2460 ได้มีประชากรเพิ่มมากขึ้น นายอู๋กับนายเลาะห์ก็ได้คิดริเริ่มสร้างอาคารมัสยิดพร้อมโรงเรียนสอนศาสนาขึ้น เป็นเรือนไม้ชั้นเดียวอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีชื่อว่า มัสยิดร่วมจิตต์มุสลิม โดยมีนายอู๋ เจริญสุข ทำหน้าที่เป็นอิหม่ามในขณะนั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 ได้มีประชากรเพิ่มมากขึ้นประกอบกับอาคารมัสยิดหลังเดิมชำรุดทรุดโทรมลง ทางคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดจึงมีมติร่วมกันให้ก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุน พระราชธรรมนิเทศ ส.ส.จังหวัดปทุมธานีในขณะนั้น โดยมี นายจรัญ เจริญสุข ทำหน้าที่เป็นอิหม่าม นายหวัง มาลีคล้าย เป็นคอเต็บ นายฟี เจริญสุข เป็นบิหลั่น และได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อปี พ.ศ. 2491 เป็นมัสยิดหลัง ที่ 4 ของจังหวัดปทุมธานีที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในปี พ.ศ. 2512 ฮัจยีมูเราะห์ ก้านทอง กบฮัจยีฮีม บุญยง ได้ไปหาประธานฮาลีม ศิริยามัน เพื่อหาครูสอนศาสนา และประธานฮาลีม ศิริยามันได้ให้ นายสนั่น (อิสมาแอล) ล้ำประเสริฐ มาเป็นครูสอนศาสนาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ซึ่งในขณะนั้น นายหมัด อาหรับ ทำหน้าที่เป็นอิหม่าม ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดร่วมจิตต์มุสลิมได้ประชุมและมีมติให้รื้ออาคารมัสยิดหลังเดิมที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นที่ดินของ กรมชลประธาน และได้สร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นบนที่ดินของนายหวัง มาลีคล้าย กรรมการอิสลามประจำจังหวัดในขณะนั้น ซึ่งได้วากั๊ฟที่ดินให้มัสยิด จำนวน 28 ตารางวาและได้เพิ่มเติมรวมเป็น 76 ตารางวา ได้สร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่เป็นอาคารเรือนไม้สองชั้น ชั้นบนเป็นที่ทำการละหมาด ชั้นล่างเป็นที่สอนศาสนาให้แก่เยาวชนในละแวกนั้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปี พ.ศ. 2527 นายสนั่น ล้ำประเสริฐ ทำหน้าที่เป็นอิหม่าม นายสมหวัง บุญยง เป็นคอเต็บ และนายสมศักดิ์ ก้านทอง เป็นบิหลั่น คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและสัปปุรุษได้ประชุมและมีมติร่วมกันให้สร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ขึ้นเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น แทนหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม โดยเชิญอดีตท่านจุฬาราชมนตรี นายประเสริฐ มะหะหมัด มาเป็นประธานพิธีวางศิลารากฐานอาคารมัสยิด และอาคารมัสยิดได้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2536 ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้</div><div><br>ที่อยู่ :39 ถนนสายวัดโคก ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี&nbsp;<br><br></div><div>เบอร์โทร :<a>025556666<br></a><br></div><div>ชื่อผู้ดูแล :นาย สนั่น ล้ำประเสริฐ (ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด / อิหม่าม)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่มา <a href="https://muslimpathum.com/view_masjid.php?id_masjid=4">https://muslimpathum.com/view_masjid.php?id_masjid=4</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/55f5b0143d815d544553dc11a4785912/3BA6ED78_5C13_4B1E_A2C2_039AF04C8E2E.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834966</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 มัสยิดยามีอุ้ลอิสลาม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834967</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ข้อมูลมัสยิด</strong></div><div>เลขที่จดทะเบียน : 8/2494<br><br></div><div>ที่อยู่ : หมู่ 1 ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000<br><br></div><div><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></div><div>ประวัติความเป็นมาโดยสังเขป มัสยิดยามีอุ้ลอิสลาม ตั้งอยู่คลองบางโพธิ์เหนือ (ลาดด้วนล่าง)&nbsp;<br><br></div><div>เลขที่ 8 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ชุมชนมัสยิดยามีอุ้ลอิสลามเป็นชุมชน<br><br></div><div>ที่ฮิจยเราะห์ย้ายถิ่นฐานมาจากสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี<br><br></div><div>&nbsp; มัสยิดยามีอุ้ลอิสลามเดิมเป็นอาคารไม้สองชั้นและเกิดการชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ซึ่งต่อมาปี พ.ศ.2548 คณะกรรมมัสยิดบรรดาปวงสัปปุรุษได้ร่วมกันก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ขึ้นมาเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว (ปัจจุบันการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์)&nbsp; ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งอีหม่ามท่านแรกคือ ฮัจยีอารีฟีน โมหะหมัด อิหม่ามท่านต่อมาคือฮัจยีอับดุลเลาะห์ โมหะหมัด&nbsp; และอีหม่ามทั้งปัจจุบัน คือ ฮัจยีอับดุลวาฮับ&nbsp; โมหะหมัด<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/97156571795edc81992a898a86c208fd/image.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834967</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1 มัสยิดสุเหร่าใหม่ สามโคก</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834968</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติความเป็นมาของมัสยิดสุเหร่าใหม่ (นูรุ้ลอิสลาม) ตั้งอยู่ในชุมชนคลองบางโพธิ์ลาดด้วน เลขที่ 5 หมู่ที่ 3 ตำบลบางโพธิ์เหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นชุมชนที่ขยายครอบครัวมาจากชุมชนสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ในช่วง ปี พ.ศ. 2460 มีประมาณ 9 ครอบครัว ได้แก่ ครอบครัวแชวัน ครอบครัว เวาะแบลี ครอบครัวฮัจยีแชแว ครอบครัวฮัจยีดอเลาะห์ ครอบครัวแชมานัฟ ครอบครัวแชมะเครา ครอบครัวฮัจยีวันฮูต ครอบครัวฮัจยีคอเละ ครอบครัวแชหง่า และครอบครัวแชเซ็ง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ครอบครัวดังกล่าวไปละหมาดญุมอัต (ละหมาดวันศุกร์) ที่มัสยิดเราะมาตุลเลาะ (200 ปี) และบางส่วนไปละหมาดที่มัสยิดสวนพริกไทย ต่อมาประมาณ 10 ปีเศษ ประชากรในชุมชนแห่งนี้ได้มีประชากรเพิ่ม รวมกลุ่มเป็นชุมชนจำนวนมากขึ้น โดยสร้างมัสยิดหลังเล็กๆ หลังคามุงสังกะสี บนที่ดินฮัจยีแชมานัฟ ผู้เป็นอิหม่ามท่านแรก ซึ่งท่านได้อุทิศที่ดิน จำนวน 2 งาน และมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพิ่ม 2 งาน รวมเป็น 1 ไร่ และได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อ ปี พ.ศ. 2492 ทะเบียนเลขที่ 5/2492 หลังจากนั้นอาคารมัสยิดหลังแรกชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับประชาชนมีจำนวนมากขึ้น สถานที่ไม่เพียงพอ จึงได้ร่วมกันก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขึ้นในปี พ.ศ. 2509 และในปี พ.ศ. 2530 ได้มีการต่อเติมอาคารจนเป็นอาคารมัสยิดหลังปัจจุบันมีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 6 วา บนเนื้อที่ 1 ไร่ มีสัปปุรุษ จำนวน 110 ครอบครัว ชาย 270 คน หญิง 290 คน รวม 560 คน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/55a3d7546e149b5489c8447eaff4004d/6E1CD835_2CA5_4201_B364_4A8B00836272.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834968</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 มัสยิดยามีอุสสลาม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834970</link>
         <description><![CDATA[<p>เลขที่จดทะเบียน : 22/2503</p><p>ที่อยู่ : หมู่ 8 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 12160</p><p>ชื่อผู้ดูแล : นาย วันชัย มะหะหมัด (อิหม่าม)</p><p><br></p><p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สัปปุรุษในชุมชนมัสยิดยามีอุสลาม เป็นชาวบ้านที่มีถิ่นอาศัยเดิมอยู่ที่คลองบางโพธิ์ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี มีที่ดินและที่ทำมาหากินอยู่ที่บางเตย มาประกอบอาชึพทำไร่ไถนาที่อำเภอบางเตย มีความลำบากในการเดินทางออกไปทำนาและช่วงเย็นตอนกลับบ้าน เนื่องระยะทางที่ห่างไกลระหว่างสองตำบล ระหว่าบ้านพักอาศัยกับที่ทำกิน ดังนั้น จึงเริ่มมีการทำบ้านเรือนอยู่อาศัยที่ตำบลบางเตยเพื่อความสะดวกในการทำมาหากิน จากหลังแรก หลังที่สองและทยอยกันมาตั้งถิ่นอาศัยที่ตำบลบางเตยจนกลายเป็นชุมชนมุสลิมเล็กๆ ชุมชนหนึ่ง จากนั้นจึงร่วมใจกันสร้างสถานที่ละหมาดญะมาอะห์ (บาลาเซาะห์) ขึ้นมาหลังหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่นมัสการต่อพระผู้เป็นเจ้าร่วมกัน เป็นบาลาเซาะห์ทรงปั้นหยาจากการอุทิศ (วกาฟ) ของโต๊ะซาฟีเยาะห์ อาดำ ได้วากาฟที่ดินจำนวน 2 งาน 11 ตารางวา โต๊ะมีนุ มะหะหมัด ได้อุทิศที่ดินจำนวน 1 งาน 11 ตารางวา และมีการอุทิศที่ดินสำหรับทำเป็นสุสานสำหรับคนในชุมชน โดยโต๊ะมีเนาะ อาดำ ได้อุทิศที่ดินจำนวน จำนวน 2 งาน 41 ตารางวา ซึ่งในขณะนั้นมีฮัจยีสว่าง ชื่นกมล เป็นอิหม่าม&nbsp; ฮัจยีซะ มะหะหมัด เป็นคอเต็บ และฮัจยีมนุช หอมจันทร์ เป็นบิหลั่น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/a0b51c4342dbaa51d1cfa597d03e0e19/_______.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834970</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834972</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/ccfb3a0836627948c15b8524385a4c81/image.png" />
         <pubDate>2024-06-10 05:23:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022834972</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อมูลมัสยิดในปทุมธานี</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022839175</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/8be74e9f4f2ba1b7b189e59adb8c56f5/_______________________________.pdf" />
         <pubDate>2024-06-10 05:27:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022839175</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพจ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022840639</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://muslim-pathum.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%88-%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5/" />
         <pubDate>2024-06-10 05:29:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3022840639</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3 มัสยิดญาเมี๊ยะอัตตักวา</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3023211450</link>
         <description><![CDATA[<p>เลขที่จดทะเบียน : 33/2560</p><p>ที่อยู่ : หมู่ที่ 5 ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140</p><p>ชื่อผู้ดูแล : นาย สุเทพ (อับดุลเลาะห์) มะหะหมัด (อิหม่าม)</p><p><br></p><p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มัสยิดญ่าเมี๊ยะอฺอัตตักวา ตั้งอยู่ที่ ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยชุมชนแห่งนี้เริ่มสร้างชุมชนมาหลายร้อยปีผ่านมาเริ่มจากการย้ายถิ่นฐานของบรรพบุรุษมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นชาวมาลายู ดั้งนั้นในชุมชนคนส่วนมากจะใช้ภาษามาลายูในการสื่อสารและได้มีการแผ่ขยายครอบครัวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันมีสมาชิกในชุมชนทั้งหมด 80 ครอบครัว ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกของมัสยิดญ่าเมี๊ยะอฺอัตตักวาในปัจจุบัน</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในช่วง พ.ศ.2553 สมาชิกในชุมชนได้ปรึกษาหารือ เพื่อหาข้อมติในการก่อสร้างมัสยิดประจำหมู่บ้าน คือ หมู่ 5&nbsp; ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และได้มีมติให้ดำเนินการก่อสร้างมัสยิดขึ้นในหมู่บ้าน คนในชุมชนเริ่มสมทบทุนสร้างมัสยิด ข่าวการสร้างมัสยิดได้แพร่กระจายสู่บุคคลภายนอกทำให้เกิดการช่วยเหลือจากบุคคลภายนอกในการดำเนินการก่อสร้างใช้เวลา 5 ปีจึงแล้วเสร็จ ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งอิหม่ามประจำมัสยิดท่านแรก คือ อัลมัรฮูมฮัจยีอารีฟีน มะหะหมัด โดยดำรงตำแหน่งเป็นเวลา&nbsp; 3 ปีท่านก็ได้ถึงแก่อาญัล ทางคณะกรรมการและสัปปุรุษประจำมัสยิดจึงได้ปรึกษาหารือทำการแต่งตั้งให้ อ.อับดุลเลาะห์ มะหะหมัด ดำรงตำแหน่งเป็นอิหม่ามประจำมัสยิดจถึงปัจจุบัน</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;         นอกเหนือจากมัสยิดญ่าเมี๊ยะอฺอัตตักวาแล้วภายในชุมชนยังมีโรงเรียนสอนศาสนา(ปอเนาะ) ซึ่งเปิดทำการเรียนการสอนก่อนหน้านี้แล้วหลายสิบปี คือ “สถาบันฮิดาย่าตุ้ลอารีฟีน” ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ถือว่าเป็นปอเนาะแห่งเดียวใน อ.ลาดหลุมแก้ว ที่เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเอี๊ยะดาอี&nbsp; จนถึง ระดับชั้น ซานาวี มีนักเรียนจบการศึกษาและได้มีโอกาสทำการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในประเทศต่างๆ อาทิเช่น อียิปต์ โมร็อคโค สหรัตอาหรับเอมิเรต ซูดาน เป็นต้น นอกจากนี้โรงเรียนยังมีการเรียนการสอนในระดับฟัรดูอีนย์ ในทุกๆวัน ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนยังคงเปิดรับนักเรียนอยู่ตลอดปีการศึกษา</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/cee3fad59f2700daa5e0246c1d9c3bc2/_____________.png" />
         <pubDate>2024-06-10 12:22:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3023211450</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5 มัสยิดอัลฮุดา</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3023225436</link>
         <description><![CDATA[<p>เลขที่จดทะเบียน : 9/2494</p><p>ที่อยู่ : หมู่ 4 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150</p><p>ชื่อผู้ดูแล : นาย อาณัติ ผลเจริญ (อิหม่าม)</p><p><br></p><p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></p><p>มัสยิดอัลฮุดา เป็นมัสยิดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี มัสยิดหลังแรกไม่ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มสร้างขึ้นเมื่อใด อาคารมัสยิดเป็นเรือนไม้ทรงปั้นหยา โดยบรรพชนที่อพยพมาจากชุมชนบ้านเจียรดับและทรายกองดินได้มาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินทางด้านเกษตรกรรม ได้ร่วมกันสร้างมัสยิดขึ้นมาเพื่อใช้ปฏิบัติศาสนกิจ โดยให้ฮัจยีมูฮำหมัด สิงห์งาม เป็นอิหม่ามชั่วคราว ต่อมาประชากรมากขึ้นและมัสยิดหลังแรกได้ทรุดโทรมลง คณะกรรมการได้มีมติสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้น เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว และต่อมาได้จดทะเบียนเป็น นิติบุคคลในปี พ.ศ. 2494 ได้จดทะเบียนหมายเลข 9 ใช้ชื่อเป็นทางการว่า “มัสยิดอัลฮุดา” โดยมีอิหม่ามชื่อ ฮัจยีอับดุลกอเดร หวังประโยชน์ นายณรงค์ รื่นสุข เป็นคอเต็บ และนายทวี มาระกุล เป็นบิหลั่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังจากนั้นรัฐบาลได้มีโครงการขยายลำคลองและถนนสองฝั่งคลอง จึงทำให้มัสยิดและบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองต้องย้ายออกไป ส่วนมัสยิดก็ต้องย้ายถอยหลังเข้ามาประมาณ 50 เมตร และได้สร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่ขึ้น เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กว้าง 26 เมตร ยาว 42 เมตร ในขณะนั้นมีฮัจยีอับดุลกอเดร หวังประโยชน์ เป็นอิหม่าม นายต่วน ผลเจริญ เป็นคอเต็บ และนายวาลย์ หวังประโยชน์ เป็นบิหลั่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ต่อมาฮัจยีอับดุลกอเดร ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี พ.ศ. 2533 อายุของท่านได้ 85 ปี ท่านดำรงตำแหน่งอิหม่าม ประมาณ 55 ปีเศษ ดังนั้นคณะกรรมการและสัปปุรุษจึงได้ทำการคัดเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งอิหม่ามคนต่อไป ได้แก่ นายต่วน ผลเจริญ คอเต็บ ได้แก่ นายสุมล ผลเจริญ และบิหลั่น ได้แก่ นายวาลย์ หวังประโยชน์ ซึ่งทั้งสามท่านนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบันนี้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/cb27a4780f06fce7f47c532dcf700fda/_________.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 12:38:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3023225436</guid>
      </item>
      <item>
         <title>11 มัสยิดดารุลอิบาดะห์</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3023228700</link>
         <description><![CDATA[<p>เลขที่จดทะเบียน : 21/2505</p><p>ที่อยู่ : คลอง 9 หมู่ 3 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150</p><p>ชื่อผู้ดูแล : นาย สุทิน หมุดทอง (อิหม่าม)</p><p><br/></p><p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></p><p>มัสยิดดารุ้ลอิบาดะห์ ตั้งอยู่หมู่ 3 คลองซอยที่ 9 (สายกลาง) ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เดิมที่คลองซอยที่ 9 แห่งนี้ไม่มีมัสยิดสำหรับใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ และวันสำคัญต่างๆ ทางศาสนา มุสลิมในชุมชนต้องเดินทางไปประกอบศาสนกิจที่มัสยิดอีรอด้าตุ้ลกาแมล คลองซอยที่ 8 ซึ่งมีระยะห่างจากชุมชนประมาณ 6 กิโลเมตร ประกอบกับในขณะนั้นการคมนาคมยังไม่สะดวก ส่วนใหญ่จะใช้เรือพาย หรือเดินเท้าลัดทุ่งนาไปที่มัสยิดอีรอด้าตุ้ลกาแมล จึงเกิดความลำบาก ไม่สะดวกในการประกอบศาสนกิจแต่ละครั้ง แต่ละเวลา ต่อมาเมื่อชุมชนขยายใหญ่ขึ้น ปวงสัปปุรุษจึงเห็นร่วมกันให้สร้างมัสยิดขึ้น โดยอัลมัรฮูมแชร์ฮีม โต๊ะเบาะห์ หมุดทอง ได้อุทิศ (วากาฟ) ที่ดินจำนวน 2 แปลง 50 ไร่ เพื่อใช้เป็นที่ตั้งอาคารมัสยิด โรงเรียนสอนศาสนา กุโบร์ อาคารศาสนสถานประกอบศาสนกิจ&nbsp; ส่วนที่ดินที่เหลือให้มัสยิดบริหารจัดการเพื่อนำประโยชน์มาเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการมัสยิด&nbsp; โดยตัวอาคารมัสยิดให้สร้างเป็นเรือนไม้และให้ชื่อว่า “มัสยิดดารุ้ลอิบาดะห์” พร้อมทั้งดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์ศาสนาอิสลาม พศ.2490 ได้รับหมายเลขทะเบียนเลขที่ 21/2505</p><p>หลังจากที่ใช้อาคารมัสยิดหลังไม้ไปได้ระยะเวลาหนึ่ง ตัวอาคารเริ่มชำรุดทรุดโทรมลง จึงได้ดำเนินการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นในปี พ.ศ.2519 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง&nbsp; 12 เมตร ยาว 12 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากสัปปุรุษ และพี่น้องมุสลิมทั่วไปร่วมกันบริจาค เมื่อสร้างอาคารมัสยิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางมัสยิดได้ดำเนินการสร้างโรงเรียนสอนศาสนา ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดขึ้น โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3 ล้านบาท มัสยิดแห่งนี้ปัจจุบันฮัจยีสุทิน หมุดทอง ทำหน้าที่เป็นอิหม่าม นายหวัง จันทมา เป็นคอเต็บ และฮัจยีมนัส หมุดทอง เป็นบิหลั่น ในส่วนของศูนย์อบรมจริยธรรมประจำมัสยิด เปิดดำเนินการสอนอัลกุรอานและหลักสูตรฟัรดูอีนไปพร้อมกัน โดยมีนายดานัย หมุดทอง เป็นผู้สอน มีนักเรียนจำนวน 50 คน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/ebab75744543750976b67d23e10bd6d6/_________.jpg" />
         <pubDate>2024-06-10 12:41:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/tywzol3lmubsfo7s/wish/3023228700</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
