<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>วิชาสังคมศึกษา  by คุณครูวรรณภา สังวิบุตร</title>
      <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วยความรักนักเรียน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-07-11 09:48:37 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-23 00:04:24 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f60d.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>วิชาประวัติศาสตร์ ม 1</title>
         <author>wannapa4</author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644461540</link>
         <description><![CDATA[<div>https://www.powtoon.com/s/bQZBR5pkSx1/1/m<br>แสดงความคิดเห็น<br>https://th.padlet.com/wannapa4/ceft9872na10oj12<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://docs.google.com/forms/d/1fL7VOr2c1whmtuzWJuhw_K0Yt6ZekyaFRrTFqM4rvMw/edit" />
         <pubDate>2021-07-11 10:00:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644461540</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิชาสังคม ม 2</title>
         <author>wannapa4</author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644462525</link>
         <description><![CDATA[<div>นักเรียนสามารถปฎิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยได้อย่างไร ตอบคนละ 1 ข้อ<br>ให้นักเรียนหาความหมายของคำว่า กฎหมาย </div>]]></description>
         <pubDate>2021-07-11 10:04:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644462525</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิชาประวัติศาสตร์ ม 3</title>
         <author>wannapa4</author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644463311</link>
         <description><![CDATA[<div>1.วิธีการทางประวัติศาสตร์คืออะไร&nbsp;<br>2.วิธีการทางประวัติศาสตร์มีความสำคัญอย่างไร<br><br>หลักฐานชั้นต้น หรือหลักฐานปฐมภูมิ คืออะไร ค่ะ<br><br></div>]]></description>
         <pubDate>2021-07-11 10:06:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644463311</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิชาสังคม ม 4</title>
         <author>wannapa4</author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644463816</link>
         <description><![CDATA[<div>ให้นักเรียนศึกษาประวัติของพระอัสสชิ แล้ว ตอบคำถาม ดังนี้<br>1.นักเรียนคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจในตัวท่าน คืออะไร<br>2. คุณธรรมที่ควรเป็นแบบอย่างของพระอัสสชิ คือ<br>3.ควรนำมาปรับใช้กับนักเรียนอย่างไร<br><br></div>]]></description>
         <pubDate>2021-07-11 10:08:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1644463816</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช พุฒิพงศ์ มูลพันธ์ เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1647209789</link>
         <description><![CDATA[<div>1&nbsp;<strong>วิธีการทางประวัติศาสตร์</strong> หมายถึง กระบวนการศึกษา วิเคราะห์ และตีความจากร่องรอยหลักฐานทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร และไม่ใช่ลายลักษณ์อักษร แล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักเหตุผลอธิบายเหตุการณ์ และความเป็นมาต่างๆ ในอดีต ให้มีความใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด&nbsp;<br><br></div><div>การศึกษาประวัติศาสตร์ ช่วยให้เราเข้าใจปัจจุบันมากยิ่งขึ้น<strong> วิธีการทางประวัติศาสตร์</strong> จึงถูกใช้เป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยภูมิหลังในอดีต เพื่อให้ผู้ศึกษาพิจารณาหลักฐานอย่างรอบด้านก่อนสรุปผล อีกทั้งยังเป็นกระบวนการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับชุดข้อมูลด้วย สำหรับ<strong>วิธีการทางประวัติศาสตร์</strong> <strong>5 ขั้นตอน<br>2 ความสำคัญของประวัติศาสตร์ สามารถสรุปได้ดังนี้<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.&nbsp; ประวัติศาสตร์ช่วยให้มนุษย์รู้จักตัวเอง &nbsp; กล่าวคือ &nbsp; ทำให้รู้บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับขอบเขตของตน &nbsp; ขณะเดียวกันก็รู้เกี่ยงกับขอบเขตของคนอื่น<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.&nbsp; ประวัติศาสตร์ช่วยให้เกดความเข้าใจในมรดก &nbsp; วัฒนธรรมของมนุษยชาติ &nbsp; ความรู้ &nbsp; ความคิดอ่านกว้างขวาง &nbsp; ทันเหตุการณ์ &nbsp; ทันสมัย &nbsp; ทันคน &nbsp; และสามารถเข้าใจคุณค่าสิ่งต่างๆในสมัยของตนได้<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.&nbsp; ประวัติศาสตร์ช่วยเสริมสร้างให้เกิดความระมัดระวัง &nbsp; ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ &nbsp; ฝึกฝนความอดทน &nbsp; ความสุขุมรอบคอบ &nbsp; ความสามารถในการวินิจฉัย &nbsp; และมีความละเอียดเพียงพอที่จะเข้าใจปัญหาสลับซับซ้อน<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.&nbsp; ประวัติศาสตร์เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่มนุษย์สามารถนำมาเป็นบทเรียน &nbsp; และประยุกต์ใช้ในกระบวนการแก้ไขปัญหา &nbsp; และวิกฤตการณ์ต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักจริยธรรม &nbsp; คุณธรรม &nbsp; ทั้งนี้เพื่อสันติสุขและพัฒนาการของสังคมมนุษย์เอง<br><br>&nbsp;<br><br>&nbsp;<br><br>ลักษณะและประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลักฐานทางประวัติศาสตร์&nbsp; หมายถึง&nbsp; ร่องรอยของสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์&nbsp; สร้างสรรค์&nbsp; รวมทั้งร่องรอยของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในอดีต&nbsp; และเหลือตกค้างมาถึงปัจจุบัน&nbsp; ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องนำทางในการศึกษา&nbsp; สืบค้น&nbsp; แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยงกับเรื่องราวในอดีตของมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทยแบ่งออกเป็น&nbsp; 2 &nbsp; ประเภท&nbsp; ตามแบบสากล คือ <br><br>1.&nbsp; หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp; ได้แก่&nbsp; จารึก&nbsp; บันทึก&nbsp; จดหมายเหตุร่วมสมัย&nbsp; ตำนาน&nbsp; พงศาวดาร&nbsp; วรรณกรรมต่างๆ&nbsp; บันทึกความทรงจำ&nbsp; เอกสารราชการ&nbsp; หนังสือพิมพ์&nbsp; กฎหมาย&nbsp; งานวิจัย&nbsp; งานพิมพ์ทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น&nbsp; (&nbsp; ผนังถ้ำที่เป็นรูปวาดแต่สามารถแปลความหมายได้&nbsp; จะถือว่าเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp; เช่น&nbsp; ผนังขิงสุสานฟาโรห์&nbsp; )<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.&nbsp; หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp; ได้แก่&nbsp; หลักฐานทางโบราณคดี&nbsp; หลักฐานจากการบอกเล่าและสัมภาษณ์&nbsp; หลักฐานด้านศิลปกรรม&nbsp; สถาปัตยกรรม&nbsp; นาฏกรรมและดนตรี&nbsp; หลักฐานทางมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา&nbsp; เช่น&nbsp; ขนบธรรมเนียมประเพณี&nbsp; คติความเชื่อ&nbsp; วิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ&nbsp; ฯลฯ&nbsp; (&nbsp; กำแพงเมือง&nbsp; เมืองโบราณ&nbsp; โครงกระดูก&nbsp; นับว่าเป็นหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร )<br><br>&nbsp;<br><br>&nbsp;<br><br>หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรและหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรมีข้อดี&nbsp; และจำกัด&nbsp; ดังนี้<br><br>ข้อดี<br><br>ข้อจำกัด<br><br>1. หลักฐานทั้ง&nbsp; 2&nbsp; ช่วยในการสืบค้นความเป็นจริงในอดีต<br><br>2. การมีหลักฐานหลายอย่างช่วยทำให้ได้ความจริงมากขึ้น<br><br>3. การมีหลักฐานหลายอย่างสามารถตรวจสอบซึ่งกันและกัน&nbsp; เพื่อหาความชัดเจนได้ดีขึ้น<br><br>1. หากผู้บันทึกหลักฐานลายลักษณ์อักษรไม่รู้เบื้องหลังของเหตุการณ์ที่แท้จริง&nbsp; หรือมีอคติกับเรื่องราวที่บันทึก&nbsp; ก็จะไม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง<br><br>2. หลักฐานลายลักษณ์อักษรต้องอาศัยการตีความ การซักถามจากบุคคล&nbsp; หรือผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย&nbsp; ซึ่งอาจนำไปสู่การผิดพลาด&nbsp; หรือเข้าใจผิดได้<br><br>&nbsp;<br><br>&nbsp;<br><br>ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไทยจะอาศัยหลักฐานทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp; และไม่เป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp; โดยแบ่งความสำคัญของหลักฐานออกเป็น&nbsp; 2&nbsp; กลุ่ม&nbsp; คือ<br><br>1.หลักฐานชั้นต้น&nbsp; หรือ&nbsp; หลักบานปฐมภูมิ (Primary&nbsp; Sources )&nbsp; หมายถึง&nbsp; บันทึกหรือคำบอกเล่าของผู้พบเห็น&nbsp; หรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์&nbsp; หรือผู้ร่วมสมัยกับเหตุการณ์&nbsp; จดหมายเหตุ&nbsp; บันทึกการเดินทาง&nbsp; หลักฐานทางโบราณคดี&nbsp; แผนที่&nbsp; ลายแทง&nbsp; เป็นต้น<br><br>2. หลักฐานชั้นรอง&nbsp; ( Secondary&nbsp; Sources )&nbsp; หมายถึง&nbsp; ผลงานการค้นคว้าที่เขียนขึ้น&nbsp; หรือเรียบเรียงขึ้นภายหลังเกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว โดยอาศัยหลักฐานขั้นต้นประกอบ&nbsp; อาจเพิ่มเติมความคิดเห็น&nbsp; หรือเหตุผลอื่นๆ ประกอบ&nbsp; ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของเอกสารต่างๆ&nbsp; เช่น พงศาวดาร&nbsp; ตำนาน&nbsp; เป็นต้น<br><br>3&nbsp; (1) หลักฐานชั้นต้นหรือหลักฐานปฐมภูมิ (Primary sources) หมายถึง หลักฐานที่บันทึก สร้าง หรือจัดทำขึ้น โดยผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นโดยตรง หรือบ่งบอกให้รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นจริงๆ ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น สนธิสัญญา บันทึกคำให้การ จดหมายเหตุ กฎหมาย ประกาศของทางราชการ ศิลาจารึก</strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-13 05:23:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1647209789</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.พัทธนันท์ ฤทธิ์ขันธ์ เลขที่ 26 ม.2/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648842557</link>
         <description><![CDATA[<div>กฎหมาย หมายถึง กฎที่สถาบัน หรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หรือระหว่างบุคคลกับรัฐ.</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:00:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648842557</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648843009</link>
         <description><![CDATA[<div>นิธิคุณ สิมวงศ์ เลขที่20ชั้นม2/1<br>กฎที่สถาบัน หรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หรือระหว่างบุคคลกับรัฐ.</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:00:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648843009</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ศิวัช โคตคำ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648843434</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1268924553/0d214651c3fbc4e9daa2dafd228d03e8/images__6_.jpeg" />
         <pubDate>2021-07-14 04:01:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648843434</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648846969</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ช. ภควัต แก้วสาร ม.2/1 เลขที่12</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1268923800/380528ae0169a61e766874dc43c3dc9b/Screenshot_20210714_110134_Chrome.jpg" />
         <pubDate>2021-07-14 04:03:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648846969</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เด็กหญิง ศุภรัตน์.  หลานวงษ์. ม.2/1เลขที่32</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648848470</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><strong>(กฎหมาย)</strong></li><li>กฎที่สถาบัน หรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หรือระหว่างบุคคลกับรัฐ.</li></ol><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:04:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648848470</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ธีรโชติ นาคำภา ม.2/1 เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648849502</link>
         <description><![CDATA[<div><br>&nbsp; &nbsp; กฎหมาย เป็นกฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่ใช้ควบคุมความประพฤติของมนุษย์ในสังคม กฎหมาย มีลักษณะเป็นคำสั่ง ข้อห้าม ที่มาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในสังคมใช้บังคับได้ทั่วไป ใครฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษหรือสภาพบังคับอย่างใดอย่างหนึ่ง<br>&nbsp; &nbsp; ระบบกฎหมายในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 ระบบ ได้แก่ ระบบกฎหมาย ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร&nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบกฎหมายสังคมนิยม และระบบกฎหมายศาสนา กฎหมายแต่ละระบบย่อมมีที่มาแต่งต่างกัน<br>การแบ่งประเภทของกฎหมาย อาจแบ่งได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับว่าจะยึดอะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการแบ่ง มนุษย์จำเป็นต้องมีกฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้สังคม เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสงบสุข<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:04:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648849502</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ณัฐกรณ์ ลาวัลย์ ม.2/1 เลขที่6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648854171</link>
         <description><![CDATA[<div>กฎที่สถาบัน หรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หรือระหว่างบุคคลกับรัฐ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:07:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648854171</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648854534</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ญ.ฑิตยา พิภักดี เลขที่22 ม.2/1<br>กฎหมายคืออะไร</div><div>&nbsp; &nbsp; กฎหมาย เป็นกฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่ใช้ควบคุมความประพฤติของมนุษย์ในสังคม กฎหมาย มีลักษณะเป็นคำสั่ง ข้อห้าม ที่มาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในสังคมใช้บังคับได้ทั่วไป ใครฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษหรือสภาพบังคับอย่างใดอย่างหนึ่ง<br>&nbsp; &nbsp; ระบบกฎหมายในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 ระบบ ได้แก่ ระบบกฎหมาย ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร&nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบกฎหมายสังคมนิยม และระบบกฎหมายศาสนา กฎหมายแต่ละระบบย่อมมีที่มาแต่งต่างกัน<br>การแบ่งประเภทของกฎหมาย อาจแบ่งได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับว่าจะยึดอะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการแบ่ง มนุษย์จำเป็นต้องมีกฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้สังคม เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสงบสุข<br><br><strong>กฎหมายคืออะไร</strong><br>มนุษย์เป็นสัตว์สังคม โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่คนเดียวได้ จึงต้องรวมกันอยู่เป็นหมู่เป็นพวก เป็นกลุ่มเป็นก้อน เริ่มจากสังคมเล็ก ๆ ระดับครอบครัว ต่อมาเมื่อมนุษย์มีจำนวนมากขึ้นก็รวมกันเป็นเผ่าเป็นกลุ่มชนและสุดท้ายเผ่าที่มีสายพันธุ์เดียวกันก็รวมเข้าด้วยกันกลายเป็นกลุ่มชนใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นรัฐ เป็นประเทศ การที่มนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จำเป็นที่ต้องมีการติดต่อกัน เพื่อแลกเปลี่ยนปัจจัยในการดำรงชีวิต บางครั้งมนุษย์ก็มีความต้องการที่จะทำอะไร ๆ ตามใจตนเองบ้าง ซึ่งการกระทำนั้นอาจเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ จนเกิดความขัดแย้งวุ่นวายขึ้นมาได้ มนุษย์จึงต้องสร้างกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นเพื่อใช้ควบคุมความประพฤติของสมาชิกในสังคมให้เป็นไปในทำนองเดียวกัน เพื่อให้สังคมเป็นระเบียบเรียบร้อยสงบสุข กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ เรียกว่า บรรทัดฐานทางสังคม (Social Norms) ประกอบด้วย<br>&nbsp; &nbsp; 1. วิถีชาวบ้าน (Folkways) เป็นกฎเกณฑ์ความประพฤติที่อยู่ในรูปของประเพณีนิยม ที่สมาชิกในสังคมปฏิบัติสืบต่อกันมา ถ้าใครไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกติฉินนินทาว่าร้าย เช่น การแต่งกาย กิริยามารยาททางสังคมในโอกาสต่าง ๆ เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; 2. จารีต (Mores) เป็นกฎเกณฑ์ความประพฤติที่ยึดหลักความดีความชั่ว กฎเกณฑ์ทางศาสนา เป็นเรื่องของความรู้สึกว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก หากใครละเมิดฝ่าฝืนจะได้รับการต่อต้านจากสมาชิกในสังคมอย่างจริงจัง อาจถูกกีดกันออกจากสังคม หรือไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย เช่น การลักเล็กขโมยน้อย การเนรคุณบิดามารดา หรือผู้มีพระคุณ เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; 3. กฎหมาย (Laws) เป็นกฎเกณฑ์ความประพฤติที่มีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน แน่นอน ว่ากระทำอย่างไร เป็นความผิดฐานใด จะได้รับอย่างไร เช่น ผู้ใดฆ่าผู้อื่นต้องระวางโทษประหารชีวิต เป็นต้น<br>กฎเกณฑ์ของความประพฤติทั้งสามประการดังกล่าว สองประการแรกไม่ได้มีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน การลงโทษผู้ละเมิดฝ่าฝืนก็ไม่รุนแรง ประการที่สาม กฎหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ใช้ได้ผลมากที่สุด ในการควบคุมความประพฤติของมนุษย์ ดังนั้นสังคมมนุษย์ทุกสังคมจึงจำเป็นต้องมีกฎหมาย เป็นกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกันดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีสังคมที่นั่นมีกฎหมาย”<br><br><strong>ความหมายของกฎหมาย</strong><br>กฎหมาย หมายถึง คำสิ่งหรือข้อบังคับของรัฐ ซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อใช้ควบคุมความประพฤติของบุคคลซึ่งอยู่ในรัฐหรือในประเทศของตน หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ประพฤติปฏิบัติตาม ก็จะมีความผิดและถูกลงโทษ หรือได้รับผลเสียหายนั้นด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:08:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648854534</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648855236</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ช.อภิสิทธิ์ สิงห์ซอม เลทที่17ชั้น ม.2/1<br>(กฎหมาย)<br>กฎที่สถาบันหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้นหรือเกิดขึ้นจากจารีตประเพณีเป็นที่ยอมรับนับถือเพื่อใช้ในการบริหารประเทศเพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:08:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648855236</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648856086</link>
         <description><![CDATA[<div>ภคพร พันธ์งาม ม.2/1 เลขที่28<br>กฎที่สถาบัน หรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หรือระหว่างบุคคลกับรัฐ.<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:09:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648856086</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช ภาคิน ชาวทหาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648859032</link>
         <description><![CDATA[<div>ความหมายของกฎหมายกฎหมาย หมายถึง คำสิ่งหรือข้อบังคับของรัฐ ซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อใช้ควบคุมความประพฤติของบุคคลซึ่งอยู่ในรัฐหรือในประเทศของตน หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ประพฤติปฏิบัติตาม ก็จะมีความผิดและถูกลงโทษหรือได้รับผลเสียหายนั้นด้วย</div>]]></description>
         <pubDate>2021-07-14 04:11:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648859032</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648868212</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ญ พวงนภา พิมภู เลขที่25 ม.2/1 ค่ะ<br>กฎหมาย หมายถึง กฎที่สถานบันหรือผูัมีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้นหรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถืกเพื่อยใช้ในการบริหารประเทศเพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตามหรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับรัฐ.</div>]]></description>
         <pubDate>2021-07-14 04:17:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648868212</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เด็กหญิง วิภาดา ไชยหาญ เลขที่ 31 ม.2/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648885038</link>
         <description><![CDATA[<div>กฎหมาย หมายถึง กฎที่สถานบันหรือผูัมีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้นหรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถืกเพื่อยใช้ในการบริหารประเทศเพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตามหรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับรัฐ.</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-14 04:28:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1648885038</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หมวดที่1  ด.ช.ธนดล เปรมนาค เลขที่9 2/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1655439250</link>
         <description><![CDATA[<div>มาตรา ๑ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้มาตรา ๒ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์<br>ทรงเป็นประมุขมาตรา ๓อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข<br>ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป<br>ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของ<br>ประชาชนโดยรวมมาตรา ๔ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล<br>ย่อมได้รับความคุ้มครองปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกันมาตรา ๕รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ<br>หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับ<br>มิได้เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น<br>ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข์<br>&nbsp;</div>]]></description>
         <pubDate>2021-07-20 02:23:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1655439250</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1655441010</link>
         <description><![CDATA[<div>มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้<br>(1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข<br>(2) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย<br>(3) ปฏิบติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด<br>(4) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ<br>(5) รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ<br>(6) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นและไม่กระทําการใดที่อาจ ก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม<br>(7) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระ โดยคํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสําคัญ<br>(8) ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลาย ทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม<br>(9) เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ<br>(10) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ<br><br>ด.ญ ศุภสุตา นนศรีราช&nbsp; เลขที่32 ค่ะ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-07-20 02:24:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1655441010</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบบัว ศรีบุญเรือง เลขที่24 ม.2/2</title>
         <author>opkin76432yt</author>
         <link>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1655441536</link>
         <description><![CDATA[<div>รัฐธรรมนูญ2560หมวด2 พระมหากษัตริย์<br><br>มาตรา ๖<br>องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้<br>ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้<br>มาตรา ๗<br>พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก<br>มาตรา ๘<br>พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย<br>มาตรา ๙<br>พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์<br>และพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์<br>มาตรา ๑๐<br>พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรี<br>คนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี<br>คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง<br>ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ<br>มาตรา ๑๑<br>การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไป<br>ตามพระราชอัธยาศัย<br>ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือ<br>ให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง<br>ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือ<br>ให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง<br>มาตรา ๑๒<br>องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่ง<br>ทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่น<br>ของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์<br>ในตำแหน่งองคมนตรี และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ<br>มาตรา ๑๓<br>ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์<br>ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้<br>“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อ<br>พระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน<br>ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”<br><br>มาตรา ๑๔<br>องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจาก<br>ตำแหน่ง<br>มาตรา ๑๕<br>การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตาม<br>พระราชอัธยาศัย<br>การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตาม<br>พระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา<br>มาตรา ๑๖<br>ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหาร<br>พระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็น<br>ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์<br>ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ<br>มาตรา ๑๗<br>ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์<br>ตามมาตรา ๑๖ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะ<br>ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควร<br>แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และไม่อาจกราบบังคมทูลให้ทรงแต่งตั้งได้ทันการ ให้คณะองคมนตรี<br>เสนอชื่อบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะ ตามลำดับที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดไว้ก่อนแล้ว<br>ให้เป็นผู้สำ เร็จราชการแทนพระองค์ แล้วแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อประกาศในพระปรมาภิไธย<br>พระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์<br>มาตรา ๑๘<br>ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๗ ให้ประธาน<br>องคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน<br>ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗<br>ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราว<br>ไปพลางก่อน<br>ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือในระหว่างที่<br>ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่<br>ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้น<br>ทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน<br>มาตรา ๑๙<br>ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖<br>หรือมาตรา ๑๗ ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้<br>“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย)<br>และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้<br>และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”<br><br>ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิญาณตนมาแล้ว ไม่ต้องปฏิญาณตนอีก<br>มาตรา ๒๐<br>ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาล<br>ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗<br>การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗<br>เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำ<br>ร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย<br>เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภา<br>เพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ<br>และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้<br>มาตรา ๒๑<br>ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง<br>พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว<br>ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ<br>และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธาน<br>รัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ<br>ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้<br>ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา ๒๐ ต่อคณะรัฐมนตรี<br>เพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการนี้ จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภา<br>ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป<br>แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ<br>มาตรา ๒๒<br>ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์<br>ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๑ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์<br>เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ<br>แทนพระองค์ไว้ตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ หรือระหว่างเวลาที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการ<br>แทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง ให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้น ๆ แล้วแต่กรณี เป็นผู้สำเร็จราชการ<br>แทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะได้ประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์<br>ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์<br>ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์<br>ต่อไปตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์<br>เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน<br>ในกรณีที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือทำหน้าที่<br>ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวตามวรรคสอง ให้นำมาตรา ๑๘ วรรคสาม มาใช้บังคับ<br>มาตรา ๒๓<br>ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๑<br>วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘<br>วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๒ วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรี<br>หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะองคมนตรีที่เหลืออยู่เลือกองคมนตรีคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่<br>ประธานองคมนตรี หรือเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง<br>หรือวรรคสอง หรือตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แล้วแต่กรณี<br>มาตรา ๒๔<br>การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย<br>พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำต่อพระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว<br>หรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้<br>ในระหว่างที่ยังมิได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตามวรรคหนึ่ง จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ซึ่ง<br>ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนก็ได้<br><br>เเหล่งข้อมูล<br>http://www.livinginthailand.com/cdc-2560-03.html</div>]]></description>
         <pubDate>2021-07-20 02:24:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wannapa4/ptitf9or0ph0r8fh/wish/1655441536</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
