<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ยุคของดนตรีสากล by 40 ศาลิษา เขียวจินดา</title>
      <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe</link>
      <description>น.ส.ศาลิษา เขียวจินดา ม.5/3 เลขที่ 40</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-01-08 14:08:24 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-04-24 17:20:19 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436787977</link>
         <description><![CDATA[<div>เริ่มประมาณปี ค.ศ. 400 - 1400 ในสมัยกลางนี้โบสถ์เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านดนตรี ศิลปะ การศึกษาและการเมือง วิวัฒนาการของดนตรีตะวันตกมีการบันทึกไว้ตั้งแต่เริ่มแรกของคริ สต์ศาสนา บทเพลงทางศาสนาซึ่งเกิดขึ้นจากกราประสมประสานระหว่างดนตรีโรมัน โบราณกับดนตรียิวโบราณ เพลงแต่งเพื่อพิธีทางศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ โดยนำคำสอนจากพระคัมภีร์มาร้องเป็นทำนอง เพื่อให้ประชาชนได้เกิดอาราณ์ซาบซึ้ง และมีศรัทธาแก่กล้าในศาสนา ไมใช่เพื่อความไพเราะของทำนอง หรือความสนุกสนานของจังหวะ เมื่อศาสนาคริสต์แพร่กระจายไปทั่วโลก ประเทศต่างๆ ได้นำบทเพลงที่ชาติตนเองคุ้นเคยมาร้องในพิธีสักการะพระเจ้า ดังนั้นเพลงที่ใช้ร้องในพิธีของศาสนาคริสต์จึงแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและเชื้อชาติที่นับถือเมื่อคริสต์ศาสนาเข้มแข็งขึ้น ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการขับร้องเพลงสวด ที่เรียกว่า ชานท์ (Chant) จนเป็นที่ยอมรับในหมู่พวกศาสนาคริสต์ สันตะปาปาเกรกอรี (Pope Gregory the Great) พระผู้นำศาสนาในยุคนั้น คือ ผู้ที่รวบรวมบทสวดต่างๆ ที่มีอยู่ ให้เป็นหมวดหมู่ เปลี่ยนคำร้องจากภาษากรีกให้เป็นภาษาละติน กำหนดลำดับเพลงสวดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติเหมือนกัน ผลงานการรวบรวมบทสวดของสันตะปาปาเกรกอรี ถูกเรียกว่า เกรกอรีชานท์ (Gregory Chant)หรือบทสวดของเกรกอรี ซึ่งในศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคธอลิคก็ยังนำมาใช้อยู่จนปัจจุบัน ชานท์เป็นบทเพลงรองที่มีแต่ทำนอง ไม่มีการประสานเสียงและไม่มีการบังคับจังหวะ แต่ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและรสนิยมของนักร้องเอง เพลงประเภทนี้ถูกเรียกว่า เพลงเสียงเดียว หรือเรียกว่า โมโนโฟนี (Monophony)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:12:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436787977</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436788574</link>
         <description><![CDATA[<div>เลโอแนง (Léonin, ประมาณค.ศ. 1130-1180)<br>เพโรแตง (Pérotin หรือ Perotinus Magnus, ประมาณค.ศ.1160-1220) จาคาโป ดา โบโลนญา (Jacapo da Bologna)<br>ฟรานเชสโก ลานดินี (Francesco Landini, ประมาณค.ศ. 1325-1397)<br>กิโยม เดอ มาโชต์ (Guillaume de Machaut, ประมาณค.ศ. 1300-1377)<br>ฟิลิปเป เดอ วิทรี (Phillippe de Vitry)<br>โซลาช (Solage)<br>เปาโล ดา ฟิเรนเซ (Paolo da Firenze)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:13:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436788574</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436790065</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/be0444725f68084cfd3675eec962f989/3232DF2A_6E0C_40C2_AEC9_DDEC5032DCA1.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:16:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436790065</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436790250</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/afcc463013f38abf21a3d235626bb87e/05F65475_30F6_4929_8F65_3A4EB4AC4D3A.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:16:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436790250</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436794202</link>
         <description><![CDATA[<div>เพลงสวด หรือ ชานท์(Chant) คือเพลงที่นำเอาคำสอนจากพระคัมภีร์โบราณมาร้องเป็นทำนอง เพื่อให้เกิดความซาบซึ้ง ความศรัทธาต่อศาสนามากขึ้น ไม่ใช่เพื่อความบันเทิง&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/VqZ3kwdqtVY" />
         <pubDate>2023-01-08 14:24:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436794202</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436794820</link>
         <description><![CDATA[<div>บทเพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงร้องที่ใช้ในโบสถ์เพื่อสรรเสริญพระเจ้าเพียงอย่างเดียว โดยบางครั้งอาจเป็นการร้องสอดประสานกันบ้างประมาณ 2-3 แนวในปลายยุคและยังไม่พบการบรรเลงที่เป็นรูปแบบมาตรฐานอย่างเด่นชัด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:25:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436794820</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436797071</link>
         <description><![CDATA[<div>สมัยเรเนสซองส์ หรือ สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา เริ่มประมาณ ค.ศ. 1400 – 1600 เพลงศาสนายังมีความสำคัญอยู่เช่นเดิม เพลงสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความบันเทิง ความสนุกสนาน ก็เกิดขึ้นด้วย การประสานเสียงได้รับการพัฒนาให้กลมกลืนขึ้น เพลงศาสนาเป็นรากฐานของทฤษฎีการประสานเสียง เพลงในยุคนี้แบ่งเป็นสองแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่เรียกว่า อิมมิเททีฟโพลีโฟนี (Imitative Polyphony) คือ มีหลายแนว และแต่ละแนวจะเริ่มไม่พร้อมกัน ทุกแนวเสียงมีความสำคัญแบบที่สองเรียกว่า โฮโมโฟนี (Homophony) คือ มีหลายแนวเสียงและบรรเลงไปพร้อมกัน มีเพียงแนวเสียงเดียวที่เด่น แนวเสียงอื่นๆ เป็นเพียงเสียงประกอบ เพลงในสมัยนี้ ยังไม่มีการแบ่งจังหวะที่แน่นอน คือ ยังไม่มีการแบ่งห้องออกเป็น 3/4 หรือ 4/4 เพลงส่วนใหญ่ก็ยังเกี่ยวข้องกับคริสต์ศาสนาอยู่เพลงประกอบขั้นต อนต่างๆ ของพิธีทางศาสนาที่สำคัญ คือ เพลงแมส (Mass) และโมเต็ท (Motet) คำร้องเป็นภาษาละติน เพลงที่ไม่ใช่เพลงศาสนาก็เริ่มนิยมกันมากขึ้น ได้แก่ เพลงประเภท แมดริกัล (Madrigal) ซึ่งมีเนื้อร้องเกี่ยวกับความรัก หรือยกย่องบุคคลสำคัญ และมักจะมีจังหวะสนุกสนาน นอกจากนี้ยังใช้ภาษาประจำชาติของแต่ละชาติ<br><br>เพลงบรรเลงเริ่มมีบทบาทในยุคนี้ เครื่องดนตรีที่นำมาใช้ในการบรรเลง คือ ลูท ออร์แกนลม ฮาร์พซิคอร์ด เวอจินัล ขลุ่ยเรคอร์เดอร์ ซอวิโอล องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของดนตรียุคนี้ที่ถูกนำมาใช้ คือ ความดัง - เบาของเสียงดนตรี (Dynamic)คำว่า “Renaissance” แปลว่า “การเกิดใหม่ ” (Re-birth) ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่ปัญญาชนในยุโรปได้&nbsp;<br>หันความสนใจจากกิจการฝ่ายศาสนาที่ได้ปฏิบัติมาอย่างเคร่งครัดตล อดสมัยกลาง มาสู่การฟื้นฟูศิลปวิทยา&nbsp;<br>ซึ่งมีแนวความคิดอ่านและวัฒนธรรมตามแบบกรีก และโรมันโบราณ สมัยแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยานี้ ได้เริ่มขึ้นครั้งแรกตามหัวเมืองภาคเหนือของแหลมอิตาลี<br>โดยได้เริ่มขึ้นที่เมืองฟลอเรนซ์ ก่อนแล้วจึงแพร่ไปยังเวนิช ปิสา เจนัว จนทั่วแคว้นทัสคานีและลอมบาร์ดี จากนั้นจึงแพร่ไปทั่วแหลมอิตาลีแล้วขยายตัวเข้าไปในฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ&nbsp;<br><br>ลักษณะของดนตรีในสมัยนี้ยังคงมีรูปแบบคล้ายในสมัยศิลป์ใหม่ แต่ได้มีการปรับปรุงพัฒนารูปแบบมากขึ้น ลักษณะการสอดประสานทำนอง ยังคงเป็นลักษณะเด่น เพลงร้องยังคงนิยมกัน แต่เพลงบรรเลงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16 รูปแบบของดนตรีมีความแตกต่างกันดังนี้&nbsp;<br><br>1. สมัยศตวรรษที่ 15&nbsp;<br>ประชาชนทั่วไปได้หลุดพ้นจากการปกครองระบอบศักดินา (Feudalism) มนุษยนิยม (Humanism) ได้กลายเป็นลัทธิสำคัญทางปรัชญา ศิลปินผู้มีชื่อเสียง คือ ลอเร็นโซ กิแบร์ตี โดนาเต็ลโล เลโอนาร์โด ดา วินชิ ฯลฯ เพลงมักจะมี 3 แนว โดยแนวบนสุดจะมีลักษณะน่าสนใจกว่าแนวอื่น ๆ เพลงที่ประกอบด้วยเสียง 4 แนว ในลักษณะของโซปราโน อัลโต เทเนอร์ เบส<br>เริ่มนิยมประพันธ์กันซึ่งเป็นรากฐานของการประสานเสียง 4 แนว ในสมัยต่อ ๆ มา เพลงโบสถ์จำพวก&nbsp;<br>แมสซึ่งพัฒนามาจากแชนท์มีการประพันธ์กันเช่นเดียวกับในสมัยกลาง เพลงโมเต็ตยังมีรูปแบบคล้ายสมัยศิลป์ใหม่ ในระยะนี้เพลงคฤหัสถ์เริ่มมีการสอดประสานเกิดขึ้น คือ เพลงประเภทซังซอง แบบสอดประสาน (Polyphonic chanson) ซึ่งมีแนวทำนองเด่น 1 แนว และมีแนวอื่นสอดประสานแบบล้อกัน (Imitative style) ซึ่งมีแนวโน้มเป็นลักษณะของการใส่เสียงประสาน (Homophony)&nbsp;<br><br>ลักษณะล้อกันแบบนี้เป็นลักษณะสำคัญของเพลงในสมัยนี้ นอกจากนี้มีการนำรูปแบบของโมเต็ตมาประพันธ์เป็นเพลงแมสและการนำ หลักของแคนนอนมาใช้ในเพลงแมสด้วย<br><br>&nbsp;2. สมัยศตวรรษที่ 16<br><br>มนุษยนิยมยังคงเป็นลัทธิสำคัญทางปรัชญา การปฏิรูปทางศาสนาและการต่อต้านการปฏิรูปทางศาสนาของพวกคาทอลิก เป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งของคริสต์ศาสนาเพลงร้อง แบบสอดประสานทำนองพัฒนาจนมีความสมบูรณ์แบบเพลงร้องยังคงเป็นลัก ษณะเด่น แต่เพลงบรรเลงก็เริ่มนิยมกันมากขึ้น เพลงโบสถ์ยังมีอิทธิพลจากเพลงโบสถ์ของโรมัน แต่ก็มีเพลงโบสถ์ของนิกายโปรแตสแตนท์เกิดขึ้น การประสานเสียงเริ่มมีหลักเกณฑ์มากขึ้น การใช้การประสานเสียงสลับกับการล้อกันของทำนองเป็นลักษณะหนึ่งข องเพลงในสมัยนี้ การแต่งเพลงแมสและโมเต็ต นำหลักของการล้อกันของทำนองมาใช้แต่เป็นแบบฟิวก์ (Fugue) ซึ่งพัฒนามาจากแคนนอน คือ การล้อของทำนองที่มีการแบ่งเป็นส่วน ๆ ที่สลับซับซ้อน<br>มีหลักเกณฑ์มากขึ้นในสมัยนี้มีการปฏิวัติทางดนตรีเกิดขึ้นในเยอ รมัน ซึ่งเป็นเรื่องของความขัดแย้ง<br><br>ทางศาสนากับพวกโรมันแคธอลิก จึงมีการแต่งเพลงขึ้นมาใหม่โดยใช้กฏเกณฑ์ใหม่ด้วยเพลงที่เกิดขึ้นมาใหม่เป็นเพลงสวดที่เรียกว่า “โคราล” (Chorale) ซึ่งเป็นเพลงที่นำมาจากแชนท์แต่ใส่อัตราจังหวะเข้าไป นอกจากนี้ยังเป็นเพลงที่นำมาจากเพลงคฤหัสถ์โดย ใส่เนื้อเป็นเรื่องศาสนาและเป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ด้วย เพลงในสมัยนี้เริ่มมีอัตราจังหวะแน่นอน เพลงคฤหัสถ์มีการพัฒนาทั้งใช้ผู้ร้องและการบรรเลง กล่าวได้ว่าดนตรีในศตวรรษนี้มีรูปแบบ ใหม่ ๆ เกิดขึ้นและหลักการต่าง ๆ มีแบบแผนมากขึ้น&nbsp;<br><br>ในสมัยนี้มนุษย์เริ่มเห็นความสำคัญของดนตรีมาก โดยถือว่าดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นอกจากจะให้ดนตรีในศาสนาสืบเนื่องมาจากสมัยกลาง (Middle Ages) แล้วยังต้องการดนตรีของคฤหัสถ์ (Secular Music) เพื่อพักผ่อนในยามว่าง เพราะฉะนั้นในสมัยนี้ดนตรีของคฤหัสถ์ (Secular Music) และดนตรีศาสนา (Sacred Music) มีความสำคัญเท่ากัน&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:29:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436797071</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436797636</link>
         <description><![CDATA[<div>จอห์น ดันสเตเบิล (John Dunstable)<br>กิโยม ดูเฟย์ (Guillaume Dufay)<br>โยฮันเนส โอคีกัม (Johannes Ockeghem)<br>โทมัส ทัลลิส (Thomas Tallis)<br>จอสกิน เดส์ เพรซ์ (Josquin des Prez)<br>ยาคอบ โอเบร็คท์ (Jacob Obrecht)<br>โคลด เลอ เชิน (Claude Le Jeune)<br>จิโอวันนี ปิแอร์ลุยจิ ดา ปาเลสตรินา (Giovanni Pierluigi da Palestrina)<br>วิลเลียม เบิร์ด (William Byrd)คลอดิโอ มอนเทแวร์ดี (Claudio Monteverdi)<br>ออร์ลันโด้ ดิ ลัสโซ (Orlando di Lasso)<br>คาร์โล เกซวลโด (Carlo Gesualdo)<br>อาดริออง วิลแลร์ต (Adriane Willaert)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:30:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436797636</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436798260</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/679008d9cc05f56ecd688a70c878dcc0/829F2F7B_9141_4C1A_BED6_0D2A7D95810C.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:31:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436798260</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436798674</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/552ac66640491dae60ec7e4741b560cd/71E1DB18_E92D_4793_A935_78D5E56E1A74.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:32:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436798674</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436798780</link>
         <description><![CDATA[<div>1. บทร้องใช้โพลีโฟนี (Polyphony) ส่วนใหญ่ใช้ 3-4 แนว ในศตวรรษที่ 16 ได้ชื่อว่า “The Golden Age of Polyphony”&nbsp;<br><br>2. มีการพัฒนา Rhythm ในแบบ Duple time และ Triple time ขึ้น&nbsp;<br><br>3. การประสานเสียงใช้คู่ 3 ตลอด และเป็นสมัยสุดท้ายที่มีรูปแบบของขับร้องและบรรเลงเหมือนกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:32:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436798780</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436802138</link>
         <description><![CDATA[<div>บทเพลงในยุคนี้เริ่มมีการผสมผสานระหว่างเพลงพื้นฐานกับเพลงที่ใช้ในโบสถ์ โดยการนำเอาเทคนิคการประพันธ์เพลงพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้กับเพลงสวด ทำให้เกิดการนำเอาเครื่องดนตรีบางชนิดเข้ามาประกอบในเพลงสวดที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ออร์แกน ฮาร์ฟซิคอร์ด เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtube.com/playlist?list=PLJFPfaQpmP8hVEAnVA32JPs0Lr4R4uvaw" />
         <pubDate>2023-01-08 14:37:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436802138</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436803113</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/766db4904ee267d2ef8dd6319ff47736/48E78388_A477_4422_9F2E_3E9FB01BACAE.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:39:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436803113</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436803599</link>
         <description><![CDATA[<div>ดนตรีในสมัยนี้จะอยู่ประมาณ ค.ศ. 1600 – 1750 ช่วงระยะเวลานี้ ทวีปยุโรปกำลังมีการเปลี่ยนแปลงทุกด้านไปในทางที่ดีขึ้น ดนตรีในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความสมบูรณ์ ดนตรีศาสนา และดนตรีของชาวบ้านมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกัน โครงสร้างของเพลงมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น สีสันในบทเพลงมีมากขึ้นวงดนตรีวงใหญ่ขึ้น มีการนำเครื่องดนตรีมาใช้อย่างหลากหลาย เพลงในยุคนี้จะมีจังหวะสม่ำเสมอมาก ทางด้านการประสานเสียงมีการใช้เสียงหลัก (Tonality) ที่แน่นอน เพลงแต่ละเพลงจะต้องอยู่ในกุญแจหนึ่ง เช่น เริ่มด้วยกุญแจ C ก็ต้องจบด้วยกุญแจ C มีกฎเกณฑ์การใช้คอร์ด นักประพันธ์เพลงในยุคนี้นิยมทำนองสั้นๆ (Motif) มาบรรเลงซ้ำๆ กัน โดยเลียนแบบให้สูงขึ้น หรือต่ำลงเป็นลำดับ หรือไม่ก็ซ้ำอยู่ในระดับเดียวกัน ในด้านจังหวะ ได้ทำให้กระชับขึ้นมาก โดยมีการใช้เครื่องหมายกำหนดจังหวะ (Time Signature) จุดสุดยอดแห่งการเขียนเพลงแบบนี้คือ เพลงประเภท ฟิวก์ (Fugue) ซึ้งใช้เป็นทั้งเพลงร้องและเพลงบรรเลง เป็นเพลงที่มีหลายทำนองสลับซับซ้อน มีลวดลายมาก นอกจากนี้ การเขียนเพลงแบบโฮโมโฟนี คือ การประสานเสียงที่มีทำนองหลักหนึ่งแนว และมีแนวเสียงอื่นเป็นส่วนประกอบ ได้รับพัฒนาอย่างสมบูรณ์ในยุคนี้ นักประพันธ์เพลงหลายท่าน ได้สร้างผลงานโดยใช้หลักการประสานเสียงแบบโฮโมโฟนี ผู้มีชื่อเสียงมากในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกการประพันธ์เพลงแบบบร รเลงในยุคนี้ คือ วิวาลดี (Antonio Vivaldi ค.ศ. 1676 - 1741) เพลงที่เขาเขียนส่วนใหญ่ เป็นเพลงประเภท คอนแชร์โต (Concerto) ซึ่งเป็นเพลงสำหรับเดี่ยวคนเดียว ส่วนเพลงที่มีเดี่ยว 2 – 4 คน เพลงประเภทหลังนี้เรียกว่า คอนแชร์โต กรอสโซ (Concerto Grosso) ยุคนี้เป็นยุคที่ริเริ่มเขียนอุปรากร (Opera) ขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:40:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436803599</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436804593</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/a4644745efdba817f0af6ebd18c80e52/CC4E6D9B_4793_4369_ADB5_E445655E5F71.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:41:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436804593</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436804736</link>
         <description><![CDATA[<div>ผู้ที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ทางด้านอุปรากร (Opera) คือ มอนทิเวอร์ดี (Claudio Monteverdi ค.ศ. 1567 - 1643)<br><br>นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนี้เป็นชาวเยอรมัน คือ เจ. เอส. บาค (Johann Sebastian Bach ค.ศ. 1685 - 1750) และ แฮนเดล (George Frideric Handel ค.ศ. 1685 - 1759) สำหรับบาคนั้น ได้แต่งเพลงต่างๆ ไว้เป็นจำนวนหลายร้อยเพลง และยังได้วางรากฐานทางดนตรีไว้มากจนได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาของดนตรีสากล” และส่วนแฮนเดลนั้น ใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เขาได้แต่งเพลงร้องและเพลงบรรเลงไว้เป็นจำนวนมากเช่นกัน เพลงร้องที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเพลงหนึ่ง คือ Messiah (ไทยออกเสียงว่า มิซซา) เป็นเพลงบรรยายถึงประวัติของพระเยซู เพลงนี้ใช้แสดงกันในฤดูคริสต์มาสทั่วทุกมุมโลก สำหรับเพลงบรรเลงนั้นได้เขียน คอนแชร์โต กรอสโซ (Concerto Grosso) ซึ่งเพลงไพเราะมาก ทั้งหมด 12 เพลง ที่วงดนตรีนิยมบรรเลงกันจนกระทั่งทุกวันนี้มี 2 เพลง คือ Water Music และ Fireworks Music</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:42:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436804736</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436806200</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/8280ab12d8f002b6ea4da96f5b7472fe/155A674C_13C5_4D6E_9087_396DC8AF95EA.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:44:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436806200</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436806572</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/0fcb86ef0dec79e08e5a2ae8f7856174/644DF1FA_4712_43C7_BF0B_1E120380F5D8.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:45:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436806572</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436807085</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/a82c1b3b43353552f5c526b84e78d460/82781FF5_6240_4071_9107_A00727601058.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:46:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436807085</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436807255</link>
         <description><![CDATA[<div>ในสมัยบาโรก ดนตรีศาสนาในแบบแผนต่าง ๆ เช่น ออราทอริโอ แมส พาสชัน คันตาตา ในศาสนา (Church Cantata) คีตกวีก็นิยมแต่งกันไว้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แมสใน บี ไมเนอร์” ของ เจ.เอส. บาค และออราทอริโอ เรื่อง “The Messiah” ของเฮนเดล จัดได้ว่าเป็นดนตรีศาสนาที่เด่นที่สุดของสมัยนี้&nbsp;<br>ลักษณะสำคัญอีกอย่างหนึ่งของดนตรีสมัยบาโรกคือ การทำให้เกิด “ความตัดกัน”&nbsp; (Contrasting) เช่น ในด้าน ความเร็ว – ความช้า ความดัง – ความค่อย การบรรเลงเดี่ยว – การบรรเลงร่วมกัน วิธีเหล่านี้พบในงานประเภท ตริโอโซนาตา (Trio Sonata) คอนแชร์โต กรอซโซ (Concerto Grosso) ซิมโฟเนีย (Simphonia) และคันตาตา (Cantata) ตลอดสมัยนี้คีตกวีมิได้ เขียนบทบรรเลงส่วนใหญ่ของเขาขึ้นอย่างครบบริบูรณ์ ทั้งนี้เพราะเขาต้องการให้ผู้บรรเลงมีโอกาสแสดงความสามารถการเล่นโดยอาศัยคีตปฏิภาณหรือการด้นสด (Improvisation) และการประดิษฐ์เม็ดพราย (Ornamentation) ในแนวของตนเอง&nbsp;<br>ในสมัยบาโรกนี้การบันทึกตัวโน้ตได้รับการพัฒนามาจนเป็นลักษณะการบันทึกตัวโน้ตที่ใช้ในปัจจุบัน คือการใช้บรรทัด 5 เส้น การใช้กุญแจซอล (G Clef) กุญแจฟา (F Clef) กุญแจอัลโตและกุญแจเทเนอร์ (C Clef) มีการใช้สัญลักษณ์ตัวโน้ตและตัวหยุดแทนความยาวของจังหวะและตำแหน่งของตัวโน้ตบรรทัด 5 เส้น แทนระดับเสียงและยังมีตัวเลขบอกอัตราจังหวะมีเส้นกั้นห้องและสัญลักษณ์อื่น ๆ เพื่อใช้บันทึกลักษณะของเสียงดนตรี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/SaCheA6Njc4" />
         <pubDate>2023-01-08 14:46:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436807255</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436809198</link>
         <description><![CDATA[<div>เครื่องดนตรีได้รับการพัฒนาจึงทำให้นักดนตรีมีความสามารถในการบรรเลงอย่างมาก จึงทำให้ยุคนี้มีประเภทการบรรเลงดนตรีที่หลากหลายมากขึ้น เช่น โซนาตาคอนแชร์โต โอเปรา เป็นต้น เริ่มมีการผสมวงออร์เคสตรา เพื่อใช้ประกอบการแสดงละครเพลงหรือโอเปรา (Opera) แต่ลักษณะการผสมวงของเครื่องดนตรียังไม่มีการกำหนดที่แน่นอน นอกจากนี้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายยังได้รับการพัฒนาอย่างมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/ad317354038e777607a6218d3faa0683/AD579747_2918_40B2_935C_199A620DB14B.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:50:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436809198</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436810100</link>
         <description><![CDATA[<div>ลักษณะของดนตรีในสมัยคลาสสิกที่เปลี่ยนไปจากสมัยบาโรกที่เห็นได้ชัด คือ การไม่นิยม<br>การสอดประสานของทำนองที่เรียกว่าเคาน์เตอร์พอยท์ (Counterpoint) หันมานิยมการเน้นทำนอง&nbsp;<br>หลักเพียงทำนองเดียวโดยมีแนวเสียงอื่นประสานให้ทำนองไพเราะขึ้น คือการใส่เสียงประสาน&nbsp;<br>ลักษณะของบาสโซ คอนตินูโอเลิกใช้ไปพร้อม ๆ กับการสร้างสรรค์แบบอิมโพรไวเซชั่น (Improvisation) ผู้ประพันธ์นิยมเขียนโน้ตทุกแนวไว้ ไม่มีการปล่อยว่างให้ผู้บรรเลงแต่งเติมเอง ลักษณะของบทเพลงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน&nbsp;<br><br>ศูนย์กลางของสมัยคลาสสิกตอนต้นคือเมืองแมนฮีมและกรุงเวียนนาโรง เรียนแมนฮีมจัดตั้งขึ้นโดย Johann Stamitz ซึ่งเป็นนักไวโอลิน และเป็นผู้ควบคุม Concert ของ The Mannheim orchestra เขาเป็นผู้พัฒนาสไตล์ใหม่ของการประพันธ์ดนตรี (Composition) และ การเรียบเรียงสำหรับวงออร์เคสตรา (Orchestration) และยังพัฒนา The sonata principle in 1st movement of symphonies, second theme of Stamitz ตรงกันข้ามกับ 1st theme ซึ่ง Dramatic, striking หรือ Incisive (เชือดเฉือน) เขามักเพิ่มการแสดงออกที่เป็นท่วงทำนองเพลงนำไปสู่บทเพลงใน ซิมโฟนี การเปลี่ยนความดัง - ค่อย (Dynamic) อย่างฉับพลันในช่วงสั้น ๆ ได้รับการแสดงครั้งแรกโดย Manheim orchestra เขายังขยาย Movement scheme of symphony จากเร็ว-ช้า-เร็ว เป็น เร็ว – ช้า – minuet – เร็ว&nbsp;<br>(minuet คือดนตรีบรรเลงเพื่อการเต้นรำคู่ในจังหวะช้า 3 จังหวะ )&nbsp;<br>ใช้ครั้งแรกโดย GM Monn แบบแผนนี้กลายเป็นมาตรฐานในซิมโฟนีและ สตริงควอเตท (String quartet )&nbsp;<br><br>สมัยคลาสสิกนี้จัดได้ว่าเป็นสมัยที่มีการสร้างกฎเกณฑ์รูปแบบในทุก ๆ อย่างเกี่ยวกับการ<br>ประพันธ์เพลงซึ่งในสมัยต่อ ๆ มาได้นำรูปแบบในสมัยนี้มาใช้และพัฒนาให้ลึกซึ้งหรือแปรเปลี่ยนไป<br>เพลงในสมัยนี้เป็นดนตรีบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ กล่าวคือ เพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาเป็นเพลงซึ่งแสดงออกถึงลักษณะของดนตรีแท้ ๆ มิได้มีลักษณะเป็นเพลงเพื่อบรรยายถึงเหตุการณ์หรือเรื่องราวใด ๆ ซึ่งเป็นลักษณะที่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีการใส่หรือแสดงอารมณ์ของผู้ประพันธ์ลงในบทเพลงมากนัก ลักษณะของเสียงที่ดัง - ค่อย ค่อย ๆ ดัง และค่อย ๆ เบาลง&nbsp;<br><br>ดนตรีสไตล์เบา ๆ และสง่างามของโรโคโค (Rococo Period ) ซึ่งตรงข้ามกับสไตล์ที่เคร่งเครียดในสมัยบาโรก โดยปกติมันเป็น Lightly accompanied pleasing music ด้วย Phrasing ที่สมดุลย์กัน&nbsp;<br>(JC Bach, Sammartini, Hasse, Pergolesi ) Galant เหมือนกับ โรโคโค (Rococo Period ) ในแนวคิดของ&nbsp;<br>Heavy ornamentation แต่ต่างกันตรงที่ลักษณะดนตรีมีโครงสร้างและประโยคเพลงที่มีแบบแ ผนและรูปแบบที่มีความอ่อนไหวง่าย พยายามแสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติ แทรกความโรแมนติกของศตวรรษที่ 19 เข้าไป จุดหมายเพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดนตรีของ CPE Bach และ WF Bach&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:51:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436810100</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436811508</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/84ff55c2e57b06be60f07a828f72814c/E11A158C_F50D_4691_9D2B_05BAB84BAC4D.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:54:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436811508</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436811618</link>
         <description><![CDATA[<div>คริสตอฟ วิลลิบัลด์ กลุ๊ค (Christoph Willibald Gluck, ค.ศ. 1750-1820)<br>ฟรานซ์ โยเซฟ ไฮเดิน (Franz Joseph Haydn, ค.ศ. 1732-1809)<br>โวล์ฟกัง อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart, ค.ศ. 1756-1791)<br>ลุดวิก ฟาน เบโทเฟน (Ludwig van Beethoven, ค.ศ. 1770-1827)<br>คาร์ล ฟิลลิป เอ็มมานูเอ็ล บาค (Carl Phillip Emanuel Bach)<br>โยฮัน คริสเตียน บาค (Johann Christian Bach)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 14:54:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436811618</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436812550</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/a4b9ac710d097e5c023f97cae041026e/BC871FF6_5D5B_48C8_A9F0_5A3B429317EC.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:56:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436812550</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436812986</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/bf27070dd6810c653d144acef535b4d0/7C72E8D5_4657_4C45_8275_29F9C3673AEE.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:57:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436812986</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436813728</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ฟอร์ม หรือคีตลักษณ์ (Forms) มีโครงสร้างที่ชัดเจนแน่นอน และยึดถือปฏิบัติมาเป็นธรรมเนียมนิยมอย่างเคร่งครัดเห็นได้จากฟ อร์มโซนาตาที่เกิดขึ้นในสมัยคลาสสิก&nbsp;<br>2. สไตล์ทำนอง (Melodic Style) ได้มีการพัฒนาทำนองชนิดใหม่ขึ้นมีลักษณะที่เป็นตัวของตัวเองและ รัดกุมกะทัดรัดมากขึ้น มีความแจ่มแจ้งและความเรียบง่ายซึ่งมักจะทำตามกันมา สไตล์ทำนองลักษณะนี้ได้เข้ามาแทนที่ทำนองที่มีลักษณะยาว ซึ่งมีสไตล์ใช้กลุ่มจังหวะตัวโน้ตในการสร้างทำนอง (Figuration Style) ซึ่งนิยมกันมาก่อนในสมัยบาโรก ในดนตรีแบบ Polyphony&nbsp;<br>3. สไตล์แบบโฮโมโฟนิค (Homophonic Style) ความสำคัญอันใหม่ที่เกิดขึ้นแนวทำนองพิเศษในการประกอบทำนองหลัก (Theme) ก็คือลักษณะพื้นผิวที่ได้รับความนิยมมากกว่าสไตล์พื้นผิวแบบโพลี่โฟนีเดิม สิ่งพิเศษของลักษณะดังกล่าวนั่นก็คือ Alberti bass ซึ่งก็คือลักษณะการบรรเลงคลอประกอบแบบ Broken Chord ชนิดพิเศษ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/jgpJVI3tDbY" />
         <pubDate>2023-01-08 14:58:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436813728</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436814297</link>
         <description><![CDATA[<div>เครื่องดนตรีมีวิวัฒนาการมาจนสมบูรณ์ที่สุด เริ่มมีการผสมวงที่กำหนดแน่นอนว่าเป็นวงเล็กหรือใหญ่ คือ วงเชมเบอร์มิวสิก และวงออร์เคสตราในการจัดวงออร์เคสตราใช้เครื่องดนตรีครบทุกประเภท คือ เครื่องสาย เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตี วงออร์เคสตรา ในยุคนี้ถือได้ว่ามีรูปแบบที่ใช้เป็นแบบแผนมาจนถึงปัจจุบัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/8ab087a7886ab62917f3d8f990b59f0e/8C1C81CB_1391_4473_B21A_3770053AE2A3.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 14:59:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436814297</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436815245</link>
         <description><![CDATA[<div>1. คีตกวีสมัยนี้มีความคิดเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น สามารถแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด&nbsp;<br>อย่างมีอิสระ ไม่จำเป็นต้องสร้างความงามตามแบบแผนวิธีการ และไม่ต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ใดทั้งนี้เพราะเขาไม่ได้อยู่ ในความอุปภัมภ์ของโบสถ์ เจ้านาย และขุนนางเช่นคีตกวีสมัยคลาสสิกอีกต่อไป&nbsp;<br>2. ใช้อารมณ์ และจินตนาการเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน&nbsp;<br>3. ลักษณะที่เปลี่ยนไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของ “ลัทธิชาตินิยม” (Nationalism)&nbsp;<br>4. ลักษณะที่ยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของ “ลัทธินิยมเยอรมัน” (Germanism)&nbsp;<br>5. ลักษณะภายในองค์ประกอบของดนตรีโดยตรง&nbsp;<br>5.1 ทำนอง ลีลาและบรรยากาศของทำนองเน้นความรู้สึก และอารมณ์ของบุคคลมากขึ้นมีแนวเหมือนแนวสำหรับขับร้องมากขึ้น และความยาวของวลี (Phrase) ก็เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่จำกัด&nbsp;<br>5.2 การประสานเสียง โครงสร้างของคอร์ดและลำดับการใช้คอร์ด มีเสรีภาพมากขึ้นการใช้คอร์ด 7 คอร์ด 9 อย่างมีอิสระ และการย้ายบันไดเสียงแบบโครมาติค (Chromatic Modulation) มีบทบาทที่สำคัญ&nbsp;<br>5.3 ความสำคัญของเสียงหลัก (Tonality) หรือในคีย์ยังคงมีอยู่ แต่เริ่มคลุมเครือหรือเลือนลางไปบ้าง เนื่องจากบางครั้งมีการเปลี่ยนบันไดเสียงออกไปใช้บันไดเสียงที่ เป็นญาติห่างไกลบ้าง หรือ Chromatic Modulation&nbsp;<br>5.4 พื้นผิว ในสมัยนี้โฮโมโฟนียังคงมีความสำคัญมากกว่าเคาน์เตอร์พอยท์&nbsp;<br>5.5 ความดังเบาของเสียง (Dynamics) ในสมัยนี้ได้รับการเน้นให้ชัดเจนทั้งความ&nbsp;<br>ดัง และความเบาจนเป็นจุดเด่นจุดหนึ่ง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 15:01:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436815245</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436815767</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/e0b82ae979675d12c3e2048278a9f311/D9EA48C6_291D_4DAB_B529_90AD4271178F.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 15:02:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436815767</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436816575</link>
         <description><![CDATA[<div>จิโออัคคิโน รอซสินี (Gioacchino Rossini)<br>ฟรานซ์ ปีเตอร์ ชูเบิร์ต (Franz Peter Schubert)<br>เอกเตอร์ แบร์ลิออส (Hector Berlioz)<br>เฟลิกซ์ เมนเดลโซห์น-บาร์โธลดี (Felix Mendelssohn-Batholdy)<br>เฟรเดริก ฟรองซัวส์ โชแปง (Frédéric François Chopin)<br>นิกโคโล ปากานินี (Niccolò Paganini)<br>โรเบิร์ต อเล็กซานเดอร์ ชูมันน์ (Robert Alexander Schumann)<br>ฟรานซ์ ลิซท์ (Franz Liszt)<br>ริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner)<br>จูเซปเป แวร์ดี (Giuseppe Verdi)<br>เบดริช สเมทานา (Bedrich Smetana)<br>โยฮันเนส บราห์มส์ (Johannes Brahms)<br>จอร์จ บิเซต์ (Georges Bizet)<br>ปีเตอร์ อิลยิช ไชคอฟสกี (Peter Ilyich Tchaikovsky)<br>แอนโทนิน ดโวชาค (Antonín Dvořák)<br>จิอาโคโม ปุชชีนี (Giacomo Puccini)<br>กุสตาฟ มาห์เลอร์ (Gustav Mahler)<br>เซียร์เกย์ รัคมานีนอฟ (Sergej Rakhmaninov)<br>ริชาร์ด สเตราส์ (Richard Strauss)<br>จีน ซิเบลิอุส (Jean Sibelius)<br>โยฮันน์ ชเตราสส์ ที่หนึ่ง บิดา (Johann Strauss father)<br>โยฮันน์ ชเตราสส์ ที่สอง บุตร (Johann Strauss son)<br>ฌาร์ค ออฟเฟนบาค (Jacques Offenbach)<br>ชาร์ล กูโนด์ (Charles Gounod)<br>อันโตน บรูคเนอร์ (Anton Bruckner)<br>ฮูโก โวล์ฟ (Hugo Wolf)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 15:03:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436816575</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436817295</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/979c5fe8c6507bf9eef36efab0842849/1536B429_C3CB_4A5A_A28D_0C8B68974DA3.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 15:04:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436817295</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436817410</link>
         <description><![CDATA[<div>ในยุคนี้เป็นสมัยชาตินิยมทางดนตรีด้วย (Nationalism) คือ คีตกวีจะแสดงออกโดยใช้ทำนองเพลงพื้นเมืองประกอบไว้ในเพลงที่แต่ งขึ้น หรือแต่งให้มีสำเนียงของชาติตนเองมากที่สุด โดยใช้บันไดเสียงพิเศษของแต่ละชาติ ซึ่งเป็นผลให้คนในชาติเดียวกันเกิดความรักใคร่กลมเกลียวกัน รักชาติบ้านเมืองเกิดความหวงแหนทุกสิ่งทุกอย่างบนแผ่นดินที่อาศัยอยู่ เช่น ซีเบลิอุส (Jean Sibelius) แต่งเพลง ฟินแลนเดีย (Finlandia) โชแปง (Frederic Chopin) แต่งเพลงมาซูกา (Mazurka) และโพโลเนียส (Polonaise) นอกจากนี้ยังมีคีตกวีชาติอื่นๆ อีกมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/wGMv6kxZgUw" />
         <pubDate>2023-01-08 15:05:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436817410</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436818286</link>
         <description><![CDATA[<div>ในยุคนี้ เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับการพัฒนารูปร่างจนสามารถบรรเลงด้วยวิธีการและเทคนิคต่างๆ ที่หลากหลายได้เป็นอย่างดีในส่วนของการผสมวงออร์เคสตรา ยังคงใช้หลักการ ผสมวงออร์เคสตราตามยุคคลาสสิก และเพิ่มขนาดโดยการเพิ่มจำนวนเครื่องดนตรีให้มีความยิ่งใหญ่ขึ้นเพื่อให้อารมณ์ของบทเพลงมีความหลากหลายและสามารถสื่อถึงผู้ฟังได้อย่างเด่นชัด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 15:06:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436818286</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436819793</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/8ebaf4760f2858a214eddc572fdab454/1E7D5D95_9033_4013_BF36_231584F96553.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 15:09:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436819793</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436819874</link>
         <description><![CDATA[<div>ดนตรีในศตวรรษที่ 20 นี้ กล่าวได้ว่าเป็นลักษณะของดนตรีที่มีหลายรูปแบบนอกจากนี้ยังมีการใช้บันไดเสียงมากกว่า 1 บันไดเสียงในขณะเดียวกันที่เรียกว่า “โพลีโทนาลิตี้” (Polytonality) ในขณะที่การใช้บันไดเสียงแบบ 12 เสียง ที่เรียกว่า “อโทนาลิตี้” (Atonality) เพลงจำพวกนี้ยังคงใช้เครื่องดนตรีที่มีมาแต่เดิมเป็นหลักในการบ รรเลง<br><br>&nbsp;ลักษณะของบทเพลงในสมัยศตวรรษที่ 20<br>ดนตรีในศตวรรษที่ 20 นี้ไม่อาจที่จะคาดคะเนได้มากนัก เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามความเจริญก้าวหน้าทาง ด้านเทคโนโลยีการเลื่อนไหลทางวัฒนธรรม คนในโลกเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น (Globalization) โดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรืออินเตอร์เน็ต (Internet) ในส่วนขององค์ประกอบทางดนตรีในศตวรรษนี้มีความซับซ้อนมากขึ้นมา ตรฐานของรูปแบบที่ใช้ในการประพันธ์และการทำเสียงประสานโดยยึดแบ บแผนมาจากสมัยคลาสสิก ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและสร้างทฤษฎีขึ้นมาใหม่เพื่อรองรั บ<br><br>ดนตรีอีกลักษณะคือ บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาเพื่อบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีอีเลคโทรนิค ซึ่งเสียงเกิดขึ้นจากคลื่นความถี่จากเครื่องอิเลคโทรนิค (Electronic) ส่งผลให้บทเพลงมีสีสันของเสียงแตกต่างออกไปจากเสียงเครื่องดนตรีประเภทธรรมชาติ (Acoustic) ที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การจัดโครงสร้างของดนตรียังคงเน้นที่องค์ประกอบหลัก 4 ประการเหมือนเดิม กล่าวคือระดับเสียงความดังค่อยของเสียง ความสั้นยาวของโน้ต และสีสันของเสียง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 15:09:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436819874</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436820501</link>
         <description><![CDATA[<div>ชาร์ลส์ ไอฟส์ (Charles Ives)<br>อาร์โนลด์ เชินแบร์ก (Arnold Schoenberg)<br>คาร์ล ออร์ฟ (Carl Orff)<br>เบลา บาร์ต็อก (Béla Bartók)<br>โซลตัน โคดาย (Zaltán Kodály)<br>อิกอร์ สตราวินสกี้ (Igor Stravinsky)<br>อันโตน เวเบิร์น (Anton Webern)<br>อัลบัน แบร์ก (Alban Berg)<br>เซอร์เก โปรโคเฟียฟ (Sergei Prokofiev)<br>พอล ฮินเดมิธ (Paul Hindemith)<br>จอร์จ เกิร์ชวิน (George Gershwin)<br>อารอน คอปแลนด์ (Aaron Copland, ค.ศ. 1900-1990)<br>ดมิทรี ดมิทรีวิช ชอสตาโควิช (Dmitri Dmitrievich Shostakovich, ค.ศ. 1906-1975)<br>โอลิวิเยร์ เมสเซียง (Olivier Messiaen, ค.ศ. 1908-1992)<br>เอลเลียต คาร์เตอร์ (Elliott Carter, ค.ศ. 1908-ปัจจุบัน)<br>วิโทลด์ ลูโทสลาฟสกี้ (Witold Lutoslawski)<br>จอห์น เคจ (John Cage, ค.ศ. 1912-1992)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 15:10:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436820501</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436821240</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/9ab2d10a7a2efecf59a23fbb72b47319/991C9C96_C2B3_4B18_847C_EF73FDADD0CE.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-08 15:11:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436821240</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436821405</link>
         <description><![CDATA[<div>หลังจากดนตรีสมัยโรแมนติกผ่านไป ความเจริญในด้านต่าง ๆ ก็มีความสำคัญและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดมา ความเจริญทางด้านการค้าความเจริญทางด้านเทคโนโลยี ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ การขนส่ง การสื่อสาร ดาวเทียม หรือ แม้กระทั่งทางด้านคอมพิวเตอร์ ทำให้แนวความคิดทัศนคติของมนุษย์เราเปลี่ยนแปลงไปและแตกต่างจาก แนวคิดของคนในสมัยก่อน ๆ จึงส่งผลให้ดนตรีมีการพัฒนาเกิดขึ้นหลายรูปแบบ คีตกวีทั้งหลายต่างก็ได้พยายามคิดวิธีการแต่งเพลง การสร้างเสียงใหม่ ๆ รวมถึงรูปแบบการบรรเลงดนตรี เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/jDT58bYRAcE" />
         <pubDate>2023-01-08 15:12:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436821405</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436822689</link>
         <description><![CDATA[<div>รูปแบบดนตรีมีการผสมผสานรูปแบบใหม่ขึ้น ซึ่งมีการนำเสียงจากเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นเครื่องดนตรีด้วย และส่วนดนตรีในรูปแบบดนตรีคลาสสิกก็ยังคงใช้รูปแบบการผสมวงตามยุคคลาสสิก ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่จะเน้นที่รูปแบบการประพันธ์เพลงมากกว่า และในยุคนี้เริ่มมีวงดนตรีผสมผสานรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นรูปแบบวงดนตรีที่ผสมผสานระหว่างแอฟริกา &nbsp; ตะวันตก อเมริกาและยุโรป ที่เรียกว่า วงดนตรีแจ๊ส (Jazz) เครื่องดนตรีที่ใช้ในวงมักประกอบด้วย ทรัมเป็ต คลาริเน็ต ทรอมโบน ทูบา และกลองประเภทต่างๆ เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-08 15:14:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436822689</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>4619611</author>
         <link>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436822969</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1929171497/b50a87a67dd9da5ebbba01e0705d2e0e/D86014A7_49FA_4BAC_B0EE_184B8338167A.webp" />
         <pubDate>2023-01-08 15:14:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/4619611/pb7inb5qs93mi9fe/wish/2436822969</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
