<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกราฟิก by มนัญชญา อุดทา</title>
      <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-10-29 04:17:34 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-10-29 04:57:58 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ความหมายของกราฟิกและคอมพิวเตอร์กราฟิก</title>
         <author>mananchaya02022550</author>
         <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191812987</link>
         <description><![CDATA[<p>กราฟิก(Graphics) เป็นค าที่เกิดขึ้นจากรากศัพท์ภาษากรีก คือค าว่า “Graphikos” หมายถึง การเขียนภาพ</p><p>ด้วยสีและลักษณะขาวด า และรวมกับค าว่า “Graphien” หมายถึง การเขียนตัวหนังสือและการสื่อความหมาย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://pixabay.com/get/g3812cd11339882b861fd82fc408c1bbdbcf694a0763e067c35fd2a8374d0d14db253875dc55486225fff89d8efa19a87.jpg" />
         <pubDate>2024-10-29 04:32:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191812987</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2. ภาพบนคอมพิวเตอร์เกิดได้อย่างไร</title>
         <author>mananchaya02022550</author>
         <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191820996</link>
         <description><![CDATA[<p>ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราเห็นอยู่ทั่วไปนั้น เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ของสี ที่เราเรียกว่า พิกเซล มาประกอบกันเป็นภาพขนาดต่างๆ นั่นเอง</p><p> </p><p>พิกเซล (Pixel) มาจากคําว่า Picture และคําว่า Elementแปลตรงตัว ก็คือ องค์ประกอบที่รวมกันเกิดเป็น ภาพ ซึ่งสรุปก็หมายถึงจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เป็นองค์ประกอบรวมกันเป็นภาพความละเอียดของภาพ เป็นจ านวน ของพิกเซลที่อยู่ภายในภาพ โดยใช้หน่วยวัดเป็นพิกเซลต่อนิ้ว (ppi : Pixel per Inch) เช่น 300 ppi หรือ 600 ppi เป็นต้น ภาพที่มีความละเอียดมากก็จะมีความชัดกว่าภาพที่มีความละเอียดน้อยเราจะพบว่าไฟล์ภาพเดียวกันเมื่อ น าไปแสดงผลออกมาผ่านอุปกรณ์ที่ต่างกัน ก็จะส่งผลให้ได้ภาพที่ออกมามีความคมชัดหรือความละเอียดไม่เท่ากัน ได้ เช่น ภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และภาพที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ เพราะขนาดพิกเซลหรือจุดเล็กๆ ที่ทําให้เกิดภาพมีขนาดที่ไม่เท่ากันนั่นเอง</p><p><br/></p><p>ความละเอียดของจอภาพ เป็นหน่วยที่ใช้วัดจ านวนพิกเซลสูงสุดที่จอคอมพิวเตอร์สามารถผลิตออกมาได้ ซึ่งความละเอียดของจอภาพนั้น เกิดขึ้นโดยวีดีโอการ์ดหรือการ์ดจอ และควบคุมการท างานด้วยซอฟท์แวร์บน Windows ดังนั้นเราสามารถตั้งค่าการแสดงความละเอียดของจอภาพบน Windows ได้ เช่น 800x600 หรือ 1024x768ความละเอียด 1027x768 หมายถึง จ านวนวีดีโอพิกเซลในแนวนอน 1024 พิกเซลและจ านวนวีดีโอ พิกเซลในแนวตั้ง 768 พิกเซล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://pixabay.com/get/ge0748b7b6e85d0633984ac3a1204a260482fb9e0deaa9fea195fb350b5d53fc08b4e92e43b10fe3a7d3989b285b95c3c.jpg" />
         <pubDate>2024-10-29 04:38:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191820996</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การประมวลผลภาพคอมพิวเตอร์กราฟิก</title>
         <author>mananchaya02022550</author>
         <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191827872</link>
         <description><![CDATA[<p>ภาพที่เก็บในคอมพิวเตอร์นั้น มีวิธีการประมวลผลภาพ 2 แบบแตกต่างกันไปตามแต่ละโปรแกรมดังนี้ คือ การประมวลผลแบบ Raster และ การประมวลผลแบบ Vector</p><p><br/></p><p>การประมวลผลแบบ Raster เป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap จะเก็บข้อมูล เป็นค่า 0 และ 1 แต่ละพิกเซลจะมีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละต าแหน่ง ซึ่งเหมาะกับภาพที่มีลักษณะแบบ ภาพถ่าย ซึ่งสามารถใช้เทคนิคในการปรับแต่งสี และการใช้เอฟเฟคต์พิเศษให้กับภาพ แต่มีข้อเสีย คือ ภาพที่ได้จะ มีไฟล์ขนาดใหญ่และเมื่อมีการขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น จะส่งผลให้พิกเซลของภาพมีขนาดใหญ่ตามด้วย เราจึงเห็นว่า ภาพจะไม่ละเอียดหรือแตกนั่นเอง การประมวลผลแบบ Raster ได้แก่ ไฟล์ภาพ .TIF, .GIF, .JPG, .BMP และ .PCX เป็นต้น โดยโปรแกรมที่ใช้ท างานกับภาพ Raster คือ Photoshop, PhotoPaint และPaintbrush เป็นต้น</p><p><br/></p><p>การประมวลผลแบบ Vector เป็นการประมวลผลแบบอาศัยการค านวณทางคณิตศาสตร์ โดยมีสีและตําแหน่งของสีที่แน่นอน ฉะนั้นไม่ว่า เราจะมีการเคลื่อนย้ายที่หรือย่อขยายขนาดของภาพ ภาพก็จะไม่เสียรูปทรงในเชิงเรขาคณิต และความละเอียดของ ภาพจะไม่ลดลงด้วย จึงท าให้ภาพยังคงคมชัดเหมือนเดิม แม้ขนาดของภาพจะเปลี่ยนแปลงใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงก็ ตาม แต่มีข้อเสียที่ไม่สามารถใช้เอฟเฟคต์ในการปรับแต่งภาพได้เหมือนกับภาพแบบ Raster การประมวลผลภาพลักษณะนี้ ได้แก่ภาพ .AI, .DRW ใช้ในโปรแกรมการวาดภาพ Illustrator, CorelDraw ภาพ .WMF เป็นภาพคลิปอาร์ตในโปรแกรม Microsoft Word และภาพ .PLT ในโปรแกรมการออกแบบ AutoCAD</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://get.pxhere.com/photo/computer-light-board-technology-memory-fan-electronics-digital-pc-games-server-circuits-cooling-component-storage-medium-hard-drive-graphics-card-riser-board-hosting-web-space-edp-personal-computer-electronic-device-553175.jpg" />
         <pubDate>2024-10-29 04:43:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191827872</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสี</title>
         <author>mananchaya02022550</author>
         <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191833722</link>
         <description><![CDATA[<p> สีที่เรามองเห็นรอบๆ ตัวนั้น เกิดขึ้นได้จากการที่ตาของเรารับแสงที่สะท้อนมาจากวัตถุเหล่านั้น ซึ่งความ ยาวของคลื่นแสงที่แตกต่างกัน จะส่งผลให้เรามองเห็นสีที่แตกต่างกันด้วย และส าหรับงานคอมพิวเตอร์กราฟิกนั้น จะมีการผสมสีที่เกิดจากแสงแสดงบนจอภาพ หรือการผสมหมึกสีพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ ความลึกของสี ( Bit Depth ) คอมพิวเตอร์สามารถสร้างและแสดงสีในภาพได้เป็นหลายล้านสี ดังนั้น คอมพิวเตอร์จะมีวิธีการจดจ าและอ้างอิงค่าสีโดยอาศัยดัชนีเป็นตารางสีตัวอย่างเช่น การ์ดจอที่สามารถแสดงสี ได้2 บิต ก็จะแสดงสีได้ 4 สี เพราะเนื่องจากคอมพิวเตอร์จะเก็บข้อมูลใน 1 บิต ได้ 2 ค่า คือ 0 และ 1 เราจึง สามารถคํานวณจํานวนสีได้ตามสูตร</p><p><br/></p><p>1. โมเดลแบบ HSB ตามหลักการมองเห็นสีของสายตามนุษย์ </p><p>2. โมเดลแบบ RGB ตามหลักการแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์ </p><p>3. โมเดลแบบ CMYK ตามหลักการแสดงสีของเครื่องพิมพ์ </p><p>4. โมเดล Lab ตามมาตรฐานของ CIE</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://get.pxhere.com/photo/blue-green-red-orange-yellow-light-purple-Colorfulness-line-pink-violet-magenta-azure-sky-electric-blue-design-Material-property-architecture-graphics-Tints-and-shades-pattern-graphic-design-1616219.jpg" />
         <pubDate>2024-10-29 04:47:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191833722</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบบสีที่ถูกก าหนดขึ้นพิเศษ</title>
         <author>mananchaya02022550</author>
         <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191839878</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นระบบสีที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้ในงานคอมพิวเตอร์กราฟิก และอยู่นอกเหนือ จากโมเดลของสีทั่วไป ดังนี้</p><p> 1. Bitmap ประกอบด้วยค่าสีเพียง </p><p>2 สี คือสีขาวและสีดาใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเพียง 1 บิต งานที่เหมาะ ส าหรับ Bitmap คืองานประเภทลายเส้นต่าง ๆ เช่น เครื่องหมาย และโลโก้ </p><p>2. Gray Scale ประกอบด้วยสีทั้งหมด 256 สี โดยไล่สีจากสีขาว สีเทาไปเรื่อยๆ จนท้ายสุดคือสีด า ใช้ พื้นที่ในการเก็บข้อมูล 8 บิต</p><p> 3. Duotone เป็นโหมดที่เกิดจากการใช้สีเพียงบางสีมาผสมกันให้เกิดเป็นภาพ เรามักจะเห็นการน าไปใช้ ในงานสิ่งพิมพ์ที่ต้องการใช้ภาพ 2 สี เป็นต้น </p><p>4. Indexed color ถึงแม้บางภาพจะมีสีได้ถึง 16.7 ล้าน แต่ส่วนใหญ่จะใช้ไม่ถึง ในกรณีที่เราต้องการลด ขนาดไฟล์ภาพก็อาจใช้โหมดนี้ ซึ่งจะทอนสีให้เหลือใกล้เคียงกับที่ต้องใช้ โดยไม่มีผลกับคุณภาพของภาพ 5. Multichannel เป็นโหมดสีที่ถูกแสดงด้วย Channel ตั้งแต่ 2 Channel ขึ้นไป ใช้ประโยชน์มากสําหรับ งานพิมพ์ โดยเฉพาะกรณีการพิมพ์ที่สั่งให้พิมพ์สีพิเศษ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://get.pxhere.com/photo/art-green-pink-graphic-design-red-magenta-line-illustration-design-architecture-Material-property-graphics-font-triangle-pattern-space-Colorfulness-visual-arts-rectangle-1593779.jpg" />
         <pubDate>2024-10-29 04:51:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191839878</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประโยชน์ของงานคอมพิวเตอร์กราฟิก</title>
         <author>mananchaya02022550</author>
         <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191844161</link>
         <description><![CDATA[<p>6.1 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบั การช่วยสอน ปจัจบุ นัภาพคอมพวิเตอรก์ราฟิกไดช้ ่วยส่อืความหมายในการสอน หรอือธบิายเน้ือหาในเรอ่ืงทซ่ี บัซอ้ นให้ ผู้เรียนเห็นภาพแล้วเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งเราเรียกสื่อการสอนเหล่านี้ว่า โปรแกรมช่วยสอน CAI (Computer Aided Instruction) เช่น โปรแกรมช่วยสอนการท างานของเครื่องยนต์และเครื่องจักรกล โปรแกรมช่วยสอนทางการแพทย์ และโปรแกรมช่วยสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น </p><p>6.2 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบั การออกแบบ คอมพิวเตอร์กราฟิกในงานออกแบบ หรือที่เรียกว่า CAD (Computer Aided Design) เป็นการใช้โปรแกรม ช่วยออกแบบและสร้างชิ้นงานจ าลองก่อนที่จะสร้างงานจริง ซึ่งช่วยเราปรับแต่งและแก้ไขได้ก่อนท างานจริง เพื่อ ช่วยลดความผิดพลาด เวลา ค่าใช้จ่าย และได้ผลงานตรงกับที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งได้แก่ โปรแกรมการออกแบบใน งานสถาปตัยกรรมและวศิวกรรม เป็นต้น</p><p> 6.3 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบักราฟและแผนภาพ เป็นการใช้โปรแกรมส าหรับสร้างกราฟและแผนภาพ เพื่อแสดงข้อมูลทางด้านสถิติและงานวิจัย เช่น กราฟ เส้น กราฟวงกลม และกราฟแท่ง เป็นต้น</p><p> 6.4 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบังานศิลปะ เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการวาดภาพ ระบายสี และใส่แสงเงา ซึ่งมีข้อดีตรงที่เราสามารถลบและแก้ไขในส่วน การท างานที่ผิดพลาดได้ตามต้องการ โดยไม่ท าให้เสียเวลาและไม่สิ้นเปลืองวัสดุเหมือนกับการวาดภาพบนกระดาษ หรือผืนผ้าใบแบบสมัยก่อน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://lh5.googleusercontent.com/i7mM6LrRtzU3rxCI1zVQvsKeiGFxWOksLyE-75d60YOl-_5lLK6xXYlw6DBzfzRffSn_4_e2iE8D_KNfOY1g8uWn8nsZO0fFVLg8NmZ92Rr3jwUjXroW6h2yN4LZ90P1-oADez-tTlEcghHJ6A" />
         <pubDate>2024-10-29 04:53:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191844161</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประโยชน์ของงานคอมพิวเตอร์กราฟิก</title>
         <author>mananchaya02022550</author>
         <link>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191851091</link>
         <description><![CDATA[<p>6.1 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบั การช่วยสอน ปจัจบุ นัภาพคอมพวิเตอรก์ราฟิกไดช้ ่วยส่อืความหมายในการสอน หรอือธบิายเน้ือหาในเรอ่ืงทซ่ี บัซอ้ นให้ ผู้เรียนเห็นภาพแล้วเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งเราเรียกสื่อการสอนเหล่านี้ว่า โปรแกรมช่วยสอน CAI (Computer Aided Instruction) เช่น โปรแกรมช่วยสอนการท างานของเครื่องยนต์และเครื่องจักรกล โปรแกรมช่วยสอนทางการแพทย์ และโปรแกรมช่วยสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น</p><p> 6.2 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบั การออกแบบ คอมพิวเตอร์กราฟิกในงานออกแบบ หรือที่เรียกว่า CAD (Computer Aided Design) เป็นการใช้โปรแกรม ช่วยออกแบบและสร้างชิ้นงานจ าลองก่อนที่จะสร้างงานจริง ซึ่งช่วยเราปรับแต่งและแก้ไขได้ก่อนท างานจริง เพื่อ ช่วยลดความผิดพลาด เวลา ค่าใช้จ่าย และได้ผลงานตรงกับที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งได้แก่ โปรแกรมการออกแบบใน งานสถาปตัยกรรมและวศิวกรรม เป็นต้น</p><p> 6.3 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบักราฟและแผนภาพ เป็นการใช้โปรแกรมส าหรับสร้างกราฟและแผนภาพ เพื่อแสดงข้อมูลทางด้านสถิติและงานวิจัย เช่น กราฟ เส้น กราฟวงกลม และกราฟแท่ง เป็นต้น </p><p>6.4 คอมพิวเตอรก์ ราฟิกกบังานศิลปะ เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการวาดภาพ ระบายสี และใส่แสงเงา ซึ่งมีข้อดีตรงที่เราสามารถลบและแก้ไขในส่วน การท างานที่ผิดพลาดได้ตามต้องการ โดยไม่ท าให้เสียเวลาและไม่สิ้นเปลืองวัสดุเหมือนกับการวาดภาพบนกระดาษ หรือผืนผ้าใบแบบสมัยก่อน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://lh5.googleusercontent.com/i7mM6LrRtzU3rxCI1zVQvsKeiGFxWOksLyE-75d60YOl-_5lLK6xXYlw6DBzfzRffSn_4_e2iE8D_KNfOY1g8uWn8nsZO0fFVLg8NmZ92Rr3jwUjXroW6h2yN4LZ90P1-oADez-tTlEcghHJ6A" />
         <pubDate>2024-10-29 04:57:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mananchaya02022550/oit9z1stciqu019/wish/3191851091</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
