<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>4/5 วิเคราะห์นิราศนรินทร์ by Kanchanok Wutti</title>
      <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือกโคลงสี่สุภาพ 1 บท จากเรื่องนิราศนรินทร์คำโคลง และวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ พร้อมทั้งใส่ภาพประกอบให้สอดคล้องกับโคลงข้างต้น</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-09-16 07:07:41 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-27 08:59:07 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1f352.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>บทที่ ๒</title>
         <author>NingKanchanok</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121275393</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p><sub>อยุธยายศล่มแล้ว&nbsp; &nbsp; &nbsp;ลอยสวรรค์&nbsp; ลงฤๅ<br>สิงหาสน์ปรางรัตน์บรร &nbsp; เจิดหล้า<br>บุญเพรงพระหากสรรค์ &nbsp; ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ<br>บังอบายเบิกฟ้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฝึกฟื้นใจเมือง</sub></p></blockquote><p><br></p><p><mark>ถอดความได้ว่า...กรุงศรีอยุธยาล่มสลายไปแล้ว กลับลอยลงมาจากสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง&nbsp; พระราชอาสน์ พระปรางค์ ประดับประดาด้วยแก้วมณีงามเด่นในโลก เป็นเพราะผลบุญของพระมหากษัตริย์ได้ทรงกระทำไว้แต่เก่าก่อน พระพุทธศาสนาจึงได้เจริญรุ่งเรือง ช่วยปิดทางแห่งความชั่ว เปิดทางสู่ความดี ฟื้นฟูจิตใจราษฎรให้พ้นจากความงมงายในบาปต่างๆ</mark></p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้ปฏิพากษ์&nbsp; การใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือ ขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกัน เพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น เช่น ในบทนี้ใช้คำว่า "ล่ม" กับ "ลอย"  และ "บังอบาย" กับ "เบิกฟ้า" เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>ครูหนิง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1303079113/179807c73e4a33ee1c51d06de29e31f4/image.webp" />
         <pubDate>2024-09-16 08:26:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121275393</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121295855</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า</p><p>จะฝากนางไว้กับฟากฟ้าหรือผืนดินดี เพราะกลัวว่าพระเจ้าแผ่นดินจะมาลอบเชยชมนาง จะฝากนางไว้กับสายลมช่วยพัดพานางบินหนีไปบนฟ้า แต่ก็กลัวลมพัดทำให้ผิวนางมีรอยช้ำ</p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการเล่นเสียงพยัญชนะ ช ในบทนี้คือ ชาย ชัก ช้ำ ซึ่งเพิ่มความรู้สึกบอบช้ำ และ มีการใช้บรรยายโวหารถึงความงามของนาง</p><p><br></p><p>นายปัณณธร ศรีจันทรอารี เลขที่ 7</p><p>นายพิชญุตม์ โชคมิ่งขวัญ เลขที่10</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747200880/bebde416914c6ac038d9cd7621f623c3/IMG_0865.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:41:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121295855</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๓</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121298383</link>
         <description><![CDATA[<p>-เนื้อเรื่อง</p><p>เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น    พันแสง                                       </p><p>รินรสพระธรรมแสดง    ค่ำเช้า     </p><p>เจดีย์ระดะแซง             เสียดยอด  </p><p>ยลยิ่งแสงแก้วเก้า        แก่นหล้าหลากสวรรค์</p><p><br></p><p>-<strong>ถอดความได้ว่า</strong>…ความรุ่งเรืองของศาสนานั้นมีมากไปทั่วยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ ผู้คนได้รับพระธรรมจากการฟังธรรมอยู่เป็นประจำ เจดีย์มากมายได้ถูกสร้างขึ้นสูงตระหง่านฟ้ายอดเจดีย์สวยงามยิ่งกว่าแสงนพเก้า เสมือนเป็นหลักแห่งโลกและเป็นที่มหัศจรรย์แห่งสรวงสวรรค์</p><p><br></p><p><strong>-วิเคราะห์คุณค่าต่างๆ </strong></p><p>มีการใช้โวหารเพื่อเปรียบเทียบ พรรณนาให้เห็นภาพจริง เช่น <strong>ความรุ่งเรืองของศาสนามีมากไปทั่วยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ , เจดีย์มากมายได้ถูกสร้างขึ้นสูงตระหง่านฟ้ายอดเจดีย์สวยงามยิ่งกว่าแสงนพเก้า  </strong></p><p>มีการใช้อุปมาโวหาร เปรียบเทียบ เช่น <strong>ยอดเจดีย์สวยงามยิ่งกว่าแสงนพเก้า เสมือนเป็นหลักแห่งโลกและเป็นที่มหัศจรรย์แห่งสรวงสวรรค์</strong></p><p>ใช้คำสามัญ คือ พันแสง กับแก้วเก้า แทนคำศัพท์ สหัสรังสี และ นพรัตน์ ทั้งนี้พื่อ</p><p>ประโยชน์ในทางสัมผัสอักษร พ้น..พัน และ แก้ว..แก่น</p><p><br></p><p><strong>-ความหมายคำศัพท์น่ารู้</strong></p><p>ไตรรัตน์ = พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์</p><p>พันแสง = สหัสรังสี พระอาทิตย์</p><p>แก้วเก้า = นพรัตน์ คือ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัมโกเมน นิล มุกดา เพทาย ไพฑูรย์</p><p>แก่นหล้า = หลักของโลก</p><p><br></p><p>น.ส.ปุณณภา วรัญญูรัตนะ เลขที่ 24 ม.4/5</p><p>น.ส.ปพิชญา  สารักษ์ เลขที่ 28 ม.4/5</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747181349/4bf6cd77326f020ce5975c070498aacf/IMG_7121.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:43:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121298383</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 45</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121299009</link>
         <description><![CDATA[<p>ชมแขคิดใช่หน้า             นวลนาง</p><p>เดือนดำหนิวงกลาง         ต่ายแต้ม</p><p>พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง  จักเปรียบ ใดเลย</p><p>ขำกว่าแขไขแย้ม             ยิ่งยิ้มอัปสร</p><p><br></p><p><br></p><p>ถอดความได้ว่า เป็นการเปรียบเทีนบของหน้านางกับดวงจันทร์ แต่ดวงจันทร์มีรอยตำหนิเป็นรอยกระต่าย แต่ใบหน้าของน้องนางสวยงามไม่มีตำหนิไม่มีสิ่งใดมาเปรียบเทียบ เพราะใบหน้าของน้องงามกว่าดวงจันทร์ ยิ่งมองยิ่งงามกว่านางฟ้า</p><p><br></p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้สัมผัสพยัญชนะ นวล-นาง, ต่าย-แต้ม, พิมพ์-พักตร์, แข-ไข, ยิ่ง-ยิ้ม </p><p>รสวรรณคดีคือเสาวรสจณี เพื่อบรรยายความรักความคิดถึงจากกวีที่มีต่อนวลนางจาก พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง จักเปรียบใดเลย </p><p>มีอติพจน์การใช้ถ้อยคำกล่าวเกินจริงจาก ชมแขคิดใช่หน้า นวลนาง</p><p><br></p><p>นางสาวธารทอง บุญเสนาะ เลขที่ 19</p><p>นางสาวนิรัชชานันท์ สิงห์ทอง เลขที่ 23</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747180759/b0ac7b3b2fa13fbfb5c42d1b62f00693/IMG_5445.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:43:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121299009</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๑๘</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121305864</link>
         <description><![CDATA[<p>ถึงตระนาวตระหน่ำซ้ำ        สงสาร อรเอย</p><p>จรศึกโศกมานาน               เนิ่นช้า</p><p>เดินดงท่งทางละหาน          หิมเวศ</p><p>สารสั่งทุกหย่อมหญ้า          ย่านน้ำลานาง</p><p><br></p><p>ถอดความได้ว่า   เมื่อมาถึงตะนาวศรียิ่งทวีความสงสารนาง เพราะพี่ต้องจากนางไปทำศึกเป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกิน ขณะเดินทางผ่านท้องทุ่ง ท้องน้ำ ผืนป่า พี่ฝากหญ้าทุกหย่อม ย่านน้ำทุกย่านช่วยลาน้องแทนพี่ด้วย</p><p><br></p><p>คำศัพท์</p><p>ตระนาว - ชื่อเมือง ตะนาวศรี</p><p>ตระหน่ำ - กระหน่ำ ซ้ำเติม</p><p>ท่ง - ทุ่ง</p><p>หิมเวศ - หิมพานต์ ชื่อป่า</p><p><br></p><p>คุณค่าด้านกลวิธีการแต่ง</p><ul><li><p>การเลือกสรรคำที่มีเสียงเสนาะ</p><p>สัมผัส กวีเล่นเรียงสัมผัสทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษรภายในวรรคและระหว่างวรรค เพื่อเพิ่มความไพเราะ</p></li><li><p>สัมผัสสระ - หน่ำ-ซ้ำ   ดง-ท่ง</p></li><li><p>สัมผัสอักษร - ตระนาว-ตระหน่ำ   สง-สาร   อร-เอย  ศึก-โศก  เดิน-ดง  ท่ง-ทาง  สาร-สั่ง  หย่อม-หญ้า</p></li><li><p>สัมผัสระหว่างวรรค - ซ้ำ-สง(สาร)  นาน-เนิ่น  หาน-หิม(เวศ)  หญ้า-ย่าน</p></li></ul><p><br></p><p>น.ส.นภัสวรรณ มาอินทร์ เลขที่ 21 ม.4/5 </p><p>น.ส.นภินทร์พิชญ์ พันธ์คำเกิด เลขที่ 22 ม.4/5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747185197/f58972e2820e4b195f69dd72da7c8081/IMG_0411.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:48:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121305864</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่141</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121306310</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า </p><p>คร่ำครวญถึงความรักของตนเองที่ต้องแยกจากกับคนรักจนเสียงดังสนั่นฟ้าดิน เปรียบเสมือนสารแสดงความเสียใจที่มีให้กับนางอันเป็นที่รัก ให้เก็บเอาไว้อ่านดูต่างหน้าในภายหลัง</p><p><br></p><p>คุณค่า </p><p>กำสรวล แปลว่า โศกเศร้า</p><p>มีการเลือกคำสัมผัสอักษรและสัมผัสสระ </p><p>มีการใช้ภาพพจน์อติพจน์ ซึ่งเป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อให้ได้คุณค่าทางอารมณ์ ในบทที่บอกว่าเสียงดังสนั่นฟ้าดิน</p><p>มีการอุปมาว่าเสียงดังสนั่นแผ่นดินและผืนฟ้าเป็นเหมือนจดหมายที่ใช้บอกถึงความคร่ำครวญต่อคนรักที่อยู่ห่างไกล</p><p>มีการใช้รสวรรณคดี สัลลาปังคพิสัย กล่าวถึงความโศกเศร้าของตน</p><p><br></p><p>น.ส.นรี กิจจารักษ์ เลขที่18 ม.4/5</p><p>น.ส.นรีรัตน์ วงศ์ไพรกรณ์ เลขที่27 ม.4/5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747205701/87d59a80b4567fa2b61ef327f2f0cdec/IMG_9179.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:48:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121306310</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121307136</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ถอดความได้ว่า</strong></p><p><strong>จะฝากนางไว้กับใครดีจะฝากนางไว้กับนางอุมาหรือชายาพระนารายณ์ก็เกรงว่าจะเข้าใกล้ชิดนางพี่คิดจนสามโลกจะล่วงลับไปก็คิดได้ว่าจะฝากนางไว้ในใจตนเองดีกว่าฝากไว้กับคนอื่น</strong></p><p><br></p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้ศัพท์ต่างๆ<br>- อุมา............ชายาพระอิศวร ยังมีอีกหลายชื่อ เช่น มหาเทวี บารพตี (บรรพตี) ทุรคา กาลี เหมวดี พระอุมา นี้มีสองภาค คือ ภาคดีงาม และภาคร้าย ในภาคร้าย เขาทำเป็นรูปหญิงรูปร่างน่ากลัว ลิ้นห้อยออกมาจากปาก มีงูเป็นสังวาล ถือหัวกะโหลกคน ในอินเดียมีเทวสถานพระอุมาดุร้ายมีคนไปบูชากันมาก ว่าศักดิ์สิทธิ์ แต่วิธีบูชานั้นทำกันอย่างน่าอุจาด เช่นเอาเลือดสัตว์หรือคนไปสาดหรือทาที่รูป ในสมัยที่อินเดียเสื่อมโทรมถึงขีดสุดนั้น ถึงกับมีหญิงชายไปร่วมประเวณีกันต่อหน้าเทวรูปพระอุมา ว่าเป็นเหตุให้พระอุมาโปรด<br>- ลักษมี........ ชายาแห่งพระนารายณ์ มีชื่อว่า ศรี อินทิรา โลกมาตา ปัทมา กมลา เป็นเจ้าแม่แห่งความงาม เป็นเทวีแห่งโชคลาภ เทวรูปทำเป็นหญิงมือถือดอกบัว<br>- สวยมภู.......ผู้เกิดเองคือ พระอิศวร เป็นเทพเจ้าสูงสุด มีทั้งดี และ ร้าย เป็นผู้ทำลายและดัดแปลงให้ดีขึ้นรูปพระอิศวรมีจันทร์ครึ่งซีกที่นลาต มีตาวิเศษอยู่บนหน้าผาก หว่างกลางตาทั้งสอง มีกร ๔ กรถืออาวุธ<br>ต่างๆ เช่น ตรีศูล บ่วงบาศ บัณเฑาะว์ ขันทอง สังข์ มีงูเป็นสังวาลย์ มีลูกประคำเป็นกะโหลกผี มีชื่อต่างๆ กันเช่น รุทร มหากาล มหาเทพ มเหศวร มหาโยคี เป็นต้น พาหนะของพระอิศวรคือ โคอุสุภรา<br>- จักรี............ พระนารายณ์ (วิษณุ - พิษณุ) เป็นเทพผู้ดับยุคเข็ญของโลก มีสี่กร ประทับที่ไวกูณฐ์ คือ<br>แผ่นดินทอง วัดโดยรอบได้ สองหมื่นโยชน์ มีวิมานแก้ว บ้างว่าประทับ บรรทมสินธุ์ เหนือ หลัง<br>พญาอนันตนาคราชในเกษียรสมุทร (ทะเลน้ำนม) พาหนะ คือ ครุฑ</p><p><br></p><p>นายจิรทีปต์ รัศมีอัมพร ม.4/5 เลขที่ 2</p><p>นายชินทัน ภักดีชาติ ม.4/5 เลขที่ 3</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747193018/f9a15949d723a58248649b999e2771b0/IMG_0369.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:49:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121307136</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๒๒</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121309456</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>พันเนตรภูวนาถตั้ง             ตาระวัง ใดฮา <br>พักตร์สี่แปดโสตฟัง           อื่นอื้อ <br>กฤษณนิทรเลอหลัง            นาคหลับ ฤาพ่อ <br>สองพิโยคร่ำรื้อ                  เทพท้าวทำเมิน</strong></p><p><br></p><p><strong>ถอดความได้ว่า… </strong></p><p>บาท ๑   พระผู้มีพันตานั้น ตั้งตาคอยระวังใครอยู่<br>บาท ๒   พระผู้มีสี่พักตร์แปดโสต ก็ฟังแต่เรื่องอื่นๆอยู่<br>บาท ๓   พระนารายณ์ ก็บรรทมหลับเหนือพระยานาคหรืออย่างไร<br>บาท ๔   ท่านเหล่านั้นจึงได้เมินเฉยต่อความโศกเศร้า ร่ำร้องของเราทั้งสอง</p><p><br></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>มีการใช้คำไวพจน์ คือ พันเนตร-พระอินทร์ , พักตร์สี่แปดโสต-พระพรหม , กฤษณ-พระนารายณ์ </p><p>มีการใช้สัมผัสพยัญชนะ เช่น อื่น-อื้อ , เทพ-ท้าว</p><p>มีการใช้รสวรรณคดีคือศัลลาปังพิสัย ความว่า น้องและพี่กำลังโศกเศร้าคร่ำครวญถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดท่านทั้งหลายจึงไม่สนใจเลย</p><p><br></p><p>นางสาวชิดชนก ฝึกฝนจิตต์ เลขที่ 26</p><p>นางสาวพิชามญธุ์ ประทุมราช เลขที่ 29</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747181330/cef67ec587a653a04c2c6506cbc8633a/IMG_0592.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:51:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121309456</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121310224</link>
         <description><![CDATA[<p>จากมามาลิ่วล้ำ ลำบาง</p><p>บางยี่เรือราพลาง พี่พร้อง</p><p>เรือแผงช่วยพานาง เมียงม่าน มานา</p><p>บางบ่รับคำคล้อง คล่าวน้ำตาคลอ</p><p><br></p><p>ถอดความ</p><p>ล่องเรือมาตามลำคลองไกลออกไปจนถึงตำบลบางยี่เรือ พี่อยากจะฝากให้เรือช่วยพานางแอบหลังม่านมาด้วย แต่ไม่มีเรือลำไหนตอบรับ พี่จึงต้องมานั่งร้องน้ำตาไหลคลอ </p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><ul><li><p>การใช้บุคคลวัต - ใช้การสมมติสิ่งต่างๆที่ไม่ใช่มนุษย์ให้มีกริยา อาการ ความรู้สึกเหมือนมนุษย์</p></li></ul><ul><li><p>การใช้คำซ้ำ</p></li><li><p>การเล่นเสียงพยัญชนะ ม (เมี่ยงม่าน มา) และ ค (คำคล้อง คล่าว คลอ)</p><p><br></p><p>นางสาวกวิสรา ตรีผล เลขที่ 20 </p><p>นางสาวพิมพ์ชนก สหพัฒนา เลขที่ 25</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747186801/bd524617370e2978d11b3fd92d6dc1d3/__________JPEG.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:51:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121310224</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121310649</link>
         <description><![CDATA[<p><em><sub>โบสถ์ระเบียงมรฑปพื้น  ไพหาร</sub></em></p><p><em><sub>ธรรมาสน์ศาลาลาน  พระแผ้ว</sub></em></p><p><em><sub>หอไตรระฆังขาน  ภายค่ำ</sub></em></p><p><em><sub>ไขประทีปโคมแก้ว  ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์</sub></em></p><p><br></p><p><mark>ถอดความได้ว่า...โบสถ์ มณฑป พื้นวิหาร ธรรมาสน์ ศาลา ลานวัด หอไตร เสียงระฆังยามพลบค่ำ และแสงตะเกียงจากโคมแก้วนั้นสามารถบดบังได้แม้กระทั่งดวงจันทร์</mark></p><p> </p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>คุณค่าด้านสังคม</p><p>มีการแสดงให้เห็นถึงสิ่งต่างๆภายในวัด ได้แก่ โบสถ์ ระเบียงวัด มณฑป ซึ่งหมายถึงยอดหลังคาซึ่งเป็นทรงแหลม พื้นวิหาร ธรรมาสน์ คือที่สำหรับพระภิกษุไว้ใช้เวลาแสดงธรรม ศาลาวัด ลานวัด หอไตร คือหอสำหรับเก็บพระไตรปิฎก ระฆังภายในหอระฆัง และการใช้โคมไฟของคน</p><p>สมัยก่อน</p><p><br></p><p>นายขจรศักดิ์ นวชิระ เลขที่ 15</p><p>นายทิวากร ขวัญแก้ว เลขที่ 16</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747192254/252eb84a69ccf655ce97ef5ebd0a7448/1200px_Thailand___Flickr___Jarvis_27.jpg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:52:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121310649</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121314740</link>
         <description><![CDATA[<p><em><sub>๏ จำใจจากแม่เปลื้อง   ปลิดอก อรเอย</sub></em></p><p><em><sub>เยียวว่าแดเดียวยก       แยกได้</sub></em></p><p><em><sub>สองซีกแล่งทรวงตก      แตกภาค ออกแม่</sub></em></p><p><em><sub>ภาคพี่ไปหนึ่งไว้            แนบเนื้อนวลถนอม</sub></em></p><p><br/></p><p>ถอดคำประพันธ์</p><p>เมื่อจำต้องจากนางอันเป็นที่รักไปด้วยความอาลัยเหมือนกับต้องปลิดหัวใจของตนออกไปกับนาง ถ้าหากว่าดวงใจสามารถแบ่งออกได้ก็จะผ่าออกป็นสองซีก ซีกหนึ่งจะเก็บไว้กับตนเอง แต่อีกซีกหนึ่งจะมอบให้นางรักษาไว้</p><p><br/></p><p>วิเคราะคุณค่า</p><p>มีการใช้คำที่ไพเราะสวยงามเข้ากับเนื้อเรื่อง ณ ตอนนั้น ซึ่งมีการเล่นพยัญชนะที่ซ้ำกัน เช่น “จำใจจาก” และ “แนบเนื้อนวล” และก็แสดงให้เห็นถึงการแต่งนิราศในอดีตที่ส่วนใหญ่จะแต่งถึงนางอันเป็นที่รัก โดยอธิบายโดยละเอียดถึงรายละเอียดนั้น.</p><p><br/></p><p>นายวชิรวิชญ์ นุกูลกิจ ม.4/5 เลขที่11</p><p>นายเอื้อการย์ ธรรมสุวรรณ ม.4/5 เลขที่14</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747181131/9ac72019496f41efdb39457478c23378/0C6E7DC2_3F76_4C48_AD0F_5FD2EA575D72.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:55:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121314740</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๓๙</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121318254</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p><em>   <sup>เอียงอกเทออกอ้าง    อวดองค์ อรเอย</sup></em></p><p><em><sup>เมรุชุบสมุทรดินลง       เลขแต้ม</sup></em></p><p><em><sup>อากาศจักจารผจง        จารึก พอฤๅ</sup></em></p><p><em><sup>โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม   อยู่ร้อนฤๅเห็น</sup></em></p></blockquote><p><br></p><p><strong>ถอดความได้ว่า</strong></p><p>พี่อยากเอียงอกเทความรู้สึกของพี่ที่มีต่อน้องออกมาจนหมดสิ้น ถึงแม้จะใช้เขาพระสุเมรุเป็นปากกาจุ่มน้ำในมหาสมุทร เอาแผ่นดินละลายเป็นน้ำหมึก และใช้อากาศแทนกระดาษ ก็ยังมิอาจจารึกความรักความอาลัยที่พี่มีต่อน้องไว้ได้ทั้งหมด อีกทั้งยังรำพึงว่านางผู้งามดุจลงมาจากฟากฟ้า คงไม่อาจเห็นว่าพี่นั้นรุ่มร้อนเพียงใดที่ต้องจากน้องไป</p><p><br></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>มีการใช้วรรณศิลป์ คือ การเล่นเสียงพยัญชนะ “อ” จากข้อความที่ว่า“ เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย” ทำให้บทกวีนั้นมีความไพเราะ และคล้อยตามกันมากยิ่งขึ้น อัดทั้งยังมีการใช้โวหารภาพพจน์ อติพจน์ คือการกล่าวเกินจริง เพื่อคุณค่าทางอารมณ์เป็นสำคัญ ที่ว่า “ถึงแม้จะใช้เขาพระสุเมรุเป็นปากกาจุ่มน้ำในมหาสมุทร เอาแผ่นดินละลายเป็นน้ำหมึก และใช้อากาศแทนกระดาษ ก็ยังไม่สามารถพรรณนาความรู้สึกออกมาได้ทั้งหมด“ ซึ่งลักณณะของการกล่าวเกินจริง</p><p>นายภัทรภณ เจริญศิลป์ ม.4/5 เลขที่ 17</p><p>น.ส.พิมพิศา แห้วเพ็ชร ม.4/5 เลขที่ 30</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747273564/8db29c3da1f201fcc7df87e27f86143c/IMG_4650.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:58:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121318254</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 138</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121321188</link>
         <description><![CDATA[<p>    ลมพัดคือพิษต้อง         ตากทรวง</p><p>หนาวอกรุมในดวง            จิตช้ำ</p><p>โฉมแม่พิมลพวง               มาเลศ กูเอย</p><p>มือแม่วีเดียวล้ำ                ยิ่งล้ำลมพาน</p><p><br/></p><p>ถอดความ:</p><p>ยามเมื่ลมพัดมาถูกตัวเหมือนพี่ถูกพิษบาดหัวใจ ถูกลมหนาวก็หนาวเพียงกาย แต่ในใจเต็มไปด้วยความชอกช้ำร้อนรุ่มด้วยพิษรัก ขอเพียงงมาพัดให้พี่แม้เพียงครั้งเดียวก็จะทำให้พี่หายจากความร้อนเร่า ดียิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่าน</p><p><br/></p><p>คำศัพท์:</p><p>รุม = ร้อน</p><p>พิมล = ปราศจากมลทิน</p><p>พวงมาเลศ = พวงดอกไม้ = นางอันเป็นที่รัก</p><p><br/></p><p>คุณค่าด้านกลวิธีการแต่ง:</p><p>ใช้การเปรียบเทียบให้เห็นภาพและมีอรรถรสร่วม คือ การกล่าวว่าถึงลมจะพัดใส่ทรวงอกมากแค่ไหน ก็ไม่อาจทำให้ใจอันร้อนรุ่มหายคิดถึงนางอันเป็นที่รักได้</p><p><br/></p><p>นายพิชญะ พรหมศิริ ม.4/5 เลขที่ 9</p><p>นายวสันต์พรรษ รัตนพลาไชย ม.4/5 เลขที่ 13</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747180826/dde857680f2f40479f9cd76dd926c386/FB_IMG_1726476394281.jpg" />
         <pubDate>2024-09-16 09:00:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121321188</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๑๓๔</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121787648</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p>นทสี่สมุทรม้วย หมดสาย</p><p>ติมิงคลมังกรนาคผาย ผาดส้อน</p><p>หยาดเหมพิรุณหาย เหือดโลก แล้งแม่</p><p>แรมราคแสนร้อยร้อน ฤเถ้าเรียมทน</p></blockquote><p>•<strong>ถอดความได้ว่า…</strong></p><p>แม้มหาสมุทรทั้ง4ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุจะเหือดแห้งไป จนทำให้ปลาติมงคล์ มังกรและนาคต้องหาที่ซ่อนด้วยความรวดเร็ว รวมหยาดน้ำฝนก็ไม่ตกเลยแม้แต่เม็ดเดียว จนโลกแห้งแล้ง แดดก็ร้อนแต่ยังไม่ทรมานเท่าการที่ต้องจากกับน้อง</p><p><br></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>มีการใช้สัมผัสอักษรภายในวรรค เพื่อความไพเราะ เช่น หยาด-เหม ร้อย-ร้อน และยังมีการเปรียบเทียบความรักกับสิ่งต่างๆในบททนี้ และการใช้คำที่ถ่ายทอดอารณ์ความรู้สึกให้กับผู้อ่านได้รับรู้ถึงความรักและคิดถึงที่มีต่อนางอันเป็นที่รัก</p><var>
</var><p>นายปภาวิน มาสกุล เลขที่ 5</p><p>นายพงศพัศ โสทรอุดมทรัพย์ เลขที่ 8</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2748645912/0b9f6bca239110ef9d3cae015cb46209/IMG_9776.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 14:05:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3121787648</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3122680985</link>
         <description><![CDATA[<p>๗. รอยบุญเราร่วมพ้อง......พบกัน</p><p>บาปแบ่งสองทำทัน...........เท่าสร้าง</p><p>เพรงพรากสัตว์จำผัน.........พลัดคู่ เขาฤา</p><p>บุญร่วมบาปจำร้าง............นุชร้างเรียมไกล</p><p><br/></p><p>ถอดความ....</p><p>ชะรอยว่าในชาติเก่าเราได้ทำบุญและบาปมาด้วยกัน บุญจึงชักนำให้เราได้มาเป็นคู่กัน แล้วบาปที่เราทำได้ตามมาทัน จึงทำให้เราต้องพลัดพรากกัน แต่ก่อนเราคงจะได้ทำสัตว์ให้พลัดคู่กัน ชาตินี้จึงได้เป็นดังนี้ บุญนำให้เรามาร่วมกันฉันใด บาปที่เราร่วมทำกันมาก็ทำให้น้องและพี่จำต้องร้างกันไปไกล ฉันนั้น</p><p><br/></p><p>นาย ปัณฑา สุขแสนสำราญ เลขที่ 6 ม.4/5</p><p><br/></p><p>ศัพท์....</p><p>- รอย............ ชะรอย กวีมักตัดพยางค์หน้าออก เช่น</p><p>.....................อภิรมย์ – ภิรมย์</p><p>.....................อดิเรก – ดิเรก</p><p>.....................อนุช – นุช</p><p>- เพรง.......... ก่อน แต่ก่อน</p><p>- อนุช........... อนุ-ช ผู้เกิดทีหลัง น้อง แล้วความหมายเปลี่ยนเป็นผู้หญิง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2751342411/d68960c4891c9d87c7a50a4d213191d3/pair_2028068_960_720.jpg" />
         <pubDate>2024-09-17 01:56:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3122680985</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 37</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3122732252</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>๓๗. บ้านบ่อน้ำบกแห้ง......ไป่เห็น <br>บ่อเนตรคงขังเป็น.............เลือดไล้ <br>อ้าโฉมแม่แบบเบญ...........จลักษณ์ เรียมเอย <br>มาซับอัสสุชลให้...............พี่แล้วจักลา</strong><br><br>บทนี้เชิงเปรียบเทียบ (บาท๑ - ๒) ดีมาก<br>บาท ๑....ถึงตำบลบ้านบ่อ แต่บนบกนั้นน้ำแห้ง<br>บาท ๒....(แต่) บ่อในตานั้นมีน้ำ (ตา) ขังเป็นสายเลือด<br><br>ศัพท์.... <br>- เบญจลักษณ์...ความงาม ๕ อย่าง ตามนิยมในวรรณคดี คือ ฟันงาม ผมงาม ผิวงาม วัยงาม เหงือกงาม แต่จะงามอย่างไรแล้วแต่ความนิยม และ ความที่กวีจะคิด เช่น ฟันงามก็ต้องดำ (เจ้างามทนต์กลนิลเจียรไน) <br>ผมงามก็ดำอย่างปีกแมลงทับ ผิวงามก็ดังทาทอง วัยงามนั้นว่า แลดูเป็นสาวสวยอยู่เสมอ เหงือกงาม<br>นั้นว่า ต้องสีแดง<br>- อัสสุชล....... น้ำตา อัสสุ คำเดียวก็แปลว่า น้ำตาอยู่แล้ว แต่มาเพิ่มชล (น้ำ) เข้าไปอีก การใช้คำซ้ำดังนี้ ทางกาพย์กลอนไม่ถือว่าบกพร่องในการแต่ง</p><p>นายธนสิษฐ์ ภุมรากูล เลขที่ 4 ม.4/5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2751465765/49f6c01722e941b0b2e9a8100b308a14/IMG_1730.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-17 02:36:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3122732252</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 41</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3130648890</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดคำประพันธ์</p><p>-เห็นต้นจากและต้นระกําจึงทําให้คิดไปว่า เวรกรรม ใดที่ทําให้เราต้องจากกัน แต่การจากกันในวันนี้ จะต้องได้พบกันอีกภายหน้า</p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>-มีการเล่นคำ..กรรม - (ระ) กำ<br>นายนรินทร์ เห็นต้นจาก กับต้นระกำ ขึ้นปนกันอยู่เห็น ต้นจาก ก็นึกถึงการที่จากมา เห็นต้นระกำก็นึกถึง กรรม อนึ่ง คำว่า ระกำ ยังแปลว่า ช้ำใจ ตรอมใจ ได้อีกด้วย บาท ๔... เราจากกันแต่เพียงครั้งนี้ดอก ต่อไปภายหน้าเรา (พี่และน้อง) คงได้กลับมาร่วมกัน</p><p><br></p><p><strong>นายรัฐภูมิ ภูสีฤทธิ์ ม.4/5 เลขที่ 1</strong><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://pixabay.com/get/g48cf0ea1595f3ce57f33b79d6d68117239ae1faf214bf70ea124d7cde522baeff7913201d85519d5964ecd4946f58b87.jpg" />
         <pubDate>2024-09-21 07:06:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3130648890</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3142118625</link>
         <description><![CDATA[<p>ศรีสิทธิ์พิศาลภพ&nbsp;&nbsp; เลอหล้าลบล่มสวรรค์<br>จรรโลงโลกกว่ากว้าง&nbsp;&nbsp; แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ<br>ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า&nbsp;&nbsp; แจกแสงจ้าเจิดจันทร์<br>เพียงรพิพรรณผ่องด้าว&nbsp;&nbsp; ขุนหาญห้าวแหนบาท<br>สระทุกข์ราษฎร์รอนเสี้ยน&nbsp;&nbsp; ส่ายเศิกเหลี้ยนล่งหล้า<br>ราญราบหน้าเภริน&nbsp;&nbsp; เข็ญข่าวยินยอบตัว<br>ควบค้อมหัวไหว้ละล้าว&nbsp;&nbsp; ทุกไทน้าวมาลย์น้อม<br>ขอออกอ้อมมาอ่อน&nbsp;&nbsp; ผ่อนแผ่นดินให้ผาย<br>ขยายแผ่นฟ้าให้แผ้ว&nbsp;&nbsp; เลี้ยงทแกล้วให้กล้า<br>พระยศไท้เทิดฟ้า&nbsp;&nbsp; เฟื่องฟุ้งทศธรรม&nbsp; ท่านแฮ</p><p><br></p><p><br></p><p>ถอดความได้ว่า ขอความดีงามจงบังเกิดแก่แผ่นดินอันกว้างใหญ่ และประเสริฐยิ่งกว่าดินแดนในโลก จนอาจข่มสวรรค์แผ่นดินนั้นเปรียบดังเมืองสวรรค์ ณ ยอดเขาพระสุเมรุ และเป็นที่ค้ำจุนโลกอันกว้างใหญ่ แผ่นดินที่กล่าวถึงนี้คือกรุงศรีอยุธยาอันเรืองรุ่งโรจน์จับฟ้า และความสว่างรุ่งเรืองนั้นแจ้มแจ้งยิ่งกว่าแสงเดือน จะเปรียบได้ก็กับแสงตะวัน พระนครศรีอยุธยามีเสนาอำมาตย์คอยพิทักษ์รักษาพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงขจัดความทุกข์ของประชาราษฎร และทำลายข้าศึกให้สิ้นไป จนตลอดโลกก็ราบคาบเรียงดังหน้ากลอง บรรดาศัตรูเสี้ยนหนามเพียงได้ยินชื่อกรุงศรีอยุธยาก็พากันน้อมตัวกราบไหว้อยู่กันไสว เพราะความยำเกรงบรรดาเจ้าเมืองต่างๆก็ส่งดอกไม้เครื่องราชบรรณการมาถวายแด่พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาอันพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยานั้นได้ทรงขยายพระราชอาณาเขตให้กว้างขวางออกไป ทรงจัดให้บ้านเมืองมีความสุขสงบราบคาบ พระองค์ก็ทรงทำนุบำรุงบรรดาทวย</p><p><br></p><p>นายวราพันธุ์ รัตนเชิดชูวงศ์ เลขที่ 12</p>]]></description>
         <enclosure url="https://get.pxhere.com/photo/architecture-city-cityscape-vacation-evening-red-religion-thailand-crafts-faith-town-square-bangkok-respect-prosperity-thailand-temple-the-symbol-giant-swing-sport-venue-563484.jpg" />
         <pubDate>2024-09-27 08:55:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/s1c1d5w06jnew293/wish/3142118625</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
