<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ระดมสมอง (Brainstorming) by Cat7307 thongsopha</title>
      <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze</link>
      <description>ระดมสมอง (Brainstorming)</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2020-07-03 03:08:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-06-05 07:35:31 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f600.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>เครื่องสายผสม</title>
         <author>bmt64thfvq</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018893113</link>
         <description><![CDATA[<p>วงเครื่องสายประสมอาจเกิดจากการประสมเครื่องดนตรีต่างวัฒนธรรมเพียงเครื่องเดียว หรือหลายเครื่องในวงเดียวกันก็ได้โดยมีเครื่องสายเป็นศูนย์กลางของการประสมวงการกำเนิดของวงเครื่องสายประสมมีประวัติเด่นชัดในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นยุคที่ความคิดชาตินิยมปะทะกับวัฒนธรรมจากชาติตะวันตก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:11:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018893113</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงเครื่องสายไทย</title>
         <author>nitchanan2228</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018895306</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายเป็นหลัก ก็คือประเภท ดีด และสี ส่วนเครื่องดนตรีอื่นๆ เป็นเครื่องดนตรีที่มีโครงสร้างของระดับเสียงที่สอดคล้องกัน ในวัฒนธรรมไทยนิยมนำวงเครื่องสายไทยมาใช้บรรเลงในงานมงคลต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส งานเลี้ยงฉลอง หรืองานอื่นๆ การประสมวงแบ่งได้ 2 ขนาดคือ วงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว หรือเรียกอีกอย่างว่า "วงเครื่องสายวงเล็ก" และวงเครื่องสายเครื่องคู่</p><p><br></p><p>วงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว หรือ"วงเครื่องสายวงเล็ก"</p><p>ประกอบด้วย จะเข้ 1 ตัว ซอด้วง 1 คัน ซออู้ 1 คัน ขลุ่ยเพียงออ 1 เลา โทน - รำมะนา 1 สำรับ ฉิ่ง 1 คู่ </p><p>วงเครื่องสายเครื่องคู่</p><p>ประกอบด้วย จะเข้ 2 ตัว ซอด้วง 2 คัน ซออู้ 2 คัน ขลุ่ยเพียงออ 1 เลา ขลุ่ยหลิบ 1 เลา โทน - รำมะนา 1 สำรับ ฉิ่ง 1 คู่ ฉาบเล็ก 1 คู่ กรับ และโหม่ง 1 ใบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:13:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018895306</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงเครื่องสายผสม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018897740</link>
         <description><![CDATA[<p>สำหรับโอกาสในการบรรเลงนั้น มีลักษณะเช่นเดียวกับวงเครื่องสายไทยทุกประการ<br>ในบางครั้งวงเครื่องสายประเภทนี้จะนำเอาจะเข้ซึ่งมีเสียงดังออกเสียด้วย เนื่องจากเครื่องดนตรีที่นำมาบรรเลงร่วมนั้นมีเสียงเบากว่ามาก เช่น ในวงเครื่องสายผสมขิมหรือไวโอลินบางวง </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:15:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018897740</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงมโหรีปัจจุบัน</title>
         <author>meen0924592266</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018897860</link>
         <description><![CDATA[<p>วงมโหรีในปัจจุบัน<strong>มี 3 ขนาด </strong></p><p><strong>คือ๑.ซอสามสาย  ๒.ซอด้วง ๓.ซออู้, ๔.จะเข้ ๕.ขลุ่ยเพียงออ ๖.ระนาดเอกมโหรี ๗.ฆ้องกลาง ๘.โทน- รำมะนา ๙.ฉิ่ง</strong></p><p><strong>เป็นวงดนตรีที่ใช้สำหรับขับกล่อมนิยมใช้บรรเลงในงานมงคล เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงในวงนี้ประกอบด้วยเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์และวงเครื่องสาย หากแต่เครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ที่นำเข้ามาผสมในมโหรีนี้ได้ลดขนาดให้เล็กลง เพื่อให้มีเสียงพอเหมาะกับเครื่องดนตรีในวงเครื่องสาย และใช้ซอสามสายเข้ามาร่วมบรรเลงด้วย</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:16:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018897860</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงมโหรีสมัยอยุธยา</title>
         <author>mq8kgw8zk4</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018899546</link>
         <description><![CDATA[<p>เดิมวงมโหรีมีผู้บรรเลงเพียง ๔ คน เท่านั้น คือ คนสีซอสามสาย คนดีดพิณ (กระจับปี่) คนตีทับ (โทน) และคนร้องซึงตีกรับพวง ต่อมาได้เพิ่มเครื่องดนตรีมาอีก ๒ อย่าง และเปลี่ยนแปลงไปเป็นวงมโหรีเครื่องหก มีผู้บรรเลง ๖ คน คือซอสามสาย พิณหรือ กระจับปี่ ทับหรือโทน รำมะนา (เพิ่มใหม่) ตีสอดสลับกับโทนหรือทับ ขลุ่ย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2226746875/2c46359b1e7554c5a89d9400f8255bb0/IMG_5097.jpeg" />
         <pubDate>2024-06-05 07:17:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018899546</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงมโหรีปัจจุบัน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018900714</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>วงมโหรี</strong>เกิดจากการประสมกันระหว่าง 1)วงบรรเลงพิณ (โบราณาจารย์เรียก การขับร้องเป็นลำนำพร้อมกับการดีดพิณน้ำเต้า ในคนๆเดียว แต่มีสองลำนำขึ้นไปประสานเสียงกันว่า "วง") และ 2) วงขับไม้ (ผู้สีซอสามสายเป็นลำนำ ร่วมกับผู้ไกวบัณเฑาะว์) เกิดขึ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่าสมัยกรุงสุโขทัย ภายหลังจึงประสมเครื่องดนตรีเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ เป็นวงมโหรีเครื่องสี่. หก. และประสมเครื่องดนตรีวงปี่พาทย์ตามวิวัฒนาของวงปี่พาทย์เครื่องคู่. และเครื่องใหญ่แต่มีระเบียบวิธีที่เป็นข้อยึดถือเสมอมา คือ กำหนดให้ซอสามสาย และการขับร้องเป็นประธาน และยึดบันไดเสียงกลุ่มเสียงระดับเพียงออ ร่วมกับเน้นลักษณะการขับกล่อม เป็นสำคัญ แม้นเมื่อประสมด้วยเครื่องปี่พาทย์ตามยุคต่าง ๆ ก็ดี ดุริยางค์ศิลปิน มักจะสร้างสรรค์ให้เครื่องปี่พาทย์ปรับเข้าหาเครื่องสาย และใช้โทน รำมะนา ในการกำกับจังหวะ เนื่องจากเป็นวงประเภทการขับกล่อมเพื่อสุนทรีย์ ด้วยการปรับขนาดเครื่องดนตรีให้เล็กลงเพื่อให้เสียงกลมกลืนกันกับเครื่องสาย และกำหนดให้เสียงลูกยอดของระนาดเอกจะพอดีกับเสียงนิ้วก้อยสายเอกของซอด้วง ตลอดจนเมื่อขนาดของเครื่องดนตรีปี่พาทย์เล็กลงจะใช้ไม้นวมบรรเลง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:18:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018900714</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงมโหรีในสมัยสุโขทัย</title>
         <author>circhyasaradi8</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018902343</link>
         <description><![CDATA[<p>วงมโหรี เป็นลักษณะของวงดนตรีอีกแบบ หนึ่ง ที่นำเอา วงบรรเลงพิณ กับ วงขับไม้ มาผสมกัน เป็นลักษณะของ วงมโหรีเครื่องสี่ เพราะประกอบด้วย ผู้บรรเลง 4 คน คือ 1. คนขับลำนำและตี กรับพวง ให้ จังหวะ 2. คนสี ซอสามสาย คลอเสียงร้อง 3. คนดีด พิณ และ 4. คนตีทับ (โทน) ควบคุมจังหวะ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:19:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018902343</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงมโหรี “สมัยกรุงรัตนโกสินทร์”</title>
         <author>hq7gnd2hrs</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018903335</link>
         <description><![CDATA[<p>วงมโหรี เป็นวงดนตรีไทยที่มีวิวัฒนาการสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน จัดเป็นการ ประสมวงที่มีความสมบูรณ์ในด้านเสียงสูงสุด กล่าวคือ เป็นการรวมเอาเครื่อง ดนตรีทำทำนองของวงปี่พาทย์ที่มีเครื่องตี คือ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเอก เหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ร่วมกับเครื่องดนตรีในวง เครื่องสายที่มีเครื่องดีด คือ จะเข้ เครื่องสี คือ ซอด้วง และซออู้ และเครื่องเป่า คือ ขลุ่ย  การนำเอาวงปี่พาทย์และวงเครื่องสายมารวมกันนี้ ทำให้ วงมโหรีเป็นการรวมกันของเครื่องดนตรีทุกตระกูล คือ ดีด สี ตี และเป่า มา รวมอยู่ในวงเดียวกันได้อย่างลงตัว ละเอียดอ่อน และละเมียดละไม มีแนวทาง การบรรเลงที่นุ่มนวล ไพเราะ นิยมใช้บรรเลงในพิธีการที่ศักดิ์สิทธิและเป็น มงคลต่างๆวิวัฒนาการของวงมโหรี วิวัฒนาการของวงมโหรีสามารถสรุปได้คร่าวๆ ว่า เริ่มจากการรวมเอาวง บรรเลงพิณและวงขับไม้เข้าด้วยกัน เกิดเป็นวงมโหรีเครื่องสี่ แล้วพัฒนา เพิ่มเติมขึ้นเป็นวงมโหรีเครื่องห้า เครื่องหก ตามลำดับ วงมโหรีนั้นเดิมคงเป็นของผู้ชายเล่น แต่ต่อมาคนทั่วไปเกิดชอบฟังกันแพร่หลายทั่วไป ผู้มีบรรดาศักดิ์ ซึ่งมีบริวารมากจึงหัดให้ผู้หญิงเล่นมโหรีบ้าง หลังจากนั้นมโหรีก็ กลายเป็นของ ผู้หญิงเล่นมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานี (สมเด็จฯกรมพระยา ดำรงราชานุภาพ๑. วงมโหรีเครื่องสี่ (สมัยกรุงศรีอยุธยา) <br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๒. วงมโหรีเครื่องห้า (สมัยกรุงศรีอยุธยา)<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๓. วงมโหรีเครื่องหก (สมัยกรุงศรีอยุธยา)<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๔. วงมโหรีเครื่องสิบ (สมัยกรุงศรีอยุธยา)<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๕. วงมโหรีสมัยกรุงธนบุรี<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๖. วงมโหรีสมัยรัชกาลที่ ๑ (วงมโหรีเครื่องแปด)</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:20:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018903335</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงเครื่องสายปี่ชวา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018903433</link>
         <description><![CDATA[<p>วงเครื่องสายผสมปี่ชวาเกิดจากวงเครื่องสายผสมกับวงกองแขกเกิดขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่4)</p><p>ลักษณะของวงเครื่องสายผสมปี่ชวา</p><p>1 เครื่องดนตรีทุกชิ้นจัดตั้งเสียงให้เท่ากับเสียงปี่ชวา</p><p>2 ใช้กลองแขกแทนโขนและรำมะนา</p><p>3 ใช้ขลุ่ยหลิบแทนขลุ่ยเพียงออ</p><p>การบรรเลงเครื่องสายปี่ชวานั้นนักแสดงที่ไม่ไหวคิดปฏิภาณดี โดยเฉพาะคนตีฉิ่งต้องมีสมาธิดีที่สุดจึงจะบรรเลงได้อย่างไพเราะ</p><p>ในปัจจุบันหาดูได้ยากมาก</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2218299370/6b79497d37620c499db7cec58b90a651/IMG_20240605_141647_663.jpg" />
         <pubDate>2024-06-05 07:20:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018903433</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงมโหรีสมัยสุโขทัย เป็นลักษณะของวงดนตรีอีกแบบหนึ่ง ที่นำเอาวงบรรเลงพิณ กับ วงขับไม้ มาผสมกัน เป็นลักษณะของวงมโหรีเครื่องสี่ เพราะประกอบด้วยผู้บรรเลง 4 คน คือ</title>
         <author>chatchadapornsuksomkit</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018904059</link>
         <description><![CDATA[<p>1. คนขับลำนำและตี กรับพวง ให้จังหวะ</p><p>2. คนสี ซอสามสาย คลอเสียงร้อง</p><p>3. คนดีดพิณ และ</p><p>4. คนตีทับ (โทน) ควบคุมจังหวะ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:21:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018904059</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงมโหรีรัตนโกสินทร์</title>
         <author>n6npqzxjff</author>
         <link>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018904898</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>วงมโหรีเครื่องแปด</strong></p><p>สมัยรัชกาลที่ 1 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีผู้คิดเพิ่มเครื่องดนตรีอีก 2 ชนิด คือ&nbsp;<strong>ระนาดไม้</strong>&nbsp;และ&nbsp;<strong>ระนาดแก้ว</strong>&nbsp;มีผู้ชำนาญดนตรีบางคนเห็นว่า ระนาดแก้ว นั้นเดิมน่าจะเป็นคำเรียกระนาดไม้อย่างเล็กที่มโหรีเล่นแต่มีผู้คิดทำระนาดด้วยแก้วจริงๆขึ้นในภายหลังระนาดแก้วจึงมิได้เป็นของใช้กันเป็นสามัญด้วยเหตุที่ว่าเสียงไม่ไพเราะและแตกหักง่าย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-05 07:21:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kittiya7307/qobydqwgayve8tze/wish/3018904898</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
