<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ประชาธิปไตยในสังคมไทย (ส 23002) by jiranchaya seawong</title>
      <link>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm</link>
      <description>Made with charm</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-10-10 08:20:10 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-23 16:32:18 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>3/10/2560</title>
         <author>jiranchayaseawong</author>
         <link>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/195483706</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ตอบ ประชาธิปไตยเเบ่งออกเป็น 3 เเบบ<br> 1.  พระมหากษัตริย์เป็นประมุข     หมายถึงประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐพระมหากษัตริย์ทรงเป็นกลางทางการเมือง <br> 2.  ระบบประธานาธิบดี เป็นการปกครองที่ประกอบด้วยสามสถาบันหลัก คือ สถาบันนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ <br> 3. ระบบรัฐสภา เป็นการปกครองที่ประกอบด้วยสามสถาบัน คือ สถาบันนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ สถาบันนิติบัญญัติ <br> <br>  ข้อดีของประชาธิปไตย<br> 1. เปิดโอกาสให้ประชาชนข้างมากได้ดำเนินการปกครองโดยประชาชนข้างน้อยมีสิทธิคัดค้านการปกครองของฝ่ายข้างมาก<br> 2. เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพได้อย่างเสมอภาคกัน<br> 3. ถือกฎหมายเป็นมาตรฐานในการดำเนินการปกครอง<br> 4. ช่วยระงับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและระหว่างประชาชนด้วยกันเอง<br>  </div><div>ข้อเสียของประชาธิปไตย<br> 1. มีความล่าช้าในการตัดสินใจทำการต่างๆต้องมีการปรึกษาและผ่านขั้นตอนมากเช่น ต้องแก้ไขปรับปรุงจึงจะบังคับใช้เป็นกฎหมาย<br> 2. ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปกครองมาก<br> 3. อาจนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายได้ ถ้าประชาชนส่วนมากในประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยไม่รู้จักใช้สิทธิเสรีภาพให้อยู่ภายในกรอบของกฎหมายอาจทำให้ประเทศเจริญช้าลง <br> <br>2.ตอบ ประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบาง<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81&amp;action=edit&amp;redlink=1">นครรัฐกรีกโบราณ</a>ช่วงศตวรรษที่ 5 <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5">ก่อนคริสตกาล</a> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C">เอเธนส์</a>หลังการก่อการกำเริบเมื่อ 508 ปีก่อนคริสตกาล ประชาธิปไตยแบบนี้เรียกว่า<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87"><strong>ประชาธิปไตยทางตรง</strong></a> <br> <br><br>3.ตอบ หลักการของประชาธิปไตย<br><strong>1. หลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน</strong> ประชาชนแสดงออกซึ่งการเป็นเจ้าของโดยใช้อำนาจที่มีตามกระบวนการเลือกตั้งอย่างอิสระและทั่วถึงในการให้ได้มาซึ่งตัวผู้ปกครองและผู้แทนของตน รวมทั้งประชาชนมีอำนาจในการคัดค้านและถอดถอนผู้ปกครองและผู้แทนที่ประชาชนเห็นว่า มิได้บริหารประเทศในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม เช่น มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ <strong>2. หลักเสรีภาพ</strong> ประชาชนทุกคนมีความสามารถในการกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บุคคลต้องการ ตราบเท่าที่การกระทำของเขานั้น ไม่ไปละเมิดลิดรอนสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือละเมิดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงของประเทศชาติ <br><strong>3</strong>. <strong>หลักความเสมอภาค</strong> การเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรและคุณค่าต่างๆของสังคมที่มีอยู่จำกัดอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่ถูกกีดกันด้วยสาเหตุแห่งความแตกต่างทางชั้นวรรณะทางสังคม ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือด้วยสาเหตุอื่น<br><strong>4.</strong> <strong>หลักการปกครองโดยกฏหมายหรือหลักนิติธรรม</strong> การให้ความคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทั้งในเรื่องสิทธิเสรีภาพในทรัพย์สิน การแสดงออก การดำรงชีพ ฯลฯ อย่างเสมอหน้ากัน โดยผู้ปกครองไม่สามารถใช้อำนาจใดๆลิดรอนเพิกถอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ และไม่สามารถใช้อภิสิทธิอยู่เหนือกฏหมาย หรือเหนือกว่าประชาชนคนอื่นๆได้<br><strong>5. หลักการเสียงข้างมาก (Majority rule)ควบคู่ไปกับการเคารพในสิทธิของเสียงข้างน้อย (Minority Rights) </strong>การตัดสินใจใดๆที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหมู่มาก ไม่ว่าจะเป็น การเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนเข้าสู่ระบบการเมือง การตัดสินใจของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายตุลาการ ย่อมต้องถือเอาเสียงข้างมากที่มีต่อเรื่องนั้นๆ เป็นเกณฑ์ในการตัดสินทางเลือก โดยถือว่าเสียงข้างมากเป็นตัวแทนที่สะท้อนความต้องการ/ข้อเรียกร้องของประชาชนหมู่มาก หลักการนี้ ต้องควบคู่ไปกับการ <strong>เคารพและคุ้มครองสิทธิเสียงข้างน้อยด้วย</strong> <br><br>4.ตอบ ความหมายของกบฏปฏิวัติ<br>การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการเปลียนรัฐบาลหรือคณะผู้ปกครองหรือการเปลี่ยนกติการการปกครองหรือรัฐธรรมนูญ <br>ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศปกติรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศย่อมกำหนดวิธีการเปลี่ยนแปลงไว้ เช่น ให้มีการเลือกตั้งทั่วไปทุก 4 ปี หรือ 5 ปี หรือเลือกประธานาธิบดีทุก 4 ปี หรือ 6 ปี</div><div>เพื่อให้โอกาสประชาชนติดสินใจว่าจะให้บุคคลใดหรือกลุ่มพรรคการเมืองใดได้เป็นผู้ปกครอง และกำหนดวิธีการเปลี่ยนแปลงหลักการหรือสาระของรัฐธรรมนูญหรือแม้กระทั่งสร้างรัฐธรรมนูญใหม่แทนฉบับเดิม</div><div>การเปลี่ยนแปลงตามกระบวณการดังกล่าวข้างต้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยสันติวิธี และเป็นวิถีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย</div><div>อย่างไรก็ตามทีการเปลี่ยนแปลงอีกวิธีหนึ่งที่ถือว่าเป็นวิธีการรุนแรงและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นก็คือการใช้กำลังเข้าข่มขู่ เช่น ใช้กองกำลังติดอาวุธเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลเดิมไล่คณะรัฐมนตรีออกไปและตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ โดยกลุ่มของคนที่ยึดอำนาจเข้ามาแทนที่หรือยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่</div><div>วางกฎและกติกาตามที่กลุ่มผู้มีอำนาจปรารถนา โดยปกติคณะหรือกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีนี้จะต้องมีกองกำลังติดอาวุธเข้าปฏิบัติการ มิฉะนั้นแล้วก็ยากที่จะสำเร็จ และถึงมีกำลังก็ไม่อาจไม่สำเร็จเสมอไป เพราะมีองค์ประกอบการสนับสนุนหรือต่อต้านจากประชาชนเข้ามาเป็นปัจจัยประกอบด้วย</div><div>ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองก็คือว่า การเปลี่ยนรัฐบาลหรือผู้ปกครองประเทศมักไม่เป็นไปตามกติกาหรือระเบียบแบบแผนโดยสันติวิธี ตรงกันข้ามมักเกิดการแย่งชิงอำนาจด้วยการใช้กำลังอยู่เนือง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปของการจลาจลกบฏ ปฏิวัติหรือรัฐประหารความหมายของคำเหล่านี้เหมือนกันในแง่ที่ว่าเป็นการใช้กำลังอาวุธยึดอำนาจทางการเมืองแต่มีความหมายต่าง กันในด้านผลของการใช้กำลังความรุนแรงนั้น</div><div>หากทำการไม่สำเร็จจะถูกเรียกว่า <strong>กบฏ </strong>จลาจล (rebellion)</div><div>ถ้าการยึดอำนาจนั้นสัมฤทธิผล และเปลี่ยนเพียงรัฐบาลเรียกว่า รัฐประหาร (coupd etat) แต่ถ้ารัฐบาลใหม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลฐานระบอบการปกครอง ก็นับว่าเป็น การปฏิวัติ</div><div>การปฏิวัติครั้งสำคัญ ๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ได้แก่ การปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 การปฏิวัติในรัสเซีย ค.ศ. 1917 การปฏิวัติของจีนในปี ค.ศ. 1949 การปฎิวัติในคิวบา ค.ศ. 1952 เป็นต้น สำหรับในการเมืองไทยคำว่า ปฏิวัติ กับ รัฐประหาร มักใช้ปะปนกันแล้วแต่ผู้ยึดอำนาจได้นั้นจะเรียกตัวเองว่าอะไร เท่าที่ผ่านมามักนิยมใช้คำว่า ปฏิวัติ</div><div>เพราะเป็นคำที่ดูขึงขังน่าเกรงขามเพื่อความสะดวกในการธำรงไว้ซึ่งอำนาจที่ได้มานั้น ทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้ว นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติที่แท้จริงครั้งเดียวที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย การยึดอำนาจโดยวิธีการใช้กำลัง ครั้งต่อ ๆ มาในทางรัฐศาสตร์ถือว่าเป็นเพียงการรัฐประหารเท่านั้น เพราะผู้ยึดอำนาจได้นั้นไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงหลักการมูลฐานของระบอบการปกครองเลย</div><div>ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเมืองและมิให้สับสนกับการใช้ชื่อเรียกตัวเองของคณะที่ทำการยึดอำนาจทั้งหลาย อาจสรุปได้ว่าความหมายได้ว่าความหมายแคบ ๆ โดยเฉพาะเจาะจงสำหรับคำว่าปฏิวัติ และรัฐประหารในบรรยากาศการเมืองไทยเป็นดังนี้คือ</div><div><strong>“ปฏิวัติ” </strong>หมายถึงการยึดอำนาจโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ อาจมีหรือไม่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรัฐบาลใหม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลฐานระบอบการปกครอง เช่นเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เป็นระบอบประชาธิปไตย หรือ คอมมิวนิสต์ ฯลฯ</div><div>ส่วน <strong>“รัฐประหาร” </strong>หมายถึงการยึดอำนาจโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงใช้รัฐธรรมนูญฉบับเก่าต่อไป หรือประกาศใช้รัฐธรรมฉบับใหม่ เพื่อให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานนัก ในประเทศไทย ถือได้ว่ามี การปฎิวัติ เกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียวคือ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2547 โยคณะราษฎร จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย และมีการ กบฏ เกิดขึ้น 12 ครั้ง และรัฐประหาร 8 ครั้ง ดังนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-10 08:30:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/195483706</guid>
      </item>
      <item>
         <title>26/9/2560</title>
         <author>jiranchayaseawong</author>
         <link>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/195483725</link>
         <description><![CDATA[<div>เรื่องที่ 1 ระบอบประชาธิปไตย<br>ประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบาง<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81&amp;action=edit&amp;redlink=1">นครรัฐกรีกโบราณ</a>ช่วงศตวรรษที่ 5 <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5">ก่อนคริสตกาล</a> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C">เอเธนส์</a>หลังการก่อการกำเริบเมื่อ 508 ปีก่อนคริสตกาล<br><br>ประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองของรัฐซึ่งบริหารอำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมือง โดยพลเมืองอาจใช้อำนาจของตนโดยตรงหรือผ่านผู้แทนที่ตนเลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้ หรืออาจถือตามคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอล์น ที่ว่า ประชาธิปไตยเป็น การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน<br><br><strong>ประเภทของประชาธิปไตย<br></strong><br></div><ol><li>ประชาธิปไตยทางตรง คือ รูปแบบการปกครองโดยที่พลเมืองสามารถมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจใด ๆ ได้โดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยคนกลางหรือผู้ทำหน้าที่แทนตน ประชาธิปไตยทางตรงปัจจุบันเป็นเพียงรูปแบบที่ไม่ค่อยแพร่หลายนัก เนื่องจากรูปแบบการปกครองดังกล่าวสามารถใช้ได้กับชุมชนที่มีกลุ่มคนขนาดเล็กเท่านั้น</li><li>ประชาธิปไตยทางอ้อมเป็นการปกครองโดยที่ประชาชนมีหน้าที่เลือกผู้แทนไปทำหน้าที่แทนตนในรัฐสภา โดยการเลือกตั้งจะคัดเอาผู้ที่มีคะแนนเสียงเหนือกว่าเป็นมาตรฐาน ผู้แทนดังกล่าวนอกเหนือจากจะสามารถมาจากการเลือกตั้งโดยตรงแล้ว ยังอาจเข้ามาจากการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ หรืออาจมาจากการกำหนดผู้แทนโดยพรรคการเมือง หรืออาจใช้รูปแบบผสมผสานกัน</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/224521417/6db8e75f0ac43951aeb7e4e01c794739/Gallery_108_04.jpg" />
         <pubDate>2017-10-10 08:30:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/195483725</guid>
      </item>
      <item>
         <title>10/10/2560.</title>
         <author>jiranchayaseawong</author>
         <link>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/195483794</link>
         <description><![CDATA[<div>ได้รับมอบหมายงานกลุ่มเรื่อง สมัยระบอบประชาธิปไตยเเบบไทย (พ.ศ. 2501-2516)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-10 08:30:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/195483794</guid>
      </item>
      <item>
         <title>17/10/2560</title>
         <author>jiranchayaseawong</author>
         <link>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/198779787</link>
         <description><![CDATA[<div>ฟังเพื่อนนำเสนองานเรื่อง “ สมัยระบอบกึ่งประชาธิปไตย (พ.ศ 2475-2500)&nbsp;<br>สอบเก็บคะเเนน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-19 17:09:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/jiranchayaseawong/rb606hc21owm/wish/198779787</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
