<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ประวัติศาสตร์ ม.3 การปกครองสมัยรัชกาลที่ 4-7 by panida phonbun</title>
      <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83</link>
      <description>ให้นักเรียนสรุปรูปแบบการปกครอง 4-7 มาโดยย่อให้เข้าใจ</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-27 05:30:13 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-08-09 03:41:32 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1474533855/2c4a27fb81994682df9bcae905652eb5/98.jpg</url>
      </image>
      <item>
         <title>อภิเดช บรรเลงกอง เลขที่7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070526745</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปเเบบการปกครอง ร.4-7</p><p><br></p><p>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394–2411):</p><p><br></p><p>การปฏิรูปการปกครอง: พระองค์ได้เริ่มมีการปฏิรูประบบราชการและการบริหารงาน เช่น การจัดตั้งกระทรวงที่มีหน้าที่เฉพาะทาง และการจัดตั้งระบบราชการกลางที่มีความชัดเจนมากขึ้น</p><p>การเปิดประเทศ: มีการเปิดประเทศให้สัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น โดยการลงนามในสนธิสัญญาต่างๆ เช่น สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นเอกราชได้</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411–2453):</p><p><br></p><p>การปฏิรูประบบการปกครอง: มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครอง โดยการจัดตั้งกระทรวงและกรมที่มีความรับผิดชอบเฉพาะทางมากขึ้น และการยกเลิกระบบไพร่และทาส</p><p>การปฏิรูประบบการศึกษาและการสาธารณสุข: มีการส่งเสริมการศึกษาสำหรับประชาชน และการจัดตั้งโรงพยาบาลและการพัฒนาสาธารณสุข</p><p><br></p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453–2468):</p><p><br></p><p>การสร้างความเป็นปึกแผ่น: รัชกาลที่ 6 ได้เน้นการสร้างความเป็นปึกแผ่นและการปกครองที่มีระเบียบ เช่น การส่งเสริมความรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนากองทัพ</p><p>การสนับสนุนการกีฬาและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการกีฬาและการทำกิจกรรมที่มีส่วนในการสร้างความสามัคคีในชาติ</p><p><br></p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468–2475):</p><p><br></p><p>การปฏิรูประบบการปกครองครั้งใหญ่: เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและการปกครอง</p><p>การปกครองแบบประชาธิปไตย: นำไปสู่การปฏิวัติ 2475 ซึ่งทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/3/3f/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1_%284%29.JPG" />
         <pubDate>2024-08-08 07:54:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070526745</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.วารุญา พรหมศิลา 29 ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070526998</link>
         <description><![CDATA[<p>รัชกาลที่4</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>รัชกาลที่5</p><p>การใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวงซึ่งในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 นี้เอง ที่ได้ยกเลิกระบบจตุสดมภ์ และมีการใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวง</p><p><br></p><p>รัชกาลที6</p><p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่” (The New Republic)</p><p><br></p><p>รัชกาลที่7</p><p>ทรงริเริ่มปรับปรุงการปกครองท้องถิ่น “เทศบาล”</p><p>จนมาถึง พ.ศ. 2469 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังพระราชดำริที่ปรากฎในพระราชบันทึก “Democracy in Siam”</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/eb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:55:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070526998</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ. ภคพร กวดขัน เลขที่ 32 ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527532</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร.4-7</p><p><br></p><p><strong>ร.4</strong> &gt; ด้านการปกครอง</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p><strong>ร.5</strong> &gt; พระยาราชเสนา ข้าราชการซึ่งทำงานในกระทรวงมหาดไทยเป็นเวลานานได้กล่าวว่า การปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล คือระบบการปกครองในลักษณะที่จัดให้ข้าราชการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้วางพระทัยไปทำหน้าที่แบ่งเบาภาระของรัฐบาลกลางในการปกครองราษฎรในส่วนภูมิภาคให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข และบ้านเมืองมีความเจริญทั่วถึงกัน</p><p><br></p><p><strong>ร.6</strong> &gt; การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</p><p>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น กองทัพอากาศ</p><p><br></p><p><strong>ร.7 </strong>&gt; รัชกาลที่ 7 ทรงริเริ่มปรับปรุงการปกครองท้องถิ่น “เทศบาล”</p><p>จนมาถึง พ.ศ. 2469 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังพระราชดำริที่ปรากฎในพระราชบันทึก</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637406749/048842022c42404d1a17a623887dbb01/inbound7888206856665413076.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:56:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527532</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.สุธาสินี ปุสวิโร เลขที่26 ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527535</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร.4-7</p><p>• <strong>รัชกาลที่4</strong></p><p>ทรงแก้ไขเปลี่ยนแปลงประเพณีบางอย่าง เพื่อให้ราษฎร มีโอกาสใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ คือ เปิดโอกาสให้ราษฎร เข้าเฝ้าได้โดยสะดวก ให้ราษฎรเข้าเฝ้าถวายฎีการ้องทุกข์ได้ ในขณะที่ทรงเสด็จพระราชดำเนิน</p><p>• <strong>รัชกาลที่5</strong></p><p>การใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวงซึ่งในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 นี้เอง ที่ได้ยกเลิกระบบจตุสดมภ์ และมีการใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวง ที่มีการใช้กันโดยทั่วไปในกลุ่มประเทศยุโรป โดยในช่วงแรกมีการจัดตั้งกระทรวงขึ้นมา 12 กระทรวง แบ่งเป็นกระทรวงที่มาจากกรมที่มีอยู่ในอดีต 6 กรม</p><p>• <strong>รัชกาลที่6</strong></p><p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่”</p><p>•<strong> รัชกาลที่7</strong></p><p>ปฏิรูปการศึกษาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การปฏิรูปดังกล่าวมีผลทำให้ผู้ได้รับการศึกษาแบบตะวันตกจากประเทศตะวันตก กลายเป็นผู้นำสมัยใหม่ รับแนวความคิดแบบประชาธิปไตยเป็นการเปลี่ยนแปลงความคิดจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ให้เป็นระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637402776/4e5da0cdd8a49cd397f146588fd7e48a/5.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:56:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527535</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วงศกร ว่องคุณากร เลขที่12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527699</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร.4-7</p><p>รัชกาลที่4</p><p>พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 48 ตามประวัติศาสตร์ไทย มีพระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้ามงกุฎ" เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ตรงกับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช[1] เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 43 และเป็นลำดับที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี</p><p>ยุคปรับปรุงประเทศตามแบบตะวันตก สมัยรัชกาลที่ 4 ปกครอง ตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และคงรูปแบบการบริหารประเทศ เหมือนเดิม แต่ได้เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกประเพณีบางอย่าง เพื่อให้ สอดคล้องวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่เข้ามาในประเทศ</p><p>เช่น ยกเลิกประเพณี การไม่สวมเสื้อขณะเข้าเฝ้า</p><p>รัชกาลที่5</p><p>พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (20 กันยายน พ.ศ. 2396 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 49 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. 1215 ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 1 ในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง พ.ศ. 2411 [3] เสด็จสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ แรม 4 ค่ำ เดือน 11 ปีจอ ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ด้วยโรคพระวักกะการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มปรับปรุงแผนการปกครองตามแบบอย่างคตินิยมตะวันตกไปบ้างแล้ว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p><p>รัชกาลที่6</p><p>พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (1 มกราคม พ.ศ. 2424 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 50 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง โทศก จ.ศ. 1242 ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2424 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 32 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระองค์ที่ 3 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสวยราชสมบัติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ปีฉลู รวมพระชนมพรรษา 44 พรรษา ดำรงราชสมบัติรวม 15 ปี ด้านการปกครอง</p><p>          การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</p><p>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น กองทัพอากาศ</p><p>รัชกาลที่7</p><p>รูปแบบการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่น “เทศบาล” เริ่มมีใช้ตั้งแต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เรียกว่า “ศุขาภิบาล” ตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2440 โดยคณะกรรมการศุขาภิบาลได้รับการแต่งตั้งจากข้าราชการและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาใน พ.ศ. 2452 ช่วงปลายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการศุขาภิบาลให้เป็นการปกครองตนเองที่เรียกว่า ประชาภิบาล (municipality) แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 – 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 51 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ แรม 14 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง เบญจศก จ.ศ. 1255 เวลา 12.25 น. หรือตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 96 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระองค์ที่ 15 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 และสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 รวมดำรงราชสมบัติ 9 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 สิริพระชนมพรรษา 47 พรรษา</p><p><br></p><p><br></p><p> ยกเลิกประเพณี การไม่สวมเสื้อขณะเข้าเฝ้า</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/eb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:56:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527699</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฉัตรวิรุฬห์ ภูทัยเจริญ ม.3/6เลขที่15</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527867</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบกปกครองร.4-ร.7</p><p><br></p><p>ร.4</p><p>ด้านการปกครอง</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>ร.5</p><p>การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มปรับปรุงแผนการปกครองตามแบบอย่างคตินิยมตะวันตกไปบ้างแล้ว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก</p><p><br></p><p>ร.6</p><p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีเริ่มพระราชภารกิจในด้านการปกครองมาแต่ครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับพระราชภาระเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ในระหว่างที่สมเด็จพระบรมชนกนาถมิได้ประทับในพระนครอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2450</p><p><br></p><p>ร.7</p><p>รัชกาลที่ 7 ทรงริเริ่มปรับปรุงการปกครองท้องถิ่น “เทศบาล”</p><p>จนมาถึง พ.ศ. 2469 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังพระราชดำริที่ปรากฎในพระราชบันทึก “Democracy in Siam” ความว่า “…การศึกษาของเราเพื่อไปสู่ระบอบประชาธิปไตยจะเป็นการจัดตั้งเทศบาลขึ้นในที่ต่าง ๆ …จะเป็นปัจจัยที่จะสอนให้ประชาชนรู้จักใช้สิทธิเลือกตั้ง และจะเป็นประโยชน์เป็นการให้ความรู้ไปในตัว ประชาชนได้รู้จักเข้าควบคุมกิจการท้องถิ่นด้วยตัวเอง…” ในขณะนั้นทรงมีหนังสือสั่งการให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคิดอ่านเรื่องการจัดวางการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล ทั้งกรุงเทพฯและหัวเมือง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637403487/dd5168bbe7ef277be019c44fb91291d5/b00259b4d6859fb90136c257f3ad5c90.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:56:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070527867</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พีรพล สงเคราะห์ ม.3/6 เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070528118</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>การปกครองสมัยราชกาลที่4-7</p><p><br></p><p>ราชกาลที่ 4 (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว): ในรัชสมัยนี้ มีการเปิดประเทศให้ติดต่อกับชาติตะวันตกมากขึ้นและเริ่มมีการปฏิรูปการปกครอง เช่น การปรับปรุงระบบกฎหมายและการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสถาบันการศึกษาและวรรณกรรม เช่น การก่อตั้งโรงเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและการแปลหนังสือจากต่างประเทศ</p><p><br></p><p>ราชกาลที่ 5 (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว): รัชสมัยนี้เป็นช่วงที่มีการปฏิรูปการปกครองอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการจัดระเบียบการบริหารงานของราชการ เช่น การจัดตั้งกระทรวงและการแบ่งเขตการปกครองใหม่ รวมถึงการจัดตั้งระบบราชการแบบตะวันตก เช่น การจัดระเบียบการเงิน การเก็บภาษี และการสร้างระบบราชการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p><p><br></p><p>ราชกาลที่ 6 (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว): ในรัชสมัยนี้ได้มีการดำเนินการสานต่อการปฏิรูปที่เริ่มต้นในรัชกาลที่ 5 รวมถึงการพัฒนากองทัพและการสร้างระบบการศึกษาที่ทันสมัย รวมทั้งการส่งเสริมวรรณกรรมและศิลปะ โดยการก่อตั้งโรงเรียนและการส่งเสริมการเรียนรู้ในวิชาต่าง ๆ</p><p><br></p><p>ราชกาลที่ 7 (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว): รัชสมัยนี้มีการเผชิญกับความท้าทายทางการเมือง เช่น ความต้องการในการปฏิรูปการปกครองอย่างต่อเนื่อง การประท้วงและความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระบบการปกครอง เช่น การเปลี่ยนแปลงทางการปกครองที่นำไปสู่การประกาศรัฐธรรมนูญในปี 2475 ซึ่งทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น</p><p><br></p><p>การเปลี่ยนแปลงในแต่ละรัชสมัยสะท้อนถึงการพัฒนาของประเทศและการตอบสนองต่อสถานการณ์ภายนอกและภายในที่แตกต่างกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/60/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%AF_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:57:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070528118</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดู.ญ.ธีรภรณ์ ทองศรีแก้ว เลขที่34 ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529017</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร.4-ร.7</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>- สมัยรัชกาลที่ 4</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; ในสมัยนี้ระบบการการปกครองประเทศยังคงเหมือนสมัยรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3 คือแบ่งการปกครองเป็นเป็นส่วนกลางและส่วนภูมิภาค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>- สมัยรัชกาลที่ 5</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; รัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนม์อายุได้ 15 พรรษา มีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในสมัยของพระองค์ได้มีการปรับปรุงระบบการปกครองครั้งยิ่งใหญ่ดังต่อไปนี้</p><p><br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - <strong>สมัยรัชกาลที่ 6</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; 1. เกิดกบฏ ร.ศ.130 ด้วยมีคณะบุคคลคิดจะทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยมี ร้อยเอกขุนทวยหาญพิทักษ์ (เหล็ง ศรีจันทร์) เป็นหัวหน้า ประกอบด้วยทหารปก ทหารเรือ และพลเรือนกลุ่มหนึ่งจะเรียกร้องให้รัชกาลที่ 6 อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาปนาประชาธิปไตยขึ้น แต่ไม่สำเร็จและไม่ทันดำเนินการก็ถูกจับเสียก่อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; 2. รัชกาลที่ 6 ทรงวางรากฐานการปกครองแบบประชาธิปไตย โปรดให้ตั้งดุสิตธานี (หมายถึง นครจำลองที่สมมติขึ้นมา) ทดลองจัดการปกครองแบบประชาธิปไตยเริ่มครั้งแรก พ.ศ.2461 ในเขตพระราชวังดุสิต ในนครสมมติได้แบ่งเป็นเขตอำเภอต่างๆ มีสถานที่ทำการของรัฐบาล มีสถาบันสังคม ศาสนา เศรษฐกิจ มีร้านค้าบ้านเรือนราษฎร ประชาชนที่อยู่ในนครสมมติจะมีการเลือกตั้ง มีพรรคการเมือง มีผู้แทนราษฎร ทำนองเดียวกับประเทศที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ มีหนังสือพิมพ์ คอยติชมวิพากวิจารณ์ สมัยนั้นมีอยู่ 3 ฉบับ เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน 2 ฉบับคือ&nbsp; ดุสิตสมัยและดุสิตรีคอร์เดอร์ และรายสัปดาห์ 1 ฉบับชื่อ ดุสิตสมิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; 3. ให้รวมมณฑลหลายๆ มณฑลเป็นภาคและให้เรียกจังหวัดแทนคำว่าเมือง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>- สมัยรัชกาลที่ 7 (ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง)</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; ทรงตระหนักถึงความปราถนาของคนรุ่นใหม่ ที่ได้รับการศึกษาจากต่างประเทศทางตะวันตกที่จะให้มีการปกครองแบบประชาธิปไตย และพระองค์เคยมีพระราชดำริที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนอยู่แล้ว แต่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้ทัดทานไว้ว่ายังไม่ถึงเวลาอันควร เพราะราษฎรยังไม่เข้าใจระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยดีพอ อาจเกิดความเสียหายภายหลังได้ ขณะที่ยังรีรออยู่นั้นก็มีคณะบุคคลคณะหนึ่งใช้ชื่อว่า "คณะราษฎร์" ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองเสียก่อน เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ขณะที่รัชกาลที่ 7 ประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637403332/9581969f5ea8961286b4c5630a9638be/IMG_4951.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:58:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529017</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.สาวิกา ชูสุวรรณ์ ม.3/6 เลขที่24</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529034</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร 4-7</p><p><br></p><p>ร 4<br>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ<br>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;&nbsp;ในสมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มมีการปฏิรูปประเพณีที่เกี่ยวกับการปกครองบางประการ</p><p>ร 5พระยาราชเสนา ข้าราชการซึ่งทำงานในกระทรวงมหาดไทยเป็นเวลานานได้กล่าวว่า <strong>การปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล</strong> คือระบบการปกครองในลักษณะที่จัดให้ข้าราชการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้วางพระทัยไปทำหน้าที่แบ่งเบาภาระของรัฐบาลกลางในการปกครองราษฎรในส่วนภูมิภาคให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข และบ้านเมืองมีความเจริญทั่วถึงกัน </p><p>ร 6</p><p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่อง<strong>ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่” (The New Republic)</strong> ซึ่งเป็นสาธารณรัฐสมมติที่ทรงจัดตั้งร่วมกับพระสหายชาวต่าง</p><p>ร 7</p><p>การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</p><p>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/eb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:58:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529034</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.กรภัทร์ อำไพ เลขที่27</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529152</link>
         <description><![CDATA[<p>รัชกาลที่4</p><p>การปกครอง</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p>          ในสมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มมีการปฏิรูปประเพณีที่เกี่ยวกับการปกครองบางประการ</p><p>รัชกาลที่5</p><p>พระยาราชเสนา ข้าราชการซึ่งทำงานในกระทรวงมหาดไทยเป็นเวลานานได้กล่าวว่า การปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล คือระบบการปกครองในลักษณะที่จัดให้ข้าราชการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้วางพระทัยไปทำหน้าที่แบ่งเบาภาระของรัฐบาลกลางในการปกครองราษฎรในส่วนภูมิภาคให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข และบ้านเมืองมีความเจริญทั่วถึงกัน โดย</p><p>รัชกาลที่6</p><p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่” (The New Republic) ซึ่งเป็นสาธารณรัฐสมมติที่ทรงจัดตั้งร่วมกับพระสหายชาวต่าง</p><p>รัชกาลที่7</p><p>นการปกครอง</p><p>          การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</p><p>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637403394/e913aa6dfef2da7b47ff18cc658dda89/IMG_6497.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:58:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529152</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปกครองสมัยรัชกาลที่ 4-7     ด.ช.จารุพงค์ นกเขียว.3/6เลขที่3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529309</link>
         <description><![CDATA[<p>การปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึง รัชกาลที่ 7 ของประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายด้าน ดังนี้:</p><p><br></p><p>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2404-2411)</p><p>การปฏิรูปการปกครอง: รัชกาลที่ 4 เริ่มมีการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการจัดตั้งหน่วยงานราชการใหม่ เช่น การสร้างกระทรวงขึ้นมาแทนการใช้ระบบขุนนางเดิม</p><p>การศึกษา: มีการส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411-2453)</p><p>การปฏิรูปสถาบันการปกครอง: รัชกาลที่ 5 ได้ทำการปฏิรูปการปกครองอย่างกว้างขวาง เช่น การตั้งกระทรวงใหม่และการจัดตั้งระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p>การเปิดประเทศ: มีนโยบายเปิดประเทศและการเจรจาเพื่อให้ต่างชาติยอมรับในอธิปไตยของไทย</p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453-2468)</p><p>การเสริมสร้างอำนาจรัฐ: รัชกาลที่ 6 มุ่งเน้นในการสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐ โดยการสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์</p><p>วรรณกรรมและวัฒนธรรม: มีการส่งเสริมวรรณกรรมและศิลปวัฒนธรรมไทย</p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468-2477)</p><p>การเปลี่ยนแปลงการปกครอง: รัชกาลที่ 7 เผชิญกับความท้าทายทางการเมืองและเศรษฐกิจ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบบประชาธิปไตย</p><p>การปฏิวัติสยาม (2475): นำไปสู่การจัดตั้งรัฐธรรมนูญและการสร้างระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย</p><p>โดยรวมแล้ว สมัยรัชกาลที่ 4-7 เป็นช่วงเวลาที่มีการปฏิรูปการปกครองและการเปิดประเทศอย่างมาก ทำให้ประเทศไทยมีการพัฒนาในหลายด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม.</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/eb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:59:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529309</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ภูญดา ชายสงค์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529584</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร.๔-๗</p><p><br></p><p>ร.4</p><p>ด้านการปกครอง</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p>ร.5</p><p>การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มปรับปรุงแผนการปกครองตามแบบอย่างคตินิยมตะวันตกไปบ้างแล้ว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p><p>ร.6</p><p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่” (The New Republic) ซึ่งเป็นสาธารณรัฐสมมติที่ทรงจัดตั้งร่วมกับพระสหายชาวต่าง</p><p>ร.7</p><p>นการปกครอง</p><p>          การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</p><p>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น</p><p><br></p><p><br></p><p>5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/60/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%AF_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 07:59:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529584</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ชนิดาภา บัวริน ม.3/6 เลขที่33</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529871</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร4-ร7</p><p>ด้านการปกครอง</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มปรับปรุงแผนการปกครองตามแบบอย่างคตินิยมตะวันตกไปบ้างแล้ว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p><p>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีเริ่มพระราชภารกิจในด้านการปกครองมาแต่ครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับพระราชภาระเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ในระหว่างที่สมเด็จพระบรมชนกนาถมิได้ประทับในพระนครอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2450</p><p>รัชกาลที่ 7 ทรงริเริ่มปรับปรุงการปกครองท้องถิ่น “เทศบาล”</p><p>จนมาถึง พ.ศ. 2469 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังพระราชดำริที่ปรากฎในพระราชบันทึก “Democracy in Siam” ความว่า “…การศึกษาของเราเพื่อไปสู่ระบอบประชาธิปไตยจะเป็นการจัดตั้งเทศบาลขึ้นในที่ต่าง ๆ …จะเป็นปัจจัยที่จะสอนให้ประชาชนรู้จักใช้สิทธิเลือกตั้ง และจะเป็นประโยชน์เป็นการให้ความรู้ไปในตัว ประชาชนได้รู้จักเข้าควบคุมกิจการท้องถิ่นด้วยตัวเอง…” ในขณะนั้นทรงมีหนังสือสั่งการให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคิดอ่านเรื่องการจัดวางการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล ทั้งกรุงเทพฯและหัวเมือง</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637403369/b721cf3ac5afab9d3ab47ad2b79136b2/9d38fe0897c24a09b015b59c91d85151.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:00:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070529871</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พัชราภา ยารักษ์ เลขที่35ชั้นม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070530079</link>
         <description><![CDATA[<p>การปกครองร4-ร7</p><p><br></p><p><br>ราชกาลที่4</p><p>ด้านการปกครอง<br>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ<br>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในสมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มมีการปฏิรูปประเพณีที่เกี่ยวกับการปกครองบางประการ ได้แก่1การใช้กฎหมาย2การพิพากษาคดีและการศาล3กำเนิดตำรวจนครบาล4การฝึกทหารแบบยุโรป5ปรับปรุงการทหารเรือ</p><p>ราชการที่5<strong>ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕&nbsp;เรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษและฝรั่งเศส ประเทศเพื่อนบ้านของไทยต่างตกเป็นอาณานิคมของประเทศเหล่านั้นเป็นจำนวนมาก ส่วนประเทศไทยถือเป็นประเทศเดียวที่มิได้เป็นอาณานิคมของชาติใด ประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ จึงแข่งขันกันเพื่อเข้ามามีอิทธิพลเหนือประเทศไทย</strong></p><p><strong>สิ่งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทำคือ การปฏิรูปการปกครอง การปรับปรุงการปกครองให้ทันสมัย เพื่อทำให้ชาวต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เจริญแล้ว และสามารถปกครองดูแลพัฒนาบ้านเมืองได้</strong></p><p><strong>การปฏิรูปการปกครองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ก่อให้เกิดการจัดระเบียบการปกครองที่สำคัญ คือ การปกครองส่วนท้องถิ่น พระองค์ทรงจัดให้มีการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในรูปสุขาภิบาล ซึ่งมีหน้าที่คล้ายเทศบาลในปัจจุบัน เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐&nbsp;โดยโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116 (พ.ศ. ๒๔๔๐) ขึ้นบังคับใช้ในกรุงเทพฯ และขยายไปที่ท่าฉลอม ใน ร.ศ. ๑๒๔ (พ.ศ. ๒๔๔๘) ปรากฏว่าการดำเนินงานนั้นได้ผลดีเป็นอย่างมาก&nbsp;</strong></p><p><strong>ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาล ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑) ขึ้น โดยแบ่งสุขาภิบาลออกเป็น2ประเภท คือ สุขาภิบาลเมือง และสุขาภิบาลตำบล ท้องถิ่นใดเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นสุขาภิบาลประเภทใด ก็ให้ประกาศตั้งสุขาภิบาลในท้องถิ่นนั้น</strong></p><p><strong>ราชกาลที่6</strong></p><p>ด้านการปกครอง<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง<br>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น กองทัพอากาศ <br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค<br>โปรดให้รวมมณฑลที่อยู่ใกล้กันจัดตั้งเป็น ภาค แต่ละภาคมี อุปราช มีอำนาจตรวจตราเหนือ สมุหเทศาภิบาลในภาคนั้น ๆ และยังทำหน้าที่เป็นสมุหเทศาภิบาลประจำมณฑลซึ่งตั้งเป็นสำนักงานภาคนั้นด้วย ตำแหน่ง อุปราช และ สมุหเทศาภิบาล ขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องขึ้นต่อกระทรวงมหาดไทย <br>ส่วนกรุงเทพฯ ซึ่งมีศักดิ์เสมอด้วยมณฑลหนึ่งนั้น ให้มีสมุหเทศาภิบาล เป็นหัวหน้าขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย โปรดให้เปลี่ยนชื่อ เมือง เป็น จังหวัด</p><p>การวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย<br>ในสมัยรัชกาลที่ 6 ถึงแม้ว่าจะจัดการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนอย่างมาก ประจักษ์พยานที่สำคัญก็คือทรงยอมรับการวิจารณ์จากนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ ที่เขียนบทความกล่าวโจมตีรัฐบาล จนดูเหมือนว่าประเทศของเรา มีการ ปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่แล้ว พระองค์ได้วางแผนให้ข้าราชการของพระองค์รู้จักการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยจัดสร้างนครจำลองขึ้นเพื่อฝึกฝนให้ข้าราชบริพารของพระองค์ ให้ได้รู้จักและเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในวันข้างหน้า นครจำลองนี้ได้พระราชทานนามว่า ดุสิตธานี เพราะเดิมตั้งอยู่ในเขตพระราชวังดุสิต ภายหลังได้ย้ายมาอยู่ที่ พระราชวังพญาไท (โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) ภายในดุสิตธานี จะจำลองสถานที่สำคัญต่าง ๆ ไว้ อาทิ ที่ทำการรัฐบาล วัดวาอาราม บ้านเรือนราษฎร ที่ทำการไปรษณีย์ การไฟ้า ประปาและมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครบทั้งหมด ในนครจำลองนี้จัดให้มีการเลือกตั้ง มีพรรคการเมือง มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในนครดุสิตธานี เรียกว่า ทวยนาคร โดยทวยนาคร จะทำหน้าที่เลือกตั้ง ผู้แทนราษฎร เข้าไปเป็นกรรมการในคณะนคราภิบาล เรียกว่า เชษฐบุรุษ ซึ่ง เชษฐบุรุษ จะเลือกตั้งคณะรัฐบาลบริหารนครนี้ เรียกว่า คณะนคราภิบาล มีการพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ทวยนาครในดุสิตธานี ซึ่งเรียกว่า ธรรมนูญลักษณะปกครองคณะนคราภิบาล พระพุทธศักราช 2461 และมีการประกาศใช้ กฎธานิโยปการ ในนครนี้ด้วย กฎธานิโยปการเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการเก็บภาษีอากร ภาษีที่ดิน ค่าน้ำประปา ค่าไฟ ฯลฯ เพื่อนำไปทำนุบำรุงนครดุสิตธานี<br>เหตุการณ์ ร.ศ. 130<br>เมื่อรัชกาลที่ 6 ขึ้นครองราชย์ มีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วย ทหารบก ทหารเรือ และพลเรือน ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบประชาธิปไตย โดยมี ร.อ. ขุนทวยหาญพิทักษ์ (นายแพทย์ เหล็ง ศรีจันทร์ ) เป็นหัวหน้า คณะปฏิวัติรุ่นนี้มีชื่อเรียกกันในเวลาต่อมาว่า คณะปฏิวัติ ร.ศ. 130 <br>คณะปฏิวัติได้กำหนดจะทำการปฏิวัติในพระราชพิธีสัจปานกาลถือน้ำพิพัฒน์สัตยาตามธรรมเนียม ที่เคยปฏิบัติมาทุกปี แต่ทำไม่สำเร็จเพราะมีสมาชิกในคณะปฏิวัตินำข่าวมาบอกแก่รัฐบาล ทำให้ คณะปฏิวัติ ถูกจับกุม เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเรียกว่า กบฎ ร.ศ. 130 ผู้นำข่าวมาแจ้งรัชกาลที่ 6 คือ ร.อ. หลวงสินาดโยธารักษ์ (ยุทธ หรือ แต้ม คงอยู่) ภายหลังได้เลื่อนขึ้นเป็น พ.อ. พระยากำแพงรามภัคดี ต่อมาภายหลังผูกคอตายในห้องขังเมื่อคราวถูกจับกุมในคดีกบฏบวรเดช เมื่อ พ.ศ. 2476 ผู้นำในคณะปฏิวัติ ร.ศ. 130 ถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิต รวม 3 คน แต่รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานอภัยโทษ และถูกปล่อยตัวทั้งหมดภายหลัง<br>การปรับปรุงกฎหมายและการศาล<br>1. จัดระเบียบการศาลใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2455 โดยให้แยกหน้าที่ราชการในกระทรวงยุติธรรมออกเป็น ฝ่ายธุรการ และฝ่ายตุลาการ และให้ศาลฎีกามาสังกัดกระทรวงยุติธรรม และ ได้โปรดให้ตั้งตำแหน่งอธิบดีศาลฎีกา ขึ้น<br>2. ประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นครั้งแรก<br>ส่งเสริมวิชาการกฎหมาย ให้ยกฐานะโรงเรียนกฎหมายที่ตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้เป็นโรงเรียนหลวงสังกัดกระทรวงยุติธรรม โปรดให้ตั้ง สภานิติศึกษา ขึ้น มีหน้าที่สำหรับจัดระเบียบกับวางหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนกฎหมาย และโปรดให้จัดตั้ง เนติบัณฑิตยสภาขึ้น เป็นสภาในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาวิชากฎหมายและการว่าความ ควบคุมจรรยาความประพฤติของทนายความ</p><p>รัชกาลที่7ด้านการปกครองในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ( <strong>25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 – 24 มิถุน ายน 2475</strong> ) <br>ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง<strong>ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</strong><br>รัชกาลที่ 7 ได้โปรดให้รวมกระทรวงธรรมการไว้ในกระทรวงศึกษาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงธรรมการ ยกเลิกกระทรวงมุรธาธรโดยโอนงานไปอยู่รวมกับ กรมราชเลขาธิการ รวมกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคมจัดเป็นกระทรวงเดียวกันเรียกชื่อว่า กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม รวมกระทรวงทหารเรือเข้ากับกระทรวงกลาโหม มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาราชการ ได้แก่<br>อภิรัฐมนตรีสภา เพื่อเป็นที่ปรึกษาราชการทั้งปวงในพระองค์ สมาชิกของสภานี้ล้วนเป็นพระบรมวงศา นุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ สภานี้กำหนดให้มีการประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในวันศุกร์ โดยมี รัชกาลที่ 7 เป็นประธาน มีการประชุมครั้งแรกเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2468 ณ พระที่นั่งบรมพิมาน<br>สมาชิกอภิรัฐมนตรีสภาประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ จำนวน 5 ท่าน ได้แก่<br>สมเด็จพระปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637402967/2e1b5ba17ea1b1c83dc6a25da7356506/IMG_5306.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:00:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070530079</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.นรินทร ศรีบุญเรือง ม.3/6 เลขที่5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070530464</link>
         <description><![CDATA[<p>เรื่องรูปแบบการปกครอง</p><p>-ร.4 ด้านการปกครอง<br>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ<br>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์</p><p><br></p><p>-ร.5 การใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวงซึ่งในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 นี้เอง ที่ได้ยกเลิกระบบจตุสดมภ์ และมีการใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวง</p><p><br></p><p>-ร.6พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่” (The New Republic)</p><p><br></p><p>-ร.7 รัชกาลที่ 7 ทรงริเริ่มปรับปรุงการปกครองท้องถิ่น “<strong>เทศบาล</strong>”จนมาถึง พ.ศ. 2469 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังพระราชดำริที่ปรากฎในพระราชบันทึก “Democracy in Siam”</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/3/39/%E0%B8%A3.5_%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AF.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:01:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070530464</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธีรวัฒน์ กำเนิดทอง ม.3/6 เลขที่18</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070531781</link>
         <description><![CDATA[<p>รูรูปเเบบการปกครอง ร.4-ร.7</p><p><br></p><p>การปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึง รัชกาลที่ 7 ของประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายด้าน ดังนี้:</p><p>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2404-2411)</p><p>การปฏิรูปการปกครอง: รัชกาลที่ 4 เริ่มมีการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการจัดตั้งหน่วยงานราชการใหม่ เช่น การสร้างกระทรวงขึ้นมาแทนการใช้ระบบขุนนางเดิม</p><p>การศึกษา: มีการส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411-2453)</p><p>การปฏิรูปสถาบันการปกครอง: รัชกาลที่ 5 ได้ทำการปฏิรูปการปกครองอย่างกว้างขวาง เช่น การตั้งกระทรวงใหม่และการจัดตั้งระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p>การเปิดประเทศ: มีนโยบายเปิดประเทศและการเจรจาเพื่อให้ต่างชาติยอมรับในอธิปไตยของไทย</p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453-2468)</p><p>การเสริมสร้างอำนาจรัฐ: รัชกาลที่ 6 มุ่งเน้นในการสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐ โดยการสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์</p><p>วรรณกรรมและวัฒนธรรม: มีการส่งเสริมวรรณกรรมและศิลปวัฒนธรรมไทย</p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468-2477)</p><p>การเปลี่ยนแปลงการปกครอง: รัชกาลที่ 7 เผชิญกับความท้าทายทางการเมืองและเศรษฐกิจ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบบประชาธิปไตย</p><p>การปฏิวัติสยาม (2475): นำไปสู่การจัดตั้งรัฐธรรมนูญและการสร้างระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย</p><p>โดยรวมแล้ว สมัยรัชกาลที่ 4-7 เป็นช่วงเวลาที่มีการปฏิรูปการปกครองและการเปิดประเทศอย่างมาก ทำให้ประเทศไทยมีการพัฒนาในหลายด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม.</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637403316/e8314dcf76aa07d99d3fc6e5b7c0ff2d/___________1_.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:02:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070531781</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.มุทิตา ชีวชยากรณ์ เลขที่23 ม3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532192</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>รูปแบบการปกครอง ร.4-ร.7</strong></p><p>ร.4=การปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3</p><p>ร.5=มีการปรับปรุงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินดังนี้ </p><p>ตั้งสภาแผ่นดิน 2 สภาได้แก่</p><p>1. รัฐมนตรีสภา Council of State ประกอบด้วยขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์ ชั้นเจ้าพระยาทั้งหมด 12 คน มีพระองค์ท่านเป็นประธาน รัฐมนตรีสภามีหน้าที่ถวายคำปรึกษาราชการแผ่นดิน รวมทั้งพิจารณาพระราชบัญญัติ พระราชกำหนดกฎหมายต่าง ๆ ด้วย เหมือนสภานิติบัญญัติในปัจจุบัน</p><p>2. องคมนตรีสภา Privy Council ประกอบด้วยสมาชิก 49 คน มีเชื้อพระวงศ 13 พระองค์ ทำหน้าที่เป็นสภา ที่ปรึกษา ราชการในพระองค์และมีหน้าที่ปฏิบัติราชการแผ่นดินตามแต่จะมีพระราชดำรัส</p><p>ร.6=ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่</p><p>ร.7=ปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637402970/16e76d87f625e2943385143b3567ae9d/F8D3EECA_8D54_4E38_AE51_AC3CD621C207.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:02:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532192</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ธนกฤต หลิกแก้ว 17ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532204</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบกปกครองร.4-7</p><p><br></p><p><br></p><p>ร.4ด้านการปกครอง</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p><br></p><p>ร.5ด้านการปกครองการใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวงซึ่งในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 นี้เอง ที่ได้ยกเลิกระบบจตุสดมภ์ และมีการใช้ระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวง</p><p><br></p><p><br></p><p>ร.6ด้านการปกครองพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่”</p><p><br></p><p><br></p><p>ร.7ด้านการปกครองรัชกาลที่ 7 ทรงริเริ่มปรับปรุงการปกครองท้องถิ่น “เทศบาล”</p><p>จนมาถึง พ.ศ. 2469 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังพระราชดำริที่ปรากฎในพระราชบันทึก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/a/a9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_4_Statue_of_King_Rama_IV.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:02:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532204</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.ศศิวิมล ลักษณาวงศ์ ชั้น ม.3/6 เลขที่28</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532583</link>
         <description><![CDATA[<p>ร.4&gt; ด้านการปกครอง</p><p>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</p><p>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>ร.5&gt; การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มปรับปรุงแผนการปกครองตามแบบอย่างคตินิยมตะวันตกไปบ้างแล้ว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p><p><br></p><p>ร.6&gt;พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบบอบประชาธิปไตย มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่” ซึ่งเป็นสาธารณรัฐสมมติที่ทรงจัดตั้งร่วมกับพระสหายชาวต่างชาติ</p><p><br></p><p>ร.7&gt; ทรงริเริ่มปรับปรุงการปกครองท้องถิ่น “เทศบาล”</p><p>จนมาถึง พ.ศ. 2469 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นให้เป็นแบบเทศบาล เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637403346/326262b1f7fef0068bea4af12cb409f9/inbound7432434571722095255.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:03:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532583</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ณัฐกิตติ์ ยุบลพันธุ์ เลขที่9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532636</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปรกครองร.4-ร.7</p><p>ร.4=การปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ<br>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี ) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>ร.5=การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มปรับปรุงแผนการปกครองตามแบบอย่างคตินิยมตะวันตกไปบ้างแล้ว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p><p><br></p><p>ร.6=พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองใน<strong>ระบบอบประชาธิปไตย</strong> มาแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงนำแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทรงทดลองปฏิบัติ ใน “สาธารณรัฐใหม่” (The New Republic)</p><p><br></p><p>ร.7=มติชนออนไลน์</p><p>หน้าแรก  บทความ</p><p>บทความ</p><p>การปรับปรุงการเมืองการปกครอง ในรัชกาลที่ 7 (ยุคเปลี่ยนแปลง) พ.ศ.2468-2475 : โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร</p><p>วันที่ 24 มิถุนายน 2561 - 13:00 น.</p><p>ผู้เขียน	ศ.พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร</p><p>ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติใน พ.ศ.2468 แล้ว พระองค์ก็ทรงตั้งพระทัยที่จะพัฒนาการเมืองและการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยตามแบบอย่างของประเทศตะวันตกอย่างแท้จริง ดังเหตุผลสนับสนุนต่อไปนี้ คือ</p><p>1.ทรงแต่งตั้งอภิรัฐมนตรีขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 เพื่อเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน โดยมีสมาชิกประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ 5 พระองค์ 2.โปรดเกล้าฯ ให้อภิรัฐมนตรีร่างพระราชบัญญัติ เพื่อจัดตั้ง “สภากรรมการองคมนตรี” ซึ่งมีลักษณะเป็นสภาที่ปรึกษา (Advisory Body) แต่มีหน้าที่จำกัด กล่าวคือ “ให้คำปรึกษาหารือข้อราชการซึ่งพระราชทานลงมาให้ศึกษา และที่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ปรึกษาแล้วนำคำปรึกษาขึ้นถวายบังคมล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/eb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:03:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070532636</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.นภัสกร หัสเต็ม ม.3/6 เลขที่36</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070533137</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปครอง ร.๔-ร.๗  </p><p>ร.4</p><p> </p><p>18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 48 ตามประวัติศาสตร์ไทย มีพระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้ามงกุฎ" เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ตรงกับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช[1] เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 43 และเป็นลำดับที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี</p><p><br></p><p>ร.5</p><p> (20 กันยายน พ.ศ. 2396 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 49 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. 1215 ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 1 ในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง พ.ศ. 2411 [3] เสด็จสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ แรม 4 ค่ำ เดือน 11 ปีจอ ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ด้วยโรคพระวักกะ</p><p><br></p><p>ร.6</p><p> (1 มกราคม พ.ศ. 2424 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 50 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง โทศก จ.ศ. 1242 ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2424 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 32 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระองค์ที่ 3 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสวยราชสมบัติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ปีฉลู รวมพระชนมพรรษา 44 พรรษา ดำรงราชสมบัติรวม 15 ปี</p><p><br></p><p>ร.7</p><p> (8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 – 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 51 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ แรม 14 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง เบญจศก จ.ศ. 1255 เวลา 12.25 น. หรือตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 96 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระองค์ที่ 15 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 และสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 รวมดำรงราชสมบัติ 9 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 สิริพระชนมพรรษา 47 พรรษา</p><p><br></p><p>ร.4</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637419114/a432e3db60848068d33bd25441e70eba/inbound4360804107074072269.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:04:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070533137</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ชนกันต์ ช่วยเอียด เลขที่16</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070533460</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครองร.4-7</p><p><strong>ร.4ด้านการปกครอง</strong></p><p><strong>การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวคือ</strong></p><p><strong>โปรดให้ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong></p><p><strong><em>ร.5ด้านการปกครอง</em></strong></p><p><strong><em>ในระยะแรก พระองค์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยงวศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และได้สถาปนาโอรสองค์ใหญ่ ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า เจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล นามว่า กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ เมื่อพระองค์บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ผนวชอยู่ในสมณเพศ 15 วัน จึงลาสิกขาบทออกมาประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2416 จากนั้นทรงรับผิดชอบบริหารประเทศ โดยสิทธิ์ขาด</em></strong></p><p><strong><em>มีการปรับปรุงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเบียบบริหารราชการแผ่นดิน</em></strong></p><p><strong><em>ร.6ด้านการปกครอง</em></strong></p><p><strong><em>  การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</em></strong></p><p><strong><em>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น กองทัพอากาศ</em></strong></p><p><strong><em> การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค</em></strong></p><p><strong><em>โปรดให้รวมมณฑลที่อยู่ใกล้กันจัดตั้งเป็น ภาค แต่ละภาคมี อุปราช มีอำนาจตรวจตราเหนือ สมุหเทศาภิบาลในภาคนั้น ๆ และยังทำหน้าที่เป็นสมุหเทศาภิบาลประจำมณฑลซึ่งตั้งเป็นสำนักงานภาคนั้นด้วย ตำแหน่ง อุปราช และ สมุหเทศาภิบาล ขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องขึ้นต่อกระทรวงมหาดไทย</em></strong></p><p><strong><em>ส่วนกรุงเทพฯ ซึ่งมีศักดิ์เสมอด้วยมณฑลหนึ่งนั้น ให้มีสมุหเทศาภิบาล เป็นหัวหน้าขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย โปรดให้เปลี่ยนชื่อ เมือง เป็น จังหวัด</em></strong></p><p><strong>ร.7ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติใน พ.ศ.2468 แล้ว พระองค์ก็ทรงตั้งพระทัยที่จะพัฒนาการเมืองและการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยตามแบบอย่างของประเทศตะวันตกอย่างแท้จริง ดังเหตุผลสนับสนุนต่อไปนี้ คือ</strong></p><p><strong>1.ทรงแต่งตั้งอภิรัฐมนตรีขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 เพื่อเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน โดยมีสมาชิกประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ 5 พระองค์ 2.โปรดเกล้าฯ ให้อภิรัฐมนตรีร่างพระราชบัญญัติ เพื่อจัดตั้ง “สภากรรมการองคมนตรี” ซึ่งมีลักษณะเป็นสภาที่ปรึกษา (Advisory Body) แต่มีหน้าที่จำกัด กล่าวคือ “ให้คำปรึกษาหารือข้อราชการซึ่งพระราชทานลงมาให้ศึกษา และที่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ปรึกษาแล้วนำคำปรึกษาขึ้นถวายบังคมทูล” 3.ทรงได้ตั้งเสนาบดีสภา เพื่อเตรียมฝึกให้มีการรับผิดชอบร่วมกันทั้งคณะให้เหมือนคณะรัฐมนตรีแบบตะวันตก เช่นเดีียวกับเสนาบดีในสมัยรัชกาลที่5</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/df/%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_4_%281%29_%28cropped%29.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:04:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070533460</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.นิมมานรดี ทองคง เลขที่31 ม.3/6รูปแบบการปกครองร4-7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070534498</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong> (20 กันยายน พ.ศ. 2396 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453) เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">พระมหากษัตริย์สยาม</a> รัชกาลที่ 5 แห่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5">ราชวงศ์จักรี</a>และเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 49 ตาม<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประวัติศาสตร์ไทย</a> เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. 1215 ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a>และเป็นพระองค์ที่ 1 ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5">สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี</a> เสวยราชสมบัติเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง พ.ศ. 2411 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7#cite_note-3"><sup>[3]</sup></a> เสด็จสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ แรม 4 ค่ำ เดือน 11 ปีจอ ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ด้วย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%95">โรคพระวักกะ</a></p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong><em>พระปิยมหาราช</em></p><p>ุ<strong>พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong> (1 มกราคม พ.ศ. 2424 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">พระมหากษัตริย์สยาม</a>รัชกาลที่ 6 แห่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5">ราชวงศ์จักรี</a>และเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 50 ตาม<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประวัติศาสตร์ไทย</a> เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง โทศก จ.ศ. 1242 ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2424 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 32 ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> เป็นพระองค์ที่ 3 ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%96_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87">สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</a> เสวยราชสมบัติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ปีฉลู รวมพระชนมพรรษา 44 พรรษา ดำรงราชสมบัติรวม 15 ปี</p><p><strong>พระราชประวัติรัชกาลที่ 7</strong></p><p>พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก่อนการเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ</p><p>พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๗ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๖ ต่อมาในพ.ศ. ๒๔๔๘ พระบรมชนกนาถโปรดเกล้าฯสถาปนาเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนศุโขทัยธรรมราชา เมื่อทรงพระเยาว์ทรงได้รับการศึกษาเบื้องต้นอันสมควรแก่ขัตติยบรมราชกุมารแล้ว เมื่อพระชนมายุ ๑๒ พรรษาหลังจากโสกันต์แล้วได้ทรงเสด็จไปศึกษาวิชาการ ณ ประเทศอังกฤษ ที่วิทยาลัยอีตัน และต่อมาในพ.ศ. ๒๔๕๖ ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาทหารปืนใหญ่ม้าจากโรงเรียนนายร้อย</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637403528/910d8406f382b96ee1861dca286d659e/IMG_3104.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:06:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070534498</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ณัฐวุฒิ สังขำ ม.3/6 เลขที่8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070534652</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/3/39/%E0%B8%A3.5_%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AF.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:07:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070534652</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ชจิรภัทรมีเสน ม.3/6เลขที่13สมัยรัชกาลที่ 5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070534669</link>
         <description><![CDATA[<p>               1. ตั้งกระทรวงยุติธรรมให้ดูแลรับผิดชอบในเรื่องศาลทั้งหมด โดยมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระราชโอรสในพระองค์กับเจ้าจอมมารดาตลับ ผู้ซึ่งได้ไปศึกษาวิชากฎหมายจากประเทศอังกฤษ เป็นผู้ช่วยเหลือ และได้แต่งตั้งให้กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พร้อมกับตั้งโรงเรียนสอนกฎฆมายขึ้นและดำเนินการสอนโดยกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (พระบิดาแห่งกฎหมายและศาลไทย)</p><p><br></p><p>               2. ตรวจชำระกฎหมาย เช่น กฎหมายลักษณะอาญา ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายทันสมัยที่สุดฉบับแรกของไทย ตรากฎหมาย พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ.116 พ.ร.บ.กรรมสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือ ร.ศ.120 กฎหมายว่าด้วยการเลิกทาส พ.ศ.2448</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-08 08:07:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070534669</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ปิยวัฒน์ ขุนทอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070535856</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง ร.4-7</p><p><br></p><p>รัชกาลที่4</p><p><br></p><p>พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 48 ตามประวัติศาสตร์ไทย มีพระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้ามงกุฎ" เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ตรงกับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช[1] เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 43 และเป็นลำดับที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี</p><p><br></p><p>ยุคปรับปรุงประเทศตามแบบตะวันตก สมัยรัชกาลที่ 4 ปกครอง ตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และคงรูปแบบการบริหารประเทศ เหมือนเดิม แต่ได้เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกประเพณีบางอย่าง เพื่อให้ สอดคล้องวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่เข้ามาในประเทศ</p><p><br></p><p>เช่น ยกเลิกประเพณี การไม่สวมเสื้อขณะเข้าเฝ้า</p><p><br></p><p>รัชกาลที่5</p><p><br></p><p>พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (20 กันยายน พ.ศ. 2396 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 49 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. 1215 ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 1 ในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง พ.ศ. 2411 [3] เสด็จสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ แรม 4 ค่ำ เดือน 11 ปีจอ ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ด้วยโรคพระวักกะการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มปรับปรุงแผนการปกครองตามแบบอย่างคตินิยมตะวันตกไปบ้างแล้ว ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p><p><br></p><p>รัชกาลที่6</p><p><br></p><p>พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (1 มกราคม พ.ศ. 2424 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 50 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง โทศก จ.ศ. 1242 ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2424 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 32 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระองค์ที่ 3 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสวยราชสมบัติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ปีฉลู รวมพระชนมพรรษา 44 พรรษา ดำรงราชสมบัติรวม 15 ปี ด้านการปกครอง</p><p><br></p><p>          การปรับปรุงการระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง</p><p><br></p><p>แยกกรมทหารเรือเดิมออกจากกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ จัดตั้งกระทรวงมุรธาธรขึ้นมาใหม่ ตั้งสภาเผยแผ่พาณิชย์ (ต่อมาเป็นกระทรวงพาณิชย์) รวบรวมกรมช่างสิบหมู่ จัดตั้งเป็น กรมศิลปากร ปรับปรุงกระทรวงโยธาธิการแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงคมนาคม โอนกรมธรรมการไปขึ้นกับกระทรวงวัง แล้วเปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็น กระทรวงศึกษาธิการ รวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทย สร้างสนาม บินดอนเมือง และ ตั้งกองบิน ขึ้นเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ให้มีฐานะเทียบเท่า กรม สังกัดกองทัพบก ต่อมาได้ขยายงานมาเป็น กรมอากาศยาน แล้วกลายมาเป็น กองทัพอากาศ</p><p><br></p><p>รัชกาลที่7</p><p><br></p><p>รูปแบบการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่น “เทศบาล” เริ่มมีใช้ตั้งแต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เรียกว่า “ศุขาภิบาล” ตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2440 โดยคณะกรรมการศุขาภิบาลได้รับการแต่งตั้งจากข้าราชการและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาใน พ.ศ. 2452 ช่วงปลายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงการศุขาภิบาลให้เป็นการปกครองตนเองที่เรียกว่า ประชาภิบาล (municipality) แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 – 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484) เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีและเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 51 ตามประวัติศาสตร์ไทย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ แรม 14 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง เบญจศก จ.ศ. 1255 เวลา 12.25 น. หรือตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 96 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระองค์ที่ 15 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 และสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 รวมดำรงราชสมบัติ 9 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 สิริพระชนมพรรษา 47 พรรษา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-08 08:08:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070535856</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พัชราภา ยารักษ์เลขที่35</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070536045</link>
         <description><![CDATA[<p>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394–2411):</p><p>การปฏิรูปการปกครอง: พระองค์ได้เริ่มมีการปฏิรูประบบราชการและการบริหารงาน เช่น การจัดตั้งกระทรวงที่มีหน้าที่เฉพาะทาง และการจัดตั้งระบบราชการกลางที่มีความชัดเจนมากขึ้น</p><p>การเปิดประเทศ: มีการเปิดประเทศให้สัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น โดยการลงนามในสนธิสัญญาต่างๆ เช่น สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นเอกราชได้</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411–2453):</p><p>การปฏิรูประบบการปกครอง: มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครอง โดยการจัดตั้งกระทรวงและกรมที่มีความรับผิดชอบเฉพาะทางมากขึ้น และการยกเลิกระบบไพร่และทาส</p><p>การปฏิรูประบบการศึกษาและการสาธารณสุข: มีการส่งเสริมการศึกษาสำหรับประชาชน และการจัดตั้งโรงพยาบาลและการพัฒนาสาธารณสุข</p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453–2468):</p><p>การสร้างความเป็นปึกแผ่น: รัชกาลที่ 6 ได้เน้นการสร้างความเป็นปึกแผ่นและการปกครองที่มีระเบียบ เช่น การส่งเสริมความรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนากองทัพ</p><p>การสนับสนุนการกีฬาและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการกีฬาและการทำกิจกรรมที่มีส่วนในการสร้างความสามัคคีในชาติ</p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468–2475):</p><p>การปฏิรูประบบการปกครองครั้งใหญ่: เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและการปกครอง</p><p>การปกครองแบบประชาธิปไตย: นำไปสู่การปฏิวัติ 2475 ซึ่งทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637433057/bc59fb278af989bec6ae695c0dcdafc0/IMG_5306.jpeg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:08:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070536045</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชารีฟ สาหมุน เลขที่4 ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070537040</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/60/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%AF_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:10:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070537040</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศุภกฤต สุขโข เลขที่1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070537334</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง 4-7</p><p>การปกครองในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 7 ของไทยมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหลายประการ:</p><ol><li><p><strong>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394-2411)</strong>:</p><ul><li><p>มีการปฏิรูปการปกครองครั้งใหญ่ เช่น การแบ่งการปกครองออกเป็น 6 มณฑล และมีการจัดตั้งกระทรวงการคลัง เพื่อพัฒนาการเงินและเศรษฐกิจ</p></li><li><p>เริ่มมีการติดต่อกับประเทศตะวันตกมากขึ้น ทำให้มีการเปิดเสรีทางการค้าและการศึกษา</p></li></ul></li><li><p><strong>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411-2453)</strong>:</p><ul><li><p>การปฏิรูปการปกครองอย่างลึกซึ้ง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงจากระบบการปกครองแบบเจ้าผู้ครองนครเป็นการปกครองส่วนกลางที่เข้มงวดมากขึ้น</p></li><li><p>มีการจัดตั้งกระทรวงต่างๆ เพื่อดูแลด้านการปกครองและการพัฒนา เช่น กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการต่างประเทศ และการสร้างระบบตำรวจและกองทัพ</p></li></ul></li><li><p><strong>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453-2468)</strong>:</p><ul><li><p>การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการปรับปรุงโครงสร้างการปกครองในระดับท้องถิ่น เช่น การจัดตั้งจังหวัดและอำเภอเพื่อความสะดวกในการบริหาร</p></li><li><p>ส่งเสริมการศึกษาและวรรณกรรมไทย, การพัฒนาวัฒนธรรม และการทหาร</p></li></ul></li><li><p><strong>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468-2475)</strong>:</p><ul><li><p>เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสำคัญ โดยการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญในปี 2475</p></li><li><p>การจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรและการปรับโครงสร้างการปกครองเพื่อสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย</p></li></ul></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/8/8e/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_6_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5_%283%29.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:10:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070537334</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช อัดนาน หง๊ะฝา เลขที่2 ม.3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070537514</link>
         <description><![CDATA[<p>การปฏิรูปการปกครอง: พระองค์ได้เริ่มมีการปฏิรูประบบราชการและการบริหารงาน เช่น การจัดตั้งกระทรวงที่มีหน้าที่เฉพาะทาง และการจัดตั้งระบบราชการกลางที่มีความชัดเจนมากขึ้น</p><p>การเปิดประเทศ: มีการเปิดประเทศให้สัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น โดยการลงนามในสนธิสัญญาต่างๆ เช่น สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นเอกราชได้</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411–2453):</p><p><br></p><p>การปฏิรูประบบการปกครอง: มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครอง โดยการจัดตั้งกระทรวงและกรมที่มีความรับผิดชอบเฉพาะทางมากขึ้น และการยกเลิกระบบไพร่และทาส</p><p>การปฏิรูประบบการศึกษาและการสาธารณสุข: มีการส่งเสริมการศึกษาสำหรับประชาชน และการจัดตั้งโรงพยาบาลและการพัฒนาสาธารณสุข</p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453–2468):</p><p><br></p><p>การสร้างความเป็นปึกแผ่น: รัชกาลที่ 6 ได้เน้นการสร้างความเป็นปึกแผ่นและการปกครองที่มีระเบียบ เช่น การส่งเสริมความรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนากองทัพ</p><p>การสนับสนุนการกีฬาและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการกีฬาและการทำกิจกรรมที่มีส่วนในการสร้างความสามัคคีในชาติ</p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468–2475):</p><p><br></p><p>การปฏิรูประบบการปกครองครั้งใหญ่: เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและการปกครอง</p><p>การปกครองแบบประชาธิปไตย: นำไปสู่การปฏิวัติ 2475 ซึ่งทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/eb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:10:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070537514</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ศรัญญา สุระสังวาลย์ 22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070539121</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครองร.4-ร.7</p><p>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394–2411):</p><p>การปฏิรูปการปกครอง: พระองค์ได้เริ่มมีการปฏิรูประบบราชการและการบริหารงาน เช่น การจัดตั้งกระทรวงที่มีหน้าที่เฉพาะทาง และการจัดตั้งระบบราชการกลางที่มีความชัดเจนมากขึ้น</p><p>การเปิดประเทศ: มีการเปิดประเทศให้สัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น โดยการลงนามในสนธิสัญญาต่างๆ เช่น สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นเอกราชได้</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411–2453):</p><p>การปฏิรูประบบการปกครอง: มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครอง โดยการจัดตั้งกระทรวงและกรมที่มีความรับผิดชอบเฉพาะทางมากขึ้น และการยกเลิกระบบไพร่และทาส</p><p>การปฏิรูประบบการศึกษาและการสาธารณสุข: มีการส่งเสริมการศึกษาสำหรับประชาชน และการจัดตั้งโรงพยาบาลและการพัฒนาสาธารณสุข</p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453–2468):</p><p>การสร้างความเป็นปึกแผ่น: รัชกาลที่ 6 ได้เน้นการสร้างความเป็นปึกแผ่นและการปกครองที่มีระเบียบ เช่น การส่งเสริมความรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนากองทัพ</p><p>การสนับสนุนการกีฬาและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการกีฬาและการทำกิจกรรมที่มีส่วนในการสร้างความสามัคคีในชาติ</p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468–2475):</p><p>การปฏิรูประบบการปกครองครั้งใหญ่: เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและการปกครอง</p><p>การปกครองแบบประชาธิปไตย: นำไปสู่การปฏิวัติ 2475 ซึ่งทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://elvis.padletcdn.com/1/fetch/e_in/cdn2.picryl.com/thumbnail/1932/06/24/2475-01-90b53c-200.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:13:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070539121</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปภาวิน โกมล เลขที่11 ม3/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070540758</link>
         <description><![CDATA[<p>รูปแบบการปกครอง4-7</p><p>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394–2411):</p><p>การปฏิรูปการปกครอง: พระองค์ได้เริ่มมีการปฏิรูประบบราชการและการบริหารงาน เช่น การจัดตั้งกระทรวงที่มีหน้าที่เฉพาะทาง และการจัดตั้งระบบราชการกลางที่มีความชัดเจนมากขึ้น</p><p>การเปิดประเทศ: มีการเปิดประเทศให้สัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น โดยการลงนามในสนธิสัญญาต่างๆ เช่น สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นเอกราชได้</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411–2453):</p><p>การปฏิรูประบบการปกครอง: มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครอง โดยการจัดตั้งกระทรวงและกรมที่มีความรับผิดชอบเฉพาะทางมากขึ้น และการยกเลิกระบบไพร่และทาส</p><p>การปฏิรูประบบการศึกษาและการสาธารณสุข: มีการส่งเสริมการศึกษาสำหรับประชาชน และการจัดตั้งโรงพยาบาลและการพัฒนาสาธารณสุข</p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453–2468):</p><p>การสร้างความเป็นปึกแผ่น: รัชกาลที่ 6 ได้เน้นการสร้างความเป็นปึกแผ่นและการปกครองที่มีระเบียบ เช่น การส่งเสริมความรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนากองทัพ</p><p>การสนับสนุนการกีฬาและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการกีฬาและการทำกิจกรรมที่มีส่วนในการสร้างความสามัคคีในชาติ</p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468–2475):</p><p>การปฏิรูประบบการปกครองครั้งใหญ่: เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและการปกครอง</p><p>การปกครองแบบประชาธิปไตย: นำไปสู่การปฏิวัติ 2475 ซึ่งทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/eb/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:15:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070540758</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.วรรษมล โกศล ชั้นม.3/6 เลขที่30</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070549147</link>
         <description><![CDATA[<p>รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394–2411):</p><p><br></p><p>การปฏิรูปการปกครอง: พระองค์ได้เริ่มมีการปฏิรูประบบราชการและการบริหารงาน เช่น การจัดตั้งกระทรวงที่มีหน้าที่เฉพาะทาง และการจัดตั้งระบบราชการกลางที่มีความชัดเจนมากขึ้น</p><p>การเปิดประเทศ: มีการเปิดประเทศให้สัมพันธ์กับชาติตะวันตกมากขึ้น โดยการลงนามในสนธิสัญญาต่างๆ เช่น สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นเอกราชได้</p><p>รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411–2453):</p><p><br></p><p>การปฏิรูประบบการปกครอง: มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครอง โดยการจัดตั้งกระทรวงและกรมที่มีความรับผิดชอบเฉพาะทางมากขึ้น และการยกเลิกระบบไพร่และทาส</p><p>การปฏิรูประบบการศึกษาและการสาธารณสุข: มีการส่งเสริมการศึกษาสำหรับประชาชน และการจัดตั้งโรงพยาบาลและการพัฒนาสาธารณสุข</p><p>รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453–2468):</p><p><br></p><p>การสร้างความเป็นปึกแผ่น: รัชกาลที่ 6 ได้เน้นการสร้างความเป็นปึกแผ่นและการปกครองที่มีระเบียบ เช่น การส่งเสริมความรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนากองทัพ</p><p>การสนับสนุนการกีฬาและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการกีฬาและการทำกิจกรรมที่มีส่วนในการสร้างความสามัคคีในชาติ</p><p>รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468–2475):</p><p><br></p><p>การปฏิรูประบบการปกครองครั้งใหญ่: เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและการปกครอง</p><p>การปกครองแบบประชาธิปไตย: นำไปสู่การปฏิวัติ 2475 ซึ่งทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2637409077/3a87cb052040f531eb4c0244feab9295/inbound8844996716930387638.jpg" />
         <pubDate>2024-08-08 08:28:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panida12345444/p4b7pqoia2atep83/wish/3070549147</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
