<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Final Project by porntiwa waykham</title>
      <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv</link>
      <description>ธุรกิจอาหาร</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-12-22 09:09:55 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-11 14:15:53 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Lovecookie.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>prontiwa72</author>
         <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/316503705</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/344372909/f584c20331b708bd1d8dce6de7768f10/48411175_198778404409999_8501953788964241408_n.jpg" />
         <pubDate>2018-12-22 09:31:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/316503705</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การออกแบบร้านค้า</title>
         <author>stickker004</author>
         <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322708208</link>
         <description><![CDATA[<div>1. การออกแบบตกแต่งร้าน<br>- การวิเคราะห์พื้นที่ร้าน<br>เนื่องจากข่างปองมีวัตถุดิบหลักคือมะละกอและสมุนไพรไทย และปัจจุบันลูกค้าชอบใช้บริการร้านที่ดูเเล้วสบายตา หรืออากาศดี ไม่อึดอัด จึงจัดทำแบบร้านให้ดูเล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป และดูสบายตา เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการจะได้รู้สึกถึงความสะดวกสบาย  ซึ่งขนาดพื้นที่ 48 ตารางเมตร <br>- กำหนดแนวคิดในการออกแบบ concept ร้านไม้ไผ่ เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและดูสบายตา <br>- การเขียนแบบ <br>- การกำหนดรายละเอียดประกอบแบบ <br>เก้าอี้นั่งขาสูง 5 ตัว <br>โต๊ะวาง 1 ชุด<br>ชั้นวางของ 2 อัน<br>กระถางต้นไม้ 4 กระถาง<br>เครื่องทอดข่างปอง 1 เครื่อง<br>แก้ว,จาน,ซ้อม<br>2. วัตถุประสงค์ในการออกแบบตกแต่งร้าน<br>- เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า<br>-เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น<br>-เพื่อความสะดวกสบายในการให้บริการของพนักงานต่อลูกค้า<br>3. องค์ประกอบที่สำคัญในการออกแบบตกแต่งร้านค้าปลีก<br>-การวางผังร้าน<br>กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นกลุ่มช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ลูกค้าสามารถซื้อกลับบ้านหรือทานที่ร้านได้ แนวคิดมากจากการที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ และดูสบายตามากที่สุด เพื่อความสะดวกสบายในการเข้ามาใช้บริการ นอกจากลูกค้าจะได้รับความอร่อย และยังได้รับบรรยากาศที่สบายผ่อนคลาย<br>4.รูปแบบของผังร้าน<br>การจัดผังร้านเป็นผังร้านค้าปลีกแบบอิสระ โดยการจัดผังร้านแบบนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศภายในร้านที่เน้นความผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวเมื่อเข้ามาในร้าน และการได้รับบริการที่ดีจากพนักงานขาย<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/347616542/47f718fe6fb643a430f2bb0760189873/cats.jpg" />
         <pubDate>2019-01-21 15:29:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322708208</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทบาทของธุรกิจค้าปลีกในห่วงโซ่อุปทาน</title>
         <author>farlovefar_201</author>
         <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322712171</link>
         <description><![CDATA[<div> 1. ห่วงโซ่อุปทาน Suppliers     Manufacturer    Distributor     Retailer     End Customer </div><div>-เริ่มต้นจากการหาวัตถุดิบหลักเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่มีสรรพคุณหลากหลาย หาได้จากแหล่งธรรมชาติ <br>-นำวัตถุดิบไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า ที่มี อย.และคุณภาพเพื่อที่จะส่งออกขาย <br>-มีตัวแทนรายใหญ่หรือเรียกว่าพ่อค้าคนกลาง รับสินค้าไปในจำนวนมาก <br>-สินค้าถูกกระจายไปยังร้านค้าปลีก หรือร้านค้าต่างๆ โดยรับมาจากพ่อค้าคนกลาง <br>-สุดท้ายสินค้าถึงมือลูกค้า หรือผู้บริโภค <br>2. <strong>คุณค่าสินค้าและบริการ</strong><br>สินค้ามีคุณภาพและทำมาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนผสมเป็นเครื่องเทศไม่ว่าจะเป็น พริก กระเทียม ขมิ้น ช่วยให้ร่างกายได้รับยาเข้าสู่ร่างกายด้วย ในส่วนของการบริการธุรกิจเราทำเป็นประเภทสินค้าอาหาร เราทำเป็น </div><div>Package ให้น่าสนใจและน่าทาน หากลูกค้าต้องสินค้าเป็นจำนวนมาก เราบริการให้ลูกค้าด้วยความเต็มใจ<br>3. <strong>ความแตกต่าง<br></strong>ธุรกิจเราเป็นอาหารที่มีวัตถุดิบและส่วนผสมเป็นธรรมชาติ และมีแป้งข้าวจ้าวผสมนิดหน่อย เคลือบให้เป็นกาวเพื่อจะทอดมะละกอให้มันติดกัน เป็นอาหารของคนไทใหญ่ แต่คนส่วนมากไม่ค่อยรู้จัก คนเหนือส่วนมากจะนิยมรับประทานกัน รสชาติเผ็ดนิดๆมีความหอมจากเครื่องเทศสามารถกินกับข้าวก็ได้<br>4. <strong>แนวคิดพื้นฐานในการจัดการร้านค้า<br></strong>เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองและให้ลูกค้าดูวิธีทำพร้อมกับการวางขายให้ลูกค้าหยิบจับสะดวก รู้ถึงคุณค่าของสินค้า และรับไปบริโภคแบบสดๆ <br> <strong>การบริหารทรัพยากรบุคคลในธุรกิจค้าปลีก<br>1.</strong>บทบาทสำคัญของการจัดการทรัพยากรมนุษย์<strong><br></strong>ในการทำงานของธุรกิจนี้การมอบหมายงานเป็นเรื่องที่สำคัญมากโดยจะมอบหมายงานในแต่ละส่วนให้ตรงกับความสามารถ ความถนัดของบุคคลนั้น เพื่อให้ธุรกิจออกมาดี และประสบความสำเร็จ<br>2. ความสำคัญของการจัดการทรัพยากรมนุษย์กับการสร้างความได้เปรียบ<br> เราให้ความสำคัญกับทุกๆฝ่าย ในการทำธุรกิจทุกคนมีศักยภาพที่ไม่เหมือนกันการดำเนินงานที่เรียบง่ายทุกคนต่างให้ความร่วมมือจึงทำให้เราประสบความสำเร็จ และยังช่วยให้บุคลากรมีกำลังใจและแรงกระตุ้นกับการดำเนินงาน <br>3. การจัดการทรัพยากรมนุษย์เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับองค์กร <br> สนับสนุนความคิดของบุคลากรเพื่อส่งเสริมธุรกิจให้มีการเติบโต การจัดการทรัพยากรมนุษย์จะถูกเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาจะทำให้ธุรกิจได้รับแนวคิดใหม่ๆ สร้างความทันสมัยให้กับธุรกิจ บุคลากรในองค์กรได้รับความรู้ใหม่<br>4. การจัดการกับความหลากหลายของพนักงาน                                      -อายุที่ต่างวัยหรือต่างเจนเนอเรชั่นของพนักงาน <br>ศักยภาพของแต่ละบุคคลต่างกัน ความคิดความสามารถอาจจะไม่ตรงกัน <br>-ความแตกต่างของเพศ <br> เห็นความสำคัญทั้งสองเพศไม่เข้าข้างเพศเดียวกัน จะทำให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง <br>-สถาบันการศึกษา<br>การศึกษาของแต่ละบุคลากรไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละที่ถูกสอนมาที่เเตกต่างกัน แต่ก็อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจกัน <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-01-21 15:44:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322712171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค</title>
         <author>stickker004</author>
         <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322830837</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประเภทของการตัดสินใจซื้อ<br>ธุรกิจข่างปองใช้กลยุทธ์ประเภทการแก้ปัญหาที่ทำประจำจนเป็นนิสัย กลุ่มลูกค้าส่วนมากเป็นประเภทที่ซื้อเป็นนิสัยหรือเป็นประจำ สินค้าภายในร้านจะเตรียมไว้ให้ลูกค้าในสต๊อกอยู่เสมอ มีการจัดทำโปรโมชั่น การมอบรางวัลบางอย่างให้ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ากลายเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อธุรกิจ<br>2.กระบวนการการตัดสินใจซื้อ<br>จากการสังเกตุพฤติกรรมของลูกค้าที่เลือกใช้บริการร้านพบว่า <br>ขั้นแรกในการที่ลูกค้าจะเลือกเข้ามาใช้บริการ เนื่องจากได้รับอิทธิพลที่อยู่ภายนอกกระตุ้นในตนเองเกิดความต้องการสินค้า เช่นการรีวิวในโซเซียลมีเดีย<br>ขั้นสองคือการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และความน่าเชื่อถือ จากการสอบถามคนใกล้ชิดหรือข้อมูลในเว็บไซต์<br>ขั้นสาม คือการประเมินทางเลือกในการเข้ามาใช้บริการเพื่อตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยการอ้างอิงจากขั้นตอนที่สอง<br>ขั้นสี่ เข้ามาใช้บริการในร้าน ตามที่ลูกค้าเลือก<br>ขั้นที่ห้า คือการประเมินผลหลังจากเข้ามาใช้บริการ หลังจากที่ลูกค้าได้ใช้บริการทางร้านเเล้ว ลูกค้าจะประเมินคุณภาพของการบริการ และความอร่อยของสินค้า เพื่อนำมาพิจารณาว่าต้องตามความต้องการของตนเองมากแค่ไหน <br>3.ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค<br>- ปัจจัยส่วนบุคคล<br>กลุ่มลูกค้าเป็นช่วงวัยรุ่น-วัยทำงาน อายุระหว่าง 16-40 ปี เพราะกลุ่มลูกค้าช่วงนี้มีพฤติกรรมที่ต้องการความแปลกใหม่ อยากลองสิ่งใหม่ๆ <br>-ปัจจัยด้านจิตวิทยา<br>ในการเข้ามาใช้บริการของร้าน เหตุผลหลักคือความต้องการส่วนบุคคล ซึ่งได้รับจากการจูใจของคนใกล้ชิดหรือการเห็นรีวิวในสื่อต่างๆ <br>-ปัจจัยทางสังคม<br>บุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ คือกลุ่มอ้างอิง จากค่านิยม ทัศนคติ ทำให้ผู้บริโภคยึดเอาเป็นแบบอย่างและพยายามเลียนแบบ<br>-วัฒนธรรม<br>เนื่องจากข่างปองเป็นอาหารของชาวไทยใหญ่ ทำให้ผู้บริโภคส่วนมากเป็นเชื้อชาติไทยใหญ่และบริเวณใกล้เคียง <br>4.แนวโน้มที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค<br>ข่างปอง เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ มีการวางขายแค่เพียงในชุมชนเล็กๆเท่านั้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทาให้เห็นโอกาสที่จะนามาต่อยอด เพราะเป็นสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแปลกใหม่ หากวางแผนขายแล้วเชื่อว่าจะสามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบผักผลไม้และรักสุภาพได้ เหมาะที่จะเป็นของทานเล่นโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทางาน อีกทั้งวัตถุดิบที่นามาใช้ทาข่างปองสามารถหาได้ง่ายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ<br>5.พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า ทำเลที่ตั้งของร้าน และกลยุทธ์ของร้านค้าปลีก<br>- พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าในตลาดเป้าหมาย<br>ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่ต้องการความแปลกใหม่ในตลาด และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ<br>- ขนาดของตลาดเป้าหมาย<br>กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มีรายได้ปานกลาง เพราะข่างปองเป็นอาหารพื้นบ้าน เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ การตั้งราคาของสินค้าจึงไม่เเพงมาก<br>- เอกลักษณ์หรือความแตกต่างที่ชัดเจนของธุรกิจ<br>1.เป็นสินค้าพื้นบ้าน<br>2.มีการนำเอาสมุนไพรไทยเข้ามาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก<br>3.ราคาไม่แพงสามารถซื้อได้<br>4.บรรยากาศภายในร้านสะดวกสบาย เเละลูกค้าสามารถซื้อกลับบ้านหรือทานในร้านได้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-01-22 03:13:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322830837</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเด็นจริยธรรมในธุรกิจค้าปลีก</title>
         <author>prontiwa72</author>
         <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322835559</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>จริยธรรมของธุรกิจร้านค้าข่างปองทอดสมุนไพร</strong></div><div>          เนื่องจากร้านค้าข่างปองทอดสมุนไพรเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้มงวดเป็นอย่างมากเพราะกระทบต่อสุขภาพและร่างกายของผู้บริโภค  การส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าโดยคำนึงถึงความพึงพอใจและความปลอดภัยของลูกค้าเสมอถือเป็นจริยธรรมพื้นฐานที่ทุกธุรกิจจะต้องมี ธุรกิจร้านค้าข่างปองทอดสมุนไพรเองก็ต้องมีมาตรฐานในการควบคุมคุณภาพของสินค้าและมีการรองรับจาก อ.ย. เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและเชื่อถือในคุณภาพร้านค้า อีกทั้งยังมีการตั้งราคาที่เป็นกลางกับทุกฝ่ายไม่เอาเปรียบลูกค้าหรือ supplier จนเกินไปเมื่อลูกค้าเห็นถึงจริยธรรมและความใส่ใจของร้านค้า ลูกค้าก็จะเกิดความภักดีต่อตราสินค้า</div><div>          ธุรกิจไม่เพียงแต่จะต้องมีจริยธรรมเป็นลูกค้า แต่ยังจะต้องมีจริยธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรในชุมชนที่ส่งมอบมะละกอและสมุนไพรรับซื้อในราคาที่เป็นธรรมซึ่งวัตถุดิบที่นำมาใช้จะต้องปลอดภัยและมีคุณภาพส่งผลดีต่อร่างกาย ตัวแทนจัดจำหน่ายข่างปอง ลูกจ้างในร้าน ที่ต้องให้ค่าตอบแทนในการทำงานอย่างเหมาะสมไม่เอาเปรียบ  หรือคู่แข่งทางธุรกิจที่จะต้องแข่งขันกันอย่างซื่อตรงไม่ทำลายชื่อเสียงของอีกฝ่ายหลับหลัง<br><br></div><div><strong>กฎหมายเกี่ยวกับอาหาร  </strong></div><div>          มาตราที่  25  หมวดการควบคุมอาหารจึงกำหนดไว้ว่าห้ามมิให้ผู้ใดผลิตนำเข้า  เพื่อจำหน่าย  หรือจำหน่ายอาหารดังต่อไปนี้<br><br></div><div>1.            อาหารไม่บริสุทธิ์</div><div>2.            อาหารปลอม</div><div>3.            อาหารผิดมาตรฐาน</div><div>4.            อาหารอื่นที่รัฐมาตรีกำหนด</div><div>          ซึ่งนอกจากจะมีการควบคุมอาหารแล้ว ยังมีการควบคุมความสะอาดของกระบวนการผลิตและพื้นที่จัดจำหน่ายรวมไปถึงความสะอาดของพนักงานที่ส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยมีกฎเกณฑ์กำหนดไว้อย่างชัดเจน<br><br></div><div><strong> </strong></div><div><strong>ความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรม (Ethics) และความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของธุรกิจ</strong> </div><div>          <strong>ความรับผิดชอบที่ผู้บริหารที่ควรมีต่อสังคมแบ่งเป็น 4 ระดับดังนี้<br></strong><br></div><div><strong>1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (economic responsibility) <br>           การค้าขายข่างปองเพื่อให้เกิดกำไรถือเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบของธุรกิจอาหารหากมีความนิยมสูงและสามารถกระจายไปยังต่างประเทศได้ก็จะสามารถทำให้เศรษฐกิจอาหารรวมถึงผลผลิตจากเกษตรต่อดีขึ้น<br></strong><br></div><div><strong>2. ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (legal responsibility) </strong></div><div><strong>          ในการผลิตและจัดจำหน่ายอาหารมีกฎหมายข้อบังคับต่างๆกำหนดไว้อย่างชัดเจนซึ่งผู้ประกอบธุรกิจต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด<br></strong><br></div><div><strong>3. ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (ethical responsibility)</strong></div><div><strong>          การกระทำเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปในทางที่ดีนอกเหนือจากกฎหมาย เช่น การซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือส่งมอบสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ แม้กระทั่งการดูแลสวัสดิการของพนักงานหรือการใส่ใจกับความสุขในการทำงานของพนักงาน เป็นต้น<br></strong><br></div><div><strong>4. ความรับผิดชอบในการใช้ดุลยพินิจ (discretionary responsibility)</strong></div><div><strong>          การตัดสินใจต่างๆของผู้เป็นเจ้าของธุรกิจจะส่งผลต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น การรับผิดชอบในสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของพนักงาน การรับผิดชอบต่อรายได้ของธุรกิจ เป็นต้น<br></strong><br></div><div><strong>ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความสัมพันธ์กับธุรกิจ</strong></div><div><strong>          ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจข่างปองทอดสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า พนังงาน ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ คู่แข่ง ชุมชน รัฐบาล แม้กระทั่งสภาพแวดล้อม </strong></div><div><strong>          หากธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี พนักงาน ผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่มาจากเกษตรกรในชุมชน และส่วนอื่นก็จะมีส่วนได้ในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรายการ การมีอาชีพและสวัสดิการของแรงงาน  แต่หากธุรกิจตกต่ำก็จะส่งผลเสียต่อทุกฝ่ายไม่มากก็น้อยเช่นกัน<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-01-22 03:56:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/322835559</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/323050075</link>
         <description><![CDATA[<div>ส่วนประสมการสื่อสารของธุรกิจค้าปลีก</div><div>1.บทบาทสำคัญของการสื่อสารที่มีผลต่อธุรกิจ</div><div> -ความสำคัญของการสื่อสารมีผลต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก หากไม่มีการสื่อสารที่ดีธุรกิจอาจจะไม่เป็นที่รู้จักซึ่งธุรกิจข๋างปองเป็นธุรกิจใหม่ การสื่อสารจึงมีความสำคัญมาก</div><div>2.ความสำคัญของการสื่อสารที่สร้างความได้เปรียบ</div><div> -การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นของธุรกิจกับผู้บริโภค และการจัดทำโปรโมชั่นให้กับลูกค้าให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น</div><div>3.ความสอดคล้องกับการสร้างคุณค่าของแบรนด์</div><div> -การทำแบรนด์ให้น่าสนใจและเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน และต้องทำให้ลูกค้าใว้ใจในตัวสินค้านั้นให้ได้</div><div> -สร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ของเรา</div><div>4.รูปแบบใหม่ในการสื่อสารแบรนด์ถึงผู้บริโภคให้ทันเทคโนโลยี</div><div> -การประชาสัมพันธ์ผ่านเวปไซต์</div><div> -การมีโฆษณาที่สามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจอยากลองสินค้า และกลับมาซื้อซ้ำ</div><div>5.องค์ประกอบส่วนประสมทางการสื่อสาร</div><div> -การโฆษณาผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค โทรทัศน์ เพื่อเพิ่มยอดขายให้สินค้า</div><div>6.ข้อได้เปรียบและข้อเสียในการสื่อสารแบรนด์ผ่านโปรโมชั่นเพื่อการกระตุ้นยอดขาย</div><div> -ข้อได้เปรียบคือสามารถทำให้ลูกค้าสนใจสินค้าของเรามากยิ่งขึ้น ผ่านการโปรโมชั่น</div><div> -ข้อเสียอาจมีคู่แข่งที่จัดโปรโมชั่นที่ดีกว่าและเป็นสินค้าที่มีอยู่แล้วตามท้องตลาด และเป็นที่คนรู้จักอยู่แล้ว</div><div>7.ขั้นตอนในการพัฒนาโปรแกรม</div><div>-ระบุกลุ่มเป้าหมาย</div><div>กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและวัยทำงานที่ชอบกินของทานเล่นแต่ก็ยังใส่ใจเรื่องสุขภาพ</div><div>-กำหนดวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการขาย</div><div>1.เพื่อเพิ่มการตระหนักถึงสินค้าจนทำให้เกิดการทดลองใช้หรือยอมรับสินค้า</div><div>2.เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจ</div><div>3.เพื่อให้เกิดการประเมินผล</div><div>-ตั้งงบประมาณของการส่งเสริมการขาย</div><div>ร้อยละ 30 ของยอดขายภายในร้าน</div><div>-ตัดสินใจเลือกเครื่องมือ</div><div>กลยุทธ์ดึง (pull strategy) เป็นการใช้ส่วนประสมการส่งเสริมการตลาดไปยังผู้บริโภคเพื่อดึงให้มาซื้อสินค้า โดยการโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ</div><div>-ออกแบบข้อความ</div><div>“สุขภาพเยี่ยม เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ และ ความอร่อย”</div><div>-จัดสรรงบประมาณ</div><div>ใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านลูกค้า โดยใช้สื่อดิจิทัลเป็นหลักเนื่องจากเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกเมื่อเทียบกับแบบอื่น ทำให้จัดสรรงบประมาณได้ง่าย</div><div>-ดำเดินแผนการส่งเสริมการขายวัดและวิเคราะห์ผลลัพธ์</div><div>มีการบันทึกการเข้าถึงสื่อในแต่ละเดือนของลูกค้าอยู่เสมอเพื่อนำมาวิเคราะห์หาช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์การตอบรับของลูกค้าได้อีกด้วย</div><div><br></div><div><br></div><div>เทคโนโลยีและการจัดการหน้าร้าน</div><div>1.บทบาทของเทคโนโลยี</div><div> -การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และการประชาสัมพันธ์ผ่านระบบของสารสนเทศ</div><div>2.ความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้</div><div> -มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ปัจจุบันธุรกิจหลายธุรกิจมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ ธุรกิจข๋างปองก็เช่นกัน ที่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกิจ</div><div>3.การนำระบบสารสนเทศมาใช้</div><div> -การนำระบบสารสนเทศมาใช้ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อธุรกิจ เพราะจะได้ให้ลูกค้ารู้จักกับธุรกิจของเรา และยังเป็นอีกหนึ่งอย่างในเรื่องของการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ข๋างปอง</div><div>4.ความท้าทายที่ต้องนำระบบสารสนเทศมาใช้</div><div> -มีความท้าทายเป็นอย่างมาก การสร้างระบบขึ้นมาเอง หากว่าธุรกิจของเราเกิดระบบขัดข้อง อาจจะทำให้การทำงาน ทำงานอย่างยากลำบาก ดังนั้นอาจจะต้องมีเจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่หลักเรื่องการควบคุมระบบ</div><div>5.การบริหารฐานข้อมูลลูกค้า</div><div> -มีการใส่ใจลูกค้าว่าสินค้าของเราเป็นอย่างไร และมีกลุ่มเป้าหมายที่แน่นอน สอบถามข้อมูลของลูกค้า </div><div>6.ระบบการบริหารจัดการหน้าร้านค้าปลีก</div><div> -การบริหารจัดการ คือแบ่งหน้าที่ตามความถนัด และจะต้องทำอย่างไรให้ลูกค้าสนใจในผลิตภัณฑ์ข๋างปอง และเลือกทำเลที่ตั้ง ให้เหมาะสม สำหรับสินค้าข๋างปองเป็นสินค้ารักสุขภาพอาจเลือกทำเลที่ตั้ง หน้าฟิตเนส เพื่อคนที่ออกกำลังกายซื้อไปรับประทาน</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-01-22 15:47:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/323050075</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/323522758</link>
         <description><![CDATA[<div>มาตรฐานการบริหารธุรกิจ</div><div>1.การบริการลูกค้า</div><div> -เพื่อให้ลูกค้าที่มาซื้อข่างปองสมุนไพรได้รับการบริการที่ทำให้ประทับใจและได้รับการดูแลคุณภาพของสินค้าหลังการขายเพื่อสร้างความประทับให้แก่ลูกค้า</div><div>2.ความได้เปรียบทางกลยุทธ์ด้านการให้บริการลูกค้า</div><div>  -เนื่องจากธุรกิจข่างปองทอดสมุนไพรเป็นธุรกิจที่มีหน้าร้านทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าด้วยการบริการได้ง่ายกว่าคู่แข่งที่ไม่มีหน้าเพราะ เพราะการเข้าถึงลูกค้าโดยตรงจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและลูกค้าดีกว่าแบบอื่นๆ</div><div> 3.กลยุทธ์การบริการลูกค้า </div><div> -ธุรกิจข่างปองทอดสมุนไพรให้บริการลูกค้าด้วยความใส่ใจและดูแลอย่างเต็มที่ โดยที่ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าผ่านทางเว็บไซต์หรือสื่อต่างๆได้ เช่น Facebook  IG เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถเข้ามารับประทานสดๆได้ที่หน้าร้านโดยบริเวณร้านจะมีพื้นที่สำหรับจอดรถให้ลูกค้าอย่างเพียงพอ รวมไปถึงลูกค้าสามารถใช้อินเตอร์จากทางร้านได้ฟรีและรับการบริการที่สะดวกรวดเร็ว </div><div>4.การรับรู้ด้านบริการลูกค้า </div><div> -ด้วยความที่ธุรกิจข่างปองทอดสมุนไพรให้ความใส่ใจกับการให้บริการลูกค้าเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกค้าเกิดความรับรู้และเกิดความประทับใจจนก่อให้เกิดความภักดีต่อตัวสินค้าทำให้เกิดการซื้อซ้ำและการบอกต่อ </div><div><br></div><div>5.แบบจำลองช่องว่างเพื่อปรับปรุงคุณภาพบริการ </div><div> -Gapที่1 Knowledge Gap ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่าง สิ่งทีลูกค้าคาดหวัง กับ สิ่งที่ผู้บริการคิดว่าลูกค้า คาดหวังผู้บริการคาดหวังว่าลูกค้าจะชื่อชอบข่างปองรสชาติแปลกใหม่ทำให้ผู้บริการพยายามหาสินค้ารสชาติอื่นๆมานำเสนอให้กับลูกค้าแต่ในความเป็นจริงลูกค้าชื่นชอบข่างปองรสชาติดั้งเดิม</div><div>-Gapที่ 2  Standards Gap ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่าง สิ่งทีลูกค้าคาดหวัง กับ มาตรฐานการบริการที่ธุรกิจส่งมอบให้กับลูกค้า</div><div>เช่น การคาดหวังกับลูกค้าที่ผิดไปจึงทำให้การผลิตสินค้าข่างปองขึ้นมาไม่ตรงตามความต้องการ</div><div>-Gapที่3 Delivery Gap ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่าง สิ่งทีลูกค้าคาดหวัง กับ การบริการจริงที่ได้ให้กับลูกค้า เช่น</div><div>การตั้งเป้าหมาย การจัดส่งสินค้าภายใน 1อาทิตย์ แต่ไม่สามารถส่งสินค้าตามที่กำหนดได้</div><div>-Gap4  Communication Gap ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่าง สิ่งทีลูกค้าคาดหวัง กับ การสื่อสารที่ส่งไปยังลูกค้าเรื่องบริการ เช่น</div><div>การสื่อสารบอกช่วงเวลาการเปิดให้บริการที่ผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน </div><div>Gap5 Customer Gap ช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่าง การบริการที่ลูกค้าคาดหวังว่าจะได้รับ กับ การบริการที่ได้รับจริง เช่น</div><div>การบริการที่พนักงานมอบให้อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา หรือความพร้อมของสถานที่</div><div>5.การจัดการแก้ไขการบริการที่ผิดพลาด</div><div>การรับฟังปัญหาและความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด รวบไปถึงการดูแลเรื่องความพึงพอใจหลังการขายว่าลูกค้าแต่ละท่านคิดเห็นอย่างไร เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาคุณภาพการบริการและทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในการบริการ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-01-23 16:06:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/prontiwa72/pidig5amq4rv/wish/323522758</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
