<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title> Sci 309 by narak nakaklim</title>
      <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-11-21 05:48:15 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-11-29 02:43:24 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f618.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>Klimmynarak</title>
         <author>narakklimmy3_</author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797478175</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ ชั้น เลขที่</p><ol><li><p>เมื่อกรดหรือเบสเข้าตา  ห้รีบไปล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วรีบไปพบแพทย์ ห้ามเอามือสีตา</p></li><li><p>……</p></li><li><p>….</p></li><li><p>…..</p></li><li><p><br/></p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206007713/a1b5d76d3ad3d4d071d1719c36f6f159/IMG_1235.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 06:47:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797478175</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Kanun </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797487546</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ชประสบชัย สารยาสะ เลขที่10 ม.3/9</p><p>1)เมื่อกรดและเบสนำไปใช้ในอาหารเช่น น้ำส้มสายชูสามารถนำไปใส่ประกอบอาหารเช่น ก๋วยเตี๋ยว </p><p>2)เมื่อกรดและเบสกระทบกับผิวหนัง กรดสามารถกัดกร่อนผิวหนังได้ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ สามารถกัดผิดหนังได้ เป็นกรดที่อันตราย</p><p>3)เมื่อกรดและเบส เบสน้ำยาล้างจาน สามารถขะจัดสิ่งสกปรกได่ น้ำยาล้างจานเป็นเบสเพราะมันลื่นและขม</p><p>4)เมื่อกรดและเบส สบู่ คือ เกลอื ของกรดไขมัน ไม่ให้ฟองกบั นํ้ากระด้าง เตรียมได้จาก นํ้ามันพชื หรือนํ้ามันสัตว์มาผสมกบั โซเดียมไฮดรอกไซด์หรือ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206636487/d6b43524de6cd9d79492add14481a500/image.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 06:55:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797487546</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.อดิศร    มณีเมือง  ม.3/9 เลขที่16</title>
         <author>lovemom0615852470</author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797488453</link>
         <description><![CDATA[<p>1.เมื่อน้ำถูกต้มเมื่อปรุงอาหารหรือเตรียมกาแฟหรือชาจะเกิดการเปลี่ยนเฟสระหว่างน้ำของเหลวและน้ำมวลเบา</p><p>2.คลอรีนที่ใช้เป็นผงซักฟอกจริงๆแล้วคือโซเดียมคลอไรต์ซึ่งเป็นตัวรีดิวซ์ คราบของเสื้อผ้าที่เรียกว่า chromophores และมี insaturations คลอรีนโจมตีความไม่เสถียรเหล่านี้โดยการลบสีของจุดด่าง ในทางเทคนิคแล้วมันไม่ได้ลบคราบ แต่ทำให้มันมองไม่เห็น.</p><p>3.และผงซักฟอกมีส่วนที่เป็นขั้วซึ่งมักจะเป็นกรดคาร์บอกซิลิกซึ่งติดอยู่กับสายโซ่อะลิฟาติกที่ไม่มีขั้วซึ่งให้ความสามารถในการก่อตัวของไมเซลล์ ไมเซลล์เหล่านี้มีความสามารถในการล้อมรอบสิ่งสกปรกดังนั้นจึงสามารถลบออกจากเสื้อผ้าจานและร่างกายของเรา.</p><p>4.อาหารแปรรูปหลายชนิดมีสารเคมีที่ให้รสชาติหรือสีที่เฉพาะเจาะจงและช่วยถนอมอาหาร.</p><p>5.หัวหอมมีโมเลกุลของกรดอะมิโนซัลฟอกไซด์ เมื่อตัดผนังเซลล์หัวหอมจะแตกออกมาปล่อยซัลฟอกไซด์เหล่านี้พร้อมกับเอนไซม์ที่ย่อยสลายเป็นกรดซัลฟินิคสารประกอบออร์กาโนซัลฟูริกของสูตร R-SOH ที่ระคายเคืองต่อตา โดยสามารถช่วยได้ด้วยการล้างด้วยน้ำสะอาดหรือใช้น้ำเกลือ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2043554342/33c19b05353fc0debfd58ffa63bc57c0/1697694635032_temp.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 06:56:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797488453</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Bidsawbangpo </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797490587</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ ด.ช. สุริยะทิตย์ สุริยะวงศ์ ชั้น ม. 3/9 เลขที่ 20</p><p>1.ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>2. ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>3.ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>4.  ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225174669/5db24db46296873fc7faf90df8e9a582/8011F40F_3358_48E3_95AC_B0E425AB1424.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 06:58:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797490587</guid>
      </item>
      <item>
         <title>\(-_-)¬</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797493475</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ช.ธรรมรัตน์ คำลิต ม.3/9 เลขที่5</p><p>1.การทำปฏิกิริยาระหว่างเหล็กและออกซิเจนในความชื้นทำให้เกิดสนิมเหล็ก ทำให้วัตถุที่ทำจากเหล็กเก่า ผุพัง วิธีการป้องกัน ได้แก่ การทาสี การรมดำ ทาน้ำมัน การเคลือบพลาสติก เป็นการป้องกันผิวของวัตถุสัมผัสกับออกซิเจนและความชื้น</p><p>แอปเปิลที่ปอกทิ้งไว้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเกิดสีน้ำตาล การป้องกันไม่ให้เนื้อของแอปเปิลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ทำได้โดยการเก็บในกล่องสุญญากาศ หรือแช่ในสารละลายน้ำตาล น้ำเกลือ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เนื้อแอปเปิลสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ​</p><p>3.การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในพืช โดยพืชจะดูดกลืนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาใช้เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นอาหาร (กลูโคส) ของพืช และมีผลพลอยได้คือ ออกซิเจน ออกมา ปฏิกิริยานี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราโดยตรง เพราะนี่คือกระบวนการผลิตอาหารที่สำคัญของโลก อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นก๊าซออกซิเจนที่เราสามารถใช้หายใจ</p><p>4.ทุกครั้งที่เราจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206637949/491e035b7baf736119e8a9c8b7414756/received_733209912063786.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:00:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797493475</guid>
      </item>
      <item>
         <title>T-T</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495016</link>
         <description><![CDATA[<p>นายภาณุพงษ์ อินถา ม.3/9 เลขที่3</p><p><strong>1. สารปรุงแต่งอาหาร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1.1 ความหมายสารปรุงแต่งอาหาร</strong>&nbsp;<br>สารปรุงแต่งอาหาร หมายถึง สารปรุงรสอาหารใช้ใส่ในอาหารเพื่อทำให้อาหารมีรสดีขึ้น เช่น น้ำตาล น้ำปลา น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว ซอสมะเขือเทศ และให้รสชาติต่างๆ เช่น<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; -&nbsp; น้ำตาล&nbsp;&nbsp; ให้รสหวาน&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; -&nbsp; เกลือ&nbsp;&nbsp; น้ำปลา ให้รสเค็ม&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; -&nbsp; น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว ซอสมะเขือเทศ ให้รสเปรี้ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1.2 ประเภทของสารปรุงแต่งอาหาร แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ&nbsp;<br></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ได้จากการสังเคราะห์ เช่น น้ำส้มสายชู น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสมะเขือเทศ เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ได้จากธรรมชาติ เช่น เกลือ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก อัญชัน เป็นต้น</p><p><strong>2. เครื่องดื่ม<br></strong>เครื่องดื่ม หมายถึง สิ่งที่มนุษย์จัดเตรียมสำหรับดื่ม และมักจะมี น้ำ เป็นส่วนประกอบหลัก บางประเภทได้คุณค่าทางโภชนาการ บางประเภทดื่มแล้วไปกระตุ้นระบบประสาท และบางประเภทดื่มเพื่อดับกระหาย แบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ น้ำดื่มสะอาด น้ำผลไม้ นม น้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ชาและกาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1) น้ำดื่มสะอาด</strong>&nbsp;<br>น้ำดื่มสะอาด เป็นเครื่องดื่มที่ไม่สิ่งอื่นเจือปน เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ปัจจุบันน้ำดื่มสะอาดได้รับความนิยมมาก ผู้ผลิตมักจะบรรจุน้ำดื่มในขวดใสสะอาดแก้วที่สะอาด เหมาะสำหรับที่จะเสิร์ฟในร้านอาหาร หรือในงานเลี้ยงต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะเลือกเครื่องดื่มชนิดนี้แทนเครื่องดื่มที่มีรสหวานอื่นๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2) น้ำผลไม้</strong>&nbsp;<br>น้ำผลไม้เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากอย่างหนึ่ง และต้องเป็นน้ำผลไม้ที่สดๆ จึงจะได้คุณค่ามาก ผู้ผลิตมักจะนำผลไม้ที่มีมากในฤดูกาลมาคั้นเอาแต่น้ำ นำมาเคี่ยวกับน้ำตาล หรือนำผลไม้สดมาปั่นผสมกับน้ำแข็ง น้ำเชื่อม จะได้รสชาติแปลกๆ หลายอย่าง</p><p><strong>3. สารทำความสะอาด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>3.1 ความหมายของสารทำความสะอาด</strong><br>สารทำความสะอาด หมายถึง คุณสมบัติในการกำจัดความสกปรกต่างๆ ตลอดจนฆ่าเชื้อโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>3.2 ประเภทของสารทำความสะอาด<br></strong>แบ่งตามการเกิด ได้ 2 ประเภท คือ&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) ได้จากการสังเคราะห์ เช่น น้ำยาล้างจาน สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพูสระผม ผงซักฟอก&nbsp;<br>สารทำความสะอาดพื้นเป็นต้น<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) ได้จากธรรมชาติ เช่น น้ำมะกรูด มะขามเปียก เกลือ เป็นต้น<br>แบ่งตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นเกณฑ์ แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.1 สารประเภททำความสะอาดร่างกาย ได้แก่ สบู่ แชมพูสระผม เป็นต้น<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.2 สารประเภททำความสะอาดเสื้อผ้า ได้แก่ สารซักฟอกชนิดต่างๆ<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.3 สารประเภททำความสะอาดภาชนะ ได้แก่ น้ำยาล้างจาน เป็นต้น<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.4 สารประเภททำความสะอาดห้องน้ำ ได้แก่ สารทำความสะอาดห้องน้ำทั้งชนิดผงและชนิดเหลว</p><p><strong>สมบัติของสารทำความสะอาด<br></strong>สารทำความสะอาด เช่น สบู่ แชมพูสระผม สารล้างจาน สารทำความสะอาดห้องน้ำ สารซักฟอก บางชนิดมีสมบัติเป็นกรด บางชนิดมีสมบัติเป็นเบสซึ่งทดสอบได้ด้วยกระดาษลิตมัส</p><p>สารทำความสะอาดห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์บางชนิดมีสมบัติเป็นกรด สามารถกัดกร่อนหินปูนที่ยาไว้ระหว่างกระเบื้องปูพื้นหรือฝาห้องน้ำบริเวณเครื่องสุขภัณฑ์ ทำให้คราบสกปรกที่เกาะอยู่หลุดลอกออกมาด้วย ถ้าใช้สารชนิดนี้ไปนานๆ พื้นและฝาห้องน้ำจะสึกกร่อนไปด้วย นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้ใช้เกิดความระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจและผิวหนังอีกด้วย ดังนั้น ในการใช้ต้องระมัดระวังโดยปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้อย่างเคร่งครัดและต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม การใช้ในปริมาณมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยทำความสะอาดได้มากขึ้น ในทางตรงกันข้าม อาจทำให้สิ้นเปลืองและทำลายสิ่งแวดล้อม ส่วนสารทำความสะอาดห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์</p><p><br><strong>4. สารกำจัดแมลง และสารกำจัดศัตรูพืช</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>4.1 ความหมายของสารกำจัดแมลงและสารกำจัดศัตรูพืช</strong>&nbsp;สารกำจัดแมลงและสารกำจัดศัตรูพืช หมายถึง สารเคมีที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ป้องกันการกำจัด และควบคุมแมลงต่างๆ ไม่ให้มารบกวน มีทั้งชนิดผง ชนิดเม็ด และชนิดน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>4.2 ประเภทของ สารกำจัดแมลงและสารกำจัดศัตรูพืช</strong>&nbsp;แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. ได้จากการสังเคราะห์ เช่น สารฆ่ายุง สารกำจัดแมลง เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225174280/363a4a6b4fa8d38d3c8491dfa2ab2090/inbound6236043951313164074.webp" />
         <pubDate>2023-11-21 07:02:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495016</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Guy </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495658</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย สุรพศ ภูอภิวงศ์ ชั้นม.3/9 เลขที่21</p><p>1 ) สารประเภททำความสะอาดร่างกาย ได้แก่ สบู่ แชมพูสระผม เป็นต้น 2) สารประเภททำความสะอาดเสื้อผ้า ได้แก่ สารซักฟอกชนิดต่างๆ 3) สารประเภททำความสะอาดภาชนะ ได้แก่ น้ำยาล้างจาน เป็นต้น 4) สารประเภททำความสะอาดห้องน้ำ ได้แก่ สารทำความสะอาดห้องน้ำทั้งชนิดผงและชนิดเหลว</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225174787/d40e00d482e97e10eb9cf9e90bdd4d73/inbound8576873368119953138.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:02:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495658</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Namkhing</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495663</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.จรินทร์ภรณ์ พันธ์ธง ม.3/9 เลขที่27</p><p>เรื่องกรดและเบส</p><p>1.ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>2.ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>3.ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>4.ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225174683/2fea8e26f38562d1d767ffdcc3c7c376/FCA99457_016D_4278_968A_C5114D8BEB21.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:02:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495663</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ploy</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495873</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ พลอยวดี โดดทอง 3/9 เลขที่26</p><p>เรื่องกรดและเบส</p><p>1.<strong>กรดในชีวิตประจําวัน</strong>เช่น นํ้าโซดา นํ้าส้มสายชู นํ้าส้ม นํ้ามะนาว นํ้ายาล้างห้องนํ้า สารละลาย<strong>เบสในชีวิตประจําวัน</strong></p><p><strong>2.</strong>1. ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>3.ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>4.ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>5.ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225175256/c4840515967dfcaa1dc0aca785d5d61a/IMG_9620.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:02:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797495873</guid>
      </item>
      <item>
         <title>sacreammii</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797496644</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ บุษยมาส อินทจักร์ 3/9 เลขที่37</p><p><br></p><p>1. ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง</p><p>พืชสร้างอาหารโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยมีคลอโรฟิลล์และแสงช่วยให้น้ำเกิดปฏิกิริยากับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ได้กลูโคสและแก๊สออกซิเจน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ช่วยลดปริมาณ CO2 ในอากาศ และลดโลกร้อน เกิดแก๊สที่มีประโยชน์ในการหายใจของสิ่งมีชีวิต คือแก๊สออกซิเจน</p><p>2. ปฏิกิริยาการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์</p><p>ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มีประโยชน์ในการฟอกสีเส้นผม ฟอกสีอาหาร ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค โดยปกติไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สลายตัวได้เองอย่างช้าๆ เกิดเป็นแก๊สออกซิเจนและน้ำ แต่ถ้าได้รับแสงสว่าง และความร้อน จะช่วยให้การสลายตัวเกิดเร็วขึ้นได้</p><p>3. ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือผงฟู เมื่อนำขนมที่มีส่วนผสมของผงฟูไปนึ่งหรืออบ ความร้อนจะทำให้ NaHCO3 สลายตัวให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ซึ่งสามารถขยายตัวดันและแทรกผ่านเนื้อขนม ทำให้เกิดโพรงอากาศกระจายทั่วทั้งก้อนขนม</p><p>4. ปฏิกิริยาการเผาไหม้เชื้อเพลิง</p><p>สารประกอบไฮโดรคาร์บอน หรือเชื้อเพลิงที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แก๊สหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด เมื่อติดไฟและเผาไหม้สมบูรณ์ จะให้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ พร้อมทั้งพลังงานความร้อนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ถ้าในบรรยากาศมีคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในปริมาณมาก จะมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่ถ้าเชื้อเพลิงนั้นเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ จะเกิดเขม่าควัน และคาร์บอนมอนอกไซด์ และไอน้ำ</p><p>5. ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะ</p><p>เหล็กเป็นโลหะที่นำมาใช้งานหลายด้านในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น เหล็กมักเกิดการผุกร่อนและเป็นสนิม เนื่องจากเหล็กทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน และความชื้นในอากาศ วิธีการป้องกันการเกิดสนิมเหล็ก ทำได้โดยการป้องกันไม่ให้เหล็กสัมผัสกับแก๊สออกซิเจน และความชื้น เช่น การทาด้วยน้ำมัน ฉาบด้วยดีบุก ทาสี เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225177506/293a7e1cddb69407040ec2f609c66e40/inbound5343032580771357327.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:03:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797496644</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ney Ney</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797496962</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.ณัฐนรี  เรืองอุไรพร ม.3/9 เลขที่30</p><p>เรื่องกรดและเบส</p><p>1.ถ้าโดนเบสที่ผิวหนังหรือที่หน้า ให้<strong>ใช้น้ำล้างมากๆ ทันที แล้วล้างด้วยสารละลายกรดแอซีติกเข้มข้นร้อยละ 10 แล้วจึงใช้น้ำล้างอีกครั้งหนึ่งเป็นเวลาประมาณ 20 นาที แล้วปิดด้วยผ้าพันแผล</strong></p><p><strong>2.</strong>กรดและเบสในชีวิตประจำวัน อยู่เกือบตลอดเวลา ทั้งในการบริโภคคืออาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู รวมทั้งเครื่องอุปโภคต่าง ๆ ตั้งแต่ สบู่, แชมพู, น้ำยาล้างจาน, ผงซักฟอก, น้ำยาล้างห้องน้ำ รวมถึงยัง<strong>ใช้เป็นยารักษาโรคได้ เช่น ยาลดกรด</strong></p><p><strong>3.</strong>ใช้เติมในอาหาร เช่น การเติมน้ำส้มสายชู เพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว การแช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>4.ใช้ทำความสะอาดเครื่องใช้ พื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ เช่น ใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์</p><p>5.ใช้ทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้แชมพูที่เป็นเบสในการสระผม ใช้ครีมนวดผมที่เป็นกรดในการปรับสภาพผม ใช้สบู่ที่มีความเป็นเบสในการทำความสะอาดร่างกาย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225174518/9064e35866598ba677933d85ecfd2f56/B5EE46B2_9736_450E_93A3_8AFC7F666618.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:04:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797496962</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โคตรคนหล่อ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797497227</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ช.นนทกร ตานาคา ม.3/9 เลขที่8</p><p>1. ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>2. ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>3. ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>4. ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225173884/ca873e7900a3cf72ebac9055744328c0/inbound7428915514572505700.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:04:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797497227</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Pin🌌🤪</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797497490</link>
         <description><![CDATA[<p>1. การสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง</p><p>ทุกครั้งที่เราจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p><p>2. ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก</p><p>หลายครั้งที่เราเห็นมีดในครัว กุญแจ หรือราวสะพานลอยมีสีแดงเพราะถูกสนิมเหล็กจับ มันคือตัวอย่างของการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือการสูญเสียอิเล็กตรอนจากวงโคจรภายในอะตอมของมันให้กับโมเลกุลอื่น ซึ่งนอกจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นกับเหล็กแล้ว ยังมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับทองแดง ทำให้เกิดเป็นสนิมสีเขียว และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับโลหะเงิน ทำให้เกิดเป็นรอยด่างดวงขึ้นมาด้วย</p><p>3. ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา</p><p>เวลาที่เราทำขนมประเภทเค้กหรือขนมปัง จำเป็นต้องมีเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู (มีเบกกิ้งโซดาเป็นส่วนประกอบ) เป็นหนึ่งในส่วนผสม และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เบกกิ้งโซดาซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนตหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวและได้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งก๊าซนี้เองที่ทำให้ขนมฟูนุ่มน่ารับประทาน</p><p>4. ปฏิกิริยาการหายใจแบบใช้ออกซิเจน (การหายใจแบบแอโรบิก)</p><p>ปฏิกิริยาการหายใจแบบใช้ออกซิเจน เป็นการสลายสารอาหารโดยใช้ออกซิเจน เพื่อให้เกิดพลังงานที่เซลล์สามารถนำไปใช้ได้ โดยปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นที่เซลล์ในร่างกายของเรานั่นเอง ซึ่งในปฏิกิริยานี้ สารอาหารอย่างกลูโคสจะรวมกับออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป เกิดปฏิกิริยาเคมีและปลดปล่อยพลังงานที่จำเป็นต่อเซลล์ออกมาในรูป ATP นอกจากนี้ยังมีคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำที่ถูกปล่อยออกมาด้วย</p><p>5. ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน (การหายใจแบบแอนาโรบิก)</p><p>ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนเกิดขึ้นทุกวัน แต่การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะให้ผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน จากกระบวนการบางอย่างที่แตกต่างกัน หากเป็นพืช รา และยีสต์ ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นเอทานอล คาร์บอนไดออกไซด์ และพลังงานออกมา ส่วนในกล้ามเนื้อของคนเรา การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถนำออกซิเจนส่งไปยังกล้ามเนื้อได้ทันและเพียงพอ เช่น กรณีที่มีการออกกำลังกายอย่างหนักและยาวนาน ซึ่งจะทำให้การสลายกลูโคสในเซลล์กล้ามเนื้อไม่สมบูรณ์ และเกิดเป็นกรดแลกติกสะสมในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดหรือกล้ามเนื้อล้าได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206648159/77d167af9da5b62b98ae97d27143b780/inbound8456205329805629882.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:04:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797497490</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Night 🌆</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797498324</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.จรัญพร  พิทยาหาญ  ชั้นม.3/9  เลขที่23</p><p>1. กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)</p><p>การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในพืช โดยพืชจะดูดกลืนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาใช้เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นอาหาร (กลูโคส) ของพืช และมีผลพลอยได้คือ ออกซิเจน ออกมา ปฏิกิริยานี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราโดยตรง เพราะนี่คือกระบวนการผลิตอาหารที่สำคัญของโลก อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นก๊าซออกซิเจนที่เราสามารถใช้หายใจด้วย</p><p>2. การสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง</p><p>ทุกครั้งที่เราจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p><p>3.ปฏิกิริยาการสะเทิน</p><p>ปฏิกิริยาการสะเทินเกิดจากการที่กรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กรดซัลฟิวลิก และเบส เช่น เบกกิ้งโซดา สบู่ อะซีโตน เข้าทำปฏิกิริยากันได้พอดี เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เกลือและน้ำ ทั้งนี้เกลือที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์เสมอไป ขึ้นกับสารตั้งต้น ซึ่งอาจทำให้ได้เป็นเกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งมีรสชาติเค็มเหมือนกัน</p><p>แต่อันตรายสำหรับผู้ป่วยโรคไตมากกว่าเกลือ</p><p>โซเดียมคลอไรด์</p><p>4.ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา</p><p>เวลาที่เราทำขนมประเภทเค้กหรือขนมปัง จำเป็นต้องมีเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู (มีเบกกิ้งโซดาเป็นส่วนประกอบ) เป็นหนึ่งในส่วนผสม และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เบกกิ้งโซดาซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนตหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวและได้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งก๊าซนี้เองที่ทำให้ขนมฟูนุ่มน่ารับประทาน</p><p><br/></p><p> </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225176697/34fa02852b72b500b428edc52ecef5cd/inbound2555468669321988959.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:05:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797498324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นอนน้อย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797499396</link>
         <description><![CDATA[<p> 1. ได้จากการสังเคราะห์ เช่น น้ำยาล้างจาน สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพูสระผม ผงซักฟอก </p><p>สารทำความสะอาดพื้น</p><p>2. สารปรุงแต่งอาหาร ได้จากการสังเคราะห์ เช่น น้ำส้มสายชู น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสมะเขือเทศ </p><p>3</p><p>ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>4. ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225176202/e47a83d12802fe662e4d36e51f1fee88/inbound3363008495509385542.png" />
         <pubDate>2023-11-21 07:06:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797499396</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.พิสิษฐ์  มาทรัพย์ ม.3/9 เลขที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797500303</link>
         <description><![CDATA[<p>ใช้เติมในอาหาร เช่น การเติมน้ำส้มสายชู เพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว การแช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. ใช้ทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้แชมพูที่เป็นเบสในการสระผม ใช้ครีมนวดผมที่เป็นกรดในการปรับสภาพผม ใช้สบู่ที่มีความเป็นเบสในการทำความสะอาดร่างกาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. ใช้ทำความสะอาดเครื่องใช้ พื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ เช่น ใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4. ใช้เป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาที่เป็นเบสในการลดกรดในกระเพาะอาหาร </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225179934/670588842b1fe8bed01fe71141daf189/inbound7938381076323036023.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:07:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797500303</guid>
      </item>
      <item>
         <title>light in the heart</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797500858</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ช.อนุวัต ลุงต๊ะ</p><p>  1. ใช้เติมในอาหาร เช่น การเติมน้ำส้มสายชู เพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว การแช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>2. ใช้ทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้แชมพูที่เป็นเบสในการสระผม ใช้ครีมนวดผมที่เป็นกรดในการปรับสภาพผม ใช้สบู่ที่มีความเป็นเบสในการทำความสะอาดร่างกาย</p><p>3. ใช้ทำความสะอาดเครื่องใช้ พื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ เช่น ใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์</p><p>4. ใช้เป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาที่เป็นเบสในการลดกรดในกระเพาะอาหาร</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225181514/af1105f6576339ee811efed6fcd081e0/inbound3899950524923081592.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:07:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797500858</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Chaoweij</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797501089</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.พนิดา เเสนใจบาล ม.3/9 เลขที่35</p><p><br/></p><p><br/></p><p> 1 <strong>ปฏิกิริยาการเผาไหม้เชื้อเพลิง</strong></p><p>สารประกอบไฮโดรคาร์บอน หรือเชื้อเพลิงที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น  น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด เมื่อติดไฟและเผาไหม้สมบูรณ์ จะให้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ พร้อมทั้งพลังงานความร้อนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ถ้าในบรรยากาศมีคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในปริมาณมาก </p><p>2 <strong>ปฏิกิริยาการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์</strong></p><p>ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มีประโยชน์ในการฟอกสีเส้นผม ฟอกสีอาหาร ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค โดยปกติไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สลายตัวได้เองอย่างช้าๆ เกิดเป็นแก๊สออกซิเจนและน้ำ แต่ถ้าได้รับแสงสว่าง และความร้อน จะช่วยให้การสลายตัวเกิดเร็วขึ้นได้</p><p>3<strong>ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง</strong></p><p>พืชสร้างอาหารโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยมีคลอโรฟิลล์และแสงช่วยให้น้ำเกิดปฏิกิริยากับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ได้กลูโคสและแก๊สออกซิเจน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ช่วยลดปริมาณ CO2 ในอากาศ </p><p>4 <strong>ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะ</strong></p><p>&nbsp;</p><p>เหล็กเป็นโลหะที่นำมาใช้งานหลายด้านในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น เหล็กมักเกิดการผุกร่อนและเป็นสนิม เนื่องจากเหล็กทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน และความชื้นในอากาศ วิธีการป้องกันการเกิดสนิมเหล็ก ทำได้โดยการป้องกันไม่ให้เหล็กสัมผัสกับแก๊สออกซิเจน และความชื้น เช่น การทาด้วยน้ำมัน ฉาบด้วยดีบุก ทาสี เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225181682/569681cf3383676c2e068ca656c50c0d/IMG_3140.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:08:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797501089</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Pear🤸💐</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797501618</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ. นภาพร ลุงแอ 3/9 เลขที่ 29</p><p>1.ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา เบกกิ้งโซดาซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนตหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวและได้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งก๊าซนี้เองที่ทำให้ขนมฟูนุ่มน่ารับประทาน</p><p>2.ปฏิกิริยาการหายใจแบบใช้ออกซิเจน (การหายใจแบบแอโรบิก) ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นที่เซลล์ในร่างกายของเรานั่นเอง ซึ่งในปฏิกิริยานี้ สารอาหารอย่างกลูโคสจะรวมกับออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป เกิดปฏิกิริยาเคมีและปลดปล่อยพลังงานที่จำเป็นต่อเซลล์ออกมาในรูป ATP นอกจากนี้ยังมีคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำที่ถูกปล่อยออกมาด้วย</p><p>3.การสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง</p><p>ปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p><p>4.ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก</p><p>การเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือการสูญเสียอิเล็กตรอนจากวงโคจรภายในอะตอมของมันให้กับโมเลกุลอื่น ซึ่งนอกจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นกับเหล็กแล้ว ยังมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับทองแดง ทำให้เกิดเป็นสนิมสีเขียว และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับโลหะเงิน ทำให้เกิดเป็นรอยด่างดวงขึ้นมาด้วย</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206646637/b131e2b3b4b933c82b344a02273c58ee/inbound239784316327797528.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:08:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797501618</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Fha</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797501994</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.นภาวดี พิทยาหาญ ม.3/9 เลขที่22</p><p><br></p><p>1)ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p><br></p><p>2)ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม</p><p><br></p><p>3)ไฮโดรคาร์บอน หรือเชื้อเพลิงที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แก๊สหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด เมื่อติดไฟและเผาไหม้สมบูรณ์ จะให้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์</p><p><br></p><p>4)เหล็กเป็นโลหะที่นำมาใช้งานหลายด้านในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น เหล็กมักเกิดการผุกร่อนและเป็นสนิม เนื่องจากเหล็กทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน และความชื้นในอากาศ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225176698/7d86a60a8b1d4c39df4e72d3da9ce0d7/IMG_3796.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:09:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797501994</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797502040</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225173884/16276ae8775367a8a99abf82b3d0639d/inbound7816826763319848730.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:09:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797502040</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Nam</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797502601</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ อัจฉรา โยนยิ่ง 3/9 เลขที่31</p><p>&nbsp; 1. ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;2. ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;3. ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;4. ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225174971/3be38fc3fc66bb70cef129546962c8f3/inbound3675636972159814966.webp" />
         <pubDate>2023-11-21 07:09:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797502601</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Fon^^</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797502666</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>&nbsp;2. ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>&nbsp;3. ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>&nbsp;4. ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2062054170/c038817d9065a133d86782b84f9f09fa/IMG_7380.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:09:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797502666</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตะวัน หมู่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797503408</link>
         <description><![CDATA[<p>&nbsp; 1. ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;2. ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;3. ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;4. ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225177788/f6d7c59f837b223b2fcaf3561ed5c976/inbound7295235003278905079.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:10:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797503408</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Petch💎</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797505707</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.ณัฐณิชา ลุงเสาร์ 38 ม.3/9</p><p>1.<strong>ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา</strong></p><p>เวลาที่เราทำขนมประเภทเค้กหรือขนมปัง จำเป็นต้องมีเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู (มีเบกกิ้งโซดาเป็นส่วนประกอบ) เป็นหนึ่งในส่วนผสม และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เบกกิ้งโซดาซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนตหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวและได้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งก๊าซนี้เองที่ทำให้ขนมฟูนุ่มน่ารับประทาน</p><p>2.ปฏิกิริยาการสะเทินเกิดจากการที่กรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กรดซัลฟิวลิก และเบส เช่น เบกกิ้งโซดา สบู่ อะซีโตน เข้าทำปฏิกิริยากันได้พอดี เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เกลือและน้ำ ทั้งนี้เกลือที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์เสมอไป ขึ้นกับสารตั้งต้น ซึ่งอาจทำให้ได้เป็นเกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งมีรสชาติเค็มเหมือนกันแต่อันตรายสำหรับผู้ป่วยโรคไตมากกว่าเกลือโซเดียมคลอไรด์</p><p>3.<strong>ปฏิกิริยา</strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/67727/-blo-sciche-sci-"><strong>การเกิดสนิมเหล็ก</strong></a></p><p>หลายครั้งที่เราเห็นมีดในครัว กุญแจ หรือราวสะพานลอยมีสีแดงเพราะถูกสนิมเหล็กจับ มันคือตัวอย่างของการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือการสูญเสียอิเล็กตรอนจากวงโคจรภายในอะตอมของมันให้กับโมเลกุลอื่น ซึ่งนอกจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นกับเหล็กแล้ว ยังมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับทองแดง ทำให้เกิดเป็นสนิมสีเขียว และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับโลหะเงิน ทำให้เกิดเป็นรอยด่างดวงขึ้นมาด้วย</p><p>4.<strong>ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน (การหายใจแบบแอนาโรบิก)</strong></p><p>ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนเกิดขึ้นทุกวัน แต่การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะให้ผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน จากกระบวนการบางอย่างที่แตกต่างกัน หากเป็นพืช รา และยีสต์ ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นเอทานอล คาร์บอนไดออกไซด์ และพลังงานออกมา ส่วนในกล้ามเนื้อของคนเรา การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถนำออกซิเจนส่งไปยังกล้ามเนื้อได้ทันและเพียงพอ เช่น กรณีที่มีการออกกำลังกายอย่างหนักและยาวนาน ซึ่งจะทำให้การสลายกลูโคสในเซลล์กล้ามเนื้อไม่สมบูรณ์ และเกิดเป็นกรดแลกติกสะสมในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดหรือกล้ามเนื้อล้าได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225177388/a4a4f086342236a3b963aea3f8e2945a/68D74322_2FCE_4FE9_9582_D3914FAAA7C3.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:12:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797505707</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตะวันหมู่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797506541</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225174683/caaac4beaf338189cdd2a0026edbb325/209E33B0_8C15_443B_9E20_3914963073ED.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:13:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797506541</guid>
      </item>
      <item>
         <title>W.P</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797506629</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นาย วรเวช พนาอมรชัย</p><p>ชั้น 3/9 เลขที่ 19</p><ol><li><p>ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p></li></ol><p><br/></p><p>2. ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>3. กระบวนการสังเคราะห์ด้วย แสง (Photosynthesis) การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็น ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในพืช โดยพืชจะดูดกลืนพลังงานแสง จากดวงอาทิตย์มาใช้เพื่อ เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำให้เป็นอาหาร (กลูโคส) ของพืช และมีผลพลอยได้คือ ออกซิเจน ออกมา ปฏิกิริยานี้ เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของ เราโดยตรง เพราะนี่คือ กระบวนการผลิตอาหารที่ สำคัญของโลก อีกทั้งยัง เป็นการเปลี่ยนก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นก๊าซ ออกซิเจนที่เราสามารถใช้ หายใจด้วย</p><p>4.ปฏิกิริยาการหายใจแบบใช้ ออกซิเจน (การหายใจแบบแอ โรบิก)</p><p><br/></p><p>ปฏิกิริยาการหายใจแบบใช้ ออกซิเจน เป็นการสลายสาร อาหารโดยใช้ออกซิเจน เพื่อให้ เกิดพลังงานที่เซลล์สามารถนำ ไปใช้ได้ โดยปฏิกิริยานี้จะเกิด ขึ้นที่เซลล์ในร่างกายของเรา นั่นเอง ซึ่งในปฏิกิริยานี้ สาร อาหารอย่างกลูโคสจะรวมกับ ออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป เกิดปฏิกิริยาเคมีและปลด</p><p><br/></p><p>ปล่อยพลังงานที่จำเป็นต่อเซลล์ ออกมาในรูป ATP นอกจากนี้ ยังมีคาร์บอนไดออกไซด์และ น้ำที่ถูกปล่อยออกมาด้วย</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2043550980/aa6959d3c0b22131e4d33fb855488e25/IMG_20231121_140026_532.webp" />
         <pubDate>2023-11-21 07:13:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797506629</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บอกรักเธอแบบy2k</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797509620</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225173884/569c4885630cedbcd3eea9da29c78645/inbound523111046227765087.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:15:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797509620</guid>
      </item>
      <item>
         <title>...</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797510587</link>
         <description><![CDATA[<p>ปุญญพะฒน์ ตาแก้ว ม.3/9  เลขที่17</p><p>1.ปฏิกิริยากับโลหะ เมื่อเรานำโลหะมาทำปฏิกิริยากับกรดจะเกิดฟองแก๊สเกิดขึ้นซึ่งฟองที่เกิดขึ้นคือแก๊สไฮโดรเจน มีโลหะบางชนิดเท่านั้นที่ทำปฏิกิริยากับกรดได้ เช่น แมกนีเซียม สังกะสี และเหล็ก เป็นต้น ขณะที่เกิดปฏิกิริยาขึ้นโลหะก็จะละลายไปในสารละลาย การสังเกตนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่จัดกรดว่าเป็นสารกัดกร่อน (Corrosive) ซึ่งหมายถึงกรดสามารถ “กัด” วัสดุอื่น ๆ ได้ ตัวอย่างปฏิกิริยาเป็นดังนี้</p><p>2ปฏิกิริยานี้ใช้ระบุว่าหินชนิดใดเป็นหินปูน แนวประการรังเป็นรูปแบบหนึ่งของหินปูนที่พบในทะเล แนวโครงสร้างที่ใหญ่โตของปะการังเกิดจากการสร้างแคลเซียมคาร์บอเนตห่อหุ้มของสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ ชอล์ก็เป็น หินปูนอีกชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากส่วนที่แข็งของสัตว์ทะเลขนาดจิ๋วที่ผ่านการทับถมเป็นชั้นหนาขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าชั้นเหล่านี้ก็จะอัดแน่นจนแข็งตัวกลายเป็นชอล์ก</p><p>3.ปฏิกิริยากับอินดิเคเตอร์ ถ้าเราทำกิจกรรมใช้กระดาษลิตมัสทดสอบสารบางชนิด กระดาษลิตมัสเป็นตัวอย่างหนึ่งของตัวตรวจสอบกรด - เบส ซึ่งอินดิเคเตอร์ก็คือสารประกอบที่มีสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ จะเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับสารละลายกรด - เบส  เช่น น้ำส้มสายชูและน้ำมะนาวจะเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นแดง</p><p>4.น้ำยาล้างห้องน้ำสามารถล้างคราบสิ่งสกกระปรกได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225177507/b029062d533fb07625b0d99edf101a34/inbound1335900685941762056.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:16:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797510587</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Garfield</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797511292</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>ด.ช.ธนคุณ ยอดวิเศษ เลขที่ 15 ม.3/9</p><p>1.ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p><p>2.ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p>3. ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p>4.ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2043555763/6b148ae2ea8fd59c08a21bda1436e156/received_991968565238793.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:17:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797511292</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Aim</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797512158</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ ฐิติวรดา บุญลี เลขที่ 32 ม.3/9</p><p>1 การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในพืช โดยพืชจะดูดกลืนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาใช้เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นอาหาร (กลูโคส) ของพืช และมีผลพลอยได้คือ ออกซิเจน ออกมา ปฏิกิริยานี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราโดยตรง เพราะนี่คือกระบวนการผลิตอาหารที่สำคัญของโลก อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นก๊าซออกซิเจนที่เราสามารถใช้หายใจด้วย</p><p>2 ทุกครั้งที่เราจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p><p>3 หลายครั้งที่เราเห็นมีดในครัว กุญแจ หรือราวสะพานลอยมีสีแดงเพราะถูกสนิมเหล็กจับ มันคือตัวอย่างของการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือการสูญเสียอิเล็กตรอนจากวงโคจรภายในอะตอมของมันให้กับโมเลกุลอื่น ซึ่งนอกจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นกับเหล็กแล้ว ยังมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับทองแดง ทำให้เกิดเป็นสนิมสีเขียว และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับโลหะเงิน ทำให้เกิดเป็นรอยด่างดวงขึ้นมาด้วย</p><p>4 เวลาที่เราทำขนมประเภทเค้กหรือขนมปัง จำเป็นต้องมีเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู (มีเบกกิ้งโซดาเป็นส่วนประกอบ) เป็นหนึ่งในส่วนผสม และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เบกกิ้งโซดาซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนตหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวและได้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งก๊าซนี้เองที่ทำให้ขนมฟูนุ่มน่ารับประทาน</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225179646/a574215b8a2b25868e63007ff97ef49d/IMG_7782.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:18:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797512158</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ก้องภพ กวินยั่งยืน เลขที่1 ม.3/9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797512915</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p><br/></p><p>2.คลอรีนที่ใช้เป็นผงซักฟอกจริงๆแล้วคือโซเดียมคลอไรต์ซึ่งเป็นตัวรีดิวซ์ คราบของเสื้อผ้าที่เรียกว่า chromophores และมี insaturations คลอรีนโจมตีความไม่เสถียรเหล่านี้โดยการลบสีของจุดด่าง ในทางเทคนิคแล้วมันไม่ได้ลบคราบ แต่ทำให้มันมองไม่เห็น.</p><p><br/></p><p>3.และผงซักฟอกมีส่วนที่เป็นขั้วซึ่งมักจะเป็นกรดคาร์บอกซิลิกซึ่งติดอยู่กับสายโซ่อะลิฟาติกที่ไม่มีขั้วซึ่งให้ความสามารถในการก่อตัวของไมเซลล์ ไมเซลล์เหล่านี้มีความสามารถในการล้อมรอบสิ่งสกปรกดังนั้นจึงสามารถลบออกจากเสื้อผ้าจานและร่างกายของเรา.</p><p><br/></p><p>4.ทุกครั้งที่เราจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p><p><br/></p><p>5.เหล็กเป็นโลหะที่นำมาใช้งานหลายด้านในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น เหล็กมักเกิดการผุกร่อนและเป็นสนิม เนื่องจากเหล็กทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน และความชื้นในอากาศ วิธีการป้องกันการเกิดสนิมเหล็ก ทำได้โดยการป้องกันไม่ให้เหล็กสัมผัสกับแก๊สออกซิเจน และความชื้น เช่น การทาด้วยน้ำมัน ฉาบด้วยดีบุก ทาสี เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225181304/a165dbd249f60ea5a783a2956062c2f2/IMG_MIRROR_20231121_141635.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:19:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797512915</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Sand</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797513569</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง</p><p>พืชสร้างอาหารโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยมีคลอโรฟิลล์และแสงช่วยให้น้ำเกิดปฏิกิริยากับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ได้กลูโคสและแก๊สออกซิเจน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ช่วยลดปริมาณ CO2 ในอากาศ และลดโลกร้อน เกิดแก๊สที่มีประโยชน์ในการหายใจของสิ่งมีชีวิต คือ แก๊สออกซิเจน</p><p>2. ปฏิกิริยาการสลายตัวของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์</p><p>ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มีประโยชน์ในการฟอกสีเส้นผม ฟอกสีอาหาร ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค โดยปกติไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สลายตัวได้เองอย่างช้าๆ เกิดเป็นแก๊สออกซิเจนและน้ำ แต่ถ้าได้รับแสงสว่าง และความร้อน จะช่วยให้การสลายตัวเกิดเร็วขึ้นได้</p><p>3. ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือผงฟู</p><p>เมื่อนำขนมที่มีส่วนผสมของผงฟูไปนึ่งหรืออบ ความร้อนจะทำให้ NaHCO3 สลายตัวให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ซึ่งสามารถขยายตัวดันและแทรกผ่านเนื้อขนม ทำให้เกิดโพรงอากาศกระจายทั่วทั้งก้อนขนม</p><p>การสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต นำไปใช้ประโยชน์ในการดับไฟป่าได้ โดยโปรยผงโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตจากเครื่องบินลงบริเวณเหนือไฟป่า จะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นในปริมาณมาก ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์หนักกว่าอากาศ จึงลอยตัวในระดับต่ำ ปกคลุมพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ออกซิเจนเข้าไม่ถึง จึงช่วยบรรเทาหรือหยุดการเผาไหม้ได้ในระดับหนึ่ง</p><p>4. ปฏิกิริยาการเผาไหม้เชื้อเพลิงสารประกอบไฮโดรคาร์บอน หรือเชื้อเพลิงที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แก๊สหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด เมื่อติดไฟและเผาไหม้สมบูรณ์ จะให้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ พร้อมทั้งพลังงานความร้อนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ถ้าในบรรยากาศมีคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในปริมาณมาก จะมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่ถ้าเชื้อเพลิงนั้นเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ จะเกิดเขม่าควัน และคาร์บอนมอนอกไซด์ และไอน้ำ</p><p>5. ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะ</p><p>เหล็กเป็นโลหะที่นำมาใช้งานหลายด้านในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น เหล็กมักเกิดการผุกร่อนและเป็นสนิม เนื่องจากเหล็กทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน และความชื้นในอากาศ วิธีการป้องกันการเกิดสนิมเหล็ก ทำได้โดยการป้องกันไม่ให้เหล็กสัมผัสกับแก๊สออกซิเจน และความชื้น เช่น การทาด้วยน้ำมัน ฉาบด้วยดีบุก ทาสี เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206648159/c46661caaf712d7f699520a7ba401f19/inbound2963293908922397377.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:19:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797513569</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พนัสนันท์ หมู่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797525443</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ช.พนัสนันท์ จอมนำ ม.3/9 เลขที่12</p><p>1.น้ำโซดา</p><p>2.น้ำส้มสายชู</p><p>3.น้ำสบู่</p><p>4.แชมพู</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2198439724/3ea57dd8159d7bc684687188f7d5b9e9/IMG_20231121_141346.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 07:31:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797525443</guid>
      </item>
      <item>
         <title>AAui</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797740249</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ช.ชนพัฒน์ หงษ์ประสิทธิ์ ม.3/9 เลขที่18</p><p>        1. ใช้กรด-เบสเกี่ยวกับอาหาร เช่น เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อให้อาหารมีรสเปรี้ยว แช่อาหารในน้ำปูนใสเพื่อให้อาหารกรอบ</p><p><br/></p><p>        2. ใช้กรด-เบสทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย ใช้แชมพูสระผม ใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผม คนสมัยก่อนนิยมชโลมผมด้วยน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวหลังสระผม เพื่อกำจัดไคลสบู่ที่จับอยู่ตามเส้นผม เนื่องจากสารทำความสะอาดในแชมพูเป็นสารประเภทเดียวกับสบู่</p><p><br/></p><p>        3. ใช้กรดเบสทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดเครื่องครัว ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดห้องน้ำและสุขภัณฑ์ ซึ่งสารที่ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำหรือเครื่องสุขภัณฑ์นั้นมีสมบัติเป็นกรดที่รุนแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนขาวที่ต่อเชื่อมแผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดสารที่ไม่เกาะกับผิวของวัตถุ สามารถใช้น้ำล้างสารเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงทำให้ห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์สะอาด แต่ควรระมัดระวังไม่ให้สารเหล่านี้ถูกร่างกายหรือเสื้อผ้า และไม่ควรสูดหายใจเอาไอของสารเข้าไป</p><p><br/></p><p>        4. ใช้กรดเบสเป็นยารักษาโรค เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเซลล์ในกระเพาะอาหารของคนเราจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมา เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีค่า pH อยู่ในช่วง 1.6-2.5 จะทำให้สามารถย่อยโปรตีนได้ดีที่สุด การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือภาวะเครียด ทำให้กรดไฮโดรคลอกริกหลั่งออกมามาก กัดเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ถ้ามีกรดในกระเพาะอาหารมาก ควรใช้ยาลดกรดชนิดที่เหมาะสมและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยยาลดกรดที่ใช้กันทั่วไปมักจะมีส่วนประกอบของเบสบางชนิด เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ยาลดกรดส่วนใหญ่จะทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระเพาะอาหาร เราจึงเรอออกมาด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2043740469/13b9cd0ed3dd4acf2f2f0353a560c927/inbound1216853790787441534.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 10:20:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2797740249</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Boom💥</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2798115842</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ช อนุพันธ์ บุระเนตร เลขที่ 7 ม.3/9</p><p>1 การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในพืช โดยพืชจะดูดกลืนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาใช้เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นอาหาร (กลูโคส) ของพืช และมีผลพลอยได้คือ ออกซิเจน ออกมา ปฏิกิริยานี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราโดยตรง เพราะนี่คือกระบวนการผลิตอาหารที่สำคัญของโลก อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นก๊าซออกซิเจนที่เราสามารถใช้หายใจด้วย</p><p>2 ทุกครั้งที่เราจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p><p>3 หลายครั้งที่เราเห็นมีดในครัว กุญแจ หรือราวสะพานลอยมีสีแดงเพราะถูกสนิมเหล็กจับ มันคือตัวอย่างของการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือการสูญเสียอิเล็กตรอนจากวงโคจรภายในอะตอมของมันให้กับโมเลกุลอื่น ซึ่งนอกจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นกับเหล็กแล้ว ยังมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับทองแดง ทำให้เกิดเป็นสนิมสีเขียว และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับโลหะเงิน ทำให้เกิดเป็นรอยด่างดวงขึ้นมาด้วย</p><p>4 ปฏิกิริยาการสะเทินเกิดจากการที่กรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กรดซัลฟิวลิก และเบส เช่น เบกกิ้งโซดา สบู่ อะซีโตน เข้าทำปฏิกิริยากันได้พอดี เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เกลือและน้ำ ทั้งนี้เกลือที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์เสมอไป ขึ้นกับสารตั้งต้น ซึ่งอาจทำให้ได้เป็นเกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งมีรสชาติเค็มเหมือนกันแต่อันตรายสำหรับผู้ป่วยโรคไตมากกว่าเกลือโซเดียมคลอไรด์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225179646/a283c095eaa06faf37c519a137f25d3a/IMG_5408.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-21 15:19:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2798115842</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2798179534</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.ศภัทรชา ไชยปิน ม.3/9 36</p><p>1) การสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง</p><p>ทุกครั้งที่เราจุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้ว ยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทำให้ไฟติด และความร้อนด้วย จึงจะทำให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p><p>2) ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก</p><p>หลายครั้งที่เราเห็นมีดในครัว กุญแจ หรือราวสะพานลอยมีสีแดงเพราะถูกสนิมเหล็กจับ มันคือตัวอย่างของการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือการสูญเสียอิเล็กตรอนจากวงโคจรภายในอะตอมของมันให้กับโมเลกุลอื่น ซึ่งนอกจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิดขึ้นกับเหล็กแล้ว ยังมีปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับทองแดง ทำให้เกิดเป็นสนิมสีเขียว และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับโลหะเงิน ทำให้เกิดเป็นรอยด่างดวงขึ้นมาด้วย</p><p>3) ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา</p><p>เวลาที่เราทำขนมประเภทเค้กหรือขนมปัง จำเป็นต้องมีเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู (มีเบกกิ้งโซดาเป็นส่วนประกอบ) เป็นหนึ่งในส่วนผสม และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เบกกิ้งโซดาซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนตหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวและได้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งก๊าซนี้เองที่ทำให้ขนมฟูนุ่มน่ารับประทาน</p><p>4. ปฏิกิริยาการสะเทิน</p><p>ปฏิกิริยาการสะเทินเกิดจากการที่กรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กรดซัลฟิวลิก และเบส เช่น เบกกิ้งโซดา สบู่ อะซีโตน เข้าทำปฏิกิริยากันได้พอดี เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เกลือและน้ำ ทั้งนี้เกลือที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์เสมอไป ขึ้นกับสารตั้งต้น ซึ่งอาจทำให้ได้เป็นเกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งมีรสชาติเค็มเหมือนกันแต่อันตรายสำหรับผู้ป่วยโรคไตมากกว่าเกลือโซเดียมคลอไรด์</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225799546/901466c3f0bb7769e521c6cebd8f44b2/inbound4473276205621177115.jpg" />
         <pubDate>2023-11-21 16:10:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2798179534</guid>
      </item>
      <item>
         <title>THABTHIM&gt;•&lt;</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2806701467</link>
         <description><![CDATA[<p>ด.ญ.ทับทิม มูลทอง เลขที่ 39 ม.3/9</p><p>1.ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือผงฟู</p><p>เมื่อนำขนมที่มีส่วนผสมของผงฟูไปนึ่งหรืออบ ความร้อนจะทำให้ NaHCO3 สลายตัวให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ซึ่งสามารถขยายตัวดันและแทรกผ่านเนื้อขนม ทำให้เกิดโพรงอากาศกระจายทั่วทั้งก้อนขนม</p><p>2. ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะ</p><p>เหล็กเป็นโลหะที่นำมาใช้งานหลายด้านในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น เหล็กมักเกิดการผุกร่อนและเป็นสนิม เนื่องจากเหล็กทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน และความชื้นในอากาศ วิธีการป้องกันการเกิดสนิมเหล็ก ทำได้โดยการป้องกันไม่ให้เหล็กสัมผัสกับแก๊สออกซิเจน และความชื้น เช่น การทาด้วยน้ำมัน ฉาบด้วยดีบุก ทาสี เป็นต้น</p><p>3.ปฏิกิริยาการเกิดฝนกรด</p><p>ฝนกรดเกิดจากน้ำฝนทำปฏิกิริยากับแก๊สที่มีสมบัติเป็นกรด เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ และแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์</p><p>ฝนกรดจะทำให้สิ่งปลูกสร้างที่เป็นหินปูนสึกกร่อน และกัดกร่อนโลหะ อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง โลหิตจาง เป็นอันตรายต่อปอด และระบบทางเดินหายใจ ทำให้พืชปรุงอาหารโดยการสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ได้ เนื่องจากฝนกรดจะฟอกจางสีของใบพืชสีเขียว</p><p>4.ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง</p><p>พืชสร้างอาหารโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยมีคลอโรฟิลล์และแสงช่วยให้น้ำเกิดปฏิกิริยากับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ได้กลูโคสและแก๊สออกซิเจน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ช่วยลดปริมาณ CO2 ในอากาศ และลดโลกร้อน เกิดแก๊สที่มีประโยชน์ในการหายใจของสิ่งมีชีวิต คือ แก๊สออกซิเจน</p><p>5.ปฏิกิริยาการสะเทิน</p><p>ปฏิกิริยาการสะเทินเกิดจากการที่กรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กรดซัลฟิวลิก และเบส เช่น เบกกิ้งโซดา สบู่ อะซีโตน เข้าทำปฏิกิริยากันได้พอดี เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เกลือและน้ำ ทั้งนี้เกลือที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์เสมอไป ขึ้นกับสารตั้งต้น ซึ่งอาจทำให้ได้เป็นเกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งมีรสชาติเค็มเหมือนกันแต่อันตรายสำหรับผู้ป่วยโรคไตมากกว่าเกลือโซเดียมคลอไรด์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2225178524/21e0191fef9dfb117cb37102bcb03299/IMG_1250.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-29 02:43:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/p0whxqw2xstelfrz/wish/2806701467</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
