<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ต้นกำเนิดสารเสพติด by </title>
      <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-08-26 05:30:06 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-03-03 15:19:23 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f976.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>กลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ มีการนำเอาโบรไมด์ (Bromide) มาใช้เป็นยาสงบประสาทและรักษาโรคลมชัก ซึ่งได้รับความนิยมมากพอ ๆ กับยาวาเลียม (Valium) และยาริเบรียม (Librium) ในปัจจุบัน แต่โบรไมด์สำสมในร่างกาย ทำให้เกิดอาการวิกลจริต และลายสมองอย่างถาวรด้วย ในระยะใกล้เกียงกันก็มีผู้ผลิตยาบาร์บิทุเรท (Barbiturate) และยาสงบประสาทตัวอื่น ๆ และได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายเช่นกัน โดยผู้ใช้ไม่ทราบถึงฤทธิ์ในการเสพติดของยาเหล่านี้</title>
         <author>sd11457</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699619469</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1301754978/58b3d436326af74d4acdee824f072d33/image.png" />
         <pubDate>2021-08-27 01:12:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699619469</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ มีผู้พบโคเคนและกัญชาซึ่งมีฤทธิ์ทำให้จิตใจสบายโคเคนพบว่ามีประโยชน์ทางการรักษาโรคด้วยโดยใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ ดังนั้นโคเคนจึงเป็ฯที่นิยมใช้เป็นผลให้มีการเสพติดโคเคน</title>
         <author>sd11457</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699624423</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1301754978/662d2833232c25c332e4ad38d35f077d/image.png" />
         <pubDate>2021-08-27 01:14:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699624423</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ แอมเฟตามีนถูกนำมาใช้ในกองทหารญี่ปุ่น เยอรมัน อเมริกัน และอังกฤษ เพื่อให้ร่างกายมีกำลังกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา พอหลังสงครามยาซึ่งกองทัพญี่ปุ่นกักตุนไว้มาก็ทะลักสู่ตลาด ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นใช้ยากันมาก ในปี ค.ศ.๑๙๕๕ คาดว่ามีชาวญี่ปุ่นติดแอมเฟตามีนราวร้อยละ ๑ ระหว่าง ค.ศ.๑๙๖๐ - ๑๙๗๐ ในประเทศสวีเดนมีการใช้ยา Phenmetrazine (Preludin) ซึ่งคล้ายแอมเฟตามีน ฉีดเข้าหลอดเลือดดำด้วย ในสหรัฐเมริกาพวกฮิปปี้ซึ่งเคยนิยมใช้ แอลเอสดี (LSD) หรือ Lysergic Acid Diethylamide) ก็ค่อย ๆ หันมาใช้แอมเฟตามีนฉีดเข้าหลอดเลือดดำ เช่นกัน</title>
         <author>sd11457</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699626568</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1301754978/a8759bea392b1460dcf235b79131b69b/image.png" />
         <pubDate>2021-08-27 01:15:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699626568</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๖๐ - ๑๙๗๐ ยาหลอนประสาทเริ่มถูกนำมาใช้และใช้มากหลัง ค.ศ. ๑๙๗๐ ผู้เสพส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันวันรุ่นที่มีฐานะทางเศรษฐกิจปานกลางโดยเริ่มจาก แอลเอสดี ซึ่ง Hofmannเป็นผู้ค้นพบในปี ค.ศ.๑๙๕๓ เนื่องจากแอลเอสดีทำให้เกิดอาการล้าย วิกลจริต จึงมีนักจิตวิเคราะห์บางคนนำมาใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วนด้วย เพราะคิดว่ายานี้จะช่วยกำจัด &quot;Repression&quot; ให้หมดไป ด้วยเหตุที่ยานี้ผลิตง่ายปัจจุบันจึงเป็นปัญหามากในเมริกา</title>
         <author>sd11457</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699632887</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1301754978/d90a2ba206d2081f13b29c193038f9b8/image.png" />
         <pubDate>2021-08-27 01:17:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1699632887</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื่องจากกัญชาซึ่งเป็นยาช่วยให้ผู้เสพรู้สึกเป็นสุขและความรู้สึกไวขึ้น เป็นยาที่หาได้ง่าย จึงมีการลักลอบใช้อย่างผิดกฎหมายกันมาในเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๖๐ เป็นต้นในยุโรปก็เช่นกัน เพิ่งจะมีการใช้กัญชาในเวลาไล่เลี่ยกันนี้ โดยทหารของกษัตรย์นโปเลียนเป็นผู้นำมาจากประเทศอียิปต์ทั้ง ๆ ที่กัญชาเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในประเทศอินเดียและประเทศในเอเชียตะวันออกกลางมาก่อนหลานศตวรรษ ในสหรัฐนิยมใช้ในคนบางกลุ่ม เช่น พวกนักดนตรีแจ๊ส และพวกเม็กซิกันอพยพมาอยู่ในสหรัฐ ในฝรั่งเศสเป็นที่นิยมใช้ในกลุ่มนักประพันธ์</title>
         <author>sd11468</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727056294</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://f.ptcdn.info/701/063/000/pqnlz64747d4t5yakwct-o.jpg" />
         <pubDate>2021-09-09 05:14:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727056294</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเภทของสารเสพติด                                               ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท (Stimulants) จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทสมองส่วนกลางโดยตรง กระตุ้นการเต้นของหัวใจ และอารมณ์ด้วย เช่น แอมเฟตามีน (Amphetamine) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า &quot;ยาม้า&quot; หรือ &quot;ยาขยัน&quot; อีเฟดรีน โคเคน ฯลฯ                                    ออกฤทธิ์หลอนประสาท (Hallucinogen) จะออกฤทธิ์ต่อประสาทสมอง ทำให้มีการรับรู้ความรู้สึก (Perception) ผิดไป เกิดอาการประสาทหลอน หรือแปลสิ่งเร้าผิด (illusion) ได้แก่ แอลเอสดี (Lysergicacid dietyhlamide) แกสโซลีน (Gasoline) เปลือกกล้วย ยางมะละกอ และ แฟนไซคลิดีน (Phencylidine) ดีเอ็มที เห็ดขี้ควาย ฯลฯ                  ออกฤทธิ์ผสมผสานกัน คือ ออกฤทธิ์ทั้งกดประสาท กระตุ้นประสาท และหลอนประสาท ได้แก่ กัญชา ใบกระท่อม เมื่อใช้น้อย ๆ จะกระตุ้นประสาท หากใช้มากขึ้นจะกดประสาทและถ้าใช้มากขึ้นอีกก็จะเกิดประสาทหลอนได้  </title>
         <author>sd11468</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727084153</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="http://3.bp.blogspot.com/-riUrORzyjBI/T6OIkD6pYWI/AAAAAAAAAEk/Mc7bmp1gINw/s1600/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97.jpg" />
         <pubDate>2021-09-09 05:28:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727084153</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กฏหมายสารเสพติด                                               ประเภทที่ ๑ เช่น อีอีที (DET) แอลเอสดี (LSD) ๓-๔ เมทิลลินไดออกซิเมท แอมเฟตามีน (๓,๔ - methylenedioxymethamphtamine, MDMA)     ประเภทที่ ๒ เช่น แอมเฟตามีน (Amphetamine) เซโคบาร์บิตาล (Secobarbital) เลโวเมทแอมเฟตามีน (Levomethamphetamine)                                    ประเภทที่ ๓ เช่น อะโมบาร์บิตาล (Amobarbital) ไซโคลบาร์บิตาล (Cyclobarbital) คาทิน (Cathine) ประเภทที่ ๔ เช่น แอมฟรีพราโมน (Amfepramone) บาร์บิตาล (Barbital) โพโรวาเลโรน (Pyroalerone)        </title>
         <author>sd11468</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727089072</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="http://www.suriyothai.ac.th/files/u402/05909_006.jpg" />
         <pubDate>2021-09-09 05:31:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727089072</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด                                             การมีไว้ในครอบครอง เสพ และจำหน่ายสารเสพติดที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้ เป็นความผิดตามกฎหมายไทย โดยความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาและจะเป็นคดีให้ศาลอาญาพิจารณาต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม นักโทษคดียาเสพติดอาจได้รับการพิจารณาให้รับการรักษาในสถานบำบัดแทนการติดคุกก็ได้                                                                           ประเภทที่1 ผู้ที่กระทำความผิดโดยการครอบครองเพื่อเสพ หรือเสพสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 นี้มีโทษตามกฎหมายคือ โทษจำคุกอย่างสูง 10 ปีและโทษปรับสูงสุด 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและในกรณีที่มีการครอบครองสารเสพติดให้โทษในประเภทนี้เกินกว่า 20 กรัมกฎหมายให้ถือว่าเป็นการครอบครองไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งโทษขั้นสูงสุดคือ ประหารชีวิต         ประเภทที่2 ถ้าเป็นการครอบครองที่ขัดต่อข้อกำหนดของกฎหมายแล้วนั้นย่อมเป็นความผิด และมีโทษคือ โทษจำคุกขั้นสูง 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ                                                    ประเภทที่3 อาจมีไว้ในครอบครองได้ตามกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายเช่นกัน                    ประเภทที่4 ผู้ที่มีไว้ในครอบครอง มีความผิด โทษจำคุก 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประเภทที่5 ผู้ครอบครอง หรือเสพสารเสพติดในประเภทนี้ มีความผิดและมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   </title>
         <author>sd11468</author>
         <link>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727098963</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://us-fbcloud.net/hottopic/data/649/649174.rq70ujdn32c.jpg" />
         <pubDate>2021-09-09 05:36:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sd11457/pjang9fyoafgkmhw/wish/1727098963</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
