<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Padlet น่าประทับใจ ของฉัน by Sek Chai</title>
      <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-03 12:54:19 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-11 07:22:38 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3066739670</link>
         <description><![CDATA[<p>คำชี้แจ้ง ให้นิสิตส่งงาน ในบอร์ดนี้ โดยกดตรง เครื่องหมายบวก  </p><p>  จาก พระอาจารย์เสกสรรค์, ดร.</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-03 13:00:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3066739670</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายนพรัตน์ อ่อนษา ปี4 เทียบโอน อำนาจเจริญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3066925611</link>
         <description><![CDATA[<p>คำถามท้ายบท บทที่ ๕</p><p>1. การรับรู้ (Perception) หมายความว่าอย่างไรและมีความสำคัญต่อการบริหารงานในองค์การ</p><p>อย่างไรบ้าง จงอธิบาย</p><p>การรับรู้ หมายถึง การแปลความหมายจากการสัมผัส โดยเริ่มตั้งแต่ การมีสิ่งเร้ามา กระทบกับอวัยวะรับสัมผัสทั้งห้า และส่งกระแสประสาท ไปยังสมอง เพื่อการแปลความ</p><p>กระบวนการของการรับรู้ (Process) เป็นกระบวนการที่คาบเกี่ยวกันระหว่างเรื่องความเข้าใจ การคิด การรู้สึก (Sensing) ความจำ (Memory) การเรียนรู้ (Learning) การตัดสินใจ (Decision making)</p><p>Sensing -----&gt; Memory ------&gt; Learning -------&gt; Decision making</p><p>กระบวนการของการรับรู้ เกิดขึ้นเป็นลำดับดังนี้</p><p>สิ่งเร้าไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานการณ์ มาเร้าอินทรีย์ ทำให้เกิดการสัมผัส (Sensation) และเมื่อเกิดการสัมผัสบุคคล จะเกิดมีอาการแปล การสัมผัสและมีเจตนา (Conation) ที่จะแปลสัมผัสนั้น การแปลสัมผัส จะเกิดขึ้นในสมอง ทำให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ เช่น การที่เราได้ยินเสียงดัง ปัง ปัง ๆ สมองจะแปลเสียงดังปัง ปัง โดยเปรียบเทียบกับเสียง ที่เคยได้ยินว่าเป็น เสียงของอะไร เสียงปืน เสียงระเบิด เสียงพลุ เสียงประทัด เสียงของท่อไอเสียรถ เสียงเครื่องยนต์ระเบิด หรือเสียงอะไร ในขณะเปรียบเทียบ จิตต้องมีเจตนา ปนอยู่ ทำให้เกิดแปลความหมาย และ ต่อไปก็รู้ว่า เสียงที่ได้ยินนั่นคือ เสียงอะไร อาจเป็นเสียงปืน เพราะบุคคลจะแปลความหมายได้ ถ้าบุคคลเคย มีประสบการณ์ในเสียงปืนมาก่อน และอาจแปลได้ว่า ปืนที่ดังเป็นปืนชนิดใด ถ้าเขาเป็นตำรวจ จากตัวอย่างข้างต้นนี้ เราอาจสรุป กระบวนการรับรู้ จะเกิดได้จะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้</p><p>1. มีสิ่งเร้า ( Stimulus ) ที่จะทำให้เกิด การรรับรู้ เช่น สถานการณ์ เหตุการณ์ สิ่งแวดล้อม รอบกาย ที่เป็น คน สัตว์ และสิ่งของ</p><p>2. ประสาทสัมผัส ( Sense Organs ) ที่ทำให้เกิดความรู้สึกสัมผัส เช่น ตาดู หูฟัง จมูกได้ กลิ่น ลิ้นรู้รส และผิวหนังรู้ร้อนหนาว</p><p>3. ประสบการณ์ หรือความรู้เดิมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าที่เราสัมผัส</p><p>4. การแปลความหมายของสิ่งที่เราสัมผัส สิ่งที่เคยพบเห็นมาแล้วย่อมจะอยู่ในความทรงจำของสมอง เมื่อบุคคลได้รับสิ่งเร้า สมองก็จะทำหน้าที่ทบทวนกับความรู้ที่มีอยู่เดิมว่า สิ่งเร้านั้นคืออะไร</p><p>เมื่อมนุษย์เราถูกเร้าโดยสิ่งแวดล้อม ก็จะเกิดความรู้สึกจากการสัมผัส (Sensation) โดยอาศัยอวัยวะสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา ทำหน้าที่ดูคือ มองเห็น หูทำหน้าที่ฟังคือ ได้ยิน ลิ้นทำหน้าที่รู้รส จมูก ทำหน้าที่ดมคือได้กลิ่น ผิวหนังทำหน้าที่สัมผัสคือรู้สึกได้อย่างถูกต้อง กระบวนการรับรู้ ก็สมบูรณ์แต่จริงๆ แล้วยังมีการสัมผัสภายในอีก 3 อย่างด้วยที่จะช่วยให้เรารับสัมผัสสิ่งต่างๆ</p><p>ลำดับขั้นของกระบวนการรับรู้</p><p><br/></p><p>2.ทำไมมนุษย์แต่ละคนจึงมีการรับรู้ที่แตกต่างกัน มันมีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรบ้าง</p><p>พฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวนั้น เกิดขึ้นจากการรับรู้ของแต่ละบุคคล โดยมี อวัยวะรับสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย เป็นตัวรับสัมผัสสิ่งต่างๆ เข้ามา จากนั้นก็จะ ส่งผลไปที่สมองเพื่อทำการแปลผลจากการรับสัมผัสจากอวัยวะรับสัมผัสทั้ง 5 ทำให้บุคคลนั้นเกิดการ ตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นๆ แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์</p><p><br/></p><p>3.. สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดของบุคคลมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์อย่างไร จงอธิบาย</p><p>ความฉลาดทางอารมณ์ หมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ มีจิตใจที่มั่นคง การมองโลกในแง่ดี รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ มีเหตุผล มีสติ สามารถควบคุมตนเอง มีความสามารถในการรับรู้ถึงความต้องการของคนอื่น และรู้จักมารยาททางสังคม เป็นต้น ความฉลาดทางอารมณ์ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ ๓ ประการได้แก่ ๑. ความดี ๒. ความเก่ง ๓. ความสุข</p><p>4. ประสบการณ์ของบุคคลมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์อย่างไร จงอธิบาย</p><p>D ตัว รับรู้ (The Perceiver) บุคคลจะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้มากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับอิทธิพลขององค์ประกอบ หลายประการคือ • ทัศนคติของบุคคลนั้น (Attitudes) • สิ่งจูงใจ (Motives) • ผลประโยชน์หรือความสนใจ (Interests) • ประสบการณ์ในอดีต (Past Experience) •ความคาดหวัง (Expectations)</p><p><br/></p><p>5. ภาพลวงตา (Visual Illusion) หมายถึงอะไรและมีสาเหตุมาจากปัจจัยใดบ้าง จงอธิบาย</p><p>ภาพลวงตา (Optical Illusion) คือภาพที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นและรับรู้ที่ผิดพลาดจากความเป็นจริง ทำให้คนเราเห็นรูปทรง ขนาด และสี ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง เช่นการมองเห็นม้าธรรมดากลายเป็นม้ายูนิคอนเนื่องจากแสงสะท้อนจากสิ่งรอบข้างทำให้เหมือนม้าตัวนั้นมีเขา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-04 03:28:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3066925611</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3067389852</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2631291695/24880d30554f80ab0178e8a7dc7db003/_____________________.pdf" />
         <pubDate>2024-08-05 03:21:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3067389852</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3067391092</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2631291695/ad31016f00483ac32eeed5ee2fc3202e/_________________.pdf" />
         <pubDate>2024-08-05 03:22:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3067391092</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรัตนา  ทองสีแก้ว ปี 4 (เทียบโอน) อำนาจเจริญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3071323687</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>คำถามท้ายบท บทที่ ๕</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การรับรู้ (Perception) หมายความว่าอย่างไรและมีความสำคัญต่อการบริหารงานในองค์การ อย่างไรบ้าง จงอธิบาย</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> การรับรู้ (Perception) หมายถึง การที่มนุษย์นาข้อมูลที่ได้จากความรู้สึกสัมผัส (Sensation)ซึ่งเป็นข้อมูลดิบ (Raw Data) จากประสาทสัมผัสทั้ง ๕ อันประกอบด้วย ตา หู จมูก ลิ้น และกายสัมผัสมาจำแนก แยกแยะ คัดลอก วิเคราะห์ด้วยกระบวนการทางานของสมอง แล้วแปลสิ่งที่ได้ออกเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มีความหมายเพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p><strong>๒. ทำไมมนุษย์แต่ละคนจึงมีการรับรู้ที่แตกต่างกัน มันมีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรบ้าง จงอธิบาย</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะมีการรับกู้หรือการดีความที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าคุณจะมาจากครอบครัวเดียวกัน โรงเรียนเดียวกันหรืออยู่ในที่ทำงานเดียวกัน แล้วปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คนแต่ละคนมีการรับรู้ และดีความที่แตกต่างกัน เรามาดูกันเลยคะ ก่อนอื่น เรามาฮั่นทำความรู้จักกับ องค์ประกรบทางบุคลิกภาพ และ การแสดงออกของบุคคล กันก่อนด้วยรูปแบบปัจจัยตามกฎ Erik ทำให้มนมนุษย์มีลักษณะทางการคิด ทางการพัฒนาต่างๆกัน ส่งผลต่อความเรื่อรองบุคคลที่แตกต่างกัน ทำให้การแสดงออกของบุคคลต่อ เหตุการณ์เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน โดยการแสดงออกของบุคคลประกอบไปด้วยปัจจัย 6 ด้านดังนี้</p><p>1. ด้านกายภาพ: ระดับความภูมิใจในร่างกายตนเอง</p><p>2. ด้านวาจา: ระดับการใช้ภาษา ถ้อยคำ เพื่อการสื่อสาร</p><p>3. ด้านสติปัญญา: ระดับการเรียนรู้ ความเข้าใจเหตุการณ์</p><p>4. ด้านอารมณ์:ระดับการควบคุมอารมณ์</p><p>5. ด้านความสนใจและเจดคติ: ระดับความสนใจของตนเอง</p><p>6. ด้านการปรับตัว ระดับความสามารถในการปรับตัว</p><p>&nbsp;</p><p><strong>๓. สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดของบุคคลมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์อย่างไร จงอธิบาย</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ คือการเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนส่งเสริม IQ หรือความฉลาดทางสติปัญญาของบุคคลให้สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ EO ช่วยให้รับมือกับปัญหาและอุปสรรรคได้อย่างมีสติ ช่วยให้ตระหนักรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น ช่วยให้สามารถควบคุม ดูแล จัดการอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพความฉลาดทางอารมณ์จะช่วยให้เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีความตึงเครียด กดดัน และมีความยากลำบากให้สามารถตัดสินใจได้อย่างสงบ และช่วยให้ค้นพบทางออกให้กับปัญหาได้อย่างดี ความสำคัญของ EQ ได้แก่ ช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิต เมื่อ IQ และ EQ ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างเหมาะสม ช่วยให้สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเป็นปกติสุข ช่วยให้มีวุฒิภาวะ รู้สำนึกผิดขอบชั่วดี มีสติยับยั้งตั้งใจใจ ไม่ทำพฤติกรรมที่ในเหมาะสมมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีจิตสำนึกสาธารณะ และมีน้ำโจเอื้อเชื้อเมื่อแม่ช่วยให้มองโลกในแง่ดี มีความสุข ไม่เครียด และช่วยให้รู้สึกพึงพอใจใจในคนเอง</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; -2-</p><p>&nbsp;</p><p><strong>๔. ประสบการณ์ของบุคคคลมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์อย่างไร จะอธิบาย</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> &nbsp;D ตัว รับรู้ (The Percelver) บุคคละรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้มากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับอิทธิพลของ</p><p>องค์ประกอบ หลายประการคือ + ทัศนดติของบุคคลนั้น (Atitudes) - สิ่งจูงใจ (Motives) - ผลประโยชน์หรือ</p><p>ความสนใจ (Interests) + ประสบการณ์ในอดีต (Past Experience) -ความคาดหวัง (Expectations)</p><p>&nbsp;</p><p><strong>๕. ภาพลวงตา (Visual Illusion) หมายถึงอะไรและมีสาเหตุมาจากปัจจัยใดบ้าง จงอธิบาย</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> ภาพลวงตา (อังกฤษ: Optical Illusion) หมายถึง ภาพที่หลอกตาให้มองเห็นและรับรู้ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง ส่วนใหญ่สายตาจะรับรู้ผิดพลาตเกี่ยวกับรูปทรง ขนาด และสี ในบางครั้งตาของคนเราก็ไม่ได้เห็นสิ่งที่เป็นอยู่จริงเสมอไปและสามารถถูกหลอกได้ง่าย ตาและสมองของคนเราจะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดมาก โดยตาทำหน้าที่รับภาพเข้ามา ส่วนสมองทำหน้าที่ประมวลผลและวิเคราะห์ว่าภาพที่รับเข้ามาเป็นภาพอะไร มีสีอะไร เป็นภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่ง เมื่อแสงจากวัตถุกระทบกับเลนส์ตาจะเกิดการหักเหและเกิดเป็นภาพจริงบริเวณจอตา(retina) และจอตาก็จะดูดซับและแปลงภาพให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งต่อไปยังสมอง</p><p>สาเหตุของการเกิดภาพลวงตาสามารถแบ่งออกได้ดังนี้</p><p>1. เกิดจากความสามารถในการกวาตสายตาในแนวดิ่งและแนวราบไม่เท่ากัน</p><p>2. เกิดจากตา ๒ ข้าง ส่งข้อมูลที่แตกต่างกันไปยังสมอง</p><p>๓. เกิดจากการเติมสิ่งหนึ่งสิ่งใด (Embeddedness)</p><p>๔. เกิดจากการเกิดมุมหรือ การตัดกันของเส้น (Angle of Intersection Lines)</p><p>๕. เกิดจากการเปรียบเทียบ หรือขนาดสัมพัทธ์ (Relative Size)</p><p>๖. เกิดจากสิ่งแวดล้อม</p><p>๗. เกิดจากการมองภาพด้วยนัยน์ตาทั้งสองข้าง</p><p>๘. เกิดจากเซลล์ประสาทตามีขีดจำกัดในการรับรู้</p><p>๙. เกิดจากสมบัติของแสง เช่น ภาพลวงตาที่เกิดจากการสะท้อนของแสง ทำให้ภาพมีขนาตใหญ่กว่าวัตถุของจริง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-09 05:35:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3071323687</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คำถามท้ายบทที่ 5 นางสาวช่อผกา รุจิตร รป.บ.ปี 4 เทียบโอน ห้องอำนาจเจริญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3071489141</link>
         <description><![CDATA[<p>1. การรับรู้ (Perception) หมายความว่าอย่างไรและมีความสำคัญต่อการบริหารงานในองค์การ</p><p>อย่างไรบ้าง จงอธิบาย</p><p>ตอบ การรับรู้ หมายถึง พฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวนั้น เกิดขึ้นจากการรับรู้ของแต่ละบุคคล โดยมี อวัยวะ รับสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย เป็นตัวรับสัมผัสสิ่งต่างๆ เข้ามา จากนั้นก็จะส่งผลไปที่สมองเพื่อทำการแปลผล จากการรับสัมผัสจากอวัยวะรับสัมผัสทั้ง 5 ทำให้บุคคลนั้นเกิดการ ตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นๆ แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์</p><p>2. ทำไมมนุษย์แต่ละคนจึงมีการรับรู้ที่แตกต่างกัน มันมีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรบ้าง จงอธิบาย</p><p>ตอบ การรับรู้ของมนุษย์เกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น สติปัญญา ความเฉลียวฉลาด การสังเกตและ พิจารณาอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ความสนใจและตั้งใจอย่างแน่วแน่ต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ได้พบเห็น สภาพของจิตใจในขณะนั้น ประสบการณ์เกี่ยวกับการรับรู้ ความคาดหวัง เป้าหมาย ขนาดของสิ่งที่มองเห็น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของคนแต่ละคน การที่คนเราเห็นใน สิ่งเตียวกันแต่ตีความหมายออกมาแตกต่างกันถือ เป็นเรื่องปกติ เพราะแต่ละอาจจะมองกันคนละมุมหรือคนละด้านจึงทำให้เข้าใจไปคนละเรื่อง ผู้บริหารองค์การต้องเข้าถึงการรับรู้ของบุคคลเป็นอย่างดีจะได้มีมุมมองกว้างไกล ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการบริหารจัดการองค์การให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p><p>3. สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดของบุคคลมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์อย่างไร จงอธิบาย</p><p>ตอบ สติปัญญาหรือความเฉลียวฉลาดของแต่ละบุคคลนับว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการรับรู้จากสิ่งเร้า ต่างๆ เพราะสติปัญญาหรือความเฉลียวฉลาดของแต่ละคนจะทำให้เขาเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่เขาสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดกว่าย่อมมีโอกาสได้เปรียบในเรื่องของการรับรู้ เพราะเขาจะตีความหรือแปลความหมายได้รวดเร็วกว่าบุคคลที่มีสติปัญญาต่ำ ดังนั้น สติปัญญาของแต่ละบุคคลจึงมีผลต่อการรับรู้ของบุคคลด้วย</p><p>4. ภาพลวงตา (Visual Illusion) หมายถึงอะไรและมีสาเหตุมาจากปัจจัยใดบ้าง จงอธิบาย</p><p>ตอบ ภาพลวงตา คือ ภาพที่หลอกตาให้มองเห็นและรับรู้ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง ส่วนใหญ่สายตาจะรับรู้ผิดพลาดเกี่ยวกับรูปทรง ขนาด และสี สาเหตุที่คนเราเห็นภาพลวงตานั้นมาจากวิวัฒนาการของสมอง ด้านการประมวลผลภาพ หากสมองใช้เวลานานมากเกินไปในการประมวลผลภาพอาจจะทำให้เกิดผลเสียขึ้นได้ เช่น ถ้าเราขับรถอยู่และสมองต้องประมวลผลทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เห็นทุกๆครั้ง กว่าจะรับรู้ว่ามันคืออะไรและควรทำอย่างไร ก็คงจะขับรถชนมันไปก่อนแล้ว สมองจึงต้องใช้วิธีลัดทุกวิธี ที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาให้เร็วที่สุด มันจึงเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นเข้ากับสมมติฐานจากประสบการณ์ประกอบเป็นสิ่งที่เรารับรู้</p><p>5. สิ่งเร้า (Stimulus) มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์อย่างไร จงอธิบาย</p><p>ตอบ สิ่งเร้าหลายอย่างที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของมนุษย์ ประกอบด้วย</p><p>1. สิ่งเร้าภายนอก คือ สิ่งเร้าที่อยู่ภายนอกตัวบุคคลจะมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของบุคคล ดังนี้</p><p>1.1 การเปลี่ยนแปลงของสิ่งเร้า</p><p>1.2 ขนาดสิ่งเร้า</p><p>1.3 การเคลื่อนไหวของสิ่งเร้า</p><p>1.4 การเกิดซ้ำกันบ่อยๆของสิ่งเร้า</p><p>1.5 ความเข้มข้นหรือความหนักเบาของสิ่งเร้า</p><p>2. สิ่งเร้าภายใน เป็นสิ่งเร้าที่อยู่ภายในตัวของบุคคล เป็นสิ่งเร้าที่มีความสำคัญ ซึ่งมีอิทธิพลสามารถดึงดูดความสนใจของบุคคลได้มาก สิ่งเร้าภายในจะขึ้นอยู่กับลักษณะต่อไปนี้</p><p>2.1 ความต้องการ (Needs)</p><p>2.2 ความสนใจ (nterest)</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-09 10:32:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3071489141</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3072108362</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2640539250/fa5f6a1b3df164931b895df9491593ef/_______________5_________________________________________.pdf" />
         <pubDate>2024-08-10 12:52:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3072108362</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3076388584</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2647775033/1bb49c0eb533037adff079fd9a59d103/___________________________4___________.pdf" />
         <pubDate>2024-08-15 07:53:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3076388584</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งานวันที่๑๗ สค ๖๗</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3078388292</link>
         <description><![CDATA[<p>คาถามท้ายบท</p><p>1. การเรียนรู้ของมนุษย์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์การอย่างไร จงอธิบายมาอย่าง</p><p>ละเอียด</p><p>2. สิ่งเร้า(Stimulus)มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์การอย่างไร จงอธิบายมาอย่าง</p><p>ละเอียด</p><p>3. จงอธิบายทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกมาให้เข้าใจ</p><p>4. ทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกกับทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบการกระทำมีความ</p><p>แตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย</p><p>5. ตัวเสริมแรงทางบวกประกอบตัวตอะไรบ้าง มีความสำคัญอย่างไรกับผู้บริหารองค์การองค์การ</p><p>6. การลงโทษส่งผลต่อการเรียนรู้ในด้านบวกอย่างไร จงอธิบายมาให้เข้าใจ</p><p>7. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ประกอบตัวยอะไรบ้าง จงอธิบายมาให้เข้าใจ</p><p>8. จงอธิบายอุปสรรคที่ขัดขวางการเรียนรู้มืองค์ประกอบอะไรบ้าง</p><p>9. การหยั่งรู้ (กรight) หมายถึงอะไรและมีอิทธิพลต่อต่อการเรียมรู้ใด้อย่างไร จงอริบาย</p><p>10. มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้มนุษย์เกิดการลืม จะอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-17 09:58:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3078388292</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>apple26mmm2525</author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3080219012</link>
         <description><![CDATA[<p>นายนพรัตน์ อ่อนษา ปี4 อำนาจเจริญ (เทียบโอน)</p><p><strong>คำถามท้ายบท</strong></p><p><strong>1.การเรียนรู้ของมนุษย์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์กรอย่างไร จงอธิบายมาอย่างละเอียด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp; <strong>ตอบ.</strong>การศึกษาพฤติกรรมองค์กรมีความสำคัญอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสมัยใหม่ โดยมีส่วนช่วยในการจัดการและสุขภาพขององค์กรใดๆ โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าและเครื่องมือในการจัดการกับแง่มุมของมนุษย์ในสถานที่ทำงาน ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนในที่สุด</p><ul><li><p><strong>ความเข้าใจเกี่ยวกับพลวัตของแรงงาน</strong>: พฤติกรรมองค์กรให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้คนภายในองค์กร การทำความเข้าใจพลวัตเหล่านี้ช่วยให้ผู้จัดการและผู้นำคาดการณ์และจัดการความท้าทายที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมส่วนบุคคลและกลุ่มได้</p></li><li><p><strong>การจัดการที่มีประสิทธิภาพและความเป็นผู้นำ</strong>: การทำความเข้าใจพฤติกรรมองค์กรช่วยให้ผู้นำและผู้จัดการมีทักษะในการจูงใจพนักงาน จัดการพลวัตของทีม และแก้ไขข้อขัดแย้ง สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลายซึ่งมีวัฒนธรรมและบุคลิกภาพที่แตกต่างกันมาโต้ตอบกัน</p></li><li><p><strong>ปรับปรุงความเป็นอยู่และความพึงพอใจของพนักงาน</strong>: พฤติกรรมองค์กรนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจว่าอะไรเป็นแรงจูงใจของพนักงาน อะไรทำให้พวกเขาพึงพอใจ และพวกเขาจะมีประสิทธิผลมากขึ้นได้อย่างไร&nbsp;<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://ahaslides.com/th/blog/employee-engagement-activities/">พนักงานที่มีส่วนร่วม</a>&nbsp;โดยทั่วไปจะมีประสิทธิผลมากกว่าและมุ่งมั่นต่อองค์กรของตน</p></li><li><p><strong>อำนวยความสะดวกในการจัดการการเปลี่ยนแปลง</strong>: ในโลกธุรกิจที่ก้าวไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงมีอย่างต่อเนื่อง OB จัดเตรียมกรอบการทำงานสำหรับการจัดการการเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจว่าผู้คนตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไรและวิธีที่ดีที่สุดในการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดความต้านทานและรับประกันการเปลี่ยนแปลงที่ราบรื่น</p></li><li><p><strong>ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดีขึ้น</strong>: วัฒนธรรมองค์กรส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพฤติกรรมของพนักงานและประสิทธิภาพขององค์กร วัฒนธรรมที่เข้มแข็งสอดคล้องกับค่านิยมและวัตถุประสงค์ขององค์กร และส่งเสริมความรู้สึกถึงอัตลักษณ์และความเป็นส่วนหนึ่งของพนักงาน</p></li><li><p><strong>รองรับความหลากหลายและการไม่แบ่งแยก</strong>: เนื่องจากสถานที่ทำงานมีความหลากหลายมากขึ้น การเข้าใจพฤติกรรมขององค์กรจึงช่วยให้องค์กรเห็นคุณค่าและบูรณาการมุมมองที่หลากหลาย สิ่งนี้ไม่เพียงส่งเสริมการไม่แบ่งแยกเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย</p></li><li><p><strong>การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์</strong>: หลักพฤติกรรมองค์กรช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ดีขึ้นโดยคำนึงถึงองค์ประกอบของมนุษย์ในกลยุทธ์องค์กรทั้งหมด สิ่งนี้ทำให้แน่ใจได้ว่าการตัดสินใจมีแนวโน้มที่จะได้รับการยอมรับและนำไปปฏิบัติอย่างประสบความสำเร็จ</p></li></ul><p>&nbsp;</p><p><strong>2.สิ่งเร้า(stimulus)มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์องค์กรอย่างไร จงอธิบายมาอย่างละเอียด</strong></p><p>&nbsp; <strong>&nbsp;ตอบ.</strong>สิ่งเร้า คือสิ่งที่มากระตุ้น ส่วนการตอบสนองคือ การแสดงออกเมื่อถูกกระตุ้น มนุษย์มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เป็นเหตุให้แสดงพฤติกรรมต่างๆออกมา สิ่งที่มากระตุ้นมีทั้งสิ่งเร้าภายในร่างกาย เช่น&nbsp;ความหิว และสิ่งเร้าภายนอกร่างกาย เช่น แสง สี เสียง อุณหภูมิอาหาร น้ำ การสัมผัส สารเคมี เป็นต้น</p><p>กิริยาอาการเพื่อที่แสดงออกเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก ต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันระหว่างระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น การตอบสนองต่อแสงที่จ้า มนุษย์จะหรี่ตา&nbsp;เพื่อลดปริมาณแสงที่ได้รับ</p><p>การตอบสนองต่ออุณหภูมิ ในวันที่อากาศร้อนจะมีเหงื่อออก เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายและปรับอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้สูงเกินไป ในวันที่อากาศเย็น&nbsp;จะเข้าห้องน้ำบ่อยเนื่องจากไม่ได้ขับน้ำออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อ ดังนั้นจึงต้องขับน้ำออกมาในรูปของปัสสาวะ</p><p>การตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในร่างกาย เมื่ออาหารหรือน้ำเข้าไปในหลอดลม ร่างกายจะเกิดพฤติกรรมการไอ หรือ จาม เพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกจากหลอดลม</p><p>ปฏิกิริยาการตอบสนองฉับพลัน Reflex actions พฤติกรรมการตอบสนองทันทีหรืออัตโนมัติ โดยไม่ผ่านการตัดสินใจของสมอง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายเช่นเมื่อฝุ่นเข้าตาจะกระพริบตา&nbsp;เมื่อสัมผัสถูกของร้อนจะชักมือออก เมื่อเหยียบเศษแก้ว จะรีบยกเท้าออกให้พ้นเศษแก้วทันที</p><p>มนุษย์มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น แสง เสียง อุณหภูมิ สัมผัส และ กลิ่น เป็นต้น การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของมนุษย์มีประโยชน์ ช่วยปรับสมดุลในร่างกายและป้องกันอันตรายต่างๆ</p><p><strong>3.จงอธิบายทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกมาให้เข้าใจ</strong></p><p><strong>ตอบ</strong>.ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค (Classical Conditioning) ผู้ที่ทำการศึกษาทดลองในเรื่องนี้คือ พาฟลอฟ (Pavlov) ทำการศึกษาทดลองกับสุนัข โดยฝึกสุนัขให้ยืนนิ่งอยู่ในที่ตรึงในห้องทดลอง ที่ข้างแก้มของสุนัขติดเครื่องมือวัดระดับการไหลของน้ำลาย การทดลองแบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ ก่อนการวางเงื่อนไข ระหว่างการวางเงื่อนไข และหลังการวางเงื่อนไข ขั้นที่ 1 เสียงกระดิ่ง (CS) ไม่มีน้ำลาย ผงเนื้อ (UCS) น้ำลายไหล (UCR) ขั้นที่ 2 เสียงกระดิ่ง น้ำลายไหล (UCR) และผงเนื้อ (UCS) ทำขั้นที่ 2 ซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง ขั้นที่ 3 เสียงกระดิ่ง (CS) น้ำลายไหล (CR) การเรียนรู้แบบวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคคือการตอบสนองที่เป็นไปโดยอัตโนมัติเมื่อนำสิ่งเร้าใหม่มาควบคู่กับสิ่งเร้าเดิม ซึ่งนักจิตวิทยาเรียกพฤติกรรมการตอบสนองนี้ว่าพฤติกรรมเรสปอนเด้นท์</p><p><strong>5.ตัวเสริมแรงทางบวกประกอบด้วยอะไรบ้าง มีความสำคัญอย่างไรกับผู้บริหารองค์การ</strong></p><p><strong>ตอบ</strong>.แนวคิด “การเสริมกำลังเชิงบวก” มาจากแนวคิดของนักจิตวิทยาพฤติกรรมนิยม B.F. Skinner โดยแนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งในกการศึกษาของเขา ในช่วงทศวรรษที่ 1930 และ 1940 โดยมีการเจาะลึกศึกษาในเรื่องของพฤติกรรม ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้แตกต่างออกไปจากเดิม แรกเริ่มทฤษฎีนี้ถูกเรียกว่า “operant conditioning”</p><p>การเสริมแรงเชิงบวก คือ การนำเสนอสิ่งเร้าที่พึงประสงค์หรือมอบสิ่งน่าพอใจให้ หลังจากที่มีการแสดงพฤติกรรมใด พฤติกรรมหนึ่ง เป็นการมอบ “รางวัล” ซึ่งสามารถใช้เทคนิคนี้เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมนั้นให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่มีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นพฤติกรรมใหม่ ๆ</p><p><strong>องค์ประกอบที่สำคัญของการเสริมแรงเชิงบวก</strong></p><p>ขั้นตอนและวิธีการที่จะนำแนวคิดการเสริมแรงเชิงบวกนี้ไปปฏิบัติ มีองค์ประกอบดังนี้&nbsp;</p><ul><li><p><strong>พฤติกรรม:</strong>&nbsp;เริ่มจากเลือกการกระทำหรือพฤติกรรมบางอย่าง ที่ต้องการส่งเสริมขึ้นมา&nbsp;</p></li><li><p><strong>เลือกของรางวัล หรือสิ่งที่จะช่วยเสริมกำลังเชิงบวก:</strong>&nbsp;ขั้นตอนต่อมา คือ การเลือกสิ่งเร้าที่น่าพอใจ ที่จะนำไปเป็นของรางวัล โดยของรางวัลนี้ก็อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบและบริบทของแต่ละบุคคล แต่จะต้องเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้บุคคลทำพฤติกรรมนั้นซ้ำให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าครูให้ขนมช็อกโกแลต 1 ชิ้น (ของรางวัล) กับนักเรียนทุกครั้งที่ทำการบ้านเสร็จ (พฤติกรรม) นักเรียนก็มีแนวโน้มที่จะทำการบ้านมาส่งอีก หรือมีการส่งการบ้านอย่างสม่ำเสมอ</p></li></ul><p><strong>6.การลงโทษส่งผลต่อการเรียนรู้ในด้านบวกอย่างไร จงอธิบายมาให้เข้าใจ</strong></p><p><strong>ตอบ</strong>.การลงโทษเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้การใช้กำลังและความรุนแรงเพื่อที่จะหยุดปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น การเรียนรู้เช่นนี้&nbsp;จะนำไปสู่การข่มเหงรังแกเพื่อนต่อไป และอาจส่งผลให้เด็กยิ่งกระทำผิดต่อไปในระยะยาว เพราะจะได้รับความสนใจจากเพื่อนและครูเป็นพิเศษ ตามหลักวิธีทางจิตวิทยา หรือพฤติกรรมศาสตร์ การลงโทษ (punishment) คือการทำให้อัตราการตอบสนอง หรือความถี่ของพฤติกรรมลดลง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ</p><p><strong>1. การลงโทษทางบวก (positive punishment)</strong><br>เป็นการให้สิ่งที่บุคคลไม่พึงพอใจ มีผลทำให้บุคคลมีพฤติกรรมลดลง เช่น การให้ทำกิจกรรมชดเชย (overcorrection)</p><p><strong>2. การลงโทษทางลบ (negative punishment)</strong><br>เป็นการนำสิ่งที่บุคคลพึงพอใจออกไป มีผลทำให้บุคคลมีพฤติกรรมลดลง เช่น การไทม์เอ๊าท์หรือเข้ามุม (time out) การปรับสินไหม (response cost)</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-19 16:07:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3080219012</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส.อ.เกียรติกูล   มาตขาว ปี 4 เทียบโอน (อำนาจเจริญ)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3081054487</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2655228970/b7e553394483211805c59c7eb36f0b9f/___________.pdf" />
         <pubDate>2024-08-20 06:06:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3081054487</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่งงานคำถามท้ายบทที่ 6 น.ส.ช่อผกา รุจิตร รป.บ. ปี4 (ห้องอำนาจเจริญ) </title>
         <author>kaikhum66</author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3085716462</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1. การเรียนรู้ของมนุษย์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์การอย่างไร จงอธิบายมาอย่างละเอียด</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> การเรียนรู้เป็นปัจจัยที่สำคัญของการเกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์และเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้ในการส่งผ่านความรู้ ความสามารถประสบการณ์ การประดิษฐ์คิดค้น รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ จากคนรุ่นหนึ่งไป สู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านสังคมของมนุษย์ นอกจากนั้น การเรียนรู้ยัง ทำให้มนุษย์เกิดความคิดสร้างสรรค์ มีการเปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง</p><p><strong>2. จงอธิบายทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกมาให้เข้าใจ</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> ทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก (Classical conditioning Theory)</p><p>อีวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov, 1849-1936) นักสรีรวิทยาชาวรัสเซียเป็นผู้ทำการศึกษาทดลองและค้นพบการเรียนรู้ในลักษณะนี้ เขาได้ตั้งทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกขึ้น สิ่งที่อีวาน พาฟลอฟทำการศึกษาทดลองเกี่ยวกับเรื่องการหลั่งน้ำลายของสุนัขทดลองเป็นการตอบสนองสิ่งเร้า และได้เริ่มการทดลองของเขาโดยการเจาะต่อมน้ำลายของสุนัข และทำการต่อสายน้ำลายไหลไปสู่ขวดแก้วเพื่อทำการ วัดปริมาณน้ำลายที่ไหลออกมา จากนั้นเขาได้ทำการทดลองแต่ก่อนที่จะให้อาหารแก่สุนัข เขาจะสั่นกระดิ่งก่อน จากนั้นจึงให้อาหารคือเนื้อ แก่สุนัข เขาทำอยู่อย่างนี้หลายวัน จากนั้นเขาจึงใช้เฉพาะเสียงกระดิ่งเพียงอย่างเดียว สุนัขก็ตอบสนอง คือมีน้ำลายไหลออกมา ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า สุนัขเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับการวางเงื่อนไข นักจิตวิทยาถือว่าเสียงกระดิ่งเป็นสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข เพราะหลังจากมีความสัมพันธ์กับการให้อาหารคือเนื้อ แก่สุนัขเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้สุนัขทำการผลิตน้ำลายออกมาเป็นการตอบสนองสิ่งเร้า ตอนแรกเสียงกระดิ่งไม่มีผล ในการกระตุ้นให้สุนัขแสดงปฏิกิริยาตอบสนองคือมีน้ำลายไหล เพราะไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการให้อาหารแก่สุนัข แต่เมื่อทำเสียงกระดิ่งตามด้วยการให้อาหารแก่สุนัข เสียงกระดิ่งจะสามารถกระตุ้นให้สุนัขผลิตน้ำลายออกมาตอบสนองสิ่งเร้าซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข</p><p>การทดลองของอีวาน พาฟลอฟ เขาได้แบ่งการทดลองออกเป็น 3 ขั้น</p><p>คือก่อนการวางเงื่อนไข (Before Conditioning) ระหว่างการวางเงื่อนไข (During Conditioning) และหลังการวางเงื่อนไข (After Conditioning) การเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก คือการตอบสนองที่เป็นโดย อัตโนมัติ เมื่อนำสิ่งเร้าใหม่มาควบคุมกับสิ่งเร้าเดิม ซึ่งเรียกว่า พฤติกรรมเรสพอนเดนต์ (Respondent</p><p><strong>3. ตัวเสริมแรงทางบวกประกอบด้วยอะไรบ้าง มีความสำคัญอย่างไรกับผู้บริหารองค์การ</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> ปัจจัยใด ๆ ที่ให้แก่มนุษย์หรือสัตว์แล้วมีการตอบสนองในทางบวก เช่น การให้อาหาร ขนม สวัสดิการ เพิ่มเงินเดือน รางวัลต่าง ๆ ฯลฯ การเสริมแรง จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บุคคลแสดงพฤติกรรมซ้ำ และพฤติกรรมของบุคคลส่วนใหญ่ จะเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้แบบปฏิบัติ (Operant Learning) และพยายามเน้นว่า การตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ ของบุคคล สิ่งเร้านั้นจะต้องมีสิ่งเสริมแรงอยู่ในตัว หากลดสิ่งเสริมแรงลงเมื่อใด การตอบสนองจะลดลงเมื่อนั้น</p><p><strong>4. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบายมาให้เข้าใจ</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> 1. ความตั้งใจ ถ้าผู้เรียนมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้อย่างแท้จริงจะเป็นตัวผลักดันและเป็นสิ่ง จูงใจให้เขาอยากจะเรียนรู้ในสิ่งนั้น ๆ เขาจะเกิดความสนใจ มีพฤติกรรมที่ดี ใฝ่หาความรู้ มีการเตรียม ตัวให้พร้อมก่อนการเรียน ความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขาจะทำให้เขาประสบความสำเร็จ</p><p>2. การจูงใจภายใน เป็นตัวกระตุ้นภายในตัวผู้เรียนเอง เช่น ความสนใจ ความกระตือรือร้น รักและชอบในการเรียนรู้ ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นสิ่งกระตุ้นให้แสดงพฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อการเรียนรู้ เป็นการตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของตนเอง</p><p>3. การจูงใจภายนอก คือตัวกระตุ้นที่อยู่ภายนอกตัวผู้เรียน เช่น คำชมเชย การประกาศเกียรติคุณ โล่ เหรียญตรา ปริญญา เกียรตินิยม ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งกระตุ้นหรือจูงใจให้ผู้เรียนอยากจะได้รับจึงเกิดความพยายาม หมั่นเพียรในการเรียนรู้อย่างแท้จริง เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายให้ได้</p><p>4. รางวัลและการลงโทษ ผลของการวิจัยพบว่า การให้รางวัลและการลงโทษมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้เป็นอย่างมาก เช่น ถ้าครูให้กำลังใจแก่ผู้เรียน ชมเชยในผลการเรียนจะทำให้นักศึกษามีความ พึงพอใจและต้องการจะเรียนให้ดีขึ้นโดยการขยันมากขึ้น นอกจากนี้ การลงโทษอาจจะมีผลทำให้นักศึกษาเพิ่มความสนใจ ต่อการเรียนมากขึ้น เพราะต้องการจะหลีกหนีสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา การให้รางวัลจะมีผลต่อการเรียนรู้ ในทางบวกได้มากกว่าการลงโทษ</p><p>5. ประโยชน์จากการเรียนรู้ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวของการเรียนจะเป็นเหตุจูงใจให้ผู้เรียนใช้ความพยายามอดทนต่อสู้เพื่อให้การเรียนประสบความสำเร็จ ดังนั้น เมื่อผู้เรียนทราบ ถึงผลประโยชน์ที่ตนจะได้รับจากการเรียน จะแสดงพฤติกรรมในทางบวกต่อการเรียนรู้ เพราะต้องการจะไปถึงจุดหมายปลายทางให้ได้</p><p><strong>5. มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้มนุษย์เกิดการลืม จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ</strong></p><p><strong>ตอบ</strong> สาเหตุที่ทำให้มนุษย์เกิดการลืม มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ดังนี้</p><p>1. การลืมเพราะไม่ได้ใช้ เมื่อคนเราเรียนรู้แล้วแต่กลับไม่ได้ใช้จะทำให้สิ่งนั้นค่อยๆ เลือนหายไป ดังนั้น การที่จะให้สมองคงจดจำสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ได้จะต้องมีการทบทวนอยู่บ่อยๆ จะทำให้จดจำได้ยาวนาน</p><p>2. การลืมเพราะมีเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาแทรกแซง ผลการวิจัยของ นักจิตวิทยาพบว่า การลืมส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเพราะมีเหตุการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาแทรกแซงจึงทำให้เรื่องเก่าๆ ถูกลืมหายไป</p><p>3. การวิตกกังวล การที่คนเรามีการวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไปจะส่งผลต่อความทรงจำได้ เพราะการวิตกกังวลครุ่นคิดในเรื่องต่าง ๆ มาก ๆ จะทำให้คนเราลืมในสิ่งต่าง ๆ ที่เคยเรียนรู้มาแล้วหรือเคย มีประสบการณ์มาก่อน</p><p>การลืมของคนเรามีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย การที่คนเราไม่ได้ใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ จะทำให้เรามีโอกาสลืมในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นได้ การที่มีสิ่งอื่นเกิดขึ้นมาแทรกแซงจะเป็นสาเหตุทำให้คนเราหันไปสนใจในสิ่งใหม่นั้นแทนจนทำให้สิ่งที่เคยเรียนรู้มาแล้วถูกลืมไปได้ นอกจากนี้ การ วิตกกังวลของคนเราไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตามจะมีอิทธิพลต่อความทรงจำของคนเราด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-23 07:18:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3085716462</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ส่งงานคำถามท้ายบทที่ 6 น.ส.รัตนา  ทองสีแก้ว รป.บ. ปี4 (ห้องอำนาจเจริญ) </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3085726965</link>
         <description><![CDATA[<p>1. การเรียนรู้ของมนุษย์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์การอย่างไร จงอธิบายมาอย่างละเอียด</p><p><br/></p><p>ตอบ การเรียนรู้เป็นปัจจัยที่สำคัญของการเกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์และเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้ในการส่งผ่านความรู้ ความสามารถประสบการณ์ การประดิษฐ์คิดค้น รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ จากคนรุ่นหนึ่งไป สู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านสังคมของมนุษย์ นอกจากนั้น การเรียนรู้ยัง ทำให้มนุษย์เกิดความคิดสร้างสรรค์ มีการเปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง</p><p><br/></p><p>2. จงอธิบายทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกมาให้เข้าใจ</p><p><br/></p><p>ตอบ ทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก (Classical conditioning Theory)</p><p><br/></p><p>อีวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov, 1849-1936) นักสรีรวิทยาชาวรัสเซียเป็นผู้ทำการศึกษาทดลองและค้นพบการเรียนรู้ในลักษณะนี้ เขาได้ตั้งทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกขึ้น สิ่งที่อีวาน พาฟลอฟทำการศึกษาทดลองเกี่ยวกับเรื่องการหลั่งน้ำลายของสุนัขทดลองเป็นการตอบสนองสิ่งเร้า และได้เริ่มการทดลองของเขาโดยการเจาะต่อมน้ำลายของสุนัข และทำการต่อสายน้ำลายไหลไปสู่ขวดแก้วเพื่อทำการ วัดปริมาณน้ำลายที่ไหลออกมา จากนั้นเขาได้ทำการทดลองแต่ก่อนที่จะให้อาหารแก่สุนัข เขาจะสั่นกระดิ่งก่อน จากนั้นจึงให้อาหารคือเนื้อ แก่สุนัข เขาทำอยู่อย่างนี้หลายวัน จากนั้นเขาจึงใช้เฉพาะเสียงกระดิ่งเพียงอย่างเดียว สุนัขก็ตอบสนอง คือมีน้ำลายไหลออกมา ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า สุนัขเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับการวางเงื่อนไข นักจิตวิทยาถือว่าเสียงกระดิ่งเป็นสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข เพราะหลังจากมีความสัมพันธ์กับการให้อาหารคือเนื้อ แก่สุนัขเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้สุนัขทำการผลิตน้ำลายออกมาเป็นการตอบสนองสิ่งเร้า ตอนแรกเสียงกระดิ่งไม่มีผล ในการกระตุ้นให้สุนัขแสดงปฏิกิริยาตอบสนองคือมีน้ำลายไหล เพราะไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการให้อาหารแก่สุนัข แต่เมื่อทำเสียงกระดิ่งตามด้วยการให้อาหารแก่สุนัข เสียงกระดิ่งจะสามารถกระตุ้นให้สุนัขผลิตน้ำลายออกมาตอบสนองสิ่งเร้าซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข</p><p><br/></p><p>การทดลองของอีวาน พาฟลอฟ เขาได้แบ่งการทดลองออกเป็น 3 ขั้น</p><p><br/></p><p>คือก่อนการวางเงื่อนไข (Before Conditioning) ระหว่างการวางเงื่อนไข (During Conditioning) และหลังการวางเงื่อนไข (After Conditioning) การเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก คือการตอบสนองที่เป็นโดย อัตโนมัติ เมื่อนำสิ่งเร้าใหม่มาควบคุมกับสิ่งเร้าเดิม ซึ่งเรียกว่า พฤติกรรมเรสพอนเดนต์ (Respondent</p><p><br/></p><p>3. ตัวเสริมแรงทางบวกประกอบด้วยอะไรบ้าง มีความสำคัญอย่างไรกับผู้บริหารองค์การ</p><p><br/></p><p>ตอบ ปัจจัยใด ๆ ที่ให้แก่มนุษย์หรือสัตว์แล้วมีการตอบสนองในทางบวก เช่น การให้อาหาร ขนม สวัสดิการ เพิ่มเงินเดือน รางวัลต่าง ๆ ฯลฯ การเสริมแรง จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บุคคลแสดงพฤติกรรมซ้ำ และพฤติกรรมของบุคคลส่วนใหญ่ จะเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้แบบปฏิบัติ (Operant Learning) และพยายามเน้นว่า การตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ ของบุคคล สิ่งเร้านั้นจะต้องมีสิ่งเสริมแรงอยู่ในตัว หากลดสิ่งเสริมแรงลงเมื่อใด การตอบสนองจะลดลงเมื่อนั้น</p><p><br/></p><p>4. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบายมาให้เข้าใจ</p><p><br/></p><p>ตอบ 1. ความตั้งใจ ถ้าผู้เรียนมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้อย่างแท้จริงจะเป็นตัวผลักดันและเป็นสิ่ง จูงใจให้เขาอยากจะเรียนรู้ในสิ่งนั้น ๆ เขาจะเกิดความสนใจ มีพฤติกรรมที่ดี ใฝ่หาความรู้ มีการเตรียม ตัวให้พร้อมก่อนการเรียน ความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขาจะทำให้เขาประสบความสำเร็จ</p><p><br/></p><p>2. การจูงใจภายใน เป็นตัวกระตุ้นภายในตัวผู้เรียนเอง เช่น ความสนใจ ความกระตือรือร้น รักและชอบในการเรียนรู้ ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นสิ่งกระตุ้นให้แสดงพฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อการเรียนรู้ เป็นการตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของตนเอง</p><p><br/></p><p>3. การจูงใจภายนอก คือตัวกระตุ้นที่อยู่ภายนอกตัวผู้เรียน เช่น คำชมเชย การประกาศเกียรติคุณ โล่ เหรียญตรา ปริญญา เกียรตินิยม ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งกระตุ้นหรือจูงใจให้ผู้เรียนอยากจะได้รับจึงเกิดความพยายาม หมั่นเพียรในการเรียนรู้อย่างแท้จริง เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายให้ได้</p><p><br/></p><p>4. รางวัลและการลงโทษ ผลของการวิจัยพบว่า การให้รางวัลและการลงโทษมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้เป็นอย่างมาก เช่น ถ้าครูให้กำลังใจแก่ผู้เรียน ชมเชยในผลการเรียนจะทำให้นักศึกษามีความ พึงพอใจและต้องการจะเรียนให้ดีขึ้นโดยการขยันมากขึ้น นอกจากนี้ การลงโทษอาจจะมีผลทำให้นักศึกษาเพิ่มความสนใจ ต่อการเรียนมากขึ้น เพราะต้องการจะหลีกหนีสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา การให้รางวัลจะมีผลต่อการเรียนรู้ ในทางบวกได้มากกว่าการลงโทษ</p><p><br/></p><p>5. ประโยชน์จากการเรียนรู้ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวของการเรียนจะเป็นเหตุจูงใจให้ผู้เรียนใช้ความพยายามอดทนต่อสู้เพื่อให้การเรียนประสบความสำเร็จ ดังนั้น เมื่อผู้เรียนทราบ ถึงผลประโยชน์ที่ตนจะได้รับจากการเรียน จะแสดงพฤติกรรมในทางบวกต่อการเรียนรู้ เพราะต้องการจะไปถึงจุดหมายปลายทางให้ได้</p><p><br/></p><p>5. มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้มนุษย์เกิดการลืม จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ</p><p><br/></p><p>ตอบ สาเหตุที่ทำให้มนุษย์เกิดการลืม มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ดังนี้</p><p><br/></p><p>1. การลืมเพราะไม่ได้ใช้ เมื่อคนเราเรียนรู้แล้วแต่กลับไม่ได้ใช้จะทำให้สิ่งนั้นค่อยๆ เลือนหายไป ดังนั้น การที่จะให้สมองคงจดจำสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ได้จะต้องมีการทบทวนอยู่บ่อยๆ จะทำให้จดจำได้ยาวนาน</p><p><br/></p><p>2. การลืมเพราะมีเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาแทรกแซง ผลการวิจัยของ นักจิตวิทยาพบว่า การลืมส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเพราะมีเหตุการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาแทรกแซงจึงทำให้เรื่องเก่าๆ ถูกลืมหายไป</p><p><br/></p><p>3. การวิตกกังวล การที่คนเรามีการวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไปจะส่งผลต่อความทรงจำได้ เพราะการวิตกกังวลครุ่นคิดในเรื่องต่าง ๆ มาก ๆ จะทำให้คนเราลืมในสิ่งต่าง ๆ ที่เคยเรียนรู้มาแล้วหรือเคย มีประสบการณ์มาก่อน</p><p><br/></p><p>การลืมของคนเรามีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย การที่คนเราไม่ได้ใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ จะทำให้เรามีโอกาสลืมในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นได้ การที่มีสิ่งอื่นเกิดขึ้นมาแทรกแซงจะเป็นสาเหตุทำให้คนเราหันไปสนใจในสิ่งใหม่นั้นแทนจนทำให้สิ่งที่เคยเรียนรู้มาแล้วถูกลืมไปได้ นอกจากนี้ การ วิตกกังวลของคนเราไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตามจะมีอิทธิพลต่อความทรงจำของคนเราด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-23 07:29:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3085726965</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3095093208</link>
         <description><![CDATA[<p>คำถามท้ายบท ส.อ.เกียรติกูล   มาตขาว (เทียบโอน) อำนาจฯ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2676328053/2b8dbb308f04c48c4ea4ed22add955eb/____________.pdf" />
         <pubDate>2024-08-30 05:05:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3095093208</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แบบฝึกหัดท้ายบท วันที่ 1 กันยายน 2567</title>
         <author>apple26mmm2525</author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3107394884</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย นพรัตน์ อ่อนษา ปี 4 เทียบโอนอำนาจเจริญ</p><p>1.ตอบ ค่านิยม หมายถึง&nbsp;สิ่งที่บุคคลพอใจหรือเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แล้วยอมรับไว้เป็นความเชื่อ หรือความรู้สึกนึกคิดของตนเอง&nbsp;ค่านิยมจะสิงอยู่ในตัวบุคคลในรูปของความเชื่อตลอดไป จนกว่าจะพบกับค่านิยมใหม่ ซึ่งตนพอใจกว่าก็จะยอมรับไว้ เมื่อบุคคลประสบกับ การเลือกหรือเผชิญกับเหตุการณ์ ละต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าจะนำค่านิยมมา</p><p>2.ตอบ กลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นมากที่สุด&nbsp;เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ให้ความสำคัญ แก่เพื่อนมาก โดยมักจะเชื่อเพื่อน และทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อน&nbsp;ซึ่ง หากวัยรุ่นรู้จักเลือกคบเพื่อนที่ดีก็จะทำให้มีพฤติกรรมที่ดีและเหมาะสม การคบเพื่อนจะทำให้วัยรุ่นมีพฤติกรรม ความเชื่อ เลียนแบบกลุ่มเพื่อน พยายามเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้เพื่อนยอมรับเข้ากับเพื่อนได้และเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับเข้ากับเพื่อนได้และ เป็นพฤติกรรมที่กลายเป็นนอกลักษณ์ของกลุ่ม</p><p>3. ตอบ&nbsp;<strong> สื่อ</strong>&nbsp;ถือเป็นกระจกสะท้อนสภาพของสังคม เปรียบเสมือนเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างค่านิยม เจตคติ การรับรู้ของประชาชนในสังคม และมียังผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของชาติ สื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารออกมาในลักษณะใด สภาพสังคมย่อมแสดงออกมาในลักษณะนั้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าประเทศไทยมีการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงาม โดยการนำเสนอผ่านแง่มุมของครอบครัว มิตรภาพ คุณธรรม และความรักที่สวยงาม นำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในสายต่อของคนต่างชาติ สะท้อนให้ผู้ชมรับรู้ถึงความอ่อนโยนของวัฒนธรรมของเรา ก็อาจทำให้เกิดเป็นกระแส “ไทยฟีเวอร์” ในหลายประเทศทั่วโลก ได้เหมือนกับกระแสฟีเวอร์ของประเทศอื่นๆ ได้เหมือนกัน</p><p>4. ตอบ ค่านิยมสามารถช่วยให้การดำเนินชีวิตระหว่างสมาชิกในสังคมมีความสอดคล้องสัมพันธ์ ต่อกัน ลดความขัดแย้งและความตึงเครียดของสมาชิกในสังคม&nbsp;ค่านิยมเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพ แวดล้อมและความเหมาะสมในแต่ละยุคสมัย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทำให้สังคมนั้นเกิดมี ค่านิยมใหม่มาทดแทนค่านิยมเดิม&nbsp;</p><p>6.ตอบ ค่านิยมพื้นฐาน คือ ค่านิยมที่ทุกคนในสังคมนั้น ๆ ต้องยึดถือปฏิบัติร่วมกัน เพื่อ ก่อให้เกิดความผาสุก ความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง ค่านิยมพื้นฐาน ประกอบด้วยค่านิยม&nbsp;</p><p>1) ทางศีลธรรม</p><p>2) ทางคุณธรรม</p><p>3) ทางธรรมเนียมประเพณีหรือวัฒนธรรม</p><p>4) ทางกฎหมาย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-07 15:27:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3107394884</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>apple26mmm2525</author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3107396013</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย นพรัตน์ อ่อนษา ปี 4 เทียบโอนอำนาจเจริญ</p><p>แบบฝึกหัดท้ายบท วันที่ 1 กันยายน 2567</p><p>1.ตอบ ค่านิยม หมายถึง&nbsp;สิ่งที่บุคคลพอใจหรือเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แล้วยอมรับไว้เป็นความเชื่อ หรือความรู้สึกนึกคิดของตนเอง&nbsp;ค่านิยมจะสิงอยู่ในตัวบุคคลในรูปของความเชื่อตลอดไป จนกว่าจะพบกับค่านิยมใหม่ ซึ่งตนพอใจกว่าก็จะยอมรับไว้ เมื่อบุคคลประสบกับ การเลือกหรือเผชิญกับเหตุการณ์ ละต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าจะนำค่านิยมมา</p><p>2.ตอบ กลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นมากที่สุด&nbsp;เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ให้ความสำคัญ แก่เพื่อนมาก โดยมักจะเชื่อเพื่อน และทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อน&nbsp;ซึ่ง หากวัยรุ่นรู้จักเลือกคบเพื่อนที่ดีก็จะทำให้มีพฤติกรรมที่ดีและเหมาะสม การคบเพื่อนจะทำให้วัยรุ่นมีพฤติกรรม ความเชื่อ เลียนแบบกลุ่มเพื่อน พยายามเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อให้เพื่อนยอมรับเข้ากับเพื่อนได้และเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับเข้ากับเพื่อนได้และ เป็นพฤติกรรมที่กลายเป็นนอกลักษณ์ของกลุ่ม</p><p>3. ตอบ&nbsp;<strong> สื่อ</strong>&nbsp;ถือเป็นกระจกสะท้อนสภาพของสังคม เปรียบเสมือนเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างค่านิยม เจตคติ การรับรู้ของประชาชนในสังคม และมียังผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของชาติ สื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารออกมาในลักษณะใด สภาพสังคมย่อมแสดงออกมาในลักษณะนั้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าประเทศไทยมีการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงาม โดยการนำเสนอผ่านแง่มุมของครอบครัว มิตรภาพ คุณธรรม และความรักที่สวยงาม นำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในสายต่อของคนต่างชาติ สะท้อนให้ผู้ชมรับรู้ถึงความอ่อนโยนของวัฒนธรรมของเรา ก็อาจทำให้เกิดเป็นกระแส “ไทยฟีเวอร์” ในหลายประเทศทั่วโลก ได้เหมือนกับกระแสฟีเวอร์ของประเทศอื่นๆ ได้เหมือนกัน</p><p>4. ตอบ ค่านิยมสามารถช่วยให้การดำเนินชีวิตระหว่างสมาชิกในสังคมมีความสอดคล้องสัมพันธ์ ต่อกัน ลดความขัดแย้งและความตึงเครียดของสมาชิกในสังคม&nbsp;ค่านิยมเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพ แวดล้อมและความเหมาะสมในแต่ละยุคสมัย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทำให้สังคมนั้นเกิดมี ค่านิยมใหม่มาทดแทนค่านิยมเดิม&nbsp;</p><p>6.ตอบ ค่านิยมพื้นฐาน คือ ค่านิยมที่ทุกคนในสังคมนั้น ๆ ต้องยึดถือปฏิบัติร่วมกัน เพื่อ ก่อให้เกิดความผาสุก ความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง ค่านิยมพื้นฐาน ประกอบด้วยค่านิยม&nbsp;</p><p>1) ทางศีลธรรม</p><p>2) ทางคุณธรรม</p><p>3) ทางธรรมเนียมประเพณีหรือวัฒนธรรม</p><p>4) ทางกฎหมาย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-07 15:29:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3107396013</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวรัตนา  ทองสีแก้ว ปี 4 (เทียบโอนอำนาจเจริญ)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3108868212</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>คำถามท้ายบทที่ 7</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ตอบ &nbsp;</strong>สิ่งที่บุคคลพอใจหรือเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แล้วยอมรับไว้เป็นความเชื่อ หรือความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ค่านิยมจะสิงอยู่ในตัวบุคคลในรูปของความเชื่อตลอดไป จนกว่าจะพบกับค่านิยมใหม่ ซึ่งตนพอใจกว่าก็จะยอมรับไว้ เมื่อบุคคลประสบกับ การเลือกหรือเผชิญกับเหตุการณ์ ละต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าจะนำค่านิยมมาประกอบการตัดสินใจทุกครั้งไป ค่านิยมจึงเป็นเสมือนพื้นฐานแห่งการประพฤติ ปฏิบัติของบุคคลโดยตรง</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ตอบ </strong>1. มีความสำเร็จ เป็นอิสระไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ 2. มีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสม รู้จักแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งในชีวติ ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมอันดีงาม 3. มีความรับผดิชอบต่อการงาน รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตน 4. มีจริยธรรม คุณธรรมประจำใจ มีระเบียบวินัยในตนเอง รู้จักกาลเทศะ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5. มีความสามารถที่จะสร้างสัมพันธภาพที่ลึกซึ้งและถาวรกับผู้อื่น เข้าร่วม กิจกรรมเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และความเชื่อมั่น ในตนเองและเกิด สัมพันธภาพที่ดี 6. มีสัมพันธภาพกับพ่อแม่ด้วยความเข้าใจยอมรับสภาพความเป็นจริง 7. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ตอบ </strong>อิทธิพลของการสื่อสารที่มีผลต่อสังคม หมายถึง แรงผลักดันที่มีผลกระตุ้นต่อพฤติกรรมและทัศนคติของ มนุษย์อันมีผลต่อการด ารงชีวิต ซึ่งอิทธิพลต่าง ๆ นั้น มีทั้งในแง่บวกและลบ เป็นการแสดงบทบาทและการกระท า ผ่านสื่อต่าง ๆ ถ่ายทอดมายังประชาชน ซึ่งอาจมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมของมนุษย์โดยเปรียบเสมือน เป็นดาบสองคมที่ให้ทั้งคุณและโทษ มีผู้กล่าวกันว่าการท างานสื่อมวลชนก็เหมือนกับการท าอัตวินิบาตกรรมเพราะการไร้สื่อจะท าให้ วิวัฒนาการแห่งความเป็นมนุษย์สิ้นสุดลงไปด้วย คุณค่าและอิทธิพลของสื่อมวลชนมีต่อสังคมอย่างมาก</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ตอบ</strong>&nbsp; ค่านิยมของสังคม หมายถึงค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคมกล่าวคือสมาชิกของสังคมส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม หรือควรแก่การปฏิบัติสิ่งหรือสถานการณ์นั้น ๆ ก็จะกลายเป็นค่านิยมของสังคมนั้น ๆ</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ตอบ</strong> ค่านิยมทางสังคมเป็นตัวก าหนดพฤติกรรมทางสังคมและวิถีชีวิตของบุคคลในสังคม ทั้งนี้เพราะว่าค่านิยมของสังคมนั้น เป็นสิ่งที่บุคคลในสังคมนั้นๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องกระทำต้องปฏิบัติ เป็นสิ่งที่บุคคลยกย่องบูชา ค่านิยมทางสังคมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความถูกต้อง หรือความผิด ดี หรือไม่ดี จริงหรือเท็จเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นเครื่องน าพฤติกรรมในชีวิตของคนในสังคมด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-09 04:18:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3108868212</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ช่องผกา รุจิตร รป.บ.ปี4 ห้องอำนาจ</title>
         <author>kaikhum66</author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3109083336</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong><mark>คำถามท้ายบทที่ 7</mark></strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;<strong>ตอบ &nbsp;</strong>สิ่งที่บุคคลพอใจหรือเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แล้วยอมรับไว้เป็นความเชื่อหรือความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ค่านิยมจะสิงอยู่ในตัวบุคคลในรูปของความเชื่อตลอดไป จนกว่าจะพบกับค่านิยมใหม่ ซึ่งตนพอใจกว่าก็จะยอมรับไว้ เมื่อบุคคลประสบกับ การเลือกหรือเผชิญกับเหตุการณ์ ละต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าจะนำค่านิยมมาประกอบการตัดสินใจทุกครั้งไป ค่านิยมจึงเป็นเสมือนพื้นฐานแห่งการประพฤติ ปฏิบัติของบุคคลโดยตรง</p><p>2.&nbsp;<strong>ตอบ </strong>1. มีความสำเร็จ เป็นอิสระไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ </p><p>2. มีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสม รู้จักแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งในชีวิต ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมอันดีงาม </p><p>3. มีความรับผิดชอบต่อการงาน รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตน </p><p>4. มีจริยธรรม คุณธรรมประจำใจ มีระเบียบวินัยในตนเอง รู้จักกาลเทศะ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>5. มีความสามารถที่จะสร้างสัมพันธภาพที่ลึกซึ้งและถาวรกับผู้อื่น เข้าร่วม กิจกรรมเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และความเชื่อมั่น ในตนเองและเกิด สัมพันธภาพที่ดี </p><p>6. มีสัมพันธภาพกับพ่อแม่ด้วยความเข้าใจยอมรับสภาพความเป็นจริง</p><p> 7. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ</p><p>3.&nbsp;<strong>ตอบ </strong>อิทธิพลของการสื่อสารที่มีผลต่อสังคม หมายถึง แรงผลักดันที่มีผลกระตุ้นต่อพฤติกรรมและทัศนคติของ มนุษย์อันมีผลต่อการดำรงชีวิต ซึ่งอิทธิพลต่าง ๆ นั้น มีทั้งในแง่บวกและลบ เป็นการแสดงบทบาทและการกระทำ ผ่านสื่อต่าง ๆ ถ่ายทอดมายังประชาชน ซึ่งอาจมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมของมนุษย์โดยเปรียบเสมือน เป็นดาบสองคมที่ให้ทั้งคุณและโทษ มีผู้กล่าวกันว่าการทำางานสื่อมวลชนก็เหมือนกับการทำอัตวินิบาตกรรมเพราะการไร้สื่อจะทำให้ วิวัฒนาการแห่งความเป็นมนุษย์สิ้นสุดลงไปด้วย คุณค่าและอิทธิพลของสื่อมวลชนมีต่อสังคมอย่างมาก</p><p>4.&nbsp;<strong>ตอบ</strong>&nbsp; ค่านิยมของสังคม หมายถึงค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคมกล่าวคือสมาชิกของสังคมส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม หรือควรแก่การปฏิบัติสิ่งหรือสถานการณ์นั้น ๆ ก็จะกลายเป็นค่านิยมของสังคมนั้น ๆ</p><p>5.&nbsp;<strong>ตอบ</strong> ค่านิยมทางสังคมเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมทางสังคมและวิถีชีวิตของบุคคลในสังคม ทั้งนี้เพราะว่าค่านิยมของสังคมนั้น เป็นสิ่งที่บุคคลใน</p><p>สังคมนั้นๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องกระทำต้องปฏิบัติ เป็นสิ่งที่บุคคลยกย่องบูชา ค่านิยมทางสังคมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความถูกต้อง หรือความผิด ดี หรือไม่ดี จริงหรือเท็จเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นเครื่องนำพฤติกรรมในชีวิตของคนในสังคมด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-09 06:19:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3109083336</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3113784673</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2725244893/7f6547d2d951eac525ab5f7fe6c63126/__________________6_______________________.pdf" />
         <pubDate>2024-09-11 07:17:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3113784673</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3113793906</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2725244893/217078f091639b9823d36647c2389107/__________________7_______________________.pdf" />
         <pubDate>2024-09-11 07:22:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/drsek2522/q4ga5izwpp5ybmyl/wish/3113793906</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
