<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สุขศึกษา by ธนากร ทองฉิม</title>
      <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq</link>
      <description>เรื่อง หลักโภชนาการ 5 หมู่</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-19 03:59:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-08-19 11:36:21 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1f984.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>หลักโภชนาการ 5 หมู่</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079637599</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ความหมายของโภชนาการ อาหาร และสารอาหาร</strong></p><p><strong>โภชนาการ&nbsp;</strong>&nbsp;<strong>(nutrition)</strong>&nbsp;หมายถึง อาหาร (food) ที่เข้าสู่ร่างกายคนแล้ว&nbsp; ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในด้านการเจริญเติบโต การค้ำจุนและการซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกาย โภชนาการมีความหมายกว้างกว่าและต่างจากคำว่าอาหาร&nbsp; เพราะอาหารที่กินกันอยู่ทุกวันนี้มีดีเลวต่างกัน อาหารหลายชนิดที่กินแล้วรู้สึกอิ่ม แต่ไม่มีประโยชน์ หรือก่อโทษต่อร่างกายได้ ถ้านำเอาอาหารต่างๆมาวิเคราะห์ จะพบว่ามีสารประกอบอยู่มากมายหลายชนิด โดยอาศัยหลักคุณค่าทางโภชนาการทำให้มีการจัดสารประกอบต่างๆ ในอาหารออกเป็น ๖ ประเภท คือ โปรตีน (protein) คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ไขมัน (fat) วิตามิน (vitamin) เกลือแร่ (mineral) และน้ำ สารประกอบทั้ง ๖ กลุ่มนี่เองที่เรียกว่า “สารอาหาร” (nutrient)&nbsp; ร่างกายประกอบด้วยสารอาหารเหล่านี้ และการทำงานของร่างกายจะเป็นปกติอยู่ได้ก็ต่อเมื่อได้สารอาหารทั้ง ๖ ประเภทครบถ้วน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2633216217/4f2e4112bb387c5ade568ff54dd6512e/IMG_0488.jpg" />
         <pubDate>2024-08-19 06:18:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079637599</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หมู่ที่1 โปรตีน</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079649324</link>
         <description><![CDATA[<p>โปรตีนคืออะไร?​ ช่วยอะไรกับร่างกายเราบ้าง?</p><p><strong>โปรตีน คือ</strong> สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย สร้างมาจากกรดอะมิโนพื้นฐานจำนวน 20 ชนิด โดยมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ <strong><em>ฮิสทีดีน ไอโซลิวซีน ลิวซีน ไลซีน เมทไธโอนีน ฟีนิลอะลานีน ทรีโอนีน ทริปโตแฟน และวาลีน</em></strong> ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับกรดอะมิโนเหล่านี้จากการรับประทานอาหาร</p><p><strong>หน้าที่ของโปรตีน คือ</strong></p><p>ให้พลังงานแก่ร่างกาย ร่างกายจะใช้โปรตีนในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนี้ยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก ผิว ผม เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงช่วยสร้างเอนไซม์ที่มีผลต่อปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในร่างกาย และยังเป็นตัวขนส่งออกซิเจนในเลือดของเราอีกด้วย</p><ul><li><p>โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี</p></li><li><p>แหล่งอาหารที่ให้โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ปลา อาหารทะเล ถั่วต่างๆ เป็นต้น</p></li><li><p>หากจะบริโภคอาหารมังสวิรัติควรเลือกชนิดโปรตีนที่หลากหลายเพื่อให้ได้กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน</p><p>กินเท่าไหร่ถึงจะพอ?</p><p><br></p></li></ul><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2633216217/5e25aa4d84ce4564389baf848e83d7a3/IMG_0490.jpg" />
         <pubDate>2024-08-19 06:28:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079649324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079873104</link>
         <description><![CDATA[<p>คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย คาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยสลายเป็นโมเลกุลกลูโคส กลูโคสจะถูกนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย คาร์โบไฮเดรตยังมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทอีกด้วย&nbsp;เป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเป็นอีกส่วนที่สำคัญของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://hdmall.co.th/c/5-food-group-and-its-benefit">อาหาร 5 หมู่</a></p><p><strong>คาร์โบไฮเดรตแบ่งเป็นกี่ประเภท</strong></p><p>คุณสามารถหาสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตได้จากอาหาร 3&nbsp;ประเภท คือ&nbsp;แป้ง น้ำตาล และเส้นใยอาหาร&nbsp;</p><p>อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตประเภทแป้งมาก ได้แก่</p><ul><li><p>ถั่วเมล็ดเล็ก เช่น ถั่วลันเตา&nbsp;</p></li><li><p>ถั่วเมล็ดแบน เช่น ถั่วเหลือง</p></li><li><p>ถั่วแขก&nbsp;(Lentils)</p></li><li><p>ข้าวโพด</p></li><li><p>มันฝรั่งและมันเทศ</p></li><li><p>ธัญพืช และผลิตภัณฑ์จากธัญพืช เช่น พาสต้า&nbsp;ขนมปัง&nbsp;ขนมปังกรอบ</p></li></ul><p>ส่วนคาร์โบไฮเดรตประเภทน้ำตาล เรียกได้อีกชื่อว่า "คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว" หรือ "คาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานได้เร็ว" ซึ่งสามารถหาได้ในอาหารจำพวกนม ผลไม้ หรือน้ำเชื่อมผลไม้ที่ถูกเติมในขั้นตอนแปรรูปอาหารต่างๆ ที่จะมีน้ำตาลฟรุกโตส (Fructose) ผสมอยู่</p><p>นอกจากนี้ คาร์โบไฮเดรตประเภทน้ำตาล ก็ยังสามารถหาได้ในอาหารประเภทผลไม้กระป๋อง คุกกี้ เค้ก โดนัท มัฟฟิน ลูกอม ไอศกรีม ซีเรียลอาหารเช้า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มเกลือแร่</p><p>ส่วนคาร์โบไฮเดรตประเภทเส้นใยอาหาร สามารถหาได้จากอาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบหลัก หรือที่ไม่พบในอาหารที่มาจากสัตว์ เช่น นม ไข่ และเนื้อสัตว์นั่นเอง โดยอาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบ และมีเส้นใยอาหารสูง ได้แก่</p><ul><li><p>ผลไม้</p></li><li><p>ผัก</p></li><li><p>ธัญพืชไม่ขัดสี</p></li><li><p>ถั่วเปลือกแข็ง&nbsp;(nuts)&nbsp;และถั่วลิสง</p></li></ul><p>ประโยชน์ของเส้นใยอาหาร คือ ทำให้ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายทำงานได้ประสิทธิภาพ ขับถ่ายได้สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกอิ่ม และอยู่ท้องอีกด้วย เป็นเหตุผลสำคัญของผู้ที่ชอบออกกำลังกาย หรือกำลังลดน้ำหนักต้องรับประทานคาร์โบไฮเดตให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อไม่ให้รู้สึกหิวบ่อยจนทานมากขึ้นเกินความพอดี</p><p><strong>การทำงานของคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย</strong></p><p>เมื่อคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่ร่างกาย แป้ง และน้ำตาลจะถูกย่อย และถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย และจะมีผลต่อระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดของคุณมากกว่าอาหารชนิดอื่นด้วย&nbsp;</p><p>ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดของคุณจะสูง หรือต่ำ ขึ้นอยู่กับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่คุณรับประทานเข้าไป โดยปริมาณ และความเร็วที่ระดับน้ำตาลกลูโคสจะสูง หรือต่ำนั้น เรียกว่า "การตอบสนองต่อระดับน้ำตาลในเลือด (Glycemic response)" โดยการตอบสนองต่อระดับน้ำตาลในเลือดนั้น เป็นตัวบ่งชี้ว่า ร่างกายของคุณสามารถตอบสนองต่อน้ำตาลกลูโคสที่ได้รับจากอาหารได้ดีแค่ไหน&nbsp;</p><p>อีกทั้งการรักษาน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมนั้น เป็นเรื่องสำคัญมาก&nbsp;เพราะทั้งสมอง และเม็ดเลือดแดงของคุณต้องใช้น้ำตาลกลูโคสเป็นพลังงาน เนื่องจากไม่สามารถใช้ไขมัน โปรตีน หรือสารให้พลังงานในรูปแบบอื่นได้&nbsp;</p><p>น้ำตาลกลูโคสที่จะถูกนำไปเก็บเป็นพลังงานในร่างกายนั้น จะอยู่ในรูปของไกลโคเจน&nbsp;(Glycogen)&nbsp;ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับแป้ง&nbsp;(Starch) โดยไกลโคเจนจะถูกเก็บสะสมไว้ที่ตับ และกล้ามเนื้อ และถูกร่างกายนำมาใช้ในฐานะแหล่งพลังงานสำรองที่สะสมไว้&nbsp;</p><p>คาร์โบไฮเดรตไม่เพียงแต่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้าง และการทำงานของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะอีกด้วย</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2633216217/976f4231e612d89304771de569547410/IMG_0498.jpg" />
         <pubDate>2024-08-19 10:43:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079873104</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความต้องการโปรตีนในผู้ใหญ่เป็นรายบุคคล</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079876094</link>
         <description><![CDATA[<p>สามารถคำนวณได้จาก น้ำหนักตัวปัจจุบันคูณด้วย 0.8 – 1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน (World Health Organization) จะได้เป็นปริมาณโปรตีนที่ต้องการต่อวัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2633216217/52d8440bf3d942c9e8c9c55f26af800a/IMG_0491.webp" />
         <pubDate>2024-08-19 10:48:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079876094</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรคเบาหวาน และคาร์โบไฮเดรต</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079876845</link>
         <description><![CDATA[<p>หากคุณไม่สามารถควบคุมระดับน้ำคาลกลูโคสให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมได้ ก็มีความเสี่ยงที่คุณจะเป็นโรคเบาหวาน&nbsp;(Diabetes) ได้&nbsp;</p><p>นอกจากนี้โรคเบาหวานยังอาจเกิดขึ้นได้ หากร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตสารอินซูลินได้เพียงพอ จนทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดยังสูงอยู่</p><p>การมีระดับกลูโคสในกระแสเลือดที่สูงเกินไปเป็นระยะเวลานาน สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ เช่น&nbsp;</p><ul><li><p>ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต&nbsp;</p></li><li><p>ส่งผลต่อระบบประสาท และดวงตาของคุณ ทำให้การมองเห็นแย่ลง&nbsp;</p></li><li><p>อัตราการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว&nbsp;</p></li><li><p>ปัญหาทางด้านระบบไหลเวียนโลหิตเพิ่มขึ้น&nbsp;</p></li><li><p>ไขมันอุดตันในหลอดเลือด&nbsp;</p></li></ul><p>แม้สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาก็จะระบุว่า การบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงมีความเกี่ยวข้องกับเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานใดยืนยันได้ว่า การบริโภคน้ำตาลทำให้เป็นเบาหวานได้โดยตรง&nbsp;</p><p>นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานประเภทที่ 2&nbsp;ยังได้แก่ การมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์&nbsp;การไม่ออกกำลังกาย และพันธุกรรม&nbsp;</p><p>ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และมีสารอาหารครบถ้วน ไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไป ประกอบกับการออกกำลังกาย จึงเป็นวิธีป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้&nbsp;</p><p>ถึงแม้คาร์โบไฮเดรตจะเป็นสารอาหารที่ร่างกายขาดไม่ได้ แต่คุณก็ต้องไม่ลืมว่า อาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตส่วนหนึ่งนั้นให้พลังงาน และไขมันสูงเหมือนกัน&nbsp;คุณจึงต้องระมัดระวัง และเลือกรับประทานอาหารแต่ละประเภทแต่พอดี ไม่มาก หรือไม่น้อยเกินไป&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-19 10:49:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079876845</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หมู่ที่ 3 วิตามิน</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079878694</link>
         <description><![CDATA[<p>สารอาหารหมู่ที่ 3 วิตามิน&nbsp;มีมากในผักและผลไม้หลายชนิด สามารถนำมารับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม</p><p>“วิตามิน” จะช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น มีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดต่างๆ และทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติอีกด้วย</p><p><strong>สารอาหารประเภทวิตามินมีอะไรบ้าง?</strong></p><p>วิตามินเป็นสารอินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ไม่สามารถขาดได้ เพราะวิตามินจะช่วยให้ปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ</p><p>วิตามินแบ่งออกเป็น 2 จำพวก ตามคุณสมบัติในการละลาย ได้แก่</p><ol><li><p><strong>วิตามินที่ละลายตัวในไขมัน:</strong> วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งเป็นวิตามินที่ดูดซึมโดยต้องอาศัยไขมันในอาหาร</p></li><li><p><strong>วิตามินที่ละลายในน้ำ: </strong>วิตามินซี วิตามินบี1 (ไทอะมีน) วิตามินบี2 (ไรโบฟลาวิน) วิตามินบี3 (ไนอะซิน) วิตามินบี 5 (แพนโทเทนิก) วิตามินบี6 (ไพริด็อกซิน) วิตามินบี12 (โคบาลามิน) และไบโอติน</p></li></ol><p><strong>ตัวอย่างประโยชน์ของวิตามิน</strong></p><ol><li><p>ช่วยในการมองเห็นของดวงตา โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีแสงสว่างน้อย</p></li><li><p>ช่วยเผาผลาญโปรตีนที่อยู่ในร่างกาย เพื่อให้เกิดพลังงาน</p></li><li><p>มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาท ไขกระดูก หรือระบบทางเดินอาหาร</p></li></ol><p><strong>ถ้าร่างกายขาดวิตามินจะมีผลอย่างไร?</strong></p><p>วิตามินมีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมากเช่นกัน หากขาดวิตามินเหล่านี้ไปจะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ เช่น</p><ul><li><p>ทำให้ระบบภูมิต้านทานต่ำลง และเกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย หรือมีสุขภาพที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด</p></li><li><p>เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกบาง หรือกระดูกพรุน เนื่องจากขาดวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกนั่นเอง</p></li><li><p>อาจมีปัญหาตาฝ้าฟาง</p></li><li><p>มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท</p></li></ul><p><strong>ระวังการทานผักและผลไม้มากเกินไป</strong></p><p>ถึงจะมีประโยชน์และดูมีโทษน้อยกว่าสารอาหารชนิดอื่น แต่หากทานมากเกินไปก็ไม่ส่งผลดี</p><ul><li><p>ผลไม้ส่วนใหญ่มีน้ำตาลสูง หากทานมากเกินไปจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่ายและระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาจเป็นเบาหวานได้</p></li><li><p>สารอาหารบางอย่างในผัก หากมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น โพแทสเซียม โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคไต</p></li></ul><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2633216217/1b426cadc6973edc98594fa8d11613a9/IMG_0500.webp" />
         <pubDate>2024-08-19 10:51:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079878694</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หมู่ที่ 4 เกลือแร่ (แร่ธาตุ)</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079880217</link>
         <description><![CDATA[<p>สารอาหารหมู่ที่ 4 เกลือแร่ หรือ แร่ธาตุ&nbsp;มีมากในผัก และผลไม้ทุกชนิด คุณค่าแตกต่างกันตามชนิดของพืชผักผลไม้ที่ทาน</p><p>ถึงแม้ว่าร่างกายจะต้องการ “เกลือแร่หรือแร่ธาตุ” ในปริมาณไม่มากนัก แต่ก็ไม่สามารถขาดได้อยู่ดี เพราะสารอาหารดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ</p><p><strong>สารอาหารประเภทเกลือแร่หรือแร่ธาตุมีอะไรบ้าง?</strong></p><p>แร่ธาตุเป็นสารอนินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ขาดไม่ได้เลย ทั้งนี้มีการแบ่งเกลือแร่ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้</p><ol><li><p>แร่ธาตุที่มนุษย์ต้องการในปริมาณที่มากกว่าวันละ 100 มิลลิกรัม: แมกนีเซียม โซเดียม กำมะถัน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม คลอรีน และแคลเซียม</p></li><li><p>แร่ธาตุที่มนุษย์ต้องการในปริมาณวันละ 2-3 มิลลิกรัม: เหล็ก โครเมียม ไอโอดีน ทองแดง โคบอลต์ สังกะสี แมงกานีส ซีลีเนียม ฟลูออรีน และโมลิบดีนัม</p></li></ol><p><strong>ประโยชน์ของเกลือแร่หรือแร่ธาตุ</strong></p><ol><li><p>ช่วยควบคุมความเป็นกรดด่างในร่างกาย</p></li><li><p>ช่วยควบคุมสมดุลน้ำ</p></li><li><p>มีส่วนช่วยในการทำปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกาย เช่น แมกนีเซียม มีความเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญกลูโคสให้เกิดพลังงาน</p></li></ol><p><strong>ถ้าร่างกายขาดเกลือแร่หรือแร่ธาตุจะมีผลอย่างไร?</strong></p><p>แร่ธาตุมีความจำเป็นต่อร่างกาย หากขาดแร่ธาตุไปอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ดังนี้</p><ul><li><p>ระบบการเผาผลาญอาหารผิดปกติ</p></li><li><p>เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุน</p></li><li><p>มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2633216217/20fd24c68ceac5b724c98f635f0554dc/IMG_0501.webp" />
         <pubDate>2024-08-19 10:54:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079880217</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หมู่ที่ 5 ไขมัน</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079882150</link>
         <description><![CDATA[<p>สารอาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน จะได้จากไขมันจากพืชและสัตว์ เป็นหลัก เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว กะทิ และเนย เป็นต้น</p><p>“ไขมัน” มีส่วนช่วยให้ร่างกายมีการเจริญเติบโต และบางส่วนจะถูกสะสมไว้ที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณสะโพก หรือบริเวณต้นขา เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และเป็นแหล่งพลังงานสำรองไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็น</p><p><strong>สารอาหารประเภทไขมันมีอะไรบ้าง?</strong></p><p>ไขมันเป็นสารอินทรีย์กลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถละลายได้ในน้ำ แต่จะสามารถละลายได้ดีในน้ำมัน และไขมันด้วยกัน โดยไขมันที่ได้รับเข้าไปจะถูกย่อยเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด ได้แก่ กรดไขมัน และกลีเซอรอล (Glycerol)</p><p>กรดไขมันนั้น สามารถแบ่งออกตามความจำเป็นของร่างกายได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้</p><ol><li><p><strong>กรดไขมันไม่จำเป็น:</strong> กรดไขมันที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง และได้รับจากการรับประทานอาหาร เช่น กรดสเตียริก (Stearic Acid) และกรดโอเลอิก (Oleic acid)</p></li><li><p><strong>กรดไขมันจำเป็น:</strong> กรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร เช่น กรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) และกรดอะราคิโดนิก (Arachidonic acid)</p></li></ol><p><strong>ประโยชน์ของไขมัน</strong></p><ol><li><p>ไขมันในปริมาณ 1 กรัม จะให้พลังงานมากถึง 9 กิโลแคลอรี</p></li><li><p>กรดไขมันจำเป็นต่อกระบวนการดูดซึมของวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค</p></li><li><p>ไขมันจะทำให้รสชาติของอาหารถูกปาก แต่ทั้งนี้ต้องมีไขมันในปริมาณที่พอเหมาะ</p></li><li><p>มีส่วนช่วยทำให้อิ่มท้องได้นาน ไม่ทำให้รู้สึกหิวบ่อยๆ</p></li></ol><p>เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้ทราบถึงเนื้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาหาร 5 หมู่ ประเภทของสารอาหาร และหน้าที่ของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไปคร่าวๆ แล้ว</p><p>จะเห็นได้ว่า การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นมีความสำคัญอย่างมาก หากเราไม่รับประทานอาหารทั้ง 5 หมู่ให้เพียงพอ หรือขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไป ก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในด้านอื่นๆ ตามมา</p><p>ดังนั้น ควรต้องพิถีพิถันใส่ใจเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้สารอาหารครบถ้วน ควรทานอาหาร 5 หมู่เป็นประจำทุกมื้อในทุกเพศและทุกวัย</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2633216217/5c4d81c97d71198389d1ea8adf328eae/IMG_0502.jpg" />
         <pubDate>2024-08-19 10:57:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079882150</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คำถามท้ายบทเรียน</title>
         <author>6710121259010</author>
         <link>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079886645</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1.) นักเรียนควรรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด จึงจะได้โปรตีนครบถ้วนและสูงสุดตามหลักโภชนาการ</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-19 11:03:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/6710121259010/oug068ks5i2kknsq/wish/3079886645</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
