<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สะท้อนผล 22 ก.พ. 62 by </title>
      <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt</link>
      <description>กลุ่ม1</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2019-02-23 01:06:57 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2019-02-23 08:07:43 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สุนทร สีพันธ์บุญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375257</link>
         <description><![CDATA[<div>การดำเนินการPLC<br>เป็นกระบวนการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนโดยมีผูู้บริหาร ครู  <br> + 2<br>●<br>ประมาณหนึ่งนาที<br>นางขนิษฐา ทองทับ<br>นางขนิษฐา ทองทับสิ่favorite_borde r<br>0<br><br> <br>more_ver<br>สุนทร สีพันธ์บุญ<br>สุนทร สีพันธ์บุญ<br>การดำเนินการPLC<br>เป็นกระบวนการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนโดยมีผูู้บริหาร ครู <br>favorite_border<br>0<br><br> <br>more_vert<br> เสร็จสิ้น<br>Bold<br>Italic<br>Strikethrough<br>Link<br>Highlight<br>Superscript<br>Subscript<br>Quote<br>Code<br>Math<br>Bullets<br>Numbers<br>Decrease Level<br>Increase Level<br>สุนทร สีพันธ์บุญ<br><br>การดำเนินการPLC<br>เป็นกระบวนการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนโดยมีผูู้บริหาร ครู <br> <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:11:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375257</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางขนิษฐา ทองทับ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375288</link>
         <description><![CDATA[<div>สิ่งที่ชอบ<br>- แนวทางการทำ PLC เข้าใจง่าย<br>- ได้ฝึกพูดแบบฉับพลัน<br>- มีแรงบันดาลใจจากการได้รับฟังท่านผู้อำนวยการที่วิชาการในโรงเรียนขนาดเล็กจนสำเร็จ<br><br>สิ่งที่ได้เรียนรู้<br>- การทำ PLC เป็นการเรียนรู้เป็นกลุ่มแบบกัลยาณมิตรเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียน<br>- ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน กล้าที่นำพาคนอื่นเปลี่ยนแปลงตามอย่างเป็นระบบ<br>- งานวิชาการ จะต้องมี Road Map หรือแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน<br>- งานงบประมาณ จะต้องยึดหลักความถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ<br><br>สิ่งที่จะนำไปใช้<br>- ทุกกระบวนการในการดำเนินงานภายในโรงเรียนต้องมีการวางแผนและแก้ปัญหาร่วมกันเสมอ และมีการตรวจสอบกระบวนการให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน และนำผลสะท้อนนั้นกลับมาพัฒนางาน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:11:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375288</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุทธิชัย ผ่านสุวรรณ</title>
         <author>suttichai0022</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375509</link>
         <description><![CDATA[<div>PLC มีพัฒนาการมาจากกลยุทธ์ระดับองค์กรที่มุ่งเน้นให้องค์กรมีการปรับตัวต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเริ่มพัฒนาจากแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้และปรับประยุกต์ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและการเรียนรู้ร่วมกันในทางวิชาชีพ ที่มีหน้างานสำคัญคือความรับผิดชอบการเรียนรู้ของผู้เรียนร่วมกันเป็นสำคัญจากการศึกษาหลายโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาดำเนินการในรูปแบบ PLC พบว่าเกิดผลดีทางวิชาชีพครู และผู้เรียนที่มุ่งพัฒนาการของผู้เรียนเป็นสำคัญ<br><br>ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) จึงประกอบไปด้วย<br><br></div><div>1. การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ (Idealized Influence) หรือการมีคุณลักษณะพิเศษ (Charisma) ที่มีอุดมการณ์ มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารอารมณ์และมีจริยธรรม<br><br></div><div>2. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Motivation) เป็นการจูงใจให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยการสร้างแรงจูงใจภายใน การสร้างเจตคติและการคิดในแง่บวกและกระตุ้นจิตวิญญาณของทีม (Team Spirit) ให้มีชีวิตชีวา<br><br></div><div>3. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation) เป็นการกระตุ้นความพยายามของผู้ตาม เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่และสร้างสรรค์ เพื่อการตระหนักรู้ในเรื่องปัญหา กระตุ้นให้มีการตั้งข้อสมมุติฐาน เปลี่ยนกรอบการมองปัญหา และมีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ<br><br></div><div>4.การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration) เป็นการปฏิบัติต่อบุคคลในฐานะที่เป็นปัจเจกชน การเอาใจใส่ดูแลคำนึงถึง ความต้องการและความแตกต่างระหว่างบุคคล มีการติดต่อสื่อสาร และปฏิสัมพันธ์ที่ดี มีการแนะนำและการมอบหมายงาน มีการพัฒนาหรือสนับสนุนในการทำงานเพื่อให้บุคคลสามารถบรรลุเป้าหมายของส่วนตนและส่วนรวม<br><br></div><div>            องค์ประกอบเฉพาะทั้ง 4 ประการของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีความสัมพันธ์กัน (Intercorrelated) และมีการแบ่งแยกแต่ละองค์ประกอบ เนื่องจากต่างก็มีความเฉพาะเจาะจง และมีความสำคัญที่แตกต่างกัน ซึ่งมีรายละเอียดเฉพาะของแต่ละองค์ประกอบดังนี้<br><br></div><div>ก. การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ (Idealized Influence or Leadership : II or CL) หมายถึง การที่ผู้นำประพฤติตัวเป็นแบบอย่าง หรือเป็นโมเดลสำหรับผู้ตาม ผู้นำจะเป็นที่ยกย่อง เคารพนับถือ ศรัทธา ไว้วางใจ และทำให้ผู้ตามเกิดความภาคภูมิใจเมื่อได้ร่วมงานกัน ผู้ตามจะพยายามประพฤติปฏิบัติเหมือนกับผู้นำและต้องการเลียนแบบผู้นำของเขา สิ่งที่ผู้นำต้องปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงคุณลักษณะนี้ คือ ผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์ และสามารถถ่ายทอดไปยังผู้ตาม ผู้นำจะมีความสม่ำเสมอมากกว่าการเอาแต่อารมณ์ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ในสถานการณ์วิกฤต ผู้นำเป็นผู้ที่ไว้ใจได้ว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผู้นำจะเป็นผู้ที่มีศีลธรรมและมีจริยธรรมสูง ผู้นำจะหลีกเลี่ยงที่จะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่จะประพฤติตนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นและเพื่อประโยชน์ของกลุ่ม ผู้นำจะแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาด ความมีสมรรถภาพ ความตั้งใจ การเชื่อมั่นในตนเอง ความแน่วแน่ในอุดมการณ์ ความเชื่อและค่านิยมของเขา ผู้นำจะเสริมความภาคภูมิใจ ความจงรักภักดี และความมั่นใจของผู้ตาม และทำให้ผู้ตามมีความเป็นพวกเดียวกับผู้นำ โดยอาศัยวิสัยทัศน์และการมีจุดประสงค์ร่วมกัน ผู้นำแสดงความมั่นใจช่วยสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ผู้ตามจะเลียนแบบผู้นำและพฤติกรรมของผู้นำจากการสร้างความมั่นใจในตนเอง ประสิทธิภาพและความเคารพในตนเอง ผู้นำการเปลี่ยนแปลง จึงรักษาอิทธิพลของตนในการบรรลุเป้าหมายและปฏิบัติภาระหน้าที่ขององค์การ<br><br></div><div><br></div><div>ข. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Motivation : IM ) หมายถึง การที่ผู้นำจะประพฤติในทางที่จูงใจให้เกิดแรงบันดาลใจกับผู้ตาม โดยการสร้างแรงจูงใจภายใน การให้ความหมายและท้าทายในเรื่องงานของผู้ตาม ผู้นำจะกระตุ้นจิตวิญญาณของทีม (Team Spirit) ให้มีชีวิตชีวา มีการแสดงออกซึ่งความกระตือรือร้น โดยการสร้างเจตคติที่ดีและการคิดในแง่บวก ผู้นำจะทำให้ผู้ตามสัมผัสกับภาพที่งดงามของอนาคต ผู้นำจะสร้างและสื่อความหวังที่ผู้นำต้องการอย่างชัดเจน ผู้นำจะแสดงการอุทิศตัวหรือความผูกพันต่อเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมกัน ผู้นำแสดงความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามมองข้ามผลประโยชน์ของตนเพื่อวิสัยทัศน์และภารกิจขององค์การ ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามพัฒนาความผูกพันของตนต่อเป้าหมายระยะยาว และบ่อยครั้งพบว่าการสร้างแรงบันดาลใจนี้เกิดขึ้นผ่านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล และการกระตุ้นทางปัญญา โดยการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลทำให้ผู้ตามรู้สึกเหมือนตนเองมีคุณค่า และกระตุ้นให้พวกเขาสามารถจัดการกับปัญหาที่ตนเองเผชิญได้ ส่วนการกระตุ้นทางปัญญาช่วยให้ผู้ตามจัดการกับอุปสรรคของตนเอง และเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์<br><br></div><div>ค. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation : IS) หมายถึง การที่ผู้นำมีการกระตุ้นผู้ตามให้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ทำให้ผู้ตามมีความต้องการหาแนวทางใหม่มาแก้ปัญหาในหน่วยงาน เพื่อหาข้อสรุปใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อทำให้เกิดสิ่งใหม่และสร้างสรรค์ โดยผู้นำมีการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีการตั้งสมมติฐาน การเปลี่ยนกรอบ (Reframing) การมองปัญหา และการเผชิญกับสถานการณ์เก่าๆ ด้วยวิถีทางแบบใหม่ๆ มีการจูงใจและสนับสนุนความคิดริเริ่มใหม่ๆในการพิจารณาปัญหาและการหาคำตอบของปัญหา มีการให้กำลังใจผู้ตามให้พยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ ผู้นำมีการกระตุ้นให้ผู้ตามแสดงความคิดและเหตุผล และไม่วิจารณ์ความคิดของผู้ตาม แม้ว่ามันจะแตกต่างไปจากความคิดของผู้นำ ผู้นำทำให้ผู้ตามรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ท้าทายและเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน โดยผู้นำจะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ตามว่าปัญหาทุกอย่างต้องมีวิธีแก้ไข แม้บางปัญหาจะมีอุปสรรคมากมาย ผู้นำจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้ จากความร่วมมือร่วมใจในการแก้ปัญหาของผู้ร่วมงานทุกคน ผู้ตามจะได้รับการกระตุ้นให้ตั้งคำถามต่อคำนิยมของตนเอง ความเชื่อและประเพณี การกระตุ้นทางปัญญาเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความสามารถของผู้ตามในการที่จะตระหนักและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง<br><br></div><div>ง.การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล(Individualized Consideration : IC) ผู้นำจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลในฐานะเป็นผู้นำในการดูแลเอาใจใส่ผู้ตามเป็นรายบุคคล และทำให้ผู้ตามรู้สึกมีคุณค่าและมีความสำคัญ ผู้นำจะเป็นโค๊ช (Coach) และเป็นที่ปรึกษา (Advisor) ของผู้ตามแต่ละคน เพื่อการพัฒนาผู้ตาม ผู้นำจะเอาใจใส่เป็นพิเศษในความต้องการของปัจเจกบุคคล เพื่อความสัมฤทธิ์ และเติบโตของแต่ละคน ผู้นำจะพัฒนาศักยภาพของผู้ตามและเพื่อนร่วมงานให้สูงขึ้น นอกจากนี้ผู้นำจะมีการปฏิบัติต่อผู้ตาม โดยการให้โอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างบรรยากาศของการให้การสนับสนุน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านความจำเป็นและความต้องการการประพฤติของผู้นำแสดงให้เห็นว่า เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่น บางคนได้รับกำลังใจมากกว่า บางคนได้รับอำนาจการตัดสินใจด้วยตนเองมากกว่า บางคนมีมาตรฐานที่เคร่งครัดกว่า บางคนมีโครงสร้างงานที่มากกว่า ผู้นำมีการส่งเสริมการสื่อสารสองทาง และมีการจัดการด้วยการเดินดูรอบๆ (Management by walking around) มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ตามเป็นการส่วนตัว ผู้นำสนใจในความกังวลของแต่ละบุคคล เห็นปัจเจกบุคคลเป็นบุคคลทั้งคน (As a Whole Person) มากกว่าเป็นพนักงานหรือเป็นเพียงปัจจัยการผลิต ผู้นำจะมีการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ มีการเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) ผู้นำจะมีการมอบหมายงานเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้ตาม เปิดโอกาสให้ผู้ตามได้ใช้ความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ท้าทายความสามารถ ผู้นำจะดูแลผู้ตามว่าต้องการคำแนะนำ การสนับสนุนและการช่วยให้ก้าวหน้าในการทำงานที่รับผิดชอบอยู่หรือไม่ โดยผู้ตามจะไม่รู้สึกว่าเขากำลังถูกตรวจสอบ<br><br></div><div><strong>คุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลง<br></strong><br></div><div>โดยทั่ว ๆ ไป ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะเป็นดังนี้<br><br></div><div>1. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) จะเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ตนเองรับผิดชอบ ไปสู่เป้าหมายที่ดีกว่า คล้ายกับผู้ฝึกสอน หรือ โค๊ช นักกีฬาที่ต้องรับผิดชอบทีมที่ไม่เคยชนะเลย ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย เพื่อความเป็นผู้ชนะและต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกทีมเล่นให้ได้ดีที่สุดเพื่อชัยชนะ<br><br></div><div>2. เป็นคนกล้าและเปิดเผย เป็นคนที่กล้าเสี่ยงแต่มีความสุขุม และมีจุดยืนของตัวเอง กล้าเผชิญกับความจริง กล้าเปิดเผยความจริง<br><br></div><div>3. เชื่อมั่นในผู้อื่น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่เผด็จการ แต่มีอำนาจและสนใจคนอื่นๆ มีการทำงานโดยมอบอำนาจให้ผู้อื่นนำ โดยเชื่อมั่นว่าผู้อื่นมีความสามารถ<br><br></div><div>4. ใช้คุณค่าเป็นแรงผลักดัน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะชี้นำให้ผู้ตามตระหนักถึงคุณค่าของเป้าหมาย และสร้างแรงผลักดันในการปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่มีคุณค่า<br><br></div><div>5. เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำผิดพลาด ในฐานะที่เป็นบทเรียนและพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองตลอดเวลา<br><br></div><div>6. มีความสามารถที่จะเผชิญกับความสลับซับซ้อน ความคลุมเครือ และความไม่แน่นอน ตลอดจนมีความสามารถในการเผชิญปัญหาที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ<br><br></div><div>7. เป็นผู้มองการณ์ไกล โดยมีความสามารถในการคาดการณ์ไปข้างหน้าทั้งในด้านโอกาสและอุปสรรคที่เกิดขึ้น สามารถที่จะทำให้เกิดความหวังและความฝันของทีมงานกลายเป็นจริง<br><br></div><div><strong>ขั้นตอนในการบริหารความเปลี่ยนแปลง<br></strong><br></div><div>           Jim Stewart ได้ลำดับขั้นตอนในการบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ ในหนังสือ Managing Change Though Training And Development (1996) ดังนี้<br><br></div><div>1. ตรวจวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นหรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต (Change Diagnosis) โดยให้พิจารณาว่า<br><br></div><div>1.1 มีความเปลี่ยนแปลงใดที่น่าจะนำมาวิเคราะห์เพื่อเตรียมการรองรับ (Changes To Be Considered) หากการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่มีผลอันมีนัยสำคัญต่อกระบวนการทำงาน พฤติกรรมการปฏิบัติงาน เครื่องมือและอุปกรณ์การทำงาน หรืองบประมาณ ให้ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงโดยปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าความเปลี่ยนแปลงนั้น มีผล ไม่ว่าทางบวกหรือทางลบต่อส่วนหนึ่งส่วนใด ก็จำเป็นจะต้องนำมาพิจารณาร่วมกัน<br><br></div><div>1.2 ใครจะได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงนั้นบ้าง (Who will be affected from the change) ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล กลุ่มคน หรือทุกคน ก็ให้ถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ต้องนำมาบริหารจัดการให้สามารถสร้างประสิทธิภาพสูงสุดให้เกิดแก่การปฏิบัติของทุกๆคนได้ เนื่องจากแต่ละคนที่เป็นสมาชิกของทีมงานและองค์กร ต่างก็มีสถานภาพเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมของผู้อื่นทั้งสิ้น<br><br></div><div>2. ระบุการต่อต้านความเปลี่ยนแปลง (Identifying Resistance) เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลกระทบต่อสิ่งที่เคยเห็น เคยเป็น เคยมี (Status Quo) ของสังคมการทำงานและความเคยชินในการปฏิบัติงาน ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นเดิมๆที่เคยมีอยู่และเป็นอยู่ของสังคมการทำงาน และยิ่งถ้าเป็นความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายและทิศทางในการบริหารจัดการด้วยแล้ว การต่อต้านก็มีแนวโน้มสูงมาก ผู้นำหรือนักบริหารจึงจำเป็นต้องระบุให้ได้ว่า<br><br></div><div>2.1 ใครและกลุ่มใดบ้างที่ต่อต้านหรือจะต่อต้าน หรือมีแนวโน้มว่าจะต่อต้านความเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นจะต้องนำเข้ามา เพราะตัวบุคคลและกลุ่มคนที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมการต่อต้านที่แตกต่างกัน หากวิเคราะห์ไม่ทั่วถึงและจัดการปรับแต่งการต่อต้านต่อความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะส่งผลให้เกิดการต่อต้านในระยะยาวจนเกิดผลเสียต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในระยะยาวได้<br><br></div><div>2.2 ความรุนแรงของการต่อต้าน (Degree of resistance) มีมากน้อยเพียงใด ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับความคิดเห็น ความเชื่อ และผลประโยชน์ ของคนหรือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลง เช่น ถ้ามีผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิด ความคิดเห็นหรือแนวคิด ทฤษฎีที่ยึดถือปฏิบัติอยู่ ก็จะเกิดการต่อต้านเฉพาะในตอนแรกๆ เมื่อเกิดความเคยชินใหม่ๆ การต่อต้านก็จะลดลง แต่ถ้ามีผลกระทบต่อความเชื่อ ค่านิยม และปรัชญาการทำงานหรือการดำรงชีวิตของบุคคล ก็จะเกิดการต่อต้านที่รุนแรงขึ้น จนอาจถึงขั้นเกิดการรวมตัวกันต่อต้านความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างจริงจังก็อาจเป็นได้ ยิ่งถ้ามีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงที่สุดและยืดเยื้อจนยากที่จะแก้ไขได้ การวิเคราะห์ ทั้งในด้านลักษณะของความเปลี่ยนแปลงและการต่อต้านความเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง และถี่ถ้วน เพื่อให้สามารถวางแผนกลยุทธ์และบริหารความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากเกิดการต่อต้านจนเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว จะบริหารได้ยาก หรืออาจจะต้องยกเลิกการเปลี่ยนแปลงนั้นไปเลยก็มี<br><br></div><div>3. กำหนดและวางแผนมอบหมายความรับผิดชอบ (Allocating Responsibility) ในฐานะนักบริหาร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทีมงานที่มีความเข้าใจในความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายถึง ผู้บริหารจะต้องศึกษาความเปลี่ยนแปลงอย่างถ่องแท้ ว่าเหตุใดจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าองค์การไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น และโอกาสที่จะไม่รับความเปลี่ยนแปลงนั้นมีมากน้อยเพียงใด ตลอดจนมองเห็นไปในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์ว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว มีอะไรเป็นข้อดีและมีอะไรเป็นข้อเสียบ้าง เมื่อได้ทำความเข้าใจกันในทีมของผู้บริหารแล้ว ซักซ้อมรายละเอียดที่มองเห็นด้วยกันแล้ว ตลอดจนยอมรับว่าต้องบริหารให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวแล้ว จึงร่วมกันตกลงแบ่งความรับผิดชอบกันให้ได้ว่า<br><br></div><div>3.1 ใครจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำในด้านใด เพื่อให้ทั้งทีมมีเอกภาพ เช่น ทีมงานประชาสัมพันธ์ ทีมงานตอบข้อโต้แย้งและตอบคำถาม ทีมงานพัฒนาและฝึกอบรมทีมงานแก้ปัญหาข้อจำกัดต่างๆ ทีมงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมและทีมงานประสานความร่วมมือ เป็นต้น โดยผู้บริหารที่เป็นหัวหน้าทีมแต่ละทีมมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการสร้างความเข้าใจเบื้องต้นที่ถูกต้องด้านข้อมูลของความเปลี่ยนแปลงให้แก่ทีมงานของตัวเองก่อน เพื่อให้แต่ละทีมสามารถขับเคลื่อนภารกิจที่ได้รับมอบหมายต่อไปได้<br><br></div><div>3.2 จัดให้มีระบบการสื่อสารที่รวดเร็วและชัดเจนเพื่อป้องกันการเข้าใจคลาดเคลื่อนและข่าวลือ ซึ่งจะทำให้เกิดการต่อต้านมากขึ้น โดยเฉพาะทีมงานของผู้บริหารระดับสูงด้วยกัน จะต้องทำให้เกิดการสื่อสารสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันได้อย่างคล่องตัวและทันเวลา<br><br></div><div>4. พัฒนายุทธศาสตร์และนำแผนยุทธศาสตร์การบริหารความเปลี่ยนแปลงสู่การปฏิบัติ (Developing and Implementing Strategies) โดยทีมงานผู้บริหารซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำของทีมงานแต่ละทีม ต้องร่วมประชุมและกำหนดยุทธศาสตร์หรือแนวทางร่วมกันเพื่อจะได้เข้าใจและดำเนินไปด้วยกันได้ว่าทีมงานได้ใช้แนวทางและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานเพื่อจะได้ร่วมกันดำเนินงานให้สอดคล้องรองรับซึ่งกันและกัน ทั้งในด้าน<br><br></div><div>4.1 เป้าหมาย (Target) ที่คาดว่าจะไปให้ถึงโดยใช้กลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ของแต่ละทีม ซึ่งจะต้องสอดคล้องรองรับซึ่งกันและกัน<br><br></div><div>4.2 ระยะเวลา (Time) ที่แต่ละกลยุทธ์เริ่มนำสู่การปฏิบัติและการสิ้นสุด<br><br></div><div>4.3 วิธีการวัดผล (Assessing Method) เพื่อจะให้สามารถทราบได้ว่า บรรลุเป้าหมายโดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้แต่ละกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ที่ใช้ ควรมีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจนรวมอยู่ด้วย<br><br></div><div>5. การติดตามความก้าวหน้า (Progress Monitoring) โดยอาศัยแผนยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้แล้วเพื่อ<br><br></div><div>5.1 ปรับปรุงแก้ไขยุทธศาสตร์ที่ยังไม่สามารถสร้าง ประสิทธิภาพได้เท่าที่ควร ให้มีความเหมาะสมและทันต่อ ความเปลี่ยนแปลงของปัญหาให้ได้มากขึ้น<br><br></div><div>5.2 เพิ่มเติมยุทธศาสตร์ใหม่ๆให้สามารถเชื่อมโยงแผนยุทธ ศาสตร์ที่มีอยู่แล้วเข้าด้วยกันให้เกิดความกระชับและมี ประสิทธิภาพมากขึ้น<br><br></div><div>5.3 ยกย่องชมเชยและปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่ทีมงานแต่ละทีม ที่ได้ร่วมมือกันในการบริหาร ความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย<br><br></div><div>5.4 เพื่อร่วมกันภาคภูมิใจในความสำเร็จที่ได้รับและกระตุ้นให้ เกิดการยอมรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่จะเกิดมีขึ้นอีกในอนาคต<br><br></div><div>5.5 ประสานความคิดและประสานพลัง (Synergy) ในการทำงานเป็นทีม ทั้งทีมงานย่อยและทีมงานใหญ่โดยส่วนรวม เพื่อให้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่ยากและซับซ้อนกว่าเดิมได้มากขึ้นในอนาคต<br><br></div><div><strong>บทสรุป<br></strong><br></div><div>            จากแนวคิดทฤษฎีต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศสามารถสรุปได้ว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformation Leadership) หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้นำแสดงให้เห็นในการจัดการ หรือการบริหารงาน เป็นกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ตามและผู้ร่วมงาน โดยการเปลี่ยนสภาพหรือเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวัง พัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้น ทำให้เกิดความตระหนักรู้ในภารกิจและวิสัยทัศน์ของกลุ่ม จูงใจให้ผู้ร่วมงานมองไกลเกินกว่าความสนใจของพวกเขา ไปสู่ประโยชน์ของกลุ่มหรือสังคม ซึ่งกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงาน จะกระทำโดยผ่านองค์ประกอบพฤติกรรมเฉพาะ 4 ประการ คือ การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ การสร้างแรงบันดาลใจ การกระตุ้นทางปัญญา และการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล<br><br></div><div>           ทั้งนี้ลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยทั่วไปคือ<br><br></div><div>1) เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง<br><br></div><div>2) เป็นคนกล้าเปิดเผย<br><br></div><div>3) เป็นคนที่เชื่อมั่นในคนอื่น<br><br></div><div>4) ใช้คุณค่าเป็นแรงผลักดัน<br><br></div><div>5) เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต<br><br></div><div>6) มีความสามารถที่จะเผชิญกับความสลับซับซ้อน และ<br><br></div><div>7) เป็นผู้มองการณ์ไกล<br><br></div><div>            โดยอาศัยคุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้นำจึงจะดำเนินการเป็นผู้บริหารความเปลี่ยนแปลงโดยการตรวจวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง ระบุการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง กำหนดและมอบหมายความรับผิดชอบ พัฒนายุทธศาสตร์การบริหารและการนำไปใช้</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:13:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375509</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นิกร  โพธิ์เงิน</title>
         <author>pignikorn1975</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375974</link>
         <description><![CDATA[<div>PLC เป็นกระบวนการที่คณะครูจะนำไปแก้ปัญหานะกเรียน เพื่อจะพัฒนาผู้เรียนให้มีพฤติกรรมให้ดีขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:18:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334375974</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุนทร สีพันธ์บุ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376034</link>
         <description><![CDATA[<div>PLC  มีพัฒนาการมาจากกลยุทธ์ระดับองค์กรที่ มุ่งเน้นให้องค์กรมีการปรับตัวต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเริ่มพัฒนาจากแนวคิดองค์กรแห่งการ เรียนรู้และปรับประยุกต์ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน และการเรียนรู้ร่วมกันในทางวิชาชีพ  ที่มีหน้างานส าคัญคือความ รับผิดชอบการเรียนรู้ของผู้เรียนร่วมกันเป็นส าคัญจากการศึกษา หลายโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาด าเนินการในรูปแบบ  PLC พบว่าเกิดผลดีทางวิชาชีพครู และผู้เรียนที่มุ่งพัฒนาการของผู้เรียน เป็นสำคัญ LC</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:19:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376034</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nannapat0014</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376344</link>
         <description><![CDATA[<div>นางนันท์นภัส โพธิ์คำ<br>แนวทางการจัดทำ plc <br>-การศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น<br>ขั้นตอนการจัดทำ plc<br>1.เสนอปัญหา<br>2.คัดเลือกปัญหา<br>3.วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา<br>4.ออกแบบแก้ปัญหา<br>5.วิธีการแก้ปัญหา<br>6.สะท้อนผล<br>-ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง<br>-การพูดในชุมชน<br>-การพูดฉลับพลัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:22:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376344</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายชาตรี  สิงห์เทา</title>
         <author>naijiw25</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376387</link>
         <description><![CDATA[<div>สิ่งที่ชอบ<br><br>- แนวทางการทำ PLC เข้าใจง่าย<br>- ได้ฝึกพูดแบบฉับพลัน<br>- มีแรงบันดาลใจจากการได้รับฟังท่านผู้อำนวยการที่บริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็กจนสำเร็จ<br><br>สิ่งที่ได้เรียนรู้<br>- การทำ PLC เป็นการเรียนรู้เป็นกลุ่มแบบกัลยาณมิตรเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียน<br>- ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน กล้าที่นำพาคนอื่นเปลี่ยนแปลง<br><br>สิ่งที่นำไปใช้<br><br>- แนวทางการทำ PLC เข้าใจง่าย<br>- ได้ฝึกพูดแบบฉับพลัน<br>- มีแรงบันดาลใจจากการได้รับฟังท่านผู้อำนวยการที่บริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็กจนสำเร็จ<br>- การทำ PLC เป็นการเรียนรู้เป็นกลุ่มแบบกัลยาณมิตรเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียน<br>- ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน กล้าที่นำพาคนอื่นเปลี่ยนแปลง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:23:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376387</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>rabiaeb_5097</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376536</link>
         <description><![CDATA[<div>ระเบียบ  แพงศรี<br>Plc  เป็นกระบวนการร่วมกันคิดวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นและหาวิธีแก้ปัญหา  โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการปฏิบัติที่ประสบผลสำเร็จ  การได้ร่วมplcในกลุ่มยิ่งทำให้เกิดแนวความคิดที่ดี  เป็นดีกับผู้เรียน  และองค์กร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:24:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376536</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>kmnarin</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376565</link>
         <description><![CDATA[<div>คุณสมบัติ  นารินรักษ์<br><br>ขั้นตอน  PLC<br>   1.  เสนอปัญหา<br>    2. คัดเลือกปัญหา<br>    3. วิเคราะห์สาเหตุปัญหา<br>    4.  ออกแบบวิธีีีีีีีีีแก้ปัญหา<br>    5. นำเอาวิธีแก้ปัญหาไปใช้  <br>    6. ติดตามผลที่เกิด  </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:25:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376565</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สิรวิชญ์ เขียวดี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376624</link>
         <description><![CDATA[<div>PLC หมายถึง การรวมตัว ร่วมใจร่วมพลัง ร่วมทำ และร่วมเรียนรู้ร่วมกันของครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร มีวิสัยทัศน์ คุณค่า เป้าหมาย และภารกิจร่วมกัน โดยทำงานร่วมกันแบบทีม เรียนรู้ที่ครูเป็นผู้นำร่วมกัน และผู้บริหารแบบผู้ดูแลสนับสนุน สู่การเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพเปลี่ยนแปลงคุณภาพตนเอง สู่คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นความสำเร็จหรือประสิทธิผลของผู้เรียนเป็นสำคัญและความสุขของการทำงานร่วมกันของสมาชิกในชุมชนการเรียนรู้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:25:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376624</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัชร  เสนสม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376651</link>
         <description><![CDATA[<div>สิ่งที่ชอบ<br><br>- แนวทางการทำ PLC เข้าใจง่าย<br>- ได้ฝึกพูดแบบฉับพลัน<br>- มีแรงบันดาลใจจากการได้รับฟังท่านผู้อำนวยการที่บริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็กจนสำเร็จ<br><br>สิ่งที่ได้เรียนรู้<br>- การทำ PLC เป็นการเรียนรู้เป็นกลุ่มแบบกัลยาณมิตรเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียน<br>- ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน กล้าที่นำพาคนอื่นเปลี่ยนแปลง<br><br>สิ่งที่นำไปใช้<br><br>- แนวทางการทำ PLC เข้าใจง่าย<br>- ได้ฝึกพูดแบบฉับพลัน<br>- มีแรงบันดาลใจจากการได้รับฟังท่านผู้อำนวยการที่บริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็กจนสำเร็จ<br>- การทำ PLC เป็นการเรียนรู้เป็นกลุ่มแบบกัลยาณมิตรเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียน<br>- ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน กล้าที่นำพาคนอื่นเปลี่ยนแปลง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:25:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334376651</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชมพูนุท ศรีสุราช</title>
         <author>chomphupsr</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334377166</link>
         <description><![CDATA[<div>ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)<br>I like<br>แนวทางการจัด PLC ในสถานศึกษา<br>I learn<br>การนำวิธีการ PLC ไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพมาตรฐานและคุณลักษณะที่พึงประสงค์<br>- ผลดีต่อครูผู้สอนพบว่า PLC ส่งผลต่อครูผู้สอน คือลดความรู้สึกโดดเดี่ยวงานสอนของครู<br>-  เพิ่มความรู้สึกผูกพันต่อพันธกิจและเป้าหมายของโรงเรียนมากขึ้น <br>- เพิ่มความกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติให้บรรลุพันธกิจอย่างแข็งขัน <br>- เกิดความรู้สึกว่า ต้องการร่วมกันเรียนรู้และรับผิดชอบต่อพัฒนาการโดยรวมของนักเรียนถือเป็นพลังการเรียนรู้ซึ่งส่งผลให้การปฏิบัติการสอนในชั้นเรียนให้มีผลดียิ่งขึ้น <br>I will<br>จะนำแนวทาง PLC ไปใช้ที่สถานศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาในด้านการจัดการเรียนการสอน การบริหารในสถานศึกษาแห่งใหม่</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:30:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334377166</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>phuminragsawong</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334377379</link>
         <description><![CDATA[<div>ภูมินทร์ รักษาวงศ์<br>PLC<br>-เป็นกระบวนการพัฒนาครูที่ทำได้ทันที ไม่ต้องรอใครสั่งการ ลงทุนน้อย<br>-ในฐานะครูใหญ่ต้องเข้าใจถึงกระบวนการ PLC เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูต้องเป็นวัฒนธรรมองค์กร<br>ตามขั้นตอนดังนี้<br>1.ระบุปัญหา<br>2.เก็บข้อมูลปัญหา<br>3.วิเคราะห์ สะท้อนคิด สรุป<br>4.วางแผน/ปรับปรุงวิธีแก้ปัญหา/การออกแบบ<br>5.ลงมือปฏิบัติ/ทดลองใช้<br>6.เก็บข้อมูลหลักฐาน<br>7.วิเคราะห์ สะท้อนคิด สรุป</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 01:31:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334377379</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชา ท่าประโคน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334381959</link>
         <description><![CDATA[<div>โดยสรปุ PLC หมายถึง การรวมตัว ร่วมใจร่วมพลัง ร่วมทำ และร่วมเรียนรู้ร่วมกันของครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร มีวิสัยทัศน์ คุณค่า เป้าหมาย และภารกิจร่วมกัน โดยทำงานร่วมกันแบบทีม เรียนรู้ที่ครูเป็นผู้นำร่วมกัน และผู้บริหารแบบผู้ดูแลสนับสนุน สู่การเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพเปลี่ยนแปลงคุณภาพตนเอง สู่คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นความสำเร็จหรือประสิทธิผลของผู้เรียนเป็นสำคัญและความสุขของการทำงานร่วมกันของสมาชิกในชุมชนการเรียนรู้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 02:13:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334381959</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวินิตย์  พิชพันธ์</title>
         <author>kangkung_pich</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334406796</link>
         <description><![CDATA[<div>การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)</div><div>I like</div><div>การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)    คือ การรวมตัว รวมใจ รวมพลัง ร่วมมือกันของครู ผู้บริหาร และนักการศึกษา ในโรงเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ</div><div>ประเด็นที่ 1 ผลดีต่อครูผู้สอนพบว่า PLC ส่งผลต่อครูผู้สอนกล่าวคือลดความรู้สึกโดดเดี่ยวงานสอนของครู เพิ่มความรู้สึกผูกพันต่อพันธกิจและเป้าหมายของโรงเรียนมากขึ้น โดยเพิ่มความกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติให้บรรลุพันธกิจอย่างแข็งขัน จนเกิดความรู้สึกว่า ต้องการร่วมกันเรียนรู้และรับผิดชอบต่อพัฒนาการโดยรวมของนักเรียนถือเป็นพลังการเรียนรู้ซึ่งส่งผลให้การปฏิบัติการสอนในชั้นเรียนให้มีผลดียิ่งขึ้น กล่าวคือมีการค้นพบความรู้ และความเชื่อที่เกี่ยวกับวิธีการสอนและตัวผู้เรียนซึ่งที่เกิดจากการคอยสังเกตอย่างสนใจ รวมถึงเข้าใจในด้านเนื้อหาสาระ ที่ต้องจัดการเรียนรู้ได้แตกฉานยิ่งขึ้นจนตระหนักถึงบทบาทและพฤติกรรมการสอนที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด อีกทั้งการรับทราบข้อมูลสาระสนเทศต่างๆ ที่จำเป็นต่อวิชาชีพได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็วขึ้น ส่งผลดีต่อการปรับปรุงพัฒนางานวิชาชีพได้ตลอดเวลา เป็นผลให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาและอุทิศตนทางวิชาชีพเพื่อศิษย์ ซึ่งเป็นทั้งคุณค่าและขวัญกำลังใจต่อการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นที่สำคัญคือยังสามารถลดอัตราการลาหยุดงานน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนแบบเก่ายังพบว่ามีความก้าวหน้าในการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับลักษณะผู้เรียนได้อย่างเด่นชัดและรวดเร็วกว่าที่พบในโรงเรียนแบบเก่า มีความผูกพันที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้ปรากฏอย่างเด่นชัดและยั่งยืน<br>ประเด็นที่ 2 ผลดีต่อผู้เรียนพบว่า PLC ส่งผลต่อผู้เรียนกล่าวคือสามารถลดอัตราการตกซ้ำชั้น และจำนวนชั้นเรียนที่ต้องเลื่อนหรือชะลอการจัดการเรียนรู้ให้น้อยลง อัตราการขาดเรียนลดลงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์และวิชาการอ่านที่สูงขึ้นอย่างเด่นชัด เมื่อเทียบกับโรงเรียนแบบเก่าสุดท้ายคือมี ความแตกต่างด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มนักเรียนที่มีภูมิหลังไม่เหมือนกันและลดลงชัดเจน</div><div>I learn</div><div>กลยุทธ์ในการจัดการและใช้ชุมชนแห่งการเรียนทางรู้วิชาชีพ (PLC)</div><ol><li>รวมกลุ่ม PLC และขอจัดตั้งกลุ่ม</li><li>วิเคราะห์และระบุปัญหา/<br>สิ่งที่ต้องการพัฒนา</li><li>ออกแบบและจัดทำแผนการ<br>การจัดการเรียนรู้/กิจกรรม/นวัตกรรม</li><li>วิพากษ์  แลกเปลี่ยนเรียนรู้<br>และปรับปรุงแก้ไข</li><li>จัดการเรียนรู้ /กิจกรรม <br>/นวัตกรรมในห้องเรียนจริง</li><li>ประเมินผล / สะท้อนการจัดการเรียนรู้/กิจกรรม/นวัตกรรม</li><li>สรุปผลการจัดการเรียนรู้/กิจกรรม/นวัตกรรม และเผยแพร่</li></ol><div>I view</div><div>1. นำไปใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีประสิทธิภาพ</div><div>2. นำไปประยุกต์ใช้ในการร่วมมือ รวมพลังของทุกฝ่ายในการพัฒนาการเรียนการสอนสู่คุณภาพของผู้เรียน</div><div>3. ใช้เป็นการพัฒนาวิชาชีพครูด้วยการพัฒนาผู้เรียน<br>PLC  ให้ทุกคนคือคนเชี่ยวชาญในงานนั้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 08:00:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334406796</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวินิตย์  พิชพันธ์</title>
         <author>kangkung_pich</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407229</link>
         <description><![CDATA[<div>ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง</div><div>I like </div><div>7ภาวะผู้นำของ “โค้ชเอก” ช่วย 13 ชีวิตหมูป่าอคาเดมี่</div><div>5 วิธีการคิดแบบแจ็คหม่า ผู้นำความสำเร็จของอาลีบาบา</div><div>มารค์ ซัค เคอรเ์บิรก์ เผยเคล็ดลับการประสบความสำเร็จ</div><div>ภาวะความเป็นผู้น าของ Steve Jobs</div><div>แองเจลิน่า โจลี่ กับ ภาวะผู้นำ</div><div><br></div><div>I learn</div><div>7 ภาวะความเป็นผู้นำของ “โค้ชเอก” นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี ระหว่างการให้การดูแล ช่วยเหลือ ปกป้อง ลูกทีมฟุตบอลทั้ง 12 ชีวิตในขณะที่ติดอยู่ในถ้ำด้วยกัน กระทั่งมีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้ค้นพบ พูดคุย และพบว่าทั้ง 13 ชีวิต </div><div>จากกรณีภารกิจการค้นหานักฟุตบอลเยาวชนทีม “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” หายตัวไปพร้อมกับผู้ช่วยโค้ช “เอกพล จันทะวงษ์” หรือ โค้ชเอก อายุ 25 ปี รวม 13 คน ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน พื้นที่บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2561</div><div>1.มีการเตรียมความพร้อม หลังจากฝึกซ้อมฟุตบอลเสร็จ โค้ชเอกได้บอกกับเด็กๆ ให้เตรียมไฟฉาย น้ำดื่ม ขนม เชือกผูกเปลสีดำ รวมถึงเต็นท์ 2 หลังเข้าไปในถ้ำด้วย ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางเป็นอย่างดี เพราะโค้กเอกและเด็กๆ รู้ดีว่าไฟฉาย น้ำดื่ม รวมถึงเต็นท์น่าจะช่วยในเรื่องความอบอุ่นได้ และมีน้ำติดไปด้วยเพื่อแก้ความกระหาย <br>2.มีความผูกพันและรักใคร่ลูกทีม โค้ชเอกไม่ใช่แค่นักกีฬา แต่เขาเป็นมากกว่านั้น เพราะหากหลายๆ คนได้สังเกตรูปภาพที่โค้ชเอกและเด็กๆ ถ่ายด้วยกัน จะพบว่า แต่ละภาพจะสื่อถึงความผูกพันระหว่างโค้ชเอกกับเด็กๆ ทีมฟุตบอล โค้กเอกจะรักใคร่เด็กๆ เหมือนลูกหลาน เวลาที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ว่าง โค้ชเอกก็จะอาสาไปรับส่งเด็กๆ หลังจากเลิกเรียนให้ นอกจากนี้ เด็กๆ ทั้ง 12 คน และโค้ชเอก ยังชอบทำกิจกรรมการฝึกซ้อมด้วยกัน ทั้งแตะบอล และปั่นจักรยานทางไกล บางภาพทำให้เราได้เห็นโมเม้นต์ที่ตื้นตันใจมาก แววตาที่โค้ชมองน้องๆ เต็มไปด้วยความห่วงใย มีความผูกพันรักใคร่มากกว่าโค้ชและนักกีฬา ตรงนี้น่าจะมีส่วนช่วยให้โค้ชเอกให้การดูแลเด็กๆ ทั้ง 12 คนเป็นอย่างดีระหว่างอยู่ในถ้ำ<br>3.สร้างความสามัคคีให้กับลูกทีม โค้ชเอกพล ยังชอบพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรม ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ เล่นน้ำ ไปไหนไปกัน ทำให้เกิดความสามัคคีในทีม และเด็กๆ มักจะมีรอยยิ้มปรากฏในทุกภาพที่ไปกับโค้ช ทำให้ทางพ่อแม่ของเด็กเชื่อมั่นว่า โค้ชจะสามารถเป็นที่พึ่งทางใจและช่วยเด็กๆ ในการเอาตัวรอดในถ้ำได้เป็นอย่างดี ไม่มีทางที่โค้ชจะทิ้งเด็กๆ แน่นอน ที่สำคัญเมื่อลูกทีมฟุตบอลมีความสามัคคีกัน จะทำให้พวกเขามีความเข้มแข็ง มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ให้การช่วยเหลือ และดูแลกันเป็นอย่างดี <br>4.มีความเข้มแข็ง รักการออกกำลังกาย โค้ชเอกเป็นคนชอบเล่นฟุตบอล ชอบปั่นจักรยาน ในแต่ละครั้งที่ไปเที่ยวกลับมา ก็จะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง โดยสถานที่ที่โค้ชเอกเคยไป คือ ถ้ำหลวง ดอยตุง ผาหมี และมีบางครั้งที่จะพาเด็กๆ ไปด้วย บางครั้งโค้ชเอกพาเด็กๆ ไปไหว้พระที่วัดเช่นกัน ขณะเดียวกัน โค้ชเอกยังเป็นคนรักเด็ก นิสัยดี และไม่เกี่ยงงาน อีกทั้งเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง น่าจะปกป้องเด็กๆ ได้ดี<br>การเป็นผู้นำ, กำลังใจ, ขุนน้ำนางนอน, คนแปลกหน้าที่อยากเจอ, ความมุ่งมั่น, ถ้ำนางนอน, ถ้ำหลวง, ทีมฟุตบอล, ทีมฟุตบอลหมูป่า, ทีมหมูป่า, ผู้นำ, ภาวะการเป็นผู้นำ, ภาวะผู้นำของ, มีความมุ่งมั่น, ลูกทีม, ลูกทีมฟุตบอล, หมูป่าอะคาเดมี, เชียงราย, โค้ชเอก จากกรณีภารกิจการค้นหานักฟุตบอลเยาวชนทีม “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” หายตัวไปพร้อมกับผู้ช่วยโค้ช “เอกพล จันทะวงษ์” หรือ โค้ชเอก อายุ 25 ปี รวม 13 คน ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน พื้นที่บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2561 กระทั่งล่าสุดพบ 13 ชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 22.38 น. ของวันที่ 2 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ต่อมามีกระแสในโลกออนไลน์ ต่างแสดงความยินดีกับเจ้าหน้าที่ค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมีได้สำเร็จ พร้อมกับให้กำลังใจ โค้ชเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี ที่ดูแลเด็กๆ ขณะที่อยู่ในถ้ำหลวงให้อยู่รอดปลอดภัยได้ อย่าให้โทษเป็นความผิดตัวเอง วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะนำเสนอ 7 ภาวะความเป็นผู้นำของ “โค้ชเอก” นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี ระหว่างการให้การดูแล ช่วยเหลือ ปกป้อง ลูกทีมฟุตบอลทั้ง 12 ชีวิตในขณะที่ติดอยู่ในถ้ำด้วยกัน กระทั่งมีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้ค้นพบ พูดคุย และพบว่าทั้ง 13 ชีวิต ยังมีชีวิต และปลอดภัยทุกคน 1.มีการเตรียมความพร้อม หลังจากฝึกซ้อมฟุตบอลเสร็จ โค้ชเอกได้บอกกับเด็กๆ ให้เตรียมไฟฉาย น้ำดื่ม ขนม เชือกผูกเปลสีดำ รวมถึงเต็นท์ 2 หลังเข้าไปในถ้ำด้วย ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางเป็นอย่างดี เพราะโค้กเอกและเด็กๆ รู้ดีว่าไฟฉาย น้ำดื่ม รวมถึงเต็นท์น่าจะช่วยในเรื่องความอบอุ่นได้ และมีน้ำติดไปด้วยเพื่อแก้ความกระหาย<br> 2.มีความผูกพันและรักใคร่ลูกทีม โค้ชเอกไม่ใช่แค่นักกีฬา แต่เขาเป็นมากกว่านั้น เพราะหากหลายๆ คนได้สังเกตรูปภาพที่โค้ชเอกและเด็กๆ ถ่ายด้วยกัน จะพบว่า แต่ละภาพจะสื่อถึงความผูกพันระหว่างโค้ชเอกกับเด็กๆ ทีมฟุตบอล โค้กเอกจะรักใคร่เด็กๆ เหมือนลูกหลาน เวลาที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ว่าง โค้ชเอกก็จะอาสาไปรับส่งเด็กๆ หลังจากเลิกเรียนให้ นอกจากนี้ เด็กๆ ทั้ง 12 คน และโค้ชเอก ยังชอบทำกิจกรรมการฝึกซ้อมด้วยกัน ทั้งแตะบอล และปั่นจักรยานทางไกล บางภาพทำให้เราได้เห็นโมเม้นต์ที่ตื้นตันใจมาก แววตาที่โค้ชมองน้องๆ เต็มไปด้วยความห่วงใย มีความผูกพันรักใคร่มากกว่าโค้ชและนักกีฬา ตรงนี้น่าจะมีส่วนช่วยให้โค้ชเอกให้การดูแลเด็กๆ ทั้ง 12 คนเป็นอย่างดีระหว่างอยู่ในถ้ำ 3.สร้างความสามัคคีให้กับลูกทีม โค้ชเอกพล ยังชอบพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรม ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ เล่นน้ำ ไปไหนไปกัน ทำให้เกิดความสามัคคีในทีม และเด็กๆ มักจะมีรอยยิ้มปรากฏในทุกภาพที่ไปกับโค้ช ทำให้ทางพ่อแม่ของเด็กเชื่อมั่นว่า โค้ชจะสามารถเป็นที่พึ่งทางใจและช่วยเด็กๆ ในการเอาตัวรอดในถ้ำได้เป็นอย่างดี ไม่มีทางที่โค้ชจะทิ้งเด็กๆ แน่นอน ที่สำคัญเมื่อลูกทีมฟุตบอลมีความสามัคคีกัน จะทำให้พวกเขามีความเข้มแข็ง มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ให้การช่วยเหลือ และดูแลกันเป็นอย่างดี 4.มีความเข้มแข็ง รักการออกกำลังกาย โค้ชเอกเป็นคนชอบเล่นฟุตบอล ชอบปั่นจักรยาน ในแต่ละครั้งที่ไปเที่ยวกลับมา ก็จะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง โดยสถานที่ที่โค้ชเอกเคยไป คือ ถ้ำหลวง ดอยตุง ผาหมี และมีบางครั้งที่จะพาเด็กๆ ไปด้วย บางครั้งโค้ชเอกพาเด็กๆ ไปไหว้พระที่วัดเช่นกัน ขณะเดียวกัน โค้ชเอกยังเป็นคนรักเด็ก นิสัยดี และไม่เกี่ยงงาน อีกทั้งเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง น่าจะปกป้องเด็กๆ ได้ดี 5.มีสติ สมาธิ ปัญญา ก่อนจะมารับบทบาทเป็น “โค้ช” ถ่ายทอดวิชาลูกหนังให้กับเยาวชน “โค้ชเอก” เอกพล จันทะวงษ์ เคยบวชเรียนมาอย่างยาวนานถึง 8 ปีเต็ม จนหลายคนคิดว่า เขาอาจจะหันหลังให้กับทางโลกอย่างถาวร แต่เจ้าตัวก็ตัดสินใจลาสิกขา เพื่อเดินทางสู่ทางโลกอย่างเต็มตัว และเลือกเส้นทางการเป็นโค้ชฟุตบอลเป็นอาชีพแรกในชีวิต ขณะเดียวกัน โค้ชเอกสมัยเป็นพระยังเคยจำศีลในถ้ำด้วย จึงมีความเป็นไปได้ที่โค้ชเอกจะสอนน้องๆ ทั้ง 12 คน ให้นั่งสมาธิ อยู่นิ่งๆ จะได้ไม่หิว เพราะการนั่งสมาธิทำให้ไม่หิวได้ 6.รู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โค้ชเอกสามารถดูแลเด็กๆ ได้ เพราะเป็นคนที่แข็งแรง และมีสติปัญญาดี ซึ่งโค้ชเอกคงใช้จะสมาธิที่บวชพระมาเป็นระยะเวลา 8 ปี ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อน้ำไหลเข้าถ้ำเรื่อยๆ โค้ชเอกน่าจะพาลูกทีมฟุตบอล เดินหนีน้ำไปยังที่สูงเรื่อยๆ ที่สำคัญโค้ชแกยังคอยดูแลเด็กๆ บอกให้นอนนิ่งๆ กินน้ำจากถ้ำที่หยดลงมา พร้อมทั้งความอดทน ของเด็กๆ ทนต่อความหิว ความมืด ความเย็น ความร้อน และสิ่งแวดล้อมในถ้ำ อดข้าว จนอยู่มากว่า 10 วันได้<br>7.มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ โค้ชเอกมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ในการสร้างทีมหมูป่าให้มีชื่อเสียงโด่งดัง และปลุกปั้นเยาวชนให้ติดทีมฟุตบอลอาชีพ ที่สำคัญก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 โค้ชเอกยังมีความใฝ่ฝันพาลูกทีมของตนเอง มาเยือนสโมสรสนามเมืองทอง ยูไนเต็ดให้ได้ในสักวัน ด้วยเหตุนี้น่าจะทำให้โค้ชเอกปลุกพลัง ปลุกจิตใจของเด็กๆ ให้มีความเข็มแข็ง เพื่อที่จะพาเด็กๆ ทีมฟุตบอลไปเยือนสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ตามความมุ่งมั่นและตั้งใจของของตัวเองให้ได้</div><div><br></div><div>i view</div><div>นำไปประยุกต์ใช้ในการคิดโมเดลการพัฒนากระบวนการจัดการศึกษา ระบบบริหารการทำงานการจัดการศึกษาในโรงเรียนของตน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 08:05:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407229</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวินิตย์  พิชพันธ์</title>
         <author>kangkung_pich</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407281</link>
         <description><![CDATA[<div>ทักษะการพูด<br>I like </div><div>การพูด หมายถึง การแสดงหรือการถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความรู้สึก และความต้องการของผู้พูด<br>ออกมา โดยอาศัยถ้อยคำ น้ำเสียง รวมทั้งกิริยาท่าทาง ทำให้ผู้ฟังได้ยินและเข้าใจจุดมุ่งหมายของผู้พูด จน<br>สามารถแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบให้ผู้พูดทราบจน เป็นที่เข้าใจกันได้</div><div>I learnการพูดในโอกาสต่าง ๆ เป็นการพูดที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวันตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มี<br>องค์ประกอบส ำคัญที่ผู้พูดจะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ<br>1. กาละ หมายถึง วัน เวลา ที่การพูดเกิดขึ้น เช่น ตอนเช้า สาย บ่าย ค่ำ หรือระหว่างการรับประทานอาหาร การนั่งฟังบรรยาย<br>2. เทศะ หมายถึง สถานที่ที่การพูดนั้นได้กระทำหรือแสดงออกเช่น ในสำนักงาน ในห้องประชุม <br>ในห้องรับแขก ในครัว ในโรงภาพยนตร์ ในห้องเรียน ฯลฯ<br>3. สัมพันธภาพ หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง เช่น ความสนิทสนมความเป็นเพื่อน <br>พนักงานกับนายจ้าง ครูกับศิษย์ บิดากับมารดา หรือบิดา-มารดากับบุตร ประชาชนผู้มาติดต่อราชการกับ<br>เจ้าหน้าที่ ฯลฯ สังคมได้กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไว้ตามครรลองของวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี<br>4. จุดมุ่งหมายของการพูด หมายถึง ความต้องการในเจตนาในการพูดทั้งของผู้พูดและผู้ฟัง เช่น เพื่อ<br>สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อหาข้อมูลและวิธีการในการปฏิบัติ เพื่อโน้มน้าวใจเพื่อให้เกิดการคล้อยตาม<br>เห็นด้วย เพื่อให้เกิดความสบายใจ อบอุ่น เพื่อให้เกิดกำลังใจ ฮึกเหิม ฯลฯ<br>5. เนื้อหาของการพูด หมายถึง สารที่ผู้พูดและผู้ฟังพูดโต้ตอบกันโดยอาศัยระบบสัญลักษณ์ทั้งอวัจนภาษา<br>และวัจนภาษา เนื้อหาของการพูดควรจะมีความต่อเนื่อง ตอบได้ซึ่งกันและกันระหว่างคู่สนทนาหากเป็นการพูด<br>ต่อกลุ่มการพูดต่อสาธารณชนนอกจากความต่อเนื่องแล้ว ควรจะมีความกระจ่างชัดเจนความถูกต้องด้านการใช้<br>ภาษา เรียงลำดับความได้ดี ฯลฯ<br>6. โอกาส หมายถึง เหตุการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการพูดนั้น ๆ โดยมักจะเกี่ยวพันกับ<br>กาลเทศะ ซึ่งทำให้เกิดการพูดตามโอกาสขึ้น อันเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงลงไป เช่น การกล่าวอวยพรเนื่องในวัน<br>ขึ้นปีใหม่ การกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวในงานสมรส การกล่าวขอบคุณวิทยากร การกล่าวแสดงความคิดเห็นใน<br>การพัฒนาการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท ฯลฯ<br>7. มารยาท หมายถึง แนวทางในการออกแสดงของพฤติกรรมการพูด หรือกฎเกณฑ์ ขนบธรรมเนียม <br>ตลอดจนคุณธรรมประจำใจทั้งของผู้พูดและผู้ฟัง เช่น ในการกล่าวขอบคุณวิทยากร ซึ่งเชิญมาบรรยาย แม้ว่า<br>การบรรยายจะน่าเบื่อหน่ายอยู่บ้าง ผู้กล่าวขอบคุณก็ไม่ควรพูดกระทบกระเทียบตำหนิ เย้ยหยัน และสรุปจบ<br>ลงด้วยคำขอบคุณอันไพเราะ เพราะจนแสดงถึงความไม่จริงใจของผู้พูดและถือว่าไม่เหมาะสมวัฒนธรรมไทย <br>เป็นต้น</div><div>I view</div><div>นำไปประยุกต์ใช้</div><div>1. การพัฒนาหลักการพูดที่ดีของตนเองมาใช้ในการพูดในโอกาสต่าง ๆ ที่จะต้องมีพิธีกรหรือไม่มีพิธีกรหรือเป็นการพูดที่เป็นลักษณะตัวแทนขององค์กร ชุมชนต่าง ๆ เพื่อการให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและถูกต้องเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของการพูด</div><div>2. การพัฒนาเทคนิควิธีการพูดในโอกาสต่าง ๆ หน้าที่และการปฏิบัติหน้าที่พิธีกรของตนเองเพื่อความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่หากได้รับมอบหมายหน้าที่พิธีกร</div><div>และทักษะการพูดฉับพลัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 08:06:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407281</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวินิตย์  พิชพันธ์</title>
         <author>kangkung_pich</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407324</link>
         <description><![CDATA[<div>การบริหารวิชาการ<br>I like </div><div>การบริหารงานวิชาการ เป็นงานสําคัญที่สุดสําหรับผู้บริหารสถานศึกษา เป็นการบริหารกิจกรรมทุก<br>ประเภทในโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สื่อ เทคโนโลยีเพื่อ<br>การศึกษา การปรับปรุงการเรียนการสอน การนิเทศการศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียน การประเมิน<br>มาตรฐานสถานศึกษา เพื่อปรับปรุงคุณภาพ และประสิทธิภาพของสถานศึกษา เป็นการบริหารสถานศึกษา โดย<br>จัดกิจกรรมที่เกี่ยวของกับการเรียนการสอนให้ได้ผลดี มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน</div><div>I learn</div><div>การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ มีแนวทางในการดําเนินงาน ดังนี้ <br> 1 จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัดของผูเรียนโดยคํานึงถึง<br>ความแตกต่างระหว่างบุคคล <br> 2 ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ปัญหา <br> 3 จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงฝึกการปฏิบัติให้ทําได้ คิดเป็น ทําเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง <br> 4 จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ดานต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา<br> 5 ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอํานวย <br>ความสะดวกเพื่อใหผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ <br>6 จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่มีการประสานความร่วมมือ กับบิดามารดา และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ</div><div>I view</div><div>การนำไปประยุกต์ใช้ด้านการบริหารวิชาการ ดังนี้<br> 1.1 การพัฒนาหรือการดําเนินการดําเนินการเกี่ยวกับการให้ความเห็นการพัฒนาสาระหลักสูตรท้องถิ่น <br> 1.2 การวางแผนงานด้านวิชาการ <br> 1.3 การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา <br> 1.4 การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา <br> 1.5 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้<br> 1.6 การวัดผล ประเมินผล และดําเนินการเทียบโอนผลการเรียน <br> 1.7 การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา <br> 1.8 การพัฒนาและส่งเสริมใหมีแหล่งเรียนรู้<br> 1.9 การนิเทศการศึกษา <br> 1.10 การแนะแนว <br> 1.11 การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและมาตรฐานการศึกษา <br> 1.12 การส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็งทางวิชาการ <br> 1.13 การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่น <br> 1.14 การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก6บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน <br>สถานประกอบการและสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา <br> 1.15 การจัดทําระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษา <br> 1.16 การคัดเลือกหนังสือ แบบเรียนเพื่อใชในสถานศึกษา <br> 1.17 การพัฒนาและใชสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 08:06:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวินิตย์  พิชพันธ์</title>
         <author>kangkung_pich</author>
         <link>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407365</link>
         <description><![CDATA[<div>การบริหารการเงินงบประมาณ<br>I like </div><div>การบริหารและการจัดการศึกษาของโรงเรียนนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนจัดการศึกษา<br>อย่างเป็นอิสระ คล่องตัว สามารถบริหารการจัดการศึกษาได้สะดวก รวดเร็วมีประสิทธิภาพและมี <br>ความรับผิดชอบโรงเรียนนิติบุคคล นอกจากมีอํานาจหนาที่ตามวัตถุประสงค์ข้างต้นแล้ว ยังมีอํานาจหน้าที่<br>ตามที่กฎระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของโรงเรียน <br>ขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 กฎหมาย<br>การศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดให้โรงเรียนนิติบุคคล <br>มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้ <br>1. ให้ผู้อํานวยการโรงเรียนเป็นผู้แทนนิติบุคคลในกิจการทั่วไปของโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก <br>2. ให้โรงเรียนมีอํานาจปกครอง ดูแล บํารุง รักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน <br>ที่มีผู้บริจาคให้ เว้นแต่การจําหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้บริจาคให้โรงเรียน ต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน <br>3. ให้โรงเรียนจดทะเบียนลิขสิทธิ์หรือดําเนินการทางทะเบียนทรัพย์สินต่าง ๆ ที่มีผู้อุทิศให้หรือ<br>โครงการซื้อ แลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษาให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษา <br>4. กรณีโรงเรียนดําเนินคดีเป็นผู้ฟ้องร้องหรือถูกฟ้องร้อง ผู้บริหารจะต้องดําเนินคดีแทนสถานศึกษา<br>หรือถูกฟ้องร่วมกับสถานศึกษา ถ้าถูกฟ้องโดยมิได้อยู่ในการปฏิบัติราชการ ในกรอบอํานาจ ผู้บริหาร <br>ต้องรับผิดชอบเป็นการเฉพาะตัว <br>5. โรงเรียนจัดทํางบดุลประจําปีและรายงานสาธารณะทุกสิ้นปีงบประมาณ</div><div>I learn</div><div>รายจ่ายตามงบประมาณ จําแนกออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ <br>1. รายจ่ายของสวนราชการและรัฐวิสาหกิจ <br> (1) งบบุคลากร <br>(2) งบดําเนินงาน <br>(3) งบลงทุน <br>(4) งบเงินอุดหนุน <br>(5) งบรายจ่ายอื่น</div><div>2.รายจ่ายงบกลาง</div><div>การจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน แบ่งการใช้ตามสัดส่วน ด้านวิชาการ : ด้านบริหารทั่วไป : <br>สํารองจ่ายทั้ง 2 ด้าน คือ <br>1. ด้านวิชาการ ให้สัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 นําไปใช้ได้ในเรื่อง <br>1.1 จัดหาวัสดุและครุภัณฑ์ที่จําเป็นต่อการเรียนการสอน <br>1.2 ซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์<br>1.3 การพัฒนาบุคลากรด้านการสอน เช่น ส่งครูเข้าอบรมสัมมนา ค่าจ้างชั่วคราวของครู  ปฏิบัติการสอน ค่าสอนพิเศษ <br>2. ด้านบริหารทั่วไป ให้สัดส่วนไม่เกินร้อยละ 30 นําไปใช้ได้ในเรื่อง<br>2.1 ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์และค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ค่าจ้างชั่วคราวที่ไม่ใช่ปฏิบัติการสอน <br> ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย <br>2.2 สํารองจ่ายนอกเหนือด้านวิชาการและด้านบริหารทั่วไป ให้สัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 นําไปใชในเรื่องงานตามนโยบาย</div><div>I view </div><div>นำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารกลุ่มงานงบประมาณ</div><div>1. การจัดทําและเสนอของบประมาณ <br>1.1 การวิเคราะห์และพัฒนานโยบายทางการศึกษา <br>1.2 การจัดทําแผนกลยุทธ์หรือแผนพัฒนาการศึกษา <br> 1.3 การวิเคราะห์ความเหมาะสมการเสนอของบประมาณ<br>2. การจัดสรรงบประมาณ <br>2.1 การจัดสรรงบประมาณในสถานศึกษา <br>2.2 การเบิกจ่ายและการอนุมัติงบประมาณ <br>2.3 การโอนเงินงบประมาณ</div><div>3. การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้เงินและผลการดําเนินงาน <br>3.1 การตรวจสอบติดตามการใช้เงินและผลการดําเนินงาน <br>3.2 การประเมินผลการใช้เงินและผลการดําเนินงาน <br>4. การระดมทรัพยากร และการลงทุนเพื่อการศึกษา <br>4.1 การจัดการทรัพยากร <br>4.2 การระดมทรัพยากร <br>4.3 การจัดหารายไดและผลประโยชน์ <br>4.4 กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา <br>4.5 กองทุนสวัสดิการเพื่อการศึกษา <br>5. การบริหารการเงิน <br>5.1 การเบิกเงินจากคลัง <br>5.2 การรับเงิน <br>5.3 การเก็บรักษาเงิน <br>5.4 การจ่ายเงิน <br>5.5 การนําส่งเงิน <br>5.6 การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี <br>6. การบริหารบัญชี <br>6.1 การจัดทําบัญชีการเงิน <br>6.2 การจัดทํารายงานทางการเงินและงบการเงิน <br>6.3 การจัดทําและจัดหาแบบพิมพ์บัญชี ทะเบียน และรายงาน <br>7. การบริหารพัสดุและสินทรัพย์<br>7.1 การจัดทําระบบฐานขอมูลสินทรัพย์ของสถานศึกษา <br>7.2 การจัดหาพัสดุ <br>7.3 การกําหนดแบบรูปรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะและจัดซื้อจัดจ้าง <br>7.4 การควบคุมดูแล บํารุงรักษา และจําหน่ายพัสดุ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-02-23 08:07:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/keawsira1/p80st0z0buxt/wish/334407365</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
