<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ by Sakan Saesan</title>
      <link>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-02-07 18:13:26 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-07 18:29:13 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ยุคที่ 1 (The First Generation) ปี ค.ศ. 1951 – 1958</title>
         <author>sakansaesan</author>
         <link>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472259119</link>
         <description><![CDATA[<div>คอมพิวเตอร์ในยุคแรกนี้ ใช้หลอดสูญญากาศในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ต้องการกำลังไฟฟ้าเลี้ยงวงจรที่มีปริมาณมากและทำให้มีความร้อนเกิดขึ้นมากจึงต้องติดตั้งเครื่องในห้องปรับอากาศ ความเร็วในการทำงานเป็นวินาที เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่ สื่อที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ บัตรเจาะรู&nbsp; ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมการทำงาน คือ ภาษาเครื่องซึ่งเป็นภาษาที่ใช้รหัสเลขฐานสอง ทำให้เข้าใจยาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1957350756/a52ecab63e2391b44b1b8ea24ff9ace8/___1.gif" />
         <pubDate>2023-02-07 18:23:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472259119</guid>
      </item>
      <item>
         <title> ยุคที่ 2 (The Second Generation) ปี ค.ศ. 1959 – 1964</title>
         <author>sakansaesan</author>
         <link>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472260923</link>
         <description><![CDATA[<div>ครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง กินไฟน้อยลง ราคาถูกลง&nbsp; เพราะมีการประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ขึ้นมาใช้แทนหลอดสูญญากาศ ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น&nbsp; ความเร็วในการทำงานเท่ากับ 1/103 วินาที (มิลลิเซคคั่น)&nbsp; และได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องมากกว่าใช้หลอดสูญญากาศ&nbsp; ทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กกว่าหลอดสูญญากาศ 200 เท่า&nbsp; และได้มีการสร้างวงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic core) มาใช้แทนดรัมแม่เหล็ก (Magnetic drum) เป็นหน่วยความจำภายในซึ่งใช้ในการเก็บข้อมูลและชุดคำสั่ง&nbsp; ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้เขียนโปรแกรมในยุคที่ 2 นี้ คือ ภาษาแอสแซมบลี้ (Assembly) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้สัญลักษณ์แทนคำสั่งต่าง ๆ ทำให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายกว่าภาษาเครื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ เช่น IBM 1620,IBM 401, Honeywell</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1957350756/d5f33c1ff170d737d3c8553a792cf782/___2.jpg" />
         <pubDate>2023-02-07 18:24:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472260923</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่ 3 (The Third Generation) ปี ค.ศ. 1965 – 1970</title>
         <author>sakansaesan</author>
         <link>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472263175</link>
         <description><![CDATA[<div>ครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนามาใช้ในยุคนี้เป็นวงจรรวม หรือ เรียกว่าไอซี (IC : Integrated Circuit)&nbsp; ซึ่งเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกบรรจุลงในแผ่นซิลิคอน (silicon) บาง ๆ ที่ เรียกว่า ซิป (Chip) ในซิปแต่ละตัวจะประกอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลายพันตัว จึงทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็ลงกว่าเดิมแต่ความเร็วในการทำงานสูงขึ้น ความเร็วในการทำงานเป็น 1/106 วินาที่ (ไมโครเซคคั่น) กินไฟน้อยลง ความร้อนลดลงปละประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น&nbsp; แต่ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเป็นวงจรรวม คอมพิวเตอร์จะถูกออกแบบเพื่อใช้กับงานแต่ละอย่าง เช่น ใช้ในงานคำนวณหรือใช้กับงานธุรกิจ เมื่อคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนามาใช้วงจรรวมก็สามารถใช้กับงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; IBM 360 เป็นหนึ่งในคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมที่สามารถทำงานได้ทั้งการประมวลผลแฟ้มข้อมูล&nbsp; และวิเคราะห์ค่าทางคณิตศาสตร์ ต่อมาบริษัท DEC (Digital Equiptment Corporation) ได้หันมามุ่งผลิตคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับ IBM มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) จึงถูกพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก ในช่วงยุคที่ 2 และนิยมใช้กันแพร่หลาย DEC ได้แนะนำมินิคอมพิวเตอร์เครื่องแรก&nbsp; และ PDP1 เป็นหนึ่งใน<br>มินิคอมพิวเตอร์ยุคแรกที่นิยมใช้กันแพร่หลายโดยเฉพาะในกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ นักวิศวกร และนักวิจัยตามมหาวิทยาลัย&nbsp; เทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ก็เกิดขึ้น&nbsp; โปรแกรมมาตรฐานได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ที่เป็นวงจรรวม&nbsp; และใช้เครื่องมาหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงทางด้านฮาร์ดแวร์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1957350756/8016aeaa21d434fa78458230376a426a/___3.jpg" />
         <pubDate>2023-02-07 18:26:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472263175</guid>
      </item>
      <item>
         <title> ยุคที่ 4 (The fourth Generation) ปี ค.ศ. 1971</title>
         <author>sakansaesan</author>
         <link>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472266063</link>
         <description><![CDATA[<div>ในยุคนี้ได้มีการพัฒนาเอาวงจรรวมหลาย ๆ วงจรมารวมเป็นวงจรขนาดใหญ่ เรียกว่า LSI (Large Scalue Integrated) ลงในซิปแต่ละอัน&nbsp; บริษัทอินเทล (Intel) ได้สร้างไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ซึ่งเป็นซิป 1 อัน&nbsp; ที่ประกอบด้วยวงจรทั้งหมดที่ต้องใช้ในการประมวลผลโปรแกรม&nbsp; ไมโครโปรเซสเซอร์ซิปที่ใช้ในเครื่องพีซี (PC : Personal Computer) มีขนาดกระทัดรัดประกอบด้วยส่วนประกอบของ ซีพียู (CPU) 2 ส่วน คือ หน่วยควบคุม (Control Unit) และหน่วยคำนวณและตรรก (Arithmetic / Logic Unit)</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบันได้มีการสร้างวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลายหมื่นวงจรรวมอยู่ในซิปเดียว เป็นวงจร LSI (Large Scalue Integrated) และ VLSI (Very Large Scale Integrated)&nbsp; ในยุคนี้ได้มีการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ได้แก่ ไมโครคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ และซุปเปอร์คอมพิวเตอร์&nbsp; โดยเฉพาะเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากเพราะมีขนาดเล็ก กระทัดรัดและราคาถูก<br>แต่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทำงานเร็วขึ้น ความเร็วในการทางานเป็น 1/109 วินาที (นาโนเซคคั่น) และ 1/1012 วินาที (พิโคเซคคั่น)&nbsp; นอกจากนี้วงจร LSI ยังได้ถูกนำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เป็นการลด ค่าใช้จ่ายพร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน<br>&nbsp;            เนื่องจากการเพิ่มความจุของหน่วยบันทึกข้อมูลสำรองนี่เอง&nbsp; ซอฟต์แวร์ชนิดใหม่ได้พัฒนาขึ้น&nbsp; เพื่อให้สามารถเก็บรวมรวบและบันทึกแก้ไขข้อมูลจำนวณมหาศาลที่ถูกจัดเก็บไว้&nbsp; นั่นคือ ซอฟร์แวร์ ฐานข้อมูล (Data base )&nbsp; นอกจากนี้ ยังมีการถือกำเนิดขึ้นของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปี 1975 คือเครื่อง Altair ซึ่งใช้ชิฟ intel 8080 และถัดจากนั้นก็เป็นยุคของเครื่อง และ ตามลำดับ&nbsp; ในส่วนของซอฟต์แวร์ก็ได้มีการพัฒนาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งมีการนำเทคนิคต่าง ๆ เช่น OOP (Object-Oriented Programming) และ Visual Programming มาเป็นเครื่องมือช่วยในการพัฒนา</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การพัฒนาที่สำคัญอื่นๆในยุคที่ 4 คือการพัฒนาเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง&nbsp; ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนกันได้&nbsp; โดยการใช้งานภายในองค์กรนั้น ระบบเครื่อข่ายท้องถิ่น (Local Araa Networks) ซึ่งนิยมเรียกว่า แลน (LANs) จะมีบทบาทในการเชื่องโยงเครื่องนับร้อยเข้าด้วยกันในพื้นที่ห่างไกลกันนัก&nbsp; ส่วนระบบเครื่องข่ายระยะไกล ( Wide Area Networks ) หรือ แวน (WANs) จะทำหน้าที่เชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกลคนละซีกโลกเข้าด้วยกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1957350756/1803dfa9f8b725d66b0c17261f971dc8/___4.jpg" />
         <pubDate>2023-02-07 18:28:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472266063</guid>
      </item>
      <item>
         <title>  ยุคที่ 5 (The Fifth Generation) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 - 1989</title>
         <author>sakansaesan</author>
         <link>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472267366</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;ในยุคที่ 4 และยุคที่ 5 ก็จัดเป็นยุคของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน&nbsp; แต่ในยุคที่ 5 นี้มีการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยการจัดการและนำมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารจึงเกิดสาขา MIS (Management Information System) ขึ้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปี ค.ศ 1980 ญี่ปุ่นได้พยายามที่จะสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถคิดและ ตัดสินใจได้เอง&nbsp; โดยสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มี “สติปัญญา” เพื่อใช้ในการตัดสินใจแทนมนุษย์จึงเกิดสาขาใหม่ขึ้นเรียกว่า สาขาปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)&nbsp; สาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาที่เน้นถึงความพยายามในการนำเอากระบวนการทางความคิดของมนุษย์มาใช้ในการแก้ปัญหาด้วยระบบคอมพิวเตอร์&nbsp; นอกจากนี้มีการตื่นตัวในการจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบฐานข้อมูล (Database) การนำคอมพิวเตอร์มาใช้กับงานทางด้านกราฟิก และมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software)&nbsp; เพื่อใช้กับงานเฉพาะอย่าง เช่น งานการเงิน งานงบประมาณ งานบัญชี งานสต๊อกสินค้า เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1957350756/a64b1338729832c75835afa0986dcf3d/___5.gif" />
         <pubDate>2023-02-07 18:28:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sakansaesan/q6d8wt48go36ljww/wish/2472267366</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
