<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ยุคของดนตรีสากล by จินต์จุฑา พิพิธพงศ์พัฒน์</title>
      <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-01-03 17:08:41 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-05-25 08:38:45 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ยุคกลาง</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433215499</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ลักษณะดนตรี</strong></div><div>ระยะเวลาจากคริสต์ศตวรรษที่ 5 จนถึงปลายศตวรรษที่ 14 (ค.ศ.450-1450) ศาสนามีอำนาจสูงมาก ทั้งด้านปัญญาและสปิริต ทำให้คนสามารถรวมกันได้ หลังจากนั้นก็เริ่มเสื่อมลงแล้วติดตามด้วยสงครามร้อยปีระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสหลังจากสงครามก็มีการแตกแยกเกิดขึ้น ในสมัยนี้เริ่มมีหลักฐานเกี่ยวกับเพลงคฤหัสถ์ (Secular music) ซึ่งเป็นเพลงขับร้องเพื่อความรื่นเริงได้รับความนิยมและแพร่หลายมากทางยุโรปตะวันตก นอกเหนือไปจากเพลงโบสถ์ (Church music) มีลักษณะเป็นเพลงร้องเสียงเดียวมักไม่มีดนตรีประกอบไม่มีอัตราจังหวะ ร้องเป็นภาษาละตินมีช่วงกว้างของทำนองจำกัด บันทึกเป็นภาษาตัวโน้ตที่เรียกว่า Neumatic notation</div><div><br></div><div><strong>คีตกวี</strong></div><div>1.เลโอนิน (Leonin ประมาณ 1130-1180)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นผู้ควบคุมวงขับร้องประสานเสียงของกลุ่มนอเตอร์ เดมณ กรุงปารีส เขารวบรวมเพลงออร์แกนนั่ม ซึ่งเป็นเพลงโบสถ์ในพิธีต่าง ๆ ตลอดทั้งปีไว้ในหนังสือชื่อ “Great Book of Organum”&nbsp; บางครั้งชื่อของเลโอนินเรียกเป็นภาษาละตินว่า “ลีโอนินัส”&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;2. เพโรติน (Perotin หรือ Perotinus Magnus ประมาณ 1160-1220)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นผู้ควบคุมวงนักร้องประสานเสียงและผู้ประพันธ์เพลงของกลุ่มนอเตอร์ เดม ณ กรุงปารีส เป็นรุ่นน้องของเลโอนิน ทั้งคู่เป็นผู้บุกเบิกรูปแบบการประพันธ์เพลงแบบการสอดประสานทำนอง</div><div><br></div><div>3.จาคาโป ดา โบโลนญา (Jacapo da Bologna)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นผู้ประพันธ์เพลงที่สร้างรูปแบบให้กับสมัยศิลป์ใหม่คนสำคัญคนหนึ่ง ในช่วงที่เขาอยู่ในกรุงมิลาน ได้ผลิต ผลงานมากมาย</div><div><br></div><div>4.แลนดินี (Francesco Landini ประมาณ 1325-1397)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประพันธ์เพลงและนักออร์แกนเป็นบุตรของจิตรกรแลนดินีต าบอดมาตั้งแต่เด็กจึงหันมาศึกษา ดนตรีมีชื่อเสียงในฐานะนักออร์แกนที่สามารถเล่น ได้อย่างไพเราะเต็มไปด้วยเทคนิคซึ่งสร้างความประทับใจ ให้กับผู้ฟังทั่วไป แนวการประพันธ์ของ แลนดินีมีลักษณะของความเป็นตัวของตัวเองมาก การถ่ายทอดอารมณ์ในเพลง มีมากกว่าผู้ประพันธ์เพลงสมัยก่อนหน้าเขา บทเพลงร้องหลายแนว&nbsp;</div><div><br></div><div>5.มาโชท์ (Guillaume de Machaut, ประมาณ 1300-1377)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประพันธ์เพลงสำคัญในสมัยศิลป์ใหม่ มาโชท์เป็นพระชาวฝรั่งเศส เพลงที่ประพันธ์ส่วนใหญ่จึงเป็นเพลงโบสถ์ โดยเฉพาะเพลงแมสของมาโชท มีชื่อเสียงมาก นอกจากนี้มาโชท์ยังมีผลงานเพลงคฤหัสถ์จำนวน หนึ่งด้วย ผลงานของมาโชท์เต็มไปด้วยความประณีต ในการใช้รูปแบบ ของการสอดประสานทำนอง&nbsp;</div><div><br></div><div><strong>ลักษณะวงดนตรี</strong></div><div>เสียงร้องที่เป็นคู่ขนานกับทำนองหลัก กำหนดให้ร้องพร้อมกันไป วิธีการเขียนเพลงที่มี 2 แนวนี้เรียกว่า ออร์แกนุม (Organum</div><div><br></div><div>ต่อมาได้เพิ่มเสียงสองแนวเป็นสามแนวและเป็นสี่แนว จากเพลงร้องดั้งเดิมที่มีเพียงเสียงเดียว ได้พัฒนาขึ้นกลายเป็นเพลงหลายแนวเสียงหรือเรียกว่าโพลีโฟนี (Polyphony)</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1925751160/c8833a24e89b58c8ab45ce9b2997c82f/43A82A79-3FB8-4FE7-B897-4A80E980423E.jpg" />
         <pubDate>2023-01-04 06:54:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433215499</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวอย่างเพลงสวด</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433216569</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/ApX4DJvPpEg" />
         <pubDate>2023-01-04 06:56:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433216569</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433217160</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ลักษณะดนตรี</strong></div><div>สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา เริ่มประมาณ ค.ศ. 1400 – 1600 เพลงศาสนายังมีความสำคัญอยู่เช่นเดิม เพลงสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความบันเทิง ความสนุกสนาน ก็เกิดขึ้นด้วย การประสานเสียงได้รับการพัฒนาให้กลมกลืนขึ้น เพลงศาสนาเป็นรากฐานของทฤษฎีการประสานเสียง เพลงในยุคนี้แบ่งเป็นสองแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่เรียกว่า อิมมิเททีฟโพลีโฟนี (Imitative Polyphony) คือ มีหลายแนว และแต่ละแนวจะเริ่มไม่พร้อมกัน ทุกแนวเสียงมีความสำคัญแบบที่สองเรียกว่า โฮโมโฟนี (Homophony) คือ มีหลายแนวเสียงและบรรเลงไปพร้อมกัน มีเพียงแนวเสียงเดียวที่เด่น แนวเสียงอื่นๆ เป็นเพียงเสียงประกอบ เพลงในสมัยนี้ ยังไม่มีการแบ่งจังหวะที่แน่นอน</div><div><br></div><div><strong>ลักษณะวง</strong></div><div>การประสานเสียงใช้คู่ 3 ตลอด และเป็นสมัยสุดท้ายที่มีรูปแบบของขับร้องและบรรเลงเหมือนกัน</div><div><br></div><div>คีตกวี&nbsp;</div><div>1.ดันสเตเบิล (John Dunstable, ประมาณ 1390 –1453)&nbsp;</div><div>2. ดูเฟย์(Guillianum Dufay ประมาณ 1400-1474)&nbsp;</div><div>3.โอคิกัม (Johannes Ockeghem, ประมาณ 1410-1497)</div><div>4. จอสกิน เดอส์ เพรซ์ (Josquin des Prez, ประมาณ 1440 -1521)&nbsp;</div><div>5. โทมัส ทัลลิส (Thomas Tallis)&nbsp;</div><div>6. ปาเลสตรินา (Giovanni Pierluigi da Palestrina, ประมาณ 1524-1594)&nbsp;</div><div>7. เบิร์ด (William Byrd, 1543-1623) .</div><div>8.มอนแทแวร์ดี (Claudio Monteverdi, 1567-1643)&nbsp;</div><div><br><strong>เพลงที่สำคัญ</strong></div><div>จบทร้องใช้โพลีโฟนี (Polyphony) ส่วนใหญ่ใช้ 3-4 แนว ในศตวรรษที่ 16 ได้ชื่อว่า “The Golden Age of Polyphony”&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1925751160/a34fc04266e245d5456e14149032812c/E7B8C9D4_ECBB_459F_9240_CF967280A484.jpg" />
         <pubDate>2023-01-04 06:57:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433217160</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวอย่างเพลง</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433220532</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/uJk2BP-Uo_Q" />
         <pubDate>2023-01-04 07:01:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2433220532</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคบาโรค</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434901010</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคบาโรก<br><strong>ลักษณะ</strong><br>ในสมัยบาโรก เริ่มมีการใช้เครื่องดนตรีหรือเสียงร้องเล่นประชันกัน เช่น เสียงร้องประชันกับเครื่องดนตรี หรือการเดี่ยวประชันเครื่องดนตรีบ้าง ซึ่งเรียกกันว่า Stile Concertante มีการใช้ บัสโซกอนตีนูโว (Basso Continuo) คือการที่เสียงเบส (เสียงต่ำ) เคลื่อนที่ตลอดเวลา โดยใช้สัญลักษณ์เป็นตัวเลขบอกถึงการเคลื่อนที่ไปของเบส รวมถึงเสียงแนวอื่น ๆ ด้วย ทำให้เกิดคอร์ดขึ้นมา เครื่องดนตรีที่ใช้เล่นบาสโซคอนตินิวโออาจเป็นคีย์บอร์ด เช่น ออร์แกน ฮาร์ปซิคอร์ด หรือเป็นกลุ่มของเครื่องดนตรี เช่น วิโอลา เชลโล บาสซูน<br><br><strong>คีตกวี</strong>	<br>•	ดีเทอริช บุคส์เทอฮูเดอ (Dieterich Buxtehude)<br>	•	โยฮัน พัคเค็ลเบิล (Johann Pachelbel)<br>	•	อาเลสซันโดร สการ์ลัตตี (Alessando Scarlatti)<br>	•	อันโตนีโอ วีวัลดี (Antonio Vivaldi)<br>	•	โยฮัน เซบัสทีอัน บัค (Johann Sebastian Bach)<br>	•	จอร์จ ฟริดริก แฮนเดิล (Georg Friedrich Händel)<br>	•	ฌ็อง-บาติสต์ ลูว์ลี (Jean Baptist Lully)<br>	•	ฌ็อง-ฟีลิป ราโม (Jean-Philippe Rameau)<br>	•	เกออร์ค ฟิลลิพ เทเลอมัน (Georg Phillip Telemann)<br>	•	เฮนรี เพอร์เซลล์ (Henry Purcell)<br><br><strong>ลักษณะวง</strong><br><br>รูปแบบของเพลงบางประเภทมีการพัฒนาจนมีแบบแผนแน่นอน ได้แก่ ฟิวก์ ลักษณะของเพลงร้องของดนตรีสมัยบาโรก ได้แก่ โอเปร่า คันตาตา และออราทอริโอ ส่วนลักษณะรูปแบบ (Form) ของเพลงบรรเลง ได้แก่ โซนาตา คอนแชร์โต และเพลงชุด (Suite) ซึ่งเพลงชุดเป็นการนำเพลงจังหวะเต้นรำที่มีหลายลักษณะมาบรรเลงต่อกันเป็นท่อน ๆ เพลงจังหวะเต้นรำแบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเพลงชุด ได้แก่ Allemande, Courante, Sarabande, Gavotte, Bourree, Minuet และGigue<br><br><strong>เพลงที่สำคัญ</strong><br>เพลงโบสถ์ยังเป็นที่นิยมในการประพันธ์ เพลงที่ประพันธ์กันในยุคนี้ คือ เพลงแมส โมเท็ต คันตาตา ออราทอริโอ และแพสชั่น (Passion) คือเพลงที่บรรยายเกี่ยวกับพระเยซูถูกตรึงกางเขน<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1925751160/9e829a13e3e543088dd666b5349578be/D5B64C6C_F347_46B9_913E_F660A212291A.jpg" />
         <pubDate>2023-01-05 17:03:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434901010</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพลงที่สำคัญ</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434901489</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://musiclib.psu.ac.th/data/western-musuc/chapter4/The%204%20seasons%201.mp3" />
         <pubDate>2023-01-05 17:04:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434901489</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคคลาสสิค</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434912377</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ลักษณะ</strong></div><div>ในยุคคลาสสิกเลิกนิยมการสอดประสานของทำนอง (Counterpoint) แต่หันมานิยมการใส่เสียงประสานแบบโฮโมโฟนี (Homophony) คือการเน้นทำนองหลักเพียงแนวเดียว โดยมีแนวเสียงอื่นประสานให้ทำนองไพเราะมากขึ้น มีแนวประสานเป็นคอร์ด หรืออาร์เพจจิโอ (arpeggio) หลายแนวที่มีจังหวะคล้ายกัน โดยเลิกใช้แนวเบสต่อเนื่อง (basso continuo) และความสำคัญของการด้นสด (Improvisation) เริ่มหมดไปในยุคนี้ เพราะดนตรีส่วนมากมีการเขียนเสียงประสานครบถ้วน คีตกวีจะระบุวิธีการบรรเลงอย่างชัดเจน</div><div><br></div><div><strong>คีตกวี</strong></div><div>1.คริสโตฟ วิลลิบาล์ด กลุด (Christoph Willibald Gluck 1714-1798)&nbsp;</div><div>2. ฟรานซ์ โจเซฟ ไฮเดิน (Franz joseph Haydn 1732-1809)&nbsp;</div><div>3.โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart 1756-1791)&nbsp;</div><div>4.เบโธเฟน (Ludwig van Beethoven 1770-1827)&nbsp;</div><div><br><strong>ลักษณะวง</strong></div><div>สไตล์แบบโฮโมโฟนิค (Homophonic Style) ความสำคัญอันใหม่ที่เกิดขึ้นแนวทำนองพิเศษในการประกอบทำนองหลัก (Theme) ก็คือลักษณะพื้นผิวที่ได้รับความนิยมมากกว่าสไตล์พื้นผิวแบบโพล ี่โฟนีเดิม สิ่งพิเศษของลักษณะดังกล่าวนั่นก็คือ Alberti bass ซึ่งก็คือลักษณะการบรรเลงคลอประกอบแบบ Broken Chord ชนิดพิเศษ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1925751160/2aeae81132954b4a3fd9b0fcbe890aad/398DB3EF_405E_40F3_A1C1_CC38415850BB.jpg" />
         <pubDate>2023-01-05 17:14:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434912377</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพลงที่สำคัญ</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434912712</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/Vc2zCDnoES8" />
         <pubDate>2023-01-05 17:14:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434912712</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคโรแมนติก</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434919068</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคโรแมนติก<br><strong>ลักษณะ</strong><br>ดนตรีสมัยโรแมนติกมีลักษณะของแนวทำนองที่เต็มไปด้วยการบรรยายความรู้สึก มีแนวทำนองเด่นชัด ลักษณะการแบ่งวรรคตอนเพลงไม่ตายตัว การประสานเสียงได้พัฒนาต่อจากสมัยคลาสสิกทำให้เกิดการคิดคอร์ดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อใช้แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึก มีการนำคอร์ดที่เสียงไม่กลมกลืนมาใช้มากขึ้น มีการใช้โน้ตนอกคอร์ด บันไดเสียงที่มีโน้ตครึ่งเสียง (chromatic scale) การเปลี่ยนบันไดเสียงหนึ่งไปอีกบันไดเสียงหนึ่งอย่างคาดไม่ถึง การประสานเสียงแบบสหศัพท์ (homophony) ยังคงเป็นลักษณะเด่นสืบเนื่องมาจากสมัยคลาสสิก การใช้เสียงดัง-เบา มีตั้งแต่ ppp ไปจนถึง fff คีตลักษณ์ของเพลง (form) ยังคงเป็นแบบโซนาตาฟอร์มแบบสมัยคลาสสิก แต่มีความยืดหยุ่นของโครงสร้าง<br><br><strong>คีตกวี</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; •	โจอักกีโน รอสซีนี (Gioacchino Rossini)<br>	•	ฟรันทซ์ เพเทอร์ ชูเบิร์ท (Franz Peter Schubert)<br>	•	แอ็กตอร์ แบร์ลีโยซ (Hector Berlioz)<br>	•	เอ็ดวัด ฮาเกอรึป กริกก์ (Edvard Hagerup Grieg)<br>	•	เฟลิคส์ เม็นเดิลส์โซน-บาร์ท็อลดี (Felix Mendelssohn-Batholdy)<br>	•	เฟรเดริก ฟร็องซัว ชอแป็ง (Frédéric François Chopin)<br>	•	โรแบร์ท อเล็คซันเดอร์ ชูมัน (Robert Alexander Schumann)<br>	•	ฟรันทซ์ ลิสท์ (Franz Liszt)<br>	•	ริชชาร์ท วากเนอร์ (Richard Wagner)<br>	•	จูเซปเป แวร์ดี (Giuseppe Verdi)<br>	•	แบดริช สเมตานา (Bedrich Smetana)<br>	•	โยฮันเนิส บรามส์ (Johannes Brahms)<br>	•	ฌอร์ฌ บีแซ (Georges Bizet)<br>	•	ปิออตร์ อิลิช ไชคอฟสกี (Pyotr Ilyich Tchaikovsky)<br>	•	อันโตญีน ดโวชาก (Antonín Dvořák)<br>	•	จาโกโม ปุชชีนี (Giacomo Puccini)<br>	•	กุสทัฟ มาเลอร์ (Gustav Mahler)<br>	•	ริชชาร์ท ชเตราส์ (Richard Strauss)<br>	•	จีน ซิเบเลียส (Jean Sibelius)<br>	•	เซียร์เกย์ รัคมานีนอฟ (Sergej Rakhmaninov)<br>	•	นิกโกเลาะ ปากานีนี (Niccolò Paganin)<br>	•	มอริส ราแวล (Maurice Ravel)<br>	•	ชาร์ล-ฟร็องซัว กูโน (Charles-François Gounod)<br>	•	เซียร์เกย์ เซียร์เกเยวิช โปรโคฟีเอฟ (Sergei Sergeyevich Prokofiev)<br><br><strong>ลักษณะวง</strong><br>ลักษณะของวงออร์เคสตราจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามแต่ผู้ประพันธ์เพลงจะกำหนด เพลงคฤหัสถ์หรือเพลงสำหรับชาวบ้านเป็นที่นิยมประพันธ์กัน แต่เพลงโบสถ์ก็ยังคงมีการประพันธ์อยู่เช่นกัน ในลักษณะของเพลงแมส ที่ใช้เพื่อประกอบศาสนพิธี และเพลงเรเควียม ที่ใช้ในพิธีศพ สำหรับบทเพลงอุปรากร และเพลงร้องก็มีพัฒนาการควบคู่ไป เนื้อร้องมีตั้งแต่การล้อการเมือง ความรัก ไปจนถึงเรื่องโศกนาฏกรรม<br><br><strong>เพลงที่สำคัญ</strong><br>	•	1.ประเภทซิมโฟนี (Symphony)<br>Symphony No. 3 (Eroica) - เบทโฮเฟิน<br>Symphony No. 6 (Pastoral) - เบทโฮเฟิน<br>Symphony No. 9 (Choral) - เบทโฮเฟิน<br>Symphony No. 8, in B minor (Unfinished) - ชูเบิร์ท<br>Symphony No. 4 (Italian) - เม็นเดิลส์โซน<br>Symphony No. 3 (Rhenish) - ชูมัน<br>Symphony No. 1-4 - บรามส์<br>Symphony No. 6 (Pathetique) - ไชคอฟสกี<br>Symphony No. 9 (From the New World) - ดโวชาก<br>	•	2.ประเภทคอนแชร์โต (Concerto)<br>Piano Concerto No.5 (Emperor) - เบทโฮเฟิน<br>Piano Concerto in B-flat minor - ไชคอฟสกี<br>Piano Concerto in A minor Op.16 - กริกก์<br>Piano Concerto No. 1 in E minor - ชอแป็ง<br>Piano Concerto No.2 - รัคมานีนอฟ<br>Violin Concerto in D, Op.61 - เบทโฮเฟิน<br>Violin Concerto in E minor, Op.64 - เม็นเดิลส์โซน<br>Violin Concerto in D major, Op.77 - บรามส์<br>Violin Concerto in D major, Op.35 - ไชคอฟสกี<br>	•	3.ประเภทอุปรากร (Opera)<br>	◦	3.1 Serious Opera<br>Carmen - บีแซ<br>Aida - แวร์ดี<br>La Traviata - แวร์ดี<br>Madama Butterfly - ปุชชีนี (Puccini)<br>Tristan and Isolde - วากเนอร์<br>William Tell - รอสซีนี<br>	◦	3.2 Comic Opera<br>The Barber of Seville - รอสซีนี<br>The Barthered Bride - รอสซีนี<br>The Doctor Despite Himself - กูโน<br>	•	4.ประเภทดนตรีบรรยายเรื่องราว (Program Music) แบ่งย่อยได้ 4 ชนิดคือ<br>	◦	4.1 Concert Overture<br>Habrides Overture - เม็นเดิลส์โซน<br>Overture1812 - ไชคอฟสกี<br>Romeo and Juliet - ไชคอฟสกี<br>	◦	4.2 Incidental Music<br>A Midsummer Night's Dream - เม็นเดิลส์โซน<br>The Planets - โฮลสต์<br>Peer Gynt - กรีก<br>Scheherazade - ริมสกี-คอร์สคอฟ<br>The Carnival of the Animals - แซ็ง-ซ็องส์<br>	◦	4.3 Program Symphony<br>Dante - ลิสท์<br>Faust - ลิสท์<br>Harold in Italy - แบร์ลีโยซ<br>Romeo and Juliet - แบร์ลีโยซ<br>Symphony Fantastique - แบร์ลีโยซ<br>	◦	4.4 Tone Poem (Symphonic Poem)<br>Don Juan - ชเตราส์<br>Don Quixote - ชเตราส์<br>Finlandia - ซิเบเลียส<br>The Moldau - สเมนตานา<br>	•	5.ประเภทบัลเลต์ (Ballet)<br>Borelo - ราแวล<br>Cinderella Ballet - โปรโคฟีเอฟ<br>Romeo and Juliette - โปรโคฟีเอฟ<br>The Sleeping Beauty - ไชคอฟสกี<br>Swanlake - ไชคอฟสกี<br>	•	6.ประเภทดนตรีแชมเบอร์ (Chamber Music)<br>Piano Quintet in A Major, Op.114 - ชูเบิร์ท<br>String Quintet in C D.956 (2 violins, viola, 2 cellos) - ชูเบิร์ท<br>String Sextet in Bb Op.18 (Spring) - บรามส์<br>	•	7.ประเภทโซนาตา (Sonata)<br>Piano Sonata in C minor (Pathetique) - เบทโฮเฟิน<br>Piano Sonata in Bb minor - ชอแป็ง<br>Violin Sonata Op.47 (Kreutzer) - ชอแป็ง<br>	•	8.ประเภทอื่น ๆ<br>	◦	8.1 บทเพลงร้องและเพลงสำหรับเปียโน<br>Erikonig - ชูเบิร์ท<br>Nocturne in Eb Major Op.9 No.2 - ชอแป็ง<br>Études Op.10 - ชอแป็ง<br>Ballade No. 1 in G minor, Op. 23 - ชอแป็ง<br>	◦	8.2 บทเพลงแมส<br>Missa Solemnis - เบทโฮเฟิน<br>Requiem - แบร์ลีโยซ<br>Requiem - แวร์ดี<br>German Requiem - บรามส์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1925751160/abffc2a24edd8957dccc7b68c33ba765/6712CF2A_D41E_4F8D_BAF4_2EFBEDA80841.jpg" />
         <pubDate>2023-01-05 17:20:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434919068</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตัวอย่างเพลง</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434919729</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=tWrtgYWj-aQ" />
         <pubDate>2023-01-05 17:21:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434919729</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคศตวรรษที่ 20</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434933981</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคศตวรรษที่ 20<br><strong>ลักษณะ</strong><br>ยุคศตวรรษที่ 20 (Modren Period) ค.ศ. 1900 – ปัจจุบัน รูปแบบของดนตรียุคนี้มีการผสมวงรูปแบบใหม่ขึ้น ซึ่งมีการนำเสียงจากอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นเครื่องดนตรีด้วยและในยุคนี้เริ่มมีวงดนตรีผสมผสานรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบวงดนตรีที่ผสมผสาน แอฟริกา ตะวันตก อเมริกา ลัยุโรป ที่เรียกกันว่าดนตรีแจ๊ส ยุคนี้การบรรเลงจะเน้นที่รูปแบบจังหวะมากขึ้น และบันไดเสียงเริ่มมีการใช้บันไดเสียง 12 เสียง(Twelve Tone) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ยึดบันไดเสียงหลัก (Atonality) หลักในการประพันธ์เพลงบทเพลงมีความแตกต่างจากยุคก่อนๆ<br><br><strong>คีตกวี</strong><br>1.อาร์โนลด์ โชนเบิร์ก (Arnold Schoenberg,1874-1951)<br>2.เบลา บาร์ตอค (Bela Bartok, 1881-1945)<br>3.อีกอร์ สตราวินสกี (Igor Stravinky,1882-1971) <br>4.อัลบาน เบิร์ก (Aban Berg, 1885 - 1935) <br>5.เซอร์ไก โปรโกเฟียฟ (Sergei Prokofiev, 1891-1953)<br>6.พอล ฮินเดมิธ (Paul Hindemith, 1895-1963)<br>7.จอร์จ เกิร์ชวิน (George Gershwin, 1898 - 1937) <br>8.อารอน คอปแลนด์ (Aaron Copland, 1900-1991)<br>9.ดมิทรี ชอสตาโกวิช (Dmitri Shostakovich, 1906 - 1975)<br>10.คาร์ลไฮนซ์ สตอคเฮาเซน (Karlheinz Stockhausen1928 - )<br>11.ฟิลิป กลาส (Philip Glass, 1937-)<br><br><strong>ลักษณะวง</strong><br>มีการผสมวงรูปแบบใหม่ขึ้น ซึ่งมีการนำเสียงจากอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นเครื่องดนตรีด้วยและในยุคนี้เริ่มมีวงดนตรีผสมผสานรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบวงดนตรีที่ผสมผสาน แอฟริกา ตะวันตก อเมริกา ลัยุโรป ที่เรียกกันว่าดนตรีแจ๊ส ยุคนี้การบรรเลงจะเน้นที่รูปแบบจังหวะมากขึ้น และบันไดเสียงเริ่มมีการใช้บันไดเสียง 12 เสียง(Twelve Tone) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่ยึดบันไดเสียงหลัก (Atonality) หลักในการประพันธ์เพลงบทเพลงมีความแตกต่างจากยุคก่อนๆ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1925751160/de2372f462fca70084f68f2a1e0469cc/DF8DD234_70C5_488B_8FC8_7349F7A786BB.jpg" />
         <pubDate>2023-01-05 17:35:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434933981</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพลงในศตวรรษที่ 20</title>
         <author>c4pyn2vkjv</author>
         <link>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434934958</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=czPWpJ-n2i8" />
         <pubDate>2023-01-05 17:36:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/c4pyn2vkjv/spvqpzjp83i4g2jo/wish/2434934958</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
