<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การเคลื่อนที่ปรากฎของดาวเคราะห์ ม.6 by ครู ว่าที่ร้อยตรีหญิง ปารดา กัลยาณมิตร</title>
      <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-09-08 03:05:32 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-17 07:28:36 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1fa90.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3576133232</link>
         <description><![CDATA[<p>กฎเคปเลอร์ (Kepler) </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4339155786/0682affd82e20e5dbfe1d28542d9ad65/Black_Orange_Minimal_Astronaut_Poster_Document_A4.png" />
         <pubDate>2025-09-09 13:46:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3576133232</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เเบบจำลองของ Ptolemy </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577144128</link>
         <description><![CDATA[<p>แบบจำลองของ Ptolemy เป็นแนวคิดทางดาราศาสตร์ที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล (Geocentric Model) โดยดาวเคราะห์โคจรในรูปแบบที่ซับซ้อนเพื่ออธิบายการเคลื่อนที่ที่สังเกตได้จากโลก .</p><p>โลกเป็นศูนย์กลาง: เชื่อว่าโลกอยู่กับที่และเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล</p><p>วงกลมซ้อนวงกลม: ดาวเคราะห์ไม่ได้โคจรรอบโลกเป็นวงกลมเดียว แต่เคลื่อนที่ในวงกลมเล็กๆ (epicycle) ที่ซ้อนทับบนวงกลมใหญ่ (deferent) ที่โคจรรอบโลกอีกที</p><p>การอธิบาย: แนวคิดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออธิบายการเคลื่อนที่ถอยหลังของดาวเคราะห์ที่มองเห็นจากโลก</p><p>จุดสิ้นสุด: แบบจำลองนี้ถูกใช้มานานนับพันปีจนกระทั่งถูกแทนที่ด้วยแบบจำลองที่ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง (Heliocentric Model) ของ Copernicus ในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเรียบง่ายและแม่นยำกว่า</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4342772722/752be6a57cd38627dba7bd825d79aed7/Splasharto_120238603_01_54_43_0.png" />
         <pubDate>2025-09-10 02:03:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577144128</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Thychonic System</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577167752</link>
         <description><![CDATA[<p>“ไทโค บราห์ เป็นนักดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงด้านการสังเกตท้องฟ้าอย่างละเอียดและแม่นยำที่สุดในยุคที่ยังไม่มีกล้องโทรทรรศน์ เขาเสนอ ระบบไทโค (Tychonic System) ซึ่งเป็นแบบจำลองผสมผสานระหว่างระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของโคเปอร์นิคัส และระบบโลกเป็นศูนย์กลางของปโตเลมี โดยในระบบนี้ โลกอยู่ตรงกลางจักรวาล ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์โคจรรอบโลก ส่วนดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์อีกที งานสังเกตของเขาต่อมาเป็นข้อมูลสำคัญที่โยฮันเนส เคปเลอร์ นำไปพัฒนากฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์”</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4342852497/170269616a3b78f2b32d06ad9080c99c/Red_and_Beige_Modern_Smile_Movie_Poster.png" />
         <pubDate>2025-09-10 02:13:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577167752</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577180884</link>
         <description><![CDATA[<p><strong><mark>ทฤษฎีของนิโคเลาส์ โคเพอร์นิคัส ที่เสนอว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล</mark></strong>&nbsp;<strong><mark>โดยมีโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์</mark></strong>&nbsp;<strong><mark>แทนที่จะเชื่อตามทฤษฎีดั้งเดิมที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล</mark></strong></p><p><br></p><p>ทฤษฎีนี้มีลักษณะสำคัญคือ&nbsp;ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ศูนย์กลาง, โลกหมุนรอบตัวเองทำให้เกิดกลางวันกลางคืน, โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ทำให้เกิดฤดูกาล&nbsp;และการเคลื่อนที่ถอยหลังของดาวเคราะห์เกิดจากความเร็วในการโคจรที่แตกต่างกัน</p><p><br></p><p><strong>ลักษณะสำคัญของระบบโคเพอร์นิคัส</strong></p><ul><li><p><strong>ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง:</strong></p><p>ดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล</p></li><li><p><strong>โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์:</strong></p><p>โลกเป็นเพียงหนึ่งในดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์</p></li><li><p><strong>โลกหมุนรอบตัวเอง:</strong></p><p>การหมุนรอบตัวเองของโลกใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดกลางวันและกลางคืน</p></li><li><p><strong>ฤดูกาล:</strong></p><p>การโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 1 ปี (ประมาณ 365 วัน) และทำให้เกิดฤดูกาล</p></li><li><p><strong>การเคลื่อนที่ย้อนกลับของดาวเคราะห์:</strong></p><p>การเคลื่อนที่ถอยหลังของดาวเคราะห์เกิดขึ้นจากการที่โลกเคลื่อนที่แซงดาวเคราะห์วงนอกที่มีวงโคจรใหญ่กว่า</p></li></ul><p><br></p><p>13 29 31 37</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4342832353/4fc15800c23764927a76527be3a90f41/file_00000000ab6461f6be22eb241aaacd49.png" />
         <pubDate>2025-09-10 02:18:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577180884</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แบบจำลองของ นิโคลัส โคเปอร์นิคัส 16,17,22,33</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577201970</link>
         <description><![CDATA[<p>ทฤษฎีระบบสุริยะจักรวาล (Heliocentric Theory) คือแบบจำลองทางดาราศาสตร์ที่อธิบายว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ และดาวเคราะห์ต่างๆ รวมถึงโลกของเรา โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์</p><p><br></p><p>สรุปข้อมูลสำคัญ:</p><p><br></p><p>ผู้คิดค้น: นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus) นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ เป็นผู้เผยแพร่ทฤษฎีนี้อย่างเป็นทางการในศตวรรษที่ 16</p><p><br></p><p>แนวคิดหลัก:</p><p><br></p><p>ดวงอาทิตย์อยู่ ณ จุดศูนย์กลาง</p><p><br></p><p>ดาวเคราะห์ทั้งหมดโคจรรอบดวงอาทิตย์</p><p><br></p><p>โลกหมุนรอบตัวเอง ทำให้เกิดกลางวันและกลางคืน</p><p><br></p><p>การที่ดาวเคราะห์บางดวงดูเหมือนเคลื่อนที่ถอยหลังเมื่อมองจากโลก (Retrograde Motion) เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากการที่โลกและดาวเคราะห์เหล่านั้นโคจรอยู่ด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4342908207/f72fa9427df750f70b3a7c7cf5f6cc83/_Design_a_stunning__hand_painted_style_book_cover_poster_about_the_Heliocen_20250910_090654_0000.jpg" />
         <pubDate>2025-09-10 02:27:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577201970</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Johannes Kepler</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577202225</link>
         <description><![CDATA[<p>Johannes Kepler (โยฮันเนส เคปเลอร์) เป็นนักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ และนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันในยุคศตวรรษที่ 16–17 ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ (Scientific </p><ol><li><p>กฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ 3 ข้อ (Kepler’s Laws of Planetary Motion)<br>อธิบายการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์อย่างเป็นระบ</p><ul><li><p>กฎข้อที่ 1: วงโคจรของดาวเคราะห์เป็น วงรี โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ที่หนึ่งในโฟกัส</p></li><li><p>กฎข้อที่ 2: เส้นที่ลากจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวเคราะห์จะกวาดพื้นที่เท่ากันในช่วงเวลาที่เท่ากัน (ความเร็วไม่คงที่)</p></li><li><p>กฎข้อที่ 3: กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างคาบการโคจรกับระยะห่างเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์</p></li></ul></li></ol><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4342926164/d1cc8e7902a6ab90d8950c1a88ded264/KEPLER.png" />
         <pubDate>2025-09-10 02:27:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577202225</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบบทิโค บราห์ (Tychonic system)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577210482</link>
         <description><![CDATA[<p>ระบบทิโค บราห์ (Tychonic system) <strong><mark>คือแบบจำลองจักรวาลที่ไทโค บราห์ นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์กเสนอขึ้น โดยโลกยังคงเป็นศูนย์กลาง</mark></strong> (คล้ายระบบทอเลมี) แต่ดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวงได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์อีกทีหนึ่ง ในขณะที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ยังโคจรรอบโลก. ระบบนี้เป็นการผสมผสานระหว่างระบบโลกเป็นศูนย์กลางของทอเลมีกับระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของโคเปอร์นิคัส และถือเป็นการปฏิวัติวงการดาราศาสตร์ในยุคนั้น เนื่องจากสามารถอธิบายการสังเกตการณ์ดาวหางและดาวฤกษ์ดวงใหม่ได้แม่นยำกว่าเดิม โดยไม่ต้องพึ่งพาวงกลมเสริมแบบระบบทอเลมี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4342950386/d0aafeba0d33adc7cdcd9819dda316c8/___________________20250910_092324_0000.png" />
         <pubDate>2025-09-10 02:31:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577210482</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Johann Kepler</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577266543</link>
         <description><![CDATA[<p>โยฮันเนิส เค็พเพลอร์ (27 ธันวาคม ค.ศ. 1571 – 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1630) นักดาราศาสตร์ นักโหราศาสตร์ และนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ผู้มีส่วนสำคัญในการปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ เขาค้นพบกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ในงาน Astronomia nova, Harmonice Mundi และเขาทำงานด้านทัศนศาสตร์ และช่วยสนับสนุนการค้นพบกล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอ กาลิเลอี</p><p><br/></p><p>เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น "นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ทฤษฎีคนแรก" แต่คาร์ล ซาแกน ยกย่องเขาในฐานะ "นักโหราศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์คนสุดท้าย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4343087491/c529d23c9c5f717c120fc298af7852fe/1757472683846.jpg" />
         <pubDate>2025-09-10 02:55:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577266543</guid>
      </item>
      <item>
         <title>PTOLEMY</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577275972</link>
         <description><![CDATA[<p>ทอเลมี (Ptolemy) คือนักปราชญ์ชาวกรีก-โรมันที่มีผลงานโดดเด่นด้านดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ คณิตศาสตร์ และโหราศาสตร์ โดยผลงานสำคัญคือการรวบรวมองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์ในหนังสือ "อัลมาเกสต์" (Almagest) ซึ่งอธิบาย ระบบโลกเป็นศูนย์กลาง (geocentric model) โดยเชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์โคจรรอบโลก. นอกจากนี้ เขายังแต่งหนังสือ "ภูมิศาสตร์" ที่รวบรวมความรู้ด้านภูมิศาสตร์ของโลกยุคกรีก-โรมัน และมีผลงานด้านคณิตศาสตร์ เรขาคณิต และทัศนศาสตร์. </p><p>ผลงานหลักของทอเลมี:</p><p>ดาราศาสตร์:</p><p>อัลมาเจสต์ (Almagest): เป็นหนังสือที่อธิบายระบบโลกเป็นศูนย์กลาง โดยอธิบายว่าดาวเคราะห์และดวงอาทิตย์โคจรรอบโลกผ่านวงกลมเล็กๆ ที่เรียกว่า "เอปิไซเคิล" (epicycles) ทฤษฎีนี้เป็นที่ยอมรับกว่า 1,400 ปี.</p><p>การทำแผนที่ท้องฟ้า: เขาได้สังเกตการณ์ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอย่างละเอียด และบันทึกรายการดาวต่างๆ รวมถึงคำนวณระยะเวลาของฤดูกาล. </p><p>ภูมิศาสตร์:</p><p>ภูมิศาสตร์ (Geography): เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์โลกในยุคกรีก-โรมันอย่างละเอียด. </p><p>คณิตศาสตร์และเรขาคณิต:</p><p>การฉายภาพ: เขาศึกษาการฉายภาพของจุดบนทรงกลมท้องฟ้า (Analemma) และการฉายภาพแบบสเตอริโอกราฟิก (Planispherium).</p><p>ฟังก์ชันตรีโกณมิติ: เขาได้สร้างตารางฟังก์ชันตรีโกณมิติที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่.</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4343087491/bae1f343308c764ca855faad09cd8a6b/1757472002665.jpg" />
         <pubDate>2025-09-10 02:59:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3577275972</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Thychonic system</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583552855</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>จากความคิดของทิโคที่ไม่เห็นด้วยกับแบบจำลองของโคเปอร์นิคัสที่กำหนดให้ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาลทำให้ทิโคได้สร้างแบบจำลองขึ้นโดยเรียกว่า TYCHONIC SYSTEM </p><p><br/></p><p>ซึ่งแบบจำลองดังกล่าวผสมผสานระหว่างแบบจำลองของปโตเลมีและโคเปอร์นิคัสโดยกำหนดให้โลกเป็นศูนย์กลางและมีดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หมุนรอบโลกในขณะเดียวกันดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวงได้แก่ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และ ดาวเสาร์ก็หมุนรอบดวงอาทิตย์</p><p><br/></p><p>ทิโค บราเฮ (TYCHO BRAHE) พบซูเปอร์โนวาในปี 1572 และให้เหตุผลว่าดาวดวงใหม่นี้ไม่ได้อยู่ใกล้โลก พร้อมทั้งโต้แย้งว่าถ้าโลกเคลื่อนที่จริง เราควรเห็นการเปลี่ยนตำแหน่งของดาวใกล้เมื่อเทียบกับดาวไกล (พารัลแลกซ์) แต่ในสมัยนั้นยังไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือแม้แต่ด้วยกล้องโทรทรรศน์ ซึ่งกว่ามนุษย์จะตรวจพบ</p><p>พารัลแลกซ์ได้จริงก็ต้องรออีกประมาณ 200 ปีต่อมา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4366561002/5fa6ae6b366053b214b619b85429ee3e/IMG_1436.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-14 06:44:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583552855</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583718834</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4367392091/c10fa562b103ebda60ca1244006a9adf/_____________________________________________zip___6.png" />
         <pubDate>2025-09-14 11:52:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583718834</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กฏเคปเลอร์ (kepler)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583769584</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p><strong>กฎวงรี (Law of Ellipses):</strong></p><ul><li><p>ดาวเคราะห์โคจรเป็นวงรีรอบดวงอาทิตย์ โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ที่จุดโฟกัสจุดหนึ่งของวงรีนั้น</p></li><li><p>กฎนี้ขัดแย้งกับความเชื่อเดิมที่ว่าดาวเคราะห์โคจรเป็นวงกลมสมบูรณ์</p></li></ul></li><li><p><strong>กฎการกวาดพื้นที่ (Law of Areas):</strong></p><ul><li><p>เส้นตรงที่ลากจากดาวเคราะห์ไปยังดวงอาทิตย์จะกวาดพื้นที่เป็นขนาดเท่ากันในช่วงเวลาที่เท่ากัน</p></li><li><p>เมื่อดาวเคราะห์อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ จะเคลื่อนที่เร็วขึ้น และเมื่ออยู่ไกลออกไป จะเคลื่อนที่ช้าลง</p></li></ul></li><li><p><strong>กฎคาบ (Law of Periods):</strong></p><ul><li><p>กำลังสองของคาบการโคจรของดาวเคราะห์ (เวลาที่ใช้โคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งรอบ) จะแปรผันตรงกับกำลังสามของระยะห่างเฉลี่ยของดาวเคราะห์จากดวงอาทิตย์ (กึ่งแกนเอกของวงโคจร)</p></li><li><p>หมายความว่าดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์จะใช้เวลาโคจรครบรอบนานกว่าดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์&nbsp;</p></li></ul><p>-โยฮันเนส เคปเลอร์-</p><p><strong>เป็นนักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ และนักโหราศาสตร์ชาวเยอรมัน (ค.ศ. 1571–1630)</strong>ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในยุคการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ เขาเป็นที่รู้จักจาก<strong>"กฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์"</strong></p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4367657174/4460c5e05535c569f0b084e74b8cfda7/________________________________________________________.png" />
         <pubDate>2025-09-14 13:08:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583769584</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6/4 (5 6 36 37)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583870600</link>
         <description><![CDATA[<p>ระบบทิโค บราห์ หรือ ระบบสุริยะของทิโค บราห์ (Tychonic system) คือแบบจำลองระบบสุริยะที่นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ไทโค บราห์ (Tycho Brahe) เสนอขึ้น</p><p><br/></p><p>โดยกำหนดให้โลกเป็นศูนย์กลางและมีดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หมุนรอบโลกในขณะเดียวกันดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวงได้แก่ดาวพุธดาวศุกร์ดาวอังคารดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ก็หมุนรอบดวงอาทิตย์โดยทิโคให้เหตุผลว่าดาวดวงใหม่ (ซึ่งเป็นซูเปอร์โนวา) ที่ถูกค้นพบโดยตัวเขาในปี 1572 ไม่ได้อยู่ใกล้โลกนอกจากนี้ทิโคยังได้โต้แย้งในประเด็นที่ว่าถ้าโลกมีการเคลื่อนที่ดังนั้นตำแหน่งของดวงดาวที่อยู่ใกล้โลกควรที่จะต้องมีการเลื่อนไปเมื่อเทียบกับดวงดาวที่อยู่ห่างไกลออกไปซึ่งโดยข้อเท็จจริงปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลของพาราแล็ซ (parallex) ซึ่งไม่สามารถสังเกตได้โดยตาเปล่า (ดังที่ทิโคได้ทำการสังเกตไว้เนื่องจากในยุคนั้นยังไม่มีกล้องโทรทรรศน์) หรือกระทั่งใช้กล้องโทรทรรศน์ทำการสังเกตการณ์เป็นเวลาร่วม 200 ปี</p><p><br/></p><p>แบบจำลองของทิโคเป็นที่ยอมรับอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งเนื่องจากเป็นแบบจำลองที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักดาราศาสตร์ที่ไม่เห็นด้วยกับแบบจำลองเก่าตามความเชื่อของอริสโตเติลแต่ก็จำเป็นต้องยอมรับแบบจำลองเก่าด้วยความกระอักกระอ่วมใจนอกจากนี้ทางกรุงโรมเองก็ได้ยอมรับแบบจำลองของทิโคอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมาซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นการแข่งขันกันระหว่างแบบจำลองของโคเปอร์นิคัสและแบบจำลองของทิโคที่มีคริสตจักรโรมันเป็นผู้หนุนหลัง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4368121563/1794ab18a51888c63151ff3d6fed5f91/____________________________________________.png" />
         <pubDate>2025-09-14 14:59:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583870600</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ptolemy system(2,26,29,30)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583915403</link>
         <description><![CDATA[<p>ระบบทอเลมีแบบ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/science/mathematical-model">จำลองทางคณิตศาสตร์</a>ของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/science/universe">จักรวาล</a>ที่กำหนดโดยนักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์แห่งเมืองอเล็กซานเดรีย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Ptolemy">ปโตเลมี</a>ประมาณค.ศ. 150 และบันทึกไว้ในหนังสือ AlmagestและPlanetary Hypothesesระบบของปโตเลมีเป็นจักรวาลวิทยาแบบโลกเป็นศูนย์กลาง กล่าวคือ เริ่มต้นด้วยการตั้งสมมติฐานว่า<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/place/Earth">โลก</a>อยู่<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/dictionary/stationary">นิ่ง</a>และเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ความคาดหวัง “ตามธรรมชาติ” สำหรับสังคมโบราณคือวัตถุท้องฟ้า (<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/place/Sun">ดวงอาทิตย์</a> ,<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/place/Moon">ดวงจันทร์</a>ดาวเคราะห์<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/science/planet">และ</a>ดวงดาว<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/science/star-astronomy">ต่างๆ</a>จะต้องเคลื่อนที่ด้วย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/science/linear-motion">การเคลื่อนที่สม่ำเสมอ</a>ไปตามเส้นทางที่ “สมบูรณ์แบบ” ที่สุด<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/science/orbit-astronomy">เส้นทาง</a>ที่เป็นไปได้คือวงกลม</p><p>หลักการแรกของแบบจำลองทอเลมีคือ การเคลื่อนที่ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.merriam-webster.com/dictionary/eccentric">แบบเยื้องศูนย์กลาง</a>วัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่บนเส้นทางวงกลมโดยมีโลกเป็นศูนย์กลาง จะกวาดมุมที่เท่ากันในเวลาที่เท่ากันจากมุมมองของโลก อย่างไรก็ตาม หากศูนย์กลางของเส้นทางเคลื่อนที่ออกจากโลกวัตถุจะกวาดมุมที่เท่ากันในเวลาที่ไม่เท่ากัน (อีกครั้งจากมุมมองของโลก) โดยเคลื่อนที่ช้าที่สุดเมื่ออยู่ไกลจากโลกมากที่สุด (apogee) และเคลื่อนที่เร็วที่สุดเมื่ออยู่ใกล้โลกมากที่สุด (perigee) ด้วยแบบจำลองเยื้องศูนย์กลางแบบง่ายๆ นี้ ปโตเลมีได้อธิบายการเคลื่อนที่ที่แปรผันของดวงอาทิตย์ผ่านจักรราศีอีกแบบจำลองหนึ่งที่เหมาะสำหรับดวงจันทร์ ให้ทิศทางของเส้นจากapogeeไปยัง perigee</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4368310968/2cbc7d60a72039c4ee08239496a9900a/Ptolemy_system.png" />
         <pubDate>2025-09-14 15:52:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583915403</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ptolemy (12,14,19,23) 6/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583925180</link>
         <description><![CDATA[<p>ระบบทอเลมี (Ptolemaic system) เป็นแบบจำลองจักรวาลที่เสนอโดย เกลาดีออส ปโตเลไมโอส หรือ ทอเลมี (Ptolemy) นักดาราศาสตร์ นักภูมิศาสตร์ และนักคณิตศาสตร์ชาวกรีก-โรมันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1-2</p><p><br/></p><p>โดยระบบทอเลมี (Ptolemaic system) <strong>จะเป็นแบบจำลองทางดาราศาสตร์ที่เสนอว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล (geocentric model) และดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ โคจรเป็นวงกลมรอบโลก</strong> แบบจำลองนี้ใช้แนวคิดที่เรียกว่า เอพิไซเคิล(epicycle) คือการโคจรเป็นวงกลมเล็กๆ ซ้อนอยู่บนวงโคจรที่ใหญ่ขึ้น  เพื่ออธิบายการเคลื่อนที่ที่ซับซ้อนของดาวเคราะห์ เช่น การเคลื่อนที่ถอยหลัง (retrograde motion). ผลงานนี้ได้รับการรวบรวมและเผยแพร่ในหนังสือ Almagest และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมานานกว่าพันปี ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง</p><p><br/></p><p>แนวคิดหลักของระบบทอเลมี</p><ul><li><p>โลกเป็นศูนย์กลาง (Geocentric):</p><p>โลกนิ่งอยู่กับที่ ที่ จุดศูนย์กลางของจักรวาล</p></li></ul><p><br/></p><ul><li><p>การเคลื่อนที่แบบวงกลม:</p><p>ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์ โคจรรอบโลก</p><p><br/></p></li><li><p>เอพิไซเคิล (Epicycles):</p><p>ดาวเคราะห์แต่ละดวงจะโคจรเป็นวงกลมเล็กๆ รอบๆเอพิไซเคิล ไปพร้อมๆ กับที่จุดศูนย์กลางของเอพิไซเคิลโคจรเป็นวงกลมที่ใหญ่กว่า (ดิฟเฟอเรนต์) รอบโลก</p><p><br/></p></li><li><p>การเคลื่อนที่ถอยหลัง:</p><p>การเคลื่อนที่รวมกันระหว่างเอพิไซเคิลและดิฟเฟอเรนต์ ทำให้ดาวเคราะห์ดูเหมือนเคลื่อนที่ช้าลงเมื่อมองจากโลก</p><p><br/></p><p><br/></p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4368056458/beded4f7030c82cf6b7fbe2c0e1c8fcf/Dark_Gray_Simple_Science_Solar_System_Educational_Poster.png" />
         <pubDate>2025-09-14 16:04:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583925180</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Kepler&#39;s Laws</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583927360</link>
         <description><![CDATA[<p>Johannes Kepler (โยฮันเนส เคปเลอร์) ไม่มีแบบจำลองระบบสุริยะของตัวเอง แต่เขาได้ปรับปรุงแบบจำลองของ <strong>นิโคลัส โคเปอร์นิคัส</strong> ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย <strong>กฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์</strong> 3 ข้อ ซึ่งอธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ได้อย่างแม่นยำ</p><p><br/></p><p>1. กฎแห่งวงรี (The Law of Ellipses)</p><p><strong>"ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ที่โฟกัสหนึ่งของวงรี"</strong></p><p>กฎนี้คือการค้นพบที่หักล้างความเชื่อเก่าที่ว่าวงโคจรต้องเป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบ รูปทรงวงรีนี้เองที่เป็นคำอธิบายว่าทำไมระยะห่างระหว่างดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์จึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p><p><br/></p><p>2. กฎแห่งพื้นที่ (The Law of Equal Areas)</p><p><strong>"เส้นที่ลากจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวเคราะห์จะกวาดพื้นที่เท่ากันในเวลาที่เท่ากัน"</strong></p><p>กฎนี้อธิบายความเร็วที่ไม่คงที่ของดาวเคราะห์ กล่าวคือ ดาวเคราะห์จะ <strong>เคลื่อนที่เร็วขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ดวงอาทิตย์</strong> และ <strong>เคลื่อนที่ช้าลงเมื่ออยู่ไกลดวงอาทิตย์</strong> อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่เส้นสมมตินี้กวาดไปในหนึ่งหน่วยเวลาจะคงที่เสมอ</p><p><br/></p><p>3. กฎแห่งคาบ (The Law of Harmonies)</p><p><strong>"กำลังสองของคาบการโคจรของดาวเคราะห์ใด ๆ เป็นสัดส่วนโดยตรงกับกำลังสามของครึ่งแกนเอกของวงโคจร"</strong></p><p>กฎข้อนี้เป็นกฎทางคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงระยะทางเฉลี่ยของดาวเคราะห์จากดวงอาทิตย์ (ครึ่งแกนเอก) กับระยะเวลาที่ใช้ในการโคจรครบรอบ (คาบ) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า <strong>ดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากกว่าจะใช้เวลาโคจรนานกว่า</strong></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4368312554/3fb822ad9742b676fde7eddb1cff1fb7/1_3_4_20__64_.png" />
         <pubDate>2025-09-14 16:07:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3583927360</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Kepler’s Law (6/4-13,15,16,21)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584390599</link>
         <description><![CDATA[<p>กฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ 3 ข้อ</p><p>Kepler’s Law Planetary Motion</p><p>กฎข้อที่ 1 (กฎของวงรี) “ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ที่โฟกัสจุดหนึ่ง”</p><p>กฎข้อที่ 2 (กฎของพื้นที่เท่ากัน) “ดาวเคราะห์เคลื่อนที่ตามวงโคจรไปในแต่ละช่วงเวลา 1 หน่วย เส้นสมมติที่ลากโยงระหว่างดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์ จะกวาดพื้นที่ในอวกาศได้เท่ากัน”</p><p>กฎข้อที่ 3: กำลังสองของคาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ แปรผันตาม กำลังสามของระยะห่างจากดวงอาทิตย์ (p2/a3 = k, k เป็นค่าคงที่)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4370391136/ad7a3fddaa53b9314f518adddbb36eda/Black_Gold_Galaxy_Planets_Stars_EBook_Cover_zip___2.png" />
         <pubDate>2025-09-15 01:47:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584390599</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ptolemy system (24 27 28 35 M.6/4)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584409355</link>
         <description><![CDATA[<p>ทฤษฎีของทอเลมี หรือระบบทอเลมี คือระบบแบบจำลองจักรวาลที่เชื่อว่า โลกอยู่ศูนย์กลางของจักรวาล และดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ รวมถึงดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวงที่รู้จักในสมัยนั้น โคจรรอบโลกเป็นวงกลมที่ซับซ้อน โดยดาวเคราะห์แต่ละดวงโคจรอยู่บนวงกลมเล็กที่เรียกว่า "เอพิไซเคิล" (epicycle) ซึ่งวางอยู่บนวงกลมใหญ่ที่เรียกว่า"ดิฟเฟอเรนต์" (deferent) อีกทีหนึ่ง เพื่ออธิบายปรากฏการณ์การเคลื่อนที่ถอยหลัง (retrograde motion) ของดาวเคราะห์ และแบบจำลองนี้ก็เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างมานานกว่าพันปี</p><p><strong>หัวใจหลักของทฤษฎีทอเลมี:</strong></p><ul><li><p><strong>โลกเป็นศูนย์กลาง (Geocentric)</strong></p></li><li><p><strong>ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์โคจรรอบโลก</strong></p></li><li><p><strong>การเคลื่อนที่แบบวงกลมซ้อนวงกลม (Epicycles)</strong></p></li><li><p><strong>การเคลื่อนที่แบบเยื้องศูนย์กลาง (Eccentricity) และ จุดสมดุล (Equant)</strong></p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4370436557/9106dbba37b6a80776558404418d37e3/Brown_Black_Old_Vintage_UI_Graphic_Designer_Resume.jpg" />
         <pubDate>2025-09-15 01:57:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584409355</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Tychonic system</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584542143</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><ul><li><p>ผู้ริเริ่ม → ทิโค บราห์ (Tycho Brahe) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ศตวรรษที่ 16</p></li><li><p>แนวคิด → โลกอยู่ศูนย์กลาง, ดวงอาทิตย์–ดวงจันทร์โคจรรอบโลก, ดาวเคราะห์อื่นโคจรรอบดวงอาทิตย์</p></li><li><p>แรงบันดาลใจ → ประนีประนอมระหว่างระบบปโตเลมี (โลกเป็นศูนย์กลาง) และโคเปอร์นิคัส (ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง)</p></li><li><p>การค้นพบสำคัญ<br></p><ol><li><p>ดาวโนวา 1572 → ท้องฟ้าไม่คงที่</p></li><li><p>ดาวหาง 1577 → เคลื่อนที่ไกลกว่าดวงจันทร์</p></li><li><p>เก็บข้อมูลตำแหน่งดาวเคราะห์แม่นยำ → เคปเลอร์นำไปใช้สร้างกฎการโคจร</p></li></ol></li><li><p><br/></p></li><li><p>ความสำคัญ → เป็นสะพานเชื่อมระหว่างทฤษฎีเก่า–ใหม่ นำไปสู่กฎเคปเลอร์และทฤษฎีนิวตัน</p></li></ul><p>15,28,30,36</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4370812656/1f8954ee12303aee47f3d4abcf155790/IMG_5319.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-15 03:06:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584542143</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Kepler(14,25)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584675311</link>
         <description><![CDATA[<p>ทฤษฎีบทเคปเลอร์ 3 ข้อ</p><p>	1.	กฎวงรี (Law of Ellipses)</p><p>	•	ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็น วงรี โดยมี ดวงอาทิตย์อยู่ที่จุดโฟกัสหนึ่ง ของวงรี</p><p>	2.	กฎพื้นที่ (Law of Equal Areas)</p><p>	•	เส้นที่ลากจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวเคราะห์จะกวาดพื้นที่เท่ากันในช่วงเวลาที่เท่ากัน</p><p>-แปลว่า ดาวเคราะห์จะ โคจรเร็วขึ้น เมื่ออยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ (perihelion) และ ช้าลง เมื่ออยู่ไกลดวงอาทิตย์ (aphelion)</p><p>	3.	กฎคาบวงโคจร (Law of Periods)</p><p>	•	กำลังสองของคาบการโคจร (T²) แปรผันตรงกับกำลังสามของระยะกึ่งแกนเอก (a³) ของวงรี</p><p>T^2 \propto a^3</p><p>-หมายถึง ดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลดวงอาทิตย์จะใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์นานกว่าดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4371241865/6ecdae9803caac9fa817055ac699aa00/__________________Johannes_Kepler___Kepler_s_laws.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-15 04:29:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3584675311</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ptolemy(22,25,32,33)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3589345187</link>
         <description><![CDATA[<p>📌 ระบบทอเลมี (Ptolemaic System)</p><p>1. ผู้คิดค้น</p><p>	•	คลอดิอุส ทอเลมี (Claudius Ptolemy)</p><p>	•	นักดาราศาสตร์ ชาวกรีก-โรมัน (ราว ค.ศ. 100 – 170)เป็น ทฤษฎีแบบโลกเป็นศูนย์กลาง (Geocentric model)</p><p>	•	โลกอยู่ตรงกลางจักรวาล ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์โคจรรอบโลก ล้อมรอบด้วยวงกลมหลายชั้น (orbits)</p><p>	1.	ดวงจันทร์ 🌙</p><p>	2.	ดาวพุธ ☿</p><p>	3.	ดาวศุกร์ ♀</p><p>	4.	ดวงอาทิตย์ ☉</p><p>	5.	ดาวอังคาร ♂</p><p>	6.	ดาวพฤหัสบดี ♃</p><p>	7.	ดาวเสาร์ ♄</p><p>	•	นอกสุด → ทรงกลมแห่งดวงดาวคงที่ (Fixed Stars) ✨</p><p>	•	ถัดไป → สวรรค์/สรวงสวรรค์ (Prime Mover/Heaven)</p><p>4. จุดเด่น</p><p>	•	อธิบายการเคลื่อนที่ถอยหลัง (retrograde motion) ของดาวเคราะห์ ด้วย วงกลมเล็กซ้อนในวงกลมใหญ่ (epicycles)</p><p>	•	เป็นทฤษฎีที่ใช้มานานกว่า 1,400 ปี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4386863989/3e72decd1aa6cf30a4b5d8d3447e8f35/IMG_0967.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-17 07:28:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/physics61120_1/olcbn5ukes7htddq/wish/3589345187</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
