<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การละครไทย 4/3 by Kwanchanok Thuksuwan</title>
      <link>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks</link>
      <description>ให้นักเรียนค้นหาประวัติความเป็นมาของละครที่นักเรียนสนใจ และสรุปใจความสำคัญเขียนลงในกระดานPadlet (15 คะแนน) เขียนชื่อสมาชิกกลุ่ม เลขที่ ชั้น</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-12-02 19:55:59 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-24 09:24:59 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f973.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ละครนอก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271198174</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประวัติความเป็นมา</strong><br>-ละครนอก มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นละครที่แสดงกันนอกราชธานี แต่เดิมคงมาจากการละเล่นพื้นเมือง และร้องแก้กัน เป็นละครที่พัฒนามาจากละครชาตรี แต่เดิมคงมีตัวละครเพียง ๓-๔ ตัว อย่างละครชาตรี ต่อมามีการแสดงละครกันอย่างแพร่หลายทั่วไปในหมู่ราษฎร มีการเล่นเรื่องต่างๆ มากขึ้น ต้องเพิ่มตัวละครขึ้นตามเนื้อเรื่อง ผู้แสดงยังคงเป็นชายล้วน แต่การแต่งกายได้ประดิษฐ์เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงให้ประณีตงามขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา นิยมเล่นกันหลายเรื่อง ล้วนแต่เป็นประเภทจักรๆ วงศ์ๆ นิทานชาวบ้าน นิทานชาดก มีคติสอนใจ เช่น การเกด คาวี ไชยทัต พิกุลทอง พิมพ์สวรรค์ พิณสุริยวงศ์ มโนราห์ โม่งป่า มณีพิชัย สังข์ทอง<br><br><strong>เครื่องแต่งกาย</strong><br>-ขั้นแรกตัวละครแต่งตัวอย่างคนธรรมดาสามัญ เป็นเพียงแต่งให้รัดกุมเพื่อแสดงบทบาทได้สะดวก ตัวแสดงบทเป็นตัวนางก็นำเอาผ้าขาวม้ามาห่มสไบ ถ้าแสดงบทเป็นตัวยักษ์ก็เขียนหน้าหรือใส่หน้ากาก ต่อมามีการแต่งกายให้ดูงดงามมากขึ้น วิจิตรพิสดารขึ้น เพราะเลียนแบบมาจากละครใน บางครั้งเรียกการแต่งกายลักษณะนี้ว่า "ยืนเครื่อง"<br><br></div><div><strong>เครื่องดนตรี</strong></div><div>-นิยมใช้วงปี่พาทย์เครื่องช้า และ ใช้ทำนองเพลงรวดเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับท่ารำ</div><div><br></div><div><strong>ผู้แสดง</strong><br>-ในสมัยโบราณจะใช้ผู้ชายแสดงล้วน และเริ่มมีผู้หญิงแสดงละครนอก ในสมัยรัชกาลที่ ๒ แต่เป็นละครหลวง ผู้แสดงต้องเป็นคนแคล่วคล่องว่องไว มีไหวพริบปฏิภาณชำนาญทั้งรำและร้อง มีลูกคู่รับ หากเป็นบทเล่าหรือบรรยาย ลูกคู่จะร้อง และผู้แสดงต้องพูดเอง เล่นตลกเอง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมาชิกภายในกลุ่ม<br>1) นายชโยดม ทรงเดช &nbsp; เลขที่1<br>2)นายฤทธิชัย ฉุยฉาย&nbsp; &nbsp; เลขที่2<br>3)นายอุดร&nbsp; &nbsp; &nbsp; เฮง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เลขที่4<br>4)นายเอกรินทร์&nbsp; อำพล &nbsp; เลขที่5<br>5)นายณภัทร &nbsp; แซ่โหงว &nbsp; เลขที่6<br>6)นางสาวจีรนันท์&nbsp; ผลาเกษ เลขที่20<br>7)นางสาวโสภี ยัน            เลขที่27</div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1781258880/3150d45cadc2559c027d731880fa8b76/A8167A50_77B1_42A8_933A_F216A28B2E1C.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-25 08:54:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271198174</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ละครดึกดำบรรพ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271206464</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><strong><em>ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของละครดึกดำบรรพ์</em></strong></li></ul><ol><li>ละครดึกดำบรรพ์ เป็นละครรำอีกแบบหนึ่งที่เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (หม่อมราชวงศ์หลาน&nbsp; กุญชร) ได้ดัดแปลงมาจากโอเปร่าของฝรั่ง โดยใช้เรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ ของไทย ทำเป็นแบบละครรำ แต่ดำเนินเรื่องให้รวดเร็ว และจัดฉากประกอบเรื่องให้ดูสมจริง. ละครดึกดำบรรพ์เป็นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕. &nbsp; เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์&nbsp; ได้รวบรวมผู้มีความรู้ดีในด้านการจัดบท คิดท่ารำ คัดเพลงร้อง และดำเนินการฝึกซ้อม มาร่วมกันจัด โดยดัดแปลงมาจากการเล่นคอนเสิร์ตเรื่อง คือร้องเพลงที่ต่อกันเป็นเรื่อง&nbsp; ต่อมาจึงจัดผู้แสดงตามบทออกมาร่ายรำ เสริมบทเจรจา และตัดบทอธิบายกิริยาท่าทางออก ทำให้การแสดงกระชับรวดเร็วกลายเป็นละคร. ที่เรียกว่าละครดึกดำบรรพ์นั้นมาจากชื่อโรงละครของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ละครที่แสดงที่โรงละครดึกดำบรรพ์จึงได้ชื่อว่า ละครดึกดำบรรพ์</li><li>รูปแบบและวิธีการแสดง ละครดึกดำบรรพ์มีลักษณะดังนี้</li></ol><div><br></div><ol><li>บทร้องมีแต่บทที่เป็นคำพูด ไม่มีบทที่บอกกิริยาอาการ</li><li>ตัวละครร้องเอง</li><li>ใช้ท่ารำให้เหมาะสมกับคำพูดและกิริยานั้นๆ อาจตัดหรือเติมได้</li><li>ทำนองเพลงร้องและเพลงดนตรีปรับให้เข้ากับเหตุการณ์</li><li>มีฉากตามเนื้อเรื่อง</li><li>ผสมวงดนตรีขึ้นใหม่โดยใช้วงปี่พาทย์ แต่ตัดเอาสิ่งที่มีเสียงสูง เล็ก แหลม หรือดังมาก ๆ ออก เหลือไว้แต่สิ่งที่มีเสียงทุ้มนุ่มนวล และเพิ่มเติมสิ่งที่เหมาะสมเข้ามา เช่น ฆ้องหุ่ย 7 ลูก 7 เสียง</li></ol><div><br></div><ul><li><strong><em>การแต่งกายของละครดึกดำบรรพ์</em></strong></li></ul><ol><li>การแต่งกาย&nbsp; เหมือนอยางละครในที่เรียกว่า&nbsp; “ยืนเครื่อง” นอกจากบางเรื่องที่ดัดแปลงเพื่อความเหมาะสม และให้ตรงกับความเป็นจริง</li></ol><div><br></div><ul><li><strong><em>เครื่องดนตรีของละครดึกดำบรรพ์</em></strong></li></ul><ol><li>วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ เป็นวงดนตรีที่มีเสียงทุ้มนุ่มนวล ประกอบไปด้วย ระนาดเอก (ใช้ไม้นวมตี) ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยอู้ ซออู้ ฆ้องหุ่ย ๗ ใบ ตะโพน กลองตะโพน และฉิ่ง ส่วนเพลงร้องใช้เพลงไทยของเก่าและพระนิพนธ์ขึ้นใหม่ รูปแบบการแสดงมีโหมโรงเฉพาะตอนต่างๆ ก่อนเข้าเนื้อเรื่อง และเมื่อแสดงจบจะมีเพลง</li></ol><ul><li><strong><em>ผู้แสดงละครดึกดำบรรพ์</em></strong></li></ul><div>ผู้แสดง ใช้ผู้หญิงล้วน ผู้ที่จะได้รับคัดเลือกให้แสดงละครดึกดำบรรพ์จะต้องมีความสามารถพิเศษด้วยคุณสมบัติ 2 ประการคือ<br>1. เป็นผู้ที่มีเสียงดี ขับร้องเพลงไทยได้ไพเราะ<br>2. เป็นผู้ที่มีรูปร่างงาม รำสวย ยิ่งผู้ที่จะแสดงเป็นตัวเอกของเรื่องด้วยแล้ว ต้องใช้ความพินิจพิเคราะห์อย่างมาก</div><ul><li><strong><em>คริปวีดีโอตัวอย่างการแสดง</em></strong></li></ul><ol><li>https://youtu.be/TjZLaYIJI2g</li></ol><div><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1781262746/20c0709f5f9d8e405b2720b06130b598/received_2593532667445249.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-25 09:06:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271206464</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ละครใน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271208846</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติความเป็นมา<br>&nbsp;“ละครใน” พบครั้งแรกในหนังสือบุณโณวาทคำฉันท์ ซึ่งพรรณนาว่าแสดงเรื่องอิเหนา ตอนลักบุษบาหนีเข้าถ้ำ แสดงว่าละครในแสดงแพร่หลายในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีแสดงในงานสมโภชพระพุทธบาท<br><br>การแต่งกาย<br>ละครในทุกตัวแต่งกายยืนเครื่อง (แต่งเลียนแบบเครื่องต้นเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์) และบุคคลชั้นสูง สวมศิราภรณ์ตามยศศักดิ์ของตัวละคร<br><br>เครื่องดนตรี<br>ปี่ใน (ภาคใต้เรียกว่าปี่ต้น) กลองขนาดย่อมลูกเดียว โทน (ภาคใต้เรียกทับ) ๒ ลูก ฆ้องคู่ (ภาคใต้เรียกว่า โหม่ง) ฉิ่งและกรับ (ภาคใต้เรียกว่า แกระ) ปี่พาทย์สำหรับเล่นโขนละครในสมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้า คือ ปี่ ระนาด ตะโพน (คือ โทนสองหน้า) กลองและฆ้องวง<br><br>ผู้แสดง <br>เป็นหญิงฝ่ายใน เดิมห้ามบุคคลภายนอกหัดละครใน จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงเลิกข้อห้ามนั้น ต่อมาภายหลังอนุญาตให้ผู้ชายแสดงได้ด้วย ผู้แสดงละครในต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถตีบทให้แตก และมีลักษณะทีท้าวทีพญา<br><br><a href="https://youtu.be/dvY2fNpLGCc">https://youtu.be/dvY2fNpLGCc</a><br><br>นาย วัฒนะ ยาน เลขที่7<br>นาย เอกบุรุษ เกษี เลขที่9<br>น.ส. ศุกลรัตน์ สออนงค์ เลขที่17<br>น.ส. นัฐณิชา เดชสุภา เลขที่23<br>น.ส. วรรณภา เอี่ยมโอด เลขที่24<br>น.ส. สุธาสินี เพ่งจินดา เลขที่26<br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1781275849/dc553ad0c4bec4d86ec535ec75db25b2/A9D89C91_6296_4A8F_AEBD_6D122E896ECC.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-25 09:08:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271208846</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ละคร เสภา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271210372</link>
         <description><![CDATA[<div>-ประวัติ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เสภามีมาแต่โบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาสันนิษฐานว่ามีขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตโลกนาถ ราว พ.ศ. ๒๐๑๑ เสภาในสมัยโบราณไม่มีดนตรีประกอบ จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีปี่พาทย์บรรเลงประกอบเสภา<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยรัชกาลที่ ๓ นิยมเพลงอัตรา ๓ ชั้น เพลงที่ร้อง และบรรเลงในการขับเสภาซึ่งเคยขับเพลง ๒ ชั้น ก็เปลี่ยนเป็น ๓ ชั้นบ้าง และใช้กันมาจนปัจจุบันนี้<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีผู้คิดเอาตัวละครเข้ามาแสดงการรำ และทำบทบาทตามคำขับเสภา และร้องเพลง เรียกว่า "เสภารำ" สมัยนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กวีช่วยกันแต่งเสภาเรื่อง "นิทราชาคริต" เพื่อใช้ขับเสภาในเวลาทรงเครื่องใหญ่ มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงคือ พวกขับเสภาสำนวนแบบนอก คือใช้ภาษาพื้นบ้านหันมาสนใจสำนวนหลวง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยรัชกาลที่ ๖ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นกวีพจน์สุปรีชา ช่วยกันชำระเสภาขุนช้างขุนแผน แก้ไขกลอนให้เชื่อมติดต่อกัน และพิมพ์เป็นฉบับหอสมุดแห่งชาติขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ ซึ่งเป็นแบบแผนของการแสดงขับเสภา ซึ่งต่อมากลายเป็น "ละครเสภา"<br><br>-เครื่องแต่งกาย<br>ต่งกายตามท้องเรื่องคล้ายกับละครพันทาง หรือเรื่องที่แสดง&nbsp;<br><br>-เครื่องดนตรี<br>ใช้วงปีพาทย์เครื่อง ห้าเครื่องคู่ หรือเครื่องใหญ่ มีเครื่องประกอบพิเศษคือ กรับเสภา<br><br>-ผู้แสดง<br>ชาย และ หญิง<br><br>-คลิปวิดีโอการแสดง<br>https://youtu.be/PEjmKR08rQk<br><br>น.ส. สรัญรัตน์ เอี่ยมวิไล<br>น.ส. กิมฮวย สังข์ทอง<br>น.ส. เซียงอี๊ อ๊อก<br>นาย ภควัตร แก้วตา<br>นาย อรรถพล ยอดพรหม<br>นาย ศิวกร ทาสงัด<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://i.ytimg.com/vi/CtY74XEw4fA/maxresdefault.jpg" />
         <pubDate>2022-08-25 09:10:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271210372</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ละครพันทาง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271210514</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติความเป็นมา<br>-ละครพันทาง เป็นละครแบบผสม ผู้ให้กำเนิดละครพันทางคือ เจ้าพระยามหินทร์ศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล) ท่านเป็นเจ้าของคณะละครมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ แต่เพิ่งมาเป็นหลักฐานมั่นคงในรัชกาลที่ ๕ ซึ่งแต่เดิมก็แสดงละครนอก ละครใน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านไปยุโรปจึงนำแบบละครยุโรปมาปรับปรุงละครนอกของท่าน ให้มีแนวทางที่แปลกออกไป<br><br>เครื่องแต่งกาย<br>-การแต่งกาย&nbsp; ไม่แต่งกายตามแบบละครรำทั่วไป&nbsp; แต่จะแต่งกายตามลักษณะเชื้อชาติ&nbsp; เช่น&nbsp; แสดงเกี่ยวกับเรื่องมอญ&nbsp; ก็จะแต่งแบบมอญ&nbsp; แสดงเกี่ยวกับเรื่องพม่า ก็จะแต่งแบบพม่าเป็นต้น<br><br>เครื่องดนตรี<br>-มักนิยมใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เรื่องใดที่มีท่ารำ เพลงร้อง และเพลงดนตรีของต่างชาติผสมอยู่ด้วย ก็จะเพิ่มเครื่องดนตรีอันเป็นสัญลักษณ์ของภาษานั้นๆ เรียกว่า "เครื่องภาษา" เข้าไปด้วยเช่น ภาษาจีนก็มีกลองจีน กลองต๊อก แต๋ว ฉาบใหญ่ ส่วนพม่าก็มีกลองยาวเพิ่มเติมเป็นต้น เพลงร้อง<br><br>ผู้แสดง<br>-ผู้แสดง&nbsp; มักนิยมใช้ผู้แสดงชาย และหญิงแสดงตามบทบาทตัวละครที่ปรากฎในเรื่อง<br><br>สมาชิกในกลุ่ม<br>1.นายฆนาพงษ์ ขันนาค เลขที่10<br>2.น.ส.กานดา หอยสังข์ เลขที่28<br>3.น.ส.จันทนา ดี เลขที่29<br>4.น.ส.ซกเลี๊ยบ เกา เลขที่30<br>5.น.ส.วิชุดา ศรีกาเกตุ เลขที่31<br>6.น.ส.ศรินทรา นาวาสวัสดิ์ เลขที่32</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1781277103/7ba160932ad91b17d7a4987a9a59bd6d/1362326656.jpg" />
         <pubDate>2022-08-25 09:10:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271210514</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ละครชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271211985</link>
         <description><![CDATA[<div>ความเป็นมา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นับเป็นละครที่มีมาแต่สมัยโบราณ และมีอายุเก่าแก่กว่าละครชนิดอื่นๆ มีลักษณะเป็นละครเร่คล้ายของอินเดียที่เรียกว่า "ยาตรี" หรือ "ยาตรา ใน ส่วนละครรำของไทยเพิ่งจะเริ่มเล่นในสมัยตอนต้นกรุงศรีอยุธยา จึงอาจเป็นได้ที่ละครไทยอาจได้แบบอย่างจากละครอินเดีย เนื่องจากศิลปวัฒนธรรมของอินเดียแพร่หลายมายังประเทศต่างๆในแหลมอินโดจีน เช่น พม่า มาเลเซีย เขมร และไทย จึงทำให้ประเทศเหล่านี้มีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกันอยู่มาก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในสมัยโบราณละครชาตรีเป็นที่นิยมแพร่หลายทางภาคใต้ของไทย&nbsp; คงจะนิยมเรื่องพระสุธนนางมโนราห์จึงเรียกการแสดงประเภทนี้ว่า "โนห์ราชาตรี" เพราะชาวใต้ชอบพูดตัดพยางค์หน้า</div><div>&nbsp; &nbsp; ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้มีผู้คิดนำเอาละครชาตรีกับละครนอกมาผสมกัน เรียกว่า "ละครชาตรีเข้าเครื่อง" หรือ "ละครชาตรีเครื่องใหญ่"<br><br>เครื่องแต่งกาย<br>การเเต่งกายของละครชาตรีเเต่โบราณไม่สวมเสื้อเพราะใช้ผู้ชายแสดง ตัวยืนเครื่องซึ่งเป็น ตัวที่เเต่งกายดีกว่าตัวอื่นก็ นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าคาด เจียรบาด มีห้อยหน้า ห้อยข้าง สวมสังวาร ทับทรวง กรองคอโดยไม่สวมเสื้อ บนศรีษะสวมเทคิดเท่านั้น<br><br>เครื่องดนตรี<br>ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี คือ วงปี่พาทย์ชาตรี ประกอบด้วยปี่นอก 1เลา กลองเล็ก1คู่ กลองชาตรี โทนชาตรี1คู่ ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง กลองชาตรี <br>&nbsp;<br>ผู้แสดง<br>ระยะแรกเริ่มผู้แสดงเป็นชายล้วน มีตัวละครเพียง ๓ ตัว คือ นายโรง(พระเอก) นาง และตลก หรือจำอวด ซึ่งแสดงเป็นตัวประกอบอื่นๆ ด้วย ตามเนื้อเรื่อง เช่น ฤาษี ม้า ยักษ์ พราน เสนา<br><br>คริปวิดิโอตัวอย่างการแสดง<br><a href="https://youtu.be/0vq5Qk79L0w">https://youtu.be/0vq5Qk79L0w</a><br><br>สมาชิก<br>นายพงศ์พล ทับทิมทอง เลขที่ 11<br>นายพิพัฒน์ ชำนาญช่าง เลขที่ 12<br>นางสาว.พรทิพย์ สุขกำเนิด เลขที่ 35<br>นางสาวทักษพร นิ่มมาก เลขที่ 22<br>นางสาว ธัญญาลักษณ์ ยะถา เลขที่ 34<br>นางสาว ชุติมา คุ้มภักดี เลขที่ 18<br>นางสาวสุกัญญาพร ซิง เลขที่ 37<br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/0vq5Qk79L0w" />
         <pubDate>2022-08-25 09:13:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kwankaewtsw/Bookmarks/wish/2271211985</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
