<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Timeline ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากล by Areeya Noamtanang</title>
      <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8</link>
      <description>อารียา น่วมทะนัง ม.6/8 เลขที่07</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-01-28 03:54:45 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-02-04 14:33:15 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f4bb.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>อารยธรรมเมโสโปเตเมีย</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306512230</link>
         <description><![CDATA[<p>เมโสโปเตเมียเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เมโสโปเตเมีย แปลว่า ดินแดนระหว่างแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรทีส (ปัจจุบันคือดินแดนส่วนใหญ่ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81"><strong>ประเทศอิรัก</strong></a>) ระหว่างสองฝั่งแม่น้ำทั้งสองสายเป็นพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ทำให้กลุ่มชนชาติต่างๆเข้ามาทำมาหากินและสร้างอารยธรรมขึ้น รวมทั้งถ่ายทอดอารยธรรมจากกลุ่มหนึ่งสู่กลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดอารยธรรมแบบผสม</p><p>เมโสโปเตเมียเป็นดินแดนที่อากาศร้อนและกันดารฝน น้ำที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นน้ำจากแม่น้ำที่มาจากการละลายของหิมะบนเทือกเขาใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2"><strong>อาร์มีเนียน</strong></a> น้ำจะพัดพาเอาโคลนตมมาทับถมชายฝั่งทั้งสอง ทำให้พื้นดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก การเอ่อล้นของน้ำอันเกิดจากหิมะละลายไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนและบางครั้งทำความเสียหายแก่บ้านเมือง ไร่นา ทรัพย์สิน และชีวิตผู้คน การกสิกรรมที่จะได้ผลดีในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ต้องอาศัยระบบ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99"><strong>ชลประทาน</strong></a>ที่มีประสิทธิภาพ</p><p>ความอุดมสมบูรณ์ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3"><strong>ลุ่มแม่น้ำ</strong></a>เป็นสิ่งดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาทำมาหากินในบริเวณนี้ แต่ความร้อนของอากาศก็เป็นเครื่องบั่นทอนกำลังของผู้คนที่อาศัยอยู่ทำให้คนเหล่านั้นขาดความกระตือรือร้น เมื่อมีพวกอื่นเข้ารุกรานจึงต้องหลีกทางให้ผู้ที่เข้ามาใหม่ ซึ่งเมื่ออยู่ไปนาน ๆ เข้าก็ประสบภาวะเดียวกันต้องหลีกให้ผู้อื่นต่อไปพวกที่เข้ามารุกรานส่วนใหญ่มักจะมาจากบริเวณหุบเขาที่ราบสูงทางภาคเหนือ และตะวันออกซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูนไม่อุดมสมบูรณ์เท่าเขตลุ่มแม่น้ำ และยังมีพวกที่มาจากทะเลทรายซีเรียและ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2"><strong>อาระเบีย</strong></a> เรื่องราวของดินแดนแห่งนี้จึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับอารยธรรมของคนกลุ่มต่าง ๆ หลายกลุ่ม มิได้เป็นเรื่องราวของอารยธรรมที่สืบต่อกันเป็นเวลายาวนานดังเช่นอารยธรรมอียิปต์</p><p>คนกลุ่มแรกที่สร้างอารยธรรมเมโสโปเตเมียขึ้นคือชาว<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"><strong>ซูเมอร์</strong></a> ผู้คิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก อารยธรรมที่ชาวซูเมอร์สร้างขึ้นเป็นพื้นฐานสำคัญของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย สถาปัตยกรรม ตัวอักษร ศิลปกรรมอื่น ๆ ตลอดจนทัศนคติต่อชีวิตและเทพเจ้าของชาวซูเมอร์ ได้ดำรงอยู่และมีอิทธิพลอยู่ในลุ่มแม่น้ำทั้งสองตลอดช่วงสมัยโบราณ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/4b66b5fe924216c6035182fb98a1764c/IMG_0475.jpeg" />
         <pubDate>2025-01-28 03:55:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306512230</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อารยธรรมอียิปต์</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306513479</link>
         <description><![CDATA[<p>อารยธรรมอียิปต์พัฒนาการมาจากสภาพของลุ่มแม่น้ำไนล์ การควบคุมระบบชลประทาน, การควบคุมการผลิตพืชผลทางการเกษตร พร้อมกับพัฒนาอารยธรรมทางสังคม และวัฒนธรรม พื้นที่ของอียิปต์นั้นล้อมรอบด้วยทะเลทรายเสมือนปราการป้องกันการรุกรานจากศัตรูภายนอก นอกจากนี้ยังมีการทำเหมืองแร่ และอียิปต์ยังเป็นชนชาติแรก ๆ ที่มีการพัฒนาการด้วยการเขียน ประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้, การบริหารเน้นไปที่สิ่งปลูกสร้างและการเกษตรกรรม พร้อมกันนั้นก็มีการพัฒนาการทางทหารของอียิปต์ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่ราชอาณาจักร โดยประชาชนจะให้ความเคารพกษัตริย์หรือฟาโรห์เสมือนหนึ่งเทพเจ้า ฟาโรห์ทรงมีอำนาจเด็ดขาดทำให้การบริหารราชการบ้านเมืองและการควบคุมอำนาจนั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>ชาวอียิปต์โบราณไม่ได้เป็นเพียงแต่เกษตรกรหรือช่างก่อสร้าง แต่ยังเป็นนักคิด, นักปรัชญา ผู้ได้มาซึ่งความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ มากมายตลอดพัฒนาการของอารยธรรมกว่า 4,000 ปี ทั้งคณิตศาสตร์ วิธีการสร้างพีระมิด วัด โอเบลิสก์ ตัวอักษร และเทคนิคโลยีด้านกระจก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาประสิทธิภาพทางด้านการแพทย์, ระบบชลประทานและการเกษตรกรรม สิ่งที่อียิปต์ทิ้งไว้เป็นมรดกแก่อนุชนรุ่นหลัง คือ ศิลปะและสถาปัตยกรรม ซึ่งถูกคัดลอกนำไปใช้ทั่วโลก อนุสรณ์สถานที่ต่าง ๆ ในอียิปต์ต่างดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักประพันธ์ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการค้นพบวัตถุใหม่ ๆ ในอียิปต์มากมายซึ่งกำลังตรวจสอบถึงประวัติความเป็นมา เพื่อเป็นหลักฐานแก่อารยธรรมอียิปต์ และอารยธรรมของโลกต่อไป</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/0334b0e5feffa18afc91ec1a6ee6387d/IMG_0557.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 03:57:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306513479</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อารยธรรมกรีก</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306513645</link>
         <description><![CDATA[<p>อารยธรรมกรีก คือ อารยธรรมที่มีแหล่งกำเนิดบริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรบอลข่าน และทะเลอีเจียน ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญที่ครอบคลุมเมืองและรัฐต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ทะเลอีเจียน เช่น เอเธนส์, สปาร์ตา และเกาะต่าง ๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและมีแม่น้ำสายสั้น ๆ ขาดความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งทำให้เมืองต่าง ๆ กระจายตัวและแยกกันอยู่เป็นนครรัฐ (City State) จึงไม่มีศูนย์กลางการปกครองที่ชัดเจนแบบรวมศูนย์ แต่เมืองเหล่านี้ยังคงมีวัฒนธรรมและภาษาแบบกรีกที่คล้ายคลึงกัน และใช้ศาสนารวมไปถึงเทศกาลต่าง ๆ ร่วมกัน ทำให้อารยธรรมกรีกเป็นลักษณะของการเชื่อมโยงกันทางวัฒนธรรมแม้จะอยู่แยกกัน โดยพื้นที่นี้เอื้อต่อการติดต่อค้าขายและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับภูมิภาคอื่น ๆ ทำให้อารยธรรมกรีกพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลอย่างมากในเวลาต่อมา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/4b2d5230bcc3c0c81108b9b87c66c9a4/IMG_0560.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 03:57:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306513645</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อารยธรรมโรมัน</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306513761</link>
         <description><![CDATA[<p>อารยธรรมโรมัน หรือ โรมันโบราณ หมายถึงอารยธรรมของชาวโรมันตั้งแต่การก่อตั้งเมืองโรมในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศักราช จนถึงการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 5 โรมัน หรือ โรม ก่อตัวจากหมู่บ้านทางภาคกลางของอิตาลี อุปนิสัยของโรมันคือ ความเคร่งขรึมและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ อย่างช้าๆ แต่มั่นคง ความสามารถทางทหารของโรมันอยู่ที่ความอดทนมากกว่ายุทธวิธีที่ฉลาดปราดเปรื่อง ประวัติศาสตร์โรมช่วงแรกมีข้อมูลไม่แน่ชัด คาดว่าเมื่อราว 750 ปีก่อน ค.ศ. มีผู้อพยพมาตั้ง ถิ่นฐานแถบภูเขาพาเลนไตน์ใกล้แม่น้ำไทเบอร์ ต่อมาประมาณ 600 ปี ก่อน ค.ศ. บรรดาผู้อพยพต่างรวมตัวกันตั้งนครรัฐแห่งโรมขึ้น ทำเลของนครรัฐตั้งอยู่ในที่ซึ่งเหมาะสม เหมาะสำหรับความเจริญของโรมในอนาคตทางเหนือของโรมติดต่อกัยดินแกนที่เรียกว่า อีทรูเรีย คือ ทัสคานีปัจจุบัน อีทรูเนียเป็นที่อยู่อาศัยของพวกที่มีอารยธรรมสูงเรียกว่า อีทรัสกัน ซึ่งเป็นพวกที่วางรูปวัฒนธรรมของชาวโรมันแต่เริ่มแรก ต่อมาอารยธรรมโรมันก็เจริญเติบโตเรื่อยมา สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุคใหญ่ๆ คือ ยุคราชอาณาจักรโรมัน (753–509 ปีก่อนคริสตกาล), ยุคสาธารณรัฐโรมัน (509–27 ปีก่อนคริสตกาล) และ ยุคจักรวรรดิโรมัน (27 ปีก่อนคริสตกาล–ค.ศ. 476)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/87443e2dc5bf0688882cf1ce775723b9/IMG_0561.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 03:57:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306513761</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อารยธรรมลุ่มแม่น้ำหวางเหอ</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306514047</link>
         <description><![CDATA[<p>แม่น้ำหวง หรือ แม่น้ำฮวง, หฺวางเหอ ฮวงโห (จีน: 黄河; พินอิน: Huáng hé แปลว่า แม่น้ำเหลือง) เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของประเทศจีน รองจากแม่น้ำแยงซี และเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่ 6 ของโลก มีความยาว 5,464 กิโลเมตร (3,395 ไมล์)สูงเหนือระดับน้ำทะเล ถึง 5,400 เมตร (ยาวกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 15 เท่า) ไหลจากฝั่งตะวันตกมาทางตะวันออก ผ่านมณฑลชิงไห่, เสฉวน, กานซู่, หนิงเซี่ยหุย, มองโกเลียใน, ฉ่านซี, ชานซี, เหอหนาน และออกสู่ทะเลปั๋วไห่ในมณฑลชานตง ซึ่งเป็นทะเลในอ่าวทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน น้ำในแม่น้ำหวงเป็นสีเหลืองเนื่องจากมีตะกอนดินทรายพัดพามาจากทิศตะวันตก ยังความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูกให้เกิดขึ้นสองฟากฝั่งแม่น้ำ ในขณะเดียวกันก็เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่ง เกิดอุทกภัยหลายครั้งซึ่งแต่ละครั้งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนอย่างมากมายมหาศาล จึงได้รับฉายาว่า "แม่น้ำวิปโยค" (悲劇河) ลุ่มแม่น้ำหวงเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมจีนมาช้านาน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีการขุดค้นพบซากฟอสซิลมนุษย์วานรอายุ 5–600,000 ปี เรียกว่า "มนุษย์หลันเถียน" (藍田人) ที่เชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษของชนชาติจีน ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่อำเภอหลันเถียน มณฑลชานซี นอกจากนี้ยังพบซากโบราณสถานจำนวนมาก</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/60f8b8cd0d41eb87525639e0aa3fe8ac/IMG_0562.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 03:58:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306514047</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515030</link>
         <description><![CDATA[<p>อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ เป็นอารยธรรมยุคสัมริดในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเอเชียใต้ ดำรงอยู่ตั้งแต่ราว 3300 BCE ถึง 1300 BCE และยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงปี 2600 BCE ถึง 1900 BCEอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ, อียิปต์โบราณ และ เมโสโปเตเมีย เป็นสามอารยธรรมยุคเริ่มแรกของโลก พื้นที่ที่เคยเป็นอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุนั้นในปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของประเทศอัฟกานิสถาน, ส่วนใหญ่ของประเทศปากีสถาน และทางตะวันตกถึงตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย อารยธรรมนี้เจริญรุ่งเรืองอยู่บนที่ลุ่มริมแม่น้ำสินธุซึ่งไหลผ่านตลอดประเทศปากีสถานและระบบแม่น้ำที่มีน้ำตลอดทั้งปี ซึ่งส่วนใหญ่ได้น้ำจากมรสุม และแม่น้ำตามฤดูกาล แม่น้ำกากการ์-ฮากรา เมืองต่าง ๆ ของอารยธรรมเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองที่มีการวางผังเมือง, บ้านที่สร้างจากอิฐอบ, ระบบระบายน้ำและชลประทานที่ซับซ้อน, กลุ่มของอาคารที่ไม่ใช่เพื่อการอยู่อาศัย และวิธีการใหม่ ๆ ในหัตถกรรม (ผลิตภัณฑ์จากคาร์เนเลียนและการสลักตราประทับ) และความสามารถในการแยกโลหะออกจากแร่ (ทองแดง, สำริด, ตะกั่ว, ดีบุก)เมืองใหญ่สองแห่งของอารยธรรมคือโมเฮนโจ-ดาโร และ ฮารัปปา เป็นไปได้ว่ามีประชากรมากถึง 30,000 และ 60,000 คน และในช่วงเวลารุ่งเรืองสูงสุดอาจมีประชากรมากถึงหนึ่งถึงห้าล้านคน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/5b6d89a67a7999a8505487bc7cc2f85e/IMG_0563.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 03:59:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515030</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยกลาง</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515140</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยกลาง หรือ ยุคกลาง คือช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ยุโรป ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยปกติแล้วเริ่มนับตั้งแต่การล่มสลายลงของจักรวรรดิโรมันตะวันตก (การสิ้นสุดของสมัยคลาสสิก) จนถึงจุดเริ่มต้นของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา และยุคแห่งการสำรวจ ซึ่งเป็นยุคที่นำไปสู่สมัยใหม่ในเวลาต่อมา สมัยกลางคือช่วงเวลาตรงกลางของกระบวนการเปลี่ยนผ่านในประวัติศาสตร์ตะวันตกคือ สมัยคลาสสิก สมัยกลาง และสมัยใหม่ นอกจากนี้สมัยกลางยังถูกแบ่งออกเป็นสามช่วงเวลาคือ ต้นสมัยกลาง (Early Middle Ages), สมัยกลางยุครุ่งโรจน์ (High Middle Ages) และปลายสมัยกลาง (Late Middle Ages)</p><p><strong>ยุคกลางตอนต้น </strong>การลดลงของประชากร, การหดตัวของเมือง และการรุกรานจากอนารยชน เริ่มต้นขึ้นในยุคโบราณตอนปลายและดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เหล่าอนารยชนผู้บุกรุกเข้าตั้งอาณาจักรของตนในส่วนที่เหลืออยู่ของจักรวรรดิโรมันตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 7 แอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันตะวันออก ได้กลายไปเป็นจักรวรรดิอิสลามหลังจากถูกยึดครองโดยผู้สืบทอดของนบีมุฮัมมัด แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและโครงสร้างทางการเมืองมากมาย แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากยุคโบราณคลาสสิคอย่างสิ้นเชิง จักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือจักรวรรดิไบแซนไทน์ยังคงอยู่รอดและรักษาอำนาจของตนเอาไว้ได้ นอกจากนี้แล้วอาณาจักรเกิดใหม่ส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวพันอยู่กับสถาบันที่หลงเหลืออยู่ของชาวโรมัน ในขณะที่วัดวาอารามของคริสต์ศาสนาได้แผ่ขยายไปทั่วยุโรปตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 7 และ 8 ชาวแฟรงก์ภายใต้การปกครองของราชวงศ์การอแล็งเฌียงได้สถาปนาจักรวรรดิขึ้นซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันตกมีนามว่า จักรวรรดิการอแล็งเฌียง ซึ่งยืนยงไปจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 9 เมื่อจักรวรรดิล่มสลายลงจากแรงงกดดันของการรุกรานจากภายนอก เช่น ชาวไวกิงจากทางเหนือ ชาวแมกยาร์จากทางตะวันออก และชาวซาราเซนจากทางใต้</p><p>ช่วงต้นสมัยกลางซึ่งเริ่มขึ้นหลังคริสต์ศตวรรษที่ 10 ประชากรของยุโรปขยายตัวอย่างมากจากการที่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและทางการเกษตรทำให้การค้าขายเจริญรุ่งเรืองและการทำเรือกสวนไร่นาขยายตัว ระบบมาเนอร์ - องค์กรของชาวนาตามหมู่บ้านที่ติดค้างค่าเช่าที่ดินและหน้าที่ด้านแรงงานแก่ขุนนาง และระบบเจ้าขุนมูลนาย - โครงสร้างทางการเมืองที่ซึ่งอัศวินและขุนนางศักดิ์ต่ำกว่าติดค้างหน้าที่ด้านการทหารแก่เจ้านายผู้มีศักดิ์สูงกว่าของพวกเขาแลกกับสิทธิ์ในการเก็บค่าเช่าที่ดินและชาวนาใต้ปกครอง สองระบบนี้คือระเบียบของสังคมที่ใช้กัน</p><p><strong>ยุคกลางตอนกลาง </strong>ต่อมาอาณาจักรเริ่มรวมศูนย์อำนาจมากขึ้นภายหลังการล่มสลายลงของจักรวรรดิคาโรแล็งเชียง สงครามครูเสดซึ่งเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1095 คือผลิตผลจากความพยายามทางการทหารของเหล่าชาวคริสต์ในยุโรปตะวันตกที่ต้องการจะทวงคืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ในตะวันออกกลางคืนจากชาวมุสลิมและมีอำนาจเหนือดินแดนดังกล่าวนานพอที่จะสถาปนารัฐคริสต์ในตะวันออกใกล้ กลุ่มปัญญาชนเกิดขึ้นจากลัทธิอัสสมาจารย์นิยมและการก่อตั้งมหาวิทยาลัยทั่วยุโรป รวมไปถึงการก่อสร้างโบสถ์วิหารแบบกอทิก เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จทางด้านศิลปะอันยอดเยี่ยมจากยุคกลางตอนกลาง</p><p><strong>ยุคกลางตอนปลาย</strong>ต้องเผชิญกับความยุ่งยากและหายนะมากมาย เช่น ความอดอยาก, โรคระบาด และสงคราม ซึ่งทำให้จำนวนประชากรในยุโรปตะวันตกลดลงเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาสี่ปีตั้งแต่ ค.ศ. 1347 ถึง ค.ศ. 1350 กาฬโรคระบาดในยุโรปคร่าชีวิตชาวยุโรปไปสามในสี่โดยประมาณ ความกังขา, ความนอกรีต และความแตกแยกภายในคริสตจักรดำเนินควบคู่ไปกับสงครามระหว่างรัฐ สงครามกลางเมือง และการลุกฮือของชาวนาภายในอาณาจักรต่าง ๆ พัฒนาการทางด้านวัฒนธรรมและเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงสังคมของยุโรปอันเป็นจุดจบของยุคกลางและจุดเริ่มต้นของสมัยใหม่ตอนต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/c5a6aa4c1926c3d9cf68e3840ac5ae51/IMG_0565.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:00:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515140</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การค้นพบและสำรวจทางทะเล</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515285</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ยุคแห่งการสำรวจ</strong> หรือ <strong>ยุคแห่งการค้นพบ</strong> เป็นช่วงระยะเวลาใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81"><strong>ประวัติศาสตร์โลก</strong></a>ที่เริ่มตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ไปจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ชาว<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B"><strong>ยุโรป</strong></a>ออกเดินทางไปสำรวจทางทะเลในโลกที่กว้างออกไปจากตัวทวีปยุโรปเองโดยมีจุดประสงค์เพื่อหาคู่ค้าขายใหม่ และโดยเฉพาะเพื่อการแสวงหาสินค้าเพื่อสนองความต้องการของตลาดตามต้องการ สินค้าที่เป็นที่ต้องการกันมากในยุโรปในขณะนั้นคือ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87"><strong>ทอง</strong></a><strong> </strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99"><strong>เงิน</strong></a><strong> และ </strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8"><strong>เครื่องเทศ</strong></a></p><p>ยุคแห่งการสำรวจประจวบกับช่วงที่<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81"><strong>ชาวยุโรปตะวันตก</strong></a>เริ่มใช้<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8"><strong>เข็มทิศ</strong></a>ในการกำหนดและระบุเส้นทาง การใช้วิธีการเดิน<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;action=edit&amp;redlink=1"><strong>เรือเดินทะเล</strong></a>แบบใหม่ การมีแผนที่ใหม่ และความก้าวหน้าทางดาราศาสตร์ ความก้าวหน้าเหล่านี้ช่วยในการแสวงหา<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;action=edit&amp;redlink=1"><strong>เส้นทางการค้าขาย</strong></a>ใหม่ไปยัง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2"><strong>เอเชีย</strong></a>โดยเลี่ยงอุปสรรคถ้าการใช้<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99"><strong>ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน</strong></a>ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมหาอำนาจที่เป็นปฏิปักษ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่วิวัฒนาการขึ้นสำหรับการเดินทางทางทะเลคือเรือชนิดใหม่สองแบบที่ออกแบบโดย<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AA"><strong>โปรตุเกส</strong></a>--<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%84&amp;action=edit&amp;redlink=1"><strong>เรือคาร์แร็ค</strong></a> (Carrack) และ <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5&amp;action=edit&amp;redlink=1"><strong>เรือคาราเวล</strong></a> (Caravel) ที่วิวัฒนาการมาจากการออกแบบเรือในยุคกลางที่ใช้ในการเดินเรือในทะเลเหนือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เรือสองชนิดนี้เป็นเรือสองชนิดแรกที่ให้ความปลอดภัยพอที่จะฝ่าคลื่นฝ่าลมใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81"><strong>มหาสมุทรแอตแลนติก</strong></a>ได้เมื่อเทียบกับเรือรุ่นก่อนหน้านั้นที่ใช้กันเฉพาะในบริเวณที่คลื่นลมไม่รุนแรงเทียบเท่ากับการเดินทางกลางมหาสมุทร</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/ffb735eca457ed630a6846af246e9db6/IMG_0566.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:00:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515285</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปศาสนา</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515402</link>
         <description><![CDATA[<p>การปฏิรูปศาสนา อาจหมายถึงการปฏิรูปทางศาสนาคริสต์ที่สำคัญๆในประวัติศาสตร์ยุโรป ซึ่งมีหลายครั้ง ได้แก่ 111</p><p>การปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ คือขบวนการที่เริ่มโดย มาร์ติน ลูเทอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1517 เพื่อแก้ไขความเสื่อมโทรมของนิกายโรมันคาทอลิก และสถาบันสันตะปาปา มาเสร็จสิ้นลงด้วยสนธิสัญญาสันติภาพเวสต์ฟาเลีย ค.ศ. 1648 ผลจากการปฏิรูปคือการแยกตัวจากนิกายคาทอลิกมาเป็นนิกายโปรเตสแตนต์</p><p>การปฏิรูปคาทอลิก คือการปฏิรูปศาสนาของนิกายโรมันคาทอลิก ที่เป็นปฏิกิริยาต่อการปฏิรูปศาสนาของนิกายโปรเตสแตนต์</p><p><strong>การปฏิรูปศาสนาในอังกฤษ (English Reformation) </strong>คือเหตุการณ์ที่นำไปสู่การแยกตัวของ ”Church of England” จากนิกายโรมันคาทอลิก นำโดย พระเจ้าเฮนรีที่ 8</p><p><strong>การปฏิรูปศาสนาแอนนาแบ็บทิสต์ (Radical Reformation) </strong>คือขบวนการปฏิรูปศาสนาที่เกิดพร้อมๆกับการปฏิรูปศาสนาของนิกายโปรเตสแตนต์ เมื่อศตวรรษที่ 16 เริ่มโดยชนชั้นชาวนาที่ประเทศเยอรมันีและประเทศทางตอนเหนือของทวีปยุโรป</p><p>การปฏิรูปสถาบันศาสนาคริสต์ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและศาสนาที่มีผลกระทบกระเทือนต่อระบบการปกครองและ/หรือ สิ่งก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของคริสต์ศาสนจักรเท่านั้น มิใช่ความหมายโดยทั่วไปของคำว่า “Secularization” ซึ่งจะหมายถึงการแยกอาณาจักรออกจากศาสนจักร</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/be95a389ca0f5d4e6892523b2390b432/IMG_0568.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:00:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515402</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิวัติวิทยาศาสตร์</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515503</link>
         <description><![CDATA[<p>การปฏิวัติวิทยาศาสตร์เป็นการกำเนิดของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ระหว่างสมัยใหม่ตอนต้น เมื่อพัฒนาการในวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ ชีววิทยา (รวมกายวิภาคศาสตร์มนุษย์) และเคมีเปลี่ยนมุมมองของสังคมและธรรมชาติ การปฏิวัติวิทยาศาสตร์เริ่มต้นในทวีปยุโรปในช่วงปลายสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาและต่อเนื่องตลอดปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 มีอิทธิพลต่อขบวนการสังคมปัญญาชื่อ ยุคเรืองปัญญา แม้วันที่ยังพิพาทอยู่ แต่มักอ้างการตีพิมพ์ ว่าด้วยการปฏิวัติทรงกลมสวรรค์ (De revolutionibus orbium coelestium, On the Revolutions of the Heavenly Spheres) ของนิโคลัส โคเปอร์นิคัสเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ และการสิ้นสุดถือว่าเป็น "การสังเคราะห์ใหญ่" ของปรินซิเปีย ใน ค.ศ. 1687 ของนิวตัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/b5ddbf97a0e7060223430f6aee9394e1/IMG_0569.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:00:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515503</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิวัติอุตสาหกรรม</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515732</link>
         <description><![CDATA[<p>การปฏิวัติอุตสาหกรรม  คือช่วงเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1760 ถึง ค.ศ. 1825 เมื่อการเปลี่ยนแปลงในภาคเกษตรกรรม การผลิต การทำเหมืองแร่ การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยี ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมในขณะนั้น การปฏิวัติเริ่มต้นในสหราชอาณาจักร จากนั้นจึงแพร่ขยายไปยังยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น จนขยายไปทั่วทั้งโลกในเวลาต่อมา การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งส่งผลกระทบในเกือบทุกแง่มุมของชีวิตประจำวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือการที่รายได้และจำนวนประชากรโดยเฉลี่ยเริ่มที่จะขยายตัวอย่างยั่งยืนในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้สองร้อยปีหลังจาก ค.ศ. 1800 ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อหัวของโลกขยายตัวมากกว่าสิบเท่า ในขณะที่จำนวนประชากรขยายตัวมากกว่าหกเท่า ผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โรเบิร์ต อี. ลูคัส จูเนียร์ ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในยุคอุตสาหกรรมว่า: "เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชนธรรมดาส่วนมากเริ่มเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งไม่เคยมีพฤติการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน“</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/8be366c1780096a18ee697b5ae4bafda/IMG_0570.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:01:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515732</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แนวคิดเสรีนิยม</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515818</link>
         <description><![CDATA[<p>เสรีนิยม เป็นปรัชญาการเมืองหรือมุมมองทางโลกซึ่งตั้งอยู่บนความคิดเสรีภาพและความเสมอภาค นักเสรีนิยมยอมรับมุมมองหลากหลายขึ้นอยู่กับความเข้าใจหลักการเหล่านั้น แต่โดยทั่วไปสนับสนุนความคิดอย่างเสรีภาพในการพูด เสรีภาพสื่อ เสรีภาพทางศาสนา ตลาดเสรี สิทธิพลเมือง รัฐบาลฆราวาส ความเสมอภาคทางเพศ และ การร่วมมือระหว่างประเทศ</p><p>ทีแรก เสรีนิยมเป็นขบวนการทางการเมืองต่างหากระหว่างยุคเรืองปัญญา เมื่อได้รับความนิยมในหมู่นักปรัชญาและนักเศรษฐศาสตร์ในโลกตะวันตก เสรีนิยมปฏิเสธความคิดซึ่งสามัญในเวลานั้น เช่น เอกสิทธิ์แบบสืบเชื้อสาย ศาสนาประจำชาติ สมบูรณาญาสิทธิราชและเทวสิทธิ์ของกษัตริย์ มักยกย่องจอห์น ล็อก นักปรัชญาสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 ว่าเป็นผู้ก่อตั้งเสรีนิยมเป็นประเพณีปรัชญาต่างหาก ล็อกแย้งว่ามนุษย์มีสิทธิธรรมชาติในชีวิต เสรีภาพและทรัพย์สิน และตามสัญญาประชาคม(social contract) รัฐบาลต้องไม่ละเมิดสิทธิเหล่านี้ นักเสรีนิยมคัดค้านอนุรักษ์นิยมประเพณีและมุ่งเปลี่ยนสมบูรณาญาสิทธิ์ในการปกครองเป็นประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนและหลักนิติธรรม</p><p>นักปฏิวัติผู้โด่งดังในการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ การปฏิวัติอเมริกา และการปฏิวัติฝรั่งเศสใช้ปรัชญาเสรีนิยมเพื่ออ้างความชอบธรรมการโค่นสิ่งที่มองว่าเป็นการปกครองทรราชด้วยอาวุธ เสรีนิยมเริ่มลามอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีการตั้งรัฐบาลเสรีนิยมในประเทศต่าง ๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกาใต้และอเมริกาเหนือ ในช่วงนี้คู่แข่งอุดมการณ์หลัก คือ อนุรักษ์นิยม แต่ภายหลังเสรีนิยมรอดการท้าทายทางอุดมการณ์สำคัญจากคู่แข่งใหม่อย่างฟาสซิสต์และลัทธิคอมมิวนิสต์ ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 20 ความคิดเสรีนิยมยิ่งลามอีกเมื่อประชาธิปไตยเสรีนิยมเป็นฝ่ายชนะสงครามโลกทั้งสองครั้ง ในทวีปยุโรปและอเมริกา การสถาปนาเสรีนิยมสังคม (social liberalism) หรือ เสรีนิยมฝ่ายซ้าย เป็นองค์ประกอบสำคัญของการขยายรัฐสวัสดิการ ปัจจุบัน พรรคการเมืองเสรีนิยมสังคมยังครองอำนาจและอิทธิพลทั่วโลก</p><p>ส่วนพรรคการเมืองเสรีนิยมฝ่ายขวาเริ่มหมดอำนาจไปตั้งแต่ศตวรรษที่20 เป็นกลุ่มสนับสนุนสิทธิ์ในการเลือก สิทธิ์ในทรัพย์สิน สิทธิ์ในการมีชีวิต ต่อต้านรัฐสวัสดิการ ต่อต้านการแซงแทรกทางเศรษฐกิจจากรัฐ ต่อต้านอภิสิทธิ์ชน สนับสนุนตลาดเสรี การค้าเสรี ซึ่งเป็นขั่วตรงข้ามเสรีนิยมสังคม มีชื่อเรียกว่า เสรีนิยมคลาสสิก แต่งจากกันระหว่างเสรีนิยมฝ่ายซ้าย คือการให้ปักเจกมีสิทธิ์ในทรัพย์สินตนเองมากกว่า รัฐ หรือ ส่วนร่วม ต่างจากเสรีนิยมฝ่ายซ้ายที่ ทรัพย์สินต้องอยู่ภายใต้รัฐ หรือ ส่วนร่วม ผ่านการทำรัฐสวัสดิการ และ การแบ่งปันอย่างเท่าเทียม ทั้งสองฝ่ายมีจุดร่วมเดี่ยวกันเพียงแค่เสรีภาพทางสังคม</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/cd8558b80a7ef8b4ad92c2a67f1ac043/IMG_0571.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:01:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515818</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แนวคิดจักรวรรดินิยม</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515916</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>จักรวรรดินิยม</strong> คือ นโยบายขยายอำนาจในการเข้าควบคุมหรือมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือดินแดนต่างชาติ อันเป็นวิถีทางเพื่อการได้มาและ/หรือการรักษา<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4"><strong>จักรวรรดิ</strong></a>ให้ดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งจากการขยายอำนาจเข้ายึดครอง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99"><strong>ดินแดน</strong></a> โดยตรง และจากการเข้าคุมอำนาจทางอ้อมในด้านการเมือง และ/หรือทางเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ บางคนใช้คำศัพท์นี้เพื่ออธิบายถึงนโยบายของประเทศใดประเทศหนึ่งในการคงไว้ซึ่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A1"><strong>อาณานิคม</strong></a> และอิทธิพลเหนือดินแดนอันไกลโพ้น โดยไม่คำนึงว่าประเทศนั้น ๆ จะเรียกตนเองว่าเป็นจักรวรรดิหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม มีการนำเอาคำว่า 'จักรวรรดินิยม' ไปใช้ในบริบทที่แสดงถึงความมีสติปัญญา/ความเจริญที่สูงกว่าด้วย ซึ่งในบริบทนี้คำว่า "จักรวรรดินิยม" มีนัยแสดงถึงความเชื่อที่ว่า การเข้าถือสิทธิยึดครองดินแดนต่างชาติและการคงอยู่ของจักรวรรดิเป็นสิ่งดีงาม เนื่องจากมีการประสมผสานรวมเอาหลักสมมุติฐานที่ว่า โดยธรรมชาติแล้วชาติมหาอำนาจจักรวรรดินิยมนั้นจะมีวัฒนธรรมและความเจริญด้านอื่น ๆ เหนือกว่าชาติที่ถูกรุกรานเข้าไว้ด้วย — โปรดดู <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;action=edit&amp;redlink=1"><strong>ภาระคนขาว</strong></a>(The White Man's Burden)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/b100974688f02a5289d8dd6b4ae372dc/IMG_0572.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:01:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306515916</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แนวคิดชาตินิยม</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516046</link>
         <description><![CDATA[<p>ชาตินิยม หรือ ความรักชาติ เป็นความคิดและการเคลื่อนไหวที่ถือได้ว่าประเทศชาติควรจะสอดคล้องกับรัฐ เนื่องจากการเคลื่อนไหวนี้ ลัทธิชาตินิยมมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติโดยเจาะจง (เช่น ในกลุ่มคน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยมีจุดมุ่งหมายในการได้มาและรักษาอำนาจอธิปไตยของชาติ(การปกครองตนเอง) เหนือบ้านเกิดเพื่อสร้างรัฐชาติ ลัทธิชาตินิยมถือได้ว่าแต่ละประเทศควรที่จะปกครองตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก (การกำหนดการปกครองด้วยตนเอง) ว่าประเทศชาตินั้นเป็นพื้นฐานทางธรรมชาติและอุดมคติสำหรับการเมือง และประเทศชาติเป็นแหล่งอำนาจทางการเมืองโดยชอบธรรมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมุ่งเป้าหมายในการสร้างและรักษาเอกลักษณ์ประจำชาติเพียงอย่างเดียว ตามลักษณะทางสังคมที่ใช้ร่วมกันของวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ภาษา การเมือง (หรือรัฐบาล) ศาสนา ประเพณี และความเชื่อในประวัติศาสตร์ของนามเอกพจน์ที่ใช้ร่วมกัน และส่งเสริมความสามัคคีของชาติหรือภราดรภาพ(solidarity) ลัทธิชาตินิยมจึงพยายามปกปักรักษาและอุปถัมภ์วัฒนธรรมอันเก่าแก่ของประเทศชาติ มีคำจำกัดความต่าง ๆ ของคำว่า "ชาติ" ซึ่งนำไปสู่ลัทธิชาตินิยมประเภทต่าง ๆ มีสองรูปแบบที่แตกต่างกันคือ ลัทธิชาตินิยมที่เน้นทางชาติพันธุ์(ethnic nationalism) และลัทธิชาตินิยมแบบพลเมือง(civic nationalism</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/89502c6a53808086377b3da2f5acd4af/IMG_0573.png" />
         <pubDate>2025-01-28 04:01:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516046</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แนวคิดสังคมนิยม</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516174</link>
         <description><![CDATA[<p>สังคมนิยม เป็นระบบสังคมและเศรษฐกิจซึ่งมีลักษณะคือ สังคมเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและการจัดการเศรษฐกิจแบบร่วมมือ ตลอดจนทฤษฎีและขบวนการทางการเมืองซึ่งมุ่งสถาปนาระบบดังกล่าว "สังคมเป็นเจ้าของ" อาจหมายถึง การประกอบการสหกรณ์ การเป็นเจ้าของร่วม รัฐเป็นเจ้าของ พลเมืองเป็นเจ้าของความเสมอภาค พลเมืองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือที่กล่าวมารวมกัน มีความผันแปรของสังคมนิยมจำนวนมากและไม่มีนิยามใดครอบคลุมทั้งหมด ความผันแปรเหล่านี้แตกต่างกันในประเภทของการเป็นเจ้าของโดยสังคมที่ส่งเสริม ระดับที่พึ่งพาตลาดหรือการวางแผน วิธีการจัดระเบียบการจัดการภายในสถาบันการผลิต และบทบาทของรัฐในการสร้างสังคมนิยม</p><p>ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมอาศัยลัทธิองค์การการผลิตเพื่อใช้ หมายความว่า การผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองอุปสงค์ทางเศรษฐกิจและความจำเป็นของมนุษย์โดยตรง และระบุคุณค่าวัตถุตามคุณค่าการใช้ประโยชน์หรืออรรถประโยชน์ ซึ่งตรงข้ามกับการผลิตมาเพื่อสะสมทุนและเพื่อกำไร ในแนวคิดดั้งเดิมของเศรษฐกิจสังคมนิยม มีการประสานงาน การทำบัญชีและการประเมินค่าอย่างเดียวกันโดยปริมาณทางกายภาพร่วม (common physical magnitude) หรือโดยการวัดแรงงาน-เวลาแทนการคำนวณทางการเงิน มีสองข้อเสนอในการกระจายผลผลิต หนึ่ง ยึดตามหลักที่ว่าให้กระจายแก่แต่ละคนตามการเข้ามีส่วนร่วม และสอง ยึดตามหลักผลิตจากทุกคนตามความสามารถ ให้แก่ทุกคนตามความจำเป็น วิธีการจัดสรรและประเมินคุณค่าทรัพยากรที่แน่ชัดยังเป็นหัวข้อการถกเถียงในการถกเถียงการคำนวณสังคมนิยมที่กว้างกว่า</p><p>ในการกำหนดเป้าหมาย การเมืองแบบสังคมนิยมเคยเป็นทั้งชาตินิยมและนานาชาตินิยม สร้างผ่านพรรคการเมืองและการเมืองที่ต่อต้านพรรคการเมือง ในบางครั้งทับซ้อนกับสหภาพการค้า ในบางครั้งเป็นอิสระและมีความสำคัญกับเหล่าสหภาพ และมีให้เห็นทั้งในบรรดาประเทศอุตสาหกรรมและประเทศกำลังพัฒนา เริ่มจากการเคลื่อนไหวทางสังคมนิยม ประชาธิปไตยสังคมนิยมนำเศรษฐกิจแบบผสมมารวมเป็นส่วนหนึ่งกับตลาด ที่มีการแทรกแซงของรัฐในรูปแบบของ การกระจายรายได้ กฎระเบียบ และรัฐสวัสดิการ ประชาธิปไตยเศรษฐกิจ(Economic democracy) เสนอลักษณะของสังคมนิยมทางการตลาด(Market socialism) ซึ่งมีการควบคุมการกระจายอำนาจของ บริษัท สกุลเงิน การลงทุน และทรัพยากรธรรมชาติ มากขึ้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/e22da2a1b36e8128a7e062f4f84c1f1d/IMG_0574.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:02:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516174</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความขัดแย้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516331</link>
         <description><![CDATA[<p>ความขัดแย้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน</p><p>การปฏิวัติอุตสาหกรรมและความก้าวหน้าทางวิทยาการของโลกในคริสต์สตวรรษที่ 19 ทำให้โลกก้าวหน้ามากขึ้น มนุษย์สามารถประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้และปรับปรุงการคมนาคมที่ อำนวยความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม อันมีผลทำให้เกิดลัทธิจักรวรรดินิยมของชาติมหาอำนาจ และเริ่มแข่งขันกันแสวงหา อาณานิคมในดินแดนโพ้นทะเล อย่างไรก็ตาม การปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1789 โดยการ ล้มล้างสถาบันกษัตริย์แล้วตั้งรัฐบาลที่มาจากประชาชน ตลอดจนการปฏิวัติของชาวอเมริกันเพื่อแยกตัวเป็นอิสระจากอังกฤษใน ค.ศ. 1776 รวมทั้งความเจริญทางด้านอุตสาหกรรม ด้าน พาณิชกรรมและลัทธิจักรวรรดินิยมได้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งที่สำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 คือ การเกิดสงครามโลก</p><p>ซึ่งผลของสงครามก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตมนุษย์และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจและการแย่งชิงทรัพยากรหรือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุมาจากการแข่งขันทางการ เมืองเพื่อความเป็นใหญ่ในภูมิภาค เช่น นโยบายสร้างฝรั่งเศสในสมัยนโปเลียน นโยบายสร้างเยอรมนีให้ยิ่งใหญ่ เป็นต้น หรืออาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางศาสนา และการเมือง ทางด้านศาสนา เช่น สงครามครูเสดระหว่างศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามใน คริสต์ศตวรรษที่ 13 ทางด้านการเมือง เช่น ความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์ประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้น ทั้งนี้ความขัดแย้งที่สำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ เกิดขึ้นจากการยึดมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน จนทำให้เกิดสงครามขึ้น ได้แก่สงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเย็น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/ed6f43349c9de0a58228c0407f5e1eb5/IMG_0575.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:02:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516331</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความร่วมมือในคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน</title>
         <author>areeyamint2520</author>
         <link>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516452</link>
         <description><![CDATA[<p>ความร่วมมือในคริสต์ศตวรรษที่ 20 </p><p>องค์การความร่วมมือระดับภูมิภาค</p><p>     ปัจจุบัน นอกจากองค์การสหประชาชาติซึ่งเป็นองค์การสากลที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ภูมิภาคต่างๆ ของโลกยังมีการรวมกลุ่มในระดับภูมิภาคตามสภาพภูมิศาสตร์และสภาพเศรษฐกิจ</p><p>การรวมกลุ่มตามสภาพภูมิศาสตร์ เช่น</p><p>     กลุ่มสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (Association of Southeast Asian Nations = ASEAN) เป็นการรวมกลุ่มของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยสมาชิกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 10 ประเทศ</p><p>     กลุ่มสหภาพยุโรป หรือ อียู (European Union = EU) เป็นการรวมกลุ่มของประเทศในยุโรปด้านต่างๆ ประกอบด้วยประเทศสมาชิกในยุโรปรวม 27 ประเทศ</p><p>     กลุ่มองค์กรรัฐอเมริกา (Organization of American States = OAS) เป็นการรวมกลุ่มประเทศต่างๆ ที่อยู่ในทวีปอเมริกาทั้งในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ มีสมาชิกรวม 35 ประเทศ</p><p>     กลุ่มองค์การเอกภาพแอฟริกา (Organization of African Unity = OAU) เป็นการรวมกลุ่มชาติส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา มีสมาชิกรวม 53 ประเทศ</p><p>การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น</p><p>     WTO (World Trade Organization) คือ องค์การการค้าโลก ซึ่งเป็นองค์การทางเศรษฐกิจที่มีสมาชิกเกือบทั่วโลก (ใน ค.ศ. 2009 มีสมาชิก 153 ประเทศ) ทำหน้าที่กำหนดกรอบระเบียบการค้าเสรีระหว่างประเทศสมาชิกและข้อตกลงทางการค้าต่างๆ</p><p>     G – 7 (Group of Seven) คือ กลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ ได้แแก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมนี ต่อมาในการประชุมมีรัสเซียเข้าร่วมด้วย จึงมักเรียกกันว่า G – 8</p><p>     AFTA (Asean Free Trade Area) คือ เขตการค้าเสรีแห่งอาเซียน เป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในกลุ่มสมาชิกของอาเซียน</p><p>     NAFTA (North American Free Trade Area) คือ เขตการค้าเสรีแห่งทวีปอเมริกาเหนือ เป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจของประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก</p><p>     APEC (Asia – Pacific Economic Cooperation) คือ กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเขตเอเชียแปซิฟิก หรือกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ตามขอบมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งในทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย</p><p>     ASEM (Asia – Europe Meeeting) เป็นกลุ่มการประชุมเอเชีย – ยุโรป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียและยุโรป</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2639208865/ab27b3a2d685a10d66080383ba3c676a/IMG_0591.jpg" />
         <pubDate>2025-01-28 04:02:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/areeyamint2520/sevn3oqb4lblksf8/wish/3306516452</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
