<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>4/1 วิเคราะห์นิราศนรินทร์ by Kanchanok Wutti</title>
      <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือกโคลงสี่สุภาพ 1 บท จากเรื่องนิราศนรินทร์คำโคลง และวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ พร้อมทั้งใส่ภาพประกอบให้สอดคล้องกับโคลงข้างต้น</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-09-18 00:49:46 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-18 03:08:21 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1f352.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>บทที่ ๒</title>
         <author>NingKanchanok</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124540535</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p><sub>อยุธยายศล่มแล้ว     ลอยสวรรค์  ลงฤๅ<br>สิงหาสน์ปรางรัตน์บรร   เจิดหล้า<br>บุญเพรงพระหากสรรค์   ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ<br>บังอบายเบิกฟ้า            ฝึกฟื้นใจเมือง</sub></p></blockquote><p><br></p><p><mark>ถอดความได้ว่า...กรุงศรีอยุธยาล่มสลายไปแล้ว กลับลอยลงมาจากสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง  พระราชอาสน์ พระปรางค์ ประดับประดาด้วยแก้วมณีงามเด่นในโลก เป็นเพราะผลบุญของพระมหากษัตริย์ได้ทรงกระทำไว้แต่เก่าก่อน พระพุทธศาสนาจึงได้เจริญรุ่งเรือง ช่วยปิดทางแห่งความชั่ว เปิดทางสู่ความดี ฟื้นฟูจิตใจราษฎรให้พ้นจากความงมงายในบาปต่างๆ</mark></p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้ปฏิพากษ์  การใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือ ขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกัน เพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น เช่น ในบทนี้ใช้คำว่า "ล่ม" กับ "ลอย"  และ "บังอบาย" กับ "เบิกฟ้า" เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>ครูหนิง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1303079113/e355181e51aaacc888691d612be3ff9f/image.webp" />
         <pubDate>2024-09-18 00:49:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124540535</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124687868</link>
         <description><![CDATA[<p>     จากมามาลิ่วล้ำ   ลำบาง</p><p>บางยี่เรือราพาง       พี่พร้อง</p><p>เรือแผงช่วยพานาง   เมียงม่าน มานา</p><p>บาง บ่ รับคำคล้อง   คล่าวน้ำตาคลอ</p><p><br/></p><p>• ถอดคำประพันธ์ </p><p>      ล่องเรือมาตามลำคลองไปเรื่อยๆ จนผ่านตำบลบางยี่เรือ เมื่อจะล่องเรือออก ก็บอกกับบางยี่เรือ ช่วยให้เอาเรือแผงไปรับนางมา ให้นางนั่งอย่างอย่างสบายอยู่หลังม่านของเรือ แต่บางยี่เรือก็ไม่รับคำ จึงต้องนั่งน้ำตาคลอ</p><p><br/></p><p>• วิเคราะห์คุณค่า </p><blockquote><p>        มีการใช้โวหารภาพพจน์ คือ สัลปังคพิสัยโดยบทนี้แสดงถึงความโศกเศร้าเสียใจ ที่พี่คร่ำครวญว่าอยากให้น้องมาด้วยแต่ไม่มีเรือใดรับเลย และบุคลวัต คือ มีการพูดคุยกับเรือแผง ซึ่งเป็นสิ่งไม่มีชีวิต พูดคุยกับเรือโดยบอกว่า ให้พานางมา แต่เรือแผงก็ไม่ได้รับคำขอ</p><p><br/></p></blockquote><p>น.ส.ภาวิดา มิตรประทาน เลขที่ 21 ม.4/1</p><p>น.ส.วริศรา กิติทัศน์เศรณี เลขที่ 23 ม.4/1</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756847183/b4a516892addc7c6f3ddaf92b7e3bfa1/IMG_2784.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:42:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124687868</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 118</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124693572</link>
         <description><![CDATA[<p><sub>ถึงตระนาวตระหน่ำซ้ำ  สงสาร อรเอย<br>จรศึกโศกมานาน         เนิ่นช้า<br>เดินดงท่งทางละหาน    หิมเวศ<br>สารสั่งทุกหย่อมหญ้า    ย่านน้ำลานาง</sub></p><p><br/></p><p><strong><mark>ถอดความได้ว่า</mark></strong></p><p><mark>เมื่อเดินมาถึงตระนาวศรียิ่งสงสารนาง<br>เพราะพี่ต้องจากนางไปทำศึกเป็นเวลานาน ขณะเดินทางผ่านท้องทุ่งผืนป่า กวีฝากหญ้าทุก<br>หย่อมผ่านห้วงน้ำ กวีฝากย่านน้ำทุกย่านช่วยสั่งลานางแทนพี่ด้วย</mark></p><p><br/></p><p><strong>คุณค่าด้านกลวิธีการแต่ง</strong></p><p>เป็นการสัมผัส กวีเล่นเรียงสัมผัสสระและสัมผัสอักษรภายในวรรคและระหว่างวรรค เพิ่มความไพเราะ เช่นสัมผัสสระ หน่ำ-ซ้ำ ดง-ท่ง</p><p>สัมผัสอักษร ตระนาว-ตระหน่ำ สง-สาร อร-เอย ศึก-โศก เดิน-ดง ท่ง-ทาง สาร-สั่ง หย่อม-หญ้า  สัมผัสระหว่างวรรค ซ้ำ-สง(สาร) นาน-เนิ่น หาน-หิม(เวศ) หญ้า-ย่าน</p><p><br/></p><p><br/></p><p>นางสาวนิภารัตน์ แซ่โง้ว เลขที่20ม.4/1</p><p>นางสาวภูริชญา มณีรัตน์เลขที่22 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756844998/97be9b030c20532714547de28d21699b/IMG_9206.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:47:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124693572</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 122</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124696230</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ถอดบทความได้ว่า... </strong> ไม่ว่าจะเป็นพระอินทร์ ผู้มีพันตา ผู้เฝ้าดูระวังโลก </p><p>พระพรหมผู้มีสี่หน้าแปดหูที่คอยฟังสรรพเสียงใดๆ หรือจะเป็น</p><p>พระนารายณ์ที่บรรทมอยู่หลังนาค เมื่อเราทั้งสองต้องพลัดพลากจากกัน เราสองคร่ำครวญอยู่ซ้ำซากแต่เทพพระองค์ก็ไม่สนใจ</p><p><br/></p><p><strong>เกร็ดความรู้  </strong></p><p><strong>พระอินทร์</strong> คือ ผู้ที่มีพันตา และเป็นเทวดาองค์สำคัญของศาสนาพราหมณ์ โดยเป็นประมุขแห่งทวยเทพ และเป็นประธานเทวสภา มีอำนาจหน้าที่ปกครอง ควบคุม ธำรง รักษา และบำรุงสวรรคโลกและมนุษยโลก</p><p><strong>พระพรหม</strong> คือ เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ความเมตตา เป็นพระผู้สร้างโลกและให้กำเนิดสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล และให้กำเนิดคัมภีร์พระเวท</p><p><strong>พระนารายณ์</strong>  เทพเจ้าแห่งการพิทักษ์ปกป้องและรักษา เมื่อใดก็ตามที่โลกตกอยู่ในอันตราย หรือเมื่อความชั่วร้ายคุกคามเอาชนะความดี</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ชื่อ นายจันทรวัทน์ วงศ์ไพรกรณ์ เลขที่ 9 ม.4/1</p><p>     นายภคกรณ์ ศิริโชติภากรณ์ เลขที่ 15 ม.4/1</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/13/013_The_Great_Renunciation_%2830663615136%29.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:49:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124696230</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๔๐</title>
         <author>s43341</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124696595</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p><sub>ตราบขุนคิริข้น     ขาดสลาย แลแม่</sub></p><p><sub>รัก บ่ หายตราบหาย     หกฟ้า</sub></p><p><sub>สุริยจันทรขจาย     จากโลก ไปฤา</sub></p><p><sub>ไฟแล่นล้างสี่หล้า     ห่อนล้างอาลัย</sub></p></blockquote><p><br/></p><p><strong>ถอดความ </strong>ภูเขาพังทลาย สวรรค์๖ชั้น ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ จะหายไปในโลก ความรักของพี่นั้นก็ไม่หายไป ถึงไฟมาผลาญ ล้างทวีปทั้ง4 ก็สามารถล้างความอาลัยของพี่ได้</p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า </strong>เป็นรสวรรณคดีสัลลาปังคพิสัย เนื่องจากแสดงถึงความรักที่จะไม่จางหายไป มีการใช้อติพจน์ในโคลงบทนี้ เนื่องจากการกล่าวเกินจริง เพื่อคุณค่าด้านอารมณ์ และมีการแสดงถึงความเชื่อในด้านวัฒนธรรม เนื่องจากกล่าวถึง4ทวีปในไตรภูมิพระร่วง</p><p><br/></p><p><strong>เกร็ดความรู้ภายในบท </strong>หกฟ้า หมายถึง สวรรค์6ชั้น ซึ่งเรียกว่า”ฉกามาพจร“</p><p>สี่หล้า หมายถึง 4ทวีป ได้แก่ชมพูทวีปอยู่ทางทิศใต้ บุรพวิเทหทวีปอยู่ทางทิศตะวันออก อุตตรกุรุทวีปอยู่ทางเหนือ และอมรโคยานทวีปอยู่ทางทิศตะวันตก</p><p><br/></p><p><br/></p><p>น.ส.ณิชนันทน์ ดำเนินกิจ ม.4/1 เลขที่26</p><p>น.ส.ณฐมน ศรีสุวรรณ ม.4/1 เลขที่28</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756836521/88fde4559af32f0c9bf0478464b8ed36/IMG_1873.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:49:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124696595</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124701027</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p>  <sub>      ฝากอุมาสมรเเม่เเล้           ลักษมี  เล่านา</sub></p><p><sub>ทราบสวยมภูวจักรี                   เกลือกใกล้</sub></p><p><sub>เรียมคิดจบจนตรี                     โลกล่วง  เเล้วเเม่</sub></p></blockquote><blockquote><p><sub>โฉมฝากใจเเม่ได้                     ยิ่งด้วยใครครอง</sub></p></blockquote><p><br/></p><p><strong>ถอดความได้ว่า </strong>    เมื่อคิดจะเอาไปฝากกับพระอุมา ก็กลัวว่าพระอิศวรจะมาเชยชม ถ้าไปฝากกับพระลักษมี ก็กลัวว่าพราะนารายณ์จะมาเเอบมอง  จนสุดท้ายคิดได้ว่าฝากไว้กับใจของนางเเหละดีที่สุด</p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>มีการประยุกต์ใช้ภาษาที่สละสลวย มีความไพเราะ เเละเเสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครใน บทประพันธ์อย่างชัดเจนผ่านการสื่อถึงความเจ็บปวด เเละความคิดถีง</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายปารเมศ เทพปิยะวงศ์ ม.4/1 เลขที่ 10</p><p>นายบดีภัค กีรติพิพัฒน์พงศ ม.4/1 เลขที่3</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756861553/59c1f1f4a75778fabc7d0a512c1f3530/IMG_2196.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:52:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124701027</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 41</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124701553</link>
         <description><![CDATA[<p>        </p><p><br/></p><p>ถอดความ:เห็นต้นแตกจากกิ่งก้านสลับกับต้นระกำ ทำให้ชอกช้ำระกำใจว่าเคยเป็นเวรกรรมที่คงเคยทำกันมาทำให้เราต้องจากกันไกล ขอให้ครั้งหน้าเราคงได้อยู่ร่วมกัน</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่าได้ว่า:มีการเล่นคำการใช้คำว่า”จาก“กันหลายที่ในบทประพันธ์หนึ่งบทแต่คำว่า“จาก”นั้นมีความหมายต่างกันและมีการใช้คำพ้องเสียงกันคือ”กำ“มีความหมายต่างกันคือ ต้นระกำ ระกำช้ำใจ        เวรกรรม</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายภัทรพล นนท์นภาพันธ์ เลขที่ 7 ม.4/1</p><p>นายธนัชภูมิ บุญณะ เลขที่14ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756846910/baceb1e01a9e0a0e72c52142dfd8d01c/IMG_0269.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:53:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124701553</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 45</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124701625</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><sup>ชมแขคิดใช่หน้า               นวลนาง <br>เดือนดำหนิวงกลาง          ต่ายแต้ม <br>พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง   จักเปรียบ ใดเลย <br>ขำกว่าแขไขแย้ม               ยิ่งยิ้มอัปสร</sup></strong></p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า </p><p>เป็นการเปรียบเทีนบของหน้านางกับดวงจันทร์ แต่ดวงจันทร์มีรอยตำหนิเป็นรอยกระต่าย แต่ใบหน้าของน้องนางสวยงามไม่มีตำหนิไม่มีสิ่งใดมาเปรียบเทียบ เพราะใบหน้าของน้องงามกว่าดวงจันทร์ ยิ่งมองยิ่งงามกว่านางฟ้า</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า  </p><p>มีการเล่นคำซ้ำ คำที่มีความหมายเหมือนกันแต่ใช้ในบริบทต่างกัน</p><p>มีการใช้สรรพนามคนดี เสาวรดี การเล่าของตัวละคร</p><p>มีการใช้ภาพพจน์ อติพจน์ กล่าวถึงสิ่งหนึ่งเปรียบเทียบกับสิ่งที่ดูเกินกว่าความจริง</p><p><br/></p><p>นาย ภัทรทร เตชะนาทักษิณ ม4/1 เลขที่6</p><p>นายกิตติภูมิ หสลคนึง ม.4/1 เลขที่ 13</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756901056/95dc240439717792747a7c68b01f04df/IMG_1096.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:53:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124701625</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่๓๗</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124703627</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p>บ้านบ่อน้ำบกแห้ง                 ไป่เห็น</p><p><br/></p><p>บ่อเนตรคงขังเป็น                 เลือดไล้</p><p><br/></p><p>อ้าโฉมแม่เเบเบญ-               จลักษณ์ เรียมเอย</p><p><br/></p></blockquote><blockquote><p>มาซับอัสสุชลให้                   พี่เเล้วจักลา</p></blockquote><p><br/></p><p><strong><em>ถอดบทความได้ว่า</em></strong></p><p><mark>ถึงตำบลบ้านบ่อ แต่น้ำบนบกนั้นแห้ง แต่ในตาพี่มีน้ำตาขังเป็นสายเลือด  ให้แม่โฉมงาม ที่มีความงามทั้ง5 ประการ มาซับน้ำตาให้พี่ แล้วค่อยจากไป</mark></p><p><br/></p><p><strong><em>วิเคราะห์คุณค่า</em></strong></p><p>มีการใช้ภาพพจน์อุปลักษณ์  และอติพจน์</p><p>มีการใช้รสวรรณคดี สัลลาปังคพิสัย แสดงถึงความโศกเศร้าที่ต้องจากลา</p><p>มีการใช้คำที่มีความหมายซ้ำ "อัสสุชล" เดิมทีคำว่าอัสสุ ก็มีความหมายว่า น้ำตา และ ชล ก็มีความหมายว่า น้ำ เหมือนกัน </p><p><br/></p><p><br/></p><p>น.ส.โชษิตา กิรติภัทรนันท์ ชั้น ม.4/1 เลขที่17</p><p>น.ส.ณัฐชยา อินทร์คำ ชั้น ม.4/1 เลขที่ 18</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://get.pxhere.com/photo/sea-sand-lake-dry-wildlife-fish-drought-dehydrated-mudflat-dry-season-660605.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:54:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124703627</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่141</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124704822</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง                 แรมนวล นาฎฤา</strong></p><p><strong>เสนาะสนั่นดินครวญ           ครุ่นฟ้า</strong></p><p><strong>สารสั่งพี่กำสรวล                 แสนเสน่ห์ นุชเอย</strong></p><p><strong>ควรแม่ไว้ต่างหน้า               พี่พู้นภายหลัง</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ถอดคำประพันธ์</p><p>พี่พร่ำพูดถึงเรื่องความรัก อาลัยที่ต้องจากน้อง เสียงดังสนั่นจากพื้นแผ่นดินดังถึงฟากฟ้า เป็นข้อความที่พูดถึงความโศกเศร้าของพี่ เหมือนเป็นจดหมายฝากคำพูดจากพี่ถึงน้อง พี่ขอฝากให้น้องไว้ดูต่างหน้าเมื่อไกลห่างกัน</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้รสวรรณคดีคือสัลลปังคพิสัย เนื่องจากบทนี้แสดงถึงความเศร้าที่พี่จะต้องจากน้องไป</p><p>มีการเล่นเสียงพยัญชนะ เช่น ร่ำรักรำเรื่องร้าง แรมนวล นาฏฤา</p><p><br/></p><p>นางสาวนนทกร แก้วสอนดี ชั้น ม.4/1 เลขที่19</p><p>นางสาวญาณิศา สวัสดิภูมิ ชั้น ม.4/1 เลขที่27</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756888873/b51ee1d05972c194971e3a6211fa7183/IMG_1420.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:55:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124704822</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๓๙</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124705578</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ถอดบทความได้ว่า</strong></p><blockquote><p>     ตัวพี่เองอยากเอียงอกเพื่อเทความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อน้องมาอวดให้น้องเห็น แม้จะยกเขาพระสุเมรุมาใช้แทนปากกาชุบกับมหาสมุทรที่เป็นเสมือนน้ำหมึกมาใช้เขียนบนอากาศแทนกระดาษ แต่ก็คงจะอธิบายความรักที่มีต่อน้องไม่พอ น้องพี่คนงามเหมือนนางสวรรค์จะอยู่อย่างไรบ้าง</p></blockquote><p><br></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><blockquote><p>ใช้โวหารภาพพจน์ : อติพจน์ การกล่าวเกินจริง</p><p>ใช้คำว่า เอียงอกเท เพื่อแสดงถึงความรักที่มีอยู่ล้นใจ หรือ การใช้เขาพระสุเมรุเป็นปากกา มหาสมุทรและผืนดินเป็นน้ำหมึก ใช้อากาศวาดเขียนแทนกระดาษ ล้วนแต่เป็นการกล่าวเกินจริงที่อธิบายถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อคนรัก</p></blockquote><p><br></p><p>นางสาวสุพิชฌาน์ แจ่มกระจ่าง เลขที่ 25 ม.4/1</p><p>นางสาวร่มโพธิ์ทอง ไหว้พรหม เลขที่ 29 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756846863/5cd36866bc66a8bc9255c489f260e66f/IMG_1533.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:56:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124705578</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 2 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124709020</link>
         <description><![CDATA[<var></var><p>ถอดความได้ว่า</p><p>กรุงศรีอยุธยาได้ล่มสลายไปแล้ว แต่มีเมืองที่มาแทนที่นั่นคือ กรุงเทพมหานคร เหมือนอยุธยาที่ลอยลงมาจากสวรรค์ พระสิงหาสน์หรือพระที่นั่งประดับไปด้วย แก้วเพชรอัญมณีที่งดงามที่สุดในโลก นั่นเป็นเพราะผลบุญจากพระมหากษัตริย์องค์เก่าที่ได้สะสมมา ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความรุ่งเรือง ปิดทางความชั่ว เปิดทางความดี ฟื้นฟูจิตใจชาวเมืองให้พ้นจากความลุ่มหลงในสิ่งไม่ดี</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้โวหารภาพพจน์คือ อติพจน์ หรือการกล่าวเกินจริง</p><p>แสดงถึงความนับถือ เคารพ พระมหากษัตริย์และพระพุทธศาสนาของชาวไทย</p><p><br/></p><p>นางสาวฐิติวรดา ปลิ่มกมล เลขที่ 24 </p><p>นางสาวสโรชา นิลฉวี        เลขที่30</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756858893/936a27ce9ddf5f6ecaae7f7bb930eb0e/IMG_3804.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 02:58:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124709020</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124710155</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า…พระอุโบสถ พระระเบียง พระมณฑป พระวิหาร ธรรมาสน์ ศาลา หอไตร ลานวัด ทั้งหมดสะอาด มีเสียงระฆังตีตอนคำ่ เเละมีเเสงจากโคมไฟสวยเเละสว่าง จนทำให้เเสงจากพระจันทร์บนท้องฟ้ามัวหมอง</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>คุณค่าทางด้านวัฒนธรรมและศาสนา</p><p>	•	กลอนนี้พรรณนาถึงวัดหรือสถานที่ทางศาสนาอย่างชัดเจน เช่น โบสถ์ หอไตร และระฆัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทยที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา</p><p><br/></p><p>คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์</p><p>	•	การใช้ภาพพจน์  ในการพรรณนาทำให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจน เช่น “ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์” ซึ่งสื่อถึงบรรยากาศยามค่ำที่ท้องฟ้ามืดมนและดวงจันทร์ไม่สว่างชัดเจน</p><p><br/></p><p>นายชวนนท์ รุ่งศิริยืนยง เลขที่1 ม.4/1</p><p>นายโชติวิทย์ วรรณโก เลขที่2 ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756857501/03bb0fc4c4aef4d70306814aa0187142/IMG_1932.webp" />
         <pubDate>2024-09-18 02:59:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124710155</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๓</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124716686</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า : กล่าวถึงการสรรเสริญพระพุทธศาสนาและความรุ่งเรืองของศาสนา ผู้คนฟังธรรมด้วยความซาบซึ้งใจทุกวัน เจดีย์มากมายสูงเสียดฟ้า ส่องแสงงดงามยิ่งกว่าแก้ว 9 ประการ พระพุทธศาสนาเป็นหลักของโลก</p><p>กวีจินตนาการถึงจำนวนเจดีย์มากมายจนยอดเสียดกัน เพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของศาสนาในสังคม</p><p><br/></p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า : รสวรรณคดี เสาวรจนี ชมความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา มีการใช้อติพจน์ กล่าวเกินจริงตรงส่องแสงงดงามยิ่งกว่าแก้ว 9 ประการ นอกจากนี้ยังมีการใช้พรรณนาโวหารให้เห็นภาพของสมัยนั้น และมีการใช้สัมผัสอักษรในหลายจุด เช่น พ้น-พัน ริน-รส เป็นต้น</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายภคดล ภักคีรี            เลขที่ 5  ม.4/1</p><p>นายปิยะพัทธ์ จันทร์เพ็ญ  เลขที่12  ม.4/1</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756926842/001ae4f38a0a2e63e93fa308eaa7a03c/IMG_3929.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 03:03:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124716686</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124718424</link>
         <description><![CDATA[<p>             โฉมควรจักฝากฟ้า&nbsp;    ฤาดิน ดีฤา<br></p><p>เกรงเทพไท้ธรณินทร์&nbsp;             ลอบกล้ำ<br></p><p>ฝากลมเลื่อนโฉมบิน&nbsp;               บนเล่า นะแม่</p><p><br/></p><p>ลมจะชายชักช้ำ                     ชอกเนื้อเรียสงวน</p><p>    </p><p>ถอดความได้ว่า...ควรจะฝากนางไว้กับฟากฟ้า</p><p>หรือแผ่นดินดี เพราะกลัวเทวดาผู้เป็นใหญ่บนแผ่นดินแอบชม จึงจะฝากให้ลมพัดพานางขึ้นไปบนฟ้าลมกลับพัดทำให้ผิวที่เรียบเนียนมีรอยช้ำ</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้โวหารภาพพจน์อย่างการใช้อติพจน์โดยเป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อให้คุณค่าด้านอารมณ์เป็นสำคัญเช่น "โฉมควรจักฝากฟ้า ฤาดินดรฤา เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ลอบกล้ำ" ซึ่งสื่อความหมายออกเเนวว่า นางสวยมากถ้าฝากไว้กับเเผ่นดินกลัวว่าพระเจ้าเเผ่นจะมาเชยชม นอกจากนี้ยังมีการใช้รสวรรณคดีคือเสาวรจนี</p><p><br/></p><p>นายพัสกวิน เสาวนา เลขที่ 4</p><p>นายภูรินทร์ กัลยา เลขที่ 8</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p> </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756855435/d70c0626fde50fe66d7b2669524a8f21/Screenshot_2024_0918_093844.jpg" />
         <pubDate>2024-09-18 03:04:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124718424</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 134</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124724323</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>         นทีสี่สมุทรม้วย          หมดสาย <br>ติมิงคล์มังกรนาคผาย        ผาดส้อน <br>หยาดเหมพิรุณหาย            เหือดโลก แล้งแม่ <br>แรมราคแสนร้อยร้อน         ฤเถ้าเรียมทน</strong></p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า </p><p> น้ำในมหาสมุทรทั้งสี่สาย ได้แก่ ปิตสาคร,ผลิกสาคร,บีรสาคร และนิลสาคร ได้แห้งจนหมด จนปลาติมงคล์ มังกร และนาค ต้องรีบหาที่ซ่อนตัวกัน ฝนที่เปรียบเหมือนทองได้หายไปจากโลกเป็นเวลานานจนแห้งแล้ง แม้ความร้อนนั้นจะร้อนมากก็ตาม แต่ก็ยังไม่ร้อนเท่าความร้อนที่ต้องทรมานกับความทุกข์ของพี่ที่ต้องจากนางอันเป็นที่รัก</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้ภาษาที่ไพเราะ และการเล่นสัมผัสพยัญชนะและสระ</p><p>มีการใช้อธิพจน์ คือการใช้ถ่อัคำเรียบเรียงเนื้อหาที่มีการกล่าวเกินความเป็นจริง หรือแปลกประหลาดไปจากเดิม </p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายพีระวัฒน์ ศรีทองคำ ม.4/1 เลขที่11</p><p>นายธนธรณ์ ทับบำรุง ม.4/1 เลขที่16</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2756841116/e67d9c0fe20f01a3a3992a0f209e655d/IMG_0027.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-18 03:08:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s6lb49lhhjctm9fa/wish/3124724323</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
