<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ใบงานการแสดงนาฏศิลป์ไทย (ใบงานเดี่ยว) ม.3/9 by Pitchapas Yorram</title>
      <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือกการแสดงนาฏศิลป์ไทยมาคนละ 1 ชุดการแสดง พร้อมอธิบายประวัติการแสดง  การแต่งกาย วงดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง และโอกาสที่ใช้ในการแสดง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-11-22 01:52:35 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-01-17 07:59:17 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>วลีพร สมบูรณ์ เลขที่29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393668199</link>
         <description><![CDATA[<div>“ระบำดอกบัว” เป็นระบำที่มีความสวยงามอีกชุดหนึ่ง ผู้แสดงถือดอกบัวออกมารำ ซึ่งดอกบัวนั้น เป็นดอกไม้ที่ชนชาวไทยใช้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และนิยมกันว่าเป็นดอกไม้ที่ประเสริฐการนำดอกบัวมาถือรำก็เพื่อแสดงความคารวะต่อผู้ที่ชาวไทยให้การต้อนรับ<br>การแต่งกาย นุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียง ใส่เครื่องประดับ หรือนุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียงสองชาย ใส่เครื่องประดับ อุปกรณ์ ดอกบัวประดิษฐ์ เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม หรือไม้แข็งก็ได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895068926/920962ee1283d849efb82b5bfcbe870d/658AF82D_7C36_4DB8_98E8_50166465CE8F.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:21:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393668199</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำนพรัตน์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393668955</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำนพรัตน์ อยู่ในละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์ ตอนสุวรรณหงส์พาพราหมณ์เกศสุริยงไปชมถ้ำแก้ว ซึ่งกรมศิลปากรจัดแสดงให้ประชาชนชม ณโรงละครศิลปากร เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ปัจจุบันระบำชุดนี้นิยมนำมาแสดงเป็นชุดระบำเอกเทศ เพราะบทร้องและทำนองเพลงไพเราะ ท่ารำและเครื่องแต่งกายงาม&nbsp;<br><br><br>ผู้แต่งบทร้องและทำนองเพลงนพรัตน์ คือ นายมนตรี ตราโมท<br><br>ด.ช.ชัยชนะ ฉกาจธรรม ม.3/9 เลขที่5</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067131/071d8605ef88144b1313843411ff5a78/1526885185.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:22:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393668955</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เกวลิน พรมวิหาร 24</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393669067</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>“ลิงลพบุรี” </strong>เป็นระบำโบราณคดีเพลงหนึ่ง เกิดขึ้นโดยเลียนแบบลักษณะท่าทางของเทวรูป ภาพเขียน ภาพแกะสลัก รูปปั้น รูปหล่อโลหะและภาพศิลาจำหลัก-ทับหลังประตู ตามโบราณสถาน ที่ขุดพบในสมัยลพบุรี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๙ ศิลปวัตถุโบราณประเภทนี้อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ปราสาทหินพิมาย ในจังหวัดนครราชสีมาพระปรางค์สามยอดลพบุรี แล้วนำมากำหนดยุดสมัยตามความเก่าแก่ของโบราณสถานและโบราณวัตถุ แล้วมาสร้างเป็นระบำสมัยนั้นขึ้น ลีลาท่าทางของศิลปวัตถุเป็นภาพนิ่ง(ท่าตาย) เหมาะเป็นท่าเทวรูปมากกว่า เมื่ออาศัยหลักทางด้านนาฎศิลป์เข้ามาดัดแปลงเป็นท่ารำ ทำให้มีความอ่อนช้อย สวยงาม ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ คือ ครูลมุล ยมะคุปต์ ร่วมด้วยครูเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญนาฎศิลป์ไทย กรมศิลปากร <br><br><strong>เครื่องแต่งกาย</strong><br>- เสื้อ ใช้ผ้ายืดสีเนื้อ คอกลม แขนสั้นเหนือศอก ติดแถบสีทองโอบรอบคอตลอดหว่างอกและรอบเอว ตัวเอกปักดิ้นเป็นลายดอกประจำยามหนึ่งดอกตรงระหว่างอก<br>- ผ้านุ่ง เย็บสำเร็จแบบซ้อนหน้า ชายล่างโค้งมน ยาวคลุมเข่า ปักดิ้นลาย ประจำยาม<br>- ระปราย มีผ้าตาลสีทองทาบชายกระโปรง ตัวเอกนุ่งผ้าสีส้มแสด หมู่ระบำสีฟ้าอมม่วง<br>- ผ้าคลุมสะโพก สีม่วงอ่อน ชายแหลมมนแยกเป็น ๒ ชิ้น หมู่ระบำริมผ้าทาบ ด้วยผ้าตาดสีทอง ตัวเอกทาบริมด้วยผ้าตาลสีเงิน<br><strong>เครื่องประดับ</strong><br><br>ศีรษะของระบำชุดนี้ ประกอบด้วย<br>- กระบังหน้า หมู่ระบำใช้กระบังหน้าประดับดอกไม้ไหว ตัวเอกกระบังหน้ารูปดอกดาวกระจาย ๖ ดอก<br>- เกี้ยว<br>- พู่ไหมแซมเงิน<br>- ที่ครอบผม<br>- รัดต้นแขน ประดับกระจกสีต่าง ๆ<br>- สร้อยคอ ประดับด้วยแก้ว หรือพลอย<br>- เข็มขัด<br>- กำไลข้อมือ ประดับด้วยแก้วหรือพลอย<br>- กำไลข้อเท้า ประดับกระจกต่าง ๆ<br><br><strong>เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง<br>๑</strong>.&nbsp; ซอสามสาย<br>๒.&nbsp; พิณน้ำเต้า<br>๓.&nbsp; ปี่ใน<br>๔.&nbsp; กระจับปี่<br>๕ &nbsp; โทน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067028/1a07c7ae9fc07b2a5281605a48125b7c/Screenshot_20221122_131939_Google.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:22:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393669067</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สลิสา เกตุแก้ว 30</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393669362</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำมฤคระเริง<br>เป็นชุดที่ประดิษฐ์ขึ้นแสดงเนื่องในงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ ประเทศสหภาพพม่า เมื่อปีพุทธศักราช 2498 โดยจัดให้มีการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอนลักนางสีดา มีหมู่ระบำกวางจะออกมาร่ายรำ&nbsp; &nbsp; เพื่อความสวยงามก่อนที่กวางทอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;( มารีศแปลงเป็นกวางทอง ) จะออกมาล่อให้นางสีดาเห็น และเกิดความใหลหลง ขอร้องให้พระรามไปจับมาให้ เมื่อพระรามตามไป&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทศกัณฐ์ได้แปลงตนเป็นฤษี ลักนางสีดาไปกรุงลงกา&nbsp;<br>&nbsp;<br>เครื่องดนตรี<br>ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้า<br><br>โอกาสที่ใช้ในการแสดง<br>ใช้ในงานรื่นเริง&nbsp;<br><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895068187/eb0a0cd354393d8d995b70ede75ce7e0/0A04F455_9854_4701_8CEA_AE9202ED9DDE.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:22:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393669362</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.พิชนันท์ วงษ์ทองดี 28</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393669583</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติระบำตารีกีปัส<br>ระบำตารีกีปัส เป็นการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองของชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ของประเทศไทย คำเรียกระบำชุดนี้เป็นภาษามลายูท้องถิ่น พจนานุกรมฉบันไทย – มลายู อธิบายไว้ว่า “ตารี” หรือ ตาเรียน หมายถึง การฟ้อนรำ ส่วนคำว่า “กีปัส” หรือ ฆีปัส ออกเสียงตามประชาชนท้องถิ่นปัตตานี หมายถึง พัด รวมความแล้วตารีกีปัส หมายถึง การฟ้อนรำที่ใช้พัดประกอบการแสดง การแสดงชุดนี้ได้รับการฟื้นฟูโดยคณะครูโรงเรียนยะหริ่ง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ควบคุมการฝึกซ้อมโดย อาจารย์สุนทร ปิยะวสันต์ ซึ่งได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2518 ก็ได้ชมการแสดงของรัฐต่าง ๆ หลายชุด เมื่อเดินทางกลับมาประเทศไทย ก็ได้เล่าถึงการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ของมาเลเซียที่ได้ไปชมให้ผู้เฒ่าผู้แก่ฟัง และได้ทราบว่าเมืองยะหริ่งเดิมก็เคยมีการแสดงที่คล้ายคลึงกันกับของมาเลเซียหลายชุด ดังนั้นจึงได้คิดฟื้นฟูการแสดงพื้นเมืองชุดต่าง ๆ ขึ้น โดยเฉพาะชุดตารีกีปัส ได้นำออกแสดงครั้งแรกเนื่องในงานเลี้ยงเกษียณอายุข้าราชการครูโรงเรียนยะหริ่ง ต่อมาได้มีการถ่ายทอดการแสดงชุดตารีกีปัสไปสู่ประชาชนครั้งแรก โดยเปิดสอนให้กับคณะลูกเสือของจังหวัดปัตตานี เพื่อนำไปแสดงในงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2522 และได้ทำชื่อเสียงให้กับจังหวัดปัตตานี เมื่อได้รับการคัดเลือกเป็นระบำชุดเปิดสนามงานกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 14 ของจังหวัดปัตตานี เมื่อปี พ.ศ. 2524 นับว่าการแสดงชุดตารีกีปัสได้เผยแพร่ไปทั่วประเทศไทยและยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; รูปแบบและลักษณะการแสดง<br>การแสดงชุดตารีกีปัส มีรูปแบบการแสดงเป็นหมู่ระบำ ซึ่งรูปแบบการแสดงมีอยู่ 2 ลักษณะคือ<br>1. การแสดงเป็นคู่ ระหว่างผู้ชายและผู้หญิง<br>2. การแสดงเป็นหมู่ระบำโดยใช้ผู้หญิงแสดงล้วน<br><br>&nbsp; &nbsp; เครื่องแต่งกาย<br>การแต่งกายแบบผู้หญิงล้วน แต่งกายตามแบบที่ได้รับการปรับปรุงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้เป็นการแต่งกายของตารีกีปัส ชุดพิธีเปิดสนามงานกีฬาเขตแห่งประเทศไทย (กีฬาแห่งชาติปัจจุบัน) ครั้งที่ 14 จังหวัดปัตตานี เมื่อปีพ.ศ. 2524 ประกอบด้วย<br>1. เสื้อในนาง ไม่มีแขนสีดำ<br>2. ผ้านุ่ง เป็นโสร่งบาติก หรือผ้าซอแกะ (Song Ket) สอดดิ้นเงิน – ทอง ประปรายแบบมาเลเซีย ตัดเย็บแบบหน้านาง หรือเลียนแบบจับจีบหางไหล<br>3. ผ้าสไบ สำหรับคลุมไหล่ จับจีบเป็นโบว์ด้านหน้า<br>4. เข็มขัด<br>5. สร้องคอ<br>6. ต่างหู<br>7. ดอกซัมเป็ง<br><br>&nbsp; &nbsp; ดนตรีและเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง<br>ใช้วงดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งประกอบไปด้วย ไวโอลิน รำมะนา ฆ้อง แมนโดลิน ขลุ่ย และมาลากัส&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; เพลงที่ใช้ประกอบการแสดง&nbsp;<br>เป็นทำนองเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศมาเลเซีย คืออินัง ตังลุง เป็นเพลงผสมผสานระหว่างมลายูกับจีน&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; โอกาสที่ใช้ในการแสดง&nbsp;<br>ใช้แสดงในงานรื่นเริงทั่วไป</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067876/bac4c0a2e7d58f323afdeaa963a0df02/inbound5707092823059648301.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:23:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393669583</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำโทน ฤกษ์ชัย18</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671345</link>
         <description><![CDATA[<div>รำโทน เป็นการรำและร้องของชาวบ้าน ซึ่งจะมีผู้รำทั้งชายและหญิง รำกันเป็นคู่ ๆ รอบ ครกตำข้าวที่วางคว่ำไว้ หรือไม่ก็รำกันเป็นวงกลม โดยมีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ ลักษณะการรำ และร้องเป็นไปตามความถนัด ไม่มีแบบแผนกำหนดไว้ คงเป็นการรำ และร้องง่าย ๆ มุ่งเน้นที่ความสนุกสนานรื่นเริงเป็นสำคัญ เช่น เพลงช่อมาลี เพลงยวนยาเหล เพลงหล่อจริงนะดารา เพลงตามองตา เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ฯลฯ ด้วยเหตุที่การรำชนิดนี้มีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ จึงเรียกการแสดงชุดนี้ว่า รำโทน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการละเล่นรื่นเริงประจำชาติ และเห็นว่าคนไทยนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ถ้าปรับปรุงการเล่นรำโทนให้เป็นระเบียบทั้งเพลงร้องลีลาท่ารำ และการแต่งกาย จะทำให้การเล่นรำโทนเป็นที่น่านิยมมากยิ่งขึ้น จึงได้มอบหมายให้กรมศิลปากรปรับปรุงรำโทนเสียใหม่ให้เป็นมาตรฐาน มีการแต่งเนื้อร้อง ทำนองเพลงและนำท่ารำจากแม่บทมากำหนดเป็นท่ารำเฉพาะแต่ละเพลงอย่างเป็นแบบแผน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067269/de52797e815d6e1aacfa8712c1ea50c9/Thai_dancer_3__5795874324_.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:25:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671345</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิชญะ โตเรือง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671377</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำดาวดึงส์ เป็นการแสดงมาตรฐานที่เป็นฉบับไทยอีกชุดหนึ่ง ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ได้ทรงนิพนธ์บทร้องขี้ประกอบการแสดงในบทละครดึกดำบรรพ์ เรื่องสังข์ทอง ตอนที่ ๒ ตอนตีคลี ฉากดาวดึงส์ ในฉากนี้มีพระอินทร์กับพระมเหสีประทับอยู่บนแท่น พระวิศนุกรรม และพระมาตุลี นั่งอยู่ชั้นลดสองข้าง พวกคนธรรพ์ประจำเครื่องดนตรีอยู่ด้านหน้า เหล่าเทวดานางฟ้าเข้านั่งเฝ้าสองข้าง เริ่มเปิดฉากเหล่าเทวดานางฟ้าก็จับระบำถวาย</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การแสดงเรื่องนี้จัดแสดงที่ดรงละครดึกดำบรรพ์ ริมถนนอัษฎางค์ (วังบ้านหม้อ) ปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื้อร้องของระบำพรรณนาถึงความงดงามความโอฬารของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และความมโหฬารตระการตาในทิพย์สมบัติของพระอินทร์ ตลอดจนความงดงามของเหล่าเทวดานางฟ้าในสรวงสวรรค์ หม่อมเข็ม กุญชร ณ อยุธยา (หม่อมเจ้าในพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์) เป็นผู้ควบคุมฝึกหัดคิดท่ารำ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อมาการแสดงชุดนี้ได้นำมาจัดเป็นชุดเอกเทศ จึงนำออกด้วยเพลงเหาะ และรำตามเนื้อร้องในเพลงตะเขิ่ง, เจ้าเซ็น แล้วจบท้ายด้วยเพลงรัว นับเป็นระบำชุดหนึ่งที่ได้ปรับปรุงทางดนตรี และทางรำให้ได้กะทัดรัด จนเป็นนาฏศิลป์ไทยชุดหนึ่งที่ได้ยึดถือเป็นแบบระบำแสดงความรื่นเริงบันเทิงใจ ซึ่งศิลปินได้อนุรักษ์ไว้เป็นแบบแผนสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067948/18c7747818321e6d2bbb0dc918cbc4f5/image.png" />
         <pubDate>2022-11-22 06:25:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671377</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พงศกร พิชิตสกุล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671988</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำชาวนา เป็นวิถีชีวิตความเป็นมาที่พากันออกมาไถนาหว่าน และเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวเจริญงอกงาม หลังจากนั้นพากันร้องรำเพลงด้วยความสนุกสนาน รำกลองยาว เป็นการแสดงเพื่อความรื่นเริง ในขบวนแห่ต่างๆ ของไทยมีผู้แสดงทั้งชาย และหญิง ออกมรำเป็นคู่ๆ โดย มีผู้ตีกลองประกอบจังหวะ พร้อม ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง<br>&nbsp;<br>เครื่องแต่งกาย</div><div>ตัวละครนั้นจะเป็นชาวบ้านทั้งหญิงและชาย&nbsp; จะเป็นแต่งชุดม่อฮ่อม ซึ่งเป็นชุดที่เรียบง่าย&nbsp;<br>ดนตรีที่ใช้ประกอบ<br><br>ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลองยาว กลองโทน ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง ดนตรีจะมีจังหวะที่สนุกสนาน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067161/18773dbc27d9a140a7319b1d5830185a/216.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:25:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671988</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิเกป่า </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671996</link>
         <description><![CDATA[<div>ประวัติ ลิเกป่าหรือลิเกแขกแดงเป็นการละเล่นพื้นบ้านประเภทหนึ่งของภาคใต้ที่แพร่หลายในพื้นที่ของจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันตก เช่น ตรัง พังงา กระบี่ เป็นต้น การแสดงประเภทนี้ เริ่มมีมาสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่กล่าวกันว่าเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๔๔ ตรงกับสมัยพระยาอิศราธิชัย เป็นเจ้าเมืองกระบี่ได้ส่งเสริมให้มีการละเล่นลิเกป่ากัน<br>รูปแบบการแสดง<br>การแสดงลิเกป่าจัดแสดงได้ในเกือบทุกงานดังกล่าวแล้ว ก่อนลงมือแสดงจะต้องโหมโรงก่อนประมาณ 15-20 นาที การโหมโรงจะใช้กลองรำมะนาตีประโคมเพื่อให้จังหวะ กับมีบทเพลงคล้ายๆ กับลำตัดร้องไปด้วย โดยผลัดกันร้องทีละคน เวียนเป็นรูปวงกลม ขณะที่ร้องเพลงจะต้องขยับท่าให้เข้ากับคำร้องและจังหวะของกลอง บางทีอาจจะมีลูกคู่ออกมารำสมทบ<br>ชุดการแสดง<br>มักนุ่งกางเกงขายาว ผ้าโสร่งสวมทับเพียงเข่า สวมเสื้อแขนยาวและมีเสื้อนอกทับอีกทีหนึ่ง สวมหมวก ใส่หนวดหรือแต้มหนวดให้มีเครารุงรัง บางครั้งก็มีสายสร้อยสวมด้วย เสริมจมูกให้โตแบบแขก ส่วนมากมักทำด้วยไม้ทาสีแดง บางคณะอาจให้นุ่งผ้าขาวโจงกระเบนทิ้งชาย สวมเสื้อแขนยาว ติดหนวดรุงรัง มีประคำคล้องคอ มีผ้าโพกศีรษะแทนการสวมหมวก การแต่งตัวแขกแดงของลิเกป่ามุ่งเลียนแบบแขกอินเดียเป็นสำคัญ<br><br>ด.ช.นพกร สันทรีย์ 3/9</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067214/9b37f66c9b43f7c531357dc5c7a6efd5/64.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:25:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393671996</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำบำไก่ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393672135</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ระบำไก่</strong></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยท่านที่ติดตามอ่านทุกท่านนะครับ ที่ผู้เขียนได้ว่างเว้นจากการเขียนไปเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร&nbsp; วันนี้ขออนุญาตนำเสนอการแสดงชุด</strong> <strong>“ ระบำไก่ ”เป็นระบำที่มีความน่ารักและงดงามไม่แพ้การแสดงในชุดอื่นๆที่ผ่านมา</strong></div><div><br></div><div><strong>“ ระบำไก่ ”เป็นการแสดงชุดหนึ่ง ที่ได้นำมาจากการแสดงละครพันทาง เรื่อง "พระลอ" ตอนพระลอตามไก่ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงลีลาท่าทางการร่ายรำของฝูงไก่ที่สวยสดงดงามน่ารักชุดหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงได้บรรจุเพลงขับร้อง และดนตรีบรรเลง ใน “เรื่องพระลอ” โดยมีท่านอาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ เป็นประดิษฐ์ท่ารำ&nbsp; เพลงที่ประกอบระบำชุดนี้ได้แก่เพลงลาวเซิ้ง&nbsp; โดยมีเนื้อร้องดังต่อไปนี้</strong></div><div><strong>( ดนตรีบรรเลง )</strong></div><div><strong>สร้อยแสงแดงพระพราย</strong></div><div><strong>ขนเขียวลายระยับ</strong></div><div><strong>ปีกสลับเบญจรงค์</strong></div><div><strong>เลื่อมลายลงหงสะบาท</strong></div><div><strong>( ดนตรีบรรเลงรับ )</strong></div><div><strong>ขอบตาชาดพะพริ้ง</strong></div><div><strong>สิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ</strong></div><div><strong>ขันขานเสียงเอาใจ</strong></div><div><strong>เดือยหงอนใสศรีลำยอง</strong></div><div><strong>( ดนตรีบรรเลงรับ )</strong></div><div><strong>สองเท้าเทียมนพมาศ</strong></div><div><strong>เพียงฉลุชาดทารง</strong></div><div><strong>ปู่ก็ใช้ให้ผีลง</strong></div><div><strong>ผีก็ลงแก่ไก่</strong></div><div><strong>( ดนตรีบรรเลงรับ )</strong></div><div><strong>ไก่แก้วไซร้บ่มิกลัว</strong></div><div><strong>ขุกผกหัวองอาจ</strong></div><div><strong>ผาดผันตีปีกป้อง</strong></div><div><strong>ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน</strong></div><div><strong>( ดนตรีบรรเลงรับ )<br>ด.ช.กีรติ ฟักสีม่วง ม.3/9 เลขที่2</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067782/8f8614baceea0c6ae1f4b797fca21252/images.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:26:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393672135</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำ สุโขทัย เป็นระบำชุดที่ ๕ อยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐ นับเป็นยุคสมัยที่ชนชาติไทย เริ่มสร้างสรรค์ศิลปะด้านนาฏศิลป์ และดนตรีในเป็นสมบัติประจำชาติ โดยอาศัยหลักฐานอ้างอิงที่กล่าวไว้ในเอกสาร และหลักศิลาจารึก ประกอบศิลปกรรมอื่น ๆ การแต่งทำนอง กระบวนท่ารำ และเครื่องแต่งกาย ประดิษฐ์ขึ้นให้มีลักษณะที่อ่อนช้อยงดงาม ตามแบบอย่างของศิลปะสมัยสุโขทัย       ระบำชุดสุโขทัย จัดแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๐ และภายหลังได้นำออกแสดง ในโรงละครแห่งชาติ และที่อื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนชม       นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ เป็นผู้แต่งทำนองเพลง โดยนำทำนองเพลงเก่าของสุโขทัยมาดัดแปลง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393672505</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ญ.พัชรี แสดงคุณ เลขที่27 </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1758553307/4ca030bb408831ca202a094047c3eccc/images__18_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:26:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393672505</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.สิรภพ โยธี ชั้น3/9เลขที่20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393673120</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำชุมนุมเผ่าไทย เป็นการแสดงที่มาจากการละครประวัติศาสตร์ เรื่องอานุภาพแห่งความเสียสละ บทประพันธ์ของ ฯพณฯ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ กรมศิลปากรได้จัดการแสดงละครขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งมีระบำชุมนุมเผ่าไทยเป็นฉากนำ กล่าวถึงการรวมชาวไทยในดินแดนสุวรรณภูม<br><strong>การแต่งกาย</strong><br>ผู้แสดงจะแต่งกายตามแบบชนชาติไทยเผ่าต่างๆเริ่มด้วยชาวไทยในภาคกลาง ไทยลานนา ไทยใหญ่ ไทยลานช้าง ไทยสิบสองจุไท และไทยอาหม การแสดงจะรำออกมาทีละเผ่า</div>]]></description>
         <enclosure url="https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/125/511/default_8_27_3.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:27:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393673120</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำทวาราวดีระบำทวาราวดี เป็นระบำชุดแรกในระบำโบราณคดี 5 ชุด ซึ่งเกิดจากแนวความคิดริเริ่ม ของนายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร โดยให้นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้แต่งทำนองเพลง นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลปไทยและนางเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลปไทยและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำจากหลักฐานทางโบราณวัตถุ ภาพจิตรกรรมและปฏิมากรรมในสมัยทวาราวดี อยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12 - 16 ตามหลักฐานว่า ประชาชนชาวทวาราวดีเป็นมอญหรือเผ่าชนที่พูดภาษามอญดังนั้น ท่ารำและดนตรี ตลอดจน เครื่องแต่งกายในระบำชุดนี้ จึงมีลีลาสำเนียง และแบบอย่างที่เป็นมอญ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393673376</link>
         <description><![CDATA[<div>เครื่องแต่งกายของระบำทวารวดี ประกอบด้วย<br>๑. เสื้อรัดอกสีเนื้อ<br>๒. กระโปรงจีบหน้านาง ตกแต่งด้วยผ้าตาดสีทองเป็นลายขวางแถวหนึ่งสีอิฐ อีกแถวหนึ่งสีเหลือง<br>๓. สไบเฉียง ปล่อยชายด้านหน้า และด้านหลัง<br>๔. เครื่องประดับ ประกอบด้วย เข็มขัดทำด้วยผ้าตาดสีทอง ต่างหู จี้นาง ต้นแขน กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้าติดลูกกระพรวน<br>๕. ศีรษะ เกล้าผมมวยสูง ใส่เกี้ยว<br>๖. กระบังหน้า</div><div><strong>ดนตรี และเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ใช้วงดนตรีที่มีลักษณะเฉพาะ เครื่องดนตรีประกอบด้วย พิณ ๕ สาย จะเข้ ขลุ่ย ระนาดตัด ตะโพนมอญ ฉิ่ง ฉาบ และกรับคู่</div><div>ทิพย์ สาระฤทธิ์ เลขที่26</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437157341/838cf5f652d4428bb7561d53602fa438/Screenshot_2022_11_22_13_22_41_05.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:27:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393673376</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำย่องหงิด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393674450</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำย่องหงิดเป็นการแสดงที่อยู่ในละคร เรื่องอุณรุท ตอนศุภลักษณ์วาดรูป เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า พระอุณรุทกษัตริย์แห่งนครณรงกา ได้เสด็จประพาสป่ากับพระนางศรีสุดาชายา เมื่อนางศรีสุุดาทอดพระเนตรเห็นกวางทองก็นึกอยากได้ จึงทูลอ้อนวอนให้พระอุณรุทตามจับ พระอุณรุทติดตามกวางทองมาในป่าจนพลัดกับพระชายา และไพร่พล ก็แบ่งพวกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเชิญนางศรีสุดากลับเมือง อีกฝ่ายติดตามพระอุณรุท เดินทางมาพบพระอุณรุทใต้ต้นไทร ในราตรีพระไทรเทพารักษ์จึงสนองการบวงทรวงด้วยการอุ้มพระอุณรุทไปสู่ห้องนางอุษา ธิดาท้าวกรุงพาณเมืองรัตนา แต่ร่ายมนต์ผูกปากเสียทั้งสองฝ่ายมิให้สนทนากันได้ พอใกล้สว่าง ก็อุ้มพระอุณรุทกลับมาที่เดิม รุ่งเช้าต่างฝ่ายต่างคลั่งไคล้หลงใหล พระอุณรุทเดินทางกลับเข้าเมือง ฝ่ายนางอุษาตื่นบรรทมไม่พบพระอุณรุทก็เศร้าโสกเสียใจเป็นยิ่งนัก นางศุภลักษณ์พี่เลี้ยงจึงทูลอาสาเที่ยวเดินทางออกไปวาดรูปชายหนุ่มทั่วทุกแห่ง ตลอดจนชั้นฟ้า เทพเจ้าทั้งหลาย และได้พบกับเทพบุตร นางฟ้ากำลังฟ้อนรำกันอยู่<br><br>รูปแบบ และลักษณะการแสดง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ระบำย่องหงิดเป็นระบำที่มีกระบวนท่ารำที่งดงาม และมีการแปรแถวที่สอดประสานกันได้อย่างกลมกลืนตามรูปแบบนาฏศิลป์ไทย ท่วงท่าต่าง ๆ มีลีลางดงามตามคำร้อง และทำนองเพลง ลักษณะการแสดงเป็นการรำเป็นหมู่คู่ ๆ ระหว่างพระกับนาง<br><br>ดนตรีและเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง<br><br>ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง ได้แก่ เพลงรัว เพลงย่องหงิด เพลงตะเขิ่ง และเพลงเจ้าเซ็น<br><br>เครื่องแต่งกาย<br><br>ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง พระสวมเสื้อแขนสั้น ศิราภรณ์ชฎายอดชัย นางศิราภารณ์มงกุฏกษัตรีย์<br><br><br>ด.ช.ธนากร ผมงาม&nbsp; เลขที่10. ม.3/9</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895067348/64d2fa41476c73be42319de5612ac6b1/_________________________.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:28:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393674450</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ราชิต คำพัน เลขที่17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393674787</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำเชียงแสน<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประวัติที่มา &nbsp; ระบำเชียงแสน เป็นระบำชุดที่ ๔ ประดิษฐ์ขึ้นตามแบบศิลปะ และโบราณวัตถุสถานเชียงแสน นักโบราณคดีกำหนดสมัยเชียงแสน อยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๒๕ ซึ่งได้เผยแพร่ไปทั่วดินแดนภาคเหนือของประเทศไทย ในสมัยโบราณเรียกว่าอาณาจักรลานนา ต่อมามีนครเชียงใหม่เป็นนครหลวงของอาณาจักร และเป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายหินยานอันเจริญรุ่งเรือง จนถึงมีพระเถระไทยผู้เป็นนักปราชญ์สามารถแต่งตำนาน และคัมภีร์พระพุทธศาสนาเป็นภาษาบาลีขึ้นไว้หลายคัมภีร์ อาทิ คัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ และมังคลัตถทีปนี เป็นต้น ศิลปะแบบเชียงแสนได้แพร่หลายลงมาตามลุ่มแม่น้ำโขงเข้าไปในพระราชอาณาจักรลาว สมัยที่เรียกว่าลานช้าง หรือกรุงศรีสัตนาคนหุต แล้วแพร่หลายเข้าในประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนด้วย เช่น พระพุทธรูปบางชนิดที่นักโบราณคดีบางท่าน บัญญัติเรียกว่า พระพุทธรูปเชียงแสนแบบลาว หรือพระลาวพุงขาว ด้วยเหตุนี้ระบำเชียงแสนจึงมีลีลาท่ารำ และกระบวนเพลงแบบสำเนียงไทยภาคเหนือ ลาว และแบบไทยภาตะวันออกเฉียงเหนือปนอยู่ด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1480268263/6513d60c75466de2f49034cb162d91f2/____________2__1_.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:28:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393674787</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หนุมานจับนาง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393675281</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>รำหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา&nbsp;<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันนี้ขอนำเสนอการแสดงที่สนุกสนานชุดหนึ่ง ที่มีที่มาจากการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ คือ</strong> <strong>“รำหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา”&nbsp; </strong>&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div><strong>“รำหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา”</strong> <strong>ชุดจองถนนโดยดำเนินเรื่องว่า พระรามทรงใช้ให้สุครีพคุมพลวานรไปจองถนน เพื่อจะยกพลข้ามไปฝั่งลงกา ในขณะที่บรรดาพลวานรกำลังทุ่มหินถมลงในมหาสมุทรอยู่นั้น นางสุพรรณมัจฉาผู้เป็นราชธิดาของทศกัณฐ์พาฝูงบริวารปลามาคาบขนก้อนหินไป สุครีพสงสัยจึงสั่งให้หนุมานประดาน้ำลงไปสำรวจดู ได้พบนางสุพรรณมัจฉาจึงตรงเข้าไขว่คว้าโลดไล่จับนางสุพรรณมัจฉาได้สำเร็จ<br>ด.ช.เฉลิมพัน บุญตา เลขที่4</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1606169906/d5ce730881488c9dd6de2c67fe16dbd5/images.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:29:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393675281</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ณัฐวุฒิ คงรอด เลขที่ 7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393677753</link>
         <description><![CDATA[<div>รำบำฉิ่ง<br>รำบำฉิ่ง เป็นการแสดงในรูปแบบสร้างสรรค์อีกชุดหนึ่ง โดยนำเครื่องประกอบจังหวะของวงดนตรีไทยมาประดิษฐ์เป็นการแสดงในรูปแบบระบำเบ็ดเตล็ด ที่มาของระบำชุดนี้คือ พลตรี พระเจ้าว    รวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เคยทอดพระเนตรการแสดงของชาวธิเบต ใช้ฉิ่งประกอบท่ารำ จึงทรงขอให้นายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ แต่งทำนองเพลง นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร และนางเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ลีลาท่ารำระบำฉิ่ง เพื่อแสดงในงาน “นาฏลีลาน้อมเกล้า” เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปีที่ ๓๖ ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๔ แสดงโดย นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป จำนวน ๘ คน การแสดงครั้งแรกนั้นใช้ฉิ่งธิเบตของพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ประกอบการแสดง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-22 06:31:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393677753</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำอัศวลีลา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393678303</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบำอัศวลีลานาฏดนตรีเป็นระบำชุดสร้างสรรค์จากงานวิจัยเรื่องรำขี่ม้าแผงในการแสดงลิเกโดยงบประมาณสนับสนุนจาก สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ปี พ.ศ. ๒๕๕๖<br><br>“รำขี่ม้า” หรือ“รำม้าย่อง” ซึ่งเป็นการ “รำขี่ม้าแผง”คือ ผู้แสดงลิเกจะใช้ม้าปลอมเหน็บไว้ที่เอวขณะแสดง เป็นการรำอวดฝีมือ แสดงความสามารถของผู้แสดง การรำขี้ม้าสามารถสร้างความสนใจและจูงใจผู้ชมให้รางวัลแก่ผู้แสดงซึ่งส่งผลให้ได้รับชื่อเสียงและธำรงคณะได้<br><br>ด้วยลีลากระบวนรำขี่ม้าเป็นกระบวนรำเฉพาะ ศิลปินลิเกแต่ละคนเมื่อได้รับถ่ายทอดกระบวนรำจากครูลิเกแล้วก็จะนำมาปรับปรุง เพิ่มกระบวนรำ ให้เหมาะสมกับบุคลิก สรีระและพื้นฐานการรำของตน จึงทำให้เกิดกระบวนรำขี่ม้าหลายกระบวน ทำให้กระบวนรำผ่านการถ่ายทอด ทดลองและปรับเปลี่ยนให้เข้ากับผู้แสดงจากรุ่น สู่รุ่น จนกลายเป็นกระบวนรำเฉพาะทางลิเกในที่สุด ความงามที่ปรากฏในกระบวนรำ เหลี่ยม วงการใช้สีหน้าประกอบการรำจึงกลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะที่แสดงความเป็นตัวตนลิเกได้อย่างชัดเจน<br><br>ระบำอัศวลีลานาฏดนตรีจึงเป็นระบำสร้างสรรค์โดยการนำกระบวนรำขี่ม้าที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลจากศิลปินลิเกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาชีพลิเกมาร้อยเรียงกระบวนรำให้เป็นชุดเป็นตอน และเป็นลำดับเพื่อให้เกิดความสวยงามเสียใหม่ โดยคงความเป็นมาตรฐานของกระบวนรำเดิมทั้งนี้เพื่อเป็นการรวบรวม อนุรักษ์ ส่งเสริม ศิลปะการแสดงที่เป็นมหรสพพื้นบ้านที่จะถ่ายทอดเรื่องราวและอนุรักษ์กระบวนรำขี่ม้าในลิเกให้คงอยู่ในวัฒนธรรมบันเทิงในชาต&nbsp; ขอขอบพระคุณ..ดร.สุขสันติ แวงวรรณ สำหรับข้อมูลประว้ติการแสดง ตลอดจนอำนวยความสะดวกทุกอย่างค่ะ<br>ด.ช.คุณาสิน ดวงวิไล เลขที่3</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1895073220/475ee291b4b95f981574b57dd078edad/images__1_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:32:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393678303</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อักขราทร วัฒนประภาชัย เลขที่21</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393680078</link>
         <description><![CDATA[<div>รำพลายชุมพล เป็นการแสดงชุดหนึ่งซึ่งอยู่ในละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน พระไวยแตกทัพ โดยเฉพาะตอนที่พลายชุมพลแต่งตัวเป็นมอญ ซึ่งมีเนื้อร้องโดยย่อว่า ขุนแผนได้คบคิดกับลูกชายคือพลายชุมพล ลูกชายของตนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเกิดจากนางแก้วกิริยา ธิดาเจ้าเมืองสุโขทัย นัดแนะอุบายให้พลายชุมพลปลอมตนเป็นมอญใหม่ยกทัพหุ่นพยนต์ ทำที่ให้ข่าว&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1443461281/6f21e789fa8af21e75eca6403516986b/F6AC1049_4457_4892_9AEC_F5951AA75AEE.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:34:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393680078</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธนธรณ์ คงดี เลขที่9</title>
         <author>2534114</author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393683009</link>
         <description><![CDATA[<div>ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๖ เพื่อใช้ประกอบการแสดงละครเรื่อง เกียรติศักดิ์ไทย ในสมัยพระอนุมานราชธนเป็นอธิบดีกรมศิลปากร (หลังยุคละครหลวงวิจิตรวาทการ) ประดิษฐ์ท่ารำโดยหม่อมต่วน ภัทรนาวิก และนางลมุล ยมะคุปต์ ประพันธ์บทโดย สุดา บุษปฤกษ์ ในครั้งแรกนั้นใช้วงดนตรีสากลของกรมศิลปากรบรรเลงประกอบการแสดง ภายหลังจึงใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม และแยกออกเป็นชุดระบำเบ็ดเตล็ดที่นิยมใช้ในการอวยพรในงานมงคลต่างๆ เพลงที่ใช้ประกอบคือเพลงรัวดึกดำบรรพ์ ครวญหา จีนถอนและจีนรัว เนื้อเพลงกล่าวยอพระเกียรติสมเด็จพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระราชกฤดาภินิหารอันยิ่งใหญ่ของไทย ที่พระเกียรติลือกระฉ่อนถึงเทวดาชั้นฟ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1758549097/cbf6f3992bd14d38d35a27f18c5405f1/1221485413.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:37:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393683009</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำศรีวิชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393685260</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นระบำโบราณคดี เกิดขึ้นเมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยได้รับแจ้งจากคุณประสงค์ บุญเจิม เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่าท่านตนกู อับดุลราห์มาน นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย ต้องการจะได้นาฏศิลป์จากประเทศไทยไปถ่ายทำเป็นภาพยนต์เรื่อง Raja Bersiyong ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัยที่ท่านตนกูแต่งขึ้น จึงขอให้กรมศิลปากรจัดระบำให้ ๒ ชุด คือ รำซัดชาตรี และระบำศรีวิชัย สำหรับระบำศรีวิชัยเป็นการศึกษาค้นคว้าขึ้นใหม่ โดยหาแบบอย่างเครื่องดนตรี เช่น เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี เครื่องเป่า จากภาพจำหลักที่พระสถูปบุโรพุทโธ ในเกาะชวา และมอบให้ศาสตราจารย์มนตรี ตราโมท เลือกเครื่องดนตรีของไทยที่มีลักษณะใกล้เคียงกันบ้าง นำมาผสมปรับปรุงเล่นเพลงประกอบจังหวะระบำขึ้น<br>เครื่องดนตรีที่ใช้ กระจับปี่ ซอสามสาย ตะโพน กลองแขก ฆ้อง3ลูก ฉิ่ง กรับ ฉาบ ขลุ่ย<br>เสื้อในนาง&nbsp; ตัวเสื้อใช้ผ้าต่วนเนื้อหนาสีเนื้อ เป็นเสื้อเข้ารูปไม่มีแขน ดันทรง เปิดช่วงไหล่และหลัง<br>-&nbsp; ผ้านุ่ง&nbsp; เป็นผ้าโสร่งบาติก เย็บเป็นจีบหน้านางเล็กๆ อยู่ตรงกลางด้านหน้า ไม่มีชายพก<br>-&nbsp; ผ้าคาดรอบสะโพก&nbsp; ใช้ผ้าแพรเนื้อบาง มี ๒ สี คือ สีเขียว และสีแดง<br>-&nbsp; เข็มขัด&nbsp; ทำด้วยโลหะชุบทอง ลายโปร่งเป็นข้อๆ ต่อกัน หัวเข็มขัดทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับพลอยสี<br>-&nbsp; ต่างหู&nbsp; เป็นต่างหูแบบห้อย ตรงส่วนแป้นหูทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับด้วยพลอยสี<br>-&nbsp; สร้อยคอ&nbsp; เป็นห่วงๆ ต่อกัน ประดับด้วยพลอยสีแดงและสีเขียว<br>-&nbsp; สร้อยสะโพก&nbsp; เป็นห่วงๆ ต่อกัน ทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับด้วยพลอยสีเขียวหรือสีแดง<br>-&nbsp; กำไลต้นแขน&nbsp; มีลักษณะโปร่งตรงกลาง ด้านหน้าของกำไลเป็นรูปกลมเรียงสูงขึ้นไป ๓ ชั้น<br>-&nbsp; กำไลมือ&nbsp; มีลักษณะกลม ประดับด้วยพลอยสีขาว<br><br>-&nbsp; กำไลข้อเท้า&nbsp; ลักษณะกลมแต่ด้านในทึบ ตัวกำไลสลับลวดลายทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับพลอย<br>-&nbsp; โบ&nbsp; โบเส้นเล็กๆ สำหรับสอดใต้เข็มขัด<br>-&nbsp; ผ้าสไบ&nbsp; มีแผ่นโค้งเหนือไหล่ตอดสร้อยตัว ๒ เส้น ประกอบด้วยผ้าแพรบาง ความยาวเท่ากับสร้อย ชายผ้าและสร้อยตัวทั้งสองข้างติดอยู่กับเครื่องประดับสีทอง ที่ใช้คล้องไว้บนไหล่เครื่องประดับนี้ ทำด้วยหนังลงรักปิดทอง ประดับด้วยพลอยสีเขียว สีแดง ส่วนสร้อยตัวเป็นโซ่ห่วงทองเล็กๆ ต่อให้ติดกัน ทำด้วยโลหะชุบทอง<br>- &nbsp; กะบังหน้า&nbsp; มีลักษณะคล้ายกะบังหน้าธรรมดา ตรงกลางด้านหน้าเป็นรูปกลมและต่อยอดกลมให้แหลมถึงตรงปลาย ประดับด้วยพลอยสีขาว<br>-&nbsp; ปิ่นปักผม&nbsp; ตรงโคนที่ใช้ปักผมนั้นเรียวแหลม ส่วนตอนปลายกลึงจนมีลักษณะกลม ประดิษฐ์ขึ้นด้วยไม้นำมากลึงตามลักษณะ แล้วทาสีทองทับ<br><br>ด.ญ.ธิดาวรรณ อินทร์จันทร์ เลขที่25</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1582787433/73395e61ec423d9d4be3d97835615c80/rabum79.jpg" />
         <pubDate>2022-11-22 06:39:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2393685260</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซิ้งแถบลาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2410242894</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ตามความเข้าใจของคนทั่วไปคิดว่า รำหรือระบำ เป็นการร่ายรำหรือฟ้อนของคนภาคกลาง ฟ้อน เป็นการร่ายรำของคนภาคเหนือ เซิ้ง เป็นการร่ายรำของคนภาคอีสาน แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ การฟ้อนของภาคอีสานนั้นมีมานานและเรียกว่าฟ้อนมาโดยตลอด เช่น ในวรรณคดีอีสานหลายเรื่องจะใช้คำว่า ฟ้อน ตลอด ไม่ปรากฏคำว่า รำ ให้เห็นเลย อย่างคำว่า ยามยามฟ้อน ระทวยฟ้อน ลิงโขนฟ้อน กินรีหย่องฟ้อน ทั้งลำและฟ้อน ฟ้อนหย่อนขา คนฟ้อนใส่กัน หมอแคนฟ้อนแอ่น ฯลฯ ส่วนคำว่า เซิ้ง นิยมใช้ในงานบุญบั้งไฟ การเซิ้งบั้งไฟเป็นการฟ้อนประกอบการขับกาพย์เซิ้ง ลักษณะขึ้นลงตามจังหวะช้าๆ ของกลองตุ้ม พังฮาด หรือในบางครั้งก็มีโทนประกอบ นิยมเซิ้งกันเป็นกลุ่มๆ ตั้งแต่ 3-4 คนขึ้นไป จะมีหัวหน้าเป็นคนขับกาพย์เซิ้งนำแล้วคนอื่นๆ จะร้องรับไปเรื่อยๆ<br><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1907939018/eeda1149077da8d38cb54ce64064417b/image.png" />
         <pubDate>2022-12-06 06:35:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2410242894</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช กนกพล ธนเนตติกนันทน์ เลขที่1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2410245944</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1593214308/c37c43cfe429784195c1aa14e7bfa5af/rabum79.jpg" />
         <pubDate>2022-12-06 06:39:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2410245944</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ธยานนท์ จีนปาน เลขที่11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2418806447</link>
         <description><![CDATA[<div>“ ระบำไก่ ”เป็นการแสดงชุดหนึ่ง ที่ได้นำมาจากการแสดงละครพันทาง เรื่อง "พระลอ" ตอนพระลอตามไก่ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงลีลาท่าทางการร่ายรำของฝูงไก่ที่สวยสดงดงามน่ารักชุดหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงได้บรรจุเพลงขับร้อง และดนตรีบรรเลง ใน “เรื่องพระลอ” โดยมีท่านอาจารย์ลมุล ยมะคุปต์&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1914456858/87e43bd5f1150214b0b77796e671abed/hqdefault.jpg" />
         <pubDate>2022-12-13 07:06:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2418806447</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.สิงฆราช จันธนู เลขที่21</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2418807012</link>
         <description><![CDATA[<div>ตอนหนุมานจับนางเบญกาย</div><div><br><br><br><br></div><div><a href="http://www.nattasampun.com/?action=show_category&amp;id=58"><strong>โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดนางลอย ตอนหนุมานจับนางเบญกาย</strong></a><br><br><strong><br>ทศกัณฐ์ หาทางคิดจะตัดศึกพระราม จึงหาแผนการที่จะทำให้พระรามยกทัพกลับ โดยใช้ให้นางเบญกายลูกสาวของพิเภก แปลงกายเป็นนางสีดา ทำตายลอยน้ำไปที่หน้ากองทัพพระราม เบญกายกลัวพระอาญาของทศกัณฐ์ผู้เป็นบิตุลาไม่อาจทัดทาน</strong><br><br><br><strong><br>ทศกัณฐ์สั่งให้นางเบญกาย รีบไปที่กองทัพพระราม นางเบญกายจึงเหาะข้ามมหาสมุทรไปจนถึงเขาเหมติรัน แล้วแปลงกายเป็นนางสีดาทำตายลอยน้ำ ไปวนอยู่ที่หน้ากองทัพพระราม</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1914459824/2e129113e4f0ca4c2a3e96c416878ad4/inbound3500129351901680666.jpg" />
         <pubDate>2022-12-13 07:07:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2418807012</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟ้อนเล็บ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2446476650</link>
         <description><![CDATA[<div>ฟ้อนเล็บ เป็นการฟ้อนของชาวไทยภาคเหนือการแสดงจะมีดนตรีบรรเลงประกอบ จะมีเนื้อร้องหรือไม่มีเนื้อร้องก็ได้ โอกาสที่แสดง ในงานเทศกาลหรืองานนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ&nbsp;<br>ชื่อ ธนภัทร์ ปราบทุกข์ เลขที่8 </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1937016736/06db4957b713307671e8df009a84b8c3/IMG_20230117_145727.jpg" />
         <pubDate>2023-01-17 07:59:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pitchapaspitc/pbux2rdemiqx0z1m/wish/2446476650</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
