<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>โครงสร้างและหน้าที่ของหู by </title>
      <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-06-19 07:03:53 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-06-23 08:32:22 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>โครงสร้างของหู Structure of the Ear</title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495752731</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>โครงสร้างของหู</strong></p><p>หูมี 2 ข้าง โดยแต่ละข้างจะมีรูปร่างที่เหมือนกัน แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่</p><ul><li><p>หูชั้นนอก ประกอบด้วย ใบหู รูหู และเยื่อแก้วหู</p></li><li><p>หูชั้นกลาง ประกอบด้วย ท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) และกระดูกสำคัญ 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกค้อน (Malleus) กระดูกทั่ง (Incus) และกระดูกโกลน (Stapes)</p></li><li><p>หูชั้นใน ประกอบด้วย หน้าต่างรูปไข่&nbsp;(Oval window) หน้าต่างรูปกลม (Round window) คอเคลีย (Cochlea) แลบบิรินท์ (Vestibular labyrinth)&nbsp;หินปูน (Otolith)<strong>&nbsp;</strong>และอวัยวะคอร์ติ (Organ of corti) ที่ประกอบด้วย เซลล์ขน (Hair Cells) และเยื่อบุเทคโทเรียล (Tectorial membrane)</p><p><br/></p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/d2/Anatomy_of_the_Human_Ear.svg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:21:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495752731</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรคที่เกี่ยวกับหู Ear-related Diseases</title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495766830</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>น้ำในหูไม่เท่ากันและโรคมีเนียร์ (Meniere’s Disease)</strong></p><p>ถ้ามีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน เวียนหัว บ้านหมุน หรือหูอื้อ ควรพบแพทย์ ENT ทันที โรคมีเนียร์เกิดจากน้ำในหูชั้นในคั่งหรือความดันเพิ่มขึ้น มักเกิดในคนอายุ 40-60 ปี ส่วนใหญ่เป็นแค่ข้างเดียว แพทย์จะตรวจและรักษาด้วยยา หรือวิธีอื่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการ</p><p><strong>อาการ</strong> เวียนหัวรุนแรง หมุนติดต่อกันนาน 20 นาทีขึ้นไป รู้สึกแน่นในหู มีเสียงรบกวน (เหมือนลมพัด) หูอื้อ และการได้ยินลดลง อาการเป็น ๆ หาย ๆ บางคนเป็นบ่อย บางคนไม่บ่อย การได้ยินอาจดีขึ้นหลังหายเวียนหัวแต่ในระยะยาวอาจลดลงจนหูตึงได้</p><p><strong>สาเหตุ</strong> ยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเกิดจากการดูดซึมน้ำในหูผิดปกติ หรือทางเดินน้ำในหูอุดตัน อาจเกี่ยวกับโครงสร้างหูผิดปกติ พันธุกรรม ภูมิแพ้ การติดเชื้อไวรัส อุบัติเหตุศีรษะ หรือความผิดปกติของระบบเผาผลาญและฮอร์โมน</p><p><strong>การรักษา</strong> พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม แพทย์จะให้ยาเพื่อควบคุมอาการเวียนหัว หากอาการรุนแรงและยาไม่ช่วย อาจฉีดยาเข้าหูชั้นกลาง หรือในบางกรณีต้องผ่าตัด โรคนี้ไม่หายขาดแต่การรักษาช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ปกติ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4016566924/429a93b17c5519f7b6509f61123f016e/IMG_6481.jpeg" />
         <pubDate>2025-06-19 07:33:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495766830</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลไกการทำงานของหูHearing Mechanism</title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495775969</link>
         <description><![CDATA[<p>กลไกการได้ยิน</p><p>การสั่นสะเทือนของโมเลกุลผ่านเข้าไปในช่องหู กระทบกับเยื่อแก้วหูกั้นระหว่างหูชั้นนอกและชั้นกลาง เยื่อแก้วหูจะมีการสั่นสะเทือนและส่งไปยังกระดูก 3 ชิ้น เรียกว่า กระดูกค้อน กระดูกทั่ง กระดูกโกลน เรียกว่าการนำเสียง จากนั้นจะส่งต่อแรงสั่นสะเทือนไปยังของเหลวที่อยู่ในหูชั้นใน เซลล์ขนเล็ก ๆ จะมีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนเป็นกระแสประสาทส่งไปที่สมอง เรียกว่า ประสาทการนำเสียง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:42:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495775969</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หูชั้นนอก</title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495778939</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><p>หูชั้นนอก ประกอบด้วย ใบหู รูหู และเยื่อแก้วหู</p><p><br/></p></li><li><p>หน้าที่<br>เริ่มจาก <strong>ใบหู</strong> ที่ทำหน้าที่รับและรวมคลื่นเสียงจากรอบตัว ส่งเสียงเข้าสู่ <strong>รูหู</strong> ซึ่งเป็นทางเดินเสียงที่ช่วยป้องกันฝุ่น แมลง และเชื้อโรคด้วยขี้หู ภายในรูหูยังช่วยขยายเสียงพูดให้ชัดขึ้น เสียงจะเดินทางต่อไปยัง <strong>เยื่อแก้วหู</strong>ซึ่งเป็นเยื่อบางๆ ทำหน้าที่สั่นตามคลื่นเสียง และส่งแรงสั่นเข้าสู่หูชั้นกลาง</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:46:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495778939</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หูชั้นกลาง</title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495780655</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><p>หูชั้นกลาง ประกอบด้วย ท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) และกระดูกสำคัญ 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกค้อน (Malleus) กระดูกทั่ง (Incus) และกระดูกโกลน (Stapes)</p></li></ul><p><br/></p><ul><li><p> <strong>หน้าที่</strong><br>เมื่อเสียงเข้าสู่หูชั้นกลาง จะผ่านไปยัง <strong>กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลน</strong> ที่ช่วยขยายแรงสั่นให้มากขึ้น และส่งต่อไปยังหูชั้นใน ส่วน <strong>หน้าต่างรูปไข่และหน้าต่างรูปกลม</strong> จะเป็นช่องที่ควบคุมและส่งเสียงไปหูชั้นในได้อย่างเหมาะสม อีกส่วนสำคัญคือ <strong>ท่อยูสเตเชียน</strong> ที่เชื่อมต่อกับโพรงหลังจมูก ทำหน้าที่ปรับความดันในหูให้สมดุล เพื่อป้องกันอาการหูอื้อ โดยจะเปิดตอนกลืนหรือเคี้ยว</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:47:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495780655</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หูชั้นใน</title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495781464</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><p>หูชั้นใน ประกอบด้วย หน้าต่างรูปไข่&nbsp;(Oval window) หน้าต่างรูปกลม (Round window) คอเคลีย (Cochlea) แลบบิรินท์ (Vestibular labyrinth)&nbsp;หินปูน (Otolith)<strong>&nbsp;</strong>และอวัยวะคอร์ติ (Organ of corti) ที่ประกอบด้วย เซลล์ขน (Hair Cells) และเยื่อบุเทคโทเรียล (Tectorial membrane)</p></li></ul><p><br/></p><ul><li><p><strong>หน้าที่</strong><br>เสียงที่ขยายแล้วจะเข้าสู่ <strong>คอเคลีย</strong> ซึ่งเป็นท่อขดรูปร่างเหมือนก้นหอย ภายในมีของเหลวที่สั่นตามเสียง คลื่นสั่นนี้จะกระตุ้น <strong>เซลล์ขน</strong> ซึ่งแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าแล้วส่งไปยังสมอง เซลล์ขนแถวในรับเสียงสำคัญ ส่วนแถวนอกรับเสียงทั่วไป นอกจากนี้ หูชั้นในยังมี <strong>แลบบิรินท์</strong> ที่ควบคุมการทรงตัว ช่วยให้เรารู้ว่าเรากำลังเคลื่อนไหวหรืออยู่ในท่าไหน และมี <strong>หินปูนในหู</strong> ที่ช่วยรับรู้การเอียง ก้ม เงยศีรษะ ถ้าอวัยวะทรงตัวทำงานไม่สมดุลกัน อาจทำให้เวียนหัวหรือบ้านหมุนได้</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 07:48:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495781464</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรคที่เกี่ยวกับหู Ear related diseases </title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495784254</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>โรคประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน&nbsp;(Sudden Sensorineural Hearing Loss)</strong></p><p><strong>Sudden Sensorineural Hearing Loss (SSHL)</strong></p><p>Sudden Sensorineural Hearing Loss คือภาวะหูชั้นในเสื่อมอย่างรวดเร็วในข้างเดียวหรือสองข้าง ภายในไม่กี่นาที ชั่วโมง หรือวัน ทำให้การได้ยินลดลงอย่างน้อย 30 เดซิเบล อาจมีอาการร่วม เช่น เสียงดังในหู เวียนหัว อาเจียน หรือเสียการทรงตัว ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์</p><p><strong>สาเหตุ</strong> ส่วนใหญ่ไม่ทราบชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสหรือหลอดเลือดที่หูชั้นใน เสียหาย บางกรณีเกิดจากการกระแทกศีรษะ การติดเชื้อซิฟิลิส หรือเนื้องอกเส้นประสาทหู</p><p><strong>การรักษา</strong> ใช้ยาสเตียรอยด์ (Prednisolone) ลดการอักเสบ โดยให้กินหรือฉีดเข้าหู และยาบำรุงประสาท วิตามินบี และยาขยายหลอดเลือด แพทย์จะตรวจการได้ยินและเลือดเป็นระยะ หากอาการไม่ดีขึ้น อาจตรวจพิเศษ เช่น ABR, CT Scan หรือ MRI เพื่อหาสาเหตุอื่น </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4016566924/1c6747cd121ee09e2c2e8268badc82c0/IMG_6480.png" />
         <pubDate>2025-06-19 07:51:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495784254</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมาชิก ม 6/2</title>
         <author>hgdcyt42bt</author>
         <link>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495797619</link>
         <description><![CDATA[<p>น.ส. กีลานันท์ ชัยวงค์ (15)</p><p>น.ส. ซากีนา อิมดาด คาลิลูลลาห์ (16)</p><p>น.ส. นงลักษณ์ สามลอ (19)</p><p>น.ส พัชราพร ไอ่วอย (23)</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-19 08:08:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/hgdcyt42bt/szepg3aopaqf05ti/wish/3495797619</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
