<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>IS 6/1 by somprasong champathong</title>
      <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-08 07:28:00 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-10-07 20:03:09 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ชื่อ น้ำพริกนรกปลาซักเกอร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070513464</link>
         <description><![CDATA[<p>ส่วนผสม</p><p>1.ปลาชักเกอร์ตากแห้ง 2 kg.</p><p>2.กระเทียมจีน 200 k.</p><p>3.พริกแดงจินดาอินเดีย 100 k.</p><p>4.เนื้อมะขามเปียก 100 k.</p><p>5.นํ้าส้มสายชู 50 k.</p><p>6.นํ้าตาลทราย 150 k.</p><p>7.เกลือ 25 k.</p><p>8.นํ้าเปล่า 100 k.</p><p>9.นํ้ามันพืช 1/4 ถ้วยตวง</p><p>วิธีทํา</p><p>1. ใช้มีดสับกระเทียมจีนให้ละเอียด จากนั้น ตั้ง กระทะ ใส่น้ำมัน ตามด้วย กระเทียมจีน ทอดให้ มีสีเหลืองทอง เสร็จแล้ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ด น้ำมัน</p><p>2. ตั้งกระทะใหม่ ใส่น้ำมัน ตามด้วย พริกแดง จินดาอินเดีย ทอดให้กรอบ จากนั้น พักทิ้งไว้ให้ เย็น เสร็จแล้ว ใส่ครก ตำให้แหลกพอหยาบ ๆ แล้วตักใส่ถ้วยเตรียมไว้</p><p>3. ฉีกปลาซักเกอร์ตากแห้งเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้น ใส่ เครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเป็นผง</p><p>4. เตรียมชามผสม ใส่เนื้อมะขาม ตามด้วยน้ำ เปล่าแค่พอท่วม คั้นเอาน้ำมะขามเปียกออกมา จากนั้น ตั้งกระทะ ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำส้ม สายชู น้ำเปล่า 1 ถ้วย แล้วเปิดไฟกลาง เคี่ยว ให้มีความข้นหนืดดี</p><p>5. ใส่กระเทียมเจียว เกลือ น้ำตาลทราย เคี่ยวต่อ ใช้เวลา 30 นาที</p><p>6. พอน้ำมะขามหนืดได้ที่แล้ว ใส่ปลาซักเกอร์ป่นลงไป</p><p>คลุกเคล้าให้เข้ากัน</p><p> 7. ใส่พริกป่นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ที่</p><p>เสร็จแล้ว พักทิ้งไว้ให้เย็น</p><p>8. ตักน้ำพริกใส่ครก ตำให้ละเอียดอีกรอบ เป็น อันเสร็จ</p><p>สมาชิกกลุ่ม</p><p>นายเตมีย์ เผือกผ่อง เลขที่6 ม.6/1</p><p>นายฟายุ พลเรียง เลขที่9 ม.6/1</p><p>นางสาวนรัญญา ยิ้มเจริญ เลขที่27ม.6/1</p><p>นางสาวสุดที่รัก เนตรภักดี เลขที่28 ม.6/1</p><p>นางสาวเมทินี พุ่มมา เลขที่29 ม.6/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637386090/d501215e14f0e649ac89bbcf48d0d62f/0B9DACBE_81D5_41B7_8CEC_0DA3DFDFE402.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:36:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070513464</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบบปลูกผักไฮโดรโปนิกส์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070520271</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><mark>อุปกรณ์</mark></strong></p><p>            2.1 Datalogger ยี่ห้อ Sense Disc พร้อมหัววัดค่าการนำไฟฟ้าของสารละลาย</p><p>            2.2 หัวแร้งและตะกั่วบัดกรี</p><p>            2.3 คีมปอกสายไฟ</p><p>            2.4 ไขควง</p><p>            2.5 สว่านและดอกสว่าน</p><p>            2.6 เครื่องคอมพิวเตอร์</p><p>            2.7 เครื่องชั่งสารเคมี</p><p><strong><mark>3. สารเคมี</mark></strong></p><p>             3.1 น้ำยาปรับเทียบค่าการนำไฟฟ้า</p><p>             3.2 สารละลายธาตุอาหารของพืชไฮโดรโปนิกส์ จาก บริษัท ไทย นาโน ไบโอเทค จำกัด ประกอบด้วย</p><p><strong><mark>ขั้นตอนการประดิษฐ์ </mark></strong></p><p>	1.การศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการวัดค่าสภาพนำไฟฟ้า </p><p>	2. การพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อรับค่าสภาพนำไฟฟ้าสูงสุดและต่ำสุดที่เหมาะสมกับพืชและค่าปริมาตรน้ำ</p><p>        3.การออกแบบและสร้างระบบควบคุมปริมาตรสารละลายในถังผสมสารละลายธาตุอาหาร</p><p>        4.การออกแบบและสร้างระบบควบคุมความเข้มข้นของสารละลายธาตุอาหารโดยการตรวจสอบค่าสภาพนำไฟฟ้า (EC)</p><p>         5.การออกแบบและสร้างระบบรายงานผล</p><p><strong><mark>สมาชิก</mark></strong></p><p>นายณัชพล พงษ์สวัสดิ์ ม.6/1 เลขที่ 2</p><p>นายธูปหอม แสงเช่า ม.6/1 เลขที่ 7</p><p>นายวัณณุวรรธน์ นพสมบูรณ์ ม.6/1 เลขที่ 10</p><p>นายภูมิรพี พงษ์รักษ์ ม.6/1 เลขที่ 11</p><p>นางสาวนฤมล กุลทอง ม.6/1 เลขที่ 38</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-08 07:45:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070520271</guid>
      </item>
      <item>
         <title>🎀เจลลี่ไฟเบอร์🎀</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070523505</link>
         <description><![CDATA[<p>ส่วนผสมเจลลี่ไฟเบอร์</p><p>ส้มเขียวหวาน 2 ผล</p><p>แอปเปิ้ล 2 ผล</p><p>สับประรด 165 กรัม</p><p>มะเขือเทศ 2 ผล</p><p>คาราจีแนน 5 กรัม</p><p>น้ำเปล่าสะอาด 500 มิลลิตร</p><p>น้ำตาลทราย 50 กรัม</p><p>___________</p><p>วิธีทำเจลลี่ไฟเบอร์</p><p>1.เตรียมน้ำตัวเจลลี่และน้ำผลไม้</p><p>-ผสมน้ำเปล่า500 มิลลิตร กับ คาราจีแนน 5 กรัม ลงในหม้อคนให้ส่วนผสมเข้ากันและพักไว้ 10 นาที</p><p>-นำหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนคนต่อเนื่องจนคาราจีแนนละลายและน้ำเริ่มเดือดเบาๆ</p><p>-นำผลไม้ไปล้างให้สะอาด</p><p>-ปลอกเปลือกผลไม้</p><p>-นำผลของผลไม้มาปั่นหรือคั้น (แล้วแต่ชนิดของผลไม้) ให้ได้น้ำ</p><p>-นำน้ำผลไม้มากรองด้วยผ้าขาว</p><p>2.เติมน้ำตาล</p><p>-เติมน้ำตาล 50 กรัมและคนให้ละลายเข้ากัน</p><p>3.เติมน้ำผลไม้</p><p>-เทน้ำผลไม้ลงในหม้อคนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ</p><p>4.เทน้ำเจลลี่ไฟเบอร์</p><p>-เทน้ำเจลลี่ลงในถุงฟอยล์</p><p>5.นำไปพักให้เย็น</p><p>-นำไปพักให้เย็นในอุณหภูมิห้อง</p><p>-จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมง จนกว่าจะเซตตัว</p><p>___________</p><p>ควรบริโภค 1-2ซองต่อวัน</p><p>บริโภคในช่วง หลังอาหาร/ก่อนนอน</p><p>ปริมาณพลังงานต่อ1ซอง 30 กรัม</p><p>ปริมาณไฟเบอร์ 25-38 กรัม</p><p>___________</p><p>สมาชิก</p><p>นายณัฐพนธ์ วงศ์ชาลี เลขที่3</p><p>นายอัคคเดช เกตุจัทร์ เลขที่5</p><p>นางสาวชัญญานุช กุลละวณิชย์ เลขที่ 14</p><p>นางสาวศิริวิมล ภาพร เลขที่ 19</p><p>นางสาว กัณฐิกา บุญรอด เลขที่24</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2625659188/c35cb8d9bbbf5fbad6682d59a7438bb1/IMG_2240.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:49:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070523505</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปลูกผักไมโครกรีน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070532793</link>
         <description><![CDATA[<p>วิธีการปลูก</p><p>      1. ใส่วัสดุเพาะ ประมาณ 1 นิ้วครึ่ง ถึง 2 นิ้ว ให้เรียบเสมอกัน</p><p>      2. โปรยเมล็ดไมโครกรีน ให้ทั่วโดยไม่ให้ชิดกันจนเกินไป</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. โรยดินกรบเมล็ดบางๆ โดยใช้ตะแกรงหยาบๆ ในการร่อน</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. ฉีดน้ำด้วยกระบอกฉีดน้ำ(ฟ็อกกี้) เล็กน้อยพอให้ชุ่ม</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. ปิดภาชนะด้วยผ้า หรือถุงดำเพื่อพลางแสง</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 6. รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ให้ดินชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 7. หลังจากเพาะ 2-3 วันเมื่อเริ่มเห็นใบ สามารถนำผ้าหรือถุงดำออกได้</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 8. รอประมาณ 8-14 วัน เพียงเท่านี้ก็เก็บเกี่ยวมาใช้ประกอบอาหารได้แล้ว</p><p>วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม</p><p>       1. วัสดุเพาะ (Peat Moss)</p><p>       2. ภาชนะที่สามารถระบายน้ำได้ หรือ ถาดเพาะ</p><p>       3. กระบอกฉีดน้ำ(ฟ็อกกี้)</p><p>ประโยชน์ของผักไมโครกรีน</p><p>       1. ไมโครกรีนอุดมด้วยแร่ธาตุเยอะ</p><p>       2. เป็น เหล่าสารอาหารที่มีประโยชน์มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง</p><p>       3. ไมโครกรีนมีปริมาณสารอาหารสูงกว่าผักใบเขียว</p><p>       4.อายุการเจริญเติบโตสั้น</p><p>       5.มีรูปทรงสีสันสวยงามน่ารับประทาน</p><p>       6.ไม่มีการเจือปนของสารเคมีหรือสารพิษ เนื่องจากใช้แค่น้ำเปล่าหล่อเลี้ยง จึงมั่นใจได้ว่าเป็นผักออแกนิกส์ 100%</p><p><br></p><p>น.ส.พรศิริ หงษ์วิหค เลขที่20</p><p>น.ส.พัชรดา สินนารายณ์ เลขที่21</p><p>น.ส.อำพาวรรณ วงษ์กลด เลขที่23</p><p>น.ส.กาญจนา หอมกระโทก เลขที่25</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2625660225/0a9abba548e8901d400acf08b954300a/9B61AB32_8B10_431F_9BBA_812AC7898644.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:03:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3070532793</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชื่อโครงงาน:คางกุ้งอบกรอบและสารสกัดฟลาโวนอยด์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3076361351</link>
         <description><![CDATA[<p>วัตถุประสงค์</p><p><br/></p><p>1.เพื่อศึกษาและวิจัยการเหลือทิ้งของคางกุ้งและสารฟลาโวนอยด์ในพืช</p><p><br/></p><p>2.เพื่อทดสอบปริมาณการเหลือทิ้งคางกุ้ง</p><p><br/></p><p>วัสดุ/อุปกรณ์</p><p><br/></p><p>1.คางกุ้ง 500 กรัม</p><p><br/></p><p>2.ใบหม่อน 500 กรัม</p><p><br/></p><p>3.เตาอบ</p><p><br/></p><p>4.กระทะ</p><p><br/></p><p>5.ตะหริว</p><p><br/></p><p>6.น้ำมัน 1 ขวด</p><p><br/></p><p>7.ตะแกรง</p><p><br/></p><p>8.ถาด</p><p><br/></p><p>9.เกลือ 1/2 ช้อนชา</p><p><br/></p><p>วิธีทำ</p><p><br/></p><p>การทำคางกุ้งอบกรอบสามารถทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนต่อไปนี้:</p><p><br/></p><p>### ส่วนผสม</p><p><br/></p><p>1. คางกุ้งที่สะอาดและแห้ง</p><p><br/></p><p>2. เกลือ (ตามชอบ)</p><p><br/></p><p>3. พริกไทย (ตามชอบ)</p><p><br/></p><p>4. ผงปรุงรส (ถ้ามี)</p><p><br/></p><p>5. น้ำมันสำหรับทอด</p><p><br/></p><p>### วิธีทำ</p><p><br/></p><p>1. เตรียมคางกุ้ง:</p><p><br/></p><p>- ล้างคางกุ้งให้สะอาด และซับให้แห้งสนิท</p><p><br/></p><p>- โรยเกลือ, พริกไทย, และผงปรุงรสให้ทั่วคางกุ้ง คลุกเคล้าให้เข้ากัน</p><p><br/></p><p>2. ทอดคางกุ้ง:</p><p><br/></p><p>- ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อนพอประมาณ</p><p><br/></p><p>- นำคางกุ้งที่ปรุงรสลงไปทอดจนเหลืองกรอบ ใช้ไฟกลางค่อนข้างแรง เพื่อให้คางกุ้งสุกและกรอบเร็วขึ้น</p><p><br/></p><p>- เมื่อสุกแล้ว นำคางกุ้งขึ้นจากกระทะ พักไว้บนกระดาษซับน้ำมันเพื่อซับน้ำมันส่วนเกิน</p><p><br/></p><p>3. อบคางกุ้ง (ตัวเลือกเสริม):</p><p><br/></p><p>- หากต้องการให้กรอบเพิ่มขึ้น นำคางกุ้งที่ทอดแล้วไปอบที่อุณหภูมิประมาณ 150-160 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที</p><p><br/></p><p>- ควรตรวจสอบเป็นระยะเพื่อไม่ให้ไหม้</p><p><br/></p><p>4.**อบใบหม่อน**: วางใบหม่อนบนถาดอบโดยไม่ให้ซ้อนกัน อบประมาณ 15-20 นาที หรือจนกว่าใบหม่อนจะแห้งและกรอบ</p><p><br/></p><p>5.**จัดเสริฟและทดลองชิม**</p><p><br/></p><p>นาย นราธิป จันทร์เพ็ง เลขที่4</p><p><br/></p><p>นางสาว ภัทรวดี พุ่มเกษม เลขที่18</p><p><br/></p><p>นางสาว วรรณวรินทร์ วินไธสง เลขที่22</p><p><br/></p><p>นางสาวกัญลยรัตน์ ละออเอี่ยม เลขที่31</p><p><br/></p><p>นางสาว ศุภักษร ประยาทอง เลขที่34</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2625698493/dbbdcc48b6b9f8d93773d384050ed8a7/IMG_8008.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-15 07:18:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3076361351</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครีมขัดรองเท้า👞🧴 </title>
         <author>ffnm2mghbx</author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3093578858</link>
         <description><![CDATA[<p>สมาชิก</p><p>นายพงศกร โกมล เลขที่8</p><p>นางสาวชุตินันท์ ชะม้าย เลขที่15</p><p>นางสาวธัญลักษณ์ คงสาคร เลขที่16</p><p>นางสาวพรธิภา ศิริโยธา เลขที่17</p><p>นางสาวกนกวรรณ บุญบาล เลขที่36</p><p><br/></p><p>จุดประสงค์ของโครงงานครีมขัดรองเท้าอาจรวมถึง:</p><p>1. พัฒนาครีมขัดรองเท้าที่มีประสิทธิภาพ: สร้างสูตรครีมขัดรองเท้าที่สามารถทำให้รองเท้ามีความเงางามและดูดีขึ้น รวมถึงช่วยปกป้องและบำรุงวัสดุของรองเท้าให้คงทน</p><p>2. ศึกษาผลกระทบของส่วนผสม: ทดลองและเปรียบเทียบผลของส่วนผสมต่างๆ (เช่น ขี้ผึ้ง, น้ำมัน, และสารทำให้เนียน) เพื่อหาสูตรที่ดีที่สุด</p><p>3. เพิ่มความรู้และทักษะ: เรียนรู้กระบวนการผลิตครีมขัดรองเท้าและทักษะในการทดลองและปรับปรุงสูตร</p><p>4. สำรวจความปลอดภัยและความเหมาะสม: ตรวจสอบว่าเนื้อหาของครีมปลอดภัยต่อการใช้และเหมาะสมกับรองเท้าหลายประเภท</p><p>5. สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: หากเป็นไปได้, พัฒนาเคมีภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย.</p><p><br/></p><p>ครีมขัดรองเท้าจากธรรมชาติจะมีดังนี้</p><p>1.ครีมขัดรองเท้าจากเปลือกส้มโอ </p><p>2.ครีมขัดรองเท้าจากเปลือกมะนาว</p><p>3.ครีมขัดรองเท้าจากเปลือกกล้วย</p><p>โดยได้เปรียบเทียบกับครีมขัดรองเท้าจากผงถ่าน</p><p>การทดลองโครงงานครีมขัดรองเท้า สามารถทำได้ตามขั้นตอนนี้:</p><p>1. <strong>เตรียมวัสดุ</strong>:</p><p>   - ขี้ผึ้ง (Beeswax) หรือไขมันจากพืช (เช่น เชียบัตเตอร์)</p><p>   - น้ำมัน (เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันอัลมอนด์, หรือ น้ำมันมะกอก)</p><p>   - สารทำให้เนียน (เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือ ทัลคัม)</p><p>   - สารเพิ่มกลิ่น (เช่น น้ำมันหอมระเหยตามชอบ)</p><p>   - ภาชนะสำหรับผสม</p><p>   - ช้อนหรือเครื่องมือผสม</p><p>   - ภาชนะสำหรับเก็บครีม</p><p>2. <strong>เตรียมส่วนผสม</strong>:</p><p>   - ละลายขี้ผึ้งหรือไขมันจากพืชในภาชนะที่ทนความร้อน โดยใช้ความร้อนอ่อน (ใช้เครื่องอุ่นหรือหม้อต้ม)</p><p>   - เมื่อขี้ผึ้งละลายแล้ว ใส่น้ำมันลงไปและคนให้เข้ากัน</p><p>   - เพิ่มสารทำให้เนียน และกลิ่นหอม (ถ้าใช้) แล้วผสมให้เข้ากัน</p><p>3. <strong>ทำการทดสอบ</strong>:</p><p>   - ใส่ครีมขัดรองเท้าในภาชนะสำหรับเก็บ</p><p>   - ทดสอบครีมบนรองเท้าจริง โดยใช้แปรงหรือผ้าสะอาดทาครีมลงบนรองเท้าผิวหนัง</p><p>   - ขัดครีมให้ทั่วและทิ้งไว้ให้แห้ง</p><p>   - เช็ดรองเท้าเบาๆ ด้วยผ้าสะอาดเพื่อดูผลลัพธ์</p><p>4. <strong>บันทึกผล</strong>:</p><p>   - สังเกตความเงางามและการปกป้องของรองเท้า</p><p>   - บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของครีม เช่น ความเงางาม, ความทนทาน, และการบำรุง</p><p>5. <strong>ปรับปรุง</strong>:</p><p>   - หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สามารถปรับสัดส่วนของส่วนผสมหรือทดลองใช้ส่วนผสมอื่นๆ</p><p>ทดลองอย่างละเอียดเพื่อหาสูตรครีมขัดรองเท้าที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดกับรองเท้าประเภทต่างๆ.</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2489664968/6d5a4601e71be4a5f4015e5f49d6e5f7/IMG_9154.jpg" />
         <pubDate>2024-08-29 07:12:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3093578858</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เวร์โปรตีนจากจิ้งหรีด🦗🦗</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3093584661</link>
         <description><![CDATA[<p>ส่วนประกอบ</p><p>1)จิ้งหรีด 1 กิโลกรัม</p><p> </p><p>วิธีทำ</p><p>1)นำจิ้งหรีดไปทำความสะอาด</p><p>2)ตัดหัวและขาออก</p><p>3)นำไปอบหรือตากให้แห้ง</p><p>4)นำมาปั่นหรือตำให้ละเอียด</p><p>5)ใส่ตะแกรงและร่อน</p><p>6)จากนั้นเราก็จะได้ผงโปรตีนจากจิ้งหรีดเป็นอันเสร็จเรียบร้อย</p><p>สมาชิก</p><p>นายวีรภาพ อ่อนอ่วม เลขที่ 12</p><p>นางสาวกุลนันทน์ ทับเสงี่ยม เลขที่ 13</p><p>นางสาวฐิดาภา วันดี เลขที่ 26</p><p>นางสาวศิรประภา แพงพันธ์ เลขที่ 37</p><p>นางสาวพรนภัส วชิรพันธุ์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2625665199/073ca5f5b5e920134f43a73d3f41a1df/9AAE3B61_9159_434B_B0DA_D7C739521C81.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-29 07:17:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3093584661</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สบู่ขัดผิว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3103808520</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>อุปกรณ์</strong></p><p>1.กลีเซอร์รีนเกรดพรีเมียม 1 กิโลกรัม</p><p>2.มะขาม และ ส้ม</p><p>3.แม่พิมพ์สบู่</p><p>4.น้ำมันหอมระเหย 2ซีซี</p><p>5.เครื่องปั่น</p><p>6.แก้วตวง</p><p>7.ตะแกรงกรอง</p><p>8.ภาชนะ </p><p>9.ผ้าขาวบาง</p><p><strong>วิธีทำ</strong></p><p>1. เริ่มจากหั่นกลีเซอรีนเป็นก้อนเล็กๆ จากนั้นนำไปต้ม โดยต้องต้มกลีเซอรีนด้วยไฟอ่อนจนละลาย</p><p><strong>2. </strong>ระหว่างรอกลีเซอรีนละลายให้เตรียมส้มและมะขาม นำส้มมาล้างให้สะอาดแล้วนำไปปั่นผสมน้ำสะอาดเล็กน้อย จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ </p><p><strong>3. </strong>เมื่อเตรียมมะขามและส้มเรียบร้อยแล้ว เติมน้ำผึ้งและน้ำมันหอมระเหยลงไป ผสมให้เข้ากัน</p><p><strong>4. </strong>จากนั้นแบ่งกลีเซอรีนออกเป็นส่วนให้เท่ากันแล้วผสมมะขามกับส้มแยกกัน จากนั้นเทสบู่ส้มลงไปในแม่พิมพ์ก่อนรอจนเย็น จากนั้นเทสบู่มะขามลงไปชั้นที่2 ทำสลับชั้นกัน</p><p><strong>ประโยชน์ที่ได้รับ</strong></p><p>มีวิตามิน C สูงบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส ผลัดเซลล์ผิว ลบรอยจุดด่างดำ ฝ้า กระ ลดความหมองคล้ำ ขจัดกลิ่นตัวได้สะอาดล้ำลึก มีน้ำผึ้งและวิตามิน E เป็นส่วนผสมทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น สดใส</p><p><strong>สมาชิก</strong></p><p><strong>1.นาย จิรวัฒน์ บุญเอนก ม.6/1 เลขที่ 1</strong></p><p><strong>2.นางสาว กรรณิการ์  เหมะปัทมะ ม.6/1 เลขที่30</strong></p><p><strong>3.นางสาว จุฑามาศ สำราญวงค์ ม.6/1 เลขที่32</strong></p><p><strong>4.นางสาว มณีวรรณ แสงทอง ม.6/1 เลขที่33</strong></p><p><strong>5.นางสาว สรนันท์ หนันกระโทก ม.6/1 เลขที้35</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2697208534/8051529129630186ee0791128be7837a/IMG_6138.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-05 07:45:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/somprasongchampathong/tph6q7kiu9yfx5yl/wish/3103808520</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
