<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ผืนผ้าใบ by mon pescharawuth pasook</title>
      <link>https://padlet.com/phechrawuthphasukh/rgz375h2tfkrsfno</link>
      <description>โพสต์อะไรก็ได้ทุกที่</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-09-10 02:57:04 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-24 12:59:29 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สิทธิส่วนบุคคล</title>
         <author>phechrawuthphasukh</author>
         <link>https://padlet.com/phechrawuthphasukh/rgz375h2tfkrsfno/wish/3111056010</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>การละเมิด</strong> คือการกระทำที่ส่งผลด้านลบแก่เด็กหรือผู้ที่ถูกละเมิด ซึ่งสามารถเกิดจากผู้ใหญ่ใกล้ตัว, สมาชิกในครอบครัว, เพื่อนบ้าน, คนในชุมชน, คนแปลกหน้า, เจ้าหน้าที่รัฐ, เจ้าหน้าที่เอกชน หรือแม้แต่เด็กด้วยกัน โดยการละเมิดดังกล่าว แบ่งออกเป็น 7 ประเภท<br>&nbsp;</p><ol><li><p><strong>การละเมิดทางด้านร่างกาย (Physical Abuse)</strong> หมายถึง การทำร้ายร่างกาย เช่น การทุบ การตบ การสาดน้ำร้อนใส่ หรือการใช้ไฟลวก<br>&nbsp;</p></li><li><p><strong>การละเมิดทางเพศ (Sexual Abuse)</strong> หมายถึง การกระทำที่ไม่เหมาะสมทางเพศกับเด็ก เช่น การสัมผัสอวัยวะต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมภายใต้ร่มผ้า การบังคับให้เด็กสัมผัสอวัยวะเพศ การแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก การบังคับหรือล่อลวงเด็กให้มีกิจกรรมทางเพศและการเผยแพร่สื่ออนาจารให้กับเด็ก<br>&nbsp;</p></li><li><p><strong>การละเมิดทางด้านวาจาและอารมณ์ (Verbal and Emotional Abuse)</strong> หมายถึง การใช้คำพูด ถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยาม รวมทั้งการนำข้อมูลที่เป็นความลับของเด็กมาเปิดเผย<br>&nbsp;</p></li><li><p><strong>การละเมิดปล่อยปละละเลย / เพิกเฉย (Neglect)</strong> หมายถึง การที่ผู้ปกครองของเด็กหรือผู้ดูแลเด็ก ไม่สนใจหรือไม่กระทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่จัดหาและสนับสนุนสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานให้กับเด็ก เช่น อาหารที่ครบ 5 หมู่ เสื้อผ้าที่สะอาด ที่พักที่ปลอดภัย ยารักษาโรค และการศึกษาที่เหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก รวมไปถึงการที่เด็กถูกทอดทิ้งในสภาวะเสี่ยง เช่น เด็กถูกปล่อยให้ป่วยโดยไม่ได้รับการรักษาใดๆ<br>&nbsp;</p></li><li><p><strong>การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Violation of Children's Privacy)</strong> หมายถึง การไม่รักษาข้อมูล รักษาความลับของเด็ก โดยการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของเด็กให้กับสาธารณชน หรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง<br>ㆍแชร์หรือเผยแพร่ ข้อมูล รูปกาพ คลิปวิดีโอ และอื่น ๆ ของเด็ก ที่เป็นประเด็นอ่อนไหว (Sensitive Information) รวมถึง ข้อมูลตัวตนของเด็ก เช่น ภูมิหลังของเด็กและครอบครัวดั้งเดิม, ประวัติการรักษาทางการแพทย์ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เป็นต้น<br>ㆍกรณีหากมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ของเด็ก จะต้องได้รับการยินยอมจากเด็กและผู้ปกครองก่อน<br>&nbsp;</p></li><li><p><strong>การกลั่นแกล้ง (Bullying)&nbsp;</strong>การข่มขู่ แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ล่วงละเมิดทางวาจาต่อผู้อื่น รวมถึงการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต ข่มขู่ คุกคาม เช่น ส่งข้อความ โพสต์ในโซเชียล<br>&nbsp;</p></li><li><p><strong>การละเมิดเด็กทางการเงิน (Financial Abuse) </strong>การลักทรัพย์ ทำให้เด็กสูญเสียทรัพย์ที่พึงได้ เช่น เงินรายวัน เบี้ยเลี้ยง เงินบริจาคอุปถัมภ์ที่เป็นส่วนของเด็ก&nbsp;</p><p>ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก แม้เด็กจะยินยอมก็ผิด มีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี และปรับไม่เกิน 400,000 บาท และถ้าเด็ก คนนั้นอายุไม่เกิน 13 ปี จะมีอัตราโทษสูงสุด คือ จำคุกตลอดชีวิต ถ้าการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เป็นเหตุให้เด็กตาย</p><p>สิทธิแรงงาน (Labour Rights) หมายถึง สิทธิของผู้ใช้แรงงานในความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ทั้งสิทธิทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน</p><p>1. เวลาทำงาน</p><p>2. เวลาพัก</p><p>3. วันหยุดประจำสัปดาห์</p><p>4. การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด</p><p>5. ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดนายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ขั้นต่ำปรับไม่เกิน 5,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-10 02:59:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/phechrawuthphasukh/rgz375h2tfkrsfno/wish/3111056010</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>phechrawuthphasukh</author>
         <link>https://padlet.com/phechrawuthphasukh/rgz375h2tfkrsfno/wish/3111211307</link>
         <description><![CDATA[<p>สิทธิของเจ้าของข้อมูล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA จะต้องให้ความยินยอมแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประกอบการเพื่อรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเจ้าของข้อมูลก็มีสิทธิในข้อมูลของตัวเองตามกฎหมาย และสามารถใช้สิทธินั้นได้โดยแบ่งออกได้ ดังนี้<strong>เริ่มสร้าง Policy</strong></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="text-secondary-600 hover:text-secondary-600" href="https://easypdpa.com/article"><strong>บทความสาระ</strong></a></p><p>เผยแพร่เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2021</p><p><strong>สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมาย PDPA ที่บริษัทควรรู้!</strong></p><p><br/></p><p>เมื่อ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.easypdpa.com/article/easypdpa-summary-what-is-pdpa/">กฎหมาย PDPA</a> หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจหลายประเภทมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ของลูกค้า เพื่อนำไปใช้ทางการตลาดหรือพัฒนาสินค้าในอนาคต นักการตลาดหรือผู้ที่ต้องการเก็บข้อมูลของลูกค้าจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.easypdpa.com/article/easypdpa-summary-what-is-pdpa/">กฎหมาย PDPA</a> และศึกษาสิทธิที่ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่พึงมีด้วย ก็จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลนั่นเอง</p><p><br/></p><p><strong>สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล&nbsp;คืออะไร?&nbsp;</strong></p><p>กฎหมาย PDPA ไม่เพียงแต่ให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความโปร่งใสและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังให้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการควบคุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้อีกด้วย ซึ่งในกฎหมายได้ระบุไว้ว่า <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.easypdpa.com/article/easypdpa-summary-what-is-pdpa/">เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject)</a> สามารถขอใช้สิทธิต่างๆได้นั่นเอง</p><p><br/></p><p><strong>เจ้าของข้อมูลมีสิทธิอะไรบ้างตามกฎหมาย PDPA บ้าง?&nbsp;</strong></p><p>เมื่อเรารู้จักกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแบบเบื้องต้นแล้ว ทีนี้เราก็มาดูกันต่อว่า เจ้าของข้อมูลจะมีสิทธิอะไรบ้าง ตามกฎหมาย PDPA บ้าง?</p><p>เพื่อที่เราในฐานะเจ้าของข้อมูลจะได้ใช้ถูกต้อง และเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะได้รับมือและปฎิบัติตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้อย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงในการรับ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.easypdpa.com/article/severe-fine-if-you-dont-have-a-privacy-policy/">โทษภายใต้ PDPA</a> ของเราด้วย&nbsp;</p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA มีทั้งหมด 7 ข้อดังนี้</strong></p><p><strong>1. สิทธิในการถอนความยินยอม (right to withdraw consent)</strong></p><p>เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมที่เคยให้บริษัทจัดเก็บ รวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง เมื่อไหร่ก็ได้ โดยผู้ควบคุมข้อมูลต้องรับประกันให้การขอถอนความยินยอม ง่ายเหมือนกับวิธีที่ได้รับความยินยอมด้วย</p><p>ยกตัวอย่าง ถ้าบริษัทขอความยินยอมในการส่งข่าวสารทางอีเมล ผ่านการกดปุ่ม Subscribe เมื่อเจ้าของข้อมูลต้องการขอถอนความยินยอม ก็ต้องสามารถกดปุ่ม Unsubscribe ได้ทันทีเช่นกัน เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>2. สิทธิในการขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล (right of access and copy)</strong></p><p>เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองจากบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทชี้แจงรายละเอียดและเปิดเผยที่มาของแหล่งข้อมูลชุดนี้ได้เช่นกัน&nbsp;</p><p>สำหรับการขอใช้สิทธินี้บริษัทจะมีหน้าที่ในการพิจารณาและดำเนินการตามคำร้องขอ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เจ้าของข้อมูลแจ้งมา ไม่เช่นนั้นจะมีโทษปกครองสูงสุด 1 ล้านบาท</p><p><strong>3. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification)</strong></p><p>เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอแก้ไข หรือขอเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง เพื่อให้ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งกรณีดังกล่าวโดยหลักบริษัทต้องดำเนินการตามคำขอได้&nbsp;</p><p><strong>4. สิทธิขอให้ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (right to erasure)</strong></p><p>หากเจ้าของข้อมูลเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทจัดเก็บนั้น ไม่มีความเป็นจำเป็นหรือเป็นข้อมูลที่ประมวลผลโดยไม่ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอให้บริษัททำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทั้งหมด หรือลบบางชุดข้อมูลให้ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ ในกรณีการขอใช้สิทธินี้ ถ้าบริษัทมีความจำเป็นที่อธิบายได้ว่า&nbsp; บริษัทมีความจำเป็นด้วยฐานใดหนึ่งในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่&nbsp;บริษัทก็สามารถแจ้งปฏิเสธการใช้สิทธิเจ้าของข้อมูลได้เช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>5. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object)</strong></p><p>กรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลด้วยฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองนั้นเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าหากการเก็บ รวบรวม หรือใช้ข้อมูลนั้น ส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมากเกินควร</p><p><strong>6. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing)</strong></p><p>กรณีอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อแก้ไขข้อมูลที่ถูกต้อง หรือหากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะต้องลบ หรือทำลายเพราะหมดความจำเป็นแล้ว เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นการชั่วคราวได้&nbsp;</p><p><strong>7. สิทธิในการขอโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บในรูปแบบอัตโนมัติ (right to data portability)</strong></p><p>กรณีข้อมูลส่วนบุคคลเก็บอยู่ในรูปแบบที่สามารถโอนได้โดยอัตโนมัติ เจ้าของข้อมูลสามารถแจ้งขอให้บริษัททำการส่งต่อข้อมูลไปยังบริษัทอีกแห่งได้</p><p> </p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-10 04:27:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/phechrawuthphasukh/rgz375h2tfkrsfno/wish/3111211307</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คนพิการได้สิทธิอะไรบ้าง ?</title>
         <author>phechrawuthphasukh</author>
         <link>https://padlet.com/phechrawuthphasukh/rgz375h2tfkrsfno/wish/3135642826</link>
         <description><![CDATA[<p>คนพิการ คือบุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากมีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญาและการเรียนรู้หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่างๆ และมีความจำเป็นเป็นพิเศษที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้นคนพิการจึงควรมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย</p><p>คนพิการทั่วไปทั้งคนที่มีบัตรและไม่มีบัตรคนพิการสามารถรับสิทธิคนพิการได้ดังนี้</p><p>1.ได้รับเบี้ยคนพิการ</p><p>เฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนมีบัตรประจำตัวคนพิการถูกต้อง และมีสิทธิลงทะเบียนขอรับ “เบี้ยคนพิการ” คนละ 800 บาท/เดือน จะจ่ายเป็นเงินสดหรือจ่ายผ่านบัญชีธนาคารภายในวันที่ 10 ของทุกเดือนตลอดชีวิตและสิ้นสุดลงเมื่อคนพิการเสียชีวิต/แจ้งขอสละสิทธิ </p><p>ถ้าเป็นคนพิการที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับสิทธิทั้ง “เบี้ยคนพิการ” และ “เบี้ยผู้สูงอายุ”</p><p>2.บริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์</p><p>       สิทธิคนพิการยังได้รับบริการทางสาธารณะสุข เพื่อการรักษาพยาบาลและช่วยเหลือให้คนพิการสามารถทำกิจกรรมทั่วไปได้ตามความต้องการ จำเป็นต้องฝึกฝนและทำอย่างต่อเนื่องให้เกิดความชำนาญและป้องกันความพิการที่จะเกิดเพิ่มขึ้น</p><p>        เช่น กายภาพบำบัด, กิจกรรมบำบัด(กลุ่มสันทนาการ ฝึกอบรม), การประเมิน/แก้ไขการพูด, จิตบำบัด, พฤติกรรมบำบัด, ฟื้นฟูการได้ยิน-การมองเห็น, ได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยตามประเภทความพิการ, การพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานการใช้ชีวิต, บริการทางการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก (ฝังเข็ม นวดไทย), บริการทันตกรรม เช่น การเคลือบหลุมร่องฟัน, บริการเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมช่วยความพิการและแจ้งข้อมูลข่าวสารสุขภาพผู้พิการสามารถเข้าถึงได้</p><p>      จะได้สิทธิคนพิการบริการข้างต้นก็ต่อเมื่อ เปลี่ยนจากสิทธิบัตรทองธรรมดาเป็นสิทธิคนพิการ ท.74  (“สิทธิหลักประกันสุขภาพ” หรือที่เคยรู้จักกันในนาม“สิทธิ 30 บาท หรือสิทธิบัตรทอง”)</p><p>      แสดงบัตรท.74 ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อขอบริการรับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือการรักษาพยาบาล อาการเจ็บป่วยและได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการที่หน่วยบริการที่ระบุในบัตรประกันสุขภาพทั่วประเทศได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p><p>3.ได้รับการศึกษาฟรี</p><p>      โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่พบความพิการจนตลอดชีวิต เป็นอีกประโยชน์หนึ่งของสิทธิคนพิการ สามารถแจ้งรับบริการได้ที่ศูนย์การศึกษา พิเศษประจำจังหวัด โรงเรียนใกล้บ้าน หรือสถานศึกษา หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ของจังหวัดต่างๆ หรือหน่วยงานที่ประกาศกำหนด</p><p>       เพื่อได้รับสิทธิทางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 15 ปี 2562 พร้อมได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลือ โดยเลือกสถานที่ ระบบและรูปแบบทางการศึกษาคำนึงถึงความสามารถ ความสนใจ ความถนัดและจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับผู้พิการแต่ละประเภท</p><p>4.คนพิการสามารถสมัครงาน</p><p>        สมัครงานได้ที่สถานประกอบการทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งเป็นสิทธิคนพิการที่ควรได้รับ โดยสามารถแจ้งรับบริการจัดหางานที่ศูนย์จัดหางานหรือแจ้งองค์กรด้านคนพิการที่บริการจัดหางานให้ เช่น ศูนย์จัดหางานคนพิการพระมหาไถ่ พัทยา และมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย</p><p>        ถ้านายจ้างรับคนพิการเข้าทำงานอันตราส่วนพนักงานต่อคนพิการ 100:1 นายจ้างมีสิทธิได้รับข้อยกเว้นภาษีเงินได้จำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายในการจ้างคนพิการ นายจ้างสามารถนำค่าจ้างนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง หากสถานประกอบการใดที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงานต้องจ่ายเงินสมทบทุนเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อเป็นกองทุนช่วยเหลือดูแลคนพิการ</p><p>**แต่นายจ้างจะรับสิทธิประโยชน์เฉพาะการจ้างคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการเท่านั้น**</p><p>5.บริการสิ่งอำนวยความสะดวก</p><p>      ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ เช่น ห้องน้ำทางลาด ที่จอดรถสำหรับคนพิการ เอกสารอักษรเบรลล์ ล่ามภาษามือ บริการคนส่งสาธารณะ ข้อมูลข่าวสารและบริการให้สัตว์นำทางกับคนพิการ เป็นต้น ให้แจ้งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่รับผิดชอบ อบต. พมจ. สำนักงานเขต สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย เป็นต้น</p><p>6.คนพิการมีสิทธิขอกู้เงิน</p><p>    สิทธิคนพิการมีสิทธิขอกู้เงิน ไว้เพื่อประกอบอาชีพได้ที่พมจ. กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่ประกาศกำหนด</p><p>กู้ได้เป็นรายบุคคลไม่เกินรายละ 60,000 บาท ถ้าประสงค์กู้เงินเกินวงเงินที่กำหนดให้พิจารณาเป็นรายๆไม่เกิน 120,000 บาท</p><p>กู้เป็นกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพกลุ่มละไม่เกิน 1,000,000 บาท</p><p>**ไม่มีดอกเบี้ยแต่ต้องผ่อนส่งภายใน 5 ปี**</p><p>ผู้กู้ต้องอายุ20ปีขึ้นไปและมีบัตรผู้พิการและบัตรดูแลผู้พิการ กรอกข้อมูลว่าจะนำทุนไปประกอบอาชีพด้านใด โดยมีผู้ค้ำประกันที่เงินเดือนมั่นคง 1 คน ยื่นเรื่องขออนุมัติเงินไม่เกิน 2 สัปดาห์</p><p>7.แจ้งรับบริการสวัสดิการสังคม</p><p>      ได้ที่ อบต. พมจ. สำนักงานเขต  ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่ประกาศกำหนด เพื่อคุ้มครองสิทธิคนพิการอย่างทั่วถึง เช่น ผู้ช่วยคนพิการ (สำหรับคนพิการระดับรุนแรง) ค่าใช้จ่ายสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานที่พักอาศัย สถานที่เลี้ยงดูสำหรับผู้พิการไร้ที่พึ่ง</p><p>8.บริการล่ามภาษามือ</p><p>       เฉพาะคนหูหนวกมีสิทธิยื่นคำขอเพื่อขอรับบริการล่ามภาษามือในกรณีต่างๆแจ้งรับบริการได้ที่สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย อบต. พมจ. สำนักงานเขต ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน กรุงเทพมหานคร  หรือหน่วยงานที่ประกาศกำหนด เช่น การใช้บริการทางการแพทย์และสาธารณะสุข การสมัครงาน การร้องทุกข์ การกล่าวโทษหรือเป็นพยาน การเข้าร่วมประชุม สัมมนา ฝึกอบรมรวมทั้งเป็นผู้บรรยาย</p><p>9.ลดหย่อนภาษีเงินได้</p><p>สิทธิคนพิการยังสามารถขอลดหย่อนภาษีเงินได้ โดยแจ้งหน่วยงานของกรมสรรพากรที่ไปเสียภาษี</p><p>สำหรับผู้ดูแลที่เลี้ยงดูคู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่ที่พิการหรือทุพพลภาพ สามารถนำไปใช้ลดหย่อนแบบเหมาได้คนละ 60,000 บาทต่อปี</p><p>แต่ถ้าผู้พิการหรือทุพพลภาพที่ดูแลอยู่ไม่คู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้แบบเหมา 60,000 บาทต่อเพียงคนเดียว</p><p>ถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้และมีความพิการด้วย สามารถรถหย่อนภาษีคู่สมรสได้ 60,000 บาท และลดหย่อนผู้พิการได้อีก 60,000 บาท รวมเป็นเงินลดหย่อนทั้งสิ้น 120,000 บาท</p><p><br/></p><p> </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-24 12:59:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/phechrawuthphasukh/rgz375h2tfkrsfno/wish/3135642826</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
