<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>บทความวิพากษ์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง by กําธร ทารัก</title>
      <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-11-07 01:33:26 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-01-30 02:53:29 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>วิพากษ์โครงการพระราชดำริ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779007585</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p>โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น มีอยู่มากมายหลากหลายประเภทแตกต่างกันไปตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของโครงการนั้นๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการทำมาหากินของประชาชนเป็นสำคัญและดังที่ทราบกันดีว่าส่วนใหญ</p></blockquote><p>ข้อดี โครงการแก้มลิง</p><p>1. ช่วยระบายน้ำท่วมขังในที่ลุ่มทิ้งลงทะเล</p><p>2. ลดระยะเวลาน้ำท่วมขังให้สิ้นลง</p><p>3. ลดปัญหาความตึงเครียดทางด้านจิตใจของคนในพื้นที่น้ำท่วม</p><p>4. ลดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม</p><p>5. ลดค่าใช้จ่ายในการบูรณะซ่อมแซมสาธารณูปโภคต่าง ๆ</p><p>6. การชัดน้ำจืดจากแม่น้ำท่าจีนเพื่อนำมาช่วยไล่น้ำเสีย</p><p>7. ช่วยให้มีการชัดน้ำจืดจากแม่น้ำท่าจีนเพื่อนำมาช่วยไล่น้ำเสีย</p><p>ซึ่งเป็นผลดีของประชาชนเป็นโครงการที่ลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆทำให้งบประมาณแผ่นดินไม่สูญเปล่า</p><p>ข้อเสีย โครงการชั่งหัวมัน ทำให้เราเสียงบประมาณไปมากไม่ได้ผลประโยชน์อะไรตอบแทนให้ประชาชนเลยซึ่งปัจจุบันโครงการนี้ขายให้กับเอกชนไปแล้ว</p><p>นายดนัย แขกเต้า ปวส.1 DB/B 7</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-07 02:30:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779007585</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการแก้มลิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779043634</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงมีพระราชดำริไว้แก้ปัญหาอุทกภัยในประเทศไทย และยังคงใช้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมจนถึงปัจจุบัน</p><p>&nbsp;</p><p><strong>"แก้มลิง"</strong> เป็นโครงการพระราชดำริตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วม โดยจัดสรรพื้นที่ที่ใช้ระบายน้ำและหน่วงน้ำ มีแนวคิดจากการที่ลิงอมกล้วยไว้ในกระพุ้งแก้มไว้ได้คราวละมากๆ จากนั้นจะค่อยๆ นําออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ข้อดีของโครงการแก้มลิง</strong></p><p>• นอกจากโครงการแก้มลิงจะมีขึ้นเพื่อช่วยระบายน้ำให้กับพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลแล้ว ยังช่วยระบายน้ำจากภาคเหนือลงสู่อ่าวไทยตามจังหวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล และยังช่วยลดความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทย</p><p>&nbsp;</p><p>ข้อเสียของโครงการแก้มลิง</p><p>กักเก็บน้ำมากเกินไป น้ำก็สามารถที่หล้นได้</p><p>ทำให้เกิดน้ำท่วม</p><p><br/></p><p>• นอกจากนี้โครงการแก้มลิงยังช่วยป้องกันการรุกล้ำน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง ไม่ให้น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าสู่แม่น้ำลำคลองและพื้นที่เกษตร รวมทั้งยังช่วยกักเก็บน้ำจืดไว้ด้านเหนือประตูระบายน้ำ ทำให้ประชาชนมีน้ำไว้สำหรับทำการเกษตร ใช้ในอุตสาหกรรม อุปโภค บริโภคได้ในหน้าแล้ว และยังเป็นการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมโดยน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ เมื่อถูกระบายสู่คูคลอง จะไปบำบัดน้ำเน่าเสียให้เจือจางลงและในที่สุดน้ำเหล่านนี้จะผลักดันน้ำเสียให้ระบายออกไปได้อีกโครงการแก้มลิง จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาขาดแคลนน้ำของพี่น้องชาวไทยมาโดยตลอดหลาย 10 ปี ที่ผ่านมา</p><p><br/></p><p>นายภาคิน ตู้โภค DB1/1 เลขที่17</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-07 02:53:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779043634</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การพัฒนาพื้นที่แก้มลิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779048789</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2208523330/c9bfebc900ad2cbd39eeedc462b843b6/___________________20231107_095504_0000.png" />
         <pubDate>2023-11-07 02:56:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779048789</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เศรษฐกิจพอเพียง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779049065</link>
         <description><![CDATA[<p>เศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างประหยัด รู้จักอดออม พอใจในสิ่งที่มี ไม่ฟุ้งเฟ้อ ในความคิดของข้าพเจ้าคนที่จะกล่าวหรือสอนคนอื่นให้พอเพียงมักเป็นคนมีฐานะ หรือชนชั้นสูง ที่ไม่ได้รับรู้ปัญหาของประชาชนหรือคนชนชั้นที่ต่ำกว่าตัวเองว่าสามารถใช้ชีวิตอย่างที่แนะนำได้หรือไม่ ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยโดยรอบของระบบเศรษฐกิจหรือรากฐานความเหลื่อมล้ำในประเทศ หนึ่งคำสอนไม่สามารถใช้กับทุกคนได้ 100 คนทำได้มิใช่ว่าอีก 60 ล้านกว่าคนจะทำได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือน 13,000 สามารถใช้ชีวิตได้อย่างไรให้มีเงินเก็บ บทข้อสนทนานี้มักจะมีผู้โต้แย้งมากมายทั้งอยู่ได้และอยู่ไม่ได้ คนที่บอกว่าอยู่ได้และเหลือเงินเก็บคือคนที่บอกว่ามีที่อยู่หรือห้องเช่าราคาถูกให้อาศัย ค่าอาหารในแต่ละมื้อราคาไม่กี่บาท และค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ไม่เยอะแยะขนาดนั้นพอที่จะทำให้เราไม่มีเงินเหลือเก็บ แต่หากความเป็นจริงแล้วค่าครองชีพในปัจจุบันมีราคาสูงมากในขณะที่รายได้แต่ละบุคคลยังมีค่าเท่าเดิม ณ ปัจจุบัน เราไม่สามารถหารับประทานข้าวในราคา 30-40 บาทได้แล้ว หรือค่าเช่าบ้านในราคา 3000 กว่าบาทในตัวเมืองก็ไม่มีเช่นกัน ทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าระบบขนส่งไปทำงานในแต่ละวัน ค่าอาหารทั้งเดือน ค่าของใช้ส่วนตัว หักค่าประกันสังคม แทบจะไม่เหลือให้มีเงินเก็บและสร้างตัวได้เลยในยุคสมัยนี้ ทำได้แค่ใช้จ่ายไปวันๆ ไม่มีการสร้างเพิ่ม ไม่มีการลงทุน ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้หนึ่งคนต้องทำมากกว่า 1 อาชีพถึงจะอยู่รอดได้ ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดคือ การที่จะสอนให้รู้จักประหยัด อดออมไม่ใช้จ่าย ทำไมถึงไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุว่าเป็นที่อะไร รากฐานและต้นตอของปัญหามาจากไหน คำสอนให้พอเพียงเหมือนเป็นการให้รู้จักน้อมรับในชีวิตที่ยากจนลำบาก หรือพอใจและอยู่กับปัญหาโดยไม่ทะเยอทะยาน เป็นเหมือนคำสอนที่ซุกถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศเอาไว้ว่ายังมีผู้คนอีกมากที่ลำบาก ไม่ได้รับการเข้าถึงของสวัสดิการหรือระบบสาธารณสุขเบื้องต้นที่ประชาชนคนหนึ่งสมควรจะได้รับในฐานะที่เป็นคนไทย แทนที่จะบอกให้รู้จักพอในสิ่งที่มีทำไมไม่ลงมาดูปัญหาของคนข้างล่างดูเล่าว่าทำไมเขาถึงทำดังว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้</p><p><br/></p><p><strong>กัญญาณัฐ จีนสกุล DB 1/1B เลขที่ 5</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-07 02:57:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779049065</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779050330</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2208524932/590d7ebc189a6d8807eb93c22628e3d5/Black_Grey_Abstract_Blank_Notepaper_A4_document__1_.png" />
         <pubDate>2023-11-07 02:57:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779050330</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานะรักษ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779067269</link>
         <description><![CDATA[<p>ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p><p><strong>ความเป็นมา</strong></p><p>   สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการรับโอนที่ดินที่นางสาวประยงค์ นาคะวะรังค์ ข้าราชการบำนาญ โรงพยาบาลทรวงอก ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง</p><p><strong>โตเเย้ง</strong></p><p><strong>   </strong>ข้อโต้แย้งว่าสมควรอนุรักษ์ไว้ไม่ใช่สักแต่เห็นผลประโยชน์ทางธุรกิจ</p><p>อย่าง ที่เห็นเด่นชัดกับกรณีของ ตลาดน้ำอัมพวา ที่ถึงเวลาที่ต้องปรับโฉม ตามแนวคิดของ<strong> “ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ”</strong> นักธุรกิจค้าเพชรชื่อดังวัย50 ปี ที่มีการทำโครงการรชูชัยบุรีศรีอัมพวา โรงแรมระดับ 5 ดาว มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อ เป็นที่พักนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ริมคลองตลาดน้ำอัมพวา ถนนเลียบนที ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยกว้านซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวประมาณ 3 ไร่ ก่อนเตรียมไล่รื้อบ้านและห้องแถวไม้ริมคลองอัมพวา 12 ห้อง อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ให้หมดภายในวันที่ 31 ส.ค.</p><p><strong>เห็นด้วย</strong></p><p><strong>   </strong>เหตุผลหนึ่งที่บางส่วนที่เห็นด้วยคือ การกระจายรายได้ ให้ชาวบ้านมีงานทำ ความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานของคนชนบทดีขึ้น การพัฒนา ที่มีระบบ และสร้างสรรค์ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง อีกทั้งเป็นโครงการที่สร้างให้กลมกลืนกับวิถีชีวิตดั้งเดิม บ้านเก่าที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา หากไม่รื้อเองสักวันธรรมชาติก็ต้องมีการผุพัง ด้วยเหตุที่บ้านริมน้ำมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วเรื่อง แบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่อัมพวาเท่านั้น สิ่งที่ชาวบ้านในพื้นที่โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในชนบทที่เห็นต่างกับ ชาวกรุงนั้น ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเจริญที่ดีขึ้น ถ้าไม่ปรับปรุงก็คงถึงทางตัน&nbsp; สวนทางกับแนวคิดของคนกรุงที่อยากให้รักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม</p><p><strong>ไม่เห็นด้วย</strong></p><p>     มีผลกระทบเรื่อง เรือติดเครื่องมากเกินไป จะนําความเร็วเเข่งกันทําให้ประชาชนเดือนร้อน มีปัญหา การสร้างที่พัก รีสอร์ตร้านอาหารต่างๆ </p><p><strong>เเหล่งอ้างอิง</strong></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%B2"><strong>https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%B2</strong></a></p><p><br/></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>     เป็นตลาดริมแม่น้ำ ที่เปิดขายตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึนดึก แต่จะครึกครื้นมากเป็นพิเศษช่วงเย็นเป็นต้นไป&nbsp;ชาวบ้านจะพายเรือนำสินค้ามาขายหลากหลายชนิด บ้างก็วางขายริมสองฝั่งคลอง&nbsp;ทั้งอาหารไทย อาหารทะเล&nbsp;ผลไม้ พืชผัก ขนม ของกินของใช้ ของฝาก ของที่ระลึก ให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายใช้สอยกันอย่างเพลิดเพลิน&nbsp;นอกจากนี้ ยังมีเรือบริการพาชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืนอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม จะมีหิ่งห้อยเยอะที่สุด</p><p>   นักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศนิยมพักค้างคืนในเรือนเเรมตลาดเปิดให้บริการทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 – 20.00 น.</p><p><br/></p><p>นาย ประพันธ์กร ด้วงฝั่งเหนือ DB1/1A เลขที่12</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%B2" />
         <pubDate>2023-11-07 03:09:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779067269</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการพัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779072550</link>
         <description><![CDATA[<p>    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวไทย</p><p>เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ</p><p>สามารถปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง เป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์</p><p>ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ครู/บุคลากรทางการศึกษา</p><p>ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานอื่น จากหลักการดังกล่าว ทางโรงเรียนจึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนาทักษะ</p><p>ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ขึ้น</p><p><br/></p><p>    เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะ นักเรียนจะได้มีความรู้</p><p>และเข้าใจต่อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ถูกต้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ ให้กับนักเรียน ครู บุคลากรของสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน อีกด้วย</p><p><br/></p><p>นางสาวสุภชา เฉยเอี่ยม ห้องDB1/1(A) เลขที่21</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-07 03:12:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2779072550</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการกังหันชัยพัฒนา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2786009930</link>
         <description><![CDATA[<p>กังหันชัยพัฒนา คือ <strong>เครื่องกลเติมอากาศแบบทุ่นลอยหมุนช้าสำหรับบำบัดน้ำเสีย</strong> ซึ่งในหลวง ร.9 ทรงมีพระราชดำริขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการบำบัดน้ำเสียและใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค</p><p><br></p><p><strong>คุณสมบัติของโครงการ</strong> : กังหันน้ำชัยพัฒนา หรือเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย มีคุณสมบัติในการถ่ายเทออกซิเจนได้สูงถึง 1.2 กิโลกรัมของออกซิเจน สามารถนำไปใช้ในกิจกรรมปรับปรุงคุณภาพน้ำได้อย่างอเนกประสงค์ ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับใช้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ สระน้ำ หนองน้ำ คลอง</p><p><br></p><p><strong>วิธีการของโครงการ : </strong></p><p><strong>   1.  </strong>ใช้อากาศอัดเข้าไปตามท่อเป่าลงไปใต้ผิวน้ำแบบกระจายฟอง</p><ol start="2"><li><p><strong>กังหัน</strong>วิดน้ำ วิดตักขึ้นไปบนผิวน้ำ แล้วปล่อยให้ตกลงไปยังผิวน้ำตามเดิม โดยที่<strong>กังหัน</strong>น้ำดังกล่าวจะหมุนช้า ด้วยกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดเล็กไม่เกิน 2 แรงม้า หรืออาจจะใช้พลังน้ำไหลก็ได้</p><p><br></p></li></ol><p><strong>ประโยชน์ของโครงการ</strong> : </p><p>1. ได้แนวทางในการบำบัดน้ำเสีย ที่สร้างลงทุนได้ง่าย และมีต้นทุนต่ำ</p><p>2. ได้รู้ศาสตร์พระราชาในโครงการกำหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน</p><p>3. ได้แนวทางการเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพื่อให้สัตว์ที่เพาะ เช่น ปลานิล เป็นต้น ได้ออกซิเจนเพียงพอต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำเหล่านั้น</p><p><br></p><p>น.ส. ชาตินันท์ เต็มพร้อม DB 1/1 ห้อง B เลขที่ 13</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-12 09:10:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2786009930</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เศรษฐกิจพอเพียง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2787616273</link>
         <description><![CDATA[<p>   ตั้งแต่เล็กจนโตหลายคนคงคุ้นหูกับคำว่าเศษรฐกิจพอเพียง การกินการใช้เท่าที่มี การเก็บออม การไม่ฟุ่มเฟือย</p><p>   แต่ในปัจจุบันนั้นเราสามารถพูดได้เต็มปากหรือว่าเศษฐกิจพอเพียงนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในเมื่อฐานเงินเดือนเรานั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นตามค่าครองชีพในแต่ละวัน และท่านเคยเห็นหรือไม่ เหล่าคนรวยที่หันไปคอมเม้นให้กับบุคคลที่ไม่มีออันจะกินว่า "ก็คุณไม่พอเพียง เก็บเงินสิจะได้มีใช้" ถ้าหากมองในหลักความเป็นจริง คนที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ในฐานะจนหรือมนุษย์เงินเดือนที่หาเช้ากินค่ำใช้ชีวิตเพื่อหนีรายจ่ายไปวันๆนั้นจะสามารถมีเงินเก็บได้จริงๆหรือ ในเมื่อเงินเดือนคนต่างจังหวัดตอนที่เริ่มต้นที่ 9,000บาทหรืออาจจะน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำไป ข้าวจานละไม่ต่ำกว่า 45 บาท ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่รวมข้าวของจำเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีรายจ่ายเกี่ยวกับการมีประจำเดือนในทุกๆเดือนด้วย </p><p>   ในอดีตนั้นผู้คนสามารถพูด สามารถสอนกันได้ในเรื่องการประหยัดอดออมเพราะในยุคสมัยนั้นค่าครองชีพยังไม่สูง เงือนเดือนก็เท่ากับปัจจุบัน การจะมีเงินเก็บได้หากไม่ฟุ่มเฟือยนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ในยุคปัจจุบันนั้นค่ครองชีพขึ้นสูงมากแต่เงือนเดือนยังคงเท่ากับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว การที่คนสมัยนี้จะไม่มีเงินเก็บแม้จะไม่ได้ฟุ่มเฟือยก็ไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะแค่ใช้ชีวิตให้รอดได้ด้วยเงิน 300-350 ในแต่ละวันนั้นยากลำบากมาก</p><p>   ที่น่าเป็นกังวลก็คือผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจบางคนและคนรวยบางท่านที่ไม่ต้องดื้นรนเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่กลับตัดสินกันแค่ภายนอกว่าคนสมัยนี้หรือคนจนนั้นไม่ใช้หลักเศษรฐกิจพอเพียง ใช้เงินฟุ่มเฟือย และถ้าหากว่าคุณสังเกตสักนิดคุณจะเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่มาสั่งสอนให้คนที่ไม่มีเงินเก็บใช้หลักเศษรฐกิจพอเพียงนั้นคือคนที่มีอันจะกินกันทั้งนั้น โดยประมาณน่ะนะ ซึ่งมันน่าแปลกมากที่คนที่ไม่ต้องเดือนร้อนเรื่องเงินด้วยซ้ำมาสอนคนอื่นให้อดออม ทั้งๆที่ตัวเองอาจจะไม่เคยอดออมเลย</p><p>   สรุป เศษรฐกิจพอเพียงนั้นมีข้อดีแน่นอนแต่ว่าเรานั้นต้องรู้จักวิธีการนำมาใช้และต้องมีฐานเงินเดือนที่ดีอยู่พอสมควรถึงจะมีเงินเก็บได้ในยุคปัจจุบัน และข้อเสียคือ ในยุคปัจจุบันนั้นเรานำเศษรฐกิจพอเพียงมาใช้ได้น้อยลงแล้วเพราะฐานเงินเดือนไม่เหมาะสมกับค่าครองชีพ</p><p><br/></p><p>นางสาวบงกช อ่อนหิรัญ DB1/1 A NO.23</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-13 16:08:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2787616273</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความวิพากษ์แรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องกระบวนการกำหนดงบประมาณแผ่นดินเกี่ยวเนื่องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788319661</link>
         <description><![CDATA[<p>-อยากให้เพิ่มเติมการวิเคราะห์สถานการณ์และบริบทของสังคม ซึ่งส่งผลทำให้กระบวนการงบประมาณของไทยเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาและตามสถานการณ์การเมืองไทย การเปลี่ยนผ่านจากระบอบอำนาจประชาธิปไตยเป็นการเมืองแบบประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง</p><p>-อยากให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงบประมาณในอนาคต เช่น ความต้องการของสังคมไทยต่อการจัดการงบประมาณแนวใหม่ ยกตัวอย่าง งบประมาณที่สนองต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน สวัสดิการสังคม การทำให้เกิดความเสมอภาคและลดควาทเหลื่อมล้ำ</p><p>ความคิดเห็นโดยรวม</p><p>เป็นบทความที่มีประโยชน์มาก ผู้จันได้รวบรวมข้อมูลว่าด้วยกติกา/กฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณและการคลังของไทยที่ค่อนข้างสมบูรณ์พร้อมกับแสดงความคิดเห็นจุดอ่อนหรือควรระวังในบางประเด็น</p><p>ผู้วิจัย  ดิรก ปัทมสิริวัฒน์</p><p>สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ที่คณะเศรษฐศาสตร์</p><p>มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ วันที่ 20กรกฎาคม2554</p><p><br></p><p><br></p><p>-อยากให้เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่จังหวัด ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการงบประมาณระหว่างกระทรวง/กรมกับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยกำหนดระเบียบและแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน</p><p>-ควรยกเลิกหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในสวรที่น้ำหนักการจัดสรรเฉลี่ยเท่ากันทุกจังหวัด โดยประบให้สัดส่วนของงบประมาณผกผันจามขนาดผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดและระดับการพัฒนาของคนในจังหวัด</p><p>-ควรมีการติดตามประเมินผลกระทบของนโยบายมาตรการและโครงการภาครัฐที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ทราบว่าแต่ละนโยบาย มาตรการและโครงการเพื่อใช้จ่ายงบประมาณไปอล้วมีประสิทธอภาพหรือไม่ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างแท้จริง</p><p>ความคิดเห็นโดยรวม</p><p>เป็นบทความที่มีประโยชน์ ผู้วิจัยได้จัดทำโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี สาสมารถจำแนกออกได้หลายหลายวิธี ไม่ว่างบประมาณจะดูดจำแนกในมิติไหนก็ตามจำนวนงบประมาณจะต้องเท่ากับวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี</p><p>ผู้จัย มีชัย ออสุวรรณ์</p><p>เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำคณะศึกษาศาสตร์</p><p>มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(ดร.)</p><p>วันที่7กรกฎาคม2564</p><p><br></p><p><br></p><p>-ควรมีการวิเคราะห์การใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559-2563เพื้อให้ทราบประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนงานและนำผลจากการวิเคราะห์ดังกล่าวมาจัดทำของบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อๆไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด และใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศในการบริหารและการตัดสินใจของผู้บริหารส่วนงานต่อไป</p><p>ความคิดเห็นโดยรวม</p><p>ผู้จัยนำเสนอข้อมูลค่อนข้างดีกับผู้บริหารคนอื่นที่จะใช้เป็นแนวทางในการบริหารและการตัดสินใจของผู้บริหารด้านงบประมาณรายจ่าย-รายได้ได้เป็นอย่างดี</p><p>ผู้จัย นายสันต์ทัศน์ เพ็ญจันทร์</p><p>ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา คณะมนุษยศาสตร์</p><p>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ </p><p>มกราคม 2564</p><p><br></p><p><strong>นางสาวศศินิภา  เบ้าตุ้ม AC1/1-B(1)</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-14 02:09:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788319661</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เศรษฐกิจพอเพียง + โครงการฝนหลวง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788324005</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p>เศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างประหยัด รู้จักอดออม พอใจในสิ่งที่มี ไม่ฟุ้งเฟ้อ ในความคิดของข้าพเจ้าคนที่จะกล่าวหรือสอนคนอื่นให้พอเพียงมักเป็นคนมีฐานะ หรือชนชั้นสูง ที่ไม่ได้รับรู้ปัญหาของประชาชนหรือคนชนชั้นที่ต่ำกว่าตัวเองว่าสามารถใช้ชีวิตอย่างที่แนะนำได้หรือไม่ ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยโดยรอบของระบบเศรษฐกิจหรือรากฐานความเหลื่อมล้ำในประเทศ หนึ่งคำสอนไม่สามารถใช้กับทุกคนได้ 100 คนทำได้มิใช่ว่าอีก 60 ล้านกว่าคนจะทำได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือน 13,000 สามารถใช้ชีวิตได้อย่างไรให้มีเงินเก็บ บทข้อสนทนานี้มักจะมีผู้โต้แย้งมากมายทั้งอยู่ได้และอยู่ไม่ได้ คนที่บอกว่าอยู่ได้และเหลือเงินเก็บคือคนที่บอกว่ามีที่อยู่หรือห้องเช่าราคาถูกให้อาศัย ค่าอาหารในแต่ละมื้อราคาไม่กี่บาท และค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ไม่เยอะแยะขนาดนั้นพอที่จะทำให้เราไม่มีเงินเหลือเก็บ แต่หากความเป็นจริงแล้วค่าครองชีพในปัจจุบันมีราคาสูงมากในขณะที่รายได้แต่ละบุคคลยังมีค่าเท่าเดิม ณ ปัจจุบัน เราไม่สามารถหารับประทานข้าวในราคา 30-40 บาทได้แล้ว หรือค่าเช่าบ้านในราคา 3000 กว่าบาทในตัวเมืองก็ไม่มีเช่นกัน ทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าระบบขนส่งไปทำงานในแต่ละวัน ค่าอาหารทั้งเดือน ค่าของใช้ส่วนตัว หักค่าประกันสังคม แทบจะไม่เหลือให้มีเงินเก็บและสร้างตัวได้เลยในยุคสมัยนี้ ทำได้แค่ใช้จ่ายไปวันๆ ไม่มีการสร้างเพิ่ม ไม่มีการลงทุน ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้หนึ่งคนต้องทำมากกว่า 1 อาชีพถึงจะอยู่รอดได้ ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดคือ การที่จะสอนให้รู้จักประหยัด อดออมไม่ใช้จ่าย ทำไมถึงไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุว่าเป็นที่อะไร รากฐานและต้นตอของปัญหามาจากไหน คำสอนให้พอเพียงเหมือนเป็นการให้รู้จักน้อมรับในชีวิตที่ยากจนลำบาก หรือพอใจและอยู่กับปัญหาโดยไม่ทะเยอทะยาน เป็นเหมือนคำสอนที่ซุกถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศเอาไว้ว่ายังมีผู้คนอีกมากที่ลำบาก ไม่ได้รับการเข้าถึงของสวัสดิการหรือระบบสาธารณสุขเบื้องต้นที่ประชาชนคนหนึ่งสมควรจะได้รับในฐานะที่เป็นคนไทย แทนที่จะบอกให้รู้จักพอในสิ่งที่มีทำไมไม่ลงมาดูปัญหาของคนข้างล่างดูเล่าว่าทำไมเขาถึงทำดังว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้</p></li></ol><p><br/></p><p>โดยอ้างจากผลสำรวจ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เปิดเผยผลสำรวจเงินเดือนประจำปี 2566</p><p><br/></p><p>แรงกดดันจากเงินเฟ้อกำลังมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจขึ้นค่าจ้างของนายจ้างกว่า 72% โดยค่าครองชีพเป็นประเด็นสำคัญในปี 2566&nbsp; ในทางกลับกัน พนักงานกว่า 82% คาดหวังว่านายจ้างจะพิจารณาถึงค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อประเมินการเพิ่มเงินเดือนหรือโบนัสในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งพนักงานเกือบ 73% จะหางานใหม่หากการขึ้นเงินเดือนไม่สูงกว่าระดับเงินเฟ้อ</p><p><br/></p><p>และ "กรุงเทพโพลล์" มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดผลสำรวจความเห็นของประชาชนเรื่อง "ความเป็นอยู่ของคนไทยในครึ่งปีแรกของปี 66" โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,077 คน พบว่าประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจชีวิตความเป็นอยู่ ภาพรวมเฉลี่ย 3.07 จากคะแนนเต็ม 5 เป็นความพอใจในระดับปานกลาง</p><p><br/></p><p>เรื่องที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ความสัมพันธ์ในครอบครัว เฉลี่ย 4 คะแนน ส่วนเรื่องที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ ค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เฉลี่ย 2.03 คะแนน&nbsp; และรายได้กับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน 2.59 คะแนน ปัญหาการเงินทำให้ประชาชน 40.1% ระบุว่า มีรายได้แบบเดือนชนเดือน ไม่พอเก็บออม หรือยังไม่ได้ออมเลย 26.1% ระบุ รายได้ไม่เพียงพอต้องหยิบยืม เงินขาดมือ</p><p><br/></p><p>2. โครงการฝนหลวง มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ปัจจุบันโลกคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่จะตามมาของสภาพอากาศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องปนเปื้อนสารเคมี ที่อาจเป็นผลทำให้ได้รับสารพิษเรื้อรัง ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างโรงงานสารเคมีที่ถนนกิ่งแก้วนั้นมีสารเคมีบางส่วนถูกเผาไหม้กลายเป็นควันลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และอาจเข้าไปผสมรวมในเมฆทำให้เกิดการปนเปื้อนในไอน้ำภายในเมฆ ควันสารเคมีที่เกิดจากไฟไหม้ ก็จะลอยไปไหนไม่ได้เช่นกัน แต่จะสะสมอยู่ที่ชั้นบรรยากาศใกล้พื้นโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในบริเวณโรงงานอย่างแน่นอน</p><p><br/></p><p>ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นว่าฝนหลวงนั้นใช้ได้ แต่ต้องดูสภาพแวดล้อมพื้นที่โดยรอบที่จำกัดว่ามีอุปสรรคอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามแต่ฝนหลวงใช้สารเคมีซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบ การใช้โดยมากย่อมไม่ดี แต่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และสิ่งที่จะได้รับในการทำแต่ละครั้งให้ได้มากที่สุดเพื่อแลกกับสิ่งแวดล้อม</p><p><br/></p><p>กัญญาณัฐ จีนสกุล DB 1/1B เลขที่ 5</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-14 02:12:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788324005</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิพากษ์โครงการพระราชดำริ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788333327</link>
         <description><![CDATA[<p>1.โครงการฝนหลวง</p><p><strong>ความสำคัญ </strong>ของโครงการนี้ ผมมองว่าสำคัญมากๆโดยเฉพาะพื้นที่ที่แห้งแล้งจริงๆ โครงการนี้สามารถช่วยให้พื้นที่นั้นกลับมาทำเป็นแหล่งเพาะปลูกได้อีก สามารถทำให้ประชาชนกลับมาทำการเกษตรได้</p><p><strong>โต้แย้ง </strong>โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยโครงการนี้ไม่มีข้อโต้แย้งเพราะเป็นโครงการที่ถ้าทำสำเร็จคนที่ได้ผลประโยชน์ที่สุดคือประชาชนดังนั้นอะไรที่ได้ประโยชน์ต่อประชาชนย่อมเป็นสิ่งที่ดี</p><p>อ้างอิงจาก</p><p><strong>สรุป </strong>โครงการนี้สามารถทำให้พื้นที่ที่แห้งแล้งมากๆไม่มีแม้แต่น้ำสามารถกลับมาลืมตาได้อีกครั้ง อย่างน้อยๆก็ยังมีน้ำมห้ได้ใช้ได้ทำการเกษตร</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>2.โครงกังหันน้ำชัยพัฒนา</p><p><strong>ความสำคัญ </strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการวิจัย และพัฒนากังหันน้ำชัยพัฒนาขึ้น เพื่อบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการเติมอากาศ ทำให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี และสามารถประยุกต์ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และเพิ่มออกซิเจนให้บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร</p><p><strong>โต้แย้ง </strong>โครงการนี้ข้อโต้แย้งของผมก็คือกังหันมันค่อยข้างเล็กไม่ค่อยทั่วถึงการบำบัดน้ำอาจจะล่าช้าและไม่ทั่วถึงเช่นกันแต่โดยรวมก็เป็นโครงการที่ดีเพราะบำบัดจากน้ำเสียเป็นน้ำดี เพื่อนที่จะนำน้ำตรงนั้นมาใช้ได้</p><p><strong>สรุป </strong>เป็นโครงการที่ผมมองว่าเป็นโครงการดีที่เดียวแต่เรื่องเวลาและความเข้าถึงอาจจะช้าไปน่อย แต่ก็สามารถทยอยบำรุงไปเรื่องๆได้อาจจะช้าแต่อาจชัว</p><p><br/></p><p><br/></p><p>นาย สุธี มะลิซ้อน DB1/1 B 8</p>]]></description>
         <enclosure url="http://km.rdpb.go.th/Knowledge/View/3" />
         <pubDate>2023-11-14 02:18:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788333327</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการหลวงดอยคำ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788346452</link>
         <description><![CDATA[<p>ความสำคัญ</p><p>ถือเป็นตัวอย่างของการให้โอกาสกับผู้ที่เคยทนทุกข์จากการปลูกและเสพยาเสพติด สู่การพลิกฟื้นชีวิตให้พวกเขามีอาชีพและมีคุณค่าต่อสังคม ไม่ต่างจากภูเขาฝิ่นและไร่เลื่อนลอยอันแห้งแล้ง ที่กลับมาเขียวขจีและงดงามอีกครั้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์มากมายจากโครงการหลวงดอยคำนั้น ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนและพัฒนาเศรษฐกิจ</p><p>โต้เเย้ง</p><p>เห็นด้วย</p><p>เพราะเป็นโครงการที่ดีมีค่ามากส่งผลดีต่อสังคมเยอะมากมายมีประโยชน์ส่งผลต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ</p><p>สรุป</p><p>เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิได้อย่างมากมีประโยชน์มากมายเป็นโครงการที่คุ้มค่าที่ทำมาให้ชาวบ้านต่างๆหันมาปลูกผลไม้ต่างๆ ท้อ ลิ้นจี่ เเอปเปิ้ล มันฝรั่ง</p><p>ถั่วเเดง ข้าวโพดหวานเเละมะเขือเทศเป็นตันให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่นหันมาทำเเบบนี้เเทน</p><p>นายธราเทพ เเซ่เตีย DB1/1 B เลขที่4</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-14 02:27:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788346452</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการฝนหลวง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788353026</link>
         <description><![CDATA[<p>โครงการฝนหลวง</p><p>ฝนหลวง ทรงเน้นถึงความจำเป็นในด้านพัฒนาการและการดำเนินการปรับปรุงวิธีการทำฝนในแนวทางของการออกแบบปฏิบัติการ การติดตามและการประเมินผลที่มีลักษณะเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อศึกษารูปแบบของเมฆและการปฏิบัติการทำฝนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ</p><p>โครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีจุดประสงค์เพื่อสร้างฝนเทียมสำหรับบรรเทาความแห้งแล้งให้แก่เกษตรกร</p><p>ข้อดีก็คือทำให้ทำการเกษตรในช่วงหน้าร้อนแล้งได้ ช่วยลดหมอกควันอันเนื่องมาจากไฟป่า สามารถดับไฟป่าได้ เเละช่วยลดการเกิดไฟป่าในช่วงหน้าร้อนได้</p><p>น.สนันท์นภัส ม่วงพรม DB1/1B เลขที่ 3</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-14 02:32:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2788353026</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิพากษ์โครงการฝนหลวง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2797088287</link>
         <description><![CDATA[<p>โครงการฝนหลวง คือ โครงการที่เกิดขึ้นจาก ร.9 มีจุดประสงค์เพื่อสร้างฝนเทียมสำหรับบรรเทาความแห้งแล้งให้เกษตรกร เมื่อ พ.ศ. 2498 ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าราษฎรเดือดร้อนและขาดแคลนน้ำอุปโภคและการเกษตร จึงได้สร้างโครงการฝนหลวงปฏิบัติการฝนเทียมขึ้นมา ใน พ.ศ. 2512 ปัจจุบันสารที่ใช้ทำฝนหลวงในปัจจุบันมีทั้งสิ้น ๗ ชนิด การทําฝนหลวงช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ช่วยเติมน้ําให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ําต่างๆ ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นดิน ลดการเกิดไฟป่า ช่วยสลายหมอกควัน ลดมลพิษทางน้ําและในอากาศ</p><p><br/></p><p>ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับโครงการฝนหลวงฝนเทียมมากเท่าไหร่ เว็บไซต์ (ranche.org/cloudSeedingHa) เป็นเว็บไซต์ต่างประเทศไม่มีชื่อผู้เขียน แต่เนื้อหาภายในภาษาอังกฤษได้พูดถึงโครงการฝนหลวงว่ามีผลกระทบอย่างไรต่อการเกษตรแทนที่มันจะสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกร ทั้งยังมีข้อเสียอีกมากมาย อย่างครั้งหนึ่งที่ฝนเทียมได้บินว่อนโปรยสารฝนเทียมทั่วประเทศไทยในจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ลพบุรี สระบุรี พิจิตร กําแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ฯลฯ บินมาแล้วมากกว่า 5 ปีแต่กลับแห้งแล้งขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ทั้งยังทำฝนเทียมในหน้าฝนอีก แน่นอนว่ามันขัดธรรมชาติและไม่ได้เป็นไปตามวางแผนขนาดนั้น พูดถึงแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับฝนหลวงของสถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ เว็บไซต์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (https://rihs.wu.ac.th) ได้พูดขั้นตอนการทำในเทียมโดยเข้าใจกันได้ง่ายด้วย 3 ขั้นตอนคือ 1.ก่อกวน 2.เลี้ยงให้อ้วน 3.โจมตี อธิบายขึ้นตอนแต่ละขั้นตอนว่ามีวิธีการดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการทำฝนเทียม ในช่วงแรก ๆ มีจังหวัดที่เรียกร้องขอฝนเทียมไปมากกว่า 44 จังหวัดทั่วประเทศ แน่นอนว่าพอบินว่อนโปรยสารเคมีแล้วย่อมมีน้ำฝนตกลงมาในถัดไป แต่พอนานเข้าคนหลาย ๆ คนเริ่มมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฝนเทียมนี้อยู่บางส่วน อย่างช่อง PPTV.HD (https://www.pptvhd36.com) เว็บไซต์จากช่องข่าวหนึ่งที่ได้พูดถึงข้อดีและข้อเสียของฝนเทียมหลังบินบนโรงงานเคมี รวบรัดได้ว่าการทำฝนเทียมนั้นมีขั้นตอนที่สลับซับซ้อนซึ่งต่างจากที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น หลาย ๆ แหล่งข่าวได้เสนอข้อดีของฝนเทียมจากการบรรเทาปัญหาภัยแล้งในแถบอีสาน แต่พอมีเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานเคมี ประสบเข้ากับฝนเทียมที่กำลังดำเนินการอยู่จนมีการปนเปื้อนของสารเคมีกระจายเป็นวงกว้างหลังฝนตก สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในบริเวณโรงงานอย่างแน่นอน</p><p><br/></p><p>สรุป หลักการทำฝนเทียม หรือ Cloud Seeding คือการใช้วิธีเลียนแบบธรรมชาติ ดัดแปรงสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน โดยทำจากเมฆที่มีลักษณะพอเหมาะที่จะเกิดฝน ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อสภาพอากาศเป็นใจและอยู่ในข้อกำหนดต่าง ๆ แต่ถึงกระนั้นสารเคมีที่ผสมจนออกมาเป็นฝนเทียมกลับมีผลกระทบต่อการเกษตรมากกว่าที่คิดในหลายพื้นที่ อาจจะถึงขั้นที่พูดได้เต็มปากเลยว่าอันตราย เพราะมีสารเคมีที่ต้องผสมใช้มากกว่า 7 ชนิด แต่เกษตรกรทั้งหลายกลับไม่มีใครให้ความสําคัญและตื่นตระหนกถึงข้อเสียและความเป็นภัยอันตรายของฝนเทียม</p><p><br/></p><p> นางสาวศุภัทรศร เพ็งพันศรี AC1/1-A เลขที่ 1</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-21 01:11:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2797088287</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการเเกล้เดิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2804897138</link>
         <description><![CDATA[<p>กระบวนการเร่งปฏิกิริยาเคมีในดินซึ่งมีศักย์หรือความพร้อมจะเป็นดินเปรี้ยว ให้เปรี้ยวรุนแรงมีกรดจัด จากนั้นจึงปรับปรุงโดยเติมปูนขาวหรือด่าง ร่วมกับการใช้ระบบชลประทานนำน้ำมาเจือจางดินเปรี้ยวจนสามารถเพาะปลูกได้ เป็นแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเมื่อพุทธศักราช 2527 เพื่อการทดลองที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อได้ผลแล้วจึงนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ดินการแกล้งดิน คือการเร่งปฏิกิริยาเคมีของดินที่มีแร่กำมะถัน หรือสารประกอบไพไรต์ (Pyrite) โดยทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกัน เมื่อดินแห้งสัมผัสกับอากาศเมื่อดินแห้งสัมผัสกับอากาศ ทำให้แร่กำมะถันกลายเป็นออกไซด์ของเหล็กและซัลเฟต เมื่อทำให้ดินเปียกซัลเฟตผสมกับน้ำกลายเป็นกรดอีกครั้ง เมื่อดินถูกแกล้งสลับไปมาจนกลายเป็นดินที่เปรี้ยวรุนแรงหรือเป็นกรดจัด จากนั้นจึงปรับปรุงดินโดยเติมฝุ่นปูนซึ่งเป็นด่าง ร่วมกับการใช้ระบบชลประทานควบคุมระดับน้ำใต้ดิน</p><p>แนวพระราชดำริแกล้งดิน มาจากการเลียนแบบสภาพธรรมชาติของพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีฤดูแล้ง 4 เดือน ฤดูฝน 8 เดือน การทดลองใช้วิธีร่นระยเวลาช่วงแล้งและช่วงฝนในรอบปีให้สิ้นลง ปล่อยให้ดินแห้ง 1 เดือน และขังน้ำให้ดินเปียกนาน 2 เดือน ปีหนึ่งจึงมีภาวะดินแห้งและดินเปียก 4 รอบ เหมือนมีฤดูแล้งสลับฤดูฝนปีละ 4 ครั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ศึกษาวิจัยและปรับปรุงดินโดยวิธีการแกล้งดินจนประสบผลสามารถแก้ปัญหาดินเปรี้ยวในพื้นที่พรุให้เพาะปลูกได้ และขยายผลไปยังพื้นที่พรุบ้านโคกอิฐ-โคกโพธิ์ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวไร่ละ 5-10 ถัง เป็น 40-50 ถัง เมื่อพุทธศักราช 2535 นอกจากนี้ยังนำแนวพระราชดำริแกล้งดินไปใใช้ในพื้นที่พรุแฆแฆ จังหวัดปัตตานี มีการปลูกข้าวพันธุ์ชัยนาท ข้าวพันธุ์แก่นจันทร์ ข้าวพันธุ์เฉี้ยงพัทลุง ข้าวพันธุ์หอมสุพรรณบุรี ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ</p><p>เรื่อบที่ไม่เห็นด้วยโครงการนี้อาจจะมีสารเคมีตกข้างเหิดมลพิษได้ต้องวางเเนวทางการป้องกันสารเคมีอย่างเหมาะสมดินต้องมีความเหมาะสมกับการเพาะปลูกให้เกิดผลสูงสุดเรื่องที่เห็นด้วยคือสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เพาะปลูก</p><p>นายณพวรรธน์ ศิริขันธ์ DB1/1A 20</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-28 01:25:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2804897138</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิพากย์ โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2804940872</link>
         <description><![CDATA[<p>บทความวิพากย์โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา มีความคิดเห็นว่า เป็นโครงการที่ดีของพระราชดำริ ตามความรู้ที่ถูกหลักวิชา</p><p><strong>วิธีการของกังหันน้ำชัยพัฒนา</strong></p><p>วิธีหนึ่ง : ใช้อากาศอัดเข้าไปตามท่อเป่าลงไปใต้ผิวน้ำแบบกระจายฟอง</p><p>อีกวิธีหนึ่ง : น่าจะทำได้โดยกังหันวิดน้ำ วิดตักขึ้นไปบนผิวน้ำ แล้วปล่อยให้ตกลงไปยังผิวน้ำตามเดิม โดยที่กังหันน้ำดังกล่าวจะหมุนช้า ด้วยกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า หรือพลังน้ำไหลก็ได้</p><p><strong>เห็นด้วยในทางที่ดีกับโครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา</strong></p><p>เห็นด้วย เพราะ กังหันน้ำชัยพัฒนาช่วยในเรื่องของการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการปั่นเติมอากาศเปลี่ยนจากน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำที่สะอาด และเพิ่มออกซิเจนให้กับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษร</p><p><br/></p><p>ชาตินันท์ เต็มพร้อม DB1/1 B (13)</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-28 01:59:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2804940872</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนบ้านพอบิด (โรงเรียนบ้านพอบิด) </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2804956315</link>
         <description><![CDATA[<p>เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชน ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน </p><p><br/></p><p><strong>รู้สึกว่า</strong>โครงการณ์นี้มีประโยชน์ต่อคนใชุมชนมาก เเละก็นักเรียน การให้นักเรียนภายในโรงเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร ปลูกผัก เเล้วนำผลที่ได้มาประกอบอาหารภายในโรงเรียน เเละคนในชุมชน ทำให้เด็กที่เป็นช่วงวัยเจริญเติบโต ได้มีอารมณ์ที่ใจเย็น ทางด้านจิตใจ ร่างกาย รู้สึกว่าโครงการณ์นี้ช่วยส่งเสริมด้านการดำเนินชีวิตปรัชญาเศเศรษฐกิจพอเพียงแก่นักเรียน ชุมชน </p><p><br/></p><p>นางสาวภัทราภรณ์ เเย้มทอง DB1/1A</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-28 02:10:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2804956315</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ในการผลตและออกแบบผ้าไหมหมักโคลน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2805036278</link>
         <description><![CDATA[<p><mark>วัตถุประสงค์</mark></p><p><br/></p><p>เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ในการผลิตและ</p><p>ออกแบบผ้าไหมหมักโคลน เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ของชุมชนในภาคอีสาน</p><p><br/></p><p>กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย</p><p><br/></p><p>-กลุ่มทอผ้า ตําบลกุดหว้า เลขที่ 63 หมู่ 5 บ้านโคกโก่ง ตําบลกุดหว้า </p><p>-กลุ่มผู้ทดสอบ วิเคราะห์ความคงทน ของไหมหมักโคลนในแต่ละพื้นที่ ผู้ควบคุม</p><p>ห้องทดลอง</p><p><br/></p><p><mark>ความสําคํญของปัญหา </mark></p><p>สังคมไทยแต่โบราณรู้จักการนําวัสดุจากธรรมชาติมาประดิษฐ์และตกแต่งเป็นของใช้ในวิถีชีวิต </p><p>เช่นเดียวกับชาติอื่นๆ ดังจะเห็นได้จากการนําหญ้าคา หญ้าแฝก ใบตาล มุงเป็นหลังคาบ้าน ซึ่งบ้านที่มุง </p><p>ด้วยวัสดุธรรมชาติจะทําให้อากาศภายในบ้านเย็นสบาย ส่วนใบตอง ใบจาก ใบมะพร้าว นํามาห่อ </p><p>อาหาร ก็จะทําให้อาหารมีกลิ่นหอมของใบไม้ชนิดนั้นๆ ซึ่งสะอาดและปลอดภัย</p><p><br/></p><p><mark>ประโยชน์ของโครงการ</mark></p><p><br/></p><p><mark>ยังไม่เสร็จ</mark></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-11-28 03:06:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2805036278</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิพากษ์โครงการพระราชดำริ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2826928148</link>
         <description><![CDATA[<p>โครงการเเก้มลิงเป็นโครงการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9  คนคิดขึ้นมา จุดประสงค์ไว้แก้ปัญหาอุทกภัยในประเทศไทย และยังคงใช้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมจนถึงปัจจุบัน ตั้งเเต่พ.ศ. 2538 เพื่อจัดการบริหารน้ำท่วม และอนุรักษ์น้ำสิ่งเเวดล้อม จะมีการจัดให้มีสถานที่เก็บกักน้ำตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อทำหน้าที่เป็นบึงพักน้ำให้หน้าน้ำ โดยรองรับน้ำฝนไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะระบายลงทางระบายน้ำสาธารณะ นับเป็นการช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังได้ในระดับหนึ่งเหมือนกับ ลิงอมกล้วยไว้ในกระพุ้งแก้มไว้ได้คราวละมากๆ จากนั้นจะค่อยๆ นําออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง</p><p><br/></p><p><br/></p><p>ส่วนตัวเห็นด้วยกับโครงการ แก้มลิง เพราะว่า โครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมที่รุนเเรงของพื้นที่ต่างๆด้วยยังมีเเหล่งกักเก็บน้ำแก่ปัญหาขาดแคลนน้ำ</p><p>ให้กับชาวไร่ชาวนาที่ทำเกษตรกร ป้องกันน้ำเค็มไม่ไห้เข้าไหลไปในเเม่น้ำอีก เเละโครงการนี้ช่วยกักเก็บน้ำจืดไว้ด้านเหนือประตูระบายน้ำ ทำให้ผู้คนนั้นมีน้ำไว้สำหรับทำการเกษตร มีน้ำใช้ กิน  ถึงในวันหน้า ช่วยฤดูเเล้งอีก และยังเป็นการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมโดยน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ เมื่อถูกระบายสู่คลอง จะไปบำบัดน้ำเน่าเสียให้เจือจางจะผลักดันน้ำเสียให้ระบายออกไปได้อีกด้วย</p><p>https://www.qyield.com/article/view.php?id=42</p><p>(เว็บไซต์นี้พูดถึงโครงการเเก้มลิงเเนวทางเเก้ปัญหา)</p><p>พูดถึงว่าโครงการนี้เเป็นเเนวคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างไรอีกด้วย https://www.royalparkrajapruek.org/Knowledge/view/210 เป็นการอธิบายว่าวัตถุประสงค์โครงการแก้มลิงสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง โดยใช้หลักการทางธรรมชาติคือกักเก็บน้ำฝนเอาไว้ เพื่อรอเวลาระบายออก ซึ่งลักษณะการดำเนินงานของแก้มลิงจะมีขั้นตอนและโครงการแก้มลิงแบ่งออกเป็น 3 ประเภท โดยแยกตามขนาดของแก้มลิงมีทั้ง 1. แก้มลิงขนาดใหญ่ 2. แก้มลิงขนาดกลาง สุดท้าย 3. แก้มลิงขนาดเล็ก ความสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย </p><p>*ข้อเท็จจริง ชื่อโครงการเเก้มลิงเกาะพระทองกรมชลประทานตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการที่จังหวัดพังงาโครงการไม่น่าจะอยู่ในเขตป่าชายเลนทำการหนังสือขออนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาที่ดินโดยไม่กระทบต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎรได้ทำการฟื้นฟูเเหล่งน้ำ</p><p>https://www.thaipbs.or.th/news/content/314824</p><p><br/></p><p>สรุป</p><p>โครงการแก้มลิงคือปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดอุทกภัยในประเทศไทย และยังคงใช้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมจนถึงปัจจุบันช่วยอนุรักษ์ป้องกันการรุกล้ำน้ำเค็มในช่วงฤดูเเล้ง ในชาวเกษตรกรมีน้ำใช้ได้ยืนยาว เเละระบายน้ำเสียให้เจือจางเป็นผลดีต่อประชาชน</p><p>นายดนัย แขกเต้า DB/B 7</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-12-16 07:45:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2826928148</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทวิภาษณ์โครงการพระราชดำริ การสร้างเขื่อน </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2842250958</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><em><mark>กัญญาณัฐ จีนสกุล DB1/1B เลขที่ 5</mark></em></strong></p><p><br></p><p>อันเนื่องมาจาก จุดประสงค์ของการสร้างเขื่อนเพื่อ</p><ol><li><p>กักเก็บน้ำ โดยเก็บน้ำช่วงฤดูน้ำหลาก ป้องกันการเกิดอุทกภัยหรือน้ำท่วม</p></li><li><p>เพื่อปล่อยน้ำไว้ใช้ในการทำเกษตรกรรม อุปโภคบริโภคช่วงขาดแคลนน้ำ แห้งแล้ง</p></li><li><p>ไว้ป้องกันน้ำท่วมแบบเฉียบพลัน</p></li><li><p>ช่วยเหลือด้านการชลประทาน</p></li></ol><p><br></p><p>ข้อดีจากการสร้างเขื่อน</p><ol><li><p>สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานน้ำได้</p></li><li><p>เป็นจุดสถานที่เที่ยว และเป็นแหล่งส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการ</p></li><li><p>เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจบริเวณแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนในพื้นที่</p></li></ol><p><br></p><p>ข้อเสียจากการสร้างเขื่อน</p><ol><li><p>การสร้างเขื่อนใช้พื้นที่ปริมาณมาก นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p></li><li><p>เป็นการปิดกั้นเส้นทางน้ำ ทำให้ลดอัตรการขยายพันธุ์ของสัตว์บางชนิด</p></li><li><p>ส่งผลต่อผลผลิตด้านการเกษตรและการประมงที่ลดลง</p></li><li><p>ปิดเส้นทางเดินน้ำ เป็นอุปสรรคในระบบขนส่งและค้าขายในน่านน้ำ</p></li><li><p>ใช้งบประมาณแผ่นดินมาก</p></li></ol><p><br></p><p>จากการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียข้างต้น พบว่าการเข้าถึงของการทรัพยากรน้ำ อาหาร และไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์แต่อย่างไรก็ตามเราต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า ระหว่างผลประโยชน์ที่ได้รับกับผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีผลที่ตามมาหลายอย่างจากการสร้างเขื่อน เช่น สิ่งแวดล้อมถูกทำลายที่อยู่ของชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่ถูกทำลายที่อยู่อาศัย หรือลดการขยายพันธุ์ตามห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ หากการสร้างเขื่อนไม่มีการวางแผนที่ชัดเจนในการวิเคราะห์พื้นที่แบบเชิงรุกคำนวณค่าใช้จ่ายงบประมาณ ไม่ได้คิดหาหนทางในการจัดการกับความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หรือขาดการวางแผนและข้ามขั้นตอนการดำเนินงาน ย่อมเกิดความเสี่ยงของผลที่ตามมา และได้ความคุ้มค่าน้อยกว่าผลประโยชน์อย่างแน่นอน.</p><p><br></p><p><br></p><p>แหล่งอ้างอิง</p><p>ผลวิจัยการสูญเสียทางชีวภาพจากการสร้างเขื่อน</p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=32054">https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=32054</a></p></li></ul><p>ข้อเสียและข้อควรระวังในการสร้างเขื่อน</p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.seub.or.th/bloging/news/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%9B-7-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80/">https://www.seub.or.th/bloging/news/บาป-7-ประการของการสร้างเ/</a></p></li></ul><p>ปัญหาของเขื่อน</p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.facebook.com/share/ur15HJkehrURbsWB/?mibextid=dD9HTC">https://www.facebook.com/share/ur15HJkehrURbsWB/?mibextid=dD9HTC</a></p></li></ul><p>ยอดการสูญเสียทางธรรมชาติการจากสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง</p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://workpointtoday.com/mekong-dam-environmental-effects/">https://workpointtoday.com/mekong-dam-environmental-effects/</a></p></li></ul><p>ประโยชน์ของเขื่อน</p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://rpbdam.egat.co.th/index.php/2017-03-21-09-30-04/2014-07-07-08-53-32">https://rpbdam.egat.co.th/index.php/2017-03-21-09-30-04/2014-07-07-08-53-32</a></p></li></ul><p>ความสำคัญของเขื่อน</p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.thailandplus.tv/archives/294527">https://www.thailandplus.tv/archives/294527</a></p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-01-09 03:01:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kimkit12345678_/rjzoghh0etae7r07/wish/2842250958</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
