<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>บทที่3 วิธีวิจัย by Jindaporn Kaewmanee</title>
      <link>https://padlet.com/JindapornKaew/qp1v8u6nbod9</link>
      <description>สร้างด้วยความซุกซนนิดหน่อย</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-06-23 02:12:07 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2018-08-01 13:51:54 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>วิธีการดำเนินการวิจัย</title>
         <author>bwongpor</author>
         <link>https://padlet.com/JindapornKaew/qp1v8u6nbod9/wish/270051092</link>
         <description><![CDATA[<div>ศึกษาโดยใช้เครื่องมือ Business Model Canvas(BMC) มาใช้ในการวิเคราะห์ธุรกิจ ซึ่งมีการประเมินธุรกิจ ตามหลักการ 9 ช่อง คือ<br><br></div><div>1.Customer Segment (CS)การจำแหนก กลุ่มลูกค้า&nbsp;<br><br></div><div>2.Value Proposition (VP) การเสนอคุณค่าของธุรกิจ<br><br></div><div>3.Revenue Streams (RS)กระแสของรายได้ที่ไหลเข้ามาในธุรกิจ<br><br></div><div>4.Customer Relationships (CR) การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า&nbsp;<br><br></div><div>5.Channels (CH) ช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย และครอบคลุม<br><br></div><div>6.Key Activity (KA) การสร้างกิจกรรมต่างๆที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ<br><br></div><div>7.Key Resource (KR) ทรัพยากรที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ<br><br></div><div>8.Key Partners (KP) คู่ค้าร่วมที่ทำให้ธุรกิจเกิดการขยายตัวทางธุรกิจ<br><br></div><div>9.Cost Structure (CS) โครงสร้างของต้นทุน<br><br></div><div><strong>&nbsp;ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา Business Model Canvas</strong></div><div>1.สามารถทราบ และเข้าใจ ลักษณะของธุรกิจที่ศึกษาได้อย่างชัดเจน โดยใช้ การศึกษา ปัจจัย 9 ช่อง เพื่ออธิบายธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำมาสู่ปลายน้ำ ได้อย่างครบถ้วน</div><div>2.สามารถเน้นปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจ และวิเคราะห์ตรงเป้าหมาย ได้อย่างแม่นยำ</div><div>3.สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะส่งมอบสินค้า และบริการ ให้กับทางลูกค้า</div><div>4.สามารถนำการศึกษาไปวางแผนการ , กำหนด เพื่อวางกลยุทธ ของธุรกิจ</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>หลักในการ โดยใช้ Business Model Canvas มีหลักดังนี้</div><div>1.คุณค่าหลัก ต้องทราบว่า ลูกค้าของธุรกิจ คือใคร? เราจะส่งมอบคุณค่าของสินค้า และบริการ อย่างไร ?( CS+VP)<br><br></div><div>&nbsp;เพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจจากทางลูกค้า โดยลูกค้ามีความต้องการที่ไม่สิ้นสุดดังนั้นธุรกิจที่ประสพความสำเร็จก็มาจากการเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด&nbsp;<br><br></div><div>2. การสร้างฐานลูกค้า โดยให้ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อธุรกิจ กลับมาใช้บริการบ่อยๆ และซ้ำๆ (CR) โดยต้องเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อศึกษาลูกค้า และให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด<br><br></div><div>3.เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มาก และครอบคลุมทุกกลุ่ม (CH) โดยอาศัยเข้าถึงสื่อต่างๆให้มากที่สุด เนื่องจากในปัจจุบันชีวิตของลูกค้าส่วนใหญ่ใช้เวลากับสื่อสังคม online ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น Facebook (เฟซบุ๊ก) , Line (ไลน์), Instagram (อินสตาแกรม) , Twitter (ทวิตเตอร์)<br><br></div><div>4.การขยายธุรกิจออกไปให้ลุกค้ารู้จัก ต้องมีการใช้ทรัพยากรของเราที่มีอยู่ เช่นสินค้าและบริการ โดยใช้กิจกรรมต่างๆเข้าส่งเสริมให้สินค้า และบริการเป็นที่รู้จักกันในตลาดอย่างกว้างขวาง (KA) , (KR) และ (KP)&nbsp; โดยใช้กลยุทธ ในการประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม ลด ,แลก ,แจก, แถม และการจับรางวัลมอบโชค เข้ามาส่งเสริมในความแข้งแรงของธุรกิจ นอกจากนี้ก็ต้องพยายามหาคู่ค้าร่วมลงทุนในธุรกิจร่วมกัน เพื่อความยั่งยืน<br><br></div><div>5.การสร้างรายได้ และประหยัดค่าใช้จ่าย (RS+CS) การดำเนินการทางธุรกิจวัดผลที่รายได้ และกำไร ซึ่งจะต้องควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆให้ได้ และลดการสูญเสียในน้อยที่สุด<br><br></div><div>อย่างไรก็ตามธุรกิจต้องมีการปรับเปลี่ยน และเป็นแปลงอยู่ตลอด เพื่อให้ทันคู่แข่ง หรือเทคโนโลยี ในปัจจุบัน ดังนั้น ต้องมีการศึกษาสถานณการในตลาดกันอยู่ปล่อย เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด</div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>กลยุทธ์ (Strategy)&nbsp;</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การวางแผนกลยุทธ เป็นสิ่งสำคัญในการวางเป้าหมายในการดำเนินการทางธุรกิจให้เดินไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งในธุรกิจพนักงานทุกคนจะต้องทราบ เพื่อนำไปดำเนินการให้สอดคล้องกับกลยุทธที่วางไว้ ในการทำวิจัยในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปในการวางแผน เพื่อสร้างความพึ่งพอใจให้กับลูกค้าที่ ซื้อสินค้า และบริการ แล้ว ยังเป็นการลดปัญหาผลกระทบกับยอดขาย และกำไร ของธุรกิจ ที่ลดลงจากปัจจัยที่มีผลต่อการจัดกิจกรรมของทางร้านค้าปลีก</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div><strong>วิธีการ/ Methodology </strong>ศึกษาโดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 400 อย่าง โดยสุ่มเก็บข้อมูลไปตามแหล่งที่มีประชากรหนาแน่นใน กทม. และต่างจังหวัดที่มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างมาก</div><div>&nbsp;</div><div><strong>3.1 คำถามของการวิจัย&nbsp;</strong></div><div>ใช้แบบสอบถามเชิงคุณภาพ เพื่อสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าในการสำรวจ โดย แบ่งกลุ่มสอบตามเพศ , อายุ , การจับจ่ายใช้สอย , ชอบซื้อสินค้ากลุ่มใด , กิจกรรมประเภทไหนของทางร้านค้าปลีกที่ชอบ , ความถี่ในการเข้าใช้บริการ , ประเภทของธุรกิจที่ชอบเข้าไปใช้บริการ เพราะเหตุใด? ,…..</div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>3.2 รูปแบบของเครื่องมือที่นำมาใช้ในการศึกษาวิจัย</strong></div><div>จะนำ Business Model Canvas (BMC) โดย ศึกษาธุรกิจเพื่อให้นำแนวคิดมาประยุกต์ใช้ เพื่อศึกษาธุรกิจ เพื่อสนองตอบความพึ่งพอใช้ของลูกค้า&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-12 12:26:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/JindapornKaew/qp1v8u6nbod9/wish/270051092</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิธีการดำเนินการวิจัย</title>
         <author>bwongpor</author>
         <link>https://padlet.com/JindapornKaew/qp1v8u6nbod9/wish/270051192</link>
         <description><![CDATA[<div>ศึกษาโดยใช้เครื่องมือ Business Model Canvas(BMC) มาใช้ในการวิเคราะห์ธุรกิจ ซึ่งมีการประเมินธุรกิจ ตามหลักการ 9 ช่อง คือ<br><br></div><div>1.Customer Segment (CS)การจำแหนก กลุ่มลูกค้า&nbsp;<br><br></div><div>2.Value Proposition (VP) การเสนอคุณค่าของธุรกิจ<br><br></div><div>3.Revenue Streams (RS)กระแสของรายได้ที่ไหลเข้ามาในธุรกิจ<br><br></div><div>4.Customer Relationships (CR) การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า&nbsp;<br><br></div><div>5.Channels (CH) ช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย และครอบคลุม<br><br></div><div>6.Key Activity (KA) การสร้างกิจกรรมต่างๆที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ<br><br></div><div>7.Key Resource (KR) ทรัพยากรที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ<br><br></div><div>8.Key Partners (KP) คู่ค้าร่วมที่ทำให้ธุรกิจเกิดการขยายตัวทางธุรกิจ<br><br></div><div>9.Cost Structure (CS) โครงสร้างของต้นทุน<br><br></div><div><strong>&nbsp;ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา Business Model Canvas</strong></div><div>1.สามารถทราบ และเข้าใจ ลักษณะของธุรกิจที่ศึกษาได้อย่างชัดเจน โดยใช้ การศึกษา ปัจจัย 9 ช่อง เพื่ออธิบายธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำมาสู่ปลายน้ำ ได้อย่างครบถ้วน</div><div>2.สามารถเน้นปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจ และวิเคราะห์ตรงเป้าหมาย ได้อย่างแม่นยำ</div><div>3.สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะส่งมอบสินค้า และบริการ ให้กับทางลูกค้า</div><div>4.สามารถนำการศึกษาไปวางแผนการ , กำหนด เพื่อวางกลยุทธ ของธุรกิจ</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>หลักในการ โดยใช้ Business Model Canvas มีหลักดังนี้</div><div>1.คุณค่าหลัก ต้องทราบว่า ลูกค้าของธุรกิจ คือใคร? เราจะส่งมอบคุณค่าของสินค้า และบริการ อย่างไร ?( CS+VP)<br><br></div><div>&nbsp;เพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจจากทางลูกค้า โดยลูกค้ามีความต้องการที่ไม่สิ้นสุดดังนั้นธุรกิจที่ประสพความสำเร็จก็มาจากการเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด&nbsp;<br><br></div><div>2. การสร้างฐานลูกค้า โดยให้ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อธุรกิจ กลับมาใช้บริการบ่อยๆ และซ้ำๆ (CR) โดยต้องเก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อศึกษาลูกค้า และให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด<br><br></div><div>3.เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มาก และครอบคลุมทุกกลุ่ม (CH) โดยอาศัยเข้าถึงสื่อต่างๆให้มากที่สุด เนื่องจากในปัจจุบันชีวิตของลูกค้าส่วนใหญ่ใช้เวลากับสื่อสังคม online ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น Facebook (เฟซบุ๊ก) , Line (ไลน์), Instagram (อินสตาแกรม) , Twitter (ทวิตเตอร์)<br><br></div><div>4.การขยายธุรกิจออกไปให้ลุกค้ารู้จัก ต้องมีการใช้ทรัพยากรของเราที่มีอยู่ เช่นสินค้าและบริการ โดยใช้กิจกรรมต่างๆเข้าส่งเสริมให้สินค้า และบริการเป็นที่รู้จักกันในตลาดอย่างกว้างขวาง (KA) , (KR) และ (KP)&nbsp; โดยใช้กลยุทธ ในการประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม ลด ,แลก ,แจก, แถม และการจับรางวัลมอบโชค เข้ามาส่งเสริมในความแข้งแรงของธุรกิจ นอกจากนี้ก็ต้องพยายามหาคู่ค้าร่วมลงทุนในธุรกิจร่วมกัน เพื่อความยั่งยืน<br><br></div><div>5.การสร้างรายได้ และประหยัดค่าใช้จ่าย (RS+CS) การดำเนินการทางธุรกิจวัดผลที่รายได้ และกำไร ซึ่งจะต้องควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆให้ได้ และลดการสูญเสียในน้อยที่สุด<br><br></div><div>อย่างไรก็ตามธุรกิจต้องมีการปรับเปลี่ยน และเป็นแปลงอยู่ตลอด เพื่อให้ทันคู่แข่ง หรือเทคโนโลยี ในปัจจุบัน ดังนั้น ต้องมีการศึกษาสถานณการในตลาดกันอยู่ปล่อย เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด</div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>กลยุทธ์ (Strategy)&nbsp;</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การวางแผนกลยุทธ เป็นสิ่งสำคัญในการวางเป้าหมายในการดำเนินการทางธุรกิจให้เดินไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งในธุรกิจพนักงานทุกคนจะต้องทราบ เพื่อนำไปดำเนินการให้สอดคล้องกับกลยุทธที่วางไว้ ในการทำวิจัยในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปในการวางแผน เพื่อสร้างความพึ่งพอใจให้กับลูกค้าที่ ซื้อสินค้า และบริการ แล้ว ยังเป็นการลดปัญหาผลกระทบกับยอดขาย และกำไร ของธุรกิจ ที่ลดลงจากปัจจัยที่มีผลต่อการจัดกิจกรรมของทางร้านค้าปลีก</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div><strong>วิธีการ/ Methodology </strong>ศึกษาโดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 400 อย่าง โดยสุ่มเก็บข้อมูลไปตามแหล่งที่มีประชากรหนาแน่นใน กทม. และต่างจังหวัดที่มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างมาก</div><div>&nbsp;</div><div><strong>3.1 คำถามของการวิจัย&nbsp;</strong></div><div>ใช้แบบสอบถามเชิงคุณภาพ เพื่อสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าในการสำรวจ โดย แบ่งกลุ่มสอบตามเพศ , อายุ , การจับจ่ายใช้สอย , ชอบซื้อสินค้ากลุ่มใด , กิจกรรมประเภทไหนของทางร้านค้าปลีกที่ชอบ , ความถี่ในการเข้าใช้บริการ , ประเภทของธุรกิจที่ชอบเข้าไปใช้บริการ เพราะเหตุใด? ,…..</div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div><strong>3.2 รูปแบบของเครื่องมือที่นำมาใช้ในการศึกษาวิจัย</strong></div><div>จะนำ Business Model Canvas (BMC) โดย ศึกษาธุรกิจเพื่อให้นำแนวคิดมาประยุกต์ใช้ เพื่อศึกษาธุรกิจ เพื่อสนองตอบความพึ่งพอใช้ของลูกค้า&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-12 12:27:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/JindapornKaew/qp1v8u6nbod9/wish/270051192</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิธีดำเนินการวิจัย                               การวิจัยหัวข้อนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องที่จะศึกษา และนำมาสร้างเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย  โดยผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในประเด็นสำคัญ ดังนี้   1.  ทฤษฎีเกี่ยวกับความคาดหวัง 2.  แนวคิดเกี่ยวกับความต้องการ  3.  ทฤษฎีที่เกี่ยวกับแรงจูงใจ 4.  แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับขวัญกำลังใจ 5.  แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการ 6.  ทฤษฎีความต้องการสามปัจจัย 7.  ประวัติและโครงสร้างของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ 8.  งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการวิจัยเรื่อง ความต้องการสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัย กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการความต้องการสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัย และเปรียบเทียบความต้องการสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ซึ่งจำแนกตามปัจจัย ส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ระดับการศึกษา และประเภทพนักงาน ดังนี้                               1.  วิธีการวิจัย                               2.  ประชากร                                 3.  เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล                                           4.  การสร้างและตรวจสอบ    เครื่องมือ                                      5.  การเก็บรวบรวมข้อมูล             6.  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/JindapornKaew/qp1v8u6nbod9/wish/271551723</link>
         <description><![CDATA[<pre><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</strong><strong> 1.  ทำให้ทราบถึงความต้องการสวัสดิการของพนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์<br></strong><br><strong>2.  ใช้เป็นแนวทางในการให้ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนำผลการศึกษาวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบาย การวางแผน และดำเนินการให้เป็นไปตามผลการศึกษาความต้องการสวัสดิการของ พนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ </strong></pre>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 12:57:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/JindapornKaew/qp1v8u6nbod9/wish/271551723</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
