<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การแบ่งเซลล์ (Cell division) by waiyuda headloh</title>
      <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01</link>
      <description>ครูป้าไวยุ์</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-08-26 03:47:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-06 06:14:29 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f98b.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697575024</link>
         <description><![CDATA[<h1>การเติบโตของสิ่งมีชีวิต การขยายพันธุ์ ล้วนเกิดขึ้นจากการเพิ่มจำนวนของหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต มันเกิดขึ้นในระดับที่เล็กที่สุด นั่นคือ เซลล์ และการแบ่งเซลล์ก็เกิดขึ้นตลอดเวลานับตั้งแต่ครั้งเซลล์ตัวอ่อนปฏิสนธิ ไปจวบจนกระทั่งตาย หากเปรียบเทียบกับคนซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม การแบ่งเซลล์ทำให้ตัวอ่อนในท้องแม่เติบโตจนคลอดออกมาเป็นทารก เติบโตไปสู่วัยเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ จวบจนแก่ก็ยังมีการแบ่งเซลล์เกิดขึ้น และจะหยุดลงเมื่อเสียชีวิต</h1><div><br>การแบ่งเซลล์ (Cell Division) คือ การเพิ่มจำนวนของเซลล์ (cell) ในสิ่งมีชีวิต เพื่อการเจริญเติบโตและรักษา ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ รวมถึงสร้างเซลล์สืบพันธุ์ที่คงไว้ซึ่งสารพันธุกรรม ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะและการแสดงออกที่เป็นเอกลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/c0094d19cc304f55ceb554066e730eb6/2.png" />
         <pubDate>2021-08-26 03:26:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697575024</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697666139</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ระบุชนิดของการแบ่งเซลล์และบอกความสำคัญของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซีสและไมโอซีส<br>2. อธิบายความหมายของฮอมอโลกัสโครโมโซม เซลล์ดิพลอยด์ เซลล์แฮพลอยด์<br>3. อธิบายวัฎจักรเซลล์<br>4. อธิบายการเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสในการแบ่งเซลล์แบบไมโทซีส<br>5. อธิบายการเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสในการแบ่งเซลล์แบบไมโอซีส<br>6. อธิบายและเปรียบเทียบเซลล์ที่ได้จากการแบ่งแบบไมโทซีสและแบบไมโอซีส<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/2a949ea72de6f5cf850225c68576182f/___.png" />
         <pubDate>2021-08-26 04:09:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697666139</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครโมโซม (Chromosome) </title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697694672</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โครโมโซม (chromosome)</strong>&nbsp;<br>- เป็นที่อยู่ของหน่วยพันธุกรรม (gene) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น ลักษณะของเส้นผม สีของตา หมู่เลือด สีผิว ความสูง ฯลฯ<br>- เป็นโครงสร้างที่อยู่ในนิวเคลียส พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์<br>- ขณะที่เซลล์ไม่แบ่งตัวจะไม่เห็นโครโมโซม เนื่องจากโครโมโซมอยู่ในลักษณะเป็นเส้นใยเล็ก ๆ สานกันเป็นร่างแหอยู่ในนิวเคลียส ซึ่งเส้นใยนี้เรียกว่า โครมทิน (Chromatin)<br>- โครมาทิน คือ สายของ DNA ที่พันรอบโปรตีนฮีสโทน (histone) ทำให้รูปร่างโครมาทินคล้ายลูกปัด ที่เรียงต่อ ๆ กัน มี DNA พันรอบลูกปัดนั้น<br>- เมื่อเซลล์มีการแบ่งตัว โครมาตินจะขดตัวสั้นเข้า และ หนาขึ้น จนมีลักษณะเป็นแท่ง เรียกว่า โครโมโซม&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/TJfPbtXmngs" />
         <pubDate>2021-08-26 04:25:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697694672</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของโครโมโซม (chromosome) </title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697694844</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ลักษณะของโครโมโซม (chromosome) </strong><br>- โครมาทิน มีลักษณะเป็นเส้นใย กระจายอยู่ในนิวเคลียส เมื่อจะมีการแบ่งเซลล์ก็จะมีการจำลองโครมาทิดขึ้นมาอีก 1 แท่งที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ และเริ่มหดสั้นเห็นเป็นแท่งโครโมโซม<br>- โครโมโซม ประกอบด้วย 2 โครมาทิด (chromatid) ยึดติดกันตรงเซนโทรเมียร์ (centromere) ส่วนของโครโมโซมที่ยื่นออกไปจากเซนโทรเมียร์ เรียกว่า แขน (arm)<br><br>ในช่วงระยะเวลาของการแบ่งเซลล์ ภายในนิวเคลียสจะเกิดการจำลองตัวของดีเอ็นเอ (DNA Replication) ทำให้สายดีเอ็นเอเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 2 เท่า ก่อให้เกิดโครโมโซม หรือคู่โครโมโซมที่ประกอบไปด้วยโครมาทิน 2 แท่ง หรือที่เรียกกันว่า “ซิสเทอร์โครมาทิด” (Sister Chromatid) ซึ่งถูกเชื่อมติดกันไว้ตรงบริเวณรอยคอดที่เรียกว่า “เซนโทรเมียร์” (Centromere) เซนโทรเมียนั้น ทำให้เกิดการแบ่งแขนของโครโมโซมออกเป็น 2 ส่วน คือ แขนข้างสั้น (Short arm) และแขนข้างยาว (Long arm) โดยแขนของโครโมโซมจะเป็นตำแหน่งที่อยู่ของยีนต่างๆ ในขณะที่ส่วนปลายของโครโมโซม หรือ “เทโลเมียร์” (Telomere) มีหน้าที่ช่วยป้องกันดีเอ็นเอจากการถูกทำลาย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/e1381b28f0acc1e1b889aa9ece401f05/chromosome2.jpg" />
         <pubDate>2021-08-26 04:25:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1697694844</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รูปร่างของโครโมโซม (Chromosome shape)</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1698540551</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>โครโมโซมถูกแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ</strong> จากรูปร่างหรือตำแหน่งของเซนโทรเมียร์ ได้แก่<br><strong>1. เมทาเซนทริก (Metacentric)</strong> เมื่อตำแหน่งของเซนโทรเมียร์อยู่บริเวณกึ่งกลาง ส่งผลให้แขนทั้ง 2 ข้างของโครโมโซมมีความยาวใกล้เคียงกัน<br><strong>2. ซับเมทาเซนทริก (Submetacentric)</strong> เมื่อตำแหน่งของเซนโทรเมียร์อยู่เลยไปด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้โครโมโซมมีแขนข้างสั้นและแขนข้างยาว <br><strong>3. อะโครเซนทริก หรือ ซับเทโลเซนทริก (Acrocentric/Subtelocentric)</strong> เมื่อเซนโทรเมียร์อยู่เกือบปลายสุดของโครโมโซม ส่งผลให้แขนข้างสั้นมีขนาดสั้นมาก ขณะที่แขนข้างยาวมีความยาวมากกว่าปกติ<br><strong>4. เทโลเซนทริก (Telocentric)</strong> เมื่อตำแหน่งเซนโทรเมียร์อยู่ปลายสุดของโครโมโซม ส่งผลให้โครโมโซมมีแขนข้างยาวเพียงอย่างเดียว</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/7927ccacae39f6e87932ce8a2d6979c8/chromosome3.png" />
         <pubDate>2021-08-26 14:13:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1698540551</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครโมโซมของมนุษย์</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1698557849</link>
         <description><![CDATA[<div>การนำโครโมโซมขนาดต่างๆ มาเรียงกัน เรียกว่า แครีโอไทป์ (Karyotype) โดยจำแนกตามลักษณะ ขนาด และตำแหน่งของเซนโทรเมียร์&nbsp;<br>โครโมโซมในเซลล์ร่างกายของคนมี 46 แท่ง (23 คู่) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. โครโมโซมควบคุมลักษณะร่างกาย (autosome) มีจ านวน 22 คู่ (คู่ที่ 1 – 22) เหมือนกัน ทั้งเพศหญิงและชาย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. โครโมโซมเพศ (sex chromosome) จ านวน 1 คู่ ในเพศหญิงจะเป็น XX ส่วนเพศชายเป็น XY โดยโครโมโซม Y จะมีขนาดเล็กกว่าโครโมโซม X&nbsp;<br>&nbsp;ดังนั้น ผู้หญิงจะมีโครโมโซม 44 + XX แท่ง ส่วนผู้ชายจะมีโครโมโซม 44 + XY แท่ง&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/ebf699ea3167452b4aa834d6ac1d7c15/image.png" />
         <pubDate>2021-08-26 14:21:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1698557849</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การแบ่งเซลล์ (Cell Division)</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1698568639</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;การแบ่งเซลล์มี 2 ขั้นตอน คือ&nbsp;<br>1. การแบ่งนิวเคลียส (karyokinesis) มี 2 แบบ คือ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; 1.1 การแบ่งแบบไมโทซิส (mitosis)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; 1.2 การแบ่งแบบไมโอซิส ( meiosis)&nbsp;<br>2. การแบ่งไซโทพลาซึม (cytokinesis) มี 2 แบบ คือ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; 2.1 แบบที่เยื่อหุ้มเซลล์คอดกิ่วจาก 2 ข้าง เข้าใจกลางเซลล์ เรียกว่าแบบ furrow type ซึ่งพบในเซลล์สัตว์&nbsp;<br>    2.2 แบบที่มีการสร้างเซลล์เพลท (cell plate) มาก่อตัวบริเวณกึ่งกลางเซลล์ขยาย ไป 2 ข้างของเซลล์ เรียกว่าแบบ cell plate type ซึ่งพบในเซลล์พืช&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1306263186/c7b37f859af4be4ae076ef37a358f9fb/22.png" />
         <pubDate>2021-08-26 14:26:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1698568639</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วีดิโอ โครโมโซม</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1701781357</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ลักษณะของโครโมโซม</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในภาวะปกติเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์จะเห็นโครโมโซมมีลักษณะคล้ายเส้นด้ายบาง ๆ เรียกว่า “โครมาติน(chromatin) ” ขดตัวอยู่ในนิวเคลียส เมื่อเซลล์เริ่มแบ่งตัว เส้นโครมาตินจะหดตัวสั้นเข้ามีลักษณะเป็นแท่ง จึงเรียกว่า “โครโมโซม” แต่ละโครโมโซมประกอบด้วยแขนสองข้างที่เรียกว่า “โครมาทิด (chromatid) ” ซึ่งแขนทั้งสองข้างจะมีจุดเชื่อมกัน เรียกว่า “เซนโทรเมียร์ ( centromere)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โครโมโซมเป็นโครงสร้างที่อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ ในขณะที่เซลล์ไม่แบ่งตัว โครโมโซมจะยืดยาวออกคล้ายเส้นใยเล็ก ๆ สานกันอยู่ในนิวเคลียส เมื่อมีการแบ่งเซลล์จะมีการแบ่งโครโมโซม โดยโครโมโซมจะจำลองตัวเองขึ้นมา เป็นเส้นคู่ที่เหมือนกันทุกประการ แล้วค่อย ๆ ขดตัวสั้นเข้า โครโมโซมจะโตมาก การศึกษาโครโมโซมจึงต้องศึกษาในระยะแบ่งเซลล์ ถ้ามีเทคนิคในการเตรียมที่ดี ก็จะสามารถมองเห็นรูปร่างลักษณะ ของโครโมโซมจากกล้องจุลทรรศน์ และอาจนับจำนวนโครโมโซมได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โครโมโซม เป็นโครงสร้างที่อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ ในขณะที่เซลล์ไม่แบ่งตัวหรืออยู่ในระยะอินเตอร์เฟต(interphase) เราจะไม่เห็นโครโมโซมเนื่องจากโครโมโซมอยู่ในลักษณะเป็นเส้นใยเล็ก ๆ สานกันอยู่ในนิวเคลียส เส้นใยนี้เรียกว่า โครมาทิน (Chromatin) แต่เมื่อเซลล์จะแบ่งตัวโครมาทินแต่ละเส้นจะแบ่งจาก 1 เป็น 2 เส้น แล้วขดตัวสั้นเข้า และหนาขึ้นจนมองเห็นเป็นแท่งในระยะโพรเฟส และ เมทาเฟส และเรียกชื่อใหม่ว่า โครโมโซม ทำให้เรามองเห็นรูปร่างลักษณะและจำนวนโครโมโซมได้ โครโมโซมที่เห็นได้ชัดในระยะเมทาเฟต ประกอบด้วย โครมาทิด 2 อัน ยึดติดกันตรงเซนโทรเมียร์ ส่วนของโครโมโซมที่ยื่นออกไปจากเซนโทรเมียร์ เรียกว่า แขน อันสั้นเรียกว่า แขนสั้น อันยาวเรียกว่า แขนยาว ในโครโมโซมบางอัน มีเนื้อโครโมโซมเล็ก ๆ ยึดติดกับส่วนใหญ่โดยเส้นเล็ก ๆ เรียกว่า เนื้อโครโมโซมเล็ก ๆ นั้นว่า stellite และเส้นโครโมโซมเล็ก ๆ นั้น เรียกว่า secondary constriction<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โครมาทิน เป็นสารนิวคลีโอโปรตีน ซึ่งก็คือ DNA สายยาวสายเดียวที่พันรอบโปรตีนที่ชื่อ ฮีสโทน (histone) เอาไว้ ทำให้รูปร่างโครมาทินคล้ายลูกปัดที่เรียงต่อ ๆ กัน แล้วมี DNA พันรอบลูกปัดนั้น ในเซลล์ทั่ว ๆ ไป เมื่อย้อมสีเซลล์ ส่วนของโครมาทินจะติดสีได้ดีและมองดูคล้ายตาข่ายละเอียดๆ จึงเห็นนิวเคลียสชัดเจน<br><br>แต่ละโครโมโซมประกอบด้วย 2 โครมาทิด ที่เหมือนกัน ซึ่งเกิดจากการที่โครโมโซมจำลองตัวเองในระยะอินเตอร์เฟส (Interphase) เพื่อจะแยกออกจากกันในระยะแอนาเฟส anaphase ของการแบ่งเซลล์ โครมาทิดทั้งสองจะติดกันอยู่ตรงส่วนที่เรียกว่า <mark>เซนโทรเมียร์ (Centromere)</mark> รวมเรียกเซนโทรเมียร์แบ่งเป็น 2 ส่วน แต่ละโครมาทินก็เรียกว่าโครโมโซม นั่นคือ 1 โครโมโซม มี 1 เซนโทรเมียร์ โครโมโซม ของเซลล์ร่างกายจะอยู่กันเป็นคู่ ๆ แต่ละคู่เรียกว่า <mark>โฮโมโลกัสโครโมโซม (Homologous Chromosome)</mark><br><br>การนำโครโมโซมขนาดต่าง ๆ มาเรียงกันกันเรียกว่า แครีโอไทป์ (Karyotype) โดยจำแนกตามลักษณะ ขนาด และตำแหน่งของเซนโทรเมียร์อาจจะอยู่ตรงกลาง ค่อนไปทางปลาย หรือ ปลายโครโมโซม จึงแบ่งลักษณะโครโมโซมเป็นแบบต่าง ๆ ได้ดังนี้<br><mark>- Metacentric เมตาเซนตริก</mark> เป็นโครโมโซมที่มีแขนยื่น 2 ข้างออกจากเซนโทรเมียร์เท่ากันหรือเกือบเท่ากัน<br><mark>- Submetacentric ซับเมตาเซนตริก</mark> เป็นโครโมโซมที่มีแขนยื่นออกมา 2 ข้างจากเซนโทรเมียร์ไม่เท่ากัน<br><mark>- Acrocentric อะโครเซนตริก </mark>เป็นโครโมโซมที่มีลักษณะเป็นแท่ง โดยมีเซนโทรเมียร์อยู่ใกล้กับปลายข้างใดข้างหนึ่ง จึงเห็นส่วนเล็ก ๆ ยื่นออกจากเซนโทรเมียร์<br><mark>- Telocentric เทโลเซนตริก</mark> เป็นโครโมโซมที่มีลักษณะเป็นแท่ง โดยมีเซนโทรเมียร์อยู่ตอนปลายสุดของโครโมโซม<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/4Ze-F0g69Iw" />
         <pubDate>2021-08-28 06:46:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1701781357</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การแบ่งเซลล์แบบไมโทซีส (mitosis)</title>
         <author>KruPaWai</author>
         <link>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1701783005</link>
         <description><![CDATA[<div>ร่างกาย (Somatic Cell) ในสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (Multicellular Organism) เช่น พืช สัตว์และมนุษย์ และเป็นการแบ่งเซลล์เพื่อการสืบพันธุ์ในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว (Unicellular Organism) และการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ในพืช ซึ่งเมื่อสิ้นสุดการแบ่งเซลล์จะได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์ ที่มีจำนวนชุดโครโมโซมเท่ากัน และเท่ากับเซลล์ตั้งต้น พบบริเวณเนื้อเยื่อเจริญปลายยอด ปลายราก ของพืช หรือเนื้อเยื่อบุผิว ไขกระดูกของสัตว์ <br>แบ่งเป็นระยะต่างๆ ดังนี้ <br>1. ระยะอินเตอร์เฟส (interphase) <br>2. ระยะไมโทซีส <br>&nbsp; &nbsp; 2.1 ระยะโพรเฟส (prophase) <br>&nbsp; &nbsp; 2.2. ระยะเมตาเฟส (metaphase) <br>&nbsp; &nbsp; 2.3. ระยะแอนาเฟส (anaphase) <br>&nbsp; &nbsp; 2.4. ระยะเทโลเฟส (telophase) <br><br><strong>การเปลี่ยนแปลงในขณะที่มีการแบ่งเซลล์แบบไมโทซีส<br>ระยะอินเตอร์เฟส (Interphase)</strong> เป็นระยะพักและเตรียมการแบ่งเซลล์ กิจกรรมของเซลล์ในระยะนี้มีการเจริญเติบโตเต็มที่ มีกระบวนการเมทาบอลิซึม (Metabolism) สูง เซลล์สะสมวัตถุดิบสำหรับการสังเคราะห์สารต่าง ๆ และที่สำคัญคือ การสังเคราะห์สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) เพิ่มขึ้น ทำให้มีการจำลองตัวของโครโมโซมเพิ่มขึ้น 1 ชุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแบ่งตัวของนิวเคลียสและไซโทพลาซึมในขั้นตอนต่อไป</div><ol><li><strong>ระยะโพรเฟส (Prophase)</strong> : โครงสร้างของโครโมโซมจะปรากฏให้เห็นเป็นรูปตัวเอกซ์ (X) ชัดเจนขึ้น โดยในเซลล์ของสัตว์มีการเคลื่อนที่ของเซนทริโอล (Centriole) ซึ่งเคลื่อนตัวไปอยู่บริเวณขั้วตรงข้ามทั้ง 2 ด้านของเซลล์ ก่อนสร้างเส้นใยโปรตีนที่เรียกว่า “ไมโทติกสปินเดิล” (Mitotic Spindle) หรือ “สปินเดิลไฟเบอร์” (Spindle Fiber) ไปยึดเกาะเซนโทรเมียร์ (Centromere) หรือบริเวณจุดกึ่งกลางของโครโมโซม ซึ่งในเซลล์พืชจะมีขั้วตรงกันข้าม (Polar Cap) ทำหน้าที่แทนเซนทริโอล โดยในปลายระยะนี้ เยื่อหุ้มนิวเคลียส (Nuclear Membrane) และนิวคลีโอลัส (Nucleolus) ภายในเซลล์จะค่อย ๆ สลายตัวไป</li><li><strong>ระยะเมทาเฟส (Metaphase)</strong> : เป็นระยะที่เส้นใยสปินเดิลหดตัวและดึงให้โครโมโซมมาเรียงตัวอยู่ร่วมกันในแนวกึ่งกลางของเซลล์ และเป็นช่วงเวลาที่โครโมโซมมีการหดตัวลงสั้นที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแบ่งตัวและการเคลื่อนที่ ส่งผลให้ระยะเมทาเฟสเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การนับจำนวน ศึกษารูปร่าง และความผิดปกติของโครโมโซม (Karyotype) โดยโครโมโซมเริ่มมีการเคลื่อนที่แยกออกจากกันในช่วงปลายของระยะนี้</li><li><strong>ระยะแอนาเฟส (Anaphase) :</strong> เป็นระยะที่เส้นใยสปินเดิลหดสั้นลงจนทำให้โครมาทิด (Chromatid) หรือ แท่งแต่ละแท่งในคู่โครโมโซมถูกดึงแยกออกจากกันไปอยู่บริเวณขั้วในทิศทางตรงกันข้าม โครโมโซมภายในเซลล์จะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งถือเป็นกระบวนการแบ่งตัว เพื่อสร้างเซลล์ใหม่ขึ้น 2 เซลล์ ซึ่งระยะแอนาเฟสเป็นระยะที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในขั้นตอนทั้งหมด</li><li><strong>ระยะเทโลเฟส (Telophase)</strong> : เป็นระยะที่โครมาทิดซึ่งแยกออกจากกันหรือที่เรียกว่า “โครโมโซมลูก” (Daughter Chromosome) เกิดการรวมกลุ่มกันบริเวณขั้วตรงข้ามของเซลล์ จากนั้นโครโมโซมลูกแต่ละแท่งจะคลายตัวออกเป็นเส้นใยโครมาทิน (Chromatin) ขณะเดียวกันเส้นใยสปินเดิลจะละลายตัวไป เกิดนิวคลีโอลัสและเยื่อหุ้มนิวเคลียสขึ้นอีกครั้งล้อมรอบเส้นใยดังกล่าว ดังนั้นตอนปลายของระยะนี้ จะเห็นเซลล์มีนิวเคลียสเพิ่มขึ้นเป็น 2 ส่วน</li></ol><div><br>Link : มีวีดิโอทั้งหมด 6 วิดิโอ<br>1. https://youtu.be/5iR9FKtjdLk<br>2. https://youtu.be/kluh700-b3E<br>3. https://youtu.be/9FyE4f-uDYs<br>4. https://youtu.be/sTpDRtNS4zg<br>5. https://youtu.be/saf97r7vosI<br>6. https://youtu.be/bs08T5Kr280</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/5iR9FKtjdLk" />
         <pubDate>2021-08-28 06:50:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/KruPaWai/Cell_division01/wish/1701783005</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
