<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การทำใหม่ของ บทที่ 7 การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ Funda26 AB by Ningnad Araya</title>
      <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B</link>
      <description>ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มๆละ 3-4คน ถ่ายรูปเขียนชื่อ-สกุล เลขที่ ห้องA หรือ B ตั้งชื่อกลุ่ม เพื่อโพสต์ข้อความลง โดยให้นักศึกษาทำการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ อ่านแล้วสรุปเป็นข้อความที่โพสต์ลงไป อย่าลืมแนบเอกสาร/หลักฐานอ้างอิงที่น่าเชื่อถือไว้ท้ายข้อความที่สรุปนี้ สามารถให้คะแนนเพื่อนกลุ่มอื่นๆได้นะคะ ถ้าพร้อมแล้ว ลุยเลยค่ะ</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2019-08-29 09:40:02 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-01-23 17:33:31 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/400460071/570d0ae7f361d8b522abcef2f19c4fc6/__________1.jpg</url>
      </image>
      <item>
         <title>กลุ่ม น้ำแร่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/380756819</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม <br>1.นางสาวพรนภัส  พลวงค์ษา  เลขที่44 ห้อง B<br>2.นางสาวจุติพร  สว่างดี เลขที่ 56  ห้อง B<br>3.นายยุทธชัย  ศรีชัยมูล เลขที่ 57 ห้อง B<br>4.นางสาววชิราภรณ์  ทัศคร  เลขที่ 65 ห้อง B<br><br><strong>  การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ<br></strong><br></div><div>      น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา โดยคนเราต้องการน้ำประมาณ 8-10 แก้ว(ขนาด200ml)  น้ำช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และช่วยรักษาระดับความเป็นกรดด่างของเลือดรวมทั้งของเหลวต่างๆ ในร่างกาย น้ำช่วยระบายความร้อนของร่างกายในรูปของเหงื่อ น้ำช่วยในกระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย<br>         การขับถ่ายคือกระบวนการขับของเสียออกจากร่างกายในรูปแบบของ อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อ และ แก๊ส  การดูแลเรื่องการขับถ่ายทำได้โดย  <br>          1.การออกกำลังกาย โดยจะทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เช่น หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดี  กระเพาะอาหารและสำไส้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น          <br>          2.การทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้  จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี กากอาหารสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่ายและสม่ำเสมอ<br>          3.การดื่มน้ำ การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้กากอาหารในลำไส้ใหญ่แข็งตัว และจับกันเป็นก้อน จึงขับถ่ายออกได้ยากกว่าปกติ      ตื่นเช้า ก่อนเข้าห้องน้ำ ควรดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวจะได้ถ่ายสะดวกขึ้น น้ำใสๆ 1 แก้วในตอนเช้า ยังช่วยให้เกิดความสดชื่น<br><br></div><div>        ก่อนที่เราจะรับประทานอาหารสักสามสิบนาทีให้เราดื่มน้ำสักแก้วก่อน จะช่วยลดปริมาณอาหารที่จะรับประทานลงได้ และเราควรมีน้ำติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อให้สะดวกเวลาที่กระหาย การดื่มน้ำที่ดี ควรดื่มครั้งละน้อยๆ แต่ให้ดื่มบ่อยๆด้วยการจิบแทน   แต่การดื่มน้ำครั้งละมากๆ หรือดื่มมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ เรียกว่าอาการน้ำเป็นพิษ ทำให้เลือดเจือจาง<br>          การดื่มน้ำ  การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน  จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้น  การดื่มน้ำและรับประทานทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำจะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ<br><br></div><div>                      <strong>อ้างอิง<br></strong><a href="https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/43989?fbclid=IwAR0eW0s4GPNl8ZiSGYcxErwgn76Xci9B1QAfvWMHNvt2HzgwSxYQ2pdroTY">https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/43989?fbclid=IwAR0eW0s4GPNl8ZiSGYcxErwgn76Xci9B1QAfvWMHNvt2HzgwSxYQ2pdroTY<br></a><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay">https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay<br></a><br></div><div><a href="https://www.nestlehealthscience-th.com/health-management/aging/hexagon3?fbclid=IwAR3e1mhJeeun3GgKE-wEZVJQ1FhOp4qV53Py7bRz-ZjAtlhuZmyvVBOmA1M">https://www.nestlehealthscience-th.com/health-management/aging/hexagon3?fbclid=IwAR3e1mhJeeun3GgKE-wEZVJQ1FhOp4qV53Py7bRz-ZjAtlhuZmyvVBOmA1M<br></a><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/systembody302/excretory_system">https://sites.google.com/site/systembody302/excretory_system<br></a><br></div><div><a href="http://www.bwc.ac.th/e-learning/virachai02/diges.htm?fbclid=IwAR1Dql7qywP7GYGYiNFglnyAi540ZlaSAHhwHOGOXTa2MxZXiOA8Uacw3Lw">http://www.bwc.ac.th/e-learning/virachai02/diges.htm?fbclid=IwAR1Dql7qywP7GYGYiNFglnyAi540ZlaSAHhwHOGOXTa2MxZXiOA8Uacw3Lw<br></a><br></div><div><a href="https://healthathome.in.th/blog/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1/?fbclid=IwAR0SP5RvLWgBxr5k3D6_LrPnkiMayCohOfTUbfudQI1mzTWqm6hsVY310VE">https://healthathome.in.th/blog/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1/?fbclid=IwAR0SP5RvLWgBxr5k3D6_LrPnkiMayCohOfTUbfudQI1mzTWqm6hsVY310VE</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/401481924/9b8f3a386d3cd6b8056805223d23e5df/69989778_372540020108954_3104139058578718720_n.jpg" />
         <pubDate>2019-09-06 05:47:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/380756819</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม flower</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/380766905</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม</div><div>1.นางสาว เพ็ญพิชชา ราโชธร เลขที่ 3 ห้องB</div><div>2.นางสาว นันทพร ระดาเขต เลขที่ 6 ห้องB</div><div>3.นางสาว พัณทิภา อุสาพรหม เลขที่ 7 ห้องB<br><br></div><div>น้ำเป็นองค์ประกอบของชีวิต</div><div>ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 จริงๆแล้วน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ในเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์มีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักร่างกาย</div><div>น้ำช่วยให้การขับถ่ายกากอาหารในลำไส้ใหญ่เป็นไปโดยสะดวก น้ำช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และช่วยรักษาระดับความเป็นกรดด่างของเลือดรวมทั้งของเหลวต่างๆ ในร่างกาย น้ำช่วยระบายความร้อนของร่างกายในรูปของเหงื่อ ซึ่งถือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพยิ่ง</div><div><br></div><div>ระบบขับถ่ายของเสีย เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยขับของเสียออกในหลายรูปแบบ ได้แก่ ของเสียในรูปแก๊ส คือ ลมหายใจออก ของเหลว คือ เหงื่อและปัสสาวะ ของเสียในรูปของแข็ง คือ อุจจาระ</div><div><br></div><div>การดูแลการขับถ่าย</div><div><br></div><div>1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น</div><div>หนึ่งในสาเหตุของอาการท้องผูกเกิดจากการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ เพราะหากเราดื่มน้ำเยอะจะน้ำช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น ทำให้ขับถ่ายคล่องขึ้น ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว</div><div>2. สร้างลักษณะนิสัยการขับถ่ายให้สม่ำเสมอ</div><div>ตามธรรมชาติแล้วคนเราจะต้องขับถ่ายให้เป็นเวลาในทุก ๆ วัน โดยปกติการขับถ่ายจะอยู่ในช่วงเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอนหรือรับประทานอาหารเช้า</div><div>3. หมั่นออกกำลังกาย</div><div>การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันจะช่วยทำให้ลำไส้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องออกอย่างหักโหมเท่ากับนักกีฬาทีมชาตินะคะ แค่ออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่งเบา ๆ หรือว่ายน้ำ ก็สามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในแต่ละวันได้</div><div>4. ฝึกโยคะ</div><div>“โยคะ” เป็นวิธีการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยเรื่องของการฝึกกำหนดลมหายใจและการทำสมาธิ การฝึกโยคะจึงทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย</div><div>5. ดื่มยาชงที่มีส่วนผสมของสมุนไพร</div><div>คือรับประทานยาชงที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรอย่างใบมะขามแขก และฝักมะขามแขก ที่มีคุณสมบัติในการช่วยดูแลระบบขับถ่ายของร่างกายให้เป็นปกติ</div><div> </div><div>อ้างอิง<br><br></div><div>http://www.bangkokhospital.com/</div><div><br></div><div>http://www.fitneworld.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B5/</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/401668513/8eda29a55ec8f6cd91adb8f9ef2f58a1/B22F2592_4E29_472F_B83F_CCCB8D744B7D.jpeg" />
         <pubDate>2019-09-06 06:52:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/380766905</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม ดอกไม้พลาสติก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/380770308</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สมาชิกในกลุ่ม</strong><br>1.นางสาวมนสิชา  เสาร์จันทร์ เลขที่ 23<br>2.นางสาวสุกัญญา  หมวดไธสง เลขที่ 24<br>3.นางสาวณัฐธิดา  บางทราย  เลขที่ 25<br>4.นางสาวนิรชา  เวชบรรพต   เลขที่  26<br>นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัญฑิตชั้นปีที่ 2 ห้อง B<br><strong>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ</strong></div><div>ลักษณะของอุจจาระปกติจะเป็นสีเหลือง ลักษณะอ่อน มีรูปทรง ชุ่มชื้น มีรูปร่างคล้ายลำไส้ โดยคนส่วนใหญ่มีการขับถ่ายอุจจาระทุกวัน หรือบางรายอาจมีการขับถ่ายอุจจาระทุก 2-3 วันก็ได้ หรือบางคนมีการขับถ่ายอุจจาระวันละ 2-3</div><div><strong>ปัจจัยที่มีผลต่อการขับถ่ายอุจจาระ</strong></div><div>1.ความเป็นส่วนตัว การขาดความเป็นส่วนตัวนั้นสามารถนำไปสู่ความไม่ต้องการขับถ่ายอุจจาระ </div><div>2.ลักษณะนิสัย คนส่วนมากอาจขับถ่ายอุจจาระในช่วงเช้า  ลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคลมีความเกี่ยวข้องกับการขับถ่ายอุจจาระ</div><div>3.อาหาร ประเภทของอาหารมีความจำเป็นกับการขับถ่ายอุจจาระ</div><div>4.น้ำ การดื่มน้ำที่น้อยเกินไป ทำให้ให้เกิดภาวะท้องผูก</div><div>5.กิจกรรมการออกกำลังกาย จะเป็นการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้</div><div>6.ยาผลข้างเคียงของยาบางตัวอาจส่งผลให้เกิดภาวะท้องผูกได้</div><div>7.อายุ วัยสูงอายุนั้น จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาท้องผูกได้</div><div><strong>การดูแลสมดุลน้ำในร่างกาย</strong></div><div><strong>          </strong>หน้าที่สำคัญที่สุดของน้ำ คือ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ กระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย</div><div>น้ำที่เป็นของเหลวของเลือดทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจนให้แก่เซลล์ อีกทั้งนำของเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์มาขับถ่ายออกจากร่างกาย กระบวนการไหลเวียนเลือดและกระบวนการขับถ่ายของเสียในร่างกายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากสมดุลของสารน้ำในร่างกาย</div><div>ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร</div><div><strong>ลักษณะของน้ำดื่มที่ดี</strong></div><div>1. น้ำดื่มที่ดีต้องปราศจากสารปนเปื้อนทางเคมีและสารอินทรีย์ต่างๆ อาทิเช่น เชื้อจุลินทรีย์ โลหะหนัก รวมทั้งสารเคมี</div><div>2. ประกอบด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ โปแตสเซียม แมกมีเซียม แคลเซียม เป็นต้น</div><div>3. โครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็กช่วยให้แทรกซึมสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำพาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งนำพาของเสียออกมาจากเซลล์ไปทิ้งได้</div><div>4. น้ำดื่มที่ดีควรมีความกระด้างของน้ำปานกลาง มีประจุไฟฟ้าสูงและเป็นสื่อนำความร้อนที่ดี</div><div>5. ความเป็นด่างอ่อนๆ โดยมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง pH 7.25 - 8.50เพื่อช่วยกำจัดความเป็นกรดและของเสียในร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล</div><div>6. ควรมีปริมาณออกซิเจนเจือปนอยู่ด้วยสูง สามารถตรวจวัดค่าได้ประมาณ 5 มิลลิกรัมต่อลิตรหรือมากกว่า<br><strong>ประโยชน์ของการขับถ่ายของเสียต่อสุขภาพ</strong><br>               การขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียร่างกายและช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอบด้วย  ไต  ตับและลำไส้  เป็นต้น<br>การปฏิบัติตนในการขับถ่ายของเสียให้เป็นปกติหรือกิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์  เราไม่ควรให้ร่างกายเกิดอาการท้องผูกเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้<br>           </div><div>               <strong>        อ้างอิง<br></strong>https://healthathome.in.th/blog<br><br> <a href="http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html?fbclid=IwAR2B1437Eo1Ld6wFdPtgzf-UasfOpUErSqUNyNx9GDvOiExgdP3b_Sub7Fw">http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html?fbclid=IwAR2B1437Eo1Ld6wFdPtgzf-UasfOpUErSqUNyNx9GDvOiExgdP3b_Sub7Fw</a> <br><br><a href="http://www.bwc.ac.th/e-learning/virachai02/diges.htm?fbclid=IwAR1Dql7qywP7GYGYiNFglnyAi540ZlaSAHhwHOGOXTa2MxZXiOA8Uacw3Lw">http://www.bwc.ac.th/e-learning/virachai02/diges.htm?fbclid=IwAR1Dql7qywP7GYGYiNFglnyAi540ZlaSAHhwHOGOXTa2MxZXiOA8Uacw3Lw</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/401479806/ded427788e14b12014b8787290ce1faa/69468384_373427236927574_9127792186836910080_n.jpg" />
         <pubDate>2019-09-06 07:07:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/380770308</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม Chip an Dale                  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381213514</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม                                      </div><div>1.นางสาวปิยะนันท์   โนนตูม       เลขที่13 </div><div>2.นางสาวศิริรัตน์     หันประดิษฐ์  เลขที่15</div><div>3.นางสาวนาลิตา      พรมบุตร     เลขที่22</div><div>4.นางสาววิภาดา      สาริคาร      เลขที่35 </div><div>นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่2  รุ่นที่26  ห้องB<br><strong>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ</strong></div><div><strong>การขับถ่าย</strong> </div><div>         Metabolism เป็นปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ผลของ Metabolism ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์หลายชนิด ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีมากเกินความจำเป็นหรือเป็นอันตรายต่อเซลล์ เรียกว่า ของเสีย สิ่งมีชีวิตจึงมีกระบวนการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย เรียกว่า การขับถ่าย (Excretion) </div><div>                นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตจะต้องมีสภาวะต่างๆ ภายในร่างกายที่เหมาะสมตลอดเวลา การควบคุมสภาวะของสิ่งต่างๆในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา  เรียกว่า การรักษาสมดุลของร่างกาย (Homeostasis)<br><br></div><div><strong>การขับถ่ายของสิ่งมีชีวิต </strong>เป็นกระบวนการกำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต </div><div>ส่วนใหญ่เป็นของเสียที่มีธาตุ ไนโตรเจน เป็นองค์ประกอบ ได้แก่</div><div>- NH3</div><div>- uria</div><div>- uric acid<br><br></div><div><strong>การรักษาสมดุลน้ำในร่างกาย</strong>  น้ำในร่างกายมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย น้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งที่มีชีวิต กล่าวได้ว่าถ้าปราศจากน้ำก็ปราศจากสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปคนสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์ แต่ถ้าอดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2–3 วัน น้ำเป็นองค์ประกอบเป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 2ใน3 ของน้ำหนักตัว หรือร้อยละ 65-70  ใน1วัน ร่างกายรับและขับออกมาปริมาณใกล้เคียงกัน คือประมาณ 2,500 cm3รับน้ำจากอาหาร การดื่มและกระบวนการหายใจภายในเซลล์สูญเสียน้ำทาง ลมหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ อุจาระ<br><br></div><div><strong>ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง</strong>กับการกำจัดน้ำเพื่อรักษาสมดุลของน้ำปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน</div><div>1.สภาพของอากาศ </div><div>2.ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะที่ทำหน้าที่รักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย เช่น ไต และหน่วยไต เป็นหลัก</div><div> </div><div><strong>กลไกควบคุมสมดุลของสารน้ำ</strong></div><div>สมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมปริมาณสารน้ำในร่างกายเมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำ สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งมีศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ จะสั่งการให้เกิดการดื่มน้ำทดแทน โดยจะรู้สึกกระหายน้ำ และเมื่อมีการกลืนน้ำเข้าไปก็จะช่วยบรรเทาความกระหายได้อย่างรวดเร็วถ้าร่างกายขาดน้ำประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ<br><br></div><div><strong>ประโยชน์การขับถ่ายรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย</strong></div><div>1.รักษาระดับ T ของร่างกายให้คงที่</div><div>2.รักษาสมดุลของกรด-เบสในร่างกาย</div><div>3.รักษาสมดุลของแร่ธาตุ</div><div>4.ขับถ่ายสารพิษและยาต่างๆ ที่อยู่ในกระแสเลือด<br><br>อ้างอิง<br><a href="http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html">http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html</a><br><br><a href="https://sites.google.com/a/splw.ac.th/dulyphaph-khxng-sing-mi-chiwit/kar-raksa-dulyphaph-khxng-na-elea-sar-tang-ni-rangkay">https://sites.google.com/a/splw.ac.th/dulyphaph-khxng-sing-mi-chiwit/kar-raksa-dulyphaph-khxng-na-elea-sar-tang-ni-rangkay</a><br><br><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2F110.164.59.3%2Fchomlearning%2Fmedia%2FSC5.ppt%3Ffbclid%3DIwAR148PcbU3kac9c6JvbjLiWVZUd_E7ak6VT7DQqyRZoxatoOqFtzzEwU3zs&amp;h=AT29SIjJ83sbQqPgd_f6AXAte21fzIm_tARSrHZ9FeS6Qe-uR6I-05QyBKXRofXJojTJC9Cyi-COer_7vkqly4iSSzLJ67ZY8JaRAJrf0uiowHa2HbhijMWAA0UDzuskHuFRyw">https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2F110.164.59.3%2Fchomlearning%2Fmedia%2FSC5.ppt%3Ffbclid%3DIwAR148PcbU3kac9c6JvbjLiWVZUd_E7ak6VT7DQqyRZoxatoOqFtzzEwU3zs&amp;h=AT29SIjJ83sbQqPgd_f6AXAte21fzIm_tARSrHZ9FeS6Qe-uR6I-05QyBKXRofXJojTJC9Cyi-COer_7vkqly4iSSzLJ67ZY8JaRAJrf0uiowHa2HbhijMWAA0UDzuskHuFRyw</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403493757/0aeeff5b6ac472ab00feb145d39bdd62/DSCF2649_0.jpg" />
         <pubDate>2019-09-07 16:43:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381213514</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม 4 สาวเล่าเรื่อง     สมาชิก1.	นางสาวสุภาพร     บุระขันธ์ (เดียร์) เลขที่1          2.นางสาวมะลิวรรณ                 บุญเมือง (บีมน้อย) เลขที่ 19  3.นางสาวประภัสสร แก้วเนตร (บีมใหญ่) เลขที่ 20                4.	นางสาวสุดารัตน์ สุวอ (เอิร์น) เลขที่ 21          นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่2 รุ่นที่ 26 ห้อง B                                  การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ                                    ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลือดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92 ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85 ในแต่ละเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 60 น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลพืช เซลล์สัตว์ และเซลล์มนุษย์ ทุกเซลล์ล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งนั้น ในเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์มีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักร่างกาย น้ำ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ กระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นใน 1 วันเราควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายคือดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว    ร่างกายมนุษย์มีกลไกต่าง ๆ คล้ายเครื่องยนต์ ร่างกายต้องใช้พลังงาน การเผาผลาญพลังงานจะเกิดของเสีย ของเสียที่ร่างกายต้องกำจัดออกไปมีอยู่ 2 ประเภท            1.  สารที่เป็นพิษต่อร่างกาย    2.  สารที่มีปริมาณมากเกินความต้องการ                        ระบบการขับถ่าย เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกไป ของเสียในรูปแก๊สคือลมหายใจ ของเหลวคือเหงื่อและปัสสาวะ ของเสียในรูปของแข็งคืออุจจาระ                                     •อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสียในรูปของแข็งคือ ลำไส้ใหญ่(ดูระบบย่อยอาหาร) 	•อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสียในรูปของแก๊สคือ ปอด(ดูระบบหายใจ)                 •อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสียในรูปของเหลวคือ ไต และผิวหนัง                 •อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสียในรูปปัสสาวะ ได้แก่ ไต หลอดไต กระเพาะปัสสาวะ                                    •อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสียในรูปเหงื่อ คือผิวหนัง ซึ่งมีต่อมเหงื่ออยู่ในผิวหนังทำหน้าที่ขับเหงื่อ     การปัสสาวะ ถือเป็นการขับถ่ายของเสียประการหนึ่ง ที่ร่างกายเราขับเอาน้ำเสียในร่างกายออกมาหากไม่ขับถ่ายออกมาหรือกลั้นปัสสาวะไว้นานๆ จะทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไตหรือทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบได้                              การดื่มน้ำ การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้น การดื่มน้ำและรับประทานทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำจะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติการดูแลระบบขับถ่ายกลุ่มของพวกเรานำการดูแลร่างกายเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการขับถ่ายและระบบสมดุลน้ำมาให้ศึกษากันนะคะ ทำได้ง่ายๆ ด้วย 5 วิธีไปดูกันเลย                1.ออกกำลังกาย..การออกกำลังกายทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เคลื่อนไหว รวมทั้งทำงานได้ดีขึ้น เช่น หัวใจสามารถสูบฉีดโลหิตได้เร็วและแรงมากขึ้น กระเพาะอาหารและลำไส้ขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารที่เรากินสามารถส่งผ่านไปได้ง่ายและสะดวก ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักจะถ่ายปกติ ตรงข้ามกับผู้ที่นั่งทำงานทั้งวัน ลำไส้ก็ลอยอยู่นิ่งไปด้วย กากอาหารก็จะค้างและจับตัวเป็นก้อนแข็งได้ง่าย อาการท้องผูกก็จะตามมา  2.ผักผลไม้..อย่าให้ขาด อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี กากอาหารสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่ายและสม่ำเสมอ เพราะมีกากใยเป็นตัวกระตุ้น ผู้ที่มีอาการท้องผูก จึงควรทานผักผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น ฝรั่ง มะละกอ ผักต่างๆ แต่ที่น่ากังขา ได้แก่ น้ำผลไม้คั้นต่างๆ     3.ดื่มน้ำมาก..กากอาหารอ่อนตัวการดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้กากอาหารในลำไส้ใหญ่แข็งตัว และจับกันเป็นก้อน จึงขับถ่ายออกได้ยากกว่าปกติ เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และในผู้ที่ท้องผูกอยู่แล้ว ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มให้มากกว่าปกติ จะช่วยให้กากอาหารอ่อนตัวลงได้ สิ่งที่ควรงดดื่ม คือ น้ำชา กาแฟ เพราะมีสารที่ทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก                    4.ฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัยหากไม่อยากมีท้องผูกเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ควรเริ่มฝึกถ่ายให้เป็นนิสัย และไม่ควรรีบเร่งถ่าย โดยอ้างว่ามีเวลาน้อย ต้องรีบไปทำงาน ห้องน้ำก็ควรเลือกที่ปลอดโปร่งสักหน่อย ประเภทมีคนยืนรอคิวอยู่หน้าห้องน้ำยาวไปถึงหน้าบ้าน ก็ลำบากไปหน่อย..มันฝืดน่ะ                                       5.น้ำ 1 แก้วเพื่อความคล่องสบาย ตื่นเช้า ก่อนเข้าห้องน้ำถ่าย ควรดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวจะได้ถ่ายสะดวกขึ้น น้ำใสๆ 1 แก้วในตอนเช้า ยังช่วยให้เกิดความสดชื่น เหมือนดอกไม้บานยามเช้ายังไงยังงั้น ที่สำคัญควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10แก้ว ด้วยนะนอกเหนือปัจจัยที่กล่าวข้างต้นอย่าลืมรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะจ้ะเพื่อนๆ                     ประโยชน์ของการขับถ่ายของเสียต่อสุขภาพ                      การขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียร่างกายและช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอบด้วย ไต ตับและลำไส้ เป็นต้น การปฏิบัติตนในการขับถ่ายของเสียให้เป็นปกติหรือกิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ เราไม่ควรให้ร่างกายเกิดอาการท้องผูกเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้แหล่งที่มา :https://sites.google.com/site/organsystemwork/-urinary-systemhttps://www.honestdocs.co/drink-water-for-health-how-much-body-needshttp://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html?fbclid=IwAR0T5of37x_BTySdPl4FhOfXiS7CuJoG1HDNMsl7Cpt8zpkyOcZGf2PR74Qhttps://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay              </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381253471</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403561230/e38b810947e47a5af4f79a369b7e41f2/70114773_533697620738225_2726707945470427136_n.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 01:27:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381253471</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม Homesick</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381264381</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม<br>1.นางสาว นันทวัน ศรีวิชา เลขที่ 1<br>2.นางสาว ธัชพรรณ อัศวภูมิ เลขที่ 47<br>3.นางสาว กุลธิดา  เกษมี เลขที่ 71<br>นักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2 รุ่นที่26<br>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ<br>Metabolism เป็นปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ผลของ Metabolism ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์หลายชนิด ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีมากเกินความจำเป็นหรือเป็นอันตรายต่อเซลล์ เรียกว่า ของเสีย สิ่งมีชีวิตจึงมีกระบวนการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย เรียกว่า การขับถ่าย (Excretion) </div><div>                นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตจะต้องมีสภาวะต่างๆ ภายในร่างกายที่เหมาะสมตลอดเวลา การควบคุมสภาวะของสิ่งต่างๆในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา  เรียกว่า การรักษาสมดุลของร่างกาย (Homeostasis)<br><strong>ก<br>ารดูแลรักษาระบบขับถ่าย<br>           การขับถ่าย</strong> หมายถึง การกำจัดของเสียซึ่งเกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างกายสิ่งมีชีวิต สารบางอย่างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเมแทบอลิซึมนี้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เก็บไว้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นอันตรายต่อเซลล์ของร่างกาย จึงจำเป็นต้องกำจัดออก เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก การกำจัดของเสียเหล่านี้มักจะต้องมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายด้วย เพราะของเสีย เช่น   ยู เรีย และเกลือแร่หลายชนิดละลายอยู่ในน้ำ ดังนั้นร่างกายสิ่งมีชีวิตจึงต้องรักษาน้ำไม่ให้สูญเสียออกจากร่างกายมาก เกินไปและในขณะเดียวกันก็ต้องรับน้ำจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้ามาทดแทนน้ำส่วน ที่สูญเสียไปด้วยน้ำที่ถูกกำจัดออกจากร่างกายของคนส่วนใหญ่ก็คือ เหงื่อ ปัสสาวะ ลมหายใจและอุจจาระ ถ้าหากว่าร่างกายสูญเสียน้ำออกไปมากร่างกายก็ต้องได้รับน้ำทดแทนมากด้วย จำนวนน้ำที่ร่างกายได้รับและสูญเสียไปต้องใกล้เคียงกัน<strong><br></strong>         ในปัสสาวะของคนเราจะมีสารต่าง ๆ ละลายปะปนมาด้วย ในสภาพปกติ ร่างกายคนเราจะขับถ่านปัสสาวะออกมาประมาณวันละ 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร และมีสารต่าง ๆ เจือปนออกมา<strong><br></strong>การขับถ่ายของคนเป็นการขับถ่ายของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ คือ<strong><br></strong>      1. <strong>ไต (kidney)</strong> ทำหน้าที่ขับถ่ายปัสสาวะ นำของเสียพวกยูเรีย (urea) และเกลือแร่ต่าง ๆที่เกินความต้องการออกจากร่างกาย<strong><br></strong>      2. <strong>ผิวหนัง (skin)</strong> ผิวหนังทำหน้าที่ในการขับเหงื่อโดยมีต่อมเหงื่อ (sweat glands)กระจายอยู่ทั่วไป เหงื่อประกอบด้วยน้ำ เกลือแร่ต่าง ๆ และพวกของเสียไนโตรเจน (nitrogenous) การขับเหงื่อนอกจากเป็นการขับถ่ายแล้วยังช่วยรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติด้วย<strong><br></strong>      3.<strong>ปอด (lung)</strong> ขับถ่ายก๊าซ CO<sub>2</sub> โดยระบบหายใจ<strong><br></strong>      4.<strong>ตับ (liver)</strong> ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนสารซึ่งเกิดจากเมแทบอลิซึมของโปรตีน คือแอมโมเนีย (NH<sub>3</sub> ) ให็เป็นยูเรีย เพื่อขับถ่ายออกทางไตต่อไป สำหรับกากอาหาร ซึ่งเป็นส่วนที่ลำไส้ย่อยและดูดซึมไม่ได้จึงถูกจำกัดออกจากร่างกายทางทวารหนัก เราจึงควรเรียกกากกำจัดอาหารไม่ใช่การขับถ่าย แต่อย่างไรก็ตามในกากอาหารอาจจะมีของเสียที่เกิดจากเมทาบอลิซึมปะปนออกมาบ้าง เราจึงแยกการกำจัดกากอาหารกับการขับถ่ายได้ไม่ชัดเจน สิ่งมีชีวิตหลายชนิดมักจะขับถ่ายของเสียออกมาพร้อมกับน้ำ ดังนั้นการขับถ่ายจึงมีความสัมพันธ์อย่าง ใกล้ชิดกับการรักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย<br><br></div><div><strong>5 วิธีเพื่อการขับถ่ายที่ดี<br></strong>      1.ออกกำลังกาย..หนึ่งสอง..หนึ่งสอง<br> การออกกำลังกายทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เคลื่อนไหว รวมทั้งทำงานได้ดีขึ้น เช่น หัวใจสามารถสูบฉีดโลหิตได้เร็วและแรงมากขึ้น กระเพาะอาหารและลำไส้ขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารที่เรากินสามารถส่งผ่านไปได้ง่ายและสะดวก ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักจะถ่ายปกติ ตรงข้ามกับผู้ที่นั่งทำงานทั้งวัน ลำไส้ก็ลอยอยู่นิ่งไปด้วย กากอาหารก็จะค้างและจับตัวเป็นก้อนแข็งได้ง่าย อาการท้องผูกก็จะตามมา<br>       2.ผักผลไม้..อย่าให้ขาด <br> อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี กากอาหารสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่ายและสม่ำเสมอ เพราะมีกากใยเป็นตัวกระตุ้น ผู้ที่มีอาการท้องผูก จึงควรทานผักผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น ฝรั่ง มะละกอ ผักต่างๆ แต่ที่น่ากังขา ได้แก่ น้ำผลไม้คั้นต่างๆ ที่โฆษณาว่าสามารถรักษาอาการท้องผูกได้ เพราะมีแต่น้ำแต่ไม่มีกากใย หรือมีก็น้อยมาก จะไปรักษาได้อย่างไร?<br>      3.ดื่มน้ำมาก..กากอาหารอ่อนตัว<br> การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้กากอาหารในลำไส้ใหญ่แข็งตัว และจับกันเป็นก้อน จึงขับถ่ายออกได้ยากกว่าปกติ เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และในผู้ที่ท้องผูกอยู่แล้ว ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มให้มากกว่าปกติ จะช่วยให้กากอาหารอ่อนตัวลงได้ สิ่งที่ควรงดดื่ม คือ น้ำชา กาแฟ เพราะมีสารที่ทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก<br>       4.ฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัย<br> หากไม่อยากมีท้องผูกเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ควรเริ่มฝึกถ่ายให้เป็นนิสัย และไม่ควรรีบเร่งถ่าย โดยอ้างว่ามีเวลาน้อย ต้องรีบไปทำงาน ห้องน้ำก็ควรเลือกที่ปลอดโปร่งสักหน่อย ประเภทมีคนยืนรอคิวอยู่หน้าห้องน้ำยาวไปถึงหน้าบ้าน ก็ลำบากไปหน่อย..มันฝืดน่ะ<br>       5.น้ำ 1 แก้วเพื่อความคล่องสบาย <br> ตื่นเช้า ก่อนเข้าห้องน้ำถ่าย ควรดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวจะได้ถ่ายสะดวกขึ้น น้ำใสๆ 1 แก้วในตอนเช้า ยังช่วยให้เกิดความสดชื่น เหมือนดอกไม้บานยามเช้ายังไงยังงั้น<br><br></div><div> <strong>สมดุลน้ำในร่างกาย</strong></div><div>       น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งที่มีชีวิต มักมีผู้กล่าวไว้ว่าถ้าปราศจากน้ำก็ปราศจากสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปคนสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์ แต่ถ้าอดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2–3 วัน การศึกษาวิจัยที่ผ่านมาพบว่าน้ำมีประโยชน์มากมายแก่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต นอกเหนือจากคุณสมบัติที่เด่นที่สุดของโมเลกุลน้ำที่เป็นตัวทำละลายที่ดีและมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด</div><div>     ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลือดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92 ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85 ถ้าพิจารณาในแต่ละเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 60 จริงๆแล้วน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลพืช เซลล์สัตว์ และเซลล์มนุษย์ ทุกเซลล์ล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งนั้น ในเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์มีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักร่างกาย ในพืชบกมีน้ำประมาณร้อยละ 50–75 ถ้าเป็นพืชน้ำอาจมีน้ำมากกว่าร้อยละ 95 โดยน้ำหนัก</div><div><strong>หน้าที่สำคัญที่สุดของน้ำ</strong> คือ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ กระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย</div><div>           น้ำที่เป็นของเหลวของเลือดทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจนให้แก่เซลล์ อีกทั้งนำของเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์มาขับถ่ายออกจากร่างกาย กระบวนการไหลเวียนเลือดและกระบวนการขับถ่ายของเสียในร่างกายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากสมดุลของสารน้ำในร่างกาย</div><div>น้ำช่วยให้การขับถ่ายกากอาหารในลำไส้ใหญ่เป็นไปโดยสะดวก ความผิดปกติของการถ่ายอุจจาระเกิดขึ้นเนื่องจากขาดสมดุลของการดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่เซลล์ลำไส้ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วงหลายชนิดสร้างสารพิษที่มีผลต่อกลไกการควบคุมสมดุลสารน้ำภายในลำไส้</div><div>           สารพิษ รวมทั้งสารเคมีในร่างกายที่อาจเป็นพิษ ถูกกำจัดออกจากร่างกายโดยอาศัยน้ำ เลือดทำหน้าที่ขนส่งสารเหล่านั้นไปทั่วร่างกายซึ่งสารนั้นละลายในน้ำตับเป็นอวัยวะสำคัญในการทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสารพิษด้วยกลไกทางเคมีมากมายหลายชนิด บางคนกล่าวเปรียบเทียบว่าตับเป็นโรงงานผลิตเอนไซม์ที่ทรงพลังมากกว่าโรงงานใดๆในโลก กระบวนการขับถ่ายสารพิษเกิดขึ้นร่วมกับการขับถ่ายทางปัสสาวะและอุจจาระ</div><div>น้ำช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และช่วยรักษาระดับความเป็นกรดด่างของเลือดรวมทั้งของเหลวต่างๆ ในร่างกาย น้ำช่วยระบายความร้อนของร่างกายในรูปของเหงื่อ ซึ่งถือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพยิ่ง</div><div><strong> </strong></div><div><strong>ร่างกายได้รับน้ำหลายทางด้วยกัน</strong></div><div>1.น้ำดื่ม เครื่องดื่ม</div><div>2.น้ำที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร</div><div>3.น้ำที่ได้จากการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน</div><div>ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร</div><div><strong>ร่างกายสูญเสียน้ำ</strong></div><div>1.ผิวหนัง มีทั้งที่เรามองเห็นออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำที่ระเหยไปโดยที่เรามองไม่เห็น</div><div>2.ปอด โดยการหายใจออก</div><div>3.ทางอุจจาระ</div><div>4.ทางปัสสาวะ</div><div>รวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งร่างกายสูญเสียน้ำประมาณ 3–5 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ได้รับ</div><div>ปริมาณของน้ำในร่างกายคนไม่แน่นอน ขึ้นกับอายุ ปริมาณของไขมันในร่างกาย และกิจกรรมของแต่ละคน คนที่ทำงานหนักกลางแจ้งอาจสูญเสียน้ำ 5 – 12 ลิตรต่อวัน หรือคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บก็อาจเสียสมดุลของน้ำในร่างกายได้ง่าย</div><div><strong>กลไกควบคุมสมดุลของสารน้ำ</strong></div><div>1.สมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมปริมาณสารน้ำในร่างกาย</div><div>2.เมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำ สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งมีศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ จะสั่งการให้เกิดการดื่มน้ำทดแทน โดยจะรู้สึกกระหายน้ำ และเมื่อมีการกลืนน้ำเข้าไปก็จะช่วยบรรเทาความกระหายได้อย่างรวดเร็ว</div><div>3.ถ้าร่างกายขาดน้ำประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ</div><div><strong>ลักษณะของน้ำดื่มที่ดี</strong></div><div>4.น้ำดื่มที่ดีต้องปราศจากสารปนเปื้อนทางเคมีและสารอินทรีย์ต่างๆ อาทิเช่น เชื้อจุลินทรีย์ โลหะหนัก รวมทั้งสารเคมี</div><div>5.ประกอบด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ โปแตสเซียม แมกมีเซียม แคลเซียม เป็นต้น</div><div>6.โครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็กช่วยให้แทรกซึมสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำพาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งนำพาของเสียออกมาจากเซลล์ไปทิ้งได้</div><div>7.น้ำดื่มที่ดีควรมีความกระด้างของน้ำปานกลาง มีประจุไฟฟ้าสูงและเป็นสื่อนำความร้อนที่ดี</div><div>8.ความเป็นด่างอ่อนๆ โดยมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง pH 7.25 - 8.50เพื่อช่วยกำจัดความเป็นกรดและของเสียในร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล</div><div>9.ควรมีปริมาณออกซิเจนเจือปนอยู่ด้วยสูง สามารถตรวจวัดค่าได้ประมาณ 5 มิลลิกรัมต่อลิตรหรือมากกว่า</div><div><strong>ลักษณะของน้ำดื่มบางชนิด</strong></div><div>1.น้ำอ่อนเป็นน้ำที่ไม่มีแร่ธาตุ</div><div>2.น้ำกลั่นเป็นน้ำที่ไม่มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ละลายอยู่เลย</div><div>3.น้ำดื่มบรรจุขวดที่อาจมีสารปนเปื้อนและไม่ได้มาตรฐาน ร้อยละ 25 ของน้ำดื่มบรรจุขวดนำน้ำประปามาใส่ขวด และปรับปรุงคุณภาพเล็กน้อยเท่านั้น</div><div>4.น้ำประปามีคลอรีนซึ่งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่อาจจะก่อให้เกิดสารออกฤทธิ์ไม่พึงประสงค์ซึ่งเกิดจากคลอรีนทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในธรรมชาติซึ่งละลายอยู่ในน้ำ</div><div>5.น้ำอัดลมทำมาจากน้ำกลั่นหรือน้ำอ่อนที่ไม่มีแร่ธาตุ</div><div>6.น้ำหวานและน้ำผลไม้สำเร็จรูปเป็นน้ำตาลกับสีผสมน้ำ โดยแต่งกลิ่นธรรมชาติเข้าไปและอาจเติมวิตามินหรือแร่ธาตุปะปนอยู่บ้าง</div><div> <br><br></div><div>อ้างอิง<br><br></div><div><a href="http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html">http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html<br></a><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay">https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay<br></a><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/prissana56/bth-thi-6-kar-raksa-dulyphaph-ni-rangkay/6-2-rabb-khab-thay-kab-kar-raksa-d">https://sites.google.com/site/prissana56/bth-thi-6-kar-raksa-dulyphaph-ni-rangkay/6-2-rabb-khab-thay-kab-kar-raksa-d<br><br>http://110.164.59.3/chomlearning/media/SC5.ppt<br></a><br></div><div> <br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403573711/4e765a73bad40145748bdf5b6eca84a1/379.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 04:15:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381264381</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม Be Chic</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381264478</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม<br>1.นางสาวญานี พูลมะณี เลขที่ 27<br>2.นางสาวพรพิมล โคตรหานาม เลขที่ 30<br>3.นางสาวสุพัตตรา ระวังวงค์ เลขที่ 32<br>4.นางสาววิภาดา สอนสุภาพ เลขที่ 34<br>นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต​ชั้นปีที่ 2 รุ่นที่ 26 ห้อง B<br><strong>การดูแลระบบขับถ่ายและสมดุลน้ำ</strong><br><strong>การรักษาดุลยภาพของน้ำ</strong><br>           ในร่างกายคนมีน้ำอยู่ประมาณ 65%- 70% ซึ่งร่างกายจะต้องรักษาดุลยภาพนี้ไว้ การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายทำได้โดยการควบคุมปริมาตรน้ำที่รับเข้าและที่ขับออกจากร่างกาย ซึ่งมีช่องทางและผ่านกระบวนการต่างๆ<br>            ในของเหลวที่ร่างกายรับเข้าและที่ขับออกมานั้น นอกจากจะประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ยังมีเกลือแร่และสารต่างๆ อยู่ด้วย แม้ว่าสารเหล่านี้จะมีปริมาตรน้อยนิดเมื่อเทียบกับปริมาตรของน้ำ แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง และร่างกายต้องรักษาสมดุลต่างๆ ดังกล่าวไว้ให้ได้เพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ อวัยวะสำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ ในร่างกายคือไต ซึ่งมีโครงสร้างและการทำงานร่วมกับอวัยวะอื่น<br><strong>การดูแลระบบขับถ่าย</strong><br>1.ออกกำลังกาย..หนึ่งสอง..หนึ่งสอง<br>การออกกำลังกายทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เคลื่อนไหว รวมทั้งทำงานได้ดีขึ้น เช่น หัวใจสามารถสูบฉีดโลหิตได้เร็วและแรงมากขึ้น กระเพาะอาหารและลำไส้ขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารที่เรากินสามารถส่งผ่านไปได้ง่ายและสะดวก ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักจะถ่ายปกติ ตรงข้ามกับผู้ที่นั่งทำงานทั้งวัน ลำไส้ก็ลอยอยู่นิ่งไปด้วย กากอาหารก็จะค้างและจับตัวเป็นก้อนแข็งได้ง่าย อาการท้องผูกก็จะตามมา<br>2.ผักผลไม้..อย่าให้ขาด <br>อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี กากอาหารสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่ายและสม่ำเสมอ เพราะมีกากใยเป็นตัวกระตุ้น ผู้ที่มีอาการท้องผูก จึงควรทานผักผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น ฝรั่ง มะละกอ ผักต่างๆ แต่ที่น่ากังขา ได้แก่ น้ำผลไม้คั้นต่างๆ ที่โฆษณาว่าสามารถรักษาอาการท้องผูกได้ เพราะมีแต่น้ำแต่ไม่มีกากใย หรือมีก็น้อยมาก จะไปรักษาได้อย่างไร?<br>3.ดื่มน้ำมาก..กากอาหารอ่อนตัว<br>การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้กากอาหารในลำไส้ใหญ่แข็งตัว และจับกันเป็นก้อน จึงขับถ่ายออกได้ยากกว่าปกติ เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และในผู้ที่ท้องผูกอยู่แล้ว ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มให้มากกว่าปกติ จะช่วยให้กากอาหารอ่อนตัวลงได้ สิ่งที่ควรงดดื่ม คือ น้ำชา กาแฟ เพราะมีสารที่ทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก<br>4.ฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัย<br>หากไม่อยากมีท้องผูกเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ควรเริ่มฝึกถ่ายให้เป็นนิสัย และไม่ควรรีบเร่งถ่าย โดยอ้างว่ามีเวลาน้อย ต้องรีบไปทำงาน ห้องน้ำก็ควรเลือกที่ปลอดโปร่งสักหน่อย ประเภทมีคนยืนรอคิวอยู่หน้าห้องน้ำยาวไปถึงหน้าบ้าน ก็ลำบากไปหน่อย..มันฝืดน่ะ<br>5.น้ำ 1 แก้วเพื่อความคล่องสบาย <br>ตื่นเช้า ก่อนเข้าห้องน้ำถ่าย ควรดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวจะได้ถ่ายสะดวกขึ้น น้ำใสๆ 1 แก้วในตอนเช้า ยังช่วยให้เกิดความสดชื่น<br><br>อ้างอิง<br>https://sites.google.com/a/splw.ac.th/dulyphaph-khxng-sing-mi-chiwit/kar-raksa-dulyphaph-khxng-na-elea-sar-tang-ni-rangkay<br><br>https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403573347/cbdda860fce1beedb53d926b8b0e09a7/PhotoGrid_1567915192986.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 04:16:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381264478</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม G - tree</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381264793</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม<br>1.นางสาวนิธิกานต์  แสนสุข เลขที่ 63<br>2.นางสาวสุนันทา  ทาตะวงค์ เลขที่ 64<br>3.นางสาวศิรินภา  ซาตาธิคุณ เลขที่ 66<br>นักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2 รุ่นที่26<br><strong>ระบบขับถ่ายของเสีย </strong>เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยขับของเสียออกในหลายรูปแบบ ได้แก่ ของเสียในรูปแก๊ส คือ ลมหายใจออก ของเหลว คือ เหงื่อและปัสสาวะ ของเสียในรูปของแข็ง คือ อุจจาระ</div><div><strong>การดูแลการขับถ่าย</strong></div><div>1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น หนึ่งในสาเหตุของอาการท้องผูกเกิดจากการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ เพราะหากเราดื่มน้ำเยอะจะน้ำช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น ทำให้ขับถ่ายคล่องขึ้น ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว</div><div>2. สร้างลักษณะนิสัยการขับถ่ายให้สม่ำเสมอ ตามธรรมชาติแล้วคนเราจะต้องขับถ่ายให้เป็นเวลาในทุก ๆ วัน โดยปกติการขับถ่ายจะอยู่ในช่วงเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอนหรือรับประทานอาหารเช้า</div><div>3. หมั่นออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันจะช่วยทำให้ลำไส้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องออกอย่างหักโหมเท่ากับนักกีฬาทีมชาตินะคะ แค่ออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่งเบา ๆ หรือว่ายน้ำ ก็สามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในแต่ละวันได้</div><div>4. ฝึกโยคะ “โยคะ” เป็นวิธีการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยเรื่องของการฝึกกำหนดลมหายใจและการทำสมาธิ การฝึกโยคะจึงทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย</div><div>5. ดื่มยาชงที่มีส่วนผสมของสมุนไพร คือรับประทานยาชงที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรอย่างใบมะขามแขก และฝักมะขามแขก ที่มีคุณสมบัติในการช่วยดูแลระบบขับถ่ายของร่างกายให้เป็นปกติ</div><div>           น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งที่มีชีวิต มักมีผู้กล่าวไว้ว่าถ้าปราศจากน้ำก็ปราศจากสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปคนสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์ แต่ถ้าอดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2–3 วัน การศึกษาวิจัยที่ผ่านมาพบว่าน้ำมีประโยชน์มากมายแก่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต นอกเหนือจากคุณสมบัติที่เด่นที่สุดของโมเลกุลน้ำที่เป็นตัวทำละลายที่ดีและมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด</div><div><strong>น้ำเป็นองค์ประกอบของชีวิต</strong></div><div>ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลือดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92 ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85 ถ้าพิจารณาในแต่ละเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 60 จริงๆแล้วน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลพืช เซลล์สัตว์ และเซลล์มนุษย์ ทุกเซลล์ล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งนั้น ในเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์มีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักร่างกาย ในพืชบกมีน้ำประมาณร้อยละ 50–75 ถ้าเป็นพืชน้ำอาจมีน้ำมากกว่าร้อยละ 95 โดยน้ำหนัก</div><div>หน้าที่สำคัญที่สุดของน้ำ คือ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ กระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย</div><div>           น้ำที่เป็นของเหลวของเลือดทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจนให้แก่เซลล์ อีกทั้งนำของเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์มาขับถ่ายออกจากร่างกาย กระบวนการไหลเวียนเลือดและกระบวนการขับถ่ายของเสียในร่างกายไม่สามารถเกิดขึ้นได้</div><div><strong>ถ้าปราศจากสมดุลของสารน้ำในร่างกาย</strong></div><div>น้ำช่วยให้การขับถ่ายกากอาหารในลำไส้ใหญ่เป็นไปโดยสะดวก ความผิดปกติของการถ่ายอุจจาระเกิดขึ้นเนื่องจากขาดสมดุลของการดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่เซลล์ลำไส้ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วงหลายชนิดสร้างสารพิษที่มีผลต่อกลไกการควบคุมสมดุลสารน้ำภายในลำไส้</div><div>สารพิษ รวมทั้งสารเคมีในร่างกายที่อาจเป็นพิษ ถูกกำจัดออกจากร่างกายโดยอาศัยน้ำ เลือดทำหน้าที่ขนส่งสารเหล่านั้นไปทั่วร่างกายซึ่งสารนั้นละลายในน้ำ ตับเป็นอวัยวะสำคัญในการทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสารพิษด้วยกลไกทางเคมีมากมายหลายชนิด บางคนกล่าวเปรียบเทียบว่าตับเป็นโรงงานผลิตเอนไซม์ที่ทรงพลังมากกว่าโรงงานใดๆในโลก กระบวนการขับถ่ายสารพิษเกิดขึ้นร่วมกับการขับถ่ายทางปัสสาวะและอุจจาระ</div><div>น้ำช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และช่วยรักษาระดับความเป็นกรดด่างของเลือดรวมทั้งของเหลวต่างๆ ในร่างกาย น้ำช่วยระบายความร้อนของร่างกายในรูปของเหงื่อ ซึ่งถือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพยิ่ง </div><div><strong>ร่างกายได้รับน้ำหลายทางด้วยกัน</strong></div><div>-          น้ำดื่ม เครื่องดื่ม</div><div>-          น้ำที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร</div><div>-          น้ำที่ได้จากการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน</div><div>-          ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร</div><div><strong>ร่างกายสูญเสียน้ำ</strong></div><div>-          ผิวหนัง มีทั้งที่เรามองเห็นออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำที่ระเหยไปโดยที่เรามองไม่เห็น</div><div>-          ปอด โดยการหายใจออก</div><div>-          ทางอุจจาระ</div><div>-          ทางปัสสาวะ</div><div>-          รวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งร่างกายสูญเสียน้ำประมาณ 3–5 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ได้รับ</div><div><strong>กลไกควบคุมสมดุลของสารน้ำ</strong></div><div>1.       สมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมปริมาณสารน้ำในร่างกาย</div><div>2.       เมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำ สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งมีศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ จะสั่งการให้เกิดการดื่มน้ำทดแทน โดยจะรู้สึกกระหายน้ำ และเมื่อมีการกลืนน้ำเข้าไปก็จะช่วยบรรเทาความกระหายได้อย่างรวดเร็ว</div><div>3.       ถ้าร่างกายขาดน้ำประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ</div><div><strong>ลักษณะของน้ำดื่มที่ดี</strong></div><div>1.       น้ำดื่มที่ดีต้องปราศจากสารปนเปื้อนทางเคมีและสารอินทรีย์ต่างๆ อาทิเช่น เชื้อจุลินทรีย์ โลหะหนัก รวมทั้งสารเคมี</div><div>2.       ประกอบด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ โปแตสเซียม แมกมีเซียม แคลเซียม เป็นต้น</div><div>3.       โครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็กช่วยให้แทรกซึมสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำพาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งนำพาของเสียออกมาจากเซลล์ไปทิ้งได้</div><div>4.       น้ำดื่มที่ดีควรมีความกระด้างของน้ำปานกลาง มีประจุไฟฟ้าสูงและเป็นสื่อนำความร้อนที่ดี</div><div>5.       ความเป็นด่างอ่อนๆ โดยมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง pH 7.25 - 8.50 เพื่อช่วยกำจัดความเป็นกรดและของเสียในร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล</div><div>6.       ควรมีปริมาณออกซิเจนเจือปนอยู่ด้วยสูง สามารถตรวจวัดค่าได้ประมาณ 5 มิลลิกรัมต่อลิตรหรือมากกว่า<br><br><strong>อ้างอิง</strong><br><a href="https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/43989?fbclid=IwAR0eW0s4GPNl8ZiSGYcxErwgn76Xci9B1QAfvWMHNvt2HzgwSxYQ2pdroTY">https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/43989?fbclid=IwAR0eW0s4GPNl8ZiSGYcxErwgn76Xci9B1QAfvWMHNvt2HzgwSxYQ2pdroTY</a> </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403575701/8fb4675f82680000bebe210ed3e89119/69935122_925204587832281_2740435339553275904_n.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 04:20:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381264793</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม H-ดีแล้ว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381267375</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม<br>1.นางสาวกาจนา  ทองไคร้ เลขที่10<br>2.นางสาวพรรณวิภา วงค์ตาพรม เลขที่29<br>3.นางสาวสมปราถนา  สุดวิสัย เลขที่72<br>นักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2 รุ่นที่26<strong><br></strong><br></div><div><strong> การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ<br></strong><br></div><div>ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลือดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92 ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85 ถ้าพิจารณาในแต่ละเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 60 จริงๆแล้วน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลพืช เซลล์สัตว์ และเซลล์มนุษย์ ทุกเซลล์ล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งนั้น ในเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์มีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักร่างกาย ในพืชบกมีน้ำประมาณร้อยละ 50–75 ถ้าเป็นพืชน้ำอาจมีน้ำมากกว่าร้อยละ 95 โดยน้ำหนัก   หน้าที่สำคัญที่สุดของน้ำ คือ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ กระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย  น้ำที่เป็นของเหลวของเลือดทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจนให้แก่เซลล์ อีกทั้งนำของเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์มาขับถ่ายออกจากร่างกาย กระบวนการไหลเวียนเลือดและกระบวนการขับถ่ายของเสียในร่างกายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากสมดุลของสารน้ำในร่างกาย   น้ำช่วยให้การขับถ่ายกากอาหารในลำไส้ใหญ่เป็นไปโดยสะดวก ความผิดปกติของการถ่ายอุจจาระเกิดขึ้นเนื่องจากขาดสมดุลของการดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่เซลล์ลำไส้ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วงหลายชนิดสร้างสารพิษที่มีผลต่อกลไกการควบคุมสมดุลสารน้ำภายในลำไส้   สารพิษ รวมทั้งสารเคมีในร่างกายที่อาจเป็นพิษ ถูกกำจัดออกจากร่างกายโดยอาศัยน้ำ เลือดทำหน้าที่ขนส่งสารเหล่านั้นไปทั่วร่างกายซึ่งสารนั้นละลายในน้ำตับเป็นอวัยวะสำคัญในการทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสารพิษด้วยกลไกทางเคมีมากมายหลายชนิด บางคนกล่าวเปรียบเทียบว่าตับเป็นโรงงานผลิตเอนไซม์ที่ทรงพลังมากกว่าโรงงานใดๆในโลก กระบวนการขับถ่ายสารพิษเกิดขึ้นร่วมกับการขับถ่ายทางปัสสาวะและอุจจาระน้ำช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และช่วยรักษาระดับความเป็นกรดด่างของเลือดรวมทั้งของเหลวต่างๆ ในร่างกาย น้ำช่วยระบายความร้อนของร่างกายในรูปของเหงื่อ ซึ่งถือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพยิ่ง<br><br></div><div><strong>ร่างกายได้รับน้ำหลายทางด้วยกัน<br></strong><br></div><div>1.       น้ำดื่ม เครื่องดื่ม</div><div>2.       น้ำที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร</div><div>3.       น้ำที่ได้จากการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน<br><br></div><div>ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร<br><br></div><div><strong>ร่างกายสูญเสียน้ำ<br></strong><br></div><div>1.       ผิวหนัง มีทั้งที่เรามองเห็นออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำที่ระเหยไปโดยที่เรามองไม่เห็น</div><div>2.       ปอด โดยการหายใจออก</div><div>3.       ทางอุจจาระ</div><div>4.       ทางปัสสาวะ<br><br></div><div>รวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งร่างกายสูญเสียน้ำประมาณ 3–5 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ได้รับ ปริมาณของน้ำในร่างกายคนไม่แน่นอน ขึ้นกับอายุ ปริมาณของไขมันในร่างกาย และกิจกรรมของแต่ละคน คนที่ทำงานหนักกลางแจ้งอาจสูญเสียน้ำ 5 – 12 ลิตรต่อวัน หรือคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บก็อาจเสียสมดุลของน้ำในร่างกายได้ง่าย<br><br></div><div> <strong>กลไกควบคุมสมดุลของสารน้ำ<br></strong><br></div><div>1.       สมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมปริมาณสารน้ำในร่างกาย</div><div>2.       เมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำ สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งมีศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ จะสั่งการให้เกิดการดื่มน้ำทดแทน โดยจะรู้สึกกระหายน้ำ และเมื่อมีการกลืนน้ำเข้าไปก็จะช่วยบรรเทาความกระหายได้อย่างรวดเร็ว</div><div>3.       ถ้าร่างกายขาดน้ำประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ<br><br></div><div><strong>การดูแลการขับถ่าย<br></strong><br></div><div>ลักษณะของอุจจาระปกติจะเป็นสีเหลือง ลักษณะอ่อน มีรูปทรง ชุ่มชื้น มีรูปร่างคล้ายลำไส้ โดยคนส่วนใหญ่มีการขับถ่ายอุจจาระทุกวัน หรือบางรายอาจมีการขับถ่ายอุจจาระทุก 2-3 วันก็ได้ หรือบางคนมีการขับถ่ายอุจจาระวันละ 2-3 ครั้งก็ได้  หากผู้สูงอายุมีเลือดออกในกระเพาะและลำไส้เล็กเป็นเหตุทำให้อุจจาระมีสีดำ หากมีเลือดออกในลำไส้ตรงและทวารหนักทำให้เป็นสาเหตุให้อุจจาระมีสีแดงสด เป็นต้น ดังนั้น โรคและการติดเชื้อบางอย่างอาจเป็นสาเหตุทำให้อุจจาระมีสีเทาหรือขาว สีซีด สีส้ม หรือสีเขียวได้<strong>  </strong>การสังเกตลักษณะของอุจจาระมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยสิ่งที่ผู้ดูแลควรสังเกตได้แก่ สี กลิ่น จำนวน รูปร่าง ความคงตัว จำนวนครั้งในการขับถ่ายอุจจาระ และการบอกถึงความลำบากของการขับถ่ายอุจจาระ หากพบลักษณะที่ผิดปกติของการขับถ่ายอุจจาระ ควรปรึกษาพยาบาลให้ทราบเพื่อประเมินอาการ<br><br></div><div><strong>ปัจจัยที่มีผลต่อการขับถ่ายอุจจาระ<br></strong><br></div><div>ปัจจัยที่มีผลเกี่ยวกับจำนวนครั้งของการขับถ่ายอุจจาระ ลักษณะของอุจจาระ สี และกลิ่น นั้นเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างเป็นกระบวนการ ดังนี้<br><br></div><div> 1.       ความเป็นส่วนตัว การขาดความเป็นส่วนตัวนั้นสามารถนำไปสู่ความไม่ต้องการขับถ่ายอุจจาระ หรือความไม่รู้สึกอยากขับถ่ายอุจจาระได้</div><div>2.       ลักษณะนิสัย คนส่วนมากอาจขับถ่ายอุจจาระในช่วงเช้า หรือแม้แต่หลังจากการดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ ดังนั้น ลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคลมีความเกี่ยวข้องกับการขับถ่ายอุจจาระ</div><div>3.       อาหาร ประเภทของอาหารมีความจำเป็นกับการขับถ่ายอุจจาระ ซึ่งรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงนั้นจะช่วยลดอาการท้องผูก</div><div>4.       น้ำ อุจจาระประกอบไปด้วยน้ำ ลักษณะของอุจจาระนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนน้ำที่ถูกดูดซึมเข้าไปในลำไส้ อุจจาระจะมีลักษณะแข็งมากเมื่อเรามีการดื่มน้ำที่น้อยเกินไป ทำให้ให้เกิดภาวะท้องผูก</div><div>5.       กิจกรรม การออกกำลังกาย จะเป็นการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้</div><div>6.       ยา ผลข้างเคียงของยาบางตัวอาจส่งผลให้เกิดภาวะท้องผูกได้</div><div>7.       อายุ เมื่ออายุมากขึ้น หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยสูงอายุนั้น จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาท้องผูกได้<br><br></div><div><br><strong>อ้างอิง</strong><br><br></div><div><a href="http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html">http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html<br></a><br></div><div><a href="https://healthathome.in.th/blog/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1/">https://healthathome.in.th/blog/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1/<br></a><br></div><div> <br> <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403577974/758e19786f3d87f9a6662759b0a43c7f/69824173_663460610830022_7484259441341104128_n.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 05:06:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381267375</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม ลูกหมู 3ตัว                  สมาชิกในกลุ่ม                1.นางสาวอธิติยา ภูแก้ว เลขที่53 2.นางสาวนัทธมน กองไธสง เลขที่54                                3.นางสาวธัญนาฏ อภัยโส เลขที่55                                 นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2 รุ่นที่26 ห้องB                                                              </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381269816</link>
         <description><![CDATA[<div>                                                              <strong>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ</strong><br> ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลพืช เซลล์สัตว์ และเซลล์มนุษย์ ทุกเซลล์ล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งนั้น <br> <strong>การขับถ่าย</strong>คือกระบวนการขับของเสียในร่างกายในแบบของเหงื่อ อุจจาระ ปัสสาวะ <br> <strong>การดูแลเรื่องการขับถ่าย ทำได้ดังนี้<br></strong>1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น<br> ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำชา และกาแฟ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะไปขับน้ำออกจากร่างกาย ร่างกายจึงสูญเสียน้ำทำให้อุจจาระแข็ง ขับถ่ายลำบาก<br> 2. สร้างลักษณะนิสัยการขับถ่ายให้สม่ำเสมอ<br> คนเราจะต้องขับถ่ายให้เป็นเวลาในทุก ๆ วัน โดยปกติการขับถ่ายจะอยู่ในช่วงเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอนหรือรับประทานอาหารเช้า<br> 3. การออกกำลังกาย<br> การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันจะช่วยทำให้ลำไส้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องออกอย่างหักโหม แค่ออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่งเบาๆ หรือว่ายน้ำ ก็สามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในแต่ละวัน<br> การดื่มน้ำ การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้น การดื่มน้ำและรับประทานทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำจะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ<br> <strong>การรักษาสมดุลน้ำ                                      </strong>ในร่างกายคนมีน้ำอยู่ประมาณ 65%- 70% ซึ่งร่างกายจะต้องรักษาดุลยภาพนี้ไว้ การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายทำได้โดยการควบคุมปริมาตรน้ำที่รับเข้าและที่ขับออกจากร่างกาย ซึ่งมีช่องทางและผ่านกระบวนการต่างๆ<br><br></div><div>ตัวอย่างปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับและร่างกายขับออกใน 1 วัน<br><br></div><div><strong>ปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ                 </strong></div><div>1. จากอาหาร 1,000 cm3                     </div><div>2. จากน้ำดื่ม 1,200 cm3               <br>3. จากปฏิกิริยาในร่างกาย 300 cm3       รวม 2,500 cm3<br> <strong>ปริมาณน้ำที่ร่างกายขับออก<br></strong>1. ลมหายใจออก 350 cm3<br>2. ขับเหงื่อ 500 cm3                            3. ปัสสาวะ 1,500 cm3                 <br>4. อุจจาระ 150 cm3<br>รวม 2,500 cm3                                       ในของเหลวที่ร่างกายรับเข้าและที่ขับออกมานั้น นอกจากจะประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ยังมีเกลือแร่และสารต่างๆอยู่ด้วย แม้ว่าสารเหล่านี้จะมีปริมาตรน้อยนิดเมื่อเทียบกับปริมาตรของน้ำ แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง และร่างกายต้องรักษาสมดุลต่างๆ เพื่อให้ระบบต่างๆทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งการดูแลสมดุลน้ำในร่างกายมีดังนี้ การดื่มน้ำสะอาดปราศจากสารเจือปน ในแต่ละวันควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมไม่น้อยหรือมากจนเกินไปและควรขับถ่ายสม่ำเสมอ <br><br></div><div> <strong>อ้างอิง</strong><br> <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Flifestyle%2Fwoman%2F43989%3Ffbclid%3DIwAR31yOM621FdRcWJHsszB_OXA2a0JyTzvsxQzE076vkKT08nmGERCgFyuiY&amp;h=AT3Ro4kDZuvxW2tS_OcQ6EJFZoxCrGL607f9DV7v8fvk4XMbqMMtRjWXV2xNmoMRgIq4qZotLhRPiA2Bd650OKBp4SRvZs6PtKHPjyI9ygdU87uUiYhlRWD2Fhs1PfkDuF7tnw">https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/43989</a><br> <br> <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.fitneworld.com%2F%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B5%2F%3Ffbclid%3DIwAR2t5McYmZsTcrktBu1zfqo80dv6KHR67fwl1PR37HK-Dw4Z3I-4-t01Xu8&amp;h=AT3Ro4kDZuvxW2tS_OcQ6EJFZoxCrGL607f9DV7v8fvk4XMbqMMtRjWXV2xNmoMRgIq4qZotLhRPiA2Bd650OKBp4SRvZs6PtKHPjyI9ygdU87uUiYhlRWD2Fhs1PfkDuF7tnw">http://www.fitneworld.com/วิธีช่วยระบบขับถ่ายดี/</a><br> <br> <a href="http://palmmy.weebly.com/3611361936323650361835943609366035863629359135853634361935863633361036063656363436183586362935913648362636373618.html?fbclid=IwAR3cwmJt2ACHUhbTPrKiSR-2YWtzJn5n1liB5-VoYgVm-90ls9qKShbVIzg">http://palmmy.weebly.com/3611361936323650361835943609366035863629359135853634361935863633361036063656363436183586362935913648362636373618.html<br></a><br></div><div><a href="https://sites.google.com/a/splw.ac.th/dulyphaph-khxng-sing-mi-chiwit/kar-raksa-dulyphaph-khxng-na-elea-sar-tang-ni-rangkay">https://sites.google.com/a/splw.ac.th/dulyphaph-khxng-sing-mi-chiwit/kar-raksa-dulyphaph-khxng-na-elea-sar-tang-ni-rangkay<br></a><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403582154/7713f63318dc1fd19326a13335170a3c/_______.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 05:47:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381269816</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม 4สาวแอนนาเบล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381275249</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม<br>1.นายคมกริช พาลุกา เลขที่4<br>2.นางสาวธิิติมา สังรวมใจ เลขที่5 <br>3.นางสาวธนัชชา คำตะลบ เลขที่50<br>4นางสาวอรพรรณ ในจิตร เลขที่67<br><strong>ระบบขับถ่าย<br></strong> ร่างกายต้องใช้พลังงาน การเผาผลาญพลังงานจะเกิดขึ้นกับอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสียในรูปของเหลวคือ ไต และผิวหนัง อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสียในรูปปัสสาวะ ได้แก่ ไต หลอดไต กระเพาะปัสสาวะ<br><strong>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ มีดังนี้<br></strong>1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น <br>2. สร้างลักษณะนิสัยการขับถ่ายให้  สม่ำเสมอ <br>3. หมั่นออกกำลังกาย <br>4. ฝึกโยคะ<br>5. ดื่มยาชงที่มีส่วนผสมของสมุนไพร<br><strong>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ<br></strong>ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลือดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92 ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85 ถ้าพิจารณาในแต่ละเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 60 จริงๆแล้วน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญและจำเป็นของเซลล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเซลพืช เซลล์สัตว์ และเซลล์มนุษย์ ทุกเซลล์ล้วนประกอบด้วยน้ำทั้งนั้น ในเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์มีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักร่างกาย ในพืชบกมีน้ำประมาณร้อยละ 50–75 ถ้าเป็นพืชน้ำอาจมีน้ำมากกว่าร้อยละ 95 โดยน้ำหนัก <strong>หน้าที่สำคัญ</strong>ที่สุดของน้ำ คือ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย<br><strong>ร่างกายได้รับน้ำหลายทางด้วยกัน<br></strong>น้ำดื่ม เครื่องดื่ม<br>น้ำที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร<br>น้ำที่ได้จากการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน</div><div>     ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร <br><strong>ร่างกายสูญเสียน้ำ<br></strong>ผิวหนัง มีทั้งที่เรามองเห็นออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำที่ระเหยไปโดยที่เรามองไม่เห็น<br>ปอด โดยการหายใจออก<br>ทางอุจจาระ<br>ทางปัสสาวะ</div><div>รวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งร่างกายสูญเสียน้ำประมาณ 3–5 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ได้รับ<br>       ปริมาณของน้ำในร่างกายคนไม่แน่นอน ขึ้นกับอายุ ปริมาณของไขมันในร่างกาย และกิจกรรมของแต่ละคน คนที่ทำงานหนักกลางแจ้งอาจสูญเสียน้ำ 5 – 12 ลิตรต่อวัน หรือคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บก็อาจเสียสมดุลของน้ำในร่างกายได้ง่าย<br><strong>กลไกควบคุมสมดุลของสารน้ำ<br></strong>1.สมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมปริมาณสารน้ำในร่างกาย<br>2.เมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำ สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งมีศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ จะสั่งการให้เกิดการดื่มน้ำทดแทน โดยจะรู้สึกกระหายน้ำ และเมื่อมีการกลืนน้ำเข้าไปก็จะช่วยบรรเทาความกระหายได้อย่างรวดเร็ว<br>3.ถ้าร่างกายขาดน้ำประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ</div><div><strong>อ้างอิง<br></strong><a href="https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/43989?fbclid=IwAR1UJEBp1qN3Ygvv7u-IuVy6Mvvnotr-OvMqoZgmfrl4jwe4fUhUtS8G7g0">https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/43989?fbclid=IwAR1UJEBp1qN3Ygvv7u-IuVy6Mvvnotr-OvMqoZgmfrl4jwe4fUhUtS8G7g0</a><br>https://l.facebook.com/l.php<br><a href="http://www.bangkokhospital.com/"><strong>http://www.bangkokhospital.com</strong></a><br><a href="https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/%E2%80%A8http://www.bangkokhealth.com"><strong>http://www.bangkokhealth.com</strong></a><strong><br></strong><br></div><div><strong><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403588375/94caa10c8485e856c05804c5fdda18a9/57703229_2206100316150482_7178193814060793856_n_tile.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 07:13:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381275249</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381279875</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อกลุ่ม  เนบิวลา<br>สมาชิกในกลุ่ม<br>1..นางสาวนันทวัน สกุลโพน เลขที่31<br>2.นางสาวสุภาวดี  โคตนาม เลขที่ 58<br>3.นางสาวสุพรรษากาญจนะ เลขที่ 59<br>4.นางสาวอลิตษา มัจกาเภท เลขที่ 60<br>นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่2 รุ่นที่26 ห้อง B<br><br>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลนำ้<br>การขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียร่างกายและช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอบด้วย ไต ตับและลำไส้เป็นต้น<br><br>การปฏิบัติตนในการขับถ่ายของเสียให้เป็นปกติหรือกิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์เราไม่ควรให้ร่างกายเกิดอาการท้องผูกเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้<br><br>การปัสสาวะ ถือเป็นการขับถ่ายของเสียประการหนึ่งที่ร่างกายเราขับเอาน้ำเสียในร่างกายออกมาหากไม่ขับถ่ายออกมาหรือกลั้นปัสสาวะไว้นานๆจะทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไตหรือทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบได้<br><br>การดื่มน้ำ การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้นการดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำจะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ<br><br>การปฏิบัติตนเพื่อดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถ่าย<br>1.ดื่มน้ำสะอาดวันละมาก ๆ 2.รับประทานอาหารที่สุกใหม่ ๆ<br>3.ไม่กลั้นอุจจาระและปัสสาวะเป็นเวลานาน ๆ<br>4.ควรอาบน้ำชำระร่างกายทุกวันออกกำลังกาย<br>5.อย่างเหมาะสมถ้ามีอาการผิดปกติต้องรีบปรึกษาแพทย์<br><br>การรักษาดุลยภาพน้ำและแร่ธาตุในมนุษย์ <br>ในร่างกายของมนุษย์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ3ใน4หรือประมาณ75%ของน้ำหนักตัวโดยน้ำที่อยู่ในร่างกายสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ น้ำที่ประกอบอยู่ภายในเซลล์ประมาณ 60% น้ำที่อยู่นอกเซลล์ประมาณ 30% น้ำที่อยู่ในเนื้อเยื่อและน้ำเลือดอีกไม่เกิน 10% ซึ่งน้ำในแต่ละส่วนจะถูกควบคุมให้มีดุลยภาพอยู่ได้โดยจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงเพื่อทดแทนกันอยู่ตลอดเวลา<br><br>การดูแลรักษาสมดุลนำ้ในร่างกายและจิตใจ<br>1.หมั่นออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มีระบบภูมิต้านทานที่ดีอวัยวะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้หัวใจและปอดแข็งแรง เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ช่วยลดคอเลสเตอรอลทำให้โอกาสเส้นเลือดอุดตันลดลงส่งผลดีต่อระบบการย่อยและการขับถ่ายทั้งยังช่วยทำให้นอนหลับสนิทหลับได้นานอีกด้วย<br><br>2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกายดื่มน้ำให้เพียงพอไม่ควรทานอาหารที่เป็นกรดหรือด่างมากจนเกินไปแต่ถ้าเมื่อไรที่ร่างกายและอวัยวะภายในมีความร้อนอาหารที่มีฤทธิ์เย็นที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติได้ คือ ผักบุ้ง ตำลึง ผักหวานแตงกวาฟักและหัวปลี ส่วนผลไม้ควรเป็นประเภท มังคุด มะยม แตงโม แตงไทย แคนตาลูป ส้มโอ กล้วยน้ำว้า  เป็นต้น<br> <br>3.พักผ่อนให้เพียงพอเพราะการอดนอนทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายไม่ดีฮอร์โมนทำงานไม่ปกติ เกิดการติดขัดของเมตาโบลิซึม และส่งผลต่อด้านอารมณ์และจิตใจได้<br><br>4.เสริมสร้างจิตใจให้แข็งแรงโดยการฝึกทักษะการดูแลจิตใจเพื่อรับมือกับความเครียด โดยการฝึกผ่อนคลายจิตใจอย่างสม่ำเสมอ หยุดพักหยุดคิดเรื่องเครียดต่างๆเพราะในแต่ละวันจะมีเรื่องเข้ามากระทบจิตใจมากมาย ทำให้อารมณ์ขุ่นมัว เศร้าหมอง เครียด ไม่แจ่มใส หากอารมณ์เหล่านี้ไม่มีการระบายออกก็จะเกิดความเครียดสะสมได้ควรหากิจกรรมสร้างสรรค์ทำเช่นฟังเพลงดูหนังเล่นกีฬาท่องเที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติเที่ยวต่างจังหวัดหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว<br><br>5.คอยสังเกตดูแลเอาใจใส่ตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ ว่า อยู่ในภาวะสมดุลหรือไม่ ทำอะไรเกินไป หรือขาดไปบ้าง ให้ฟังเสียงของร่างกายและจิตใจ เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรจะปรับตัวเองเพื่อให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะสมดุลอย่างไร<br><br>อ้างอิง<br>http://www.combifthailand.com/news-tips/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C/<br><br>https://storylog.co/story/58d385819f117b6b179936df<br><br>https://health.kapook.com/view6653.html</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/401483413/85a53260f7a9d26c0bd4550a5e3de4c1/img1567930194613.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 08:13:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381279875</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โนบิชา    </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381280673</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิก</div><div>1.น.ส.ภัทรสุดา  เดชอุทัย เลขที่ 9 B</div><div>2.น.ส.จณิสตา  สายคำ เลขที่ 11 B</div><div>3.น.ส.ลลิตวดี  ศรีทับทิม  เลขที่ 12 B</div><div><br>น้ำเป็นองค์ประกอบของชีวิต<br>ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลือด<br>หน้าที่สำคัญที่สุดของน้ำ คือ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่<br>กระบวนการขับถ่ายของเสียในร่างกายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากสมดุลของสารน้ำในร่างกาย<br>น้ำช่วยให้การขับถ่ายกากอาหารในลำไส้ใหญ่เป็นไปโดยสะดวก ความผิดปกติของการถ่ายอุจจาระเกิดขึ้นเนื่องจากขาดสมดุลของการดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่เซลล์ลำไส้ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วงหลายชนิดสร้างสารพิษที่มีผลต่อกลไกการควบคุมสมดุลสารน้ำภายในลำไส้<br><br>ร่างกายได้รับน้ำหลายทางด้วยกัน เช่น<br>น้ำดื่ม เครื่องดื่ม<br>น้ำที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร<br>น้ำที่ได้จากการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน<br>ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร<br><br>ร่างกายสูญเสียน้ำ<br>ผิวหนัง มีทั้งที่เรามองเห็นออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำที่ระเหยไปโดยที่เรามองไม่เห็น<br>ปอด โดยการหายใจออก<br>ทางอุจจาระ<br>ทางปัสสาวะ<br>รวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งร่างกายสูญเสียน้ำประมาณ 3–5 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ได้รับ<br>ปริมาณของน้ำในร่างกายคนไม่แน่นอน ขึ้นกับอายุ ปริมาณของไขมันในร่างกาย และกิจกรรมของแต่ละคน คนที่ทำงานหนักกลางแจ้งอาจสูญเสียน้ำ 5 – 12 ลิตรต่อวัน หรือคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บก็อาจเสียสมดุลของน้ำในร่างกายได้ง่าย<br><br>กลไกควบคุมสมดุลของสารน้ำ<br>1.สมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมปริมาณสารน้ำในร่างกาย<br>2.เมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำ สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งมีศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ จะสั่งการให้เกิดการดื่มน้ำทดแทน โดยจะรู้สึกกระหายน้ำ และเมื่อมีการกลืนน้ำเข้าไปก็จะช่วยบรรเทาความกระหายได้อย่างรวดเร็ว<br>3.ถ้าร่างกายขาดน้ำประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ<br><br><br>การขับถ่าย หมายถึง การกำจัดของเสียซึ่งเกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างกายสิ่งมีชีวิต สารบางอย่างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเมแทบอลิซึมนี้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เก็บไว้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นอันตรายต่อเซลล์ของร่างกาย จึงจำเป็นต้องกำจัดออก เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก การกำจัดของเสียเหล่านี้มักจะต้องมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายด้วย เพราะของเสีย เช่น   ยู เรีย และเกลือแร่หลายชนิดละลายอยู่ในน้ำ ดังนั้นร่างกายสิ่งมีชีวิตจึงต้องรักษาน้ำไม่ให้สูญเสียออกจากร่างกายมาก เกินไปและในขณะเดียวกันก็ต้องรับน้ำจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้ามาทดแทนน้ำส่วน ที่สูญเสียไปด้วยน้ำที่ถูกกำจัดออกจากร่างกายของคนส่วนใหญ่ก็คือ เหงื่อ ปัสสาวะ ลมหายใจและอุจจาระ ถ้าหากว่าร่างกายสูญเสียน้ำออกไปมากร่างกายก็ต้องได้รับน้ำทดแทนมากด้วย จำนวนน้ำที่ร่างกายได้รับและสูญเสียไปต้องใกล้เคียงกัน  <br>1.        ไต (kidney) ทำหน้าที่ขับถ่ายปัสสาวะ นำของเสียพวกยูเรีย (urea) และเกลือแร่ต่าง ๆ<br>ที่เกินความต้องการออกจากร่างกาย<br>2.        ผิวหนัง (skin) ผิวหนังทำหน้าที่ในการขับเหงื่อโดยมีต่อมเหงื่อ (sweat glands)<br>กระจายอยู่ทั่วไป เหงื่อประกอบด้วยน้ำ เกลือแร่ต่าง ๆ และพวกของเสียไนโตรเจน (nitrogenous) การขับเหงื่อนอกจากเป็นการขับถ่ายแล้วยังช่วยรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติด้วย<br>3.        ปอด (lung) ขับถ่ายก๊าซ CO2 โดยระบบหายใจ<br>4.        ตับ (liver) ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนสารซึ่งเกิดจากเมแทบอลิซึมของโปรตีน<br>การดูแลระบบขับถ่าย<br>1.ออกกำลังกาย<br>2.รับประทานผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน อย่าให้ขาด<br>3.ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆจะทำให้กากอาหารอ่อนตัวทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น<br>4.ฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัย<br>5.ดื่มน้ำตอนตื่นนอนทุกเช้า1แก้วเพื่อกระตุ้นสำไส้ให้บีบตัวตัวจะขับถ่ายได้ง่าย<br>ปัจจัยที่มีผลต่อการขับถ่ายอุจจาระ<br>               ปัจจัยที่มีผลเกี่ยวกับจำนวนครั้งของการขับถ่ายอุจจาระ ลักษณะของอุจจาระ สี และกลิ่น นั้นเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างเป็นกระบวนการ ดังนี้<br>1) ความเป็นส่วนตัว <br>2) ลักษณะนิสัย <br>3) อาหาร <br>4) น้ำ <br>5) กิจกรรม การออกกำลังกาย <br>6) ยา <br>7) อายุ<br><br><br>อ้างอิง<br><br>http://www.bangkokhealth.com<br>https://healthathome.in.th<br>https://sites.google.com/ <br><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403595808/da0d2609ba6a221ac6067b32381e75f5/5AC3BDC2_7CBF_40CB_B9C1_032E4CDEA524.jpeg" />
         <pubDate>2019-09-08 08:23:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381280673</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381283568</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่ม 4 สาวโฟร์แองจี้ <br>นางสาวสุดาภา จันทะรังสี เลขที่37<br>นางสาวศศิประภา ภูแป้ง เลขที่42<br>นางสาวพัณณิตา หารา เลขที่44<br>นางสาววิมลสิริ ทางชอบ เลขที่45<br>การดูแลระบบขับถ่ายและสมดุลน้ำ<br>      การขับถ่ายเป็นการกำจัดของเสียซึ่งเกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างกายสิ่งมีชีวิต สารบางอย่างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเมแทบอลิซึมนี้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เก็บไว้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นอันตรายต่อเซลล์ของร่างกาย จึงจำเป็นต้องกำจัดออกร่างกายสิ่งมีชีวิตจึงต้องรักษาน้ำไม่ให้สูญเสียออกจากร่างกายมาก <br>	       น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งที่มีชีวิต โดยทั่วไปคนสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์ แต่ถ้าอดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2–3 วัน การศึกษาวิจัยที่ผ่านมาพบว่าน้ำมีประโยชน์มากมายแก่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต นอกเหนือจากคุณสมบัติที่เด่นที่สุดของโมเลกุลน้ำที่เป็นตัวทำละลายที่ดีและมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด<br>        น้ำเป็นองค์ประกอบของชีวิต<br>กระบวนการไหลเวียนเลือดและกระบวนการขับถ่ายของเสียในร่างกายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากสมดุลของสารน้ำในร่างกาย<br>น้ำช่วยให้การขับถ่ายกากอาหารในลำไส้ใหญ่เป็นไปโดยสะดวก ความผิดปกติของการถ่ายอุจจาระเกิดขึ้นเนื่องจากขาดสมดุลของการดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่เซลล์ลำไส้ เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วงหลายชนิดสร้างสารพิษที่มีผลต่อกลไกการควบคุมสมดุลสารน้ำภายในลำไส้สารพิษ รวมทั้งสารเคมีในร่างกายที่อาจเป็นพิษ ถูกกำจัดออกจากร่างกายโดยอาศัยน้ำ <br>การรักษาดุลยภาพน้ำในร่างกาย<br>     1.หมั่นออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ มีระบบภูมิต้านทานที่ดี อวัยวะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้หัวใจและปอดแข็งแรง เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำให้โอกาสเส้นเลือดอุดตันลดลง ส่งผลดีต่อระบบการย่อยและการขับถ่าย ทั้งยังช่วยทำให้นอนหลับสนิทหลับได้นานอีกด้วย<br>     2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรทานอาหารที่เป็น กรดหรือด่างมากจนเกินไป แต่ถ้าเมื่อไรที่ร่างกายและอวัยวะภายในมีความร้อน อาหารที่มีฤทธิ์เย็นที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติได้<br>    3.พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการอดนอนทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายไม่ดี ฮอร์โมนทำงานไม่ปกติ เกิดการติดขัดของเมตาโบลิซึม และส่งผลต่อด้านอารมณ์และจิตใจได้<br>    4.เสริมสร้างจิตใจให้แข็งแรงโดยการฝึกทักษะการดูแลจิตใจเพื่อรับมือกับความเครียด โดยการฝึกผ่อนคลายจิตใจอย่างสม่ำเสมอ หยุดพักหยุดคิดเรื่องเครียดต่างๆ<br>    5.คอยสังเกตดูแลเอาใจใส่ตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ ว่า อยู่ในภาวะสมดุลหรือไม่ ทำอะไรเกินไป หรือขาดไปบ้าง ให้ฟังเสียงของร่างกายและจิตใจ เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรจะปรับตัวเองเพื่อให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะสมดุลอย่างไร<br>กลไกควบคุมสมดุลของสารน้ำ<br>      1.สมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมปริมาณสารน้ำในร่างกาย<br>      2.เมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำ สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งมีศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ จะสั่งการให้เกิดการดื่มน้ำทดแทน โดยจะรู้สึกกระหายน้ำ และเมื่อมีการกลืนน้ำเข้าไป ก็จะช่วยบรรเทาความกระหายได้อย่างรวดเร็ว<br>      3.ถ้าร่างกายขาดน้ำประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับภาวะขาดน้ำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ<br>การดูแลระบบขับถ่าย<br>1.ออกกำลังกาย<br>         การออกกำลังกายทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เคลื่อนไหว รวมทั้งทำงานได้ดีขึ้น เช่น หัวใจสามารถสูบฉีดโลหิตได้เร็วและแรงมากขึ้น กระเพาะอาหารและลำไส้ขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารที่เรากินสามารถส่งผ่านไปได้ง่ายและสะดวก <br>2.ผักผลไม้<br>         อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี กากอาหารสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่ายและสม่ำเสมอ เพราะมีกากใยเป็นตัวกระตุ้น<br>3.ดื่มน้ำมาก..กากอาหารอ่อนตัว<br>         การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้กากอาหารในลำไส้ใหญ่แข็งตัว และจับกันเป็นก้อน จึงขับถ่ายออกได้ยากกว่าปกติ เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว  สิ่งที่ควรงดดื่ม คือ น้ำชา กาแฟ เพราะมีสารที่ทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก<br>4.ฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัย<br>       ควรเริ่มฝึกถ่ายให้เป็นนิสัย และไม่ควรรีบเร่งถ่าย โดยอ้างว่ามีเวลาน้อย ต้องรีบไปทำงาน ห้องน้ำก็ควรเลือกที่ปลอดโปร่งสักหน่อย <br>5.น้ำ 1 แก้วเพื่อความคล่องสบาย<br>          ตื่นเช้า ก่อนเข้าห้องน้ำถ่าย ควรดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวจะได้ถ่ายสะดวกขึ้น น้ำใสๆ 1 แก้วในตอนเช้า ยังช่วยให้เกิดความสดชื่น<br>แหล่งอ้างอิง<br>นายภาสวิชญ์ สุนทรอุทัย .(2555).การดูแลระบบขับถ่าย.[ออนไลน์].<br>         ที่มาจาก : https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay<br>        (สืบค้นวันที่ 8 กันยายน 2562).<br>นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ . (2559).สมดุลของน้ำในร่างกาย.[ออนไลน์].<br>         ที่มาจาก: http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-   <br>        (สืบค้นวันที่8 กันยายน 2562 ).<br>ปริศนา  ไฮดี.(2556).ระบบขับถ่ายกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย.[ออนไลน์].<br>       ที่มาจาก: https://sites.google.com/site/prissana56/bth-thi-6-kar-raksa-dulyphaph-ni-<br>	       (สืบค้นวันที่8 กันยายน2562).<br>GKONLYU.(2560).การรักษาดุลยภาพน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย.(ออนไลน์).<br>         ที่มาจาก: https://storylog.co/story/58d385819f117b6b179936df . (สืบค้นวันที่ 8กันยายน 2562)<br><br><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403447889/0415c8fe98bbb5df4d5c868442f6c346/7A4670D2_3FE4_4429_BC4D_F127EDC4B0C5.jpeg" />
         <pubDate>2019-09-08 09:01:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381283568</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มโมจิโมจิ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381284912</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม<br>1.นางสาวกิตติกานต์ รัตนศรี  เลขที่36<br>2.นางสาวจริยา ทองมาก เลขที่ 40<br>3.นางสาวมธุรดา ตาลวิลาศ เลขที่ 42<br>นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่2  ห้องB</div><div><strong>การดูแลการขับถ่ายเเละสมดุลน้ำ</strong></div><div><strong>การดูแลระบบขับถ่าย<br> </strong>เคี้ยวอาหารให้ละเอียดและรับประทานอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย คืออาหารที่มีกากใยสูง เช่นผักผลไม้และควรดื่มน้ำให้มาก การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดส่งผลต่อระบบต่างๆของร่างกาย เช่นระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายเพราะช่วยให้อาหารแตกตัวย่อยได้ง่ายขึ้นและขับถ่ายได้สะดวก<br>การปฏิบัติตนเพื่อดูแลรักษาระบบขับถ่าย <br>1. ดื่มน้ำสะอาดวันละมากๆ รับประทานอาหารที่สุกใหม่ๆ<br>2.ไม่กลั้นอุจจาระและปัสสาวะเป็นเวลานานๆ<br>3.ควรอาบน้ำชำระร่างกายทุกวัน <br>4.ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม <br>5.ถ้ามีอาการผิดปกติต้องรีบปรึกษาแพทย์<strong><br> <br>การรักษาดุลยภาพน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย<br></strong>ความสมดุลเป็นการทรงตัวของร่างกายไม่ให้ล้มเวลานั่ง ยืน เดิน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ<br>     ร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 75% ของน้ำหนักตัวแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ<br>1.น้ำที่อยู่ภายในเซลล์ประมาณ 60%<br>2.น้ำที่อยู่นอกเซลล์ประมาณ 30% <br>3.น้ำที่อยู่ในเนื้อเยื่อและน้ำเลือดอีกไม่เกิน 10% <br>     น้ำในแต่ละส่วนจะถูกควบคุมให้มีดุลยภาพอยู่ได้ โดยจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงเพื่อทดแทนกันอยู่ตลอดเวลา<br>      ปกติมนุษย์ต้องการน้ำประมาณวันละ 2-3 ลิตร ซึ่งได้จากการดื่มน้ำ การบริโภคอาหารและจากกระบวนการออกซิเดชันจากสารอาหารอีกประมาณ 200 มล. โดยร่างกายจะมีการขับน้ำออกจากร่างกายในลักษณะของปัสสาวะ อุจจาระ ลมหายใจ และเหงื่อ ซึ่งวิธีการหลักที่ร่างกายใช้ในการขับน้ำออกจากร่างกาย คือ ทางปัสสาวะ โดยในแต่ละวันมนุษย์จะมีการขับน้ำออกทางปัสสาวะประมาณ 500-2,300 มล. <br>     เมื่อร่างกายและจิตใจมีความสมดุลระบบต่างๆของร่างกายก็จะกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ อาการผิดปกติจะดีขึ้นและสามารถป้องกันโรคต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ <br>วิธีการสร้างสมดุลร่างกายเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น<br>  1.หมั่นออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งเเรงส่งผลดีต่อระบบการย่อยและการขับถ่าย<br>  2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์จำเป็นต่อร่างกายและดื่มน้ำให้เพียงพอ<br>  3.พักผ่อนให้เพียงพอ  <br>  4.เสริมสร้างจิตใจให้เเข็งเเรง<br>  5.คอยสังเกตดูแลเอาใจใส่ตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจว่า อยู่ในภาวะสมดุลหรือไม่ ทำอะไรเกินไปหรือขาดอะไรไปบ้าง<br><br><strong>แหล่งที่มา:</strong><a href="https://prezi.com/m/ilwgmtnxxu9x/presentation/">https://prezi.com/m/ilwgmtnxxu9x/presentation/</a><br><a href="https://storylog.co/story/58d385819f117b6b179936df">https://storylog.co/story/58d385819f117b6b179936df</a><br><br>  <strong><br></strong><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403592605/3dae80d48eb35dee7191f88813374031/386A752C_A2A7_4B31_9B5B_4D806662D836.jpeg" />
         <pubDate>2019-09-08 09:20:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381284912</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม กุชชี่เบล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381288746</link>
         <description><![CDATA[<div>1.น.ส.จุฑาภรณ์ บุญก้อน เลขที่ 8<br>2.น.ส.อิสรียา อมรฤทธิ์ เลขที่ 16<br>3.น.ส.กชกร นารีบุตร เลขที่ 17<br>4.น.ส.พัณณิตา ผางคำ เลขที่ 18<br><strong>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ<br> </strong>ในร่างกายคนมีน้ำอยู่ประมาณ 65%- 70% ซึ่งร่างกายจะต้องรักษาดุลยภาพนี้ไว้ การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายทำได้โดยการควบคุมปริมาตรน้ำที่รับเข้าและที่ขับออกจากร่างกาย ซึ่งการขับน้ำออกจากร่างกายมีช่องทางดังนี้<br><br></div><div>1) ปัสสาวะ : ไตมีหน้าที่ช่วยควบคุมสมดุลของน้ำและอิเล็กโทรไลท์ในร่างกาย โดยการขับทิ้งน้ำและ อิเล็กโทรไลท์ส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ดังนั้นถ้ามีความผิดปกติของไต อาจมีผลต่อปริมาณน้ำและ อิเล็กโทรไลท์ในร่างกายได้</div><div>2) ผิวหนัง : โดยปกติแล้ว ร่างกายจะขับน้ำและโซเดียมออกทางเหงื่อ ประมาณ 500 มิลลิลิตรต่อวัน </div><div>3)การหายใจ : มีการสูญเสียน้ำในรูปของไอน้ำออกมากับการหายใจ </div><div>4)ระบบทางเดินอาหาร : มีการสูญเสียน้ำออกมากับการถ่ายอุจจาระ อาเจียน ซึ่งในภาวะปกติจะ   สูญเสียน้ำด้วยวิธีนี้น้อย</div><div>5)ทางอื่นๆ : เช่น จากการผ่าตัด ประจำเดือน หรือขณะคลอดบุตร</div><div> <br>     สิ่งมีชีวิตจะต้องมีสภาวะต่างๆ ภายในร่างกายที่เหมาะสมตลอดเวลา การควบคุมสภาวะของสิ่งต่างๆในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา  เรียกว่า <strong>การรักษาสมดุลของร่างกาย (Homeostasis)</strong></div><div><strong>     ระบบขับถ่าย</strong> เป็นระบบที่ร่างกายขับถ่ายของเสียออกไป  ของเสียในรูปแก๊ส คือ ลมหายใจ  ของเหลว คือเหงื่อและปัสสาวะ  ของเสียในรูปของแข็ง คือ อุจจาระ การขับถ่ายของเสียทางลำไส้ใหญ่ </div><div> </div><div><strong>การดูแลการขับถ่าย</strong></div><div>     การดื่มน้ำ การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้นการดื่มน้ำและรับประมานอาหารที่ ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ การปฏิบัติตนเพื่อดูแลรักษาอวัยวะในระบบขับถ่าย ดื่มน้ำสะอาดวันละมาก ๆ รับประทานอาหารที่สุกใหม่ ๆ ไม่กลั้นอุจจาระและปัสสาวะเป็นเวลานาน ๆ ควรอาบน้ำชำระร่างกายทุกวัน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ถ้ามีอาการผิดปกติต้องรีบปรึกษาแพทย์</div><div> แหล่งที่มา : <a href="http://www.med.cmu.ac.th/">http://www.med.cmu.ac.th</a> (สืบค้นวันที่ 8 กันยายน 2562). ฝ่ายการพยาบาล <br>โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. การดูแลระบบขับถ่าย.[ออนไลน์].<br><br><a href="http://www.mt.mahidol.ac.th/e-learning/bodyfluid">http://www.mt.mahidol.ac.th/e-learning/bodyfluid</a> (สืบค้นวันที่8 กันยายน 2562). สมดุลน้ำ. [ออนไลน์].<br><br><a href="http://www.krusarawut.net/">http://www.krusarawut.net</a> (สืบค้นวันที่8 กันายายน 2562). นายสราวุธ สุธีรวงศ์.ระบบขับถ่าย.[ออนไลน์].<br><br>                   <br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403611598/e249253d979b017e02d50614540e3988/69917025_424192628206583_3992393292447744000_n.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 10:15:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381288746</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381312106</link>
         <description><![CDATA[<div>               <strong>   ชื่อกลุ่ม  ทรี ทู วัน</strong></div><div><strong>                   สมาชิกในกลุ่ม</strong></div><div>1.นางสาว ปิยวรรณ  ผันอากาศ       เลขที่ 48</div><div>2.นางสาว เขมิกา      รอดสุโข         เลขที่ 51</div><div>3.นายพีรยุทธ    โพธิ์กระสังฆ์.         เลขที่ 62         </div><div>4.นางสาว วิรัญญา    เพ็งพันธ์         เลขที่ 68</div><div>นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 2 รุ่นที่ 26 ห้อง B</div><div> </div><div><strong>การขับถ่ายและสมดุลน้ำ</strong></div><div>     การขับถ่าย หมายถึง การกำจัดของเสียซึ่งเกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างกายสิ่งมีชีวิต สารบางอย่างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเมแทบอลิซึมนี้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เก็บไว้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นอันตรายต่อเซลล์ของร่างกาย จึงจำเป็นต้องกำจัดออก เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก การกำจัดของเสียเหล่านี้มักจะต้องมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายด้วย เพราะของเสีย เช่น   ยู เรีย และเกลือแร่หลายชนิดละลายอยู่ในน้ำ ดังนั้นร่างกายสิ่งมีชีวิตจึงต้องรักษาน้ำไม่ให้สูญเสียออกจากร่างกายมาก เกินไปและในขณะเดียวกันก็ต้องรับน้ำจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้ามาทดแทนน้ำส่วน ที่สูญเสียไปด้วยน้ำที่ถูกกำจัดออกจากร่างกายของคนส่วนใหญ่ก็คือ เหงื่อ ปัสสาวะ ลมหายใจและอุจจาระ ถ้าหากว่าร่างกายสูญเสียน้ำออกไปมากร่างกายก็ต้องได้รับน้ำทดแทนมากด้วย จำนวนน้ำที่ร่างกายได้รับและสูญเสียไปต้องใกล้เคียงกัน ในปัสสาวะของคนเราจะมีสารต่าง ๆ ละลายปะปนมาด้วย ในสภาพปกติ ร่างกายคนเราจะขับถ่านปัสสาวะออกมาประมาณวันละ 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร และมีสารต่าง ๆ</div><div><br></div><div><strong>การขับถ่ายของสิ่งมีชีวิต</strong></div><div>การขับถ่ายของคนเป็นการขับถ่ายของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ คือ</div><div>1.ไต (kidney) ทำหน้าที่ขับถ่ายปัสสาวะ นำของเสียพวกยูเรีย (urea) และเกลือแร่ต่าง ๆ</div><div>ที่เกินความต้องการออกจากร่างกาย</div><div>2.ผิวหนัง (skin) ผิวหนังทำหน้าที่ในการขับเหงื่อโดยมีต่อมเหงื่อ (sweat glands)</div><div>กระจายอยู่ทั่วไป เหงื่อประกอบด้วยน้ำ เกลือแร่ต่าง ๆ และพวกของเสียไนโตรเจน (nitrogenous) การขับเหงื่อนอกจากเป็นการขับถ่ายแล้วยังช่วยรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติด้วย</div><div>3.ปอด (lung) ขับถ่ายก๊าซ CO2 โดยระบบหายใจ</div><div>4.ตับ (liver) ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนสารซึ่งเกิดจากเมแทบอลิซึมของโปรตีน คือ</div><div>แอมโมเนีย (NH3 ) ให็เป็นยูเรีย เพื่อขับถ่ายออกทางไตต่อไป สำหรับกากอาหาร ซึ่งเป็นส่วนที่ลำไส้ย่อยและดูดซึมไม่ได้จึงถูกจำกัดออกจากร่างกายทางทวารหนัก เราจึงควรเรียกกากกำจัดอาหารไม่ใช่การขับถ่าย แต่อย่างไรก็ตามในกากอาหารอาจจะมีของเสียที่เกิดจากเมทาบอลิซึมปะปนออกมาบ้าง เราจึงแยกการกำจัดกากอาหารกับการขับถ่ายได้ไม่ชัดเจน สิ่งมีชีวิตหลายชนิดมักจะขับถ่ายของเสียออกมาพร้อมกับน้ำ ดังนั้นการขับถ่ายจึงมีความสัมพันธ์อย่าง ใกล้ชิดกับการรักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย</div><div> </div><div><strong>การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ ในร่างกาย</strong> </div><div>         ในร่างกายคนมีน้ำอยู่ประมาณ 65%- 70% ซึ่งร่างกายจะต้องรักษาดุลยภาพนี้ไว้ การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายทำได้โดยการควบคุมปริมาตรน้ำที่รับเข้าและที่ขับออกจากร่างกาย ซึ่งมีช่องทางและผ่านกระบวนการต่างๆ</div><div>              แสดงปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับและร่างกายขับออกใน 1 วัน ปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ ปริมาณน้ำที่ร่างกายขับออก</div><div>1. จากอาหาร 1,000 cm3          1. ลมหายใจออก 350 cm3            2. จากน้ำดื่ม 1,200 cm3              2. ขับเหงื่อ 500 cm3</div><div> 3. จากปฏิกิริยาในร่างกาย 300 cm3     3. ปัสสาวะ 1,500 cm3                                                                                               4. อุจจาระ 150 cm3                                     <br> รวม 2,500 cm3                                     รวม 2,500 cm3</div><div> </div><div>  ในของเหลวที่ร่างกายรับเข้าและที่ขับออกมานั้น นอกจากจะประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ยังมีเกลือแร่และสารต่างๆ อยู่ด้วย แม้ว่าสารเหล่านี้จะมีปริมาตรน้อยนิดเมื่อเทียบกับปริมาตรของน้ำ แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง และร่างกายต้องรักษาสมดุลต่างๆ ดังกล่าวไว้ให้ได้เพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ อวัยวะสำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ ในร่างกายคือไต ซึ่งมีโครงสร้างและการทำงานร่วมกับอวัยวะอื่น</div><div><strong>การดูแลระบบขับถ่ายและสมดุลน้ำ</strong></div><div>1.ออกกำลังกาย</div><div>การออกกำลังกายทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เคลื่อนไหว รวมทั้งทำงานได้ดีขึ้น เช่น หัวใจสามารถสูบฉีดโลหิตได้เร็วและแรงมากขึ้น กระเพาะอาหารและลำไส้ขยับเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารที่เรากินสามารถส่งผ่านไปได้ง่ายและสะดวก ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักจะถ่ายปกติ ตรงข้ามกับผู้ที่นั่งทำงานทั้งวัน ลำไส้ก็ลอยอยู่นิ่งไปด้วย กากอาหารก็จะค้างและจับตัวเป็นก้อนแข็งได้ง่าย อาการท้องผูกก็จะตามมา</div><div>2.ผักผลไม้</div><div>อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี กากอาหารสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่ายและสม่ำเสมอ เพราะมีกากใยเป็นตัวกระตุ้น ผู้ที่มีอาการท้องผูก จึงควรทานผักผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น ฝรั่ง มะละกอ ผักต่างๆ แต่ที่น่ากังขา ได้แก่ น้ำผลไม้คั้นต่างๆ</div><div>3.ดื่มน้ำมาก..กากอาหารอ่อนตัว <br>       การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้กากอาหารในลำไส้ใหญ่แข็งตัว และจับกันเป็นก้อน จึงขับถ่ายออกได้ยากกว่าปกติ เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และในผู้ที่ท้องผูกอยู่แล้ว ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มให้มากกว่าปกติ จะช่วยให้กากอาหารอ่อนตัวลงได้ สิ่งที่ควรงดดื่ม คือ น้ำชา กาแฟ เพราะมีสารที่ทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการท้องผูก</div><div>4.ฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัย <br>        ควรเริ่มฝึกถ่ายให้เป็นนิสัย และไม่ควรรีบเร่งถ่าย</div><div>5.น้ำ 1 แก้วเพื่อความคล่องสบาย <br>        ตื่นเช้า ก่อนเข้าห้องน้ำถ่าย ควรดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวจะได้ถ่ายสะดวกขึ้น น้ำใสๆ 1 แก้วในตอนเช้า ยังช่วยให้เกิดความสดชื่น</div><div>                                          อ้างอิง</div><div>  https://sites.google.com/site/prissana56/bth-thi-6-kar-raksa-dulyphaph-ni-rangkay/6-2-rabb-khab-thay-kab-kar-raksa-dulyphaph-khxng-rangkay  </div><div>   https://sites.google.com/a/splw.ac.th/dulyphaph-khxng-sing-mi-chiwit/kar-raksa-dulyphaph-khxng-na-elea-sar-tang-ni-rangkay  </div><div> https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-khab-thay</div><div> </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403576482/a97ab52838fde5f47092228de4cf349c/1293BDEB_4939_40EC_8F6F_D2BF4574D1B9.jpeg" />
         <pubDate>2019-09-08 14:40:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381312106</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nattii_n99</author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381314643</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่มดอลล่า<br>สมาชิก<br> 1.นางสาววรรณวิสา กุมภิโร เลขที่37<br> 2.นางสาวพิมพ์ชนก เพียผือ เลขที่39<br> 3.นางสาวปิยะนุช ดอนสามารถ เลขที่41<br><br></div><div>การดูแลการขับถ่ายและสมดุลน้ำ<br>        การขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียจากร่างกาย  และช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอยด้วย  ไต  ตับ  และลำไส้  เป็นต้น<br> การดูแลรักษาระบบขับถ่าย<br>      การดูเเลระบบขับถ่าย<br> 1. รับประทานอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ<br> 2. ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัด<br> 3. รับประทานผักและผลไม้หรืออาหารที่มีกากอาหารอย่างสม่ำเสมอ<br> 4. รับประทานน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว<br> 5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ<br> 6. พักผ่อนให้เพียงพอ<br> 7. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด<br> 8. รักษาความสะอาดของร่างกายอยู่ตลอดเวลา<br> 9. ขับถ่ายให้เป็นปกติทุกวัน<br> 10. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ<br>           <br> การรักษาดุลยภาพน้ำและแร่ธาตุในมนุษย์ <br>      ในร่างกายของมนุษย์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 3 ใน 4 หรือประมาณ 75% ของน้ำหนักตัวโดยน้ำที่อยู่ในร่างกายสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ น้ำที่ประกอบอยู่ภายในเซลล์ประมาณ 60% น้ำที่อยู่นอกเซลล์ประมาณ 30% น้ำที่อยู่ในเนื้อเยื่อและน้ำเลือดอีกไม่เกิน 10% ซึ่งน้ำในแต่ละส่วนจะถูกควบคุมให้มีดุลยภาพอยู่ได้ โดยจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงเพื่อทดแทนกันอยู่ตลอดเวลา<br> ปกติคนเราต้องการน้ำประมาณวันละ 2-3 ลิตร ซึ่งได้จากการดื่มน้ำ การบริโภคอาหาร เป็นต้น โดยร่างกายจะมีการขับน้ำออกจากร่างกายในลักษณะของปัสสาวะ อุจจาระ ลมหายใจ และเหงื่อ ซึ่งวิธีการหลักที่ร่างกายใช้ในการขับน้ำออกจากร่างกาย คือ ทางปัสสาวะ โดยในแต่ละวันมนุษย์จะมีการขับน้ำออกทางปัสสาวะประมาณ <a>500-2</a>,300 มล. หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 มล.<br> เมื่อร่างกายและจิตใจมีความสมดุล ระบบต่างๆ ของร่างกายก็จะกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ อาการผิดปกติจะดีขึ้นและสามารถป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจิตแพทย์ได้แนะวิธีการสร้างสมดุลด้านจิตใจและร่างกาย เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยมี 5 ข้อหลักๆ ดังนี้<br>    1.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ มีระบบภูมิต้านทานที่ดี เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้หัวใจและปอดแข็งแรง เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น <br>      2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรทานอาหารที่เป็น กรดหรือด่างมากจนเกินไป <br>      3.พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการอดนอนทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายไม่ดี ฮอร์โมนทำงานไม่ปกติ และส่งผลต่อด้านอารมณ์และจิตใจได้<br>      4.เสริมสร้างจิตใจให้แข็งแรง ไม่เครียด การระบายความเครียดทำได้หลายวิธี เช่น ฟังเพลง ดูหนัง เล่นกีฬา ท่องเที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติ เที่ยวต่างจังหวัด หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว<br>      5.คอยสังเกตดูแลเอาใจใส่ตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจว่าอยู่ในภาวะสมดุลหรือไม่ ทำอะไรเกินไป หรือขาดไปบ้าง เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรจะปรับตัวเองเพื่อให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะสมดุลได้อย่างไร<br><br></div><div>ที่มา:https://sites.google.com/site/newnewmod/kar-dulae-raksa-rabb-thang-dein-xahar<br> https://storylog.co/story/58d385819f117b6b179936df<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403643879/4983d93eafe8835657237a4236df6325/pt2019_09_08_22_02_25.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 14:59:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381314643</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม เน็ตมาเบิ้ล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381322408</link>
         <description><![CDATA[<div>1 นายยงยศ จันปัญญา เลขที่ 14<br>2นางสาวอิสริยาภรณ์ ภูบาทา เลขที่ 28<br>3นางสาวพนิดา สุภวรรณ์ เลขที่ 49<br>4นางสาววิชญาพร ศรีเพชร เลขที่ 50<br> | <strong> 1. บทบาทหน้าที่ของน้ำภายในร่างกาย  (Function  of  body  Fluid)</strong><br> |          1.1     น้ำภายในร่างกาย จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างคงที่  เพื่อรักษาสภาพของเซลล์ต่างๆ ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างเป็นปกติ  โดยน้ำภายนอกเซลล์ ( ECF ) ซึ่งมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า  จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าน้ำภายในเซลล์  ( ICF )   สารอาหารและของเสียที่ส่งผ่านเข้าออกเซลล์จะถูกขนส่งผ่านทาง plasma ในเส้นเลือดฝอย  ซึ่งการขนส่งนี้จะอาศัยแรง 2 ชนิด ดังนี้<br> |         1.1.1  hydrostatic  pressure  (แรงดันของน้ำ)  โดยอาศัยการบีบตัวของหัวใจ ทำให้น้ำจากเส้นเลือดฝอยออก ไปยังอวัยวะ  หรือเซลล์ต่างๆ<br> |         1.1.2 oncotic  pressure  (แรงเคลื่อนของโปรตีน)  จะอาศัยโปรตีนเป็นตัวพาส่วนมากเป็น albumin  ซึ่งช่วยในการพาน้ำจากอวัยวะต่างๆ กลับเข้าเส้นเลือดฝอยและเคลื่อนที่ไปตามเส้นเลือดดำ<br> |          1.2     การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย โดยอาศัยคุณสมบัติที่น้ำมีความจุความร้อนสูง  จึงทำให้อุณหภูมิของร่างกายเปลี่ยนแปลงได้ช้า  และเปลี่ยนแปลงไม่มาก<br> |           1.3     เป็นตัวทำละลายที่ดี  จึงช่วยในการดูดซึมและแพร่กระจายของสารต่างๆ<br> |           1.4     เป็นตัวกลางในการนำสารต่างๆ ไปยังระบบที่เหมาะสม เช่น การขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ การนำของเสียออกจากเซลล์<br> |            1.5     เป็นตัวร่วมในปฏิกิริยาเคมีที่สำคัญในร่างกาย  เช่น การสลาย ATP (adenosine triphosphate ) เพื่อให้ได้พลังงาน<br> |            1.6     ช่วยลดการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารในแต่ละส่วนของร่างกาย เพราะน้ำสามารถแพร่เข้าออกระหว่างเซลล์ได้ง่าย จึงช่วยในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของส่วนนั้นๆ  ไม่ให้เปลี่ยนแปลงมาก<br> |             1.7     ป้องกันการกระแทก เช่น สมอง เพราะถ้าได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง  อาจเป็นอันตรายถึง ชีวิตได้<br> | <br> |   <strong>2. การกระจายของน้ำในร่างกาย  (Distribution of total body fluid )</strong><br> | <br> | <strong>3.การรับและการขับออกของน้ำ  (water  intake and output )</strong><br> |           3.1   การได้รับน้ำเข้าสู่ร่างกาย<br> |                 (1)   ระบบทางเดินอาหาร:เป็นระบบที่ร่างกายได้รับน้ำมากที่สุด โดยได้รับจากการรับประทานอาหารและการดื่มน้ำ ทั้งนี้จะมีการดูดซึมที่ลำไส้เล็กมากที่สุด รองลงมาคือ ลำไส้ใหญ่<br> |                 (2)  กระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกาย: เกิดจากการสลายอาหารในร่างกายโดยการใช้ออกซิเจน C<sub>6</sub>H<sub>12</sub>O<sub>6</sub>     -------------------&gt;  6CO<sub>2</sub> + 6H<sub>2</sub>O<br> |                 (3)   การให้ทางหลอดเลือด : ส่วนใหญ่จะมาจากการรักษาอาการเจ็บป่วย  เช่น ฉีดยา  ให้เลือด  ให้น้ำเกลือ<br> |           3.2      การสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย<br> |                 (1)   ปัสสาวะ: ไตมีหน้าที่ช่วยควบคุมสมดุลของน้ำและอิเล็กโทรไลท์ในร่างกาย โดยการขับทิ้งน้ำและอิเล็กโทรไลท์ส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ดังนั้นถ้ามีความผิดปกติของไต  อาจมีผลต่อปริมาณน้ำและอิเล็กโทรไลท์ในร่างกายได้<br> |                 (2)   ผิวหนัง: โดยปกติแล้ว ร่างกายจะขับน้ำและโซเดียมออกทางเหงื่อ ประมาณ 500 มิลลิลิตรต่อวัน<br> |                 (3)   การหายใจ:มีการสูญเสียน้ำในรูปของไอน้ำออกมากับการหายใจ<br> |                 (4)   ระบบทางเดินอาหาร: มีการสูญเสียน้ำออกมากับการถ่ายอุจจาระ  อาเจียน ซึ่งในภาวะปกติจะสูญเสียน้ำด้วยวิธีนี้น้อย<br> |                 (5)   ทางอื่นๆ:เช่น จากการผ่าตัด ประจำเดือน หรือขณะคลอดบุตร<br> |  <strong>4.  ความผิดปกติของสมดุลน้ำในร่างกาย  ( Water  balance )</strong><br> |                 โดยทั่วๆ ไป  ความผิดปกติของสมดุลน้ำในร่างกาย  จะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆ คือ  ภาวะที่มีน้ำมากเกินไป  ( water  explansion )  และภาวะที่มีน้ำน้อยเกินไป  ( water  depletion )  ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้อาจจะมีหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นออสโมลาลิตี้ร่วมด้วยก็ได้</div><div>               ลักษณะของอุจจาระปกติจะเป็นสีเหลือง ลักษณะอ่อน มีรูปทรง ชุ่มชื้น มีรูปร่างคล้ายลำไส้ โดยคนส่วนใหญ่มีการขับถ่ายอุจจาระทุกวัน หรือบางรายอาจมีการขับถ่ายอุจจาระทุก 2-3 วันก็ได้ หรือบางคนมีการขับถ่ายอุจจาระวันละ 2-3 ครั้งก็ได้  หากผู้สูงอายุมีเลือดออกในกระเพาะและลำไส้เล็กเป็นเหตุทำให้อุจจาระมีสีดำ หากมีเลือดออกในลำไส้ตรงและทวารหนักทำให้เป็นสาเหตุให้อุจจาระมีสีแดงสด เป็นต้น ดังนั้น โรคและการติดเชื้อบางอย่างอาจเป็นสาเหตุทำให้อุจจาระมีสีเทาหรือขาว สีซีด สีส้ม หรือสีเขียวได้<br><br></div><div>               การสังเกตลักษณะของอุจจาระมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยสิ่งที่ผู้ดูแลควรสังเกตได้แก่ สี กลิ่น จำนวน รูปร่าง ความคงตัว จำนวนครั้งในการขับถ่ายอุจจาระ และการบอกถึงความลำบากของการขับถ่ายอุจจาระ หากพบลักษณะที่ผิดปกติของการขับถ่ายอุจจาระ ควรปรึกษาพยาบาลให้ทราบเพื่อประเมินอาการ<br><br></div><div><strong>ปัจจัยที่มีผลต่อการขับถ่ายอุจจาระ<br></strong><br></div><div>               ปัจจัยที่มีผลเกี่ยวกับจำนวนครั้งของการขับถ่ายอุจจาระ ลักษณะของอุจจาระ สี และกลิ่น นั้นเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างเป็นกระบวนการ ดังนี้<br><br></div><div>1.       ความเป็นส่วนตัว การขาดความเป็นส่วนตัวนั้นสามารถนำไปสู่ความไม่ต้องการขับถ่ายอุจจาระ หรือความไม่รู้สึกอยากขับถ่ายอุจจาระได้<br><br></div><div>2.       ลักษณะนิสัย คนส่วนมากอาจขับถ่ายอุจจาระในช่วงเช้า หรือแม้แต่หลังจากการดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ ดังนั้น ลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคลมีความเกี่ยวข้องกับการขับถ่ายอุจจาระ<br><br></div><div>3.       อาหารประเภทของอาหารมีความจำเป็นกับการขับถ่ายอุจจาระ ซึ่งรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงนั้นจะช่วยลดอาการท้องผูก<br><br></div><div>4.       น้ำ อุจจาระประกอบไปด้วยน้ำ ลักษณะของอุจจาระนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนน้ำที่ถูกดูดซึมเข้าไปในลำไส้ อุจจาระจะมีลักษณะแข็งมากเมื่อเรามีการดื่มน้ำที่น้อยเกินไป ทำให้ให้เกิดภาวะท้องผูก<br><br></div><div>5.       กิจกรรม การออกกำลังกาย จะเป็นการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้<br><br></div><div>6.       ยา ผลข้างเคียงของยาบางตัวอาจส่งผลให้เกิดภาวะท้องผูกได้<br><br></div><div>7.       อายุ เมื่ออายุมากขึ้น หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยสูงอายุนั้น จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาท้องผูกได้<br><br></div><div><strong>          การขับถ่าย</strong> หมายถึง การกำจัดของเสียซึ่งเกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างกายสิ่งมีชีวิต สารบางอย่างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเมแทบอลิซึมนี้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เก็บไว้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นอันตรายต่อเซลล์ของร่างกาย </div><div> </div><div> | <strong>สารในปัสสาวะ</strong> | <strong>ปริมาณเป็นกรัมต่อวัน</strong><br> | <strong>ยูเรีย<br> เกลือแกง<br> กรดฟอสฟอริก<br> โพแทสเซียม<br> กำมะถัน<br> กรดยูริก<br> แอมโมเนีย</strong> | 30<br> 15<br> 3.5<br> 2.0<br> 1.2<br> 0.8<br> 0.6</div><div> </div><div><strong>ระบบขับถ่ายปัสสาวะของคนประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ดังนี้</strong></div><div>1.        ไต (kidney)</div><div>ไตของคนเป็นอวัยวะคู่ที่อยู่ทางด้านท้ายของช่องท้องสองข้างของกระดูกสันหลังระดับเอว มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วดำ ยาวประมาณ 10-13 เซนติเมตร กว้าง6 เซนติเมตร และหนา3เซนติเมตร</div><div>ไตทั้งสองข้างหนัก300กรัม หรือประมาณ 0.4% ของน้ำหนักตัวภายในไตประกอบด้วยหน่วยย่อย</div><div>ที่ทำหน้าที่ในการกรองจำนวนมาก เรียกหน่วยย่อยนี้ว่าหน่วยที่ทำหน้าที่ในการกรอง</div><div>2.ท่อไต (ureter)<br> ท่อไตเป็นส่วนที่ต่อจากกรวยไต (renal pelvis) และไปสิ้นสุดที่กระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder) ผนังของท่อไตเป็นกล้ามเนื้อเรียบและจะหดตัวแบบเพอริทัลซิส (peritalsis) ประมาณ 5 - 6 ครั้งต่อชั่วโมงไล่ให้ปัสสาวะเคลื่อนลงสู่กระเพาะปัสสาวะ ท่อไตยาวประมาณ 28 – 35 เซนติเมตรกว้างตั้แต่ 1 – 19 มิลลิเมตร มีผนัง 3 ชั้น โดยชั้นในสุด เรียกว่า มูคอซา (mucosa) ชั้นกลางเป็นกล้ามเนื้อ (muscular layer) ชั้นนอกเป็นเยื่อเกี่ยวพันให้ความแข็งแรงแก่ท่อไต<br> 3.กระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder)<br> กระเพาะปัสสาวะ เป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องอุ้งเชิงกรานด้านหลังกระดูกหัวหน่าว มีลักษณะเป็นถุงกลวงยืดหยุ่นได้ ผนังของกระเพาะปัสสาวะมีกล้ามเนื้อเรียบ 3 ชั้น ที่คอของกระเพาะจะมีกล้ามเนื้อหูรูดทวารเบามัดใน (internal sphincter muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อลายอยู่ด้วย กระเพาะปัสสาวะทำหน้าที่เป็นที่เก็บสะสมน้ำปัสสาวะและขับถ่าย</div><div>4. ท่อปัสสาวะ(urethra)</div><div>ท่อปัสสาวะเป็นส่วนสุดท้ายของทางเดินปัสสาวะ ในผู้ชายมีท่อปัสสาวะยาวประมาณ 8 นิ้วส่วนใหญ่ผู้หญิงจะมีท่อปัสสาวะยาวเพียง 1.5 นิ้วเท่านั้นเอง ท่อปัสสาวะของผู้ชายจะเปิดเข้าสู่อวัยวะสังวาส (penis)<br><br></div><div> เป็นทางผ่านของสเปิร์ม (sperm) ด้วย ส่วนในผู้หญิงท่อปัสสาวะไม่ได้ผ่านคลทอริส (clitoris) และไม่ได้รวมกับช่องคลอด (vagina) แต่จะเปิดออกสู่ภายนอกโดยตรง<br><br>อ้างอิง<br> <a href="http://www.mt.mahidol.ac.th/e.learning/bodyfluid">www.mt.mahidol.ac.th/e.learning/bodyfluid<br></a><a href="http://healthathome.in.th/blog">http://healthathome.in.th/blog</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403657765/f3cfee4ff57dc093b7375e3ca5cb9972/69694147_840091799725798_706695920338599936_n.jpg" />
         <pubDate>2019-09-08 16:02:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381322408</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม คิมูจิ &gt;&lt;</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381331708</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม </div><div>น.ส.อาทิตยา มุขรักษ์ เลขที่33 ห้อง B<br>น.ส.ชลดา คำพิพากษ์ เลขที่61 ห้อง B<br>น.ส.สุจิตรา นามเพ็ง เลขที่ 69 ห้อง B<br>น.ส. สุรีรัตน์ เผ่าหอม เลขที่ 70 ห้อง B</div><div><br> การขับถ่ายและสมดุลน้ำ</div><div>การขับถ่าย เป็นระบบกำจัดของเสียจากร่างกาย  และช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอบด้วย  ไต  ตับ  และลำไส้  เป็นต้น</div><div><br></div><div>ร่างกายได้รับน้ำ เช่น</div><div>1. น้ำดื่ม เครื่องดื่ม</div><div>2. น้ำที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร</div><div>3. น้ำที่ได้จากการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน</div><div>ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร</div><div><br></div><div>ร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น</div><div>1. ผิวหนัง มีทั้งที่เรามองเห็นออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำที่ระเหยไปโดยที่เรามองไม่เห็น</div><div>2. ปอด โดยการหายใจออก</div><div>3. ทางอุจจาระ</div><div>4. ทางปัสสาวะ</div><div>รวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งร่างกายสูญเสียน้ำประมาณ 3–5 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ได้รับ</div><div><br></div><div>          กลไกการควบคุมสารน้ำภายในร่างกายเป็นผลจากการที่ร่างกายได้รับสารน้ำและขับออกจากร่างกายในแต่ละวัน ประมาณ 1500-3500 มิลลิลิตร โดยเฉลี่ยประมาณ  2500-2600 มิลลิลิตร ต่อวัน (Taylor, et. al., 2008 )</div><div><br></div><div>ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณสารน้ำในร่างกาย</div><div>1.  อายุ  ในทารกแรกเกิดจะมีปริมาณสารน้ำทั้งหมดในร่างกายและสารน้ำนอกเซลล์มากกว่าในวัยผู้ใหญ่ </div><div>ส่วนผู้สูงอายุปริมาณสารน้ำทั้งหมดในร่างกายลดลงเหลือ 45%   ประกอบกับการทำงานของไตลดลง   การเจ็บป่วยเรื้อรังจึงมีความเสี่ยงต่อภาวะไม่สมดุลของสารน้ำและอิเลคโทรไลด์ได้ง่าย</div><div>2.  เพศและขนาดของร่างกาย  พบว่าในคนอ้วนจะมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติเนื่องจากเซลล์ไขมันจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบน้อยกว่าเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ  และพบว่าผู้หญิงจะมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าผู้ชายเพราะผู้หญิงมีสัดส่วนของไขมันมากกว่าผู้ชาย</div><div>3.  อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะมีการปรับตัวโดยหลอดเลือดแดงขยายตัว  เลือดมาเลี้ยงบริเวณผิวหนังมากขึ้นทำให้มีการสูญเสียน้ำและอิเลคโทรไลด์  โดยเฉพาะโซเดียมและคลอไรด์เพิ่มขึ้น</div><div><br></div><div>การรักษาสมดุลน้ำ</div><div>ร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบเป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 2ใน3 ของน้ำหนักตัว หรือร้อยละ 65-70 และในภาวะที่ต่างๆกัน ร่างกายมีความต้องการน้ำที่แตกต่างกัน เช่นการกระหายน้ำในขณะที่ร่างกายเสียเหงื่อมาก ร่างกายจะสงวนน้ำไว้</div><div><br></div><div>การปฏิบัติตนในการขับถ่ายให้เป็นปกติ หรือกิจวัตรประจำวัน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์      การขับถ่ายอุจจาระ ไม่ควรให้ร่างกายเกิดอาการท้องผูกเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้</div><div>     การปัสสาวะ  ถือเป็นการขับถ่ายของเสียประการหนึ่ง  ที่ร่างกายเราขับเอาน้ำเสียในร่างกายออกมาหากไม่ขับถ่ายออกมาหรือกลั้นปัสสาวะไว้นานๆ  จะทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไตหรือทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบได้</div><div>     การดื่มน้ำ  การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน  จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้น  การดื่มน้ำและรับประทานทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำจะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ</div><div><br></div><div>อ้างอิง</div><div><br></div><div>การขับถ่าย เป็นระบบกำจัดของเสียจากร่างกาย  และช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอบด้วย  ไต  ตับ  และลำไส้  เป็นต้น</div><div><br></div><div>ร่างกายได้รับน้ำ เช่น</div><div>1. น้ำดื่ม เครื่องดื่ม</div><div>2. น้ำที่เป็นส่วนประกอบในอาหาร</div><div>3. น้ำที่ได้จากการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน</div><div>ปกติคนเราดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5 – 2.0 ลิตร และได้รับจากเครื่องดื่มและอาหารทั้งภายในและภายนอกร่างกายอีกประมาณวันละ 1 – 2 ลิตร</div><div><br></div><div>ร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น</div><div>1. ผิวหนัง มีทั้งที่เรามองเห็นออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำที่ระเหยไปโดยที่เรามองไม่เห็น</div><div>2. ปอด โดยการหายใจออก</div><div>3. ทางอุจจาระ</div><div>4. ทางปัสสาวะ</div><div>รวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งร่างกายสูญเสียน้ำประมาณ 3–5 ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณที่ได้รับ</div><div><br></div><div>          กลไกการควบคุมสารน้ำภายในร่างกายเป็นผลจากการที่ร่างกายได้รับสารน้ำและขับออกจากร่างกายในแต่ละวัน ประมาณ 1500-3500 มิลลิลิตร โดยเฉลี่ยประมาณ  2500-2600 มิลลิลิตร ต่อวัน (Taylor, et. al., 2008 )</div><div><br></div><div>ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณสารน้ำในร่างกาย</div><div>1.  อายุ  ในทารกแรกเกิดจะมีปริมาณสารน้ำทั้งหมดในร่างกายและสารน้ำนอกเซลล์มากกว่าในวัยผู้ใหญ่ </div><div>ส่วนผู้สูงอายุปริมาณสารน้ำทั้งหมดในร่างกายลดลงเหลือ 45%   ประกอบกับการทำงานของไตลดลง   การเจ็บป่วยเรื้อรังจึงมีความเสี่ยงต่อภาวะไม่สมดุลของสารน้ำและอิเลคโทรไลด์ได้ง่าย</div><div>2.  เพศและขนาดของร่างกาย  พบว่าในคนอ้วนจะมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติเนื่องจากเซลล์ไขมันจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบน้อยกว่าเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ  และพบว่าผู้หญิงจะมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าผู้ชายเพราะผู้หญิงมีสัดส่วนของไขมันมากกว่าผู้ชาย</div><div>3.  อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะมีการปรับตัวโดยหลอดเลือดแดงขยายตัว  เลือดมาเลี้ยงบริเวณผิวหนังมากขึ้นทำให้มีการสูญเสียน้ำและอิเลคโทรไลด์  โดยเฉพาะโซเดียมและคลอไรด์เพิ่มขึ้น</div><div><br></div><div>การรักษาสมดุลน้ำ</div><div>ร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบเป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 2ใน3 ของน้ำหนักตัว หรือร้อยละ 65-70 และในภาวะที่ต่างๆกัน ร่างกายมีความต้องการน้ำที่แตกต่างกัน เช่นการกระหายน้ำในขณะที่ร่างกายเสียเหงื่อมาก ร่างกายจะสงวนน้ำไว้</div><div><br></div><div>การปฏิบัติตนในการขับถ่ายให้เป็นปกติ หรือกิจวัตรประจำวัน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์      การขับถ่ายอุจจาระ ไม่ควรให้ร่างกายเกิดอาการท้องผูกเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้</div><div>     การปัสสาวะ  ถือเป็นการขับถ่ายของเสียประการหนึ่ง  ที่ร่างกายเราขับเอาน้ำเสียในร่างกายออกมาหากไม่ขับถ่ายออกมาหรือกลั้นปัสสาวะไว้นานๆ  จะทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไตหรือทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบได้</div><div>     การดื่มน้ำ  การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน  จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้น  การดื่มน้ำและรับประทานทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำจะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ</div><div><br></div><div>                                         อ้างอิง</div><div><br></div><div>มณี  อาภานันทิกุล. (2552). คู่มือปฏิบัติการพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: จุดทอง</div><div><br></div><div>สุปาณี เสนาดิสัย และวรรณา ประไพพานิช. (บรรณาธิการ).(2551). การพยาบาลพื้นฐาน:แนวคิด และการปฏิบัติ.(พิมพ์ครั้งที่ 12).กรุงเทพฯ:โรงพยาบาลรามาธิบดี.</div><div><br></div><div>วรวุฒิ  เจริญศิริ. ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ. สมดุลของน้ำในร่างกาย. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2562 </div><div>เข้าถึงได้จาก http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/uro/1572-2013-08-22-09-45-20.html</div><div><br></div><div>วิรัชชัย   ทอดเสียง. การขับถ่าย. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562 เข้าถึงได้จาก http://www.bwc.ac.th/e-learning/virachai02/diges.htm </div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/403670709/cc27e268f5d476e82770074fa51bc2f3/EAE0EB88_FADE_49A7_ACC1_3B2405EE0782.jpeg" />
         <pubDate>2019-09-08 17:17:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/381331708</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อ.นาฎนภา อารยะศิลปธร</title>
         <author>arayasinlapathon</author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/384501721</link>
         <description><![CDATA[<div>เอกสารประกอบการเรียน บทที่ 7</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/400460071/7cebbb75b7512a373d5423bae8553cdd/________________________7_____________________________.pdf" />
         <pubDate>2019-09-16 07:34:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/384501721</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อ.นาฎนภา อารยะศิลปธร</title>
         <author>arayasinlapathon</author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/384502097</link>
         <description><![CDATA[<div>Power point ประกอบการเรียน บทที่ 7</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/400460071/b75e1b7f4fbefd292a43a181ee796e61/_____7____________________________.ppt" />
         <pubDate>2019-09-16 07:36:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/384502097</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อ.นาฎนภา อารยะศิลปธร</title>
         <author>arayasinlapathon</author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/385016123</link>
         <description><![CDATA[<div>VDO เกี่ยวกับการรักษาสมดุลน้ำ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=Nlc0uTth53w" />
         <pubDate>2019-09-17 00:53:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/385016123</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อ.นาฎนภา อารยะุศิลปธร </title>
         <author>arayasinlapathon</author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/385016589</link>
         <description><![CDATA[<div>VDO เกี่ยวกับ ระบบทางเดินปัสสาวะ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=1NtPjzm1-74" />
         <pubDate>2019-09-17 00:55:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/385016589</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อ.นาฎนภา อารยะศิลปธร</title>
         <author>arayasinlapathon</author>
         <link>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/385017098</link>
         <description><![CDATA[<div>VDO เกี่ยวระบบทางเดินอาหาร ละการขับถ่ายอุจจาระ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/6CoIDScAzog" />
         <pubDate>2019-09-17 00:57:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/arayasinlapathon/Funda26B/wish/385017098</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
