<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>401 อภิปราย by @srk.ac</title>
      <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr</link>
      <description>อภิปรายหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-11-02 04:08:29 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-18 05:00:07 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/svg/1f35f.svg</url>
      </image>
      <item>
         <title>กลุ่ม 3</title>
         <author>iron1</author>
         <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685643195</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>3.</strong> ทางเดินอาหารของมนุษย์ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก และมีอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหาร คือ ต่อมน้ำลาย ตับ และตับอ่อน ✅<strong>ถูกต้อง  </strong></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/68116532/6239c0b5748197474be4e645176bca7c/image.webp" />
         <pubDate>2025-11-17 05:09:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685643195</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685811800</link>
         <description><![CDATA[<p>คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และลิพิดเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เซลล์สามารถนำไปใช้ได้ทันที</p><p>ตอบ <strong>ผิด</strong></p><p><strong>อธิบายเพิ่มเติม:</strong> <strong>เนื่องจากเซลล์จะใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตได้ทันทีที่สุด</strong> <strong>ส่วนโปรตีนและไขมันจะต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนรูปก่อน</strong> <strong>ซึ่งโปรตีนจะใช้เป็นพลังงานเมื่อจำเป็นเท่านั้น</strong> <strong>และหากใช้ไขมันมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะคีโตซิสได้</strong>.&nbsp;</p><p><br/></p><p><strong>การใช้พลังงานจากสารอาหารแต่ละประเภท</strong></p><ul><li><p><strong>คาร์โบไฮเดรต:</strong> <strong>เมื่อรับประทานคาร์โบไฮเดรตเข้าไป</strong> <strong>ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นกลูโคส</strong> <strong>ซึ่งเซลล์สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที</strong>.</p></li><li><p><strong>โปรตีน:</strong> <strong>ร่างกายจะใช้โปรตีนเป็นพลังงานเมื่อไม่เพียงพอจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันเท่านั้น</strong> <strong>หากร่างกายไม่มีกลูโคสเพียงพอ</strong> <strong>จะมีการสลายโปรตีนมาสร้างกลูโคสเพื่อใช้เป็นพลังงาน</strong> <strong>ซึ่งอาจทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง</strong>.</p></li><li><p><strong>ไขมัน:</strong> <strong>ร่างกายจะเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงานได้เช่นกัน</strong> <strong>แต่ถ้าหากร่างกายสลายไขมันมากเกินไป</strong> <strong>จะทำให้เกิดสารคีโตนบอดีสะสมในเลือด</strong> <strong>ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะคีโตซิสที่เป็นอันตราย</strong>.&nbsp;</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4755906015/cdd021967427768489937c58c012d78d/IMG_9572.jpeg" />
         <pubDate>2025-11-17 07:05:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685811800</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685821828</link>
         <description><![CDATA[<p>8.น้ำดีสร้างจากถุงน้ำดีแล้วส่งไปที่ลำไส้เล็กช่วยให้ลิพิดแตกตัว</p><p>❌ ผิด</p><p>น้ำดี (Bile) ไม่ได้สร้างจากถุงน้ำดี แต่ถูก สร้างขึ้นที่ตับ (Liver)</p><p>คำอธิบาย</p><p> * แหล่งสร้างน้ำดี: น้ำดีถูกสร้างโดยเซลล์ตับ (Hepatocytes)</p><p> * หน้าที่ของถุงน้ำดี: ถุงน้ำดี (Gallbladder) ทำหน้าที่เป็นเพียง อวัยวะเก็บสะสม และทำให้ความเข้มข้นของน้ำดีเพิ่มขึ้นเท่านั้น</p><p> * การส่งน้ำดี: เมื่อร่างกายได้รับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมัน ถุงน้ำดีจะบีบตัวเพื่อ ปล่อย น้ำดีออกมาตามท่อน้ำดีเข้าสู่ ลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum)</p><p>หน้าที่ของน้ำดี (ที่ถูกต้อง)</p><p>น้ำดีจะทำหน้าที่หลักในการ อิมัลซิไฟ (Emulsification) ไขมัน ซึ่งหมายถึงการทำก้อนไขมันขนาดใหญ่ (ลิพิด) ให้แตกตัวเป็นหยดเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส ไม่ได้เป็นการย่อยสลาย ไขมันโดยตรง แต่เป็นการเตรียมไขมันให้พร้อมสำหรับการย่อยโดย เอนไซม์ไลเปส (Lipase) ที่มาจากตับอ่อนต่อไป</p><p>ดังนั้น ส่วนที่กล่าวว่า "น้ำดีสร้างจากถุงน้ำดี" จึงเป็นส่วนที่ผิด</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4755940322/febae565dace6dc285ef2fa6ec39515c/IMG_5113.jpeg" />
         <pubDate>2025-11-17 07:13:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685821828</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685826076</link>
         <description><![CDATA[<p>ไตรกลีเซอไรด์เมื่อถูกย่อยแล้วจะได้กรดไขมันและกลีเซอรอล</p><p>ตอบ ถูกต้อง✅✅</p><p>ไตรกลีเซอไรด์เมื่อถูกย่อยจะแตกตัวเป็น กรดไขมัน และ กลีเซอรอล โดยกระบวนการนี้เรียกว่า ไลโปไลซิส (Lipolysis) ซึ่งใช้เอนไซม์ ไลเพส เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา กรดไขมันและกลีเซอรอลที่ได้จะถูกนำไปใช้เป็นพลังงานของเซลล์ต่อไป ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันที่ประกอบด้วยโมเลกุลกลีเซอรอล 1 โมเลกุล และกรดไขมัน 3 สายที่เชื่อมติดกันเอนไซม์ไลเพส จะเข้ามาย่อยพันธะเอสเทอร์ที่เชื่อมระหว่างกลีเซอรอลและกรดไขมันหลังจากย่อยแล้ว จะได้ กรดไขมันอิสระ 3 โมเลกุล และ กลีเซอรอล 1 โมเลกุลกลีเซอรอล จะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่สามารถเข้าสู่วิถีไกลโคไลซิสเพื่อสร้างพลังงานได้โดยตรงกรดไขมัน จะถูกเปลี่ยนเป็นอะซิติลโคเอ (acetyl CoA) และเข้าสู่วัฏจักรเครบส์ (Krebs' cycle) เพื่อสร้างพลังงานในรูปแบบของ ATP </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4755920101/3ac0f1344b451fa7467ffc8cb7834246/IMG_5956.jpeg" />
         <pubDate>2025-11-17 07:16:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685826076</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม 4 ฟันช่วยบดเคี้ยวอาหารให้มีขนาดเล็กลงจึงเป็นการย่อยเชิงกลและมีลิ้นช่วยคลุกเคล้าอาหาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685829178</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ถูกต้อง </strong>เนื่องจากการย่อยเชิงกลในช่องปากเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่กำหนดประสิทธิภาพของการย่อยและการดูดซึมในระบบทางเดินอาหารทั้งหมด โดยมีฟันและลิ้นเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบการย่อยเชิงกลในช่องปากเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่กำหนดประสิทธิภาพของการย่อยและการดูดซึมในระบบทางเดินอาหารทั้งหมด โดยมีฟันและลิ้นเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ฟันทำหน้าที่ตัด ฉีก และบดอาหารให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของอาหารและเอื้อต่อการทำงานของเอนไซม์ในน้ำลาย กระบวนการลดขนาดอาหารนี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อความเร็วและประสิทธิภาพของการย่อยในขั้นตอนถัดไป งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าขนาดอนุภาคของอาหารหลังการบดเคี้ยวเป็นตัวบ่งชี้โดยตรงของประสิทธิภาพการย่อยและความพร้อมในการกลืน</p><p>ขณะเดียวกัน ลิ้นมีบทบาทควบคุมการเคลื่อนที่ของอาหารภายในช่องปาก โดยทำหน้าที่คลุกเคล้าอาหารให้ผสมกับน้ำลายอย่างทั่วถึง รวมทั้งจัดตำแหน่งอาหารให้เข้าสู่จุดบดของฟันอย่างเหมาะสม ลิ้นยังมีหน้าที่รวบรวมอาหารที่ผ่านการบดให้เป็นก้อนโบลัส ซึ่งมีลักษณะและความชื้นเหมาะสมสำหรับการกลืน ความสามารถของลิ้นในการควบคุมอาหารและสร้างโบลัสที่มีคุณภาพถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของการย่อยเชิงกล</p><p>ดังนั้น บทบาทของฟันและลิ้นจึงเป็นองค์ประกอบหลักในกระบวนการย่อยเชิงกล ทั้งในการลดขนาดอาหาร การปรับสภาพเนื้อสัมผัส และการเตรียมอาหารให้พร้อมต่อการย่อยทางเคมี ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบงานวิจัย เช่น การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพฟันกับประสิทธิภาพการบดเคี้ยว การประเมินคุณภาพของโบลัสในผู้สูงอายุ หรือผลของปัญหาลิ้นต่อการกลืนและการย่อยอาหาร</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4755959918/9a1a1b86af9e0bf3910a806c74bdaa57/att_SKsuddMhqxFEX5zdv3zTX_ZNCe4JQErjnGH5HEmeQfc.jpeg" />
         <pubDate>2025-11-17 07:18:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685829178</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่ม1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685830807</link>
         <description><![CDATA[<p>สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีโครงสร้างในการย่อยอาหารเหมือนกัน ตอบ  ไม่ถูกต้อง</p><p>อธิบายเพิ่มเติม  ✅</p><p>สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีโครงสร้างในการย่อยอาหารแตกต่างกันไปโดยจะขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งมีชีวิต  อาหาร และสิ่งแวดล้อม  โดยโครงสร้างจะแตกต่างกันไปตามประเภทของอาหารที่สิ่งมี ชีวิตบริโภค </p><p>เช่น 1).สัตว์กินพืช : กระต่าย   กระต่ายมีลำไส้ใหญ่ และถุงซีคัมที่ใหญ่และเด่นชัด เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์กินพืชเป็นหลัก จึงต้องมีระบบช่วยย่อยเส้นใยพืชให้ละเอียด ซึ่งถุงซีคัมของกระต่ายมีจุลินทรีย์หรือหมักและย่อยเซลล์ลูโลส ให้กลายเป็นสารอาหารที่ดูดซึมได้ หลังจากหมัก กระต่ายจะขับออกมาเป็นมูลชนิดพิเศษและกินกลับเข้าไปอีกครั้งเพื่อดูดซึมสารอาหารให้ครบ</p><p>2).สัตว์กินพืชและสัตว์ : มนุษย์  มนุษย์จะมีขนาดถุงซีคัมที่เล็กมาก เนื่องจากมนุษย์ทานอาหารทีหลากหลายทั้งพืชและเนื้อ ทั้งยังใช้ลำไส้เล็เป็นหลักในการดูดซึมอาหาร</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4755912872/c6c3518331da0bacd8dd2d39e4e4f809/1763363895614.jpg" />
         <pubDate>2025-11-17 07:19:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685830807</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685841024</link>
         <description><![CDATA[<p>การย่อยอาหารในลำไส้เล็กไม่ได้อาศัยเอนไซม์จากตับอ่อนเท่านั้น</p><p>ตอบ ผิด การย่อยอาหารในลำไส้เล็กไม่ได้อาศัยเอนไซม์จากตับอ่อนเท่านั้น แต่ต้องอาศัย น้ำดีจากตับ/ถุงน้ำดี, เอนไซม์จากผนังลำไส้เล็กเอง, น้ำย่อยจากตับอ่อน, และ การทำงานร่วมกันของฮอร์โมนและการเคลื่อนไหวของลำไส้</p><p><br/></p><p>1) การย่อยอาหารในลำไส้เล็กมีแหล่งเอนไซม์/สารช่วยย่อย 3 แหล่งใหญ่</p><p>ลำไส้เล็กเป็นจุดที่ย่อยและดูดซึมมากที่สุดในระบบย่อยอาหาร โดยใช้น้ำย่อยจากหลายแหล่งดังนี้:</p><p><br/></p><p>(1) เอนไซม์จากตับอ่อน (Pancreatic enzymes)</p><p>ตับอ่อนปล่อยน้ำย่อยเข้าสู่ ลำไส้เล็กส่วนดูโอดีนัม (duodenum) ประกอบด้วย</p><p><br/></p><p>Pancreatic amylase – ย่อยแป้ง → มอลโทส</p><p><br/></p><p>Pancreatic lipase – ย่อยไขมัน → กรดไขมัน + glycerol</p><p><br/></p><p>Trypsin / Chymotrypsin – ย่อยโปรตีน → เปปไทด์</p><p><br/></p><p>Carboxypeptidase – ตัดกรดอะมิโนปลายสาย</p><p><br/></p><p>Nucleases (DNase, RNase) – ย่อยกรดนิวคลีอิก</p><p><br/></p><p>✔ ตับอ่อนคือแหล่งเอนไซม์ย่อย “หลัก” แต่ ไม่ใช่แหล่งเดียว</p><p><br/></p><p>(2) น้ำดีจากตับและถุงน้ำดี (Bile)</p><p>น้ำดี ไม่ใช่เอนไซม์ แต่ช่วยย่อยโดย:</p><p><br/></p><p>มี เกลือน้ำดี (bile salts) ช่วยแตกตัวไขมันให้เป็นหยดเล็ก ๆ (emulsification)</p><p><br/></p><p>เพิ่มพื้นผิวให้เอนไซม์ lipase จากตับอ่อนย่อยได้ดีขึ้น</p><p><br/></p><p>❗ถ้าไม่มีน้ำดี → การย่อยไขมันแทบจะล้มเหลว แม้จะมี lipase เยอะก็ตาม</p><p><br/></p><p>(3) เอนไซม์จากผนังลำไส้เล็ก (Brush-border enzymes)</p><p>ผนังลำไส้เล็กมี villi และ microvilli ซึ่งผลิตเอนไซม์เฉพาะของตัวเอง เรียกว่า brush-border enzymes</p><p><br/></p><p>ย่อยคาร์โบไฮเดรต</p><p>Maltase → มอลโทส → กลูโคส</p><p>Sucrase → ซูโครส → กลูโคส + ฟรุกโตส</p><p>Lactase → แลคโตส → กลูโคส + กาแลกโตส</p><p><br/></p><p>ย่อยโปรตีน</p><p>Aminopeptidase</p><p>Dipeptidase</p><p><br/></p><p>ย่อยนิวคลีโอไทด์</p><p>Nucleotidases</p><p>Nucleosidases</p><p><br/></p><p>✔ เอนไซม์กลุ่มนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัว “ปิดท้าย” เปลี่ยนโมเลกุลให้เล็กพอยกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้</p><p><br/></p><p>2) นอกจากเอนไซม์ ยังต้องพึ่ง “ฮอร์โมน” จากลำไส้เล็กด้วย</p><p>ลำไส้เล็กหลั่งฮอร์โมนควบคุมการย่อย เช่น</p><p><br/></p><p>1) Secretin</p><p>กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งไบคาร์บอเนตมาลดความเป็นกรดของไคม์จากกระเพาะ</p><p><br/></p><p>2) CCK (Cholecystokinin)</p><p>กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งเอนไซม์</p><p><br/></p><p>กระตุ้นถุงน้ำดีให้บีบน้ำดีออก</p><p><br/></p><p>3) GIP / Motilin / Somatostatin</p><p>ควบคุมการเคลื่อนไหวและการหลั่งต่าง ๆ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4756007542/a0c03a19a3f8eeb729c87d579c842960/inbound4504154152413247428.jpg" />
         <pubDate>2025-11-17 07:26:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/iron1/pa907z4ncevr/wish/3685841024</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
