<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>💊💊A6.6 ยาไม่ได้รักษา...โลก_G14 ( กลุ่ม 1) by Intira Thampayak</title>
      <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-09-28 01:24:15 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-12-07 07:44:01 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558717878/cf2b6be7093497e56bda3b9d7531bdfa/_________________2.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยา เก็บยา ทิ้งยา และจัดการขยะยา</title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952164</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558717878/69d9869a0fb330c2630e3522f87ac206/________________.png" />
         <pubDate>2023-09-28 01:24:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952164</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมาชิกกลุ่ม คาบ 6</title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952166</link>
         <description><![CDATA[<div>รายชื่อนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมในคาบเรียน (รหัส /ชื่อ)<br>1. กิจนพักตร์ จู้สกุล 6503740<br>2. โยษิตา พ่วงแสน 6503905<br>3. แพวา ปรินยานนท์ 6504511<br>4. ธัญญภัสร์ มะโนตา 6503669<br>5. ศุภาพิชญ์ อายตวงษ์ 6504357<br>6. พัชรี อ่อนพิทักษ์ 6504181<br>7. ธีราเมษ บริรักษ์บทวลัญช์ 6504390<br>8. วรดา พุกบุญมี 6503292&nbsp;<br>9. ทิพากร พรมณี 6503743<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558717878/1c26d9ff8743d51aff6eb7ece3de019c/image.png" />
         <pubDate>2023-09-28 01:24:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952166</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Data ปัญหาสิ่งแวดล้อมจาก การใช้ การจัดเก็บ การทิ้งและจัดการขยะยา</title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952167</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet.com/lawanwijarn4/6-data-xgc8yytq737aiq53" />
         <pubDate>2023-09-28 01:24:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952167</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>intirathampayaka</author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952168</link>
         <description><![CDATA[<div>1️⃣ ศึ่กษาข้อมูลปัญหาสิ่งแวดล้อมจาก <mark>Data ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้ การจัดเก้บ และการทิ้ง ขยะยา&nbsp; ปัญหาจากขยะบรรจุภัณฑ์ใส่ยา)&nbsp; &nbsp;<br></mark>2️⃣<mark>กำหนดให้ <br></mark>&nbsp; &nbsp; กลุ่ม 1,2,3 ใช้ข้อมูลจากบทความ 1-10 <br>&nbsp; &nbsp; กลุ่ม 4,5,6 ใช้ข้อมูลจากบทความ 11-20 <mark><br></mark>3️⃣<mark> สมาชิกกลุ่มแต่ละคน รับผิดชอบทำ&nbsp; 1 บทความ) โดยทำการ</mark>สรุปปัญหาสิ่แวดล้อมที่เกิดจากการใช้ การจัดเก้บ การทิ้งและจัดการขยะยา<br>4️⃣ทำเป็น mind map&nbsp; / 📌📌<mark>ใส่รหัส ชื่อ สกุล&nbsp; ของเจ้าของผลงาน</mark>ไว้ในกล่องข้อความด้วยค่ะ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558717878/707d183d3a08d28c350914ed9d3d833a/________.png" />
         <pubDate>2023-09-28 01:24:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2723952168</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่ 7/ ปี2019 พบคนเสียชีวิตเกี่ยวข้อง “เชื้อดื้อยา” 6 ล้านคน / 6503292</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724064394</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>องค์กรที่ติดตามสถานการณ์ของเชื้อดื้อยาทั่วโลก เผยแพร่ผลการสำรวจและพบข้อมูลที่น่ากังวลว่าในปี 2019 การเสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากเชื้อดื้อยา ทั้งทางตรงและทางอ้อมของคนทั้งโลกสูงกว่า 6 ล้านคน<br></strong>หน่วยงานที่ติดตามสถานการณ์ของเชื้อดื้อยาใน 204 ประเทศและดินแดนทั่วโลกในปี 2019 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยามากกว่า 6 ล้านคน โดยแบ่งเป็นส่วนที่เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาโดยตรง 1.27 ล้านคน ซึ่งเท่ากับตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากเชื้อเอชไอวีและมาลาเรียรวมกัน อีกส่วนหนึ่งคือเชื้อดื้อยามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต 4.95 ล้านคน ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารแลนซิท<br><br><strong>ปัญหาเชื้อดื้อยา<br></strong>ปัญหาเชื้อดื้อยา เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี หน่วยงานด้านสาธารณสุขของหลายประเทศต่างตระหนักถึงปัญหานี้ ก่อนหน้านี้ "อังกฤษ" เคยเตือนว่าในไม่ช้าโลกจะเผชิญกับหายนะเชื้อดื้อยา หากเป็นเช่นนั้นจริงถือว่าน่ากังวลมาก<br>สิ่งที่น่ากลัวก็คือเชื้อดื้อยาจะทำให้โรคที่เคยรักษาได้ หรือการผ่าตัดบางอย่าง กลายเป็นภาวะที่ทำให้มนุษย์เสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น เนื่องจากยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ไม่สามารถฆ่าเชื้อหรือยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคได้<br><br><strong>ปัจจัยส่งผลให้เกิดการ "ดื้อยา"<br></strong>สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการดื้อยา ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการกินยาที่ไม่ถูกต้อง เช่น กินยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น หยุดกินยาเองเมื่ออาการดีขึ้น ซื้อยากินเองตามที่เคยได้รับจากแพทย์ เปลี่ยนยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าด้วยตัวเอง รวมถึงการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์โดยไม่จำเป็น ทำให้เชื้อโรคปรับตัวและพัฒนาตัวเองให้ต้านยาปฏิชีวนะได้ดีขึ้น จนในที่สุดยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ไม่สามารถฆ่าเชื้อหรือยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคได้ เท่ากับว่ายาใช้ไม่ได้ผล<br>แต่วิธีแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาที่ดีที่สุด คือป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ลดการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม ป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องควบคุมอย่างครบวงจร ทั้งในคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2116764938/946e66a1954688f1f9520d04f78dc82d/B3E1A8EA_B4F8_49E7_9F7F_89D1231B6A5D.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:49:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724064394</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่2 พฤติกรรมเสี่ยงดื้อยา 6503743 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724065599</link>
         <description><![CDATA[<div>1.กินยาปฏิชีวนะบ่อยครั้ง</div><div>2.กินยาปฏิชีวนะโดยไม่แยกว่าเป็นโรคจากไวรัสหรือแบคทีเรีย</div><div>3. กินยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้างเกินความจำเป็น</div><div>4. กินยาปฏิชีวนะไม่ครบตามเวลา</div><div>5. กินยาปฏิชีวนะแบบกินกันไว้ก่อน</div><div>6.ใช้ยาอมผสมกับกินยาปฏิชีวนะ</div><div>7.เคยขอยาปฏิชีวนะจากผู้ป่วยคนอื่นหรือแบ่งให้ผู้อื่นกิน</div><div>8.แนะนำยาปฏิชีวนะให้ผู้อื่น</div><div>9.เคยซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง</div><div>10.เคยขอยาปฏิชีวนะจากแพทย์ และไม่พอใจเมื่อแพทย์บอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115321454/bb617a90608916f4edea81b84fe663b6/IMG_9155.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:50:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724065599</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่6 เชื้อแบคทีเรียดี้อยาปฏิชีวนะมหันตภัยเงียบ ใกล้ตัวเรา 6504181</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724066028</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และยาปฏิชีวนะ</strong></div><div>- ยาปฏิชีวนะซึ่งจำเป็นต่อการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อแบคทีเรียในมนุษย์นั้นกลับถูกนำไปใช้ในฟาร์มในสัดส่วนที่มากกว่าการ</div><div>รักษาโรคในคน โดยเชื้อดี้อยาที่พบใน อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์นั้น เกิดจากการนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสมไม่ถูกวิธี เช่น ใช้ในอาหารสัตว์เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต<br><br><strong>เชื้อดื้อยาที่ไม่ได้อยู่แค่ขอบรั้วฟาร์ม<br>- </strong>แบคทีเรียก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ต้องการมีชีวิตอยู่รอด ดังนั้นทุกครั้งที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะ (มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) จะมีแบคทีเรียบางกลุ่มที่รอดชีวิต ซึ่งอาจ ส่งผลให้แบคทีเรียนั้นกลายเป็นเชื้อดื้อยาซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะแทบทุกชนิดที่ใช้ในการรักษา ยิ่งเราใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมและเกินความจำเป็นมากเท่าไหร่ เชื้อดื้อยาก็จะยิ่งทวีจำนวนมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้น<br><br><strong>เชื้อดื้อยาในจานอาหาร? เนื้อสัตว์ที่เรากินใน ปัจจุบัน มักมาจากสัตว์ที่ได้รับยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง</strong></div><div>- การตกค้างของยาปฏิชีวนะและเชื้อดี้อยาในเนื้อ สัตว์นั้นอาจเกิดได้เมื่อสัตว์ยังได้รับยาปฏิชีวนะ ภายในช่วง 10-20 วัน สุดท้ายของชีวิต ทำให้ยัง มียาปฏิชีวนะหลงเหลืออยู่ในเนื้อสัตว์ ซึ่งจะส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียดี้อยารุนแรงขึ้น และสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2117771492/e12c3ee11a2eb8e7371216e4f2318c90/IMG_3065.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:51:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724066028</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่3 พฤติกรรมการกินแบบผิดๆ / ธีราเมษ 6504390</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724067111</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การรับประทานยาด้วยตนเอง</strong><br>&nbsp; ผู้ป่วยมีการลดปริมาณยาด้วยตัวเอง เป็นผลให้เชื้อโรคในร่างกายไม่สามารถถูกกำจัดได้อย่างสมบูรณ์และมีการดื้อยา<br><br><strong>การนำยาของผู้อื่นมาใช้</strong><br>&nbsp; &nbsp;ผู้ป่วยมีอาการใกล้เคียงกัน ไม่สามารถใช้ยาชนิดเดียวกันได้ การนำยามาแบ่งกันอาจก่อให้เกิดการแพ้ยาและอาการไม่พึงประสงค์จากยาได้<br><br><strong>ผู้ป่วยไม่พร้อมรับฟังคำอธิบายจากเภสัช</strong><br>&nbsp; &nbsp;ผู้ป่วยส่วนมากคิดว่าสามารถใช้ยาตามฉลากเองได้ ซึ่งอาจใช้ผิดวิธี โดยเฉพาะหากแพทย์มีการปรับเเปลี่ยนชนิดหรือวิธีใช้ยา จะทำให้ยาไม่มีประสิทธิภาาพในการรักษา<br><br><strong>การจัดเก็บยาในสภาวะที่ไม่เหมาะสม</strong><br>&nbsp; &nbsp;เมื่อผู้ป่วยได้รับยามาจากสถานพยาบาลแล้วนำมาจัดเก็บยาในรถยนต์ที่จอดไว้ในอากาศสูง หรือเก็บในตู้เย็นซึ่งทำให้ยาไม่มีประสิทธิภาพ<br><br><strong>การไม่ตรวจสอบวันหมดอายุของยา</strong><br>&nbsp; &nbsp;เมื่อผู้ป่วยได้รับยามา ควรตรวจสอบวันหมดอายุของยาก่อน โดยยาที่ได้รับควรมีวันหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี หลังจากวันได้รับยา เพื่อให้มั่นใจว่ายาที่ได้รับนั้นมีประสิทธิภาพในการรักษา<br><br><strong>การลืมรับประทานยา</strong><br>&nbsp; &nbsp; การทานยาให้ตรงเวลาเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องทานยาติดต่อกันทุกวัน อาจทำให้เกิดการลืมกินยาได้ ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้การควบคุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ<br><br>การใช้ยาไม่ถูกต้อง<br>&nbsp; &nbsp;ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาเทคนิคพิเศษ เช่น ยาสูบพ่นทางปาก ควรเข้าใจวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้อง เพื่อประสิทธิภาพมากที่สุด<br><br><strong>การไม่นำยาที่ใช้ประจำมาให้เภสัช เพื่อตรวจสอบในระหว่างการรักษาตัวในสถานพยาบาล</strong><br>&nbsp; &nbsp;ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาประจำตัวทุกวัน&nbsp; เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำเป็นต้องนำยามาระหว่างรักษาตัว เพื่อให้เภสัชตรวจสอบและสั่งใช้ยารักษาโรคระหว่างเข้ารับการรักษา<br><br><strong>ผู้ป่วยได้รับการรักษาจากหลายสถานพยาบาล</strong><br>&nbsp; &nbsp;ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหลายแห่งมักได้ยาร่วมกันหลายชนิด จึงอาจทำให้เกิดปัญหาได้รับยาซ้ำ ดังนั้นหากผู้ป่วยไปหาหมอควรนำยาประจำตัวทั้งหมดติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เพื่อให้เภสัชประเมินความเหมาะสมของยาและหลีกเลี่ยงการจ่ายยาซ้ำ<br><br><strong>ความเชื่อของผู้ป่วยที่ว่า "การใช้ยามีประสิทธิภาพมากกว่าการป้องกันการเกิดโรค"</strong><br>&nbsp; &nbsp;ผู้ป่วยมักคิดว่าการได้รับยาจากโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพมากกว่าการปฏิบัติตัวป้องกันโรค หากผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคมากกว่าการใช้ยา ทำให้สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีีประสิทธิภาพ</div><div><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2117379320/c53bafb57a1745fb4d80297feff4016f/86.webp" />
         <pubDate>2023-09-28 03:53:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724067111</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ความ5 / โรคกลุ่ม NCDs คืออะไร / 6504511 ❔🦠</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724067728</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>โรคกลุ่ม NCDs</mark></strong> เป็นโรคที่เกี่ยวกับนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งโรคกลุ่มนี้จะค่อยๆสะสมอาการ ค่อยเกิด ค่อยทวีความรุนแรง และเมื่อมีอาการของโรคแล้วจะเกิดการเรื้อรังของโรคตามมาด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้าง และพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากเสียชีวิตด้วยโรคกลุ่มนี้ <br><br><strong><mark>โรคกลุ่ม NCDs มีโรคอะไรบ้าง</mark></strong><mark> </mark><br><br>-โรคเบาหวาน<br>-&nbsp;โรคความดันโลหิตสูง<br>-โรคหลอดเลือดหัวใจ <br>-โรคหลอดเลือดสมอง<br>-โรคไตเรื้อรัง <br>-โรคไขมันในเลือดสูง <br>-โรคมะเร็ง<br>-โรคทางพันธุกรรม <br>-โรคตับแข็ง<br>-โรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) <br><br><strong><mark>โรคกลุ่ม NCDs</mark></strong><strong> </strong>บางครั้งเรียกว่า โรคที่เราสร้างขึ้นมาเอง เนื่องจากโรคในกลุ่มนี้เกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เช่น การไม่ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารรสจัดเกินไป เช่น เค็มจัด หวานจัด มันจัด เป็นต้น รับประทานอาหารไขมันสูง การสะสมความเครียด การรับสารพิษอย่างสม่ำเสมอ เช่นการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ กินอาหารปิ้งย่างบ่อยเกินไป เป็นต้น<br><br>&nbsp;สำหรับ 6 โรคในกลุ่มโรค NCDs ที่มีอัตราผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุง <br><br><strong><mark>สาเหตุเกิดจาก 6 ปัจจัยเสี่ยง</mark></strong> คือ เหล้า บุหรี่ อาหาร (หวาน-มัน-เค็มจัด) การออกกำลังกายไม่เพียงพอ ความเครียด และกรรมพันธุ์ การป้องกันตัวเองจากโรคกลุ่ม NCDs โรคกลุ่ม NCDs สามารถป้องกันได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเสียใหม่ เช่น การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/ครั้ง 5ครั้ง/สัปดาห์ งดดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน และเค็มจัด หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง ไม่รับประทานอาหารหรือเนื้อสัตว์แบบสุกๆดิบๆ รับประทานผักและผลไม้มากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึกเกินไป ไม่เครียด ไม่ซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2117430487/230cc014341347222d319dc73dd55374/5EF39368_4006_4184_AAAA_850FAAE2DD98.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 03:54:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724067728</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่9 “เชื้อดี้อยา&quot; จากฟาร์มสัตว์สู่คน :กินหรือไม่กินเนื้อสัตว์ ก็เสี่ยง / 6504357 ศุภาพิชญ์ อายตวงษ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724067770</link>
         <description><![CDATA[<div>ซูเปอร์บั๊ก หรือ"เชื้อดี้อยา" ในฟาร์มสัตว์ เกิดจากการเลี้ยงดูอย่างแออัด ไม่ถูกสุขลักษณะ คนเลี้ยงจึงให้สัตว์กินยาปฏิชีวนะเพื่อบำรุง ประเด็นสำคัญคือ ยาปฏิชีวนะที่สัตว์กินหลายชนิดเป็นยาเดียวกับที่เราใช้กัน ดังนั้นเมื่อเรารับเชื้อมา ซึ่งทำให้เราก็ไม่สามารถใช้ยารักษาโรคนั้นได้และอาจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา</div><div>&nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; เชื้อดื้อยาจากฟาร์มสัตว์สู่คน</div><ol><li>&nbsp;คนเลี้ยงรับเชื่อโดยตรงจากสัตว์ในฟาร์ม แล้วนำไปแพร่กระจายต่อให้คนอื่น</li><li>&nbsp;เชื่อดื้อยา เล็ดลอดจากฟาร์มพร้อมกับน้ำเสีย ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และในดิน รวมถึงอยู่ในรูปของมูล สัตว์ที่ถูกนำไปใช้ต่อในภาคเกษตรกรรม</li><li>&nbsp;ผู้บริโภค เมื่อไปซื้อเนื้อสัตว์ไปก็จะมีการสัมผัสขณะปรุงอาหาร และการกิน</li></ol><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>การที่จะเลือกกินเนื้อสัตว์นั้นควรพิจารณาตามข้อมูลที่มีอยู่และรับคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุข หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับเชื้อดื้อยา ควรทำการปรุงอาหารให้สุก ที่สุดและปฏิบัติการทานอาหารอย่างถูกสุขอนามัย</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115842261/ab5be2c1feb45d39ddb47b139a5b1522/IMG_3492.webp" />
         <pubDate>2023-09-28 03:54:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724067770</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่1 เชื้อดื้อยาผลพวงปฏิชีวนะภัยร้ายคร่าชีวิตคนไทย กิจนพักตร์ จู้สกุล 6503740</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724068582</link>
         <description><![CDATA[<div>การดื้อยาเกิดจากร่างกายของเรามีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่จำนวนมาก แล้วมาวันหนึ่งเรากลับได้รับแบคทีเรียตัวร้ายจากภายนอกเข้ามาในร่างกาย ที่ทำให้เกิดโรค</div><div>หลังจากนั้นเราก็เริ่มกินยาต้านแบคทีเรีย เหล่าตัวยาก็เข้าไปกำจัดแบคทีเรียทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษต่อร่างกาย แต่ยังไม่มียาที่สามารถกำจัดได้จนหมดสิ้น</div><div>ดังนั้นแบคทีเรียที่รอดมาได้ ก็สร้างตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นกลายเป็นเชื้อดื้อยา แถมยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นและแพร่ไปสู่แบคทีเรียสายพันธุ์อื่นได้ และเมื่อพัฒนาไปเรื่อยๆ จากการได้รับยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็นหรือในขนาดที่ไม่เหมาะสม ท้ายที่สุดแบคทีเรียก็อัพเกรดเป็น Superbug หรือเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่รักษาได้ยาก หรืออาจไม่มียารักษาได้เลย</div><div>ขณะที่ประเทศไทยนั้น ที่มีประชากรน้อยกว่าสหรัฐและประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป กลับพบอัตราผู้เสียชีวิตจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยามากกว่า โดยเฉลี่ยพบปีละ 2-3.8 หมื่นคน มากกว่าการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและอุบัติเหตุอีก และยังทำให้ผู้ป่วยต้องนอนอยู่โรงพยาบาลนานกว่าปกติ สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115322628/5488847dac0a096a298f0e4f8d6c587b/IMG_0996.webp" />
         <pubDate>2023-09-28 03:55:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724068582</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่4 โรคร้ายที่เป็นภัยเสี่ยงตาย ของคนไทยในยุคปัจจุบัน / 6503905</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724070329</link>
         <description><![CDATA[<div><br>1. <mark>มะเร็งร้ายครองอันดับ 1</mark> &nbsp;<br>ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดใด มะเร็งลำไส้, มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งเต้านม&nbsp;</div><div>2. <mark>โรคหลอดเลือดหัวใจ</mark>&nbsp;<br>โรคยอดฮิตอีก 1 โรคที่คนไทยนิยมเป็นกันไม่แพ้มะเร็ง เพราะด้วยนิสัยการทานอาหารที่มีไขมันสูง, ไม่ยอมออกกำลังกาย, สูบบุหรี่จัด, ปล่อยตัวเองให้อ้วน, เป็นโดยพันธุกรรม และคร่ำเคร่งอยู่กับงานตลอดทั้งวัน และยังเป็นอีก 1 โรคแทรกซ้อนของผู้ที่เป็นเบาหวาน</div><div>3. <mark>โรคเบาหวาน</mark>&nbsp;<br>คือโรคที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนอินซูลินมามาก จนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ&nbsp;</div><div>4. <mark>โรคความดันโลหิตสูง<br></mark>หรือโรคภาวะความดันโลหิตสูง โดยมีความดันสูงถึง 140/90 มิลลิเมตร - ปรอท ขึ้นไป โดยที่ความดันของคนปกติจะอยู่ที่ 90 - 119/60 - 79 มิลลิเมตร - ปรอท</div><div>5. <mark>วัณโรคที่มากับอากาศ</mark>&nbsp;<br>โรคปอดอักเสบ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจชนิดเดียวกัน ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า มายโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลสิส (Mycobacterium tuberculosis)&nbsp;</div><div>6. <mark>โรคปอดเรื้อรัง</mark>&nbsp;<br>โรคปอดเรื้อรังสามารถกลายเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในชั้นเยื่อบุ และชั้นใต้เยื่อบุมากขึ้น&nbsp;</div><div>7. <mark>โรคภูมิแพ้</mark>&nbsp;<br>ภูมิแพ้ที่มีหลากหลายชนิด สาเหตุมาจากอาการแพ้ต่อสารต่าง ๆ แม้กระทั่งอากาศและอาหาร ที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเยื่อบุต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม และสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา&nbsp;</div><div>8. <mark>โรคระบบประสาทจิตเวช</mark>&nbsp;<br>เพราะชีวิตที่ยังคงต้องดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตรอด การทำงานจึงมีความกดดัน และความเครียดค่อนข้างสูง&nbsp;</div><div>9. <mark>โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ</mark>&nbsp;<br>ไม่ว่าจะเกิดจากการก้มดูโทรศัพท์, การทำงานหน้าจอคอม หรือการเล่นกีฬา และจะปวดรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการถูกกระตุ้น&nbsp;</div><div>10. <mark>โรคอ้วน และน้ำหนักตัวเกิน</mark>&nbsp;<br>โรคอ้วนก็เป็นอีกโรคที่คนไทยนิยมเป็นกันมาก เพราะด้วยการบริโภคที่ง่ายขึ้น และการทำงาน หรือใช้ชีวิตแบบคนสมัยใหม่ที่ต้องทำงานตลอดเวลา จนไม่ได้ให้ความสนใจต่อการออกกำลังกาย หรือในรายที่เป็นโดยกำเนิด&nbsp;</div><div><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2116623569/15dd1aa353e534e98761a37b78634e33/IMG_9830.webp" />
         <pubDate>2023-09-28 03:58:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724070329</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทความที่10/ภัยเชื้อดื้อยาที่อาจจะแฝงไปในเนื้อสัตว์ 6503669 ธัญญภัสร์ มะโนตา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724070389</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ความต้องการเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น คือชนวนการเพิ่มการใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์</strong></div><div>อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เป็นกระบวนการที่เร่งรัดและส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด ขยับตัวได้ยาก ไม่ได้รับแสงอาทิตย์ และสัตว์อยู่ร่วมกันในปริมาณมาก ทำให้สัตว์เกิดความเครียดและมีภูมิคุ้มกันต่ำ ส่งผลให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเกินความจำเป็นและผิดวิธีใช้</div><div><br></div><div><strong>การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยา</strong></div><div>องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุไว้เช่นกันว่า จากแนวโน้มความต้องการเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกันและโดยมากแล้ว หากปราศจากกฎข้อบังคับและการตรวจสอบอย่างรัดกุมจากภาครัฐ ก็อาจนำไปสู่การใช้งานอย่างผิด ๆ เช่น เพื่อคาดหวังให้สัตว์เติบโตได้ดี และป้องกันโรคในสัตว์ที่สุขภาพดี</div><div><br></div><div><strong>เชื้อดื้อยาไม่ได้แย่สำหรับสัตว์เท่านั้น แต่แย่สำหรับคนด้วย</strong></div><div>เราอาจสงสัยว่า การที่สุขภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมแย่ แล้วจะเกี่ยวข้องกับคนอย่างไร? การที่ใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์จนเกินความจำเป็นและส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาในตัวสัตว์นั้น ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงแค่หมู ไก่ และวัวจะได้รับความเดือดร้อนจากเชื้อดื้อยาที่ส่งถึงกันภายในเล้า แต่เชื้อดื้อยาบางตัวนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ และยาปฏิชีวนะที่ใช้ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์นั้น</div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2115322628/6c10c90faee05ef3d6e4797980faa619/IMG_0995.webp" />
         <pubDate>2023-09-28 03:58:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724070389</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724082051</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2116536811/3b958fcd2b784db7dd40980360d7c554/IMG_9831.jpeg" />
         <pubDate>2023-09-28 04:19:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intirathampayaka/osvjt6x91dn5rhg8/wish/2724082051</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
